อัปเดตล่าสุด 2019-01-03 21:15:13

ตอนที่ 6 ถูกไล่ออก!

 

ตอนที่ ๖

ถูกไล่ออก!

 

 

            เรื่องที่น้ำปรุงถูกไล่ออกจากบริษัททรัพย์ทวีสินเป็นท็อปปิคใหญ่สำหรับพนักงานในออฟฟิศเสียยิ่งกว่าข่าวล่ามาแรงของดาราระดับแม่เหล็กที่ออกมาประกาศลาออกจากวงการบันเทิงเพื่อไปแต่งงานกับแฟนที่แอบคบหาดูใจกันมานานนับสิบปี

            คนที่แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องทุกอย่างจะเป็นความจริงคือจีโน่ ผู้เป็นเพื่อนสนิท หรือแม้แต่น้ำปรุงเองที่ได้แต่ตั้งคำถามซ้ำๆว่าเพราะเหตุใดเธอจึงได้รับจดหมายเชิญออกจากบอร์ดบริหาร การล่าลายเซ็นจากหัวหน้าแผนกเกือบทุกแผนกคล้ายเป็นการการันตีให้รู้ว่าผู้ที่อยู่เบื้องหลังสามารถทำอะไรได้ดังใจคิด

            “แล้วนี่แกจะทำยังไงต่อ เก็บของออก หรือว่ายังไง ตอนนี้ฉันสับสนแทนแกไปหมดแล้ว”

            จีโน่แสดงความเป็นห่วงเพื่อนรักออกมาอย่างออกนอกหน้า แม้แต่พี่ลูกจ๋ากับพี่โทที่เพิ่งจะกลับมาทำงานเองก็ยังอดแปลกใจไม่ได้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เพราะเท่าที่รู้มา น้ำปรุงยังทำงานที่บริษัทแห่งนี้ได้ไม่ถึงอาทิตย์เลยด้วยซ้ำ แต่การโดนจดหมายเชิญออกแบบนี้ หากไม่มีการเล่นตลกแกล้งกันก็นับว่าเป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าเธอกำลังจะเจอกับศึกใหญ่

            “เดี๋ยวฉันขอไปคุยกับพี่เลิศดูก่อนเผื่อเขาจะช่วยอะไรเราได้บ้าง” น้ำปรุงที่ยังคงช็อคไม่หายพยายามหาทางช่วยเหลือ เธอพยายามตามหาพี่เลิศจนทั่วออฟฟิศแต่กลับไม่พบ หญิงสาวจึงเบนเข็มมาที่พี่ผลึกด้วยเห็นว่าอีกฝ่ายทำงานใกล้ชิดกับท่านประธานบริษัท น่าจะพอช่วยเหลืออะไรได้บ้าง ทว่ายังไม่ทันจะได้เดินไปหาอีกฝ่าย เสียงซุบซิบจากสาวๆฝ่ายประชาสัมพันธ์ก็ดังเข้ามาในหูเสียก่อน

            “นี่แก รู้อะไรมั้ยไอ้เรื่องที่พนักงานใหม่ฝ่ายเอชอาร์โดนปลดกลางอากาศน่ะ เค้าว่ามีที่มานะ”

            “ที่มาอะไรเหรอแก ไปรู้อะไรมาอีก”

            “ก็ตอนนี้น่ะสิ พี่เลิศ หัวหน้าแผนกบุคคล เขาต้องไปคุมไซด์ก่อสร้างแทนคุณอมรชั่วคราวตั้งเดือนนึง คุณดาราทองเธอเลยให้ป้าบานชื่นแกรักษาการเป็นหัวหน้าแผนกบุคคลแทนชั่วคราวน่ะสิ นี่ถ้ายัยผลึกรู้เข้าคงอกแตกตายแน่ๆเลย วะ... ว้ายยย!”

            หนึ่งในกลุ่มสาวจากแผนกประชาสัมพันธ์ร้องหวีดเสียงดังเพราะถูกคนที่กำลังนินทาอยู่ขัดขาจนเกือบล้มคะมำไม่เป็นท่า ผลึกที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในออฟฟิศมีท่าทีเกรี้ยวกราดมากเมื่อได้ยินเรื่องราวเหล่านั้น เธอพยายามคาดคั้นเอาคำตอบว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูดมาหาความจริงได้มากน้อยแค่ไหน แต่สาวนางนั้นกลัวจนตัวสั่น ผลึกเลยรีบพาน้ำปรุงกลับขึ้นมาบนชั้น ๗ อันเป็นแผนกทำการของท่านประธานด้วยต้องการจะคุยให้รู้เรื่อง จีโน่รีบวิ่งตามมาอย่างร้อนรนเพราะรู้ดีว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ๆ

            เมื่อมาถึงที่หมาย ป้าบานชื่นที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วแย้มรอยยิ้มให้อย่างผู้ชนะ ท่าทางยียวนนั่นส่งผลให้ผลึกปรี๊ดแตกโวยวายออกมาเสียงดัง “นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!”

