อัปเดตล่าสุด 2018-12-10 10:28:43

ตอนที่ 3 สิ่งที่ขาดไป

               หลังจากแยกกับสารวัตรเทวกานต์ นนท์ยังไม่ยอมกลับเข้าที่พักแต่เดินเตร็ดเตร่อยู่แถวๆนั้นเพื่อหาอะไรดับความหิว

               นอกจากเรื่องกินแล้วยังมีอีกหลายเรื่องที่กำลังกวนใจของเขาอยู่ หนึ่งในนั้นคือเรื่องคดีที่ผิดแปลกไปจากสามัญสำนึกและความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาตลอดชีวิตของเขา

               แต่อีกเรื่องที่เขารู้สึกคาใจไม่แพ้กันคือ ทำไมพี่กานต์ถึงไม่เอาเราไปด้วย

               โดยปกติแล้วเทวกานต์มักจะหนีบเขาไว้กับตัวไม่ให้ห่างไปไหนด้วยเหตุผลที่เคยคุยกันไว้นานมากแล้วว่า เขาต้องการจะสอนนนท์เพื่อให้มาแทนที่เขาในสักวันหนึ่ง

               ตัวเขาเองรู้สึกเป็นเกียรติที่ถูกคาดหวังเอาไว้สูงแม้ว่ามันอาจจะเป็นเพียงคำกล่าวเพื่อต้อนรับน้องใหม่ที่เข้ามาประจำการในวันแรก เพราะหลังจากวันนั้นเขาก็ไม่เคยได้ยินคำนี้จากปากของเทวกานต์อีกเลย

               แม้ไม่พูดแต่เขาก็ได้เรียนรู้มามากจริงๆจากรุ่นพี่คนนี้ แต่ก็มีหลายครั้งที่เขามักจะหายไปเฉยๆถึงขนาดว่าถามซ้ำอีกหลายรอบก็จะไม่ตอบให้กระจ่างชัด ครั้งนี้ก็เช่นกัน

               เทวกานต์ส่งเขาลงตรงนี้แล้วก็รีบร้อนขับรถออกไปในทันที การทำงานร่วมกันมาระยะหนึ่ง ความสนิทสนมคุ้นเคยทำให้นนท์พอจะสังเกตได้จากอาการและท่าทางของกานต์ได้ว่า มันน่าจะเป็นเรื่องงาน และคงจะเคร่งเครียดพอสมควร

               ระหว่างนั่งรออาหารตามสั่งมาเสิร์ฟเขาก็ง่วงอยู่กับสมุดจดเล่มเล็กๆในมือ ตัวหนังสือทั้งหมดถูกเขียนไว้อย่างลวกๆพอเป็นคำให้อ่านได้

               เนื้อหาข้างในนั้นไม่ได้เรียงร้อยเป็นถ้อยความอย่างสวยงาม มันเป็นคำสั้นๆหลายๆคำปะติดปะต่อกัน บางคำถูกวงไว้ด้วยวงกลมลากเข้าไปหาอีกวงหนึ่ง

               ทั้งหมดนั้นคือคำให้การจากปากพยานและสิ่งที่เจ้าตัวเก็บข้อมูลมาได้จากที่เกิดเหตุ จิ๊กซอว์แต่ละตัวล้วนมีความหมาย นั่นคือสิ่งที่เทวกานต์บอกกับเขา ต่อให้มันเล็กแค่ไหน จงอย่ามองข้ามโดยเด็ดขาด

               หน้ากระดาษถูกขีดเขียนด้วยดินสอแล้วลบอยู่หลายครั้งเพื่อทบทวนความคิดและทดสอบสมมติฐานมาเป็นไปได้ อะไรไม่ใช่ตัดออก อะไรที่มีความเป็นไปได้น่าเชื่อถือเขาจะเขียนย้ำด้วยปากกาแทน

