อัปเดตล่าสุด 2019-01-16 23:52:53

ตอนที่ 7 ระบำความโศก

อรชุนีไม่อยากกลับมาที่นี่อีกเลย ความสวยงามเมื่อวันแรกที่เจอกลับกลายเป็นความน่ากลัวอย่างประหลาด ทุกอย่างดูหลอนไปหมดในความรู้สึกของเธอ โดยเฉพาะของโบราณที่วางประดับอยู่รอบอาคาร แม้จะไม่แน่ใจว่ามันจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นกับเธอและสามีหรือไม่ แต่หญิงสาวก็หวาดหวั่นกับสถานที่นี้เหลือเกิน

 

ถ้าไม่เพราะต้องมาประชุมเตรียมความพร้อมและตรวจงานที่ฝ่ายต่างๆ นำมาเสนอ หญิงสาวไม่มีวันมาเหยียบที่โรงเรียนแห่งนี้อีกเป็นแน่ แม้ว่าเธอจะเสนอให้ประชุมที่บริษัทแต่ปกเขตบอกว่า ทั้งชุด ฉาก และเครื่องประดับต่างๆ รวมทั้งบรรดานางรำทั้งหลายล้วนอยู่ที่นี่ จึงควรใช้โรงเรียนนี้เป็นที่ประชุมเสียเลยเพื่อความสะดวกแก่ทุกฝ่าย อรชุนีจึงจำใจกลับมาอีกครั้ง

 

“ฉากที่ใช้ผมขอนำเสนอแบบนี้นะครับ” ชายหนุ่มที่เป็นหนึ่งในทีมงานออกมายืนนำเสนอผลงานผายมือไปยังผนังด้านหน้าของผู้ที่นั่งประชุม ซึ่งกำลังปรากฏภาพอยู่บนจอขาวบาง

 

“เราจะใช้ภาพปราสาทนครวัดที่สะท้อนเงาลงในบึงน้ำตอนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นฉากเปิด และใช้ภาพในบริเวณต่างๆ เป็นฉากตัดสลับ ส่วนเวลาที่นางแบบเดินประกวดนี่เราจะใช้ภาพนางอัปสราที่ยืนเรียงรายกันอยู่เป็นฉากหลังเพื่อให้เข้ากับธีมของชุด” ชายคนเดิมอธิบายต่อพร้อมกับภาพในจอที่สลับกันไป จากนั้นเขาจึงหยุดเพื่อขอความเห็นจากทุกคน

 

“อืม...ผมว่าก็ดีนะ แล้วฝ่ายฉากจะทำทันหรือเปล่า?” ปกเขตเอ่ยขึ้น

 

“ทันครับ”

 

“คุณนีว่ายังไงบ้างครับ มีอะไรต้องปรับปรุงเพิ่มไหม?” หากอยู่ต่อหน้าคนอื่นหรืออะไรที่เป็นงานเป็นการปกเขตจะเรียกพี่สะใภ้อย่างให้เกียรติเสมอ

 

“เอ่อ...ก็ตามนั้นเลยค่ะ”

 

อรชุนียอมรับว่าตัวเองไม่มีสมาธิ เธอแทบไม่ได้ฟังเลยด้วยซ้ำว่าผู้นำเสนอผลงานพูดอะไรบ้าง หนำซ้ำภาพต่างๆ บนหน้าจอเธอก็แทบไม่ได้มองมัน ตรงปลายหางตามีเงาดำเคลื่อนไหววูบวาบทำให้เธอต้องเหลียวมองอยู่บ่อยๆ พร้อมกับความเย็นวาบที่ไต่ขึ้นไปทั่วสันหลังจนหญิงสาวอยากจะออกไปจากที่นี่เต็มที

 

“ส่วนเรื่องชุดเราจะทอผ้าขึ้นมาใหม่โดยใช้ลายผ้าของขอมยุคโบราณที่คุณสราลันนำมาให้เลือก คุณนีลองดูลายผ้าหน่อยครับแล้วเลือกลายตามที่คุณนีชอบเลย...คุณนี...คุณนีครับ” ปกเขตเรียกพี่สะใภ้ซ้ำๆ เมื่อเห็นว่าเธอเหลียวมองไปทั่วห้องอย่างหวาดๆ

 

“ค...คะ...”

 

“นี่ลายผ้าครับให้คุณนีลองเลือกลายดู” ปกเขตเลื่อนกระดาษหลายแผ่นไปตรงหน้าของหญิงสาว

 

“เอ่อ...นีให้เขตกับคุณลันเลือกดีกว่าค่ะ นีไม่ถนัด ลายไหนที่พวกคุณชอบก็เอาลายนั้นเลยค่ะ” อรชุนีผลักกระดาษกลับมาให้ปกเขต

 

“งั้นผมว่าเราเลือกลายพระอาทิตย์ดีกว่าไหมครับคุณลัน” ชายหนุ่มหยิบกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าขึ้นมาดูพลางหันไปถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

“ค่ะ...ลันก็ว่าลายนี้สวยดี”

 

“ครับ ต่อไปก็เป็นโชว์เปิดตัวซึ่งคุณลันได้ฝึกซ้อมนางรำไว้แล้ว เดี๋ยวรบกวนคุณลันเปิดวิดีโอที่ถ่ายไว้ให้พวกเราดูหน่อยนะครับ”

 

ปกเขตถือโอกาสทำหน้าที่แทนพี่สะใภ้เสียเลยเพื่อให้การประชุมดำเนินไป เนื่องจากเขาสังเกตเห็นแล้วว่าอรชุนีไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับงานตรงหน้า หญิงสาวเอาแต่เหลียวมองซ้ายขวามีอาการล่อกแล่กตลอดเวลา ทำให้ทีมงานหลายคนเริ่มมองอย่างสงสัย

 

ภาพในจอตรงผนังด้านหน้าเปลี่ยนเป็นชุดการแสดงของนางรำหลายคนกำลังร่ายรำกันอยู่ โดยมีสราลันเป็นผู้อธิบายประกอบ

      

“การแสดงชุดนี้ใช้ชื่อว่าระบำอัปสรานะคะ ซึ่งที่ทุกท่านเห็นอยู่นี้เป็นนักเรียนของลันเอง แต่ในวันแสดงจริงเราจะให้ผู้เข้าประกวดเป็นคนรำ ซึ่งตอนนี้ก็กำลังนัดวันฝึกซ้อมกันอยู่ ลันคิดว่าระบำอัปสรานี่เหมาะที่จะใช้เป็นโชว์ในการเปิดตัว เพราะทั้งชุด ฉาก และท่ารำเราถอดมาจากท่าของนางรูปปั้นนางอัปสรา ซึ่งเข้ากับธีมการประกวดมากที่สุดเพราะเป็นการเน้นโชว์ศิลปะขอมได้มากที่สุดค่ะ”

             

เหมือนอะไรสักอย่างที่อรชุนีเองก็บอกไม่ถูกมันกำลังร้องเรียกให้เธอหันมองไปยังจอภาพด้านหน้า หญิงสาวค่อยๆ หันหน้าไปอย่างช้าๆ โดยไม่เต็มใจนัก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตานั้นไม่ใช่การร่ายรำของเหล่านางรำอย่างที่สราลันกำลังอธิบายอยู่ แต่มันคือภาพของนางปีศาจในความฝันที่เฝ้าหลอกหลอนเธออยู่ทุกค่ำคืน และแม้แต่ในขณะนี้มันก็ยังจ้องมองเธออยู่ด้วยดวงตาปูดโปนและรอยยิ้มอันน่าสยดสยอง

             

ร่างกายของอรชุนีคล้ายถูกแช่แข็งอยู่กับที่ แม้อยากจะลุกหนีไปให้พ้นก็มิอาจทำได้ มีเพียงหัวใจที่เต้นแรงและเสียงหายใจฟืดฟาดเท่านั้นที่บ่งบอกอาการหวาดกลัวสุดขีดของเธอ

             

“คุณนีคะ...คุณนี...คุณนี”

             

“คะ...คะ”

 

เหมือนคนกำลังจมน้ำที่โผล่พรวดขึ้นมาสูดอากาศ  เมื่อเสียงเรียกของสราลันฉุดดึงเธอขึ้นมาจากภวังค์ดำมืดอันน่ากลัว อรชุนีขานรับพลางหันไปมองรอบห้อง สายตาทุกคู่จับจ้องราวกับเธอเป็นตัวประหลาด

 

“ไม่ทราบว่าคุณนีชอบการแสดงชุดนี้ไหมคะ” สราลันถามย้ำอีกรอบ

 

อรชุนีค่อยๆ ปรายสายตามองไปยังจอภาพด้านหน้าซึ่งตอนนี้กำลังฉายภาพการแสดงร่ายรำอันสวยงาม

 

“เอ่อ...ชอบค่ะชอบ ตกลงเอาแบบนี้เลยค่ะ พักกันสักครู่นะคะขอไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อยรู้สึกเหมือนจะเป็นลม เดี๋ยวค่อยกลับมาว่ารายละเอียดกันต่อ”

 

ไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต อรชุนีรีบลุกออกมาจากห้องนั้นทันที ขืนอยู่ต่ออีกเพียงนิดหญิงสาวคงได้กรีดร้องออกมาเป็นแน่

 

เมื่อได้ความเย็นของน้ำที่วักขึ้นล้างหน้าอาการตื่นกลัวก็ค่อยสงบลง อรชุนีออกมาจากห้องน้ำและหยุดพักตรงชานระเบียงบนอาคาร หญิงสาวค่อยๆ ผ่อนลมหายใจเพื่อตั้งสติและทบทวน

 

...นี่เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือเปล่า...

 

ตั้งแต่เกิดมาอรชุนีไม่เคยเชื่อเรื่องลึกลับหรือปรากฏการณ์ที่มองไม่เห็นและพิสูจน์ไม่ได้ หญิงสาวเป็นคนมั่นใจในตัวเอง เธอกำหนดและวาดทุกอย่างให้เป็นไปดังที่ตนต้องการ เธอสามารถจัดการระบบต่างๆ ในชีวิตได้เสมอทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ แม้แต่ปัญหาของครองภพสามีจอมเจ้าชู้ของเธอ อรชุนีไม่ยอมให้มีอุปสรรคใดมาขัดขวางหน้าที่การงานหรือการดำเนินชีวิตของเธอเด็ดขาด และไม่ยอมตกอยู่ในสถานการณ์ที่ตนไม่สามารถควบคุมได้

 

แต่สำหรับคราวนี้...เธอจนปัญญา

 

ราวกับว่าชีวิตกำลังตกอยู่ใต้อำนาจของบางอย่างที่มองไม่เห็น ทั้งยามหลับและยามตื่น มันคอยหลอกหลอนให้หวาดกลัวและไม่เป็นตัวของตัวเอง ทุกค่ำคืนจะมีเสียงร้องโหยหวนดังก้องอยู่โดยรอบ หนำซ้ำร่างกายของเธอคล้ายถูกกดทับให้นอนนิ่งไม่ไหวติง เป็นประจำเช่นนี้ทุกคืนจนเธอแทบเป็นบ้า

 

แม้พยายามให้เหตุผลกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าเป็นความผิดปกติของระบบร่างกาย เธออาจจะทำงานเหนื่อยมากจนป่วย ไปหาหมอและหยุดพักผ่อนอาการนี้ก็คงหาย แต่ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับครองภพกลับยิ่งตอกย้ำว่าบางอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ปกติ เป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมคอยคุกคามเธอและสามี จนเริ่มจะหนักขึ้นทุกวัน

 

นับตั้งแต่เธอเห็นมันขึ้นไปเหยียบบนร่างของครองภพที่โรงพยาบาลคืนนั้น อรชุนีก็รู้สึกได้ถึงดวงตาอาฆาตที่คอยจ้องมองเธออยู่จากที่ใดที่หนึ่งอยู่เสมอ และแม้ว่าครองภพจะออกจากโรงพยาบาลมาพักผ่อนอยู่ที่บ้านแต่เขากลับซึมลงพร้อมกับหวาดผวาสิ่งรอบกายอยู่ตลอดเวลา ที่ร้ายไปกว่านั้นคือแขนข้างที่ได้รับอุบัติเหตุมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถขยับหรือเคลื่อนไหวได้อีก

 

ทั้งหมดคือความหวาดกลัวที่ก่อตัวอยู่ในหัวใจของอรชุนี ที่เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทุกวันจนไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรดี

 

เสียงแตกฮือของผู้คนดังมาจากลานกลางแจ้งด้านหน้า บรรดาเหล่านักเรียนต่างกรูกันออกมามุงดู อรชุนีพักเรื่องที่กังวลใจเอาไว้หันมาสนใจกับอาการแตกตื่นของผู้คน เช่นเดียวกับทีมงานที่อยู่ในห้องประชุมต่างก็พากันเดินมาที่เธอ

 

“เกิดอะไรขึ้นคะ” สราลันเอ่ยถามแต่ไม่มีใครให้คำตอบกับเธอได้ หญิงสาวจึงรีบลงบันไดไปดูเหตุการณ์ใกล้ๆ

 

ตรงลานกลางแจ้งนั้นเป็นบริเวณค่อนข้างกว้างและอยู่ส่วนหน้าสุดของทางเข้า ซึ่งบัดนี้มีเด็กนักเรียนหลายคนยืนล้อมเป็นวงกลมเพื่อมุงดูบางสิ่ง ทุกสายตามีแววประหลาดใจพร้อมเสียงพูดคุยที่ฟังไม่ได้ศัพท์และอาการชี้มือชี้ไม้ไปยังสิ่งตรงหน้า

 

สราลันแหวกเหล่านักเรียนที่ยืนขวางทางเข้ามา แต่แล้วหญิงสาวกลับหยุดชะงักนิ่งเมื่อได้เห็น ก่อนที่จะเอ่ยอะไรขึ้นปกเขตและอรชุนีก็ถลาตามเธอเข้ามา

 

“ภพ!”

 

อรชุนีกรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นสามียืนอยู่ท่ามกลางสายตาทุกคู่ หญิงสาวพุ่งเข้าไปหมายจะดึงตัวเขามา ทว่าปกเขตกลับรั้งร่างของเธอเอาไว้ เพราะครองภพที่เห็นในเวลานี้คล้ายมีบางอย่างที่ผิดปกติ

 

ครองภพยืนนิ่งอย่างคนไร้สติสายตาเหม่อลอยไร้จุดหมาย จู่ๆ เขายกมือขึ้นตั้งวงย่ำเท้าอยู่กับที่ เคลื่อนร่างกายพลิ้วไหวราวกับไม่ใช่ตัวเขาเอง สองเท้าเยื้องย่างไปมา ย่อตัวยืดขึ้นลงพร้อมแขนสองข้างวาดวงสลับกัน

 

ปกเขตมองพี่ชายอย่างไม่เชื่อสายตา ทว่าภาพนั้นกลับมีบางอย่างซ้อนทับขึ้นมาจนเขาต้องขยี้ตามองซ้ำ ร่างของครองภพที่กำลังเยื้องกายร่ายรำอยู่นั้น ค่อยๆ เลือนไปแล้วปรากฏเป็นนางรำนัย์ตาโศกเข้ามาแทน ปกเขตคล้ายถูกสะกดให้ตกอยู่ในภวังค์ จ้องมองร่างอรชรนั้นไม่วางตา ท่วงท่าของนางโยกย้ายร่ายระบำอย่างอ่อนช้อนสวยงามและเจือไปด้วยความโศกเศร้า ที่บีบรัดหัวใจของเขาให้รู้สึกหดหู่อย่างบอกไม่ถูก

 

แววตาของนางมองเขาอย่างอาลัยพร้อมกับหยาดน้ำตารินไหลอาบใบหน้า ปกเขตคล้ายได้ยินเสียงสะอื้นไห้แว่วอยู่ในสายลม ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้อง และจู่ๆ ดวงตาของนางก็เปลี่ยนเป็นแข็งกระด้าง ใบหน้าสวยพลันบึ้งตึงพร้อมกับที่มือเรียวบางนั้นคว้าเข้าที่ลำคอของตนเอง

 

โดยที่ไม่คาดคิด…ครองภพที่กำลังทำท่ารำอยู่นั้นได้เอื้อมมือข้างหนึ่งมาจับต้นแขนอีกข้างหนึ่งไว้ และออกแรงบิดกระชากจนข้อกระดูกหลุดหักงอผิดรูป ท่ามกลางเสียงหวีดร้องของทุกคนที่เห็น อรชุนีเป็นลมหมดสติในอ้อมแขนของปกเขต ก่อนที่ร่างของครองภพจะทรุดฮวบหล่นลงกับพื้น

 

 

ทุกๆ คืนที่เธอฝันร้ายครั้นเมื่อตื่นลืมตาก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในห้องนอน ทว่าครั้งนี้กลับไม่ใช่และความฝันนี้ก็แปลกกว่าที่ผ่านมา เสียงหวีดร้องหวาดกลัวยังดังก้องอยู่ในหัวและภาพของครองภพก็ยังติดตาอยู่ชัดเจน เมื่อความทรงจำชัดเจนขึ้น อรชุนีจึงสะดุ้งขึ้นสุดตัวและผวาเรียกชื่อสามี

 

“ภพ!”

 

“คุณนีคะ...คุณนี”

 

เสียงเรียกและแรงเขย่าเบาๆ ของสราลันทำให้อรชุนีตั้งสติได้และมองไปรอบๆ ห้องที่แปลกตา

 

“โรงพยาบาลเหรอ?” น้ำเสียงของเธอยังแหบพร่า หญิงสาวกวาดสายตาไปทั่วเพื่อมองหาสามี “ภพล่ะ..ภพอยู่ไหน...ภพ”

 

สราลันพยายามรั้งร่างของอรชุนีที่ฝืนกำลังลุกขึ้นจากเตียง “ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณนี”

 

“ปล่อย ฉันจะไปหาภพ...ภพอยู่ไหน?”

 

“พี่ภพปลอดภัยดีไม่เป็นไรแล้วใจเย็นๆ ก่อนนี” ปกเขตที่เปิดประตูเข้าห้องมาพอดี  รีบวิ่งเข้ามาช่วยสราลันห้ามอรชุนีอีกคน

 

“แล้วภพอยู่ไหนล่ะ? ฉันจะไปหาเขา”

 

“พี่ภพอยู่ห้องใกล้ๆ นี่แหละ ตอนนี้หมอให้ยานอนหลับอยู่นีอย่าเพิ่งไปเยี่ยมเลยนะ ผมไปดูอาการมาแล้วปลอดภัยดี”

 

แต่สิ่งที่ปกเขตไม่ได้บอกให้พี่สะใภ้ทราบก็คือ อาการโดยทั่วไปปลอดภัยดียกเว้นแขนที่กระดูกหัวไหล่หลุด และอาการอาละวาดหวาดกลัวผู้คนที่เข้าใกล้จนหมอต้องฉีดยานอนหลับให้พี่ชายเขาสงบลง

 

“นี่มันอะไรขึ้น เขต คุณลัน บอกพี่ทีเถอะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”

 

เป็นคำถามที่ไร้คำตอบและไร้เหตุผลใดๆ มาอธิบายทั้งสิ้น ทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบที่แต่ละคนตกอยู่ในความคิดของตน

 

“มันไม่ใช่ครั้งแรก...นางรำปีศาจนั่นมันตามหลอกหลอนพี่และทำร้ายภพ มันน่ากลัวมากนะ พี่ควรทำยังไงดี พี่กลัวจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว”

 

อรชุนีเอามือกุมศรีษะก้มหน้าร่างกายสั่นเทิ้ม สราลันตรงเข้าไปกอดหญิงสาวไว้แน่น

 

“ใจเย็นๆ ก่อนค่ะคุณนี”

 

“พี่เห็นจริงๆ นะคะคุณลัน นางรำที่แต่งตัวเหมือน...เหมือนรูปปั้นนางอัปสรา...มันน่ากลัวมาก พี่เห็นจริงๆ ไม่ได้บ้านะคะ” อรชุนีกุมมือสราลันไว้แน่นราวกับกลัวคนตรงหน้าจะไม่เชื่อเธอ

 

“ค่ะ...ค่ะ ลันเชื่อ” แม้จะไม่เต็มร้อยนัก แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดที่อรชุนีจะโกหกเธอ

 

“เอ๊ะ!” สราลันคล้ายฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ซึ่งทำให้ปกเขตอยากรู้

 

“มีอะไรหรือครับ?”

 

“ถ้าสิ่งที่คุณลันเห็นคือนางอัปสราจริงๆ เหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นก็น่าจะเกี่ยวกับการจัดรายการประกวดนี้ เพราะเราเน้นเกี่ยวกับศิลปะขอมโบราณทั้งหมด บางทีเราอาจจะลืมขั้นตอนอะไรไปจนเกิดเรื่องยุ่งๆ นี่ขึ้นมา”

 

“อะไรหรือครับ?”

 

“พิธีบรวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่ะ”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น