อัปเดตล่าสุด 2018-12-03 20:10:16

ตอนที่ 2 ร่องรอย

               รถคันเดิมวิ่งไปตามถนนใหญ่ของจังหวัดอยุธยาเพื่อจะตัดเข้าจังหวัดปทุมธานีซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง

               ตลอดทางกานต์ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมหลังจากได้เห็นสถานที่เกิดเหตุ และแน่นอนว่าเขาไม่ได้บอกรุ่นน้องที่นั่งมาด้วยกันว่าเขาถูกเรียกตัวด่วนเมื่อสักครู่

               นนท์พยายามตีความสันนิษฐานถึงแรงจูงใจและสาเหตุของการก่อเหตุมาตลอดเวลาเกือบสองชั่วโมงโดยไม่มีหยุดพัก

               ข้อสันนิษฐานบางอย่างดูฟังขึ้นแต่ก็ขาดซึ่งพยานหลักฐานทำให้กานต์เพียงแค่ฟังไว้เท่านั้น

               รุ่นน้องคนนี้นอกจากจะมีความตั้งใจที่ล้นเหลือตามประสาของคนหนุ่ม เขายังมีไหวพริบที่ดีจะขาดก็แต่เพียงประสบการณ์เท่านั้น

               และนั่นคือสิ่งที่เขาต้องการมอบให้น้องคนนี้มากที่สุด มันไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อคนอื่นๆที่วันหนึ่งคงจะได้พึ่งพาเขาในอนาคต

               แม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรแต่ในหัวของเทวกานต์กำลังประมวลผลหลักฐานเท่าที่ตาเห็นเพื่อมาประกอบกันให้เป็นรูปเป็นร่าง และสิ่งหนึ่งที่ค้างคาในใจของเขามาสักพักหนึ่งแล้วคือ

ทำไมคดีนี้ ท่าน ถึงลงมากำชับเขาด้วยตัวเอง

               ไม่บ่อยนักที่คนใหญ่คนโตอย่างนั้นจะลงมือติดต่อและจัดแจงมอบหมายงานให้เขาด้วยตัวเอง แม้ว่าตำแหน่งของเขาจะพิเศษกว่าคนอื่นๆก็ตาม

               หลังจากที่นั่งฟังรุ่นน้องพูดเพ้อเจ้อมาตลอดทางเขาก็เป็นฝ่ายตอบกลับไปบ้าง

กูว่าเรื่องนี้มันไม่ปกติ ต้องรอฟังผลชันสูตรอีกที

ก็ใช่ครับ แล้วคราวนี้หน่วยไหนรับงานไปล่ะพี่

               จริงอยู่ที่ทุกคดีที่มีผู้เสียชีวิตผิดธรรมชาติ ศพจะต้องถูกส่งไปทำการชันสูตรเพื่อสืบหาเบาะแสและสาเหตุการตาย แต่ก็ไม่ได้มีหน่วยงานแค่หน่วยงานเดียวที่กุมอำนาจตรงนี้ไว้

               และแม้แต่ในหนึ่งหน่วยงานเองก็ยังมีผู้ลงมีดมากกว่าหนึ่งคนเพื่อการกระจายปริมาณงานให้ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่มีฝีมือ และฉลาดพอจะสรุปผลได้อย่างถูกต้องแม่นยำ

               กานต์ภาวนากับตัวเองอยู่ในใจถึงหมอผู้ลงมีดคนหนึ่งซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนเดียวที่เขาไว้ใจ และเชื่อใจในเวลานี้ แต่นั่นก็อยู่เหนือการควบคุมของเขา

19.05 น.

               เทวกานต์แวะส่งนนท์ที่หน้าโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อให้ต่อรถเข้าเขตรังสิตซึ่งเป็นที่พักของนนท์ด้วยตัวเอง ส่วนตัวเขานั้นต้องรีบปลีกตัวออกมาเพื่อไปพบกับ ท่าน ตามที่ได้นัดกันไว้

               เขาเลือกใช้ทางด่วนเพื่อไปให้ถึงปลายทางให้เร็วที่สุด แต่แม้ว่าจะรีบอย่างไรปริมาณรถที่แน่นขนัดในเมืองหลวงก็ทำให้ทุกอย่างดูช้าลงขัดกับความเร่งรีบในใจของผู้ใช้รถใช้ถนนเวลานี้