               ข้าวผัดกะเพราในวันนี้ไม่อร่อยอย่างทุกทีแน่นอนว่ามันไม่ได้เกิดจากฝีมือของคนผัด แต่เป็นเขาเองที่เอาแต่คิดทบทวนนึกเอาภาพที่เกิดเหตุและสภาพศพนั้นอยู่ในหัวตลอดเวลา

               ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้พบเจอกับศพซึ่งๆหน้าอย่างนี้ แต่ครั้งนี้มันให้ความรู้สึกที่ผิดแปลกออกไป เรื่องนี้มีบางอย่างซ่อนอยู่

นี่มันพิธีกรรม นี่มันคุณไสย

               เสียงโวยวายของพยานปากแรกดังก้องอยู่ในหัวของเขา แม้ว่านนท์จะพยายามบอกกับตัวเองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ คุณสงคุณไสยอะไร นี่มันพ.ศ.ไหนแล้ว งมงายชัดๆ

               พอคิดได้อย่างนั้นการที่จะสืบเอาความต่อก็ตกไป นนท์หันกลับมามองหาเหตุจูงในอีกครั้ง แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนอกจากการงมเข็มในมหาสมุทร ไม่มีผู้ก่อเหตุ ไม่มีผู้พบเห็น ไม่มีหลักฐาน คนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นคือศพที่นอนอยู่ตรงนั้น

เราไม่เชื่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่เชื่อนี่หว่า

               ข้อดีของตำรวจหนุ่มไฟแรงคนนี้คือความคิดที่ยืดหยุ่นและรอบคอบมากกว่าคนทั่วๆไป แต่ข้อดีตรงนี้กลับไม่ถูกแสดงออกมาอยู่หลายครั้งเพราะความหัวแข็งที่มักจะเชื่อในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลจับต้องได้ของเขา อะไรที่นอกกรอบเหล่านี้ก็มักจะตกไปแม้ว่ามันจะผุดขึ้นมาในความคิดหลายครั้งก็ตาม

               โชคดีที่ครั้งนี้ไม่เป็นอย่างนั้น นนท์ตัดสินใจมองให้กว้างกว่าทุกๆครั้ง ทิ้งกรอบ ทิ้งแนวคิด ทิ้งเหตุและผล เพื่อจำลองความคิดของผู้ก่อเหตุ จำลองความต้องการ ความเชื่อ และแรงจูงใจเหล่านั้นให้ออกมาเป็นรูปธรรม

               หากผู้ก่อเหตุหรือฆาตกรเชื่อจริงๆว่า คุณไสยมีจริงหากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นทำมาเพื่อประกอบพิธีกรรมอะไรบางอย่างตามความเชื่อของใครสักคน หากมันเป็นอย่างนั้นจริงลักษณะของศพที่ผิดธรรมชาตินั้นก็พอที่จะอธิบายได้

               นนท์รีบจดสมมติฐานใหม่ของตัวเองลงบนหน้ากระดาษ เมื่อลองวิเคราะห์เหตุการณ์ตามแนวทางนี้แล้วทุกๆอย่างก็ดูจะเข้าเค้ามากขึ้น

               แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น แม้จะรู้สาเหตุแต่ก็ไม่มีวี่แววว่าจะสาวไปถึงต้นตอได้อย่างไรหากไม่เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

               เขาใช้เวลาเขี่ยข้าวในจานต่ออีกพักใหญ่ๆจนเจ้าของร้านเริ่มจะหันมามองเป็นระยะๆแล้วหากไม่ติดว่าเขาใส่เสื้อซับในของตำรวจอยู่

               นนท์ไม่มีวี่แววจะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลยสักนิด เขาถามตัวเองว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป จนสุดท้ายเขาก็ได้คำตอบที่เขาต้องการ

               เขาไม่รู้ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีคนที่รู้ และคนที่เขาคาดไว้ว่าน่าจะมีความรู้ด้านนี้อยู่พอสมควรก็เป็นคนใกล้ตัวของเขาเสียด้วย เมื่อคิดได้อย่างนั้นก็รีบกวาดข้าวที่เหลือในจานใส่ปากอย่างไม่ลิ้มรสใดๆต่อไปอีก

               สมุดจดเล่มเล็กถูกเก็บยัดใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงอย่างลวกๆ เพราะตอนนี้เขามีเป้าหมายที่สำคัญกว่าแล้ว หลังจากจ่ายค่าอาหารเสร็จก็รีบเร่งฝีเท้าออกมาจากตรงนั้นทันที จนเจ้าของร้านต้องตะโกนไล่หลังมา

คุณ คุณ เงินทอน

ทิปครับ ผมรีบ

จะรีบอะไรนักหนา ดูซิแฟนเดินตามไม่ทันแล้วนั่น

               นนท์ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่ามีใครบางคนตามเขามาได้สักพักหนึ่งแล้ว คนที่สังเกตเห็นหญิงสาวคนนั้นมีเพียงเจ้าของร้านค้าเท่านั้น และเจ้าของร้านเองก็ไม่รู้ตัวเลยว่า นนท์มาคนเดียว

               นนท์เลือกนั่งแท็กซี่ต่อไปอีกหน่อยเพราะอยากไปถึงที่พักให้เร็วที่สุด บรรยากาศในรถนั้นเงียบสงัดมีเพียงเสียงแอร์ที่ดังเป็นเพื่อนคนขับที่ตอนนี้เกร็งไปหมดทั้งมือและเท้า

               นอกจากตำรวจหนุ่มร่างบางคนนี้แล้ว ที่เบาะข้างๆห่างไปประมาณคืบมือหนึ่งมีร่างของหญิงสาวที่ไม่ควรจะมีนั่งอยู่

               เธอนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างสงบเสงี่ยม สายตาของเธอไร้แววมีเพียงสีขาวขุ่นและสีดำสกปรกของเศษโคลนเท่านั้น เธอหันข้างมองไปยังนนท์ไม่วางตา เนื้อตัวของเธอสกปรกซอมซ่อ ที่สำคัญคือเธอเปียกไปทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกาย

               คนขับแท็กซี่พยายามมองออกไปยังกระจกบานหน้าของรถไม่มองกระจกหลังเลยสักนิด แม้ว่าจุดหมายปลายทางที่ต้องไปส่งลูกค้าจะไม่ได้ไกลมากนัก แต่เขาก็รู้สึกว่ามันนานเหลือเกิน ราวกับเวลาได้หยุดเดินลงไปดื้อๆ

               กลิ่นอับชื้น กลิ่นโคลนคลุ้งอยู่ภายในห้องโดยสารของรถแท็กซี่ กลิ่นนั้นแรงจนคนขับอยากจะอ้วกเสียให้ได้ ไม่เว้นแม้แต่นนท์

ล้างรถบ้างนะพี่กลิ่นอย่างนี้ลูกค้าหายหมด

               นนท์พูดประชดพร้อมทำหน้ายู่ๆแล้วลดกระจกด้านที่ตนนั่งอยู่ให้ต่ำลงเพื่อรับอากาศภายนอกที่ถึงจะมีกลิ่นควันก็ยังพอรับได้มากกว่ากลิ่นอับในรถคันนี้

               คนขับไม่ตอบโต้อะไรกลับมา เพียงแต่พยายามตั้งสมาธิเหยียบคันเร่งให้ถึงที่หมายโดยเร็วที่สุด

               ค่าโดยสารยังไม่เกินร้อยบาทแต่นนท์ก็ให้แบงค์ร้อยไปโดยไม่รอเงินทอน เขารีบเดินกึ่งวิ่งขึ้นบันไดหอพักไปในทันทีที่ลงจากรถ

โอย หลวงพ่อช่วยลูกด้วย ลูกกลัวแล้ว

               เจ้าของรถยังไม่กล้าขับรถออกไปไหนเพราะมือเท้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อและหัวใจที่เต้นเร็วจนแทบจะหยุดเต้น เขาหยิบเอาพระที่ห้อยอยู่ในเสื้อขึ้นมากำไว้ในมือแล้วจรดหัวขอให้บารมีของท่านช่วยคุ้มครองให้เขาไม่ต้องมาพบเจอกับเรื่องแบบนี้อีก

               ทันทีที่นนท์เข้ามาในห้องได้ก็รีบเปิดแฟ้มที่เก็บเอาไว้อย่างดีในลิ้นชักออกมาดู ข้างในนั้นมีรูปและประวัติของคนหลายคน นนท์เปิดไปจนเจอคนที่เขาตามหา

               โทรศัพท์ในมือถูกต่อสายไปยังหมายเลขที่ต้องการ เขาโทรอยู่หลายครั้งก็ไม่มีวี่แววว่าปลายสายจะรับรู้ถึงความรีบร้อนของเขาเลยสักนิด

               แฟ้มนี้คือรายชื่อของคนในสังกัดภายใต้คำสั่งของสารวัตรเทวกานต์ นนท์ได้รับรายชื่อนี้มาในช่วงแรกๆของการเข้าประจำการ บางคนคุ้นหน้าแต่ก็มีหลายๆคนที่ไม่ค่อยจะได้พบเจอมากนัก เนื่องด้วยหน้าที่รับผิดชอบที่ต่างกัน

               หลังจากไม่มีใครตอบรับสายของเขา นนท์จึงโยนโทรศัพท์ไว้บนเตียงแล้วเข้าไปอาบน้ำชำระล้างความเหนื่อยล้าและความหงุดหงิดที่กรุ่นอยู่ในหัวให้เย็นลง

ก๊อก...

               เสียงเคาะประตูดังแว่วเข้ามาในห้องน้ำที่เขากำลังอาบน้ำอยู่ พอนนท์เงี่ยหูฟังเสียงนั้นก็เงียบไป เขาจึงคิดว่าเป็นเสียงที่ดังมาจากห้องอื่น

ก๊อก...

               เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เขาแน่ใจว่าเป็นห้องของตัวเอง นนท์ปิดฝักบัวเพื่อตั้งใจฟังเสียงนั้นอีกครั้ง

ก๊อก....

               คราวนี้ชัดเจนแล้วว่ามีคนมาหาเขาจริงๆ ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นใครไปได้นอกจากเทวกานต์ เพราะคนที่รู้ที่อยู่ของเขาก็มีไม่มากนัก

               นนท์หยิบเอาผ้าเช็ดตัวมาพันไว้แล้วเดินออกมาทั้งๆที่ยังเปียกคิดว่าจะเปิดรับคนที่รออยู่เข้ามาก่อนแล้วจะเข้าไปอาบน้ำต่อ

ก๊อก...

               เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับจังหวะที่มือของเขากำอยู่ที่ลูกบิดประตูเตรียมจะเปิด เขาเลยส่งเสียงบอกคนข้างนอกให้รับรู้ รู้แล้วๆ กำลังเปิดครับ

               ประตูไม้ของห้องพักถูกเปิดออกตามแรงดึงของนนท์ แต่สิ่งที่รอเขาอยู่กลับว่างเปล่า ทันทีที่ประตูแง้มเปิดเป็นช่องเล็กๆ ลมเย็นๆวูบหนึ่งก็ปะทะเข้าหน้าเขาจนต้องผงะถอยหลัง

               ที่ตรงนั้นไม่มีใครยืนอยู่ ไม่มีแม้แต่เพื่อนบ้านหรือคนทำความสะอาด ถึงนนท์จะไม่เชื่อเรื่องผีสางแต่เมื่อเจอกับเหตุการณ์ที่อธิบายไม่ได้อย่างนี้มันก็อดที่จะหวั่นใจไม่ได้

               นนท์รีบปิดประตูเข้ามาให้สนิทพร้อมกับยืนงงอยู่อย่างนั้น เขายังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป มันเป็นแค่ความบังเอิญ เขาฟังผิด หรือมีใครมาแกล้งเขากันแน่นะ

               ยังไม่ทันที่นนท์จะได้คิดอะไรออกก็มีเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มาตัดความสนใจของเขาไปดื้อๆ ด้วยความตกใจเขาจึงหลุดออกจากภวังค์ความคิดแล้วรีบรุดไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย

               นนท์หันหลังกลับไปที่เตียงแล้วคุยโทรศัพท์อยู่อีกนานสองนานโดยไม่ได้รู้เลยว่าเขาได้เปิดรับใครเข้ามาในห้อง และตอนนี้แขกคนนั้นก็ยืนมองเขาอยู่ที่หน้าประตูบานเดิม

.........................................................

