อัปเดตล่าสุด 2018-11-19 09:00:32

บทนำ สังเวยเทวา

สองเท้าเปลือยเปล่าเยื้องย่างอย่างอ่อนช้อย สองแขนเรียววาดวงสวยงาม เรือนร่างอ้อนแอ้นงดงามสมส่วน สะโพกองค์เอวยักย้ายไปตามท่ารำ ท่ามกลางสายตาที่มองอย่างชื่นชม ณ เทวาลัยแห่งนี้ หากแต่ผู้ที่กำลังร่ายรำอยู่นั้นกลับมีใบหน้าหม่นหมอง ดวงตามีหยดน้ำใสเอ่อคลอยามมองไปยังบุรุษหนุ่มที่นั่งอยู่บนแท่นศิลา

             

สายตาตัดพ้อหม่นเศร้า...เออหนอ ใยเขาช่างเมินเฉย...

             

ทั่วทั้งเทวาลัยผู้ร่วมพิธีต่างยิ้มแย้มยินดี เหล่าเทพยดาประสาทพรอำนวยสุขให้ทุกผู้ หากพรนั้นคงมิตกมาถึงนาง ดวงใจจึงร้าวรันทดเจียนจะขาด

             

ร่างกายยังคงเคลื่อนไหวไปตามจังหวะ สายตามิอาจละไปจากใบหน้าของบุรุษอันเป็นที่รัก แว่วคำสัญญาที่เคยให้ไว้ดังกลบทับท่วงทำนองร่ายรำ

             

‘เสร็จศึกจากเมืองจามเมื่อใดข้าจะกลับมารับขวัญเจ้าไปร่วมเรียงเคียงหมอนกับข้า รักษาดวงใจของเจ้าไว้รอข้ากลับมาเถิดหนา’

             

ใจ...ดวงนี้นางรักษาไว้อย่างดี รอคอยผู้เป็นเจ้าของกลับมารับมอบ หากมิเพียงแต่เขาไม่ต้องการมันแล้ว ยังเหยียบซ้ำจนแหลกละเอียด

             

เจ็บ...จนแทบกระอักเลือด

             

สองเท้าย่ำอยู่กับที่ ย่อตัวแล้วเหยียดตรง วงแขนวาดขึ้นลงสลับซ้ายขวา ท่ารำนี้เขาเคยเอ่ยชมมิขาดปาก หากเวลานี้ดวงตาคู่นั้นกลับเมินเฉย นางรำต่ำศักดิ์ไหนเลยจะสู้องค์หญิงผู้งามสง่า สวยสมคู่ควรกับเกียรติยศของเขา

             

เจ้ามิรู้ฤๅ เสร็จศึกจากเมืองจามครานี้ องค์สูรยวรรมันทรงยกพระขนิษฐาให้อภิเษกกับท่านขุนศึก เจ้าเลิกหวังที่จะร่วมเรียงเคียงหมอนกับเขาเสียเถิด ใครเขาจะเหลียวมองนางรำอย่างเจ้า ลมปากบุรุษนั้นเชื่อมิได้หรอกหนา’

           

คำบอกเล่าของผู้เป็นเพื่อนว่าเจ็บแล้ว ยังมิเท่าภาพที่ปรากฏเบื้องหน้า ณ ขณะนี้ บุรุษหนุ่มรูปงามกำยำผมเกล้าเหนือศรีษะ เผยให้เห็นใบหน้าคมคาย ดวงตาหวานซึ้งที่เคยทอดมองนางอยู่เป็นนิจ บัดนี้กลับส่องแสงวิบวับยามเหลียวมองสตรีที่อยู่เคียงข้าง

             

ขุนศึกหนุ่มคู่พระทัยและพระขนิษฐาแห่งองค์กษัตริย์ ช่างเหมาะสมงดงามราวเทพยดาสรรค์สร้าง...ช่างไม่ดูตัวเองเสียบ้างเลยหนอนางรำผู้ต่ำต้อย

             

กี่คำรักที่เคยพร่ำบอก กี่วาจาที่เคยเพรียกหา สิ่งเหล่านั้นหาได้มีความหมายต่อใจเขาสักนิดเพียงอารมณ์สำราญชั่วครู่ยามของบุรุษ

             

...เจ็บเหลือเกินหัวใจเอย...

 

สองแขนเรียวพนมมือขึ้นกลางอกขาข้างหนึ่งหันปลายเท้าออกนอกลำตัวงอเข่าลงแล้วนำเท้าอีกข้างมาพักไว้บนน่อง ดวงตาแลเลยไปยังรูปสลักองค์เทพวะ หยดน้ำใสที่เอ่อคลอไหลพราก ดวงจิตตั้งมั่น

 

วงแขนข้างหนึ่งวาดลงมาแตะเอว อีกข้างอ้อมไปด้านหลังกุมของบางอย่างที่เหน็บไว้ตรงผ้านุ่งด้านหลัง ดวงตาโศกสบมองบุรุษอันเป็นที่รักอีกครั้ง เพื่อจดจำตราตรึงใบหน้านั้นไปจนลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

 

มีดคมกริบถูกชักออกมา เพียงชั่วพริบตานางปาดคมวาววับลงบนลำคอระหง เลือดสีแดงสดพุ่งทะลักออกมาราวสายน้ำ ไหลรินเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกผู้

 

แม้ขณะที่ร่างของนางล้มลงบนพื้นสายตายังจดจ้องไปยังผู้เป็นที่รัก ภาพสุดท้ายที่แม้เลือนรางนางเห็นเขาโอบประคองสตรีข้างกายที่ซบหน้าลงบนแผ่นอกกว้าง

 

ใจเอย...แม้วาระสุดท้ายยังคงโศกตรม...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น