อัปเดตล่าสุด 2018-12-06 08:33:33

ตอนที่ 2 ผลึก

ตอนที่ ๒

ผลึก

 

 

            “ไอ้หมวย...ไอ้หมวย!”

            น้ำปรุงคลายออกจากภวังค์แห่งความหวาดผวา เมื่อเห็นว่าคนที่มาสะกิดคือเพื่อนรัก หญิงสาวก็คลายใจขึ้นมาได้เปลาะหนึ่ง พี่คงจิตต์เองก็ตกใจไม่แพ้กันที่เห็นน้ำปรุงแผดเสียงร้องดังลั่นออกมาแบบนั้น ก่อนอีกฝ่ายจะล้มตึงลงไปกับพื้นสร้างความตกใจให้กับพนักงานคนอื่นๆในแผนกพัสดุ

            กลิ่นหอมของยาดมเซียนเพียวอิ๊วก็ไปปรับสมดุลของจิตใจให้ทุเลาความหวาดหวั่นลงจนจิตใจกลับมาเป็นปกติ จีโน่ขอโทษแทนเพื่อนที่มาสร้างความรบกวนให้กับพี่คงจิตต์ ด้านหัวหน้าแผนกพัสดุเองก็ไม่ติดใจอะไรเพราะหล่อนไม่คาดคิดว่าจะมีคนมาแกล้งกันเล่นแบบนี้ จีโน่รีบแจ้งให้เพื่อนรักทราบว่าท่านประธานเดินทางใกล้มาถึงบริษัทแล้ว พี่เลิศเลยตั้งใจจะให้เธอทั้งคู่เข้าไปเตรียมตัวเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด

            ใช้เวลาไม่นานน้ำปรุงกับจีโน่ก็เดินทางจากห้องแผนกพัสดุกลับมาที่ห้องประชุมบอร์ดบริหารที่อยู่ชั้นเดียวกับที่ทำงานของแผนกบุคคล ตอนนี้ในห้องประชุมเต็มไปด้วยหัวแผนกที่อยู่ในวัยอาวุโสทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นแผนกการตลาด บัญชี ผลิต ประชาสัมพันธ์ ฯลฯ ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในวัยใกล้เคียงไล่เรียงกับป้าบานชื่น คงเพราะเป็นคณะกรรมการชุดเก่าที่ทำงานมาตั้งแต่สมัยเจ้าสัวณรงค์ยังบริหารงานอยู่ ก่อนจะลากลับมาพักผ่อนที่บ้านเพราะอุบัติเหตุราวๆปี ๒๕๔๙ น้ำปรุงพอจะเดาได้เลาๆว่าเพราะเหตุนี้กระมังแผนกบุคคลอันเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงด้านเชื่อมสัมพันธ์คนในบริษัทจึงเป็นเด็กหน้าใหม่ยกแผง เพราะท่านประธานเป็นคนคัดเลือกคนเข้าแผนกด้วยตนเอง

            น้ำปรุงกวาดสายตาไปรอบๆห้องทำให้พบว่าป้าบานชื่นนั่งฝั่งตรงข้ามกับพี่ผลึก ทั้งสองนางจ้องหน้ากันไม่ยอมละสายตา ทำให้คณะกรรมการคนอื่นที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วยเห็นว่าทั้งคู่มีคนหนุนหลัง หากเข้าไปเอี่ยว แล้วเกิดเรื่องคงแย่ ที่ทำได้ตอนนี้คืออยู่เฉยๆ มองผ่านด้วยเห็นว่าไม่ใช่เรื่องของแผนกตน

            แต่จนแล้วจนรอดก็มีฝ่ายหนึ่งลั่นกลองรบออกมาจนได้!

            “แปลกจริงๆเลยนะคะคุณเลิศ...” ป้าบานชื่นเปิดประเด็นขึ้นในระหว่างที่ทุกคนกำลังรอคอยการมาของท่านประธาน จีโน่แอบเอามือป้องปากเบาๆ ทำให้น้ำปรุงใช้ศอกถองสะกิดเพื่อนรักเพื่อเตือนสติ “บางคนเป็นเลขาฯของท่านประธานแท้ๆ แต่กลับรอให้หัวหน้าแผนกคนอื่นๆเขารอแบบไม่มีอาหารว่างทาน สงสัยป้าคงต้องเอาเรื่องไปเรียนท่านประธานให้พิจารณาผลการประเมินงานเสียใหม่กระมังคะ คุณเลิศคิดว่ายังไง”

            “หน้าที่ชงกาแฟไม่ใช่ของเลขาฯค่ะ เผื่อป้าจะไม่รู้” ผลึกค่อนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจที่หัวหน้าแผนกคนอื่นๆเหมือนจะเห็นดีเห็นงามไปกับสิ่งที่ป้าบานชื่นพูด ทั้งๆที่หน้าที่เรื่องการบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มควรจะเป็นของแม่บ้านไม่ใช่หรือ “เลขาฯมีหน้าที่จดบันทึกการประชุมค่ะ ป้าเองก็น่าจะจำได้ไม่ใช่เหรอ เพราะสมัยก่อน ป้าก็เคยเป็นเลขาฯของเจ้าสัวณรงค์มาก่อน เวลาก็ไม่ได้ผ่านมานานเท่าไหร่นี่คะ ทำไมลืมไปได้ แต่เอ๊ะ... จะลืมก็ไม่ผิดหรอกนะคะ เพราะคนแก่ๆแบบป้าเขาว่าถ้าสมองไม่เสื่อมไปตามเวลา หูก็คงจะตึง...”

