อัปเดตล่าสุด 2018-11-28 06:53:56

ตอนที่ 1 เสนียดสก

ท่ามกลางรูปปั้นนางอัปสราที่รายล้อมอยู่รอบปราสาทนครวัด ปกเขต คล้ายตกอยู่ในภวังค์ทุกครั้งที่ลั่นชัตเตอร์ สายตาที่มองผ่านเลนส์กล้องทำให้รู้สึกถึงความมีชีวิตชีวาของเหล่าอัปสราแต่ละนาง ราวกับกำลังเคลื่อนไหวร่ายรำอยู่ตรงหน้าเขา ชายหนุ่มหันเปลี่ยนทิศทางไปยังมุมแล้วมุมเล่าโดยมิรู้เบื่อ เขาหลงรักปราสาทนครวัดอันเก่าแก่แห่งนี้และแทบจะหลงรักเหล่านางอัปสราทุกนางของที่นี่

 

แดดยามสายของวันทอดลงมาตกกระทบลงบนรูปสลักหิน กระจายแสงเรืองรองจนดูฟุ้งฝัน พลันนั้นภาพในสายตาที่ปรากฏทำให้เขาแทบหยุดหายใจ อัปสรานางหนึ่งเยื้องย่างออกมาจากผนังปราสาท เรือนร่างที่แข็งเป็นหินกลับแปรเปลี่ยนเป็นเนื้อหนังมีชีวิตชีวา ร่างอรชรก้าวช้าๆ มาหาเขา ปกเขตลดกล้องลงเพื่อมองด้วยสายตาของตน ประกายแดดทำให้ผิวของเธอส่องรัศมีรอบกาย ณ ชั่วขณะนั้นคล้ายทุกสิ่งโดยรอบหยุดนิ่ง

 

“เขต!..เขต!..”

 

เสียงเรียกและแรงเขย่าที่ต้นแขนดึงชายหนุ่มให้หลุดจากห้วงภวังค์และหันมามองอย่างงงๆ

 

“เป็นอะไร...น้องเขาไหว้ตั้งนานยังยืนจ้องอยู่ได้”

 

“หา!” ปกเขตขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดนั้น และปรายสายตามองไปยังทิศทางที่เจ้าของเสียงทักพยักเพยิดให้ดู

 

ตรงหน้าเขาคือหญิงสาวผมหยิกยาวล้อมกรอบใบหน้าขาวผ่องกำลังส่งรอยยิ้มหวานให้เขา ชายหนุ่มอึ้งไปชั่วครู่พลางกวาดสายตามองหานางอัปสราผู้นั้น

 

“เป็นอะไร ท่าจะเพี้ยนแล้วเธอ เอาใหม่แนะนำใหม่ นี่...คุณสราลัน คนที่ฉันบอกว่าจะให้มาเป็นผู้ช่วยเธอไงล่ะ”

 

“ครับ” หญิงสาวตรงหน้าไหว้เขาอีกครั้งก่อนจะหลุดขำกับท่าทางเหลอหลาของเขา

 

“คุณสราลัน เธอเรียกว่าคุณลันก็ได้...เขาเป็นครูสอนนาฏศิลป์และเชี่ยวชาญด้านศิลปะฟ้อนรำของขอม พวกระบำอัปสราอะไรประมาณนี้น่ะ ฉันเลยดึงเขามาช่วยดูพวกศิลปะประกอบฉากและเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของพวกนางแบบ โปรเจกต์นี้ของฉันจะต้องเพอร์เฟค” คนพูดมีสีหน้าเคลิ้มฝันก่อนจะตวัดหน้าดุมาทางเขา

 

“ว่าแต่เธอเถอะ ฉันให้มาถ่ายรูปบริเวณรอบๆ เอาภาพสวยๆ ไปโปรโมทรายการน่ะถ่ายไปถึงไหนแล้ว ฉันเห็นเธอเอาแต่ถ่ายรูปปั้นหินเก่าๆ นี่...มันสวยตรงไหนน่ากลัวจะตาย”

 

“ครับๆๆ ผมมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นเป็นฉากหลังของปราสาทที่ทอดเงาลงบนผิวน้ำในบึงให้คุณนายเรียบร้อยแล้วครับ เหลือแค่เก็บรายละเอียดโดยรอบครับ” ปกเขตลอยหน้าตอบจนเจ้าของคำถามส่งค้อนขวับมาให้

 

“ดีย่ะ...งั้นก็ทำต่อไปให้เสร็จ เดี๋ยวฉันจะเดินไปดูภพทางโน้นก่อน อ้อ..คุณลันคะ อยู่กับเขตเขาก่อนนะคะ ช่วยคุมให้พี่ด้วยไม่งั้นหมอนี่ก็เอาแต่ถ่ายอะไรก็ไม่รู้อยู่นั่นล่ะ”

 

“ค่ะ” คนถูกใช้พยักหน้าพร้อมรอยยิ้มขัน

 

ปกเขตส่ายหน้าเบาๆ เมื่อ อรชุนี เดินกลับไป ความคุ้นเคยทำให้เขารู้นิสัยของพี่สะใภ้คนนี้ดี อดีตนางแบบผู้ผันตัวมาเป็นผู้จัดรายการประกวดค้นหานางแบบหน้าใหม่ โดยมีพี่ชายของเขาเป็นผู้ออกทุนให้ ซึ่งงานชิ้นนี้ของอรชุนีเป็นที่พูดถึงและถูกจับตามองในวงการเดินแบบเป็นอย่างมาก จึงไม่แปลกที่เธอลงมากำกับทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด

 

เมื่อละสายตาจากร่างบางระหงของพี่สะใภ้ชายหนุ่มจึงหันมามองหญิงสาวข้างกายที่ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มอยู่เป็นนิจ

 

“เอ่อ เมื่อกี๊ผมต้องขอโทษด้วยที่เสียมารยาท”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ...คุณปกเขตชอบถ่ายรูปเหรอคะ” เมื่อเห็นว่าบรรยากาศเริ่มจะเข้าสู่ความเงียบหญิงสาวจึงเป็นฝ่ายชวนคุยเสียเอง

 

“ครับ เรียกเขตเฉยๆ ก็ได้ครับ...ผมเป็นตากล้องถ่ายรูปไปเรื่อยเอาไปลงเพจเดินทางท่องเที่ยวของตัวเองด้วย เป็นฟรีแลนซ์รับงานอิสระด้วย อย่างงานนี้นีเค้าก็จ้างมาช่วย”

 

“ดีจัง...คือน่าสนุกดีน่ะค่ะ” สราลันรีบขยายความเมื่อเห็นแววตาสงสัยจ้องมอง

 

“แล้วคุณเขตชอบถ่ายรูปนางอัปสราเหรอคะ”

 

“ครับ ผมว่าจริงๆ แล้วพวกเธอไม่ได้น่ากลัวเลยนะ แต่ละนางล้วนมีเสน่ห์ คุณลันรู้ไหมว่ารูปสลักนางอัปสรานี่มีท่าทางไม่ซ้ำแบบเลยนะ”

 

หญิงสาวยิ้มมองประกายวิบวับในดวงตาของชายหนุ่มยามเอ่ยถึงนางอัปสราคล้ายสิ่งเหล่านั้นมีมนต์ขลังที่ดึงดูดเขาให้หลงใหล

 

“ค่ะ ก็พอทราบ เพราะท่วงท่าร่ายรำของระบำอัปสราก็ถอดแบบมาจากรูปสลักหินนางอัปสรานี่แหละค่ะ”

 

“จริงสิ ผมลืมไปว่าคุณลันเชี่ยวชาญศิลปะพวกนี้ ไม่น่าถามเลย” รอยยิ้มเก้อๆ ของปกเขตทำให้ใบหน้าคร้ามคมนั้นละมุนลง

 

สองหนุ่มสาวเดินตามทางไปเรื่อยๆ และชายหนุ่มหยุดถ่ายรูปเป็นระยะ สราลันมองดูท่าทางของเขาทุกอิริยาบทบนรูปร่างสูงหนาสมส่วนของชายหนุ่ม เธอรู้สึกคุ้นตาและคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่เป็นการพบกันครั้งแรก

 

แสงแดดส่องประกายร้อนแรงเมื่อยามใกล้เที่ยง สองหนุ่มสาวเดินเรื่อยมาจนถึงบริเวณทีมงานของพี่สะใภ้ยืนรอกันอยู่ ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงครองภพผู้เป็นพี่ชายของเขาด้วย แม้จะไม่อยากมาสักเท่าไหร่แต่ด้วยความเป็นเจ้าของทุนครองภพจึงถูกอรชุนีผู้เป็นภรรยาลากมาด้วย

 

“ถ่ายเสร็จรึยังเขตจะได้รีบกลับ แดดเริ่มร้อนแล้วนี่” พี่ชายบ่นอุบอิบพลางเดินมาหาเขา

 

“เรียบร้อยแล้วครับเก็บหมดทุกซอกทุกมุม”

 

“ดีงั้นกลับโรงแรมกันเลย”

 

อาการของครองภพบ่งบอกว่าไม่ไหวเต็มที เขาไม่ใช่ชายหนุ่มที่รักการท่องเที่ยวแนวธรรมชาติศิลปวัฒนธรรมสักเท่าไหร่ ที่ยอมมาด้วยเพราะคิดว่าจะมีเหล่านางแบบมาร่วมถ่ายรูปโปรโมทรายการด้วย แต่เมื่อพบกับความผิดหวังจึงไม่มีอารมณ์ชมความสวยงามอะไรทั้งนั้น

 

“เดี๋ยวสิคุณ ขอตรวจงานก่อน” อรชุนีเดินมาสมทบพร้อมยื่นมือขอดูกล้องจากปกเขต

 

“ไหนฉันขอดูหน่อยว่าเธอถ่ายอะไรมาบ้าง เผื่อมีบางมุมอยากให้ถ่ายเพิ่ม”

 

หญิงสาวกดเลื่อนดูภาพในกล้องทีละภาพ สีหน้าพอใจกับฝีมือภ่ายภาพของน้องชายสามี ไม่เสียแรงที่เลือกปกเขตให้ช่วยงานนี้ ครั้นเมื่อเจอภาพถ่ายของรูปสลักนางอัปสราอรชุนีรีบกดเลื่อนผ่านอย่างไม่ชอบใจ

 

“ถ่ายมาทำไมตั้งเยอะแยะ”

 

ปลายนิ้วกดรัวลงบนปุ่มเลื่อนผ่าน พลันนั้นเองดอกไม้สีขาวกลีบบางลอยละล่องมาตามสายลม ร่วงหล่นลงบนหน้าจอของกล้อง อรชุนีรีบหยิบขึ้นมาดูพลางแหงนหน้ามองข้างบน

 

“ดอกอะไรมาจากไหนนี่”

 

“ไหนคะ ขอลันดูหน่อย” หญิงสาวหน้าหวานมองดอกสีขาวนวลที่มีกลีบห้ากลีบตรงกลางเป็นสีม่วงจางๆ ในมือของอรชุนีที่ยื่นให้ดู

 

“เอ...แปลกจัง ที่นี่ไม่ค่อยปลูกดอกไม้แบบนี้ให้เห็นสักเท่าไหร่นะคะ แล้วนี่ก็เป็นดอกไม้ที่ใช้เสียดผมของนางอัปสรา เวลาที่ฟ้อนรำก็มักใช้ดอกไม้ชนิดนี้แหละค่ะ เรียกว่าดอกเสนียดสก” สราลันอธิบายเพิ่ม

 

“อืม ก็สวยดีนะ เอ๊ะ...แต่กลิ่นหอมแปลกๆ นะ หอมแบบเย็นๆ วังเวงๆ แบบที่ไม่ใช่กลิ่นดอกไม่น่ะ ไม่รู้สิอธิบายไม่ถูก” อรชุนีส่ายหน้าหลังจากที่สูดกลิ่นดอกไม้

 

“ไหนคะขอลันลองหน่อย” ดอกไม้กลีบบางแตะที่ปลายจมูกของสราลันก่อนที่หญิงสาวจะสูดลมเข้าไป

 

“เอ...ปกติไม่ใช่กลิ่นนี้นี่”

 

“กลิ่นมันแบบขนลุกๆ ใช่ไหมคะคุณลัน เอ้านี่เขตลองดมดูสิ เธอเป็นผู้เชี่ยวชาญของที่นี่ไม่ใช่เหรอ” อรชุนีว่าพลางยื่นดอกไม้ไปแตะที่ปลายจมูกของชายหนุ่ม

 

หอม...เย็น...ลึกล้ำ ความรู้สึกอิ่มเอิบซาบซ่านแล่นผ่านสู่หัวใจ

 

“เอ้า! จะมัวมายืนดมดอกไม้ทำไมนี่ เสร็จแล้วก็รีบกลับกันได้แล้ว” ครองภพซึ่งยืนดูเหตุการณ์อยู่นานกล่าวอย่างเหลืออด

 

“เอ๊ะ! คุณนี่จะรีบอะไรกันนักหนา...เอ้าลองดมดูสิว่ากลิ่นมันแปลกๆ ไหม” อรชุนียื่นดอกไม้ไปที่ปลายจมูกของสามี

 

“ไม่รู้สิ ไม่เห็นจะได้กลิ่นอะไรเลย” เขาบอกพลางทำหน้าหงุดหงิด

 

"เสนียดสกนี่เขาเสียดผมไว้อย่างนี้ใช่ไหมคะ” นอกจากไม่สนใจอาการของสามีแล้วอรชุนียังเอาดอกไม้มาทัดไว้ข้างหูอีกด้วย

 

“ใช่ค่ะ” สราลันตอบ

 

“นี่เขตเธอช่วยถ่ายรูปให้หน่อย ฉันจะเอาไปเป็นแบบ” อรชุนีส่งกล้องคืนให้ปกเขตก่อนจะโพสต์ท่าให้เขาถ่าย

 

“ใครอยากจะอยู่ต่อก็อยู่ไปเลยนะ ไม่ไหวแล้วผมร้อนผมกลับล่ะ” ครองภพส่ายหน้าและรีบเดินจากไปโดยไม่สนใจเสียงร้องเรียกของอรชุนีที่ตามหลังไปติดๆ

 

สองหนุ่มสาวที่เหลือหันมองหน้ากัน ปกเขตพยักหน้าให้หญิงสาว

 

“ไปครับ...กลับกัน”

 

ปกเขตเดินตามหลังสราลันออกไป พลันนั้นสายตาเขาเหลือบเห็นดอกไม้ขาวบางหล่นร่วงบนพื้นชายหนุ่มเอื้อมมือก้มลงไปหยิบและเพียงได้สัมผัส ก็บังเกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนยาวนานเสียดแทงเข้ามาในหูทำให้เขาหยุดชะงัก และเหลียวมองรอบกายไปทั่ว ทุกอย่างไม่มีสิ่งใดผิดปกติ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินจากไป

 

โดยที่ไม่รู้เลยว่าหลังจากเสียงกรีดร้องนั้นแผ่วจางลง กลับมีเสียงสะอื้นบางเบาและแว่วบทกลอนขับขานอยู่ในสายลมลอยตามเขาไป

 

ขอตั้งสัตย์ต่อองค์เทวา

เหล่าปวงเทพชั้นฟ้าบนสวรรค์

ทุกความเจ็บช้ำที่ถูกลงทัณฑ์

จะนับคืนนับวันรอทวงคืน


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น