            “ใจเย็นๆก่อนสิจ๊ะหนูผลึก เขาบอกว่าอารมณ์เสียแต่เช้าจะทำให้การทำงานไม่ค่อยจะราบรื่นนะจ๊ะ” ป้าบานชื่นค่อนขอดอย่างได้ที ก่อนจะลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ของตนเองแล้วตรงมาหาผลึกที่กำลังเดือดพล่านราวกับโดนน้ำร้อนสาดอยู่ “อีกอย่าง... พูดจาแบบนี้กับรักษาการหัวหน้าแผนกบุคคลคงจะไม่เหมาะกระมังคะ ป้าเสียใจด้วยนะหนูปรุงที่ต้องไล่หนูออกเพราะมีคนพยายามแกว่งเท้าหาเสี้ยนอยู่!”

            “ป้าหมายความว่ายังไงคะ” น้ำปรุงถามอย่างไม่เข้าใจในคำพูดของป้าบานชื่น หรือว่าการที่เธอถูกไล่ออกจะมีผลมาจากเลขานุการสาวข้างกายเธอตอนนี้กันแน่ ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เธอต้องได้ทำงานที่บริษัทนี้ เธอยังไม่อยากถูกไล่ออก! “ป้าช่วยหนูได้มั้ยคะ หนูไม่อยากถูกไล่ออก หนูพยายามอย่างมากนะคะป้าที่จะได้ทำงานในบริษัทนี้ แล้วทำไมเขาถึงมาไล่หนูออกง่ายๆแบบนี้ล่ะคะ”

            “ป้าพูดอะไรมากไม่ได้หรอกนะ เอาเป็นว่าป้าจะให้เวลาหนูปรุงเก็บของถึงเย็นวันนี้เท่านั้น จะไปร่ำลาหรือทำอะไรก็จัดการให้เรียบร้อยเถอะ เดี๋ยวจะหาว่าคนแก่อย่างป้าทำร้ายจิตใจพวกเด็กใหม่”

            ป้าบานชื่นไม่ได้มีท่าทีอยากจะช่วยเหลือหรือรับฟังคำร้องขอของพนักงานสาวที่กำลังเดือดร้อนด้วยซ้ำ นางหันกลับไปสนใจนิตยสารซุบซิบดาราบนโต๊ะพร้อมกับแสดงท่าทีว่าข่าวดาราหน้าหนึ่งน่าสนใจกว่าเรื่องอื่นใดทั้งมวล

            น้ำปรุงหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด ผลึกจับมือรุ่นน้องคนสนิทไว้แน่น ในใจนึกขอโทษอีกฝ่ายอยู่ในทีที่ไม่ยั้งปากของตนเองเอาไว้ทำให้ดาราทองหันกลับมาเล่นงานน้ำปรุงแทน ดาราทองคงคิดจะตัดแข้งตัดขาเธอเป็นแน่ถึงได้กล้าไล่พนักงานใหม่ออกแบบนี้

            ในยุคสมัยที่ผู้คนแย่งชิงพื้นที่ในบริษัทยิ่งกว่าคนหลงทางในทะเลทรายแย่งน้ำในบ่อน้อย การได้ทำงานในบริษัทที่เป็นเครื่องการันตีว่าจะไม่โดนเลย์ออฟง่ายๆในปีแรกของการทำงานเป็นสิ่งล้ำค่ากว่าสิ่งใด ข้อนั้นผลึกเองเข้าใจหัวอกของรุ่นน้องสาวเป็นอย่างดี เธอคิดแต่เพียงว่าเรื่องนี้ต้องโทรไปรายงานให้ท่านประธานทราบ อย่างน้อยท่านประธานก็เป็นคนอนุมัติให้น้ำปรุงได้เข้ามาทำงานที่นี่ เช่นเดียวกันคนที่จะสามารถไล่น้ำปรุงออกได้ก็ต้องเป็นท่านประธานคนเดียวเท่านั้น!

            “น้ำปรุงตามพี่มา!”

