อัปเดตล่าสุด 2019-01-09 20:54:31

ตอนที่ 8 อีกครั้ง

               กานต์นอนหายใจตัวโยนอยู่กับพื้นพร้อมกับอีกร่างหนึ่งที่นอนคว่ำอยู่ไม่ไกลจากกัน ร่างนั้นหายใจแรงเป็นจังหวะแล้วค่อยช้าลง จนแผ่วเบาผิดสังเกต

“หมวด มาดูหน่อยมันตายรึยัง” กานต์ตะโกนบอกอีกคน เพราะตัวเองไม่สามารถขยับตัวได้

               หมวดเสือค่อยๆ เดินพาร่างที่บอบช้ำไม่ต่างจากผู้บังคับบัญชาเท่าไหร่เข้ามาใกล้ชายปริศนาที่ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้

               ปากกระบอกปืนชี้และกดลงบริเวณหลังใกล้กับรอยกระสุนเดิม ที่ตอนนี้ยังมีเลือดไหลซึมออกมาช้าๆ

               สองนิ้วทาบจับชีพจรที่ลำคอแล้ววัดดูลมหายใจ จนแน่ใจแล้วว่าชายคนนี้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอีกนานเท่าไหร่เพราะปริมาณอากาศที่เคลื่อนที่ผ่านช่องจมูกนั้นช่างเบาบางเสียเหลือเกิน

               ไม่นานนักกำลังเสริมและรถพยาบาลก็เข้ามาถึงในพื้นที่ที่ได้รับแจ้งไป โดยคนเจ็บรายแรกคือชายปริศนาคนนั้น ถูกนำส่งโรงพยาบาลในทันทีพร้อมทั้งจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาโดยด่วน เพราะเสี่ยงว่ากระสุนปืนจะทะลุเข้าไปทำลายอวัยวะภายใน

               รถพยาบาลคันหนึ่งวิ่งออกไปแล้วเพื่อส่งตัวผู้บาดเจ็บ ส่วนอีกคันกำลังง่วนอยู่กับการปฐมพยาบาลและตรวจสอบอาการของนายตำรวจทั้งสอง

“ถ้าจะมา น่าจะแจ้งกันก่อนนะครับ จะได้เตรียมกำลังคนไว้ให้”

               ดาบหวัง ตำรวจมากวัยเดินเข้ามาพร้อมเสียงร้องเพราะต้องเดินไกล พุงพลุ้ยๆของเขากระเพื่อมเป็นจังหวะตามการหายใจ

               แม้ว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในชุดลำลอง แต่ก็ยังขยันขันแข็งรีบรุดมายังที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับการแจ้งจากสถานีตำรวจของตน ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่รู้ว่ามาเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรืออยากมาให้สารวัตรเทวกานต์เห็นหน้ากันแน่

               ท้องฟ้าในยามนี้นิ่งสนิท ไม่มีลมเอื่อยโชยพัดตามปกติของท้องทุ่ง แม้ว่าหมู่นกแมลงและสัตว์กลางคืนจะกลับมาส่งเสียงบ้างเล็กน้อย แต่บรรยากาศโดยรวมก็ยังคงดูน่าขนลุกอยู่ดี

“ผมว่าเราไปจากตรงนี้กันดีกว่า”

               ดาบหวังลูบแขนทั้งสองข้างของตัวเองอย่างหวาดๆ พร้อมทั้งมองไปยังสภาพแวดล้อมรอบๆ เพราะต่อให้ไม่นับว่าที่นี่เคยเกิดเหตุฆาตกรรม มันก็ไม่ใช่สถานที่ที่ควรจะมาเยือนในเวลาแบบนี้เลยสักนิด

               นายตำรวจทั้งสองคนกลับไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ขับมุ่งหน้าออกจากปั๊มน้ำมันโดยมอบหมายให้ดาบหวังเป็นคนนำมอเตอร์ไซด์ไปคืนเจ้าของ

               ระหว่างทางทั้งสองยังไม่ได้คุยอะไรกันแม้แต่คำเดียว เพราะแค่การขยับตัวเองเล็กน้อยในเวลานี้ก็แสนจะลำบากเหลือเกิน

               หมวดเสือยังคงเปิดสมุดเล่มเล็กสลับกับตำราเล่มเก่าๆ ของตัวเองไปมาอย่างรวดเร็ว

               ทันทีที่รถเข้ามาจอดที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด นายตำรวจทั้งสองก็เข้าไปติดต่อแจ้งเรื่องเพื่อถามหาความเป็นไปของผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

               สิ่งที่พยาบาลฝ่ายต้อนรับแจ้งให้ทราบคือ ตอนนี้ชายปริศนาคนนั้นยังอยู่ในห้องผ่าตัด เพราะแผลจากกระสุนปืนจำเป็นจะต้องทำการรักษาและตรวจสอบโดยละเอียด

“ขอให้มันรอดทีเถอะ”

               เทวกานต์ทิ้งตัวลงบนโซฟาของโรงพยาบาลใกล้กับห้องผ่าตัดที่อยู่ตรงข้ามกับห้องไอซียู สภาพของคนทั้งสองยังคงเปรอะเปื้อนมอมแมมจากคราบดินคราบโคลน อีกทั้งหมวดเสือยังมีผ้าพันแผลอยู่ที่คอผืนใหญ่ จนพยาบาลที่ผ่านไปผ่านมาไม่แน่ใจว่าคนทั้งสองสบายดีหรือเปล่า

               แปลกที่เวลาผ่านไปยังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลังจากทีมแพทย์เตรียมการและเปิดห้องผ่าตัดอย่างเร่งด่วน แพทย์ผู้ลงมีดก็เดินออกมาจากประตูบานพับส่วนนอกของห้องผ่าตัดด้วยใบหน้าปั้นยาก

“คนไข้เป็นยังไงบ้างครับหมอ” เทวกานต์ลุกขึ้นถาม

“ปลอดภัยดีครับ แต่มันก็มีอะไรแปลกๆ อยู่”

               แพทย์ผู้ลงมีดถอดหมวกผ้าสีเขียวและผ้าปิดปากออก นั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ๆ กับโซฟาที่เทวกานต์กับหมวดเสือนั่งอยู่

               เขาถอนหายใจเหมือนพยายามจะหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และทางการแพทย์มาอธิบาย และดูเหมือนว่านายแพทย์ท่านนี้ จะเคยเป็นหมอทหารที่ออกภาคสนามมาก่อน จึงถูกเรียกตัวมาด่วนทันทีที่ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกัน และเกี่ยวข้องกับคดีที่กำลังเป็นข่าว

               หมอยื่นมือไปยังคนทั้งสองโดยยังไม่อธิบายอะไร และขอดูอาวุธปืนที่ใช้ในการยิงจนทำให้คนไข้รายนี้ได้รับบาดเจ็บ

               ในครั้งแรกหมวดเสือก็อึกอักเพราะปืนของเขาพร้อมยิงอยู่ตลอดเวลา เทวกานต์พยักหน้าให้สัญญาณว่าให้ทำตามดังนั้น หมวดเสือจึงหยิบปืนลูกโม่กระบอกเดิมออกมาจากกระเป๋า และไม่ลืมที่จะปลดกระสุนออกทั้งหมดก่อนเพื่อความปลอดภัย

               ปืนลูกโม่ที่น่าจะผ่านเวลามาพอสมควรถูกพลิกไปมา เพื่อตรวจสอบสภาพอย่างชำนาญ ไม่นานนายแพทย์ก็ส่งมันคืนให้กับเจ้าของ

               เขาส่ายหัวอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ ทั้งที่สภาพปืนนั้นปกดีทุกอย่างเพราะถูกดูแลในทุกๆ วัน แรงขับและแรงจุดระเบิดของมันก็น่าจะยังมากพอที่จะคร่าชีวิตคนได้สบายๆ

               ตัวกระสุนเองก็ไม่ได้ด้าน เพราะเขาก็พบมันอยู่ในปากแผลจริงๆ

               เขาหยิบซองพลาสติกออกมาจากกระเป๋ากางเกง ยื่นให้กับทั้งสองคนพร้อมบอกว่ามันคือกระสุนปืนที่ฝังอยู่ในตัวของชายปริศนาคนดังกล่าว

               หากดูจากสภาพกระสุนแล้ว จะไม่สามารถบอกถึงความผิดปกติหรือความต่างใดๆ ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่ผิดปกติจริงๆ นั้นอยู่บนร่างกายของคนไข้รายนี้

               นายแพทย์ผู้ลงมีดอธิบายสภาพการณ์ทุกอย่างให้นายตำรวจทั้งสองฟัง เพราะน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

               อาการของชายปริศนานั้นอยู่ในภาวะน่ากังวล แต่นั่นไม่ได้เป็นเพราะบาดแผลที่เพิ่งได้รับ แต่เป็นสภาวะการขาดสารอาหารอย่างรุนแรงและดูเหมือนว่าร่างกายจะไม่ได้รับการพักผ่อนมาเป็นระยะเวลาพอสมควร

               ปากแผลจากรอยกระสุนนั้นมีเลือดไหลซึมตลอดจริง แต่เมื่อทำความสะอาดปากแผลเพื่อประเมินอาการแล้วก็ต้องประหลาดใจเพราะพบว่า ลูกกระสุนนั้นไม่ได้ทะลุเข้าไปในร่างกายของผู้บาดเจ็บ

               จากคำบอกเล่าของหมอนั้น กระสุนเพียงทะลุผ่านชั้นผิวหนังไปจนถึงชั้นกล้ามเนื้อเท่านั้น ทำให้บาดแผลไม่สาหัสและน่าจะไม่กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากนับเฉพาะแผลกระสุนนี้เขาจะสามารถกลับบ้านในวันรุ่งขึ้นเลยด้วยซ้ำ

               เทวกานต์กับนายแพทย์กำลังปรึกษาหารือกันถึงความเป็นไปได้ ที่ชายปริศนาได้รับบาดเจ็บน้อยเกินความเป็นจริงนั้นเกิดมาจากสาเหตุใด

               ซึ่งไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีไหนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ก็ต้องถูกปัดตกไปเพราะฟังดูไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด มีเพียงคนเดียวที่นั่งคิดอย่างเงียบๆ

               หมวดเสือมีคำตอบสำหรับเรื่องนี้แล้วในความคิด แต่ตอนนี้ไม่ใช่จังหวะที่จะพูดหรืออธิบายให้ใครฟังได้ เขาจึงเลือกที่จะเงียบและรอจนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

               ระหว่างที่เทวกานต์และนายแพทย์ยังไม่ได้ข้อสรุปของเหตุการณ์นี้ ประตูห้องผ่าตัดก็ถูกแง้มเปิดขึ้นพร้อมทั้งใบหน้าของพยาบาลที่ออกมาตาม หลังจากที่เขาออกมาคุยกับเจ้าของคดีนานผิดสังเกต

               ก่อนจะจากไปนายแพทย์ผู้ลงมีดได้บอกให้ทั้งสองคนกลับไปพักผ่อนก่อนเพราะกว่าคนไข้จะฟื้นจากฤทธิ์ของยาสลบก็อีกพักใหญ่ อีกทั้งเขายังสั่งให้เพิ่มน้ำเกลือและสารอาหารให้กับคนไข้อีกด้วย

“นั่นมันคาถาอะไรหมวด” กานต์ถามคนข้างๆ ทั้งที่ยังใช้สองมือกุบขมับ

“คาถาห้ามสัตว์จตุบาทครับ” หมวดเสือตอบเสียงเรียบๆ

“จตุบาท? สัตว์สี่เท้าน่ะนะ นี่มันคนนะหมวด” เทวกานต์ถามเสียงดัง

               หมวดเสือจึงจำเป็นจะต้องอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจ เขาเองประเมินจากสถานการณ์และความคิดส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีปกติ มันมีเรื่องของไสยศาสตร์เข้ามาเกี่ยว เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องเตรียมรับมือกับอาคมใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

               และในครั้งนี้หมวดเสือประเมินจากพละกำลังที่ผิดมนุษย์ และจังหวะการหายใจที่คล้ายสัตว์มากกว่ามนุษย์เช่นกัน สมองของเขาประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้หลายข้อ

               สุดท้ายเขาก็ได้ข้อสรุปว่า ชายปริศนาคนนี้น่าจะเป็นหนึ่งในผู้ที่ถือครองวิชาอาคมในระดับไม่ธรรมดา จนสามารถส่งผลกับร่างกายและดวงจิตได้มากขนาดนี้ และบาดแผลที่ตื้นผิดปกตินี้เอง ก็เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันอย่างดี

               คาถาห้ามสัตว์จตุบาทที่หมวดเสือใช้นั้น เป็นไปเพื่อห้ามอาคมหรือปราณของสัตว์ที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของชายปริศนา อันเป็นแหล่งที่มาของพละกำลังเหนือธรรมชาติ

               เมื่ออาคมนั้นถูกสกัดแล้ว เขาก็ไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาที่ถูกฟันแทงอย่างไรก็ต้องได้แผล หมวดเสือคิดอย่างนั้น แต่นั่นก็เหมือนจะเป็นการคาดการณ์ที่ตื้นเขินไปสักเล็กน้อย

