อัปเดตล่าสุด 2018-12-05 07:54:26

ตอนที่ 2 ติดตามความฝัน

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ปรากฏไฟล์ภาพมากมายทำให้ปกเขตค่อยๆ เลื่อนดู ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นภาพที่เขาถ่ายมาจากปราสาทนครวัดทั้งสิ้น ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วกดบนแป้นพิมพ์เพื่อให้แต่ละภาพเลื่อนผ่าน เขาต้องการภาพที่ดีที่สุดเพื่อให้พี่สะใภ้เลือกใช้ในการโปรโมทรายการ ทว่ากลับไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ต้องมาเฟ้นหาภาพมากมายในยามดึกเช่นนี้

 

เมื่อไล่ดูภาพต่างๆ มาเรื่อยๆ สิ่งที่ทำให้ร่างกายฟื้นตื่นจากความง่วง ก็คือภาพของบรรดาเหล่านางอัปสราที่เขาถ่ายมาแทบจะทุกมุมภายในปราสาทโบราณ ปกเขตมองภาพรูปปั้นเหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่เขาเองก็ไม่เข้าใจ ทั้งคุ้นเคย โหยหา และหลงใหลจนแทบไม่อยากจะละสายตาไปไหน

             

จนมาถึงภาพหนึ่งที่ทำให้ลมหายใจเขาขาดห้วงรอบกายคล้ายหยุดเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ มันคล้ายเงาจางๆ จนแทบจะมองไม่เห็น ภาพนางอัปสราที่มีเลือดเนื้อมีชีวิตจริงๆ ก้าวออกมาจากผนังปราสาท จ้องมองเขาด้วยแววตาโศกเศร้าร่างอรชรบอบบางนั้นเลือนลางราวกับอยู่ในม่านหมอก

             

ปกเขตเอื้อมมือไปสัมผัสบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ พลันนั้นคล้ายมีกระแสไฟฟ้าจากปลายนิ้วแล่นเข้าสู่ร่างกายจนเขารู้สึกชาไปทั้งร่าง ความคิดความรู้สึกทั้งหลายกลับวูบดับลง

 

              “การศึกเริ่มแล้วท่านต้องไปออกรบเมื่อใดหรือ นเรนทร” น้ำเสียงหวานจับใจเอ่ยถามบุรุษรูปงามพลางก้มหน้าซ่อนประกายในดวงตาเอาไว้

 

            “องค์สูรยวรมัน ทรงมีบัญชาให้จัดเตรียมทัพแล้ว อีกไม่กี่เพลาข้างหน้าเห็นจะต้องเร่งเดินทาง”

 

            “เช่นนั้นหรือ” ดวงตาวาวใสงดงามราวแก้วมณีสบมองใบหน้าคร้ามคมนั้นเล็กน้อยก่อนจะก้มลงเช่นเดิม

 

            “ข้าพอจะมีวาสนาได้เห็นเจ้ารำอวยชัยให้ข้าบ้างหรือไม่ อินทรอุทัย” น้ำเสียงของบุรุษหนุ่มกังวานหวานทว่าเจือรอยหม่นเศร้า

 

            “นางรำต่ำต้อยเช่นข้ามิคิดอาจเอื้อมเช่นนั้นหรอก ข้าทำได้แค่เพียงอวยชัยให้ท่านชนะข้าศึกกลับมา”

 

ดวงตาหวานล้ำคู่นั้นของนางแหงนมอง ทิ้งรอยโศกแต้มไว้ในใจของบุรุษหนุ่มก่อนที่นางจะเดินจากไป พลันนั้นหัวใจอันหดหู่ของเขาคล้ายถูกบีบจนแหลกสลาย ร่างกำยำของทหารกล้าแทบจะหมดกำลังเมื่อแน่ชัดว่าความหวังอันน้อยนิดได้สิ้นสูญลง

 

“อย่าเพิ่งไป...กลับมาก่อนได้โปรด...ได้โปรด”

 

ปกเขตเอื้อมมือไขว่คว้าร้องเรียกใครบางคนที่อยู่ในสายหมอกจางๆ หัวใจปวดร้าวเกินกว่าจะบรรยายเมื่อร่างนั้นค่อยๆ ลับหายจากไป ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังสะอื้นเมื่อตื่นขึ้นมาเขาลูบใบหน้าตัวเองแล้วก็ต้องตกใจ เมื่อพบหยาดน้ำตาชุ่มฉ่ำอาบนองบนใบหน้า แต่นั่นไม่เท่ากับความรู้สึกเจ็บปวดโศกเศร้าที่มันท่วมท้นในหัวใจ