ในเมื่อท่านประธานยังไม่เข้ามาที่บริษัท ผลึกคิดว่าเธอต้องไปหาเขาที่บ้าน และขอร้องให้เขาพิจารณาเรื่องนี้ เธอรู้ดีกว่าใครในฐานะที่ทำงานใกล้ชิดกับเขามาเกือบห้าปี ไม่ว่าจะเป็นการติดตามท่านประธานไปติดต่องานหรือไปดูแลส่วนต่างๆอยู่บ่อยครั้ง เธอไม่เคยขอร้องอะไรเขาเลยแม้แต่ขึ้นเงินเดือน และครั้งนี้ผลึกคิดว่าโอกาสนั้นคงถึงเวลาแล้ว

            “เราจะไปไหนกันคะพี่ผลึก” น้ำปรุงเอ่ยถามอย่างคนไม่เข้าใจ ผลึกให้จีโน่ช่วยอยู่เฝ้าที่แผนกเผื่อพวกเธอสองคนสวนกับท่านประธาน จีโน่จะได้รีบแจ้งเมื่อเขาเดินทางมาถึงบริษัท

            “เซฟเฮ้าส์ของท่านประธาน” ผลึกบอกเสียงเรียบ ก่อนจะโบกมือเรียกแท๊กซี่เมื่อกึ่งลากกึ่งจูงน้ำปรุงมาถึงหน้าบริษัท หากแต่ยังไม่ทันที่รถแท๊กซี่จะได้เคลื่อนที่ออกไป รถของคุณกัณฐ์ก็เข้ามาจอดเทียบท่าเสียก่อน เสียงเอ่ยขึ้นที่เจือไปด้วยความสงสัยของเขาทำให้น้ำปรุงรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง เพราะอย่างน้อยท่านประธานก็เป็นคนมีเหตุมีผล คงไม่ไล่เธอออกง่ายๆแน่

            “พวกคุณสองคนจะไปไหนกัน นี่มันเวลาทำงานนะ”

            “พวกเราจะไปตามหาท่านประธานนั่นแหละค่ะ” ผลึกชิงตอบก่อนเพราะกลัวคุณกัณฐ์เข้าใจผิดไป “คุณดาราทองเธอไล่น้ำปรุงออกจากบริษัท แถมยังล่าลายเซ็นหัวหน้าแผนกคนอื่นๆมาด้วยค่ะ”

            แน่นอนว่านั่นสร้างความไม่พอใจให้กับผู้เป็นใหญ่แห่งบริษัททรัพย์ทวีสินเป็นอย่างมาก กัณฐ์รู้ดีว่าดาราทองเป็นผู้หญิงประเภทชอบเอาชนะ แม้ภายนอกจะดูมีท่าทีเรียบเฉย สวมหน้ากากงามระยับและเฉิดฉายเฉกเช่นนางพญาสิงห์ หากแต่ลับตานางจะใช้กรงเล็บที่ทั้งแหลมคมและร้ายตะกุยเหยื่อจนไม่มีชิ้นดี เขานึกสงสัยว่าเหตุใดดาราทองจึงไม่พอใจน้ำปรุงขนาดล่าลายเซ็นหัวหน้าแผนกคนอื่นๆในบริษัทและทำจดหมายไล่น้ำปรุงออก

            ถึงตอนนี้ยังไม่รู้ แต่เขาต้องสืบหาความจริงให้พบจนได้

            “ไปคุยกันที่คอฟฟี่ช็อป ผมว่าตรงนี้คงไม่สะดวกเท่าไหร่”

 

            “เรื่องมันก็เป็นแบบนี้นั่นแหละค่ะท่านประธาน”

            ผลึกเป็นคนเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับหัวหน้าของเธอได้รับรู้ โดยจงใจละเว้นเรื่องที่เกิดขึ้นที่สวนหน้าคฤหาสน์เอาไว้ ผลึกกลบเกลื่อนและบอกว่าดาราทองคงเห็นว่าน้ำปรุงเป็นรุ่นน้องคนสนิทของเธอ ลึกๆแล้วดาราทองเองก็ไม่ได้ชอบหน้าเธอเท่าไหร่นัก การไล่น้ำปรุงออกก็เพราะหวังจะตัดแข้งตัดขาเธอให้สิ้น ผลึกเล่าออกไปแบบนั้นเพราะรู้ดีว่าหากคุณกัณฐ์ไปคาดคั้นเอาคำตอบจากภริยาของเขา ต่อให้เอามีดมาจ่อคอ คุณดาราเธอก็ไม่มีทางยอมรับว่าเหตุผลที่ทำไปคืออะไร ชิงลงมือก่อนถือว่าได้เปรียบ ผลึกคิดเช่นนั้น

            “ผมเป็นคนรับคุณเข้ามาทำงาน ฉะนั้นคุณไม่มีสิทธิออกไปไหนทั้งนั้น” คุณกัณฐ์เอ่ยออกมาเช่นนี้ก็พลอยทำให้พนักงานสาวโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยเธอก็ขอให้ทำงานผ่านไปได้สักปีสองปีหรือทำงานจนกว่าจะมีเงินเก็บสักก้อน แล้วคนที่นี่จะรังคัดรังแกอะไรเธอก็ช่าง ทