อัปเดตล่าสุด 2018-12-26 09:57:26

ตอนที่ 4 พยาน

               วิสัยทัศน์ที่มืดสนิทในสายตาของเทวกานต์นั้นไม่ใช่ความผิดปกติของดวงตา แต่มันคือสภาวะจิตหนึ่งที่นิ่งสงบจนไร้สิ่งรบกวน สิ่งนี้เกิดขึ้นกับเขาอยู่บ่อยครั้งในวัยเด็กก่อนที่เขาจะค้นพบหนทางในการใช้งานมันได้ตามใจ แม้ว่าเขาจะไม่รู้และไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าสิ่งนี้คืออะไร

               เทวกานต์กดลมหายใจให้ต่ำลง อัตราการหายใจเข้าออกช้าลงจนเกือบจะหยุดไป ลมเข้าจะสั้นสลับกับลมออกที่ยาวกว่า สภาวะนี้คล้ายกับการเข้าฌานขั้นต้นของผู้มีภูมิจิตระดับหนึ่ง

               แสงไฟนีออนในห้องชันสูตรเริ่มสั่นไหวหรี่อ่อนลงบ้าง กะพริบถี่ราวกับถูกคลื่นบางอย่างเข้ามารบกวนการทำงาน ดวงวิญญาณตายโหงทั้งหลายที่เคยอยู่ใกล้ๆ กับตัวเขาเริ่มถอยห่างจนกลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่ ตอนนี้ไม่มีใครเข้าใกล้เขาได้อีก

               สารวัตรหนุ่มพยายามดำดิ่งลงไปในห้วงความคิดอันว่างเปล่าของตัวเองเพื่อรอรับฟัง คำให้การ จากปากพยานผู้เคราะห์ร้ายโดยตรง

               เขาไม่เคยบอกใครถึงความผิดปกติในตัวเองก็จริง แต่คนใกล้ๆ ตัวก็จะจับสังเกตได้เสมอจนรู้ว่าเขาสามารถเห็นสิ่งที่แตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ ได้ แต่ก็มีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้ว่าเขาทำได้มากกว่านั้น

               ในบางครั้งที่เขาได้แตะต้องสิ่งของหรือร่างกายมนุษย์เขาจะเห็นภาพและเรื่องราวบางอย่างที่เคยเกิดขึ้น และอาจเกิดขึ้น แต่ทุกอย่างจะถลำไปไกลกว่านั้นหากร่างกายมนุษย์นั้นไม่มีชีวิตอยู่อีกแล้ว

               เทวกานต์สามารถพูดคุยกับคนตายผ่านทางการสัมผัสกับศพของพวกเขาได้ แม้จะไม่มากแต่มันก็พอจะช่วยให้เขาทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่คนคนนั้นจะหมดลมหายใจ

               หลายครั้งที่วิญญาณผู้เคราะห์ร้ายจะจมอยู่กับความทรมาน และความอาฆาตจนต้องการการช่วยเหลือจากสื่อกลางอย่างเขา แต่กลับไม่ใช่สำหรับครั้งนี้

               เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งนาทีแล้วแต่กานต์กลับไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของดวงวิญญาณในร่างกายนี้หรือบริเวณใกล้เคียงแม้แต่น้อย ซึ่งมันก็สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ว่าเขาไม่ได้พบเห็นวิญญาณดวงนี้ในที่เกิดเหตุเช่นกัน

มาสิ มาสิ

               เขายังพยายามต่อไป เขากำหนดจิตให้ดำดิ่งลงไปในส่วนลึกของศพตรงหน้า ภาพที่เกิดขึ้นคือเขากำลังใช้ฝ่ามือวางกุมไว้ที่ส่วนศีรษะของศพ ถ้าใครเข้ามาเห็นตอนนี้ก็คงจะเป็นภาพที่ยากจะเข้าใจ

               ไม่มีสิ่งใดปรากฏสู่สายตาและห้วงความคิดอันว่างเปล่าของเทวกานต์ในเวลานี้ ไม่มีผู้ตอบรับ ไม่มีผู้เล่า ไม่มีวิญญาณดวงใดแสดงตัวตามคำเรียกของเขา

               ด้วยนิสัยหัวรั้นของเขา มีหรือที่สารวัตรเทวกานต์จะยอมแพ้ไปอย่างนี้ง่ายๆ เขากดน้ำหนักมือให้หนักขึ้น เพ่งสมาธิให้มากขึ้น

พอเถอะพ่อหนุ่ม เขาไม่ได้อยู่ตรงนี้

               ท่ามกลางความเงียบและความมืดในห้วงความคิดของเขา จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมาในโสตประสาทของเขา พร้อมๆ กับสัมผัสของมืออันเย็นเฉียบที่จับอยู่ตรงข้อมือของเขาเป็นเชิงห้าม

               กานต์ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ถ้าเขาไม่ได้ทำใจมาก่อนสักนิดหนึ่งก็คงจะตกใจกลัวจนตกลงไปนั่งกับพื้นเป็นแน่

               ที่ตรงนั้นปรากฏร่างของหญิงชรา ถ้านับจากสภาพภายนอกน่าจะกะเกณฑ์อายุได้ราว 80 -90 ปี จากผิวหนังที่เหี่ยวย่นและกระตามตัวตลอดจนใบหน้า

               ผิวของหญิงชรานั้นซีดจนเกือบจะเป็นสีขาวไร้เลือดฝาด เธอไม่ใช่วิญญาณดวงเดียวกับที่เทวกานต์เพิ่งพบเจอไป ความรู้สึกที่รับรู้ได้จากคุณยายคนนี้เธอเต็มไปด้วยความใจดี แต่แฝงไว้ด้วยความโหดร้ายที่ถูกปกปิดไว้อย่างดี

               หญิงชรายิ้มให้กับเทวกานต์ เขาต้องถอนมืออกจากศพและยอมแพ้ที่จะทำสิ่งนั้นต่อไป เมื่อมือไม่ได้สัมผัสกับศพอีก หญิงชราก็ยอมปล่อยมือออกจากเขาเช่นกัน

เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาไม่เคยเข้ามาที่นี่ หญิงชราให้คำตอบ

ยาย เฝ้าที่นี่อยู่หรือครับ กานต์ถามอย่างสุภาพ

ลูกหลานเอาฉันมา ฉันก็ต้องมา หญิงชรายิ้มอย่างอ่อนโยนขัดกับดวงตาที่ดำสนิทไม่มีตาขาวผสม

               ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้แต่พอรู้สึกตัวอีกทีกานต์ก็รับรู้ว่า ที่ตรงนั้นไม่ได้มีแค่เขากับคุณยายอีกต่อไป ห่างออกไปเล็กน้อยมีเงาร่างของวิญญาณชายสูงวัยอีกดวงหนึ่งยืนอยู่

               จากสิ่งที่เห็นน่าจะมีอายุไล่เลี่ยกับหญิงชราตรงหน้า ใบหน้านั้นดุดันและไม่เป็นมิตร ที่ใบหน้ามีหนวดโค้งสวยงาม ที่เอวมีผ้าขาวม้าคาดไว้หลวมๆ ในมือถือไม้เท้าที่ตรงปลายงุ้มงอจนน่ากลัว

               เขามองมายังคนทั้งสองเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง หญิงชราชายตามองไปยังร่างไร้วิญญาณตรงหน้าแล้วส่ายหัวเบาๆ อย่างเวทนา

ฉันต้องไปแล้ว เขาช่างน่าสงสาร

               หญิงชราหันหลังกลับแล้วเดินตรงไปหาชายอีกคนที่ยืนรออยู่ เมื่อหันหลังแล้วจึงได้เห็นมืออีกข้างที่ไพล่หลังไว้มาตลอด ในอุ้งมือเล็กๆ แห้งเหี่ยวของเธอนั้นมีเชือกเส้นหนึ่งถูกม้วนและถือเอาไว้

               สิ่งที่เห็นทำให้กานต์รู้ถึงสถานะของวิญญาณทั้งสอง ก่อนจากหญิงชราเหลียวมายิ้มให้เขาอีกหนึ่งครั้งแทนคำบอกลา