 

เมื่อตั้งสติได้จึงรู้ว่านี่เป็นเพียงความฝัน ชายหนุ่มมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่บัดนี้ดับสนิทกลายเป็นสีดำ ปกเขตตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติพลางระบายลมหายใจช้าๆ  คงเป็นเพราะภาพถ่ายจากนครวัดรวมถึงภาพรูปสลักนางอัปสราทั้งหลายที่ทำให้เขาฝันเป็นตุเป็นตะไป ถึงแม้จะบอกกับตัวเองอย่างนั้นก็ไม่สามารถลบความรู้สึกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในหัวใจอย่างลึกล้ำ

 

ปกเขตเหลือบมองนาฬิกาเมื่อเห็นว่าดึกมากแล้วเขาจึงตัดสินใจเข้านอน เมื่อปิดไฟทุกดวงจนมืดและล้มตัวลงแนบหมอนเขากลับหลับตาไม่ลง ด้วยเพราะดวงตาโศกซึ้งในความฝันติดตรึงในหัวใจจนมิอาจสลัดออกได้ โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าบัดนี้เจ้าของดวงตาคู่นั้นได้จ้องมองเขาอยู่ในความมืดด้วยความโศกเศร้าไม่น้อยไปกว่ากัน

 

 

นับเป็นสถานที่แปลกตาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงแห่งหนึ่งที่อรชุนีเพิ่งเคยเห็น โรงเรียนสอนนาฏศิลป์ที่ออกแบบสร้างตัวอาคารให้ดูเป็นเรือนไม้ยุคโบราณ รวบรวมเอาศิลปะเก่าๆ หลายแบบมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ดูสวยมีเสน่ห์และเปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง แม้จะไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับศิลปะโบราณมากนัก แต่ ณ ที่แห่งนี้กลับดึงดูดใจให้หญิงสาวเพลินมอง

 

“ขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้คุณนีรอนาน” เสียงหวานของเจ้าของสถานที่เอ่ยทักทายมาทางด้านหลัง ทำให้ผู้มาเยือนรีบหันไปมอง

 

“โอ๊ย...ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณลัน พี่เองก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้นัดล่วงหน้านึกอยากมาก็มาเลย”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ที่นี่ยินดีต้อนรับ ว่าแต่คุณนีมีอะไรให้ลันรับใช้คะ” หญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่าแต้มรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่ว่าใครได้มองก็ทำให้รู้สึกสบายใจ

 

“โอย...อย่าใช้คำว่ารบกวนเลยค่ะ เรียกว่ามาขอคำปรึกษาจะดีกว่า ว่าแต่ที่นี่สวยแปลกตาดีนะคะ ไม่คิดว่าในกรุงเทพจะมีสถานที่ที่ดูเก่าแก่โบราณ ทั้งสงบและดูมีเสน่ห์แบบนี้”

 

“ที่นี่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยคุณทวดค่ะ มีปรับปรุงซ่อมแซมกันไปบ้างแต่ยังคงเอกลักษณ์แบบดั้งเดิมเอาไว้ ก็เหมาะสำหรับใช้เปิดเป็นโรงเรียนสอนนาฏศิลป์สำหรับเด็กๆ ที่อยากหากิจกรรมพิเศษเรียนค่ะ เชิญคุณนีไปที่ห้องรับรองดีกว่าค่ะจะได้คุยสะดวก”

 

สองสาวเดินจากส่วนต้อนรับด้านหน้าขึ้นไปยังชั้นบนของตัวอาคารผ่านห้องที่แบ่งไว้สำหรับใช้ซ้อมรำ ซ้อมดนตรีไทย ห้องเก็บอุปกรณ์ และห้องแสดงศิลปะก่อนจะถึงห้องรับรองที่ใช้สำหรับรับแขก

 

หลังจากที่สราลันนำแก้วน้ำดื่มมาให้อรชุนีเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอจึงเริ่มบทสนทนากับหญิงสาวผู้มาเยือน

 

“คุณนีมีเรื่องอะไรที่ปรึกษาลันหรือคะ? ถ้าเป็นเรื่องที่พอจะช่วยได้ลันก็ยินดีค่ะ”