               เวลาผ่านไปชั่วโมงเศษๆรถฟอจูนเนอร์สีดำก็เลี้ยวเข้ามาจอดที่สถานีตำรวจแห่งหนึ่ง แม้จะมีตำรวจมาเข้าเวรอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ใส่ใจกับรถที่วิ่งเข้ามาถึงข้างในสักเท่าไหร่ อาจเพราะในทีวีกำลังฉายฟุตบอลคู่ชิงชนะเลิศอยู่ก็เป็นได้

               หลังจากจอดไว้ข้างหลังตึกของสถานีแล้วเขาก็เดินวนอยู่อีกรอบหนึ่งเพื่อสำรวจว่ารอบๆนั้นมีใครอยู่อีกหรือเปล่า

               เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้นอีกนอกจากเขา เขาก็กดโทรศัพท์เพื่อต่อสายไปหา เชอร์รี่

               เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังบอกว่าต่อสายปลายทางได้แล้ว แต่กลับไม่มีการตอบรับแต่อย่างใด สายนั้นถูกตัดไปเสียดื้อๆ เหลือเพียงความเงียบของยามค่ำคืนและเสียงแมลงกลางคืนที่ชวนให้ใจหาย

               สิ้นเสียงโทรศัพท์ได้ไม่นานก็มีรถคันหนึ่งวนเข้ามาเทียบใกล้ๆกับที่กานต์ยืนอยู่ เขาเอื้อมมือไปเปิดด้วยความรวดเร็วพร้อมทั้งรีบพาตัวเองเข้าไปนั่งอยู่ในนั้นอย่างไม่รอช้า

               ในรถยนต์ส่วนตัวที่ดูไม่แตกต่างจากรถทั่วๆไปตามท้องถนน ข้างในนั้นถูกตกแต่งไว้อย่างสวยงามผิดประเภท

               ที่ด้านหน้ามีเบาะคนขับและพวกมาลัยเหมือนอย่างรถทั่วๆไปจริง แต่ด้านหลังเบาะคนขับนั้นถูกติดตั้งไว้ด้วยกระจกสีดำสนิทดูดซับเสียงได้อย่างดีโดยไม่มีเล็ดลอด

               ในห้องกระจกของรถยนต์คันนี้มีเขา และชายร่างใหญ่อีกคนนั่งอยู่ตรงข้ามห่างกันเพียงเอื้อมแขนถึง

               คนผู้น้อยนั่งหลังตรงจัดท่าให้เหมาะสมสองมือวางลงที่เข่าอย่างมีมารยาทในขณะที่อีกคนหนึ่งนั่งทอดอารมณ์หลังพิงเบาะเท้าแขนอย่างไม่ยี่หระ

               เครื่องแบบที่สวมใส่ตอนนี้หลุดลุ่ยไม่เหลือความเรียบร้อยตามระเบียบ จะบั้งจะดาวอะไรในเวลานี้ไม่ต่างจากของหนักๆที่มีไว้ประดับบารมีเท่านั้น

               แม้ว่าจะอายุมากแล้วแต่คนตรงหน้ายังดูแข็งแรงและเปล่งปลั่งไม่ต่างจากคนหนุ่มอย่างผู้น้อยตรงหน้า

               เทวกานต์เผลอไปนึกเทียบกับดาบหวังที่เพิ่งได้พบกันในช่วงเช้า ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนตรงหน้านี้มีอายุมากกว่านายดาบคนนั้นขนาดไหน แต่ทำไมสภาพภายนอกจึงได้แตกต่างกันถึงเพียงนี้

ยิ้มอะไรเล่า สารวัตร หน้าผมมันมีอะไรตลกนักหรือ

               เสียงทุ่มใหญ่ที่มักจะได้ยิ่งผ่านโทรศัพท์ทักทายเพื่อทำลายความเงียบ แทนการทักทาย

เปล่าครับท่าน ผู้น้อยตอบอย่างสบายอารมณ์แสดงถึงความสนิทสนมที่มีอยู่พอสมควรกับคนตรงหน้า