               ในห้องเล็กๆของโรงพยาบาลตอนนี้ตุลย์และกานต์กำลังใจจดใจจ่อกับศพตรงหน้าที่กำลังจะบอกความจริงอะไรบางอย่างกับพวกเขา

               เทวกานต์เริ่มมึนหัวกับกลิ่นสาบกลิ่นคาวที่อวลอยู่ทั่วทั้งห้อง อีกทั้งวิญญาณหลายดวงที่ยืนจ้องเขาเป็นตาเดียวในห้องนี้อีก

               ตุลย์คือคนหนึ่งที่รู้ความลับนี้ของเขาเนื่องจากเป็นเพื่อนกันมานาน แม้สายอาชีพของเขาจะต่อต้านเรื่องพวกนี้ แต่จริงๆแล้วสายอาชีพอย่างพวกเขานี่แหละที่คลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มากที่สุด

               มีดคมกริบถูกกดและกรีดลงไปบนผิวหนังของวัตถุพยานตรงหน้าอย่างไม่มีการเบามือหรือระมัดระวังมากนัก

               น้ำหนักมือเพียงเล็กน้อยก็เพียงพอที่จะทำให้ผิวหน้าขาดออกจากกันกลายเป็นเลือดสีเข้มๆที่ไหลนองออกมาจากปากแผล

               การกรีดและการผ่านั้นจำเป็นจำต้องใช้ทักษะและความชำนาญอย่างสูง ยิ่งต้องเกี่ยวข้องกับคดีความด้วยและยิ่งต้องมีความรู้ที่มากกว่าหมอรักษาคนเป็นทั่วๆไป

               รอยกรีดนั้นจะมีรอยขวางหนึ่งรอยและรอยตรงหนึ่งรอยคล้ายรูปตัวที ผิวหนังของศพถูกแหวกออกด้วยมือและเครื่องผ่อนแรงไม่กี่อัน

               เมื่อไม่ต้องกลัวว่าเจ้าของร่างจะเจ็บความระมัดระวังจึงลดลงตามลำดับ

               เมื่อเปิดช่องอกได้เสร็จกระดูกซี่โครงจะถูกตัดและเลาะออกเพื่อเปิดช่องเข้าไปสู่อวัยวะภายใน

               มาถึงตรงนี้เทวกานต์เริ่มจะอดทนกับแรงกดดันของวิญญาณรอบข้างไม่ไหว จากที่ทั้งหมดเคยยืนอยู่กับที่และจดจ้องร่างไร้วิญญาณของตนเอง ตอนนี้พวกเขาเริ่มขยับเข้ามาใกล้สารวัตรหนุ่มคนนี้ขึ้นทุกที

กูขอตัวไปสูดอากาศก่อน

               หลังจากพูดจบไม่ต้องรอให้คนฟังตอบรับกลับมาเขาก็รีบเดินออกจากห้องผ่าไปในทันที

               พอเปิดประตูบานแรกได้เขาก็ต้องผงะและหลุดปากร้องด้วยความตกใจ เพราะที่ตรงหน้าของเขามีร่างของหญิงชราคนหนึ่งหลังค่อมยืนนิ่งเหม่อมองมายังเขา

               หลังของหญิงชราค่อมโค้งต่ำกว่าปกติ สองขางอเป็นสัญญาณของกระดูกและข้อต่อที่เริ่มเสื่อมสภาพ มือข้างหนึ่งไพล่หลังในขณะที่อีกข้างยืนออกมาข้างหน้าคล้ายจำคลำหาอะไรบางอย่าง