 

“แหม...ถ้าคุณลันช่วยไม่ได้พี่ก็ไม่รู้จะไปพึ่งใครแล้วล่ะค่ะ คืออย่างนี้พอดีพี่เกิดไอเดียขึ้นมาว่าอยากให้โชว์ของนางแบบที่ใช้ในวันเปิดตัวเป็นระบำอัปสราจะได้เข้ากับธีมปราสาทนครวัด พี่ก็เลยอยากปรึกษาว่าคุณลันพอจะช่วยเรื่องการฝึกซ้อมได้ไหมคะ”

 

“ได้สิคะ เรื่องนี้ลันถนัดอยู่แล้ว”

 

“อ้อ...อีกอย่างหนึ่งพวกเครื่องแต่งกาย พี่อยากได้ของที่มันเก่าแก่จริงๆ หรือไม่ก็ใกล้เคียงที่สุดพอจะหาได้ไหมคะ คือรายการของพี่นอกจากจะเป็นการประกวดนางแบบแล้ว พี่อยากจะเน้นพวกศิลปะโบราณด้วยถ้าเราสามารถหาของเก่าๆ มาโชว์ได้จริงๆ มันจะเพอร์เฟคมากเลย”

 

สราลันมองท่าทีมุ่งมั่นจริงจังของอดีตนางแบบผู้ผันตัวเองมาเปิดบริษัทผลิตนางแบบด้วยความชื่นชม ใบหน้าหวานมีรอยครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบ

 

“ถ้าเป็นพวกเครื่องประดับเดี๋ยวนี้ก็จะประยุกต์เข้ากับศิลปะของไทยทั่วไปค่ะ แต่ถ้าอยากได้แบบเก่าแก่จริงๆ ก็น่าจะเป็นลายผ้านุ่ง ถึงแม้จะไม่ใช่ผ้าที่มาจากยุคโบราณจริงๆ แต่เราสามารถทอลายผ้าได้ตามยุคนั้นจริงๆ ค่ะซึ่งที่บ้านลันก็พอมีอยู่บ้าง”

 

“จริงเหรอคะ ลายสมัยโบราณคงจะสวยน่าดู ที่บ้านของคุณลันนี่สะสมของเก่าด้วยเหรอคะ” แววตาของอรชุนีมีประกายตื่นเต้น

 

“จริงๆ ก็ไม่ใช่ของลันหรอกค่ะ เป็นของคุณย่าลันมากกว่าท่านชอบเกี่ยวกับศิลปะเก่าๆ โดยเฉพาะขอมโบราณ ท่านเลยมีของเก่าสะสมไว้เยอะ ส่วนผ้านุ่งของนางรำขอมโบราณก็ถอดลายมาจากลายผ้านุ่งของรูปสลักนางอัปสรานี่แหละค่ะ ท่านสั่งทอไว้หลายผืนเลย”

 

“ดีจังค่ะ อย่างนี้ไม่ทราบว่าพี่พอจะขอยืมคุณย่าคุณลันได้บ้างไหมคะ”

 

“ไม่มีปัญหาค่ะ เอาอย่างนี้ดีกว่าเดี๋ยวลันโทรถามคุณย่าให้เลยว่ายังเก็บผ้านุ่งพวกนั้นไว้ที่บ้านหรือเปล่า”    สราลันว่าพลางหยิบโทรศัพท์จากในกระเป๋าขึ้นมา

 

“ขอบคุณคุณลันมากเลยนะคะ...เออว่าแต่ห้องน้ำไปทางไหนคะนี่”

 

“อ๋อ...คุณนีเดินย้อนไปตามทางที่มานะคะลงบันไดแล้วเลี้ยวขวาค่ะ”

 

อรชุนียิ้มขอบคุณแล้วรีบออกไป หลังจากทำธุระส่วนตัวเสร็จหญิงสาวค่อยๆ เดินชมความงามของลวดลายต่างๆ ที่ประดับผนังของตัวอาคาร แม้แต่ลายแกะสลักตรงราวบันไดหรือราวระเบียงก็อ่อนช้อยสวยงาม แต่ที่สะดุดตามากที่สุดเห็นจะเป็นลวดลายที่สลักตามประตูของแต่ละห้อง

 

หญิงสาวค่อยๆ เดินชมอย่างไม่เร่งรีบเนื่องจากเวลานี้เย็นมากแล้ว โรงเรียนสอนนาฏศิลป์แห่งนี้จึงแทบร้างไร้ผู้คน  จู่ๆ อรชุนีก็ได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงแว่วมาจากห้องไหนสักแห่ง หญิงสาวเดินไปตามเสียงนั้นแล้วหยุดเอาหูแนบกับประตูห้องที่มีเสียงลอดออกมา

 

...หรือยังมีนักเรียนอยู่ซ้อมรำ...

 

หญิงสาวค่อยๆ ผลักบานประตูเพื่อเปิดดูข้างใน ภาพที่เห็นคือหญิงสาวนางหนึ่งสวมชุดนางรำของขอมโบราณคล้ายกับภาพนางอัปสราที่เคยเห็น กำลังหันหลังให้เธอร่ายรำอย่างสวยงาม เครื่องประดับทุกชิ้นรวมทั้งผ้าที่นุ่งอยู่นั้นวิจิตรสวยงามราวกับหลุดมาจากยุคโบราณ

 

ท่ารำนั้นอ่อนช้อยเชื่องช้าทว่ามั่นคงร่างของนางรำค่อยๆ เคลื่อนไหวและหันหน้ามาทางหญิงสาวช้าๆ และเมื่อเผชิญหน้ากันอรชุนีกลับแปลกใจที่เห็นท่อนบนของร่างนั้นเปลือยเปล่า มีเพียงสร้อยสังวาลประดับอยู่บนเรือนร่าง และเมื่อมองขึ้นไปบนใบหน้า อรชุนีกลับพบแววตาขาวกระด้างที่มีตาดำเพียงจุดเล็กๆ จ้องมองเธออย่างดุดัน พลันที่ได้สบตาอรชุนีถึงกับผงะออกมา เป็นจังหวะเดียวกันที่ประตูของห้องนั้นปิดใส่หน้าเธอดังปัง! ราวกับถูกกระชากด้วยมือที่มองไม่เห็นอย่างแรง

 

หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจจนทำให้สราลันที่อยู่ในห้องข้างๆ รีบวิ่งออกมาดู

 

“คุณนีคะ...เป็นอะไรคะ?”

 

อรชุนีชี้มือไปที่ประตูพลางระงับอาการตกใจให้คลายลง “พี่ยืนดูคนซ้อมรำในห้องนี้ค่ะ แล้วจู่ๆ ประตูมันก็ปิดใส่หน้าดังปังพี่ก็เลยตกใจ”

 

“คะ?”

 

“สงสัยลมคงจะพัดแรงมั้งคะ...เออจริงสิคุณลันนางรำที่รำในห้องนี้รำสวยมากเลยค่ะพี่อยากให้คุณลันซ้อมรำแบบนี้ให้โชว์ของนางแบบพี่ได้ไหมคะ แล้วชุดที่ใส่กับพวกเครื่องประดับก็สวยมากพี่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยเอาแบบชุดนี้ก็ได้นะคะ อ้อแต่ว่าไม่ต้องถึงกับเปลือยท่อนบนอย่างคนในห้องหรอกนะคะ ตะกี๊พี่เห็นยังตกใจเลย”

 

“นางรำในห้องใครกันคะ?” ยิ่งฟังสราลันก็ยิ่งสงสัย

 

“ก็คนที่ซ้อมรำอยู่ในนี้ไงคะ”

 

“เอ...ไม่มีนะคะวันนี้ห้องนี้ไม่มีใครมาซ้อมรำเลยค่ะ”

 

“มีสิคะ พี่ยังยืนดูอยู่ตั้งนาน...นี่ไง อ้าว!” อรชุนีผลักประตูเปิดเข้าไปอย่างแรง ทว่าในห้องกลับว่างเปล่าไร้วี่แววของใครสักคน

 

“เอ๊ะ!..หายไปไหนนะ...หรือจะแอบออกไปทางอื่น” ผู้สงสัยชะโงกหน้าเข้าไปมองพร้อมกับสอดส่ายสายตาหาทางออกอื่น ที่พอจะทำให้คนในห้องแอบหนีออกไป แต่ไม่ทันที่จะกล่าวอะไรต่อเสียงโทรศัพท์ที่กรีดร้องอยู่ในกระเป๋าทำให้เธอต้องละความสนใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

“ขอตัวสักครู่นะคะ” อรชุนีหันมาบอกผู้เป็นเจ้าของสถานที่ก่อนจะเลี่ยงออกไปสนทนากับปลายสาย “ว่าไงคุณ...”

 

สราลันได้แต่มองผู้มาเยือนอย่างงงๆ พร้อมกับหันกลับมาดูภายในห้องอีกครั้ง ...หรืออรชุนีจะตาฝาด... เธอส่ายหน้าเบาๆ และยืนรอหญิงสาวที่ขอตัวไปคุยโทรศัพท์ ไม่นานอรชุนีก็เดินกลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก

 

“แย่จริงๆ เลยคุณภพเบี้ยวนัดพี่อีกแล้วค่ะ บอกว่าจะมารับแต่ก็ติดธุระมาไม่ได้อีก” หญิงสาวหงุดหงิดจนลืมเรื่องของนางรำปริศนาไปเสียสิ้น

 

“อ้าวแล้วจะทำยังไงล่ะคะ...ให้ลันไปส่งไหมคะ?”

 

“ไม่เป็นไรค่ะพี่โทรให้นายเขตเขามารับแล้วล่ะ เราไปคุยเรื่องของเราต่อดีกว่าค่ะ...เฮ้อ! พี่ล่ะเบื่อสามีตัวเองจริงๆ เชียว”

 

อรชุนีอยู่คุยกับสราลันได้ครู่ใหญ่ปกเขตก็มารับ และเมื่อขึ้นรถจนขับออกมาเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็ยังไม่วายบ่นสามีตัวเอง ก่อนที่เหล่มองน้องสามีแล้วเอ่ยถาม

 

“เธอว่าคุณลันเป็นไงบ้าง?”

 

“หา...ว่าไงนะ?” ปกเขตตั้งหลักไม่ทันกับหัวข้อสนทนาที่จู่ๆ ก็วกเข้ามาเรื่องนี้ดื้อๆ

 

“ฉันหมายถึงว่าคุณลันเขาโอเคไหม ใช่เสปคของเธอรึเปล่า ฉันไม่อยากให้เธอลอยไปลอยมาอย่างนี้ เอาตรงๆ นะฉันถูกชะตากับคุณลัน และฉันว่านิสัยของเขาความชอบของเขาหลายๆ อย่างคล้ายกับเธอมากนะเขต ไม่ลองคบไว้ศึกษากันดูล่ะ บางทีนี่อาจจะใช่คนที่ใช่ของเธอก็ได้นะ”

 

ปกเขตไม่ว่าอะไรเขาได้แต่ยิ้มรับความหวังดีของพี่สะใภ้ ...คนที่ใช่... อย่างนั้นหรือ วินาทีนี้ในหัวใจของเขามีแต่แววตาโศกเศร้าของหญิงสาวในความฝันติดตรึงมิรู้ลืม

 

“เอ๊ะ!...นี่มันอะไรกัน” อรชุนีว่าพลางหยิบบางสิ่งในกระเป๋าขึ้นมา

 

มันเป็นกำไลข้อมือทองคำประดับลวดลายสวยงามแปลกตาที่ดูเก่าแก่ราวของโบราณ ทว่ากลับดูมีค่าและงดงามจนหาที่ติไม่ได้

 

“ตายจริง! นี่ฉันเผลอหยิบของคุณลันมาตอนเลือกแบบเครื่องประดับกันอยู่แน่ๆ เลย เอาไว้ฉันค่อยเอาไปคืนก็แล้วกัน เอ๊...หรือว่าจะให้เธอเป็นคนเอาไปคืนแทน เธอจะได้สานสัมพันธ์ต่อไง”

 

ปกเขตส่ายหน้านึกขำท่าทีของพี่สะใภ้ ทันใดนั้นคิ้วทั้งสองของเขาก็ต้องขมวดลงเมื่อแว่วเสียงสะอื้นดังแผ่วอยู่ข้างหู ชายหนุ่มเหลือบมองไปที่กระจกรถด้านหลังแต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด แต่เขาหารู้ไม่ว่าเมื่อละสายตากลับมาที่เดิม ร่างของนางอัปสราที่มีดวงตาขาวโพลน นั่งจ้องมองด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น ผิวกายของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด ที่ไหลย้อยลงมาจากบาดแผลฉีกขาดเหวอะหวะตรงลำคอ


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น