เอาเถอะ หัวเราะบ้างก็ดี เพราะหลังจากนี้คุณอาจหัวเราะไม่ออกไปอีกพักใหญ่

               ชายร่างใหญ่ตรงหน้ายื่นแก้วเหล้าให้ก่อนจะทำท่าพยักพเยิดเป็นเชิงยัดเยียดให้รับไปดื่ม

               แก้วเหล้าราคาแพงสองแก้วกระทบกันส่งเสียงใสกังวานไปทั่วทั้งห้องกระจกในรถยนต์ที่เคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ ทั้งสองคนจ้องหน้ากันผ่านความเงียบ เพราะรู้ดีว่าการที่ทั้งสองคนได้พบกันนั้นคือเวลาที่เกิดเรื่องเลวร้ายมากกว่าเหตุการณ์ทั่วๆไป

               ‘ท่านคำที่กานต์ใช้เรียกคนตรงหน้านั้นมาจากตำแหน่งที่ใหญ่โตกว่าเขามาก และอีกนัยหนึ่งนั่นคือความเคารพต่อรุ่นพี่ในวงการที่เขานับถืออย่างมากคนหนึ่ง

คุณคิดว่ายังไง คดีนี้ มันมีอะไรแปลกๆไหม ชายร่างใหญ่ถามความเห็น

หลายจุดเลยครับ ทั้งที่เกิดเหตุ ทั้งสภาพศพ มันบอกไม่ได้เลยว่าผู้ลงมือมีแรงจูงใจอะไร ถ้าจะบอกว่าเกิดจากความแค้นส่วนตัวก็ดูจะมากเรื่องเกินไปสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น และแน่นอนว่าไม่ใช่การปล้น เพราะไม่มีทรัพย์สินหายไปเลยสักชิ้น

               ทั้งสองคนปรึกษาหารือกันถึงสิ่งผิดธรรมชาติที่เกิดขึ้น และมันก็ไม่มีคำตอบใดที่เรียกได้ว่า ถูกต้อง ในเวลานี้ การจะคาดเดาความคิดของผู้ก่อเหตุนั้นยากยิ่ง ไม่ใช่เพราะหลักฐานไม่เพียงพอ แต่จิตใจของคนที่หลุดกรอบแห่งสามัญสำนึกจนกล้าที่จะพรากอีกชีวิตหนึ่งไปนั้น มันเกินจะหยั่ง

กานต์ จริงๆแล้วคดีนี้มันไม่ใช่คดีแรกหรอกนะ

               เพียงประโยคเดียวที่ขัดขึ้นมาระหว่างการรายงานของสารวัตรหนุ่มก็หยุดให้ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบในได้ในทันที ท่านว่ายังไงนะครับ

               แม้ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนนัก แต่ทุกคนที่มีส่วนรับผิดชอบในคดีนี้เชื่อว่านี่ไม่ใช่คดีแรก และมันก็จะไม่ใช่คดีสุดท้าย นี่คือฆาตกรรมต่อเนื่องที่มีการวางแผนล่วงหน้ามาอย่างดี

               และมีความเป็นไปได้สูงมากที่เรื่องนี้จะมี องค์กร หรือ กลุ่มคน อยู่เบื้องหลัง ไม่น่าจะสามารถลงมือได้ด้วยตัวคนเดียว

               กานต์แปลกใจแต่ก็ยังไม่ใช่จังหวะที่จะถามออกไป ต้องปล่อยให้ผู้ที่รู้มากกว่าเล่าใจความให้จบลงเสียก่อน จากนั้นจึงคิดตาม และซักถามเพื่อช่องว่างที่หายไป

               ก่อนหน้านี้มีคดีที่ใกล้เคียงกันเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนจะเกิดคดีนี้ ผู้ตายทั้งสองไม่มีความเกี่ยวโยงกันทั้งสายเลือด อาชีพ และแวดล้อมอื่นๆ ที่สำคัญทั้งสองคนอยู่กันคนละจังหวัดที่มีความห่างไกลกันอย่างมาก

               แต่จุดร่วมเดียวที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนลงความเห็นว่าทั้งสองคดีนี้มีความเกี่ยวข้องกันคือ สภาพศพ

               ศพทั้งสองถูกเย็บปิดตาปิดปากเหมือนกันทุกประการ และแน่นอนว่าที่ตรงกลางหน้าผากนั้นถูกคว้านออกไปเช่นเดียวกัน