               เพราะเพียงแค่การสกัดอาคมสัตว์นั้นไว้ ไม่ได้รวมถึงอาคมอื่นๆ ที่ชายปริศนาอาจถือครองอยู่เช่นกัน

               หากไม่ใช่เพราะเทวกานต์เป็นผู้ที่คร่อมอยู่ระหว่างโลกของคนเป็นและคนตาย ทฤษฎีและแนวคิดนี้คงจะถูกปัดตกไปและจบด้วยคำตำหนิลูกน้องว่า บ้า

               เขาก้มหน้าคิดพิจารณาตามความเป็นไปได้ที่หมวดเสือบอก ซึ่งมันก็ดูน่าเชื่อถือประมาณหนึ่ง และนั่นก็ทำให้เขาคิดอะไรขึ้นมาได้

“หมวดว่า มันจะใช่คนที่มาใช้ร่างนนท์ตอนนั้นหรือเปล่า”

“ผมว่าไม่ครับ ไอ้คนนั้นน่าจะเป็นระดับที่สูงกว่าคนที่เราเฝ้าอยู่ตอนนี้มาก”

               ระหว่างที่ทั้งสองคนยังคงถกเถียงเรื่องความเป็นไปได้อยู่นั้น ก็มีเสียงฝีเท้าหนึ่งดังขึ้นมาจากบันไดของโรงพยาบาล ยิ่งช่วงกลางดึกอย่างนี้ทำให้ไม่มีใครสัญจรมาใช้บริการ

               ทั้งสองคนหันไปมองตามเสียงนั้นอย่างระแวดระวัง เสียงฝีเท้าค่อยๆ ใกล้เข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีปรากฏขึ้น

“นนท์”

               เทวกานต์ส่งเสียงทักอย่างประหลาดใจ เพราะเข้าใจว่ารุ่นน้องของตัวเองน่าจะยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลเป็นแน่

               การที่เขามาปรากฏตัวอย่างนี้ ทำให้ทั้งสองคนเริ่มมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นอีกแล้ว

               นนท์เดินตรงเข้ามาหารุ่นพี่ทั้งสองทันทีที่สังเกตเห็น สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนักอาจมาจากความเพลียที่ยังหลงเหลืออยู่

               เขาทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟาข้างๆ หมวดเสือแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ

“เอาเป็นว่าผมจะเปิดใจเชื่อเรื่องผีของพวกพี่ๆ แล้วกัน”

               เขาพิงพนักอย่างอ่อนใจ ก่อนจะยืนกระเป๋าใบเล็กๆ ให้กับเทวกานต์ ซึ่งข้างในถูกบรรจุด้วยเอกสารในซองสีน้ำตาลประทับตราไว้อย่างทุกที

‘ลับสุดยอด ด่วนที่สุด’

               เทวกานต์แกะซองที่ยังผนึกปิดสนิทอยู่ออกมาดู ใบหน้าและดวงตาของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนถึงความประหลาดใจที่ตามมาพร้อมกับความเครียดของตัวเอง

               ทั้งสองคนนิ่งเงียบฟังอย่างตั้งใจ รอให้หัวหน้าสั่งการหรือชี้แจงรายละเอียดภารกิจที่หน้าจะมีความสำคัญพอสมควร

“ใครส่งมา” เทวกานต์ถามทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากเอกสาร

“ก็ ‘ท่านน่ะสิ’ โทรมาหาผมโดยตรงว่าให้ออกจากโรงพยาบาลด่วน พร้อมกับให้เอาซองนี้มาส่งถึงมือพี่ด้วยตัวเอง”

               เทวกานต์คิดตามและก็ได้คำตอบว่า หากไม่ใช่เรื่องด่วนจริงๆ ก็คงจะไม่บังคับให้คนป่วยออกปฏิบัติการด้วยตัวเองอย่างนี้เป็นแน่

               เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกางรูปถ่ายทั้งหมดที่อยู่ในซองลงบนโต๊ะกระจกของโรงพยาบาล

               ภาพที่เห็นนั้นทำเอาอีกสองคนหน้าซีด จนต้องหันมามองหน้าเทวกานต์อย่างรวดเร็ว

“ใช่ มันเกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Fern Lida
2019-01-07 16:45:32

ลุ้นมากๆ รอตอนต่อไปค่ะ

#1

IS US
2019-01-07 21:33:58

ขอบคุณค่ะ รอค่ะ

#2

thisispp
2019-01-08 12:22:19

รออ่านตอนต่อไปค่ะ 

#3