อัปเดตล่าสุด 2019-01-09 10:11:16

ตอนที่ 6 เริงร่ายท่ารำ

ครองภพนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงขาวสะอาดของโรงพยาบาลเอกชนชั้นดี ใบหน้าหล่อเหลาคมสันนิ่งสงบผ่อนคลายด้วยฤทธิ์ยานอนหลับ              อรชุนีนั่งมองของสามีด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย นานแล้วที่เธอไม่เคยมีเวลาใกล้ชิดถึงขั้นพิจารณาใบหน้าเขาอย่างละเอียดขนาดนี้ หญิงสาวอดสะท้อนใจในความสัมพันธ์ของคำว่าครอบครัวไม่ได้

             

ไม่รู้ว่ามันเริ่มต้นด้วยคำว่ารักอย่างแท้จริงหรือไม่ในความรู้สึกแรกที่เธอได้เจอเขา รู้แต่มันเกิดความรุ่มร้อนบางประการที่อยากได้ชายผู้นี้มาครอบครอง มันเรียกร้องโหยหาและหวาดกลัวการถูกแย่งชิง เธอทุ่มเทให้รักครั้งนี้จนหมดสิ้นและได้เขามาครอบครองในที่สุด

             

จนเมื่อความสัมพันธ์มันดำเนินต่อมา อรชุนีเริ่มตระหนักถึงความรักที่แปรเปลี่ยนเป็นทุกข์ ครองภพคือชายที่หลงในรูปอันมีเสน่ห์ของตนและใช้มันเพื่อหาความสุขให้ตัวเอง อรชุนีต้องทนรับกับการมีผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าของสามีแม้เจ็บปวดแต่ไม่อาจปล่อยเขาไปได้ จนเมื่อรู้ว่าป่วยการที่จะหยุดความเจ้าชู้ของเขาเธอจึงทำใจทนยอมรับ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เธอขอจากสามีคืออย่าให้บรรดาผู้หญิงทั้งหลายของเขาขึ้นมาเทียบเท่าหรือตีเสมอเธอ

             

เมื่อครองภพทำตามข้อตกลงนี้มาตลอดเธอจึงไม่ใส่ใจสิ่งเหล่านั้น พยายามมุ่งโหมทำงานหนักเพื่อกลบเกลื่อนบาดแผลจากความรักที่ไม่มีอยู่จริง จนทำให้นับวันเธอและสามีดูห่างเหินกันไปราวกับคนไม่รู้จักกัน

             

อรชุนีระบายลมหายใจหนักๆ ขณะที่มองหน้าครองภพ นอกจากความห่วงใยที่มีแล้วบัดนี้ในหัวใจของเธอเกิดความกังวลและหวาดกลัวอยู่ลึกๆ หญิงสาวเกือบจะคิดว่าอุบัติเหตุนอนตกเตียงของสามีเป็นเรื่องธรรมดาที่เธออดขำไม่ได้เสียด้วยซ้ำ หากไม่ได้เห็นอาการหวาดกลัวบางอย่างในแววตาของเขา และคำพูดพร่ำเพ้อถึงนางรำน่ากลัวอีกทั้งคำร้องขอชีวิตจากบางสิ่งที่ไม่มีตัวตน

             

มันเหมือนสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่และไม่สามารถบอกใครได้ในเวลานี้...อรชุนีเห็นความหวาดกลัวของตัวเองอยู่ในแววตาของครองภพ...

             

เสียงเคาะประตูดังขึ้นจนหญิงสาวสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ อรชุนีเดินไปเปิดประตูให้น้องชายของสามีเข้ามา

             

“เกิดอะไรขึ้น?” ปกเขตปราดเข้าไปหาพี่ชายที่เตียงพลางถามพี่สะใภ้

             

“อยู่ๆ ภพก็นอนดิ้นตกเตียง...หล่นลงมาตัวคงจะทับแขนกระดูกน่าจะร้าวหมอเลยให้ใส่เฝือก”

             

“แค่กระดูกร้าวก็ไม่มีอะไรน่าห่วงนี่ ทำไมสีหน้าเธอดูกังวลจัง?”

             

อรชุนีอึกอักกับความหวาดหวั่นที่อยู่ลึกๆ ข้างใน หญิงสาวชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนเหลือบมองสามีและเอ่ยออกมา

             

“ฉันมีเรื่องจะเล่าให้ฟัง...ไปหาที่คุยกันหน่อย”

             

โรงพยาบาลเอกชนที่มีค่าใช้จ่ายสูงลิบแห่งนี้มีสระน้ำอยู่ตรงกลางระหว่างตึกต่างๆ ที่รายรอบ เพื่อเป็นที่หย่อนใจสำหรับญาติที่มาเฝ้าผู้ป่วย อรชุนีเลือกนั่งตรงม้าหินริมสระน้ำซึ่งเป็นมุมสงบปราศจากผู้คนพลุกพล่าน สีหน้าของหญิงสาวเต็มไปด้วยความกังวลและไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดอย่างไร เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่มั่นใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่สังหรณ์บางอย่างบอกกับตัวเองว่ามีสิ่งที่ไม่ปกติเกิดขึ้น

             

ทุกอย่างนิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ สายลมเอื่อยๆ รอบกายก็คล้ายหยุดนิ่ง ความเย็นยะเยือกคืบคลานไปทั่วทั้งร่างของหญิงสาว ดวงตาเรียวรีภายใต้ขนตาหนาเป็นแพเหลียวไปรอบๆ

             

“เกิดอะไรขึ้น?” ปกเขตถามย้ำคำเดิม

             

“ตอนแรกฉันก็คิดว่าภพแค่นอนดิ้นแล้วก็ตกเตียง ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยนอนดิ้นถึงขนาดนั้น แต่ตอนที่ฉันลุกมาดูเขา แววตาของภพเหมือนคนหวาดกลัวอะไรบางอย่างสุดขีด แถมยังร้องขอชีวิตอย่างกับถูกใครทำร้าย...แต่ฉันก็ยังคิดว่าไม่มีอะไร เขาคงแค่นอนละเมอ จนตอนที่ฉันขับรถมาส่งเขาที่โรงพยาบาลและได้ยินเขาเพ้อถึงนางรำหน้าตาน่ากลัวมาหักแขนเขา ภพเอาแต่พูดซ้ำๆ อย่างนี้จนหมอกลัวว่าเขาจะมีอาการทางประสาทเลยต้องให้ยาคลายเครียด”

             

“แล้วเธอคิดว่าพี่ภพเป็นอะไร?”

             

“ฉันก็คงคิดว่าเขาฝันร้ายจนเพ้อเจ้อนั่นแหละถ้าฉันไม่ได้เจอมากับตัวเหมือนกัน” อรชุนีหยุดพูดและเหลือบสายตามองคู่สนทนาแวบหนึ่ง เมื่อเห็นเขารอฟังอย่างสนใจจึงเล่าต่อ

             

“หลายวันมาแล้วที่ฉันฝันร้ายมันน่ากลัวและเหมือนจริงมาก...มากจนฉันคิดว่ามันคือความจริงเสียด้วยซ้ำ ทุกๆ คืนฉันจะได้ยินเสียงผู้หญิงกรีดร้องอย่างโหยหวน ร่างกายของฉันเหมือนถูกกดทับและพอลืมตาขึ้นฉันก็เห็นผู้หญิงในชุดนางรำโบราณ จ้องมองอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อก่อนจะหายไป...มันน่ากลัวมากจริงๆ นะเขต ฉันถึงเชื่อที่ภพพูด ให้ตายเถอะนี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรกับครอบครัวฉันนี่”

             

มือเรียวบางยกขึ้นกุมขมับสองคิ้วกดต่ำขมวดยุ่ง ใบหน้าขาวหม่นซีดหมดราศีอดีตนางแบบ

             

“เธอคงคิดว่าฉันเป็นบ้าใช่ไหมเขต ไม่แปลกหรอก...ตอนนี้ฉันก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองบ้าไปหรือเปล่า”

             

เสียงแค่นหัวเราะของพี่สะใภ้ทำให้ปกเขตรู้สึกสงสาร ที่เขานั่งฟังนิ่งใช่ว่าจะไม่เชื่อ ตรงข้ามเขากลับหวนคิดถึงความฝันอันประหลาดและนางรำนัยน์ตาโศกนามอินทรอุทัยขึ้นมาทันที

             

และด้วยคำถามเดียวกัน...นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่

 

             

หลังจากกลับจากโรงพยาบาลเรื่องราวที่อรชุนีเล่าให้ฟังก็วนเวียนอยู่ในหัวเขามาตลอด ไหนจะความฝันอันประกอบไปด้วยผู้คนคุ้นหน้าที่สวมบทบาทเป็นคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ตัวเขาเอง

             

เมื่อไม่รู้จะหาคำตอบได้อย่างไรที่เดียวที่ปกเขตอยากไปในเวลานี้คือโรงเรียนนาฏศิลป์ของสราลัน หญิงสาวที่เป็นบุคคลหนึ่งในความฝันของเขา

 

ไม่นานชายหนุ่มจึงพาตัวเองมาเยือนที่นี่อีกครั้งอย่างงงๆ ทว่าหญิงสาวหน้าหวานต้อนรับเขาอย่างดีด้วยรอยยิ้มและดวงตาอันเปล่งประกาย

             

“ไม่ทราบว่าผมมารบกวนคุณลันหรือเปล่า”

 

ชายหนุ่มถามพลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบเพื่อแก้อาการเก้อเขิน ซึ่งกิริยานั้นยิ่งเพิ่มความดึงดูดให้หญิงสาวตรงหน้ามองเขาอย่างหลงใหล

 

“ไม่รบกวนหรอกค่ะ ลันกำลังว่างอยู่พอดี วันนี้หมดชั่วโมงสอนแล้ว”  

 

คล้ายภาพในความฝันซ้อนทับมาอีกครั้ง แววตาของสราลันไม่ผิดเพี้ยนจากศรีลักษมีนางรำที่ยื่นดอกไม้ให้เขา ปกเขตอึ้งไปครู่หนึ่งจู่ๆ เสียงสะอื้นไห้แผ่วๆ ลอยแว่วมาในสายลม เมื่อเขาวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะและหันไปมองสราลัน พลันนั้นเองที่ปรากฏภาพของหญิงสาวนัยน์ตาโศกในชุดนางรำยืนซ้อนอยู่ข้างหลังเธอ

 

ปกเขตตกใจจนผงะหลังไปนิดหนึ่ง จนมือเรียวบางแตะที่ต้นแขนภาพทุกอย่างจึงหายวับ

 

“มีอะไรคะคุณเขต” สราลันถามเขาพลางหันไปมองตามที่สายตาเขาจับจ้องอยู่

 

“เปล่าครับ...ผมคงตาฝาด”

 

“ค่ะ...” หญิงสาวดูท่าทีเขาครู่หนึ่งก่อนเอ่ยถาม “ไม่ทราบว่าคุณอรฝากงานอะไรมาให้ลันช่วยหรือเปล่าคะ วันก่อนลันเพิ่งไปหาแบบลายผ้านุ่งของนางรำขอมยุคโบราณที่บ้านคุณย่า ได้มาหลายแบบเลย กำลังจะส่งไปให้คุณอรเลือกแบบอยู่พอดี

 

“อ๋อ...เหรอครับ เอ่องั้นผมขอดูแบบก่อนได้หรือเปล่า”

 

ชายหนุ่มคิดว่าดีกว่านั่งอยู่เฉยๆ โดยไม่มีหัวข้อสนทนา เพราะการที่จู่ๆ เขาอยากมาหาหญิงสาวโดยมีเหตุผลแค่เรื่องความฝันมันก็ออกจะประหลาดสักหน่อย

 

สราลันหายจากห้องไปครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกระดาษแผ่นใหญ่หลายแผ่นที่เธอนำมาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้าเขา

 

“พวกนี้เป็นลายผ้าทอโบราณที่ถอดมาจากรูปปั้นนางอัปสราในปราสาทนครวัดค่ะ คุณย่าของลันชอบศึกษาเกี่ยวกับพวกของเก่า วัฒนธรรมและศิลปะโบราณ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ขอมค่ะ ลันเลยพอรู้เรื่องอยู่บ้าง”

 

“จริงเหรอครับ?” แววตาของปกเขตเป็นประกายขึ้นมา “แล้วไม่ทราบว่าคุณย่าของคุณลันพอจะรู้เรื่องของคนในประวัติศาสตร์ขอมบ้างไหมครับ อย่างเช่นประวัติของนางรำโบราณอะไรประมาณนี้น่ะครับ”

             

แววตาคมวาวทอแสงระยิบสบมองเธออย่างจริงจังจนหัวใจของสราลันไหววูบและเต้นแรง หญิงสาวหลบตาก่อนจะตอบ

             

“เอ่อ...เรื่องนี้ลันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ ไม่เคยถามคุณย่าสักที แต่ถ้าคุณเขตอยากรู้วันหลังเชิญไปหาคุณย่าที่บ้านก็ได้นะคะ...ไว้ลันจะพาไป” ประโยคท้ายเสียงแผ่วลงพร้อมอาการร้อนผ่าวบนใบหน้า

             

“ขอบคุณมากครับ ผมคงต้องหาโอกาสไปเยี่ยมคุณย่าของคุณลันแน่ๆ”

             

ชายหนุ่มส่งรอยยิ้มไปให้พร้อมกับค่อยๆ หยิบแผ่นกระดาษที่มีลายผ้าขึ้นมาดู ทุกแบบดูละเอียดสวยงามและอดทึ่งในความสามารถของผู้ที่ถอดลายมาจากรูปปั้นนางอัปสราไม่ได้ ชายหนุ่มพินิจทุกแบบโดยละเอียดกระทั่งถึงลายสุดท้าย

             

พลันที่เขาหยิบขึ้นมาดู ภาพกระดาษตรงหน้ากลับหายไปกลายเป็นภาพของผ้าทอสีทองที่มีลวดลายสวยงาม ผืนผ้านุ่มมือลื่นไหลราวทอด้วยไหมชั้นดี มือหนาที่ลูบไล้ผืนผ้าอยู่นั้นคล้ายกับมือของเขาเองหนำซ้ำความรู้สึกที่เกิดขี้นก็ราว ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ที่เขารู้สึกหลงใหลผ้าผืนนั้นจริงๆ

             

“งามเหลือเกิน ผ้าผืนนี้เหมาะกับนางยิ่งนัก หากได้ประดับอยู่บนเรือนร่างของนาง คงจะงดงามปานเทพธิดา” คำพร่ำเพ้อราวเอ่ยอยู่ในความฝันหลุดออกมาจากปากอย่างไม่รู้ตัว

             

“คุณเขตคะ...คุณเขตว่าอะไรนะคะ...คุณเขต”

             

เสียงเรียกของหญิงสาวทำให้ภาพในภวังค์สลายไปในอากาศ ผืนผ้าที่สัมผัสเมื่อครู่กลายเป็นเพียงแผ่นกระดาษ ความรู้สึกงดงามน่าหลงใหล เหลือเพียงรอยพิศวงที่มิอาจเข้าใจ

             

“ครับ...ว่าไงนะครับ”

             

“ลันได้ยินคุณเขตพูดอะไรก็ไม่รู้ค่ะ...แปลกๆ”

             

“อ๋อ...เอ่อ คือผมว่าผ้าลายนี้สวยดีนะครับ ไม่ทราบชื่อลายอะไร”

             

สราลันมองแผ่นกระดาษที่ชายหนุ่มถืออยู่ในมือก่อนที่จะเอ่ยตอบ “ลายนี้เรียกว่าลายพระอาทิตย์ค่ะ”

             

“ลายพระอาทิตย์” ชายหนุ่มทวนคำเบาๆ

 

             

อรชุนีรู้สึกรำคาญกลิ่นหอมเย็นประหลาดๆ นี่เหลือเกิน เธออยากจะหลับสนิทอย่างเป็นสุขสักคืนหลังจากที่นอนไม่เต็มอิ่มมาหลายคืน อย่างน้อยการมานอนเฝ้าสามีที่โรงพยาบาลก็เป็นการเปลี่ยนสถานที่ ฝันร้ายซ้ำซากนั่นอาจจะไม่ตามมาหลอกหลอนเธอถึงที่นี่

             

ทว่ากลิ่นหอมเย็นและความหนาวเยือกกลับรุนแรงขึ้นกว่าเก่า ซ้ำร้ายเสียงดนตรีบรรเลงให้ความรู้สึกโหยหวนวังเวง ปลุกประสาทการรับรู้ของเธอให้ตื่นตัวขึ้น อรชุนีค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เมื่อสายตาคุ้นชินกับความมืดหญิงสาวจึงมองเห็นร่างของสามีที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียง เธอไล่มองไปรอบๆ ห้องด้วยความสังหรณ์อย่างประหลาด ทุกอย่างยังคงรายล้อมไปด้วยความมืด และเมื่อหญิงสาวกำลังจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้งหัวใจพลันกระตุกวูบและเต้นรัวเมื่อหางตาสัมผัสได้ถึงเงาของบางสิ่ง

             

อรชุนีค่อยๆ ปรายตามองอย่างกล้าๆ กลัวๆ ภาพที่ปรากฏค่อยๆ ชัดขึ้น และมันแทบจะทำให้หัวใจของเธอหยุดเต้น...

             

เงานั้นยืนอยู่ตรงปลายเตียงของครองภพและมันค่อยๆ ปีนขึ้นไปคร่อมทับบนตัวของเขา สองมือแห้งเหี่ยวราวเหลือเพียงกระดูกยันร่างที่บิดเบี้ยวผิดรูปให้ยืนขึ้น แม้ในความมืดที่เห็นเพียงเงาเลือนรางแต่อรชุนีกลับมองเห็นภาพร่างนั้นชัดเจน

             

มันคือนางรำปีศาจที่ตามหลอกหลอนเธออยู่ทุกคืน ทว่าครานี้มันกลับเยื้องย่างร่ายรำอยู่บนตัวของครองภพ อรชุนีมองดูมันทำท่วงท่าแปลกประหลาด ย่ำไปมาบนร่างกายของสามีด้วยความหวาดกลัว จู่ๆ ใบหน้าอันเน่าเฟะของนางปีศาจก็หันมาถลึงตาจ้องมองและชี้นิ้วมายังเธอ

             

หัวใจของหญิงสาวหล่นวูบน้ำตาไหลพรากด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ร่างกายทุกส่วนอ่อนแรงไร้แม้เสียงที่จะกรีดร้องออกมา

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น