            “นี่เธอ!!!”

            ป้าบานชื่นผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมตบส่งผลให้คณะกรรมการคนอื่นๆถอยกรูดออกห่างเพราะไม่อยากจะโดนลูกหลง แม้แต่น้ำปรุงกับจีโน่ยังเดินเข้ามาชิดกันด้วยกลัวว่าจะพลอยโดยหางเลขไปด้วย ร้อนถึงพี่เลิศที่เป็นหัวหน้าแผนกที่ทั้งสองคนสังกัดอยู่ต้องรี่เข้ามาขวางเอาไว้

            “ถ้าพวกคุณทั้งสองคนยังแสดงพฤติกรรมไม่มีมารยาทในที่ประชุม ในฐานะหัวหน้าแผนก ผมมีสิทธิจะให้พวกคุณออกไปจากห้องนี้เดี๋ยวนี้” แม้พี่เลิศจะไม่ได้ตะคอกเสียงดัง หากน้ำเสียงเย็นยะเยียบแต่เต็มไปด้วยความสุขุมก็ทำให้ป้าบานชื่นและผลึกยอมลดราวาศอกต่อกัน ต่างคนต่างเชิดหน้าใส่กันราวกับว่าชาตินี้คงไม่มีวันจะดีกันได้อีกเป็นแน่ “คุณน้ำปรุง รบกวนไปบอกป้าเป็ดทีครับ ว่าผมขอกาแฟกับของว่างสำหรับที่ประชุมด้วย”

            น้ำปรุงพยักหน้ารับก่อนจะขออนุญาตออกไปจากห้องประชุม

            ไม่นานนักไฟร้อนที่คุกรุ่นกลับมลายเป็นเถ้าธุลีในพริบตา

 

            “ทำไมแก้วนี้เป็นโกโก้ร้อนล่ะคะ”

            น้ำปรุงร้องถาม ป้าเป็ดอย่างสงสัย ขณะช่วยป้าเป็ดนำของว่างและกาแฟไปเสิร์ฟให้กับคณะกรรมการคนอื่นๆในห้องประชุมพร้อมกับจีโน่จนเกือบครบ

            “อันนี้ของท่านประธานค่ะ ท่านไม่ชอบทานกาแฟเลยขอเป็นโกโก้ร้อนแทน”

            ป้าเป็ดไขข้อข้องใจด้วยน้ำเสียงสดใสร่าเริง ตอนที่เข้ามาในแผนกแรกๆ พี่เลิศพาพวกเธอทั้งสองคนไปทำความรู้จักกับป้าเป็ดเอาไว้ให้สนิทชิดเชื้อเพราะป้าเป็ดเป็นแมท่บ้านประจำชั้น ๗ ที่พวกเธอจะต้องเจอหน้าค่าตาอยู่บ่อยครั้ง ความที่ป้าเป็ดแกเป็นคนร่าเริงและมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีทำให้พนักงานที่ไม่ใช่แค่ชั้น ๗ ต่างชื่นชอบ ป้าเป็ดแกเล่าว่าตั้งแต่จากบ้านที่สุพรรณบุรีมาทำงานที่บริษัทก็หลายที่ มีที่ถูกจริตเธอที่สุด จะด้วยท่านประธานบริษัทที่มีเมตตาก็ดี จะด้วยอัธยาศัยของพนักงานในออฟฟิศนี้ก็ดี ป้าเป็ดเลยรักที่นี่เหมือนบ้านอีกหลังของแก ทำให้แกทำงานที่นี่มาได้เกือบสิบปีแล้ว

            “อย่างนี้นี่เอง” น้ำปรุงพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ก่อนจะรับถาดโกโก้ร้อนพร้อมคุกกี้งกลิ่นหอมชวนลิ้มลองมาจากป้าเป็ด คุกกี้ของเบนส์คุกกี้ที่ถูกสั่งตรงมาจากสยามพารากอนหลากรสทำให้น้ำปรุงอยากจะลิ้มรสมันบ้าง เธอจำได้ว่าเคยชิมคำหนึ่งตอนที่มีหนุ่มเศรษฐศาสตร์ซื้อของมาจีบไอ้จีโน่ตอนปีสอง แล้วสเพื่อนรักใจดีบิให้กินหนึ่งคำ ก่อนจะเขมือบที่เหลือเข้าไปเองด้วยความหิว แต่ก็แค่นั้นแหละ มาจนถึงตอนนี้เธอยังโหยหาเจ้าคุกกี้นิ่มนี้ไม่หาย พอป้าเป็ดบอกว่ามีพอสำหรับเธอ น้ำปรุงก็แอบซุกไอ้เจ้าคุกกี้นั้นเอาไว้ทานหลังจากเลิกประชุม

            ไม่นานเท่าใดนักท่านประธานบริษัทก็เดินเข้ามาในห้องประชุม จีโน่จึงพยักเพยิดให้น้ำปรุงออกรับหน้าแทน

            ทั้งจีโน่และน้ำปรุงเดินไปยังตำแหน่งที่พี่เลิศจัดเอาไว้ให้ ก่อนการแนะนำตัวและการนำเสนอพรีเซนเทชั่นครั้งแรกของทั้งคู่จะเริ่มต้นขึ้น น้ำปรุงมั่นใจว่าการฝึกนำเสนองานของเธอทำได้ดีเหมือนอย่างเคย สิ้นการประชุม คณะกรรมการหลายคนออกปากชมว่าเธอพูดจาได้ฉะฉาน แถมยังมีไหวพริบอีก เพราะไม่ว่าท่านประธานหรือหัวหน้าแผนกอื่นจะถามในคำถามที่ดูยาก แต่น้ำปรุงก็สามารถตอบได้อย่างมั่นใจพร้อมแสดงให้เห็นความฉลาดในการเลือกตอบคำถาม

            หากแต่สายตาของน้ำปรุงในระหว่างการนำเสนองานนั้นเอาแต่จ้องมองไปยังท่านประธานราวกับต้องการจะสื่อสารให้รู้กลายๆว่าเธอเองกำลังพยายามตั้งใจทำงานให้สมกับที่เขาให้โอกาสเธอได้ทำงานที่นี่ แต่ดูเหมือนว่า ‘คนข้างกาย’ ของท่านประธานเองจะเอาแต่จ้องจับผิดเธอไม่น้อย น้ำปรุงจึงเบือนสายตาไปทางอื่นแทน

            การประชุมวันนี้พี่เลิศออกปากชมว่าน้ำปรุงทำได้ดี ส่วนจีโน่เองก็ทำพรีเซนเทชั่นได้น่าสนใจ เข้าใจง่าย และพยายามหาภาพประกอบเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น แต่ยังต้องปรับปรุงเรื่องบุคลิกที่ดูเกร็งๆไปหน่อยตอนนำเสนองาน หลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย น้ำปรุงตั้งใจว่าจะเข้าไปช่วยป้าเป็ดล้างแก้วกาแฟในห้องชงกาแฟซึ่งอยู่ติดกับห้องประชุมและเตรียมจะกินเจ้าคุกกี้นิ่มรสอร่อย หากแต่ล้างไปได้สองสามแก้ว ใครบางคนก็เดินเข้ามาพร้อมน้ำเสียงราบเรียบเสียก่อน

            “เป็นพนักงานใหม่ที่ไม่เลวดีนะ”

            คำทักที่หากฟังครั้งแรกต้องเอะใจถึงจุดประสงค์ของผู้พูด น้ำปรุงผละมือจากแก้วที่ล้าง ไปสบตากับผู้มาใหม่ อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงที่สวยราวกับลงมาจากฟ้า ดวงหน้าได้รูปรับกับเรือนผมดัดลอนยาวคลอเคลียบ่า ริมฝีปากสีแดงสดรับกับเดรสสีดำเปิดไหล่ปักเลื่อม รวมๆแล้วดูราวกับมีรังสีประหลาดแผ่ออกมาจากตัวตลอดเวลา น้ำปรุงกล้าสารภาพตามตรงว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่ดูสวยและดูแพงเช่นนี้มาก่อน คุณดาราทอง เป็นสตรีคนแรกที่ทำให้น้ำปรุงรู้สึกว่าเจ้าหล่อนสวย สวยในมาดนางพญาที่ไม่ว่าใครก็ต้องยอมสยบ

            “ขอบคุณค่ะ ดิฉันจะพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดค่ะ” น้ำปรุงยิ้มน้อยๆให้ คาดเดาไม่ออกว่าภริยาของท่านประธานบริษัทเข้ามาหาเธอด้วยเหตุผลอันใด

            “ฉันก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น” ดาราทองเหยียดยิ้มตอบรับอย่างขอไปที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบที่แม้แต่จีโน่ที่แอบฟังอยู่ยังรู้สึกขนลุกกับความเย็นยะเยือกเหล่านั้น “ที่เข้ามาก็แค่อยากจะมาดูหน้าให้ชัดๆแค่นั้น เห็นคุณกัณฐ์เขาชมนักหนาว่าพนักงานใหม่เก่งอย่างนั้นอย่างนี้ ก็เลยอยากจะมาทำความรู้จักเหมือนที่เคยทำกับพนักงานคนอื่นๆ”

            บรรยากาศเริ่มอึดอัดเพราะสายตาจ้องจับผิดของคุณดาราทอง หากทว่าคนที่เข้ามาทำลายความรู้สึกนั้นลงก็คือป้าเป็ดที่หอบเอาถาดกับถ้วยกาแฟมาอีกมาก คุณดาราทองผายมือเชื้อเชิญให้แม่บ้านได้ทำหน้าที่ของตนเองก่อนนางจะเดินออกไปจากที่ตรงนั้นโดยไว คงเพราะสายตาเหลือบไปเห็นว่า คุณกัณฐ์ หรือท่านประธานบริษัทเดินออกมาจากห้องประชุมพอดี

