อัปเดตล่าสุด 2019-01-14 11:50:55

ตอนที่ 9 ถามผี

              ทั้งสามคนขึ้นรถยนต์ส่วนตัวของสารวัตรเทวกานต์เข้ามายังที่พักใกล้กับโรงพยาบาล ห้องพักถูกแยกออกเป็นสามห้องตามระเบียบ

              ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนตามอัธยาศัย โดยเฉพาะนนท์และหมวดเสือที่ยังบอบช้ำจากอาการบาดเจ็บอยู่

              เทวกานต์ปิดประตูลงกลอนตามความเคยชิน เขาเสียบคีย์การ์ดเข้าที่ช่องข้างประตูเพื่อเปิดให้เครื่องปรับอากาศทำงาน แต่ยังไม่กดสวิตซ์ไฟห้องให้สว่าง

              เขาทิ้งตัวลงนั่งที่เตียงท่ามกลางความมืด ข้าวของสัมภาระทุกอย่างถูกวางกองไว้ที่โต๊ะหัวเตียงอย่างลวกๆ ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า ก้มหน้าซุกลงในฝ่ามืออย่างอ่อนแรง

“รู้แล้ว ไม่ลืมหรอก แต่ยังไม่ว่าง”

              เทวกานต์พูดกับตัวเองในความมืด นั่นคือสิ่งที่คนอื่นคงจะเห็นเป็นอย่างนั้น แต่มันไม่ใช่สำหรับเขา

              ในห้องพักขนาดกลางของโรงแรมที่มุมประตูห้องใกล้ทางออกติดกับห้องน้ำ ที่ตรงนั้นมีเงาร่างสีดำหม่นยืนอยู่ ใบหน้าของเธอยังคงไม่น่ามองและดูน่าเวทนา

เธอยังคงตามพวกเขามา ตามกลับมายังที่ที่เธอตาย ที่ที่ทำให้เธอต้องจมอยู่กับความทรมานอย่างนี้

กานต์หลับตากำหนดจิตให้นิ่งเงียบ คิดทบทวนถึงคำสอนติดหูที่พ่อกับแม่สอนเขามาตั้งแต่เด็ก นั่นคือการแผ่เมตตา

บทสวดสั้นๆ ในสมองของเขายังจำได้ชัดเจนแม้ในยามนี้ บทแผ่เมตตาสั้นๆ ที่ทุกคนคุ้นเคยตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม

ในความเงียบนั้นทุกสิ่งนิ่งสงบรวมถึงเธอคนนั้นเด้วยเช่นกัน

‘บทสวดนั้นไม่สำคัญเท่าใจที่เมตตานะลูก’

              คำนั้นดังก้องอยู่ในห้องของเทวกานต์อีกครั้ง เสียงของแม่ที่พร่ำสอนสิ่งเหล่านี้ให้เขาตั้งแต่เด็ก จิตใจที่เปี่ยมด้วยเมตตาและอยากช่วยเหลือทุกผู้ทุกนามให้พ้นจากความทุกข์ทั้งปวง

“บุญใดที่ข้าพเจ้าได้ทำ ขออุทิศให้เธอผู้นี้ ทุกข์ใดที่มีจงคลายออก ขอแสงสว่างจงบังเกิดมีแก่ดวงวิญญาณผู้ทนทุกข์ ขอแม่ธรณีโปรดรับเธอกลับสู่ภพภูมิที่ควรจะเป็น ขอเธอจงมีความสุขนับจากนี้ตลอดไป”

              สิ้นเสียงคำอธิษฐานที่มีต่อเธอคนนั้น เงาร่างที่เคยน่าเกลียดน่ากลัวก็เบาบางลงด้วยความสุข แต่แม้ใบหน้าของเธอจะดูดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังคงไม่น่ามองในสายตาของคนทั่วไป

              เธอค่อยๆ ก้มลงกับพื้นแล้วนั่งพับเพียบในท่าทางเรียบร้อย สองมือค่อยพนมก้มกราบผู้ที่ปลดปล่อยเธอให้พ้นจากความทุกข์ทน

“ฉันฝากขอโทษคุณคนนั้นด้วย”

              เทวกานต์ไม่ได้เงยหน้ามามอง แค่รับรู้ความรู้สึกโปร่งโล่งสบายที่เข้ามาแทนที่ความอึดอัดในห้องนั้น

              เมื่อทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เขาก็หงายหลังทิ้งตัวลงบนเตียงปล่อยให้ตัวเองหลับไปทั้งอย่างนั้น

              ในช่วงเช้าวันต่อมา ทุกคนนั่งกินอาหารเช้ากันอยู่ที่ห้องอาหารของโรงแรม เหตุที่ทั้งสามคนยังไม่ได้ตรงไปยังที่เกิดเหตุ เพราะว่ามันถูกพบด้วยหน่วยงานอีกหน่วยงานหนึ่งซึ่งทำงานแยกกันกับพวกเขา

              การตรวจสอบและจัดเก็บสถานที่เกิดเหตุนั้นจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเขาโดยสิ้นเชิง สิ่งเดียวที่ทำได้คือ รอผล และเข้าไปสำรวจพื้นที่หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว

              โชคดีที่ ‘คดีประหลาด’ นี้ถูกกำหนดไว้ว่าผู้ลงมีดชันสูตรพลิกศพจะมีได้แค่คนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าหน่วยงานใดจะเป็นผู้เข้ามาพบศพดังกล่าว

              นายแพทย์ตุลย์ส่งข้อความมาแจ้งเรื่องดังกล่าวกับเทวกานต์อีกครั้งในช่วงกลางดึกที่เขากลับไปแล้ว

              กานต์ไว้ใจฝีมือและความละเอียดของเพื่อนคนนี้อยู่แล้ว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังอยากเห็นมันด้วยตัวเองอยู่ดี

              ครั้งนี้สถานที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากที่พวกเขาอยู่มาก เพราะมันคือภาคเหนือของประเทศ

              พวกเขาขับรถเข้ามาที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อขึ้นเครื่องบินรอบที่เร็วที่สุดจากสนามบินที่ใกล้ที่สุดในเวลานั้น

              ประมาณครึ่งวันพวกเขาก็มาถึงที่จังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตามสถานที่ที่ระบุไว้ในที่เกิดเหตุ ทั้งสามคนตรงไปยังสถานีตำรวจของจังหวัดก่อนเพื่อแจ้งการมาถึงและขออนุญาตเข้าถึงพื้นที่อย่างถูกต้อง

              ภายในสถานีตำรวจนั้นดูไม่ต่างจากที่อื่นๆ นอกเสียจากว่าวันนี้มีคนเข้ามาแจ้งความเดือดร้อนมากกว่าปกติเท่านั้น

              ตำรวจผู้น้อยที่ได้รับคำสั่งให้รอต้อนรับคนทั้งสามรีบนำทางไปยังห้องทำงานส่วนตัวของผู้บังคับบัญชาในสถานีนั้นในทันที

              การแจ้งข่าวและการขออนุญาตเป็นไปตามระเบียบ เว้นแต่เพียงว่าสีหน้าของผู้กำกับไม่สู้ดีนัก บนโต๊ะทำงานของเขายังคงวางเกลื่อนไปด้วยรูปถ่ายชุดเดียวกับที่เทวกานต์ได้เห็น

“ระวังตัวกันหน่อยก็ดีนะครับ ผมว่ามันแปลกๆ ไม่ปกติแน่นอน”

              ผู้กำกับรู้ดีว่าคนตรงหน้ามีตำแหน่งที่แท้จริงสูงกว่าตำแหน่งที่รู้จักกันทั่วไป เพราะผู้ที่แจ้งข่าวการมาถึงของเขานั้นเป็นถึงผู้บัญชาการสูงสุด

              รถยนต์ส่วนตัวเคลื่อนตัวไปตามถนนใหญ่ของตัวจังหวัดอย่างไร้จุดหมาย เพราะความเห็นของหมวดเสือแต่เพียงผู้เดียว

“นายครับ พวกเราเข้าไปดูที่เกิดเหตุช่วงกลางคืนเถอะครับ”

“เราจะปลอดภัยใช่ไหมหมวด” กานต์ถามพลางมองไปยังผ้าพันแผลบนคอของหมวดเสือ

“คราวนี้ผมจะเตรียมตัวให้พร้อม”

              นนท์ฟังบทสนทนานั้นเงียบๆ เพราะพอจะรู้เรื่องราวอยู่บ้างแล้วจากคำบอกเล่าของคนทั้งสอง

              เวลาที่เหลือถูกใช้ไปกับการพักผ่อนอยู่ในห้องส่วนตัวของโรงแรม โดยที่มีนนท์กับกานต์เตรียมข้อมูลเส้นทางทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมไปถึงอาวุธพกพาอีกสองสามชิ้นเท่าที่จะเป็นไปได้

              ส่วนหมวดเสือนั้นขอแยกตัวอยู่ที่ห้องของตัวเองเพื่อเตรียมตัวเช่นกัน แต่ไม่ใช่สำหรับสิ่งทั่วๆ ไปที่จับต้องได้ แต่เป็นศาสตร์โบราณมนต์คาถาต่างๆ วัตถุดิบและเครื่องรางที่พอจะเป็นไปได้

              ไม่ว่าอีกสองคนจะคิดเห็นอย่างไร แต่เขาปักใจเชื่อแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นเกี่ยวข้องกับไสยเวทย์อย่างแน่นอน

              อย่างน้อยๆ แม้ว่าคนทั้งสองอาจไม่เชื่อและไม่เข้าใจเท่ากับเขา แต่เขาจะต้องปกป้องคนทั้งสองให้ปลอดภัยให้ได้นั่นคือคำสัตย์

              เวลาล่วงเลยไปอย่างรวดเร็วจนถึงเวลาสามทุ่มตามที่ได้นัดกันไว้ก่อนหน้านี้

              ทั้งสามมารวมตัวกันที่รถตามเวลานัดก่อนจะออกเดินทางไปตามถนนใหญ่เส้นเดิมอีกครั้ง

              แม้จะเป็นเวลาดึกดื่นอย่างนี้รถราก็ยังคงแน่นขนัด แสง สี เสียง ไม่เคยเงียบหายไปจากเมืองท่องเที่ยวแห่งนี้

              รถคันใหญ่วิ่งฝ่าความวุ่นวายมุ่งสู่ถนนเส้นนอกเมืองเพื่อตรงไปยังที่เกิดเหตุ ถนนใหญ่จากที่เคยสว่างด้วยแสงไฟจากห้างร้านและเสาไฟเริ่มหดหาย เหลือไว้เพียงไฟหน้ารถของผู้ร่วมถนนที่เหมือนจะต้องพึ่งพาอาศัยกันตลอดเวลา

              ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงสถานที่ที่ได้รับข้อมูลมาจากผู้กำกับ สถานที่นั้นไม่สามารถนำรถเข้าไปได้เพราะเป็นส่วนของเนินเขาสูง

              พวกเขาจำเป็นต้องจอดรถไว้ที่ข้างทางพร้อมทั้งล็อกล้อเอาไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นก็แบกกระเป๋าสัมภาระของตัวเองขึ้นไปกันคนละใบ

              ปืนพกถูกบรรจุกระสุนจนเต็ม ปลดล็อกความปลอดภัยออกเพื่อให้พร้อมยิงได้ทุกเมื่อ

              ไฟฉายอันเล็กๆ ในมือถูกนำมาคาบไว้ที่ปากเพราะต้องใช้สองมือในการปืนขึ้นไปยังด้านบนจากไหล่ทาง

              บรรยากาศในยามค่ำคืนทำให้มองสภาพแวดล้อมได้ไม่ชัดเจนนัก การปีนป่ายจึงเป็นไปด้วยความลำบากและใช้เวลา เทวกานต์คิดแล้วก็เจ็บใจไม่น่าปฏิเสธเฮลิคอปเตอร์ลำเล็กที่ผู้กำกับเสนอให้เลยจริงๆ

              ทั้งสามคนใช้เวลาไปร่วมยี่สิบนาทีก็พ้นทางชันที่ต้องปีนป่ายขึ้นมาจนเจอกับทางราบเล็กๆ ที่เหมือนเป็นที่พักหายใจสำหรับพวกเขา

“ผมไม่แปลกใจเลย ทำไมคนพบศพถึงเป็นชาวเขา ทางอย่างนี้ใครเขาจะมากัน”

              นนทการบ่นอุบทั้งที่ยังหอบเหนื่อยจากการเดินทางมาถึงตรงนี้ แต่คนที่น่าเป็นห่วงที่สุดคงจะเป็นหมวดเสือที่อายุมากที่สุด อีกทั้งยังเผาผลาญร่างกายไปกับแอลกอฮอล์กว่าค่อนชีวิต

              เทวกานต์เงยหน้ามองสำรวจไปรอบๆ ตัวเพื่อเก็บรายละเอียดภูมิทัศน์

              ทัศนวิสัยแทบจะเรียกว่า มืดสนิท หากไม่มีแสงไฟจากไฟฉายแล้วก็คงจะไม่สามารถเดินเท้าได้อย่างปลอดภัย

              ไม้ยืนต้นสูงท่วมหัวไร้ช่องว่างปราศจากทิวทัศน์ของหมู่ดาวยามค่ำคืน ความเงียบของป่าที่น่าจะไม่หลงเหลือสัตว์น้อยใหญ่ตามธรรมชาติ เพราะถูกรุกรานจากถนนและสิ่งก่อสร้างใกล้เคียง

              คนทั้งสามหันซ้ายหันขวาหาทางไปต่อที่ไม่มีความแตกต่างกันแม้แต่น้อย

“ทางนี้ครับนาย”

              หมวดเสือตะโกนเรียกคนทั้งสองให้เดินมายังที่ที่เขายืนอยู่ ตรงนั้นมีต้นไม้ใหญ่เหมือนกับรอบๆ แต่ต่างกันตรงที่ต้นนั้นมีรอยกรีดจากของมีคมที่คาดว่าน่าจะเป็นตำหนิที่ทางหน่วยงานได้ทำเอาไว้ในตอนที่เข้ามาถึงพื้นที่เป็นครั้งแรก

              ทั้งสามเดินผ่านช่องแคบระหว่างต้นไม้เข้าไปในทางที่มืดกว่า ยิ่งลึกเข้าไปในป่านั้น ยิ่งปราศจากความช่วยเหลือจากแสงไฟถนน สิ่งที่พึ่งพาได้มีเพียงแสงไฟฉายและสัญชาตญาณเท่านั้น

              หมวดเสือเป็นคนเดินนำขบวน เพราะสัญชาตญาณที่เฉียบคมและความคุ้นเคยกับป่าจากอาชีพเก่าของเขา

              ท่ามกลางความมืดนั้น ทั้งสามคนค่อยๆ ถลำลึกเข้าไปในป่าอันเงียบเชียบไร้เสียงสัตว์น้อยใหญ่แม้สักชนิด ตลอดทางนนท์จำเป็นจะต้องทำตำหนิไว้ตามต้นไม้ที่เดินผ่าน ไม่อย่างนั้นก็คงจะต้องหลงทางจนกลับออกมาได้ยากอีกเป็นแน่

              เทวกานต์สาดไฟฉายไปมาในความมืดต่างจากคนอื่นๆ ที่ส่องไฟไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว เหตุผลที่ทำอย่างนั้นเป็นเพราะเขากำลังมองหาอะไรบางอย่าง อะไรบางอย่างที่มันจะช่วยนำทางพวกเขาได้ดีที่สุด

              ในที่สุดเขาก็เจอสิ่งที่ตามหา ท่ามกลางความมืดในหมู่ต้นไม้นั้นมีวัตถุเรืองแสงบางอย่างวูบไหวไปมาอยู่ในอากาศ

              ซึ่งนั้นคือเทปกั้นเขตห้ามเข้าของตำรวจหรือที่เรียกกันว่า police-line

              แสงที่สะท้อนนั้นนำทางพวกเขาตรงไปยังที่เกิดเหตุในทันที

              ที่ตรงนั้นสูงขึ้นมาจากระดับที่พวกเขาอยู่อีกหน่อย แต่ชัดเจนว่ามันยังเป็นเขตป่าที่มีต้นไม้ขึ้นเต็มพื้นที่

              แม้ว่าภูมิทัศน์จะบอกดังนั้น แต่สิ่งที่เห็นนั้นกลับต่างออกไป พื้นดินโล่งเตียนเรียบเสมอกันจนเดินได้สะดวก บริเวณของมันถูกจัดให้เป็นวงกลมเหมือนกับพื้นที่ก่อนหน้านี้ในคดีที่แล้ว

“มันเตรียมพื้นที่จริงๆ” นนท์พูดออกมาทันทีที่ได้เห็น

              หมวดเสือรู้ดีว่าควรทำอย่างไร เขารีบสำรวจพื้นที่ในแบบของเขา ส่วนเทวกานต์ก็กวาดสายตาเก็บข้อมูลเท่าที่ยังหลงเหลืออยู่ และมองหาสิ่งที่อาจหลุดลอดจากสายตาของเจ้าหน้าที่และไม่ได้ชี้แจงไว้ในรายงาน

              ทิวทัศน์รอบๆ ยังคงถูกปกคลุมด้วยต้นไม้ใหญ่ เว้นแต่มุมหนึ่งที่ต้นไม้ถูกถางและถอนออกเป็นแนวยาว ช่องว่างตรงนั้นเผยให้เห็นท้องฟ้ายามค่ำคืนและแสงไฟสว่างไสวของตัวเมือง

“ทิศใต้”

              กานต์พูดกับตัวเองเบาๆ อย่างครุ่นคิด เขาจดจำมันไว้ในสมองแล้วกลับมามองพื้นดินที่เรียบเนียน ขอบเขตวงกลมนั้นมีขนาดเท่าๆ กับก่อนหน้านี้ ทุกอย่างถูกจัดทำอย่างปราณีตราวกับผู้ก่อเหตุมีเวลาเหลือเฟือที่จะทำเรื่องพวกนี้

“พี่กานต์ ผมเจอนี่”

              นนท์เรียกให้สารวัตรหนุ่มมาดูสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นวัตถุพยานที่เพิ่งพบโดยบังเอิญที่พงหญ้าข้างๆ ในขณะที่เขายื่นมันใส่มือของเทวกานต์ ตัวของนนท์เองก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจไม่กล้าจะเรียกสิ่งนี้ว่าวัตถุพยานได้จริงๆ หรือไม่

              ในมือของเทวกานต์ตอนนี้มีผอบอันหนึ่งถูกถืออยู่ เนื้อของมันทำจากทองเหลืองแท้ดูมีราคาและมีอายุพอสมควร ผอบนั้นเป็นแบบไม่มีฝาหรืออย่างน้อยก็อาจจะเคยมี

              เขาหยิบมันขึ้นมาดมก็ได้กลิ่นหอมรวยรินอ่อนๆ ออกมาจากผอบทองเหลืองนั้น กลิ่นของมันดูคุ้นเคย แต่ไม่สามารถจาระไนแยกออกมาเป็นอย่างๆ ได้ เพราะกลิ่นของมันคือกลิ่นผสมของเครื่องหอมหลายชนิด

              กานต์เรียกให้หมวดเสือมาดูสิ่งที่ถูกพบ ในเวลานี้ทั้งสามคนต้องเชื่อแล้วว่าคดีนี้มันเกี่ยวข้องกับพิธีทางไสยเวทย์จริงๆ ถ้าไม่ใช่พิธีของจอมขมังเวทย์ที่ไหน อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นคนที่บ้าไสยศาสตร์จนเข้ากระดูกดำจึงกล้าก่อคดีอุกอาจเช่นนี้

“ผมขอทำตามวิธีของผมได้ไหมครับนาย”

              หมวดเสือขออนุญาตเพื่อกระทำการบางอย่างจากหัวหน้า และสารวัตรก็คงไม่มีอะไรจะต้องขัดหากมันพอจะช่วยเหลือคดีนี้ได้บ้าง ในเมื่อทางนั้นเลือกจะใช้ไสยเวทย์มนต์ดำใดๆ คงไม่แปลกถ้าทางเขาจะลองพึ่งมันดูบ้าง

“หมวดกำลังจะทำอะไร” นนทการถามอย่างระแวง

“ผมจะทำพิธีถามผีครับ” เขาตอบเสียงนิ่งเรียบแสดงถึงการเอาจริง

              หมวดเสือล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสะพายหยิบเอาห่อผ้าขาวออกมาอันหนึ่ง ในนั้นไม่รู้ว่าถูกบรรจุไว้ด้วยอะไรบ้าง รู้แต่เพียงว่ามันคือผงสีขาวละเอียดที่ป่นเหมือนกับทราย

              ชายมากวัยค่อยๆ โรยผงขาวนั้นเป็นวงกลมพอดีกับพื้นที่ที่ถูกเตรียมไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อผงขาวถูกบรรจงโรยจนบรรจบกันสนิทแล้ว เทียนเล่มหนึ่งถูกปักลงบนดินอย่างแน่นหนา จากนั้นเขาก็หยิบสิ่งที่ไม่คาดคิดออกมาจากกระเป๋าใบนั้น

              สิ่งที่หมวดเสือหยิบออกมานั้นคือ กระโหลกขนาดเล็กที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์ไม่มีรอยบุบหรือแตกหักแต่อย่างใด

“ผมจะอธิบายทีหลัง แต่ผมไม่ได้ไปฆ่าใครมาแน่นอน”

              เขาชิงอธิบายก่อนทันที เพราะสังเกตได้ถึงสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเทวกานต์

              ธูปและเทียนถูกจุดขึ้นจนส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ หมวดเสือบริกรรมคาถาร่ายยาวร่วมสิบนาทีอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว จนมาถึงบทสุดท้ายที่เขาเน้นเสียงเป็นพิเศษจนคนฟังได้ยินชัดเจน

“สะอะนิโส สะอะนิสัง…. ูติพรายทั้งหลายจงฟังกู บัดนี้กูคือนาย จงฟังคำกู ทำตามคำสั่งกู เมื่อสิ้นราตรีนี้ พวกมึงจักเป็นอิสระและกูจะตอบแทนให้สมน้ำสมเนื้อ มา! มาหากู! จงมาเป็นบริวารให้แก่กูนับแต่บัดนี้เป็นต้นไป!

              สิ้นเสียงคำรามก้องของหมวดเสือ ธูปในมือก็ถูกกระแทกปักลงดินอย่างแรงเพื่อแสดงอำนาจที่เหนือกว่าของผู้ร่ายวิชา

              เสียงลมกรรโชกผ่านกิ่งไม้และใบไม้หวีดหวิวจนน่ากลัว ลมนั้นแรงราวกับจะพัดเอาต้นไม้ใหญ่ให้ล้มครืนลงมาทั้งอย่างนั้น

              นนทการเฝ้ามองความวิปริตของธรรมชาติอย่างไม่เข้าใจ เขารู้แต่เพียงว่าเขากลัวและรู้สึกขนลุกชูชันไปทั่วทั้งตัว อากาศโดยรอบคล้ายมีน้ำหนัก อุณหภูมิของมันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดนั้นไร้คำอธิบายด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์เท่าที่เขามี

              ต้นไม้ที่ไหวเอนไปตามแรงลมคงดูน่ากลัวสำหรับผู้พบเห็น แต่ไม่ใช่สำหรับเทวกานต์ เขาไม่ได้ใส่ใจต้นไม้เหล่านั้นเลย แต่ภาพที่ทำให้เขาเย็นสันหลังจนเกือบจะหมดแรงคือใบหน้าอันบิดเบี้ยวของดวงวิญญาณหลายดวงร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด เสียงกรีดร้องและเสียงลมเหมือนจะผสมกันเป็นเนื้อเดียว

              กานต์มองตามดวงวิญญาณเหล่านั้นที่ลอยเคว้งไปมาอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นแรงลมที่ผิดธรรมชาติ พวกมันหมุนวนเป็นวงกลมเท่ากับขนาดของปะรำพิธี จากนั้นทุกอย่างก็พร้อมใจกันเคลื่อนที่เข้าไปอยู่ในหัวกระโหลกอันเล็กของหมวดเสือ