               แม้จะมีความต่างในสภาพแวดล้อมอยู่บ้างแต่นั่นก็ยังไม่ทำให้มันเป็นเหตุผลให้คิดว่าสองคดีนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกัน

               ทั้งสองคดีเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่มีผู้คนสัญจร ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ ไม่มีร่องรอย ไม่มีคนแปลกหน้า ไม่มีความผิดปกติใดๆเกิดขึ้นในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง จนถึงเวลาที่มีคนมาพบศพ

ผมจนปัญญาจริงๆครั้งนี้ ผมถึงคิดถึงคุณ

               เขากระดกแก้วเหล้าในมืออีกครั้งก่อนจะถอนหายใจออกมาคำโต ก่อนจะกลับมานั่งจ้องหน้าตำรวจผู้น้อยตรงหน้าอย่างคาดหวังและกดดัน

คุณเป็นคนเดียวที่ผมเชื่อว่าจะปิดคดีนี้ได้

               สิ้นสุดประโยคนั้นรถก็จอดเป็นสัญญาณบอกว่าถึงที่หมายและการสนทนานี้ต้องจบลงเช่นกัน

คุณคงไม่ลืมใช่ไหมว่าคุณเป็นใคร ชายร่างใหญ่กดเสียงให้ต่ำลงกว่าปกติเพื่อแสดงถึงความหนักแน่นในถ้อยความ

ไม่ลืมครับ กานต์รู้สึกประหม่าเพราะนี่เป็นครั้งที่สองที่เขาถูกถามอย่างนี้

               สารวัตรหนุ่มก้าวเท้าลงจากรถมายืนอยู่ข้างๆพร้อมกับที่คนข้างในลดกระจกลงตามมาส่งของบางอย่างให้

               กล่องกระดาษสีน้ำตาลในมือถูกผูกไว้ด้วยเชือกฟางอย่างง่ายๆดูไม่สะดุดตาอะไรถูกส่งผ่านมือหยาบกร้านนั้นมายังมือของเขาที่ยืนรออยู่นอกรถ

อ้อ อีกอย่าง เรื่องศพไม่ต้องห่วงนะ ผมจัดการให้แล้ว

               รถส่วนตัวคันนั้นขับออกไปจากพื้นที่โดยไม่รอคำตอบรับของคนที่ยืนอยู่ คำว่าจัดการให้แล้วนั่นหมายถึงอะไรกัน เขายังไม่แน่ใจ แต่สิ่งที่เขารู้สึกอยู่ในใจตอนนี้กลัวน่าเป็นกังวลมากกว่าหลายเท่า

               กล่องกระดาษธรรมดาๆในมือเขาไม่มีทางเป็นของธรรมดาเหมือนกับหีบห่ออย่างแน่นอน แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องนิ่งเงียบอยู่ตรงนั้นอีกครู่หนึ่งคือคำถามของผู้บังคับบัญชาเมื่อสักครู่

               เทวกานต์ไม่เคยลืมว่าเขายืนอยู่ตรงไหนด้วยตำแหน่งอะไร แม้ว่าคนอื่นๆจะรู้จักเขาในนาม สารวัตรเทวกานต์ แต่นั่นก็ไม่ใช่ตำแหน่งที่แท้จริงของเขา

               มีคนเพียงหยิบมือเท่านั้นที่รู้ว่าเขาดำรงตำแหน่ง หน่วยสืบสวนพิเศษขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการสูงสุดโดยไม่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานใด สิ่งที่ทำให้เขาจดจำมันได้อย่างดีไม่ใช่เพราะสิทธิ์พิเศษและตำแหน่งพิเศษแต่อย่างใด

               แต่มันเป็นภาระหน้าที่ที่เขาแบกไว้ งานสกปรก งานสืบสวนที่ห้ามแพร่งพรายต่อบุคคลทั้งภายนอกและภายในอยู่ในมือเขา และนั่นหมายความถึงความลับที่ไม่อาจเปิดเผย

               หากเกิดความผิดพลาด เขาแค่จะต้องหายไป กลายเป็นคนที่ไม่เคยมีประวัติอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ ไม่เหลือแม้แต่ในทะเบียนราษฎ์ หรือที่ใดๆบนโลกนี้อีก

               ‘คุณจะตายไปอย่างเงียบๆโดยไม่มีใครรู้ นั่นคือคำขู่และคำสัญญาที่เขาได้รับในวันที่ตัดสินใจรับตำแหน่งนี้ แม้แต่นนท์รุ่นน้องคนสนิทของเขาก็ไม่มีทางที่จะรับรู้เรื่องนี้ได้เช่นกัน

               กานต์กลับขึ้นมาบนรถของตัวเองโยนเอากล่องกระดาษไว้ตรงเบาะข้างคนขับ เขามองมันอย่างชั่งใจว่าจะเปิดมันดูเสียตอนนี้ดีหรือไม่แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอย่างนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว

เออ ว่าไงโทรมาทำไมเวลานี้ ตุลย์ ชื่อที่แสดงอยู่บนหน้าจอทำให้เขารู้ว่าใครโทรมาจากปลายสาย

รับสายกูให้มันดีๆหน่อยไม่ได้รึไงวะไอ้นี่ ปลายสายทำเสียงค่อนแคะ

โทษที กูเหนื่อยๆ ตกลงมีอะไร กานต์หลับตาใช้ปลายนิ้วนวดคลึงคลายความอ่อนล้า

เมื่อเช้ามึงไปเจอคดีอะไรมาล่ะ มาหากูที่ทำงานตอนนี้ได้ก็ดี

               กานต์สะดุ้งลุกขึ้นมานั่งตัวตรงในทันที นี่อาจหมายถึงการจัดการศพของท่านที่บอกกับเขา เพราะหากไม่ใช่คนคนนี้แล้วเขาก็ไม่เชื่อฝีมือใครในการชันสูตรพลิกศพอีก

               ด้วยความร้อนใจเขาพาตัวเองกลับออกมาที่เขตรังสิตในเวลาอันรวดเร็วเพื่อมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยใกล้ๆนั้นเพื่อไปฟังผลการชันสูตรจากปากของแพทย์ผู้ลงมีดมือหนึ่งของหน่วยงาน

               ในเวลานี้โรงพยาบาลมักจะเงียบต่างจากตอนกลางวัน ยิ่งเป็นส่วนที่อยู่แยกออกมาอย่างแผนกนี้ยิ่งเงียบเป็นป่าช้าเพราะป้ายที่ติดไว้อย่างใหญ่โตและชัดเจน

ห้องชันสูตร

               โรงพยาบาลไม่ใช่ที่ที่ใครก็อยากมา ไม่เว้นแม้แต่สารวัตรเทวกานต์ สำหรับคนอื่นๆอาจเพราะไม่อยากมาเจอคนเยอะ หรือความแออัด แต่สำหรับเขาต่อให้เป็นเวลาที่ไร้ผู้คนอย่างนี้ ที่นี่มันก็ยังไม่น่ารื่นรมย์สำหรับเขาเลยอยู่ดี

               โรงพยาบาลไม่ใช่แค่สถานที่เพื่อต่อชีวิตให้กับผู้ป่วย แต่มันคือสถานที่สำหรับวาระสุดท้ายของใครหลายๆคนเช่นกัน นั่นเป็นเหตุให้สถานที่แบบนี้เต็มไปด้วยวิญญาณหลงทางนับร้อยนับพัน ที่ไม่รู้ว่าเมื่อใดวงจรนี้จะสิ้นสุดลง

               เขาพยายามมองผ่านทุกอย่างให้เหมือนกับเป็นเพียงของตกแต่งตามโรงพยาบาลเท่านั้น แม้ว่าทั้งหมดนั้นจะเป็นเงาร่างของผู้ป่วยหลากหลายสภาพให้ดูหดหู่ใจ

               ที่ด้านหลังของตึกชั้นหนึ่งนั้นมีมุมสำหรับสูบบุหรี่อยู่ และนี่ก็เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจเดียวของ นายแพทย์ ตุลยภัทร กรมกร ศัลยแพทย์ที่เปลี่ยนตัวเองจากการผ่าคนเป็นมาเป็นการผ่าคนตาย