            “เดี๋ยวหนูช่วยล้างนะคะป้า งานจะได้เสร็จไวๆ”

            น้ำปรุงเอ่ยปากแสดงความช่วยเหลือ แต่ป้าเป็ดปฏิเสธด้วยเห็นว่าเป็นหน้าที่ของตน แต่น้ำปรุงให้เหตุผลว่าอยากรู้เรื่องของบริษัทให้มากขึ้น ป้าเป็ดเลยยินยอมพร้อมกับเล่าเรื่องของบริษัททรัพย์ทวีสินให้กับน้ำปรุงฟังไปพลาง พอป้าเป็ดแกเอ่ยปากเท่านั้นแหละ จีโน่ที่แอบฟังอยู่ห่างๆก็เปิดวาร์ปเข้ามาร่วมวงอย่างไวด้วยเห็นว่าเป็นเรื่องของชาวบ้าน!

            เรื่องงาน ถ้าไวแบบนี้สิ้นปีคงได้โบนัสแหงๆ

            “คุณกัณฐ์ เธอแต่งงานกับคุณดาราทองมาได้สิบสี่ปีแล้วล่ะจ๊ะ เห็นว่าทั้งคู่หมั้นกันเอาไว้ด้วยความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก่อนจะแต่งงานกันในปี ๒๕๔๘ ก็ดูเข้าสิ ท่านประธานก็หล่อคมเข้มอย่างกับพระเอกหนังไทย ส่วนคุณดาราเธอก็สวยมาดนางพญา เหมาะกันอย่างกับกิ่งทองใบหยก ป้าเองก็ลุ้นว่าเมื่อไหร่คุณดาราทองเธอจะมีหลานให้เจ้าสัวณรงค์กับคุณกัทลี ภริยาของท่านอุ้มเสียที ตบแต่งกันมาตั้งนานมากแล้ว ดีไม่ดีนะ เผลอๆ คุณกรกัณฐ์ น้องชายของท่านจะชิงมีไปเสียก่อน เพราะแฟนคุณกรน่ะ...”

            “ทำไมเหรอจ๊ะป้าเป็ด” เสียงของผลึกดังสวนขึ้นมาเสียก่อนเมื่อได้ยินเรื่องที่คาดว่าจะเกี่ยวกับตนเองกระทบเข้าโสตประสาท “เล่าต่อสิจ๊ะ ฉันเองก็อยากจะรู้ว่าแฟนคุณกรน่ะมันทำไม!”

            ไม่ต้องพูดพล่ามน้ำปรุงก็พอจะเดาออกว่าแฟนของคุณกรที่ว่าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเลขาฯสาวของท่านประธาน มิน่าเล่าป้าบานชื่นถึงได้พยายามบอกว่าผลึกมีคนหนุนหลัง คงเพราะผลึกเป็นคนรักของน้องชายของท่านประธาน จึงดูมีอภิสิทธิ์ในหลายๆเรื่อง แถมยังเชิดหน้าชูคอโดยคนในบริษัทพากันเกรงใจไปหมด

            “ก็แค่พูดว่าเมื่อไหร่คุณกัณฐ์กับคุณดาราทองจะมีลูกซักทีแค่นั้นแหละจ๊ะแม่คุณ ไม่ได้เม้าท์อะไรเกินไปกว่านั้นหรอก”

            “ค่า นี่เห็นแก่เป็นป้าเป็ดหรอกนะ ถ้าเป็นคนอื่นเม้าหนู หนูเชือดไม่ยั้ง”

            ผลึกไม่นึกยี่หระอยู่แล้ว เพราะป้าเป็ดก็แค่ชอบเม้าท์ไปตามประสาแม่บ้านที่ปากคันยุบยิบ ผิดกับนังปลิงหน้าเหี่ยวอย่างป้าบานชื่นนั่นที่เป็นต้องเอาเรื่องเธอไปใส่สีตีไข่ให้กลายเป็นอีกเรื่อง แค่เรื่องเล็กๆนางก็เอาไปขยายให้มันเป็นมหากาพย์ที่เล่าสามวันก็ไม่จบ ราวกับจะอวดว่าตัวเองมีฝีมือในการตอแหลเก่งไม่แพ้ใครในบริษัท!

            “แล้วพวกเธอสองคนน่ะ อย่าได้คิดจะชื่นชมหรือชื่นชอบคุณกัณฐ์เชียว เขากับพวกเธอมันคนละชั้นกัน เคยได้ยินมั้ยเพลงของน้องเจ้านายน่ะ พวกเราอย่าได้ไปคิดอาจเอื้อมเชียวล่ะ เจ้าของเขาหวงแรง อ้อ! แต่ถ้าอยากได้หล่อแบบจับต้องได้ แนะนำแผนกผลิตเลยจ๊ะ คนหล่อเพียบ!”

            จีโน่อดกลืนน้ำลายด้วยความเปรี้ยวปากไม่ได้แต่ต้องข่มอากัปกิริยาตนเองเอาไว้ พลางจินตนาการถึงความแซ่บตามแบบฉบับของหนุ่มออฟฟิศ หน้าท้องขาวเนียนแบบมีกล้ามหน่อยๆภายใต้เสื้อเชิ๊ตสีเข้ม แค่คิดก็รู้สึกฟินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว! แต่แล้วผลึกเหมือนได้ยินเสียงโทรศัพท์จึงรีบเดินจากไป ทิ้งให้พนักงานป้ายแดงทั้งสองคนช่วยป้าเป็ดทำความสะอาดแก้วจนเสร็จ

            อันที่จริงบริษัทนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ คนที่นี่ก็ดูอัธยาศัยดีด้วยซ้ำ (ยกเว้นป้าบานชื่นกับพี่ผลึกเอาไว้คู่หนึ่ง) น้ำปรุงรู้ดีว่าหนทางข้างหน้าอาจจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่เธอคิดว่าทุกวันนี้เธอก็มีความสุขอยู่แล้ว เป้าหมายของเธอก็คือการทำงานที่นี่ให้ได้ ในเมื่อได้ทำแล้ว เธอก็ควรจะทำมันให้เต็มที่

            ไปค่ะ ไปทำงานที่เรารักกันต่อ!

           

            แสงสีส้มอ่อนที่ทาทาบทับเส้นขอบฟ้าเป็นสัญญาณให้รู้ว่าล่วงเข้าสู่เวลาเย็นแล้ว พนักงานเริ่มทยอยกลับบ้านกันไปบ้างตามเวลาเลิกงาน ส่วนน้ำปรุงเห็นว่าลิสต์รายชื่อของลูกค้าที่ป้าบานชื่นให้เธอไปอัพเดทข้อมูลเพิ่มเติมยังคงมีปัญหาอยู่ เธอจึงบอกปัดการชักชวนไปทานอาหารที่ห้างเปิดใหม่ย่านใจกลางเมืองของจีโน่

            “ให้ฉันช่วยมั้ยแก เผื่องานจะเสร็จเร็วขึ้น” จีโน่เอ่ยปากอาสา อยากจะช่วยเพื่อนรัก

            “ไม่เป็นไรหรอกแก ฉันทำได้ ถ้าแกหิวจริงๆไปกินข้าวก่อนก็ได้นะ เหมือนมีสาวๆแผนกการตลาดเขาพูดกันว่าจะไปกินไอติมที่ห้างเปิดใหม่เหมือนกัน แกอาจจะลองไปกับพวกนั้นมั้ย เผื่อจะได้เปลี่ยนสไตล์ดูบ้าง”

            “ไม่เอาหรอกแก แกก็เห็นนี่ว่ายัยหอม การตลาด ตอนกลางวันมันจ้องฉันอยากกลับจะกินเข้าไปให้ได้ พูดแล้วก็ขนลุก เอาไว้มีโอกาสเมื่อไหร่แม่จะแกรนด์โอเพนนิ่งจิกวิกมาสะบัดผมรอบบริษัทเลยคอยดูสิ!”

            น้ำปรุงอดขำให้กับท่าทีของเพื่อนรักไม่ได้ จีโน่เปลี่ยนใจเอาเอกสารที่ต้องจัดเตรียมสำหรับการประชุมในวันพรุ่งนี้ขึ้นมาจัดเตรียมแทน ตาเหลียวมองไปยังนาฬิกาดิจิตอลที่ติดตั้งเหนือประตูของห้องท่านประธาน ตัวเลขสีน้ำเงินแสดงเวลาเกือบห้าโมงเย็น ตอนนี้ทุกคนในแผนกทยอยกลับไปกันจนหมดแล้ว พี่เลิศ คุณกัณฐ์และคุณดาราทองนั่งรถไปด้วยกัน ส่วนป้าเป็ดแกเลิกงานเกือบสองทุ่มเพราะทำโอที อย่างน้อยทั้งสองพนักงานใหม่ก็รู้สึกว่ามีเพื่อน แต่ไม่นานป้าเป็ดก็โบกมีลาเพราะเห็นว่าจะต้องไปทำธุระที่ธนาคารและอาจจะเลยกลับบ้านเลย

            ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณอีกครั้งเมื่อพระอาทิตย์ตกดิน แสงไฟนีออนช่วยให้รู้สึกอุ่นใจ แต่รัตติกาลรอบนอกกลับทำให้ใจรู้สึกโหวงเหวงพิกล น้ำปรุงตรวจสอบรายชื่อที่มีปัญหาอีกครั้ง พยายามค้นหาข้อมูลที่มีความอัพเดท แต่ก็ไม่เจออะไร คิดว่าข้อมูลคงตกหล่นไปในไฟล์ข้อมูลสักอย่างเป็นแน่

            แฟ้มเอกสารรวบรวมรายชื่อของบริษัทที่ป้าบานชื่นทยอยสั่งให้ไปยกมาเพื่ออัพเดทข้อมูลนั้นไม่มีรายชื่อตามที่เธอต้องการ เห็นทีคืนนี้คงจะต้องอยู่กันไปยาวๆจนกว่างานจะเสร็จ แต่พอคิดถึงเรื่องเลิกงานดึก สมองก็สั่งให้น้ำปรุงหวนคิดถึงเรื่องสยองที่พี่คงจิตต์เล่าให้ฟัง แม้จะย้ายสำนักงานมาที่ใหม่แต่โครงสร้างของอาคารคงแบบเดิมไว้แทบจะทุกประการโดยเฉพาะโกดังเก็บของด้านหลังบริษัท

            ถึงจะย้ายสำนักงานมาที่นี่... แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าวิญญาณพวกนั้นไม่ได้ติดตามมาด้วย!

            “มาทำงานกันไม่ทันไรก็จะทำโอทีกันแล้วเหรอจ๊ะ” เสียงของผลึกที่เตรียมตัวจะกลับบ้านเอ่ยมาแต่ไกล น้ำปรุงยิ้มให้น้อยๆก่อนจะตอบไปตามประสาคนอัธยาศัยดี

            “รายชื่อลูกค้ามีปัญหานิดหน่อยน่ะคะพี่ผลึก เอกสารที่ป้าบานชื่นให้มารายชื่อลูกค้าตกหล่นไปหลายชื่อเลย” เธอเองก็เพิ่งมาทำงานที่นี่ไม่นาน วิธีการในการแก้ปัญหาก็ยังไม่ได้มีมากขนาดนั้น คงต้องขอความช่วยเหลือจากรุ่นพี่ในบริษัททั่น่าจะพอรู้จักการแก้ปัญหาในทำนองนี้มาบ้าง

            “ไหนขอฉันดูเอกสารพวกนี้หน่อยสิ” ผลึกย่นคิ้วอย่างสงสัย ก่อนจะหยิบแฟ้มเอกสารพวกนั้นมาตรวจสอบ อีกฝ่ายลองเช็ครายละเอียดที่หน้าปกของแฟ้มแต่ละเล่ม ก่อนเจ้าหล่อนจะเอามือทาบยอกอย่างตกใจ “นี่มันเอกสารเก่าตั้งแต่สี่ห้าปีที่แล้วนี่ รายชื่อบางรายชื่อมันเลยไม่อัพเดท อย่างของคุณทศรถ เจ้าของสิบพักตร์สตูดิโอนี่เขาเพิ่งจะมาเป็นลูกค้าในเครือบริษัทของเราเมื่อต้นปีนี้เอง ไม่แปลกหรอกนะที่เธอจะหาชื่อของเขาไม่เจอในเอกสาร”

            นั่นไง ป้าบานชื่นเล่นพวกเธออีกแล้ว!

            “แล้วทีนี้พวกเราต้องทำยังไงบ้างคะ” น้ำปรุงตอบเสียงอ่อย เพราะมัวแต่นั่งงมอยู่ตั้งนาน งานจึงไม่คืบหน้าไปไหน

            “ลองค้นดูในไฟล์เอ็กเซลล์เก่าๆตรงไดรฟ์ดีดูนะ เหมือนพนักงานคนเก่าเขาจะเคยทำเอาไว้อยู่ เพราะเหมือนเมื่อต้นปีท่านประธานเคยสั่งให้อัพเดทรายชื่อไปหนนึงแล้ว ถ้ารวมกับรายชื่อลูกค้ารายใหม่ที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาช่วงกลางปีน่าจะไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่”

            คำพูดของผลึกราวกับเป็นแสงสว่างส่องนำทางให้กับมนุษย์ตัวจ้อยที่เดินหลงในดงงาน ใช้เวลาไม่นานรายชื่อที่น้ำปรุงตามหาก็ปรากฏขึ้น เธออัพเดทรายชื่อข้อมูลเพิ่มเติมเข้าไปอย่างรวดเร็ว พลางนึกขอบคุณรุ่นพี่สาวคนนี้ในใจ หากไม่ได้ผลึก คืนนี้พวกเธอคงต้องนอนออฟฟิศกันเป็นแน่ หรือไม่วันพรุ่งนี้ก็คงถูกป้าบานชื่นเอ็ดที่งานไม่เสร็จทันเวลา

            อันที่จริงถ้าป้าบานชื่นบอกเธอตั้งแต่แรกว่าไอ้เอกสารพวกนี้มันเป็นรายชื่อตั้งแต่เมื่อหลายปีที่แล้วก็คงจะไม่ต้องมานั่งปวดหัวแบบนี้!

             จีโน่อาสามาช่วยน้ำปรุงอีกแรงเพื่อให้งานเสร็จไวขึ้น ผลึกหายไปเกือบสิบนาที ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับถุงพลาสติกบรรจุชานมไข่มุกสองแก้วและอีกหนึ่งแก้วที่เธอกำลังดื่มอยู่

            “อ่ะนี่ ชาไข่มุกหน่อยมั้ย ร้านนี้อร่อยมาก ชานมก็หอมเพราะต้มสุกวันต่อวัน ส่วนมุกก็เหนียวหนึบ เผื่อร่างกายได้น้ำตาลแล้วงานจะได้เสร็จไวขึ้น”

            สองพนักงานป้ายแดงเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะรับชานมไข่มุกเจ้าอร่อยที่เพิ่งมาเปิดสาขาใกล้ๆกับออฟฟิศมาจากผลึกด้วยความเกรงใจ แต่ก็แอบซึ้งใจที่อีกฝ่ายปันน้ำใจและความเมตตามาให้ คงเพราะผลึกอยู่ในเจนเนอเรชั่นเดียวกับพวกเธอ เลยมีอะไรหลายๆอย่างที่คลิกกัน เข้าหัวอกหัวใจในหลายๆเรื่อง ผิดกับป้าบานชื่นที่จิกหัวใช้เช้าใช้เย็นทั้งที่ตัวเองไม่ได้เป็นหัวหน้าแผนก เพราะถือว่าตนอยู่มาก่อนจึงมีสิทธิจะออกปากใช้ใครก็ได้ตามใจตน

            ในระหว่างที่สองพนักงานน้องใหม่กำลังช่วยกันจัดการกับข้อมูลตรงหน้า ผลึกก็ลากเก้าอี้มานั่งสนทนาด้วย

            “นี่พวกเธอสองคนว่ามั้ย ไอ้ไข่มุกนี่น่ะ มันอยู่ในชานมก็อร่อยดีนะ ไม่รู้คนสมัยนี้จะขยันเอาไปใส่นั่นใส่นี่ให้มันแปลกประหลาดทำไม ล่าสุดนะมีชาบูไข่มุกออกมาแล้วนะ ไม่รู้คนคิดเค้าคิดอะไรถึงได้กล้าเอาไอ้เม็ดเหนียวๆใส่ลงไปในหม้อชาบูต้มยำอ่ะ แค่คิดก็ไม่กล้ากินแล้ว” ผลึกพูดอย่างติดตลก ซึ่งข้อนี้จีโน่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง ไข่มุกมันนอนอยู่ก้นถ้วยชาอยู่ดีๆ ไม่อุตริเอามันมาทำอะไรแปลกๆจนได้ คนเรานี่ก็ช่างสรรหา อะไรทำแล้วได้กระแส ได้ยอดแชร์ ยอดไลก์ก็ทำหมด!

            “จริงครับ วันก่อนแถวที่พักของผมมีร้านราเมนไข่มุกมาเปิดใหม่ด้วย พอลองกินเข้าไปเท่านั้นแหละ โอเลย”

            “โอโห?”

            “โอ Shit! ใครมันเป็นคนคิดเมนูนี้วะเนี่ย!”

            การรับส่งมุกของพี่ผลึกกับจีโน่ที่เข้ากันได้ดีเป็นปีเป็นขลุ่ยทำให้น้ำปรุงพลอยหลุดขำออกมาด้วยไม่ได้ พี่ผลึกชวนสองพนักงานใหม่คุยด้วยอีกหลายเรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่กำลังมาแรงในปัจจุบัน คุยไปคุยมางานของน้ำปรุงก็เสร็จเรียบร้อย พอดีกับโทรศัพท์ของผลึกดังขึ้นเป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าคนรักของเจ้าตัวมารับแล้ว

            “คุณกรมารับพี่แล้ว จะกลับด้วยกันมั้ยสองคนนี้” ผลึกเอ่ยเชิญชวน หากแต่น้ำปรุงปฏิเสธเพราะค่อนข้างเกรงใจอีกฝ่าย แค่ผลึกมาแนะนำอะไรหลายๆอย่างแถมยังมีน้ำใจซื้อน้ำมาเลี้ยงอีก แค่นี้พวกเธอสองคนก็ไม่รู้จะขอบใจยังไงอีกแล้ว อีกอย่างเธอก็มียัยจีโน่กลับบ้านเป็นเพื่อน ถ้าจะโดนแท๊กซี่โรคจิตทำท่าทางลวนลาม เธอคิดว่าเพื่อนรักของเธอมีวิธีรับมือ

            “กลับด้วยกันเถอะ นี่ก็จะสองทุ่มแล้ว ป้าเป็ดแกก็กลับไปแล้ว พี่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะ ถ้าเจออะไรแปลกๆขึ้นมา” ผลึกทิ้งท้ายเอาไว้ให้คิด

            “หึย พี่ อย่าพูดอย่างนี้สิ ผมกลัวนะ” จีโน่เข้าไปอิงหลังน้ำปรุงด้วยความกลัว บรรยากาศของออฟิศยามดึกชวนให้นึกถึงกระทู้สยองขวัญที่เพิ่งอ่านเมื่อตอนเย็นขึ้นมาไม่ได้ เขาไม่ได้อู้งานนะ เพียงแต่เวลานั้นงานของเขามันยังไม่เข้าที่ เลยต้องหาอะไรทำระหว่างรอก็แค่นั้น “พี่พูดอย่างกับว่าออฟฟิศเรามีผะ...ผีอย่างนั้นแหละ”

            “เราเคยฟังเรื่อง สายสยอง ที่รายการ Shock Stories มั้ย”

            ผลึกเกริ่นขึ้นมาราวกับจะเปิดประเด็น น้ำปรุงส่ายหน้าอย่างคนไม่เคยฟัง แม้จะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้คิดลบหลู่ พูดตามตรงก็คือวันๆเธอเอาแต่อ่านหนังสือเพื่อให้รอดเอฟ ไม่ได้สนใจฟังรายการผีเทือกนี้อยู่แล้ว ผิดกับจีโน่ที่เสพสื่อทุกรูปแบบและทุกช่องทางเพื่อให้ตัวเองเป็นคนทันยุคทันสมัยและพูดกับใครก็ทันประเด็นไปเสียหมด

            “ใช่ที่คุณกานดาโทรไปเล่าให้พี่เจ๋งกับดีเจโจ้ฟังมั้ยครับ เรื่องนั้นน่ะติดท๊อปเรื่องขนหัวลุกของรายการเลยนะพี่” จีโน่แสดงความคิดเห็นอย่างออกรส ก่อนจะเกริ่นเรื่องราวให้น้ำปรุงผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรได้ฟังคร่าวๆ

            “คุณกานดาเขาโทรไปเล่าว่าวันนั้นอยู่ทำงานโอทีที่บริษัทจนดึก เพราะต้องการเงินไปรักษาแม่ที่ป่วยอยู่ต่างจังหวัด เธอพยายามแอบรับจ๊อบงานอื่นมาทำเพื่อหารายได้เสริม แต่มันทำให้ทำงานประจำได้ไม่เต็มที่จนหัวหน้าแผนกเกือบจะไล่เธอออก คุณกานดาเธอเลยตัดสินใจว่าจะทำงานให้ดึกแทน

            และคืนนั้นก็เป็นคืนที่เธอตัดสินใจทำงานจนดึกดื่น คนอื่นในออฟฟิศดูรีบร้อนออกไปกันจนหมด ราวกับไม่มีใครอยากจะอยู่ที่นี่ เลยเหลือแค่กานดาคนเดียวที่ยังนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งอยู่ที่แผนกบัญชี แต่ใครจะไปคิดว่าเรื่องราวความสยองกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...

            คุณกานดาได้รับโทรศัพท์จากใครก็ไม่รู้ โทรมาหาเธอเกือบทุกๆยี่สิบนาที พอรับสาย ก็มีแต่เสียงครางต่ำๆ พูดจาไม่เป็นภาษาคน แถมยังมีเสียงฟืดฟาดฮึดฮัดราวกับลมหายใจขาดห้วงส่งมาตามสายอีก คุณกานดาตัดสินใจถอดสายโทรศัพท์ทิ้งเพราะเธอคิดว่ามันเป็นการกลั่นแกล้งจากใครสักคน แต่ใครจะไปคาดคิดล่ะว่าทันทีที่ถอดสายโทรศัท์ มีเสียงกระซิบดังขึ้นมาข้างหูพร้อมกับร่างกายเน่าเฟะของผีร้ายที่จรดลมหายใจลงใกล้หูเธอด้วยประโยคที่ว่า...”

            “ไม่อยากคุยด้วยกันแล้วเหรอ...”

            เป็นเสียงของผลึกที่โพล่งขึ้นมาจนทุกคนตกอกตกใจ หญิงสาวรุ่นพี่หัวเราะให้กับท่าทางของน้องใหม่ที่สะดุ้งจนตัวโยนโดยเฉพาะจีโน่ที่เกือบจะหลุดกิริยาเกินงามออกไป จริงๆผลึกเองก็พอจะมีเรดาร์แสกนเก้งอยู่บ้าง เธอว่าเธอพอจะรู้ว่ารุ่นน้องหน้าตาโอปป้าคนนี้มีความเป็นน้องสาวซ่อนอยู่ เธอจึงทำเพียงหัวเราะกลบเกลื่อน

            “ที่จริงแล้ว เรื่องมันมีต่อนะ... เชื่อว่าพวกเธอสองคนคงไม่เคยฟังจากที่ไหนมาก่อนแน่ๆ และพี่เองก็คิดว่าไอ้ที่ฟังจากรายการว่าหลอนแล้ว คงไม่เท่ากับคนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงแบบพี่หรอกนะ...”

            ชั่วอึดใจที่ผลึกทิ้งให้ความเงียบโรยตัวห่มคลุมทั่วบริเวณ

            แต่แค่อึดใจเดียวเท่านั้น

            กริ๊งงง!                                                      

            เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะบนโต๊ะของน้ำปรุงที่ดังขึ้นทำให้พนักงานน้องใหม่ทั้งสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนเลขานุการสาวสวยของบริษัทจะเอ่ยขึ้นอารามร้อนรนให้รีบตัดสินใจ

            “เอ่อ... เอาไว้ไปเล่าให้ฟังระหว่างทางกลับบ้านดีกว่าเนอะ เพราะทุกคนคงไม่อยากรู้สึกเอ็กซ์คลูซีฟอย่างกับอยู่ในคืนเกิดเหตุแบบในเรื่องเล่าหรอกใช่มั้ยจ๊ะ?”

 

 

 

(โปรดติดตามตอนต่อไปวันพฤหัสหน้า...)


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น