              สิ้นสุดภาพนั้นลมที่เคยพัดไหวก็กลับนิ่งสนิท เสียงหวีดหวิวอันใดก็ไร้วี่แวว เหลือไว้เพียงความเงียบของค่ำคืนที่น่าขนลุก

“ยินดีต้อนรับเข้าสู่ปรโลกฝั่งนี้ครับผู้กอง”

              หมวดเสือแซวนนท์ที่ยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ขยับตัวเข้ามาใกล้อีกสองคนอย่างไม่รู้ตัว

“ต่อไปนี้กูจะถาม มึงจงตอบกูมา”

              น้ำเสียงของหมวดเสือหนักแน่นและทรงพลัง

‘คิก คิก’

              เสียงหัวเราะของเด็กหรือหญิงสาวไม่แน่ใจดังก้องอยู่ในอากาศแทนการตอบรับของดวงวิญญาณที่ถูกเชิญมา

              นนท์เองก็ได้ยินเสียงนั้นด้วย ถ้าเขาไม่ใช่คนที่ถูกฝึกมาทั้งร่างกายและจิตใจ ป่านนี้คงจะลงไปกองกับพื้นแล้วเป็นแน่

“ที่นี่ถูกใช้เพื่อทำอัปรีย์ใช่หรือไม่” หมวดเสือถามเสียงห้วน

“ใช่” เสียงนั้นเลื่อนลอยยากจะจับที่มาและยากจะระบุวัยของเจ้าของเสียง

“ใครทำ” หมวดเสือกดเสียงต่ำ

“บอกไม่ได้” เสียงนั้นฉายแววความกลัวออกมาอย่างชัดเจน

              การถามตอบยังคงเป็นไปอีกสองสามคำถาม เสียงก้องในอากาศนั้นเชื่อฟังและให้คำตอบตามที่ทุกคนอยากรู้ ยกเว้นเพียงคำถามเดียวเท่านั้น

“ใครทำ” หมวดเสือถามเป็นครั้งที่สาม

“บอกไม่ได้” ดวงวิญญาณเหล่านั้นก็ตอบกลับเป็นครั้งที่สามเช่นกัน

“ต้องทำอย่างไรถึงจะรู้”

“…”

              ไม่มีซุ่มเสียงใดตอบกลับมาอีก ทุกคนตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ แต่ก่อนที่หมวดเสือจะเอ่ยปากถามซ้ำ เสียงที่ไม่รู้ที่มานั้นก็ตอบกลับพวกเขาทั้งที่ยังไม่ได้ถามอะไรออกไป

“เขามาแล้ว”

              สิ้นเสียงตอบนั้นดวงวิญญาณที่ถูกเรียกมารวมกันก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนไปทั่วบริเวณ ก่อนจะแยกย้ายสลายไปในอากาศธาตุ

              เสียงกรีดร้องเงียบหายไป แต่กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงกรอบแกรบของฝีเท้าที่เหยียบลงบนใบไม้แห้ง เสียงนั้นใกล้เข้ามาอย่างเชื่องช้า ทั้งสามคนหยิบอาวุธขึ้นมาถือกระชับมันให้เข้าที่แล้วเล็งปลายกระบอกไปยังทิศทางที่เสียงนั้นใกล้เข้ามา

              เพียงชั่วอึดใจในความมืดนั้นก็ปรากฏร่างของชายมากวัยที่กำลังเดินตรงมายังพวกเขาพร้อมไม้เท้าในมือข้างหนึ่ง ชายคนนั้นยิ้มทักทายอย่างอบอุ่นและใจดี

“สวัสดีครับคุณตำรวจ พบกันอีกแล้ว”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Opor Chaiyawan
2019-01-14 10:23:10

กำลังสนุกเลย มาไวๆนะครับ ติดตามเสมอครับ

#1

thisispp
2019-01-16 11:18:07

รอติดตามตอนต่อไปค่ะ ลุ้นแต่ละตอนมากๆ

#2