มาเร็วดีนี่หว่า แสดงว่าเรื่องใหญ่

               เพื่อนสนิทที่คบหากันมานานไม่จำเป็นต้องทักทายอย่างเป็นพิธีรีตอง ทั้งสองคนคุยกันเรื่อยเปื่อยได้สักครู่เดียวก็ต้องวกมาเข้าเรื่องที่เป็นปัญหาอยู่

               ตุลย์เดินนำกานต์เข้ามาในส่วนในสุดของแผนกซึ่งตอนนี้มีเจ้าหน้าที่เวรอยู่แค่ไม่กี่คน ปกติแล้วสถานที่นี้ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด แต่ถ้าหัวหน้าแผนกพามาด้วยตัวเองอย่างนี้ ก็ไม่มีใครสนใจอะไรอีก

               เมื่อเปิดประตูบานพับใหญ่เข้าไปข้างในจะเป็นห้องปลอดเชื้อที่ทุกคนจะต้องเปลี่ยนเป็นชุดที่ใช้เฉพาะภายในเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยต่อพยานหลักฐานทั้งหมด

               ผ่านส่วนแรกเข้ามาจะมีประตูอีกชั้นเพื่อแบ่งแยกส่วนในของห้องชันสูตร ภายในนั้นมีเครื่องมือทันสมัยที่จำเป็นหลายชิ้นแม้กระทั่งเครื่อง MRI ที่นำมาใช้ตรวจหาสิ่งแปลกปลอมในศพ

               ห้องทางขวาเป็นห้องโล่งๆไม่มีประตู เมื่อมองไปจะเห็นเตียงเหล็กเหมือนที่ใช้ทั่วไปในโรงพยาบาลซึ่งบนนั้นมีร่างไร้วิญญาณนอนนิ่งอยู่

               ที่หมายของทั้งสองคนคือห้องทางซ้ายที่มีประตูกั้นอยู่อีกหนึ่งบาน แม้ว่าตุลย์จะเอื้อมมือไปผลักอย่างไม่ลังเล แต่กานต์ต้องหยุดเท้าจังหวะหนึ่งเพื่อกลั้นใจเดินเข้าห้องที่เขาไม่อยากยุ่งเป็นที่สุด

               ในห้องสี่เหลี่ยมติดไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าด้วยวัตต์ที่สูงกว่าตามบ้านเรือนทั่วๆไป ในห้องนั้นไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากเตียงเหล็กที่วางเรียงรายอยู่ทั่วทุกมุมห้อง

               ที่ตรงกลางจะมีโต๊ะเหล็กใหญ่ๆวางตั้งอยู่พร้อมกับก๊อกน้ำที่เปิดไว้แทบจะตลอดเวลาเพื่อไล่กลิ่นและคราบเลือดที่เปรอะเปื้อนออกมาจากอวัยวะที่ถูกผ่า

               อากาศในห้องนั้นหากใครไม่เคยชินก็คงจะเป็นลมล้มไปได้ง่ายจากกลิ่นของอวัยวะและเครื่องในสดๆที่ถูกผ่าวางไว้เกลื่อนกลาดตามเตียงต่างๆ

               ห้องชันสูตรไม่ได้เหม็นกลิ่นฟอร์มาลีนอย่างที่ใครๆคิดกัน เพราะการฉีดฟอร์มาลีนอาจทำให้สารพิษและหลักฐานบางอย่างในศพถูกเปลี่ยนรูปไปจากปฏิกิริยาเคมี การชันสูตรจึงต้องทำในตอนที่ยังสดใหม่ และไม่มีสิ่งแปลกปลอม

               กลิ่นนั้นคล้ายกับกลิ่นคาวตามเขียงหมูแต่แย่กว่ามาก กลิ่นของเสียในกระเพาะอาหารเหม็นเน่ายิ่งกว่ากลิ่นน้ำเน่าตามสลัมในย่านชุมชนแออัด และบางศพที่เริ่มเน่ากลิ่นจะรุนแรงกว่าศพหมาข้างถนนที่ถูกรถชนตายอีกหลายเท่าเช่นกัน

               กานต์มองไปรอบๆก็รู้สึกปวดตุบขึ้นที่ขมับทั้งสองข้างจนเกือบเซไปทางหนึ่ง มันไม่ใช่เพราะกลิ่น แต่เป็นความรู้สึกมากมายที่ถาโถมเข้ามาหาเขาเหมือนกับคลื่นลูกใหญ่

               การตายผิดธรรมชาติเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น อุบัติเหตุ ฆาตกรรม หรือฆ่าตัวตาย และแน่นอนว่าวิญญาณเหล่านั้นไม่มีทางไปไหนได้นอกจากวนเวียนอยู่ใกล้ๆกับซากของตัวเอง

               ภาพเงาร่างของศพที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงเหล็กนั้นซ้อนทับกับภาพของคนที่หน้าตาเหมือนกันทุกประการยืนมองตัวเองอยู่ที่ข้างเตียงแทบจะทุกเตียง

เฮ้ย ตั้งสติหน่อย ตุลย์เรียกเพื่อนรักให้กลับมาได้สติ เพราะเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่รู้ว่า กานต์เห็นอะไร

               ที่มุมห้องนั้นมีศพที่เขาเพิ่งได้เจอในตอนเช้านอนอยู่ ทั้งสองคนเดินเข้าไปใกล้เพื่อตรวจสอบสภาพศพ แม้ว่าศพตรงหน้าจะยังไม่ถูกแตะต้องแต่เตียงข้างๆนั้นเรียบร้อยไปแล้ว

               ศพที่ถูกชันสูตรจะถูกผ่าเปิดกะโหลกเพื่อนำสมองออกและพับหนังส่วนหน้าผากลงมาปิดช่วงตาทั้งสองข้างเหมือนกับตุ๊กตา บริเวณหน้าอกจะถูกผ่าเป็นเป็นรูปตัว T หรือ Y จากนั้นตัดเลาะซี่โครงออก

               อวัยวะภายในจะถูกนำออกมาผ่าพิสูจน์เพื่อหาความผิดปกติ ระหว่างนั้นศพจะถูกวางไว้ในสภาพนั้น ถ้าคนไม่เคยเห็นคงเป็นเรื่องยากที่จะคุมสติให้อยู่ครบทุกประการ

               ส่วนโต๊ะเหล็กตรงกลางนั้นมีไว้ทำหน้าที่เสมือนเขียงขนาดใหญ่ เพื่อใช้ผ่าพิสูจน์อวัยวะ และถ่ายรูปไว้เพื่อประกอบการรายงาน

มึงยังไม่ได้ผ่าหรอวะ กานต์เป็นฝ่ายถามก่อน

เออสิ พอศพมาถึงมือกูก็รีบโทรหามึงเลย ทำได้แค่อาบน้ำก่อนจะผ่า

               ทั้งสองคนยืนมองสภาพศพที่น่าเวทนาตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แพทย์ผู้ลงมีดอย่างตุลย์ควรจะเป็นคนที่ชินชากับร่างกายมนุษย์ที่สุด แต่เขากลับเป็นคนที่สงสารศพพวกนี้ที่สุดแทน

แล้วมึงให้กูมาดูอะไรวะ กานต์ไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่เรียกเขามา เพราะเขาคิดว่าตุลย์คงจะมีรายงานมาให้เขาดูมากกว่าการให้มาช่วยผ่าชันสูตรในเวลานี้

ตอนแรกก็ว่าจะผ่าเสร็จแล้วค่อยเรียกมึงมา แต่กูไปเจออะไรแปลกๆเข้า

               ตุลย์เอื้อมมือไปจับที่ศพแล้วออกแรงพลิกให้ร่างไร้วิญญาณตรงหน้ากลับมาอยู่ในท่านอนคว่ำ

               เมื่อศพถูกกลับข้างแล้วกานต์ก็ได้เห็นสิ่งผิดปกติที่ว่า เขาจำได้ดีว่าในครั้งแรกที่เห็นศพมันไม่มีร่องรอยประหลาดพวกนี้

               ที่แผ่นหลังของศพปรากฏรอยเล็กๆขึ้นอยู่ทั้วทั้งแผ่นหลัง รอยนูนเล็กๆแดงๆมีหยดดำๆคล้ายหมึกฝังอยู่ข้างใน แต่ร่องรอยที่ไร้ระเบียบและไม่เป็นรูปเป็นร่างนั้นยากจะบอกว่ามันคืออะไร

พวกสักน้ำมันหรือเปล่า กานต์ออกความเห็น

กูก็คิดอย่างนั้น ถ้ามันไม่ได้เพิ่งขึ้นมาเมื่อกี้นี้ ตุลย์ขมวดคิ้วอย่างหนักใจ

เมื่อกี้?

ใช่ ตอนแรกมันไม่มีตอนกูอาบน้ำก็ไม่มี แต่หลังจากเด็กมันมาไหว้ก็มีรอยแปลกๆนี่ขึ้นมา

               ตุลย์อธิบายให้ฟังเพิ่มเติมว่าในครั้งที่ศพถูกส่งเข้ามา เขาเป็นคนรับเองกับมือ เป็นคนตรวจเช็คสภาพเทียบกับรายงานก่อนจะอาบน้ำทำความสะอาดเตรียมความพร้อม

               พอดีกับที่ผู้ช่วยเข้ามาเห็น ทันทีที่เห็นผู้ช่วยก็ตกใจอย่างมากจนร้องเสียงหลงแล้วบอกว่ามันคือ พิธีกรรมอะไรสักอย่างแน่ๆ ถ้าเก็บไว้อย่างนี้จะเฮี้ยนมากต้องหาวิธีแก้

               หลังจากพูดอย่างนั้นผู้ช่วยก็ลนลานวิ่งออกจากห้องหายไปสักสิบนาทีก็กลับมาพร้อมพวงมาลัยพวงใหญ่

               ตุลย์บุ้ยปากชี้ไปทางหิ้งพระที่ถูกตั้งเอาไว้ตรงขอบบนริมกำแพงห้อง ที่ตรงนั้นไม่ได้ประดิษฐานพระพุทธรูป แต่เป็นรูปเสมือนของยมบาลใบหน้าสีแดงก่ำมีเขาและหัวกะโหลกห้อยเป็นสร้อยคอ

ผีมันกลัวยมบาล เด็กว่าอย่างนั้น

               ตุลย์พูดเสียงเรียบๆไม่มีร่องรอยของการเยาะเย้ยเรื่องราวเหลวไหลที่วิทยาศาสตร์ ยังหาคำตอบไม่ได้

               หลังจากที่ผู้ช่วยคนนั้นเอาพวงมาลัยไปถวายสักการะก่อนท่องบทบูชาเสียยกใหญ่แล้วก็นั่นแหละ หลังจากไหว้เสร็จรอยแดงๆพวกนี้ก็โผล่ขึ้นมาให้คนทั้งสองได้เห็น

               จะว่าบังเอิญหรือก็คงจะเกินไปหน่อย จะว่าตัวเองตรวจสอบไม่ดีก็คงจะไม่ใช่เพราะเอารูปถ่ายก่อนหน้ามาเทียบแล้วมันก็ไม่มีรอยพวกนี้อยู่จริงๆ

               ทั้งสองคนไม่มีคำตอบนอกจากความเงียบ เมื่อเป็นอย่างนั้นตุลย์จึงตัดสินใจที่จะ ลงมีด เพื่อค้นหาความจริงนั้น

มึงอยู่ดูตรงนี้ก็ได้ เผื่อเกิดอะไรบ้าๆขึ้นมาอีก


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
IS US
2018-12-04 10:05:18

ขอบคุณมากๆค่ะ จะรอติดตจะรอติดตามตอนต่อไป #ปูเสื่อรอ

#1

Opor Chaiyawan
2018-12-04 15:00:42

เรื่องน่าอ่านมากๆครับ ติดตามครับ

#2

Kittima Chandenduang
2018-12-04 23:12:50

สนุกมากค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ

#3

Fern Lida
2018-12-07 13:44:42

สนุกมากเลยค่ะ

#4

หมูอ้วน
2018-12-07 18:00:48

#สนุกมากกกกก

#5

Yok Maneerat
2018-12-24 14:50:14

น่าติดตามมากกกก

#6

Tanapa Chomduang
2018-12-28 21:47:42

สนุกมากๆค่ะ

#7

Pannaton Aonkaew
2018-12-31 10:22:53

นึกภาพตามนี่โคตรสยองเลย

#8

Nilubon
2018-12-31 14:39:35

สนุกค่ะ เชื่อมั่นในชื่อลอยชายสุดๆ

#9

Pungzz Homzz
2019-02-02 15:10:04

สนุกมาก น่าติดตามค่ะ

#10