               สภาพการณ์ภายในห้องชันสูตรกลับสู่สภาวะปกติ หลังจากที่วิญญาณทั้งสองดวงเหยียบย่างเข้ามายังบริเวณนี้ ผีตายโหงทั้งหลายที่เคยแออัดจนน่าคลื่นไส้ในห้องนี้ก็หายไปหมด

               นอกจากกลิ่นสารเคมีรุนแรง กลิ่นเน่า และกลิ่นคาวจากศพแล้ว กานต์รู้สึกว่ามันหายใจคล่องขึ้นอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับอยู่ท่ามกลางฝูงชนแล้วเดินหลุดออกมาจากตรงนั้นได้

               ตุลย์เดินเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบ พอเห็นกานต์ยืนอยู่ใกล้ศพผิดปกติและมือข้างหนึ่งชูไว้ให้ห่างจากตัวประมาณหนึ่งเหมือนเวลาที่มือเปื้อนแล้วไม่อยากให้โดนตัว เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเมื่อสักครู่เกิดอะไรขึ้นในห้องนี้

เป็นไง ได้ความอะไรบ้างไหมล่ะ

ไม่เลยว่ะ เขาไม่ได้อยู่ที่นี่

แปลก...

               ถูกต้อง ตุลย์ คือคนหนึ่งที่รู้ถึงความสามารถนี้ของเทวกานต์ ในครั้งแรกๆ ที่รู้จักกันเขาก็ไม่เชื่อแต่มันก็มีเหตุการณ์หลายอย่างที่ทำให้เขาต้องเชื่อ ยิ่งหลังจากที่ทั้งสองคนแยกย้ายกันไปทำงานแล้วกลับมาเจอกันอีก งานที่ต้องทำร่วมกันก็ยิ่งทำให้เขาต้องเชื่อมากขึ้นไปอีก

               ไซโคเมททรี่ (Psychometry) สิ่งนี้ถูกบันทีกไว้ในหลักฐานหลายแห่งมีทั้งงานวิจัยและเคสที่ใกล้เคียงปรากฏอยู่ในทั่วทุกมุมโลก ถ้ามันเป็นเรื่องจริงมันก็คงจะไม่แปลกนักที่จะมีสักคนหนึ่งแถวๆ นี้ทำได้

               นายแพทย์ตุลย์ไม่ได้เชื่ออะไรง่ายๆ เขาทั้งค้นคว้า ค้นตำราและพิสูจน์จากตัวของเพื่อนรักคนนี้จนไม่สามารถหาอะไรมากลบความจริงนี้ลงไปได้

กลับกันดีกว่า วันนี้คงไม่ได้อะไรแล้ว ต้องรอผลแลปพรุ่งนี้

               ตุลย์ตัดบทสนทนา วันนี้ทั้งสองคนเหนื่อยมามากแล้วการแยกย้ายกลับไปพักผ่อนคงจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

เออก็ดี กูจะออกไปสูบบุหรี่หน่อย ไปไหม กานต์ถามในขณะที่กำลังล้างมือ

เดี๋ยวตามไปแล้วกัน กูต้องไปเก็บของที่โต๊ะก่อน

               ทั้งสองคนเดินออกจากห้องชันสูตรพร้อมๆ กันแล้วแยกกันไปคนละทาง ตุลย์เดินตัดเข้าไปในส่วนออฟฟิศที่อยู่อีกฟาก ส่วนกานต์เดินผ่านประตูใหญ่ออกมาข้างนอกในทันที

               กานต์เดินสูดอากาศบริสุทธิ์จนมาถึงบริเวณที่เป็นสระน้ำเล็กๆ ใกล้กับตึกเดิม เขาเห็นคนแต่งตัวเหมือนกับตุลย์ยืนสูบบุหรี่อยู่ แต่ท่าทางจะอายุน้อยกว่าพอสมควร

               เขาเดินตรงเข้าไปยืนข้างๆ จุดบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาไม่ได้รู้จักคนคนนี้หรอก แต่นิสัยของหน่วยสืบสวนในตัวมันมักจะทำงานอยู่เสมอ เพราะการสอบปากคำไม่จำเป็นต้องทำแต่ในห้องหรือมีระบบระเบียบ การพูดคุยทั่วๆ ไปบางครั้งก็ได้อะไรมากกว่าที่คิด

สวัสดีครับ คนหนุ่มกว่าหันมาทักทายอย่างตกใจ

รู้จักผมหรือครับ กานต์ขมวดคิ้วสงสัย

               เขาเข้าออกที่นี่บ่อยก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะได้ปฏิสัมพันธ์กับใครมากนัก แต่นายแพทย์หนุ่มที่เพิ่งเข้ามาอยู่ได้ไม่นานก็พอจะสังเกตได้ว่าคนคนนี้ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทั่วๆไปเพราะได้รับสิทธิ์ในการมาตรวจดูการผ่าชันสูตรได้มากกว่าปกติ อีกทั้งยังพูดคุยกับนายแพทย์ตุลย์ได้อย่างสนิทสนม การที่จะจำเขาได้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

               ทั้งสองคนคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปหลายอย่าง แล้วกานต์ก็เริ่มล้วงข้อมูลจากแพทย์หนุ่มคนนี้หลังจากละลายพฤติกรรมและกำแพงของเขาลงแล้ว

ใครรับศพนี้เข้ามา รู้ไหม กานต์ใช้น้ำเสียงสบายๆ เพื่อไม่ให้ผู้ถูกถามเกร็ง

ผมนี่แหละครับ ขนลุกเลยครับตอนเห็นครั้งแรก

               คนหนุ่มพูดแล้วเอามือมาลูบแขนให้หายขนลุก และเขายังเล่าให้ฟังต่อไปอีกว่าเขารู้สึกไม่ดีมากๆ จนไม่รู้จะทำอย่างไรต้องออกไปซื้อพวงมาลัยจากข้างนอกเข้ามาไหว้พระในห้องก่อนเลย กลัวจะเฮี้ยน

อ้อ น้องนี่เองที่เป็นคนเอาไปไหว้ กานต์ตอบ

พี่เชื่อไม่เชื่อไม่รู้นะ แต่ผมโตมากับเรื่องพวกนี้ อีแบบนี้แหละเฮี้ยนนัก

นั่นสินะ เออว่าแต่เรามีของดีอะไรรึเปล่า ถึงกล้ามาอยู่เวรดึกแบบนี้

               กานต์พูดติดตลกเหมือนแซวเล่น แต่เมื่อคนฟังได้ยินอย่างนั้นก็คว้าเอาจี้อันเล็กๆ ออกมาจากกระเป๋าเงินให้ดู

               จี้อันนั้นทำจากพลาสติกข้างในมีเศษไม้และเศษดินใส่อยู่ กานต์เพ่งสายตามองอย่างสนใจ ลมเย็นวูบพัดผ่านกลิ่นที่เพิ่งได้รับเมื่อสักครู่ยังไม่จางไปจากความทรงจำ

               ตอนนี้เขารู้แล้วว่าวิญญาณตายายทั้งสองนั้นมาจากไหน และลูกหลานที่เขาพูด หมายถึงคือใคร

               กานต์แกล้งถามที่มาของวัตถุข้างใน แพทย์หนุ่มก็รีบเล่าให้ฟังแต่โดยดี อาจเพราะน่าจะมาจากนิสัยช่างพูดของตัวเขาเอง

               แพทย์หนุ่มเล่าย้อนกลับไปถึงประวัติครอบครัวของตน นับขึ้นไปสัก 4 หรือ 5 รุ่น บ้านของเขามีอาชีพเป็นสัปเหร่อ

               สัปเหร่อในสมัยโบราณนั้นขึ้นเชื่อเรื่องวิชาอาคมเป็นที่สุด จนมีคำกล่าวว่าหากอยากเรียนวิชาอย่าไปหาหมอผี ให้ไปหาสัปเหร่อ

               นั่นทำให้ตระกูลของเขาสืบทอดวิชาเหล่านี้มารุ่นต่อรุ่นแต่ก็ต้องยอมรับว่ามันได้ค่อยๆ หายไปตามกาลเวลา จนสุดท้ายลูกหลานรุ่นหลังๆ ก็แทบไม่เหลือวิชาอะไรติดตัวไว้อีก นอกจากความทรงจำและสายงานเกี่ยวกับศพ

               แพทย์หนุ่มพูดติดตลกว่า เขาเองไม่ได้ไปเป็นสัปเหร่อตามวัดวาอารามใด แต่เมื่อได้เข้ามาเรียนในคณะแพทยศาสตร์ก็กลับพบว่าตัวเองสนใจงานด้านชันสูตรมากกว่าการรักษาคน

               ต้นตระกูลของเขาเคยเป็นคนอาศัยวัดอยู่ ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดิน สองผัวเมียทำงานเป็นสัปเหร่อคนจัดการกับศพ บ้านของเขามีชื่อมากในด้านนี้ จนผู้คนเชื่อกันว่าต้นตระกูลของเขาเมื่อตายลงจะกลายไปเป็น ยายกะลาตากะลีผู้เฝ้าป่าช้า

               ด้วยความเชื่อนั้นถึงกับมีคนตั้งศาลเอาไว้ให้ในป่าช้าของวัดนั้นจริงๆ บ้านหลังที่ครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่ต่างจังหวัดเอง ก็ยังตั้งอยู่ในเขตพื้นที่วัดเดิมเหมือนกัน

แปลกนะครับ ผมมาอยู่ที่นี่ ก็ไม่เคยเจอผีหลอกอย่างคนอื่นๆ สักที

               เขากลิ้งของในมือไปมาอย่างทะนุถนอม เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจึงอุ่นใจที่ได้นำเศษไม้จากศาลเก่าและดินป่าช้านั้นมาพกไว้ อาจเป็นเพราะลึกๆ แล้ว เขาก็คงเชื่ออยู่บ้างว่าต้นตระกูลของเขายังอยู่ที่นั่นจริงๆ

               สัปเหร่อที่แท้จริงไม่ใช่ผู้ที่ชินชากับซากศพ ไม่ใช่ผู้เข้มขลังในอาคมจนผีร้ายต้องหัวหด หากแต่สัปเหร่อคือผู้ที่เข้าใจความเป็นไปของมนุษย์ที่สุด เกิดดับเป็นเรื่องธรรมดา วันหนึ่งเราจะอยู่ตรงนั้นไม่ต่างจากทุกๆ คน

               ไม่ใช่ชินชาแต่เข้าใจ เมื่อเข้าใจจึงไม่กลัว เมื่อไม่กลัวจึงเกิดความสงสารและเวทนา งานของสัปเหร่ออาจดูน่าเกลียด น่าขนลุก เงินน้อยสำหรับใครหลายๆ คน แต่ก็ยังคงมีคนทำอาชีพนี้อยู่เสมอมา เพราะพวกเขาเวทนาทุกชีวิตและทุกดวงวิญญาณ แม้ตายลงพวกเขาก็ยังวนเวียนอยู่ในความสงสารและหน้าที่ของตนเสมอมา

อ้าว เด็กใหม่ แอบมาอู้อยู่นี่เอง

               ตุลย์ที่เพิ่งมาถึงทักทายแพทย์หนุ่มจนเขาต้องลนลานรีบโยนบุหรี่ทิ้งรีบกลับเข้าไปทำงานต่อในทันที

ไหนมึงบอกว่าเป็นผู้ช่วยที่ไปไหว้ นี่ก็หมอนี่หว่า กานต์หัวเราะเล็กๆ

เออ ก็หมอ แต่มันยังฝึกอยู่ กูก็เรียกมันว่าผู้ช่วยนั่นแหละ

               ทั้งสองขับรถออกจากโรงพยาบาลในเวลาร่วมค่อนคืน ตุลย์ติดรถกานต์กลับเพราะขี้เกียจจะขับเอง

               ระหว่างทางคนทั้งสองยังคงคุยกันเรื่องงาน เพราะในตอนนี้มีสิ่งที่ขาดหายไปเกินกว่าที่มันควรจะเป็น ไม่ใช่แค่วัตถุพยาน แต่รวมไปถึงวิญญาณของผู้ตาย ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
IS US
2018-12-17 18:35:53

#1

Nanee
2018-12-17 18:50:16

รออ่านค่ะ ชอบมาก 

#2

Fern Lida
2018-12-18 03:22:29

สนุกมากค่ะ ติดตามๆ

#3

fridaylung
2018-12-26 10:53:37

รอค่ะ

#4