               สิ่งที่แสดงชัดว่าร่างตรงหน้าไม่ใช่มนุษย์ดวงตาที่ไม่มีทั้งตาดำและตาขาว มันกลวงโบ๋จนแทบจะมองเข้าไปข้างในได้ด้วยตาเปล่า ที่รูจมูกทั้งสองข้างถูกอุดเอาไว้ด้วยสำลีอย่างแน่นหนา

               กานต์ต้องตั้งสติและสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเบี่ยงตัวเดินอ้อมหญิงชราไปในระยะที่ห่างไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร

               เขาเดินออกมาสูดอากาศที่ลานจอดรถห่างจากตึกนั้นมาพอสมควรเพราะเพียงแค่การที่ออกมายืนให้พ้นประตูมันไม่ได้ช่วยอะไร ทั้งกลิ่นและความรู้สึกคลื่นไส้มันยังคงถาโถมมาที่ตัวเขาอยู่เรื่อยๆ

               เขาหยิบบุหรี่ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาจุดสูบเพื่อบรรเทาความตึงเครียดที่ได้รับ ระหว่างนั้นสมองของเขาก็กลับมาทำงานอีกครั้งจากฤทธิ์ของนิโคติน

               ตอนนี้ในหัวของเขาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับที่นนท์ทำ นี่คงเป็นเหตุผลหนึ่งที่กานต์เลือกจะสนับสนุนรุ่นน้องคนนี้ให้เติบใหญ่ในอนาคต

               บรรยากาศในคืนนั้นเงียบสนิทแม้ว่าจะเป็นเขตมหาวิทยาลัยแต่ตึกนี้ก็ถูกตั้งออกมาให้ห่างจากพื้นที่พลุกพล่านพอสมควร

               ที่นี่ไม่ได้มีเสียงหมาหอนเหมือนอย่างในหนัง แต่ความเงียบต่างหากที่น่ากลัวที่สุด เพราะความเงียบจะทำให้เราคิด และสร้างภาพหลอนหรือภาพของใครบางคนขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

               กานต์เงยหน้ามองฟ้ายามค่ำคืนที่พอจะมีแสงดาวให้เห็นอยู่บ้างพร้อมกับรับสัมผัสของลมเย็นๆที่ลอยเข้ามาปะทะอย่างอ่อนโยน แต่น่าขนลุก

               ใบไม้เสียดสีกันเกิดเป็นเสียงแว่วไปมาในอากาศ นกกลางคืนยามนี้เงียบกริบไม่ส่งเสียงร้อง ไม่เว้นแม้แต่แมลงกลางคืน เสียงเดียวที่อยู่เป็นเพื่อนเขาได้ในยามนี้คือ เสียงรถยนต์ที่ดังมาจากถนนใหญ่ไกลๆ แม้จะห่างไกลแต่ก็พอจะอุ่นใจอยู่บ้าง

               กานต์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปสถานที่เกิดเหตุดูซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เขาลังเลช่างใจอยู่ครู่หนึ่งก็กดส่งรูปพวกนั้นไปให้ใครบางคนผ่านทางแอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์ พร้อมข้อความลงท้าย

คิดว่าคืออะไร พรุ่งนี้มาพบผมด้วย

               เขายืนเหม่อมองฟ้าอีกครู่หนึ่งก็เริ่มจะรู้สึกดีขึ้นบ้างและจึงตัดสินใจจะกลับเข้าไปสังเกตการณ์การชันสูตรในครั้งนี้แต่

               กานต์เดินมาถึงหน้าตึกก็เห็นเพื่อนมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของตุลย์ไม่สู้ดีนักเหมือนเกิดอะไรบางอย่างขึ้น กานต์จะเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกนิดเช่นกัน

               ทันทีที่ตุลย์เห็นเพื่อนเดินกลับเข้ามาก็จัดการยัดเอาบุหรี่ในมือใส่ปากแล้วดูดมันเข้าปอดยาวๆเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะทิ้งมันลงในแก้วกาแฟของตนเอง เพราะจริงๆแล้วที่ตรงนั้นเป็นที่ห้ามสูบบุหรี่ซึ่งเขาเองก็รู้ดี แต่มันคงมีเหตุผลอะไรบางอย่างจนเขาละเมิดกฎนั้นเสียเอง

กูว่าเรื่องนี้มันไม่ชอบมาพากลแล้ว ตุลย์พูดในขณะที่สูงมือขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสีย

มึงหมายความว่ายังไง กานต์หัวใจหล่นวูบไปอยู่แทบเท้าเมื่อได้ยิน

สิ่งที่ควรมีมันไม่มีน่ะสิ

               จบประโยคนั้นตุลย์ก็หันหลังเดินนำเพื่อนรักกลับเข้าไปในห้องชันสูตรอีกครั้ง

               ก่อนจะเดินผ่านประตูบานสุดท้ายเทวกานต์ชะงักฝีเท้าแล้วหยุดคิดครู่หนึ่ง มันไม่มีครั้งไหนเลยจริงๆที่จะชินชากับสิ่งเหล่านี้ได้

               กานต์ผลักประตูตามเพื่อนเข้าไปพร้อมกับทำเป็นมองผ่านวิญญาณตายโหงทั้งหลายที่ตอนนี้กลับไปยืนเรียงรายอยู่กับร่างของตน

               ตุลย์ยืนอยู่ที่หน้าศพผู้เคราะห์ร้ายในคดีนี้ด้วยใบหน้าที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก

               กานต์ถูกเรียกให้เดินเข้าไปใกล้ๆแล้วมองตามจุดที่ตุลย์เป็นคนชี้ให้เห็น มึงเห็นอะไรไหม

               กานต์ส่ายหัวตอบคำถามของเพื่อนหลังจากใช้สายตาจดจ้องไปยังร่างมนุษย์ที่ตอนนี้ถูกผ่าชำแหละออกมาจนข้างในเหลืออวัยวะไม่กี่ชิ้น

ก็ไม่เห็นจะเห็นอะไรนอกจากเครื่องใน กานต์ไม่เข้าใจสิ่งที่ตุลย์พยายามจะบอก

ก็เพราะไม่เห็นไงมันถึงแปลก!’

               จุดทีแพทย์ผู้ลงมีดสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นเป็นจุดที่ใหญ่และเห็นได้ชัดมาก และมันก็ผิดธรรมชาติเอามากๆ แต่ถ้าหากไม่มีประสบการณ์หรือความรู้มาก่อนก็คงจะไม่มีวันเข้าใจได้

               ตามขั้นตอนการชันสูตรสิ่งหนึ่งที่จะต้องถูกเก็บออกมาเป็นตัวอย่างเพื่อส่งไปตรวจพิสูจน์ในขั้นต่อไปคือ น้ำในกระเพาะอาหารนี่คือหนึ่งในวัตถุพยานที่สำคัญเป็นอย่างมาก

               หากเกิดคดีฆ่าตัวตายหรือการตายไร้สาเหตุ สารพิษที่กินเข้าไปหรือสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นจะยังตกค้างอยู่ในกระเพาะอาหาร อีกทั้งมันยังพอจะทำให้เรากะเกณฑ์เวลาเสียชีวิต หรือเวลาที่ผู้ตายกินอาหารมื้อสุดท้ายเข้าไปได้

               นั่นคือสิ่งที่ควรจะเป็น แต่มันกลับไม่เกิดขึ้นกับร่างไร้วิญญาณตรงหน้าเขาทั้งสองคน เพราะในกระเพาะอาหารของผู้ตายเมื่อผ่าเปิดออกมาแล้วข้างในนั้น ว่างเปล่า

               คำว่าว่างเปล่านั้นไม่ใช่ไม่มีอะไรเลย มันยังคงมีน้ำย่อย น้ำลายของเหลวอื่นๆอยู่บ้างแต่กลับไม่มีเศษอาหารหรือของแข็งชนิดอื่นอยู่เลย   ตุลย์กล้าพูดเลยว่านี่คือ กระเพาะอาหารที่สะอาดที่สุดที่เขาเคยพบมา

               เทวกานต์เริ่มตามทันในสิ่งที่ตุลย์อธิบายและมันก็น่าแปลกมากจริงๆ แต่มันไม่ได้หมดแค่นั้น หลังจากพบความผิดปกตินั้นแล้วแพทย์ผู้ลงมีดได้ใช้เครื่องมืออันหนึ่งสอดเข้าไปทางรูทวารของศพในระดับที่ลึกประมาณหนึ่ง

               ตุลย์คาดหวังว่าปลายด้านที่สอดเข้าไปจะต้องติดเอาของเสียออกมาบ้างตามปกติไม่มากก็น้อย แต่มันก็ว่างเปล่าเช่นกัน

               ทั้งสองจุดปรากฏความไม่ปกติมากขึ้นเรื่อยๆจนทำให้ตุลย์ต้องทำการวินิจฉัยต่อไปซึ่งมันเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับคนไข้ที่ไม่มีชีวิตอย่างนี้

               จากอาการทางกายที่พอสังเกตได้ทำให้ตุลย์สันนิษฐานว่าผู้ตายน่าจะตกอยู่ในภาวะการขาดสารอาหารอย่างรุนแรงก่อนที่จะตาย อีกทั้งน่าจะมีการล้างหรือกระทำการอะไรบางอย่างเพื่อไล่ของเสียออกจากร่างกายจนหมด

               เพื่อทดสอบสมมติฐานนั้นตุลย์ขอตัวออกไปโทรศัพท์ไปยังหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบต่อไปด้วยตัวเองเพื่อแจ้งความต้องการ และข้อมูลเฉพาะทางบางอย่างที่จะประกอบเป็นรูปคดีในครั้งนี้

               ตอนนี้ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนั้นมีเพียงกานต์และดวงวิญญาณอีกหลายดวงเท่านั้น กานต์ตัดความสนใจสิ่งรอบข้างทิ้งไปได้ด้วยเรื่องงานที่เริ่มจะพบเบาะแสบางอย่าง

               กานต์ใช้สายตาไล่มองไปตามร่างที่ถูกผ่าเปิดจนแทบไม่เหลือสภาพเดิมดูอย่างช้าๆ เขาไม่มีความรู้ด้านนี้ก็จริงแต่การมองอะไรอย่างละเอียดถี่ถ้วนก็มักจะให้คำตอบเราได้เสมอๆ

               ในความเงียบนั้นการได้ยินเสียงของหัวใจตัวเองอย่างชัดเจน มันเต้นช้าลงจนต่ำกว่าระดับปกติ ความกลัว ความตื่นเต้น ความวิตกกังวลใดๆได้หายไปจากใจของเขาจนหมดสิ้นแล้ว

               สารวัตรหนุ่มยื่นมือเปล่าข้างที่ถนัดออกไปอย่างช้าๆ จากนั้นจึงบรรจงวางลงบนศีรษะของร่างไร้วิญญาณตรงหน้า เขาค่อยๆหลับตาลงเหมือนตกอยู่ในภวังค์อะไรบางอย่าง

เล่าให้เราฟังที

               สิ้นเสียงกระซิบของตัวเขาภาพตรงหน้าของเทวกานต์ก็พลันเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทไร้แสงสว่างเล็ดลอด


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Fern Lida
2018-12-11 10:25:50

สนุกมาก รอตอนต่อไปนะคะ

#1

IS US
2018-12-13 17:34:32

รอค่ะ กำลังตื่นเต้นเลย

ขอบคุณมากค่ะ

#2

Wana New Kerdee
2019-08-09 11:56:51

อ่านต่อดีมั้ย อ่านไปอ่านมา มองซ้ายมองขวาเลยอ่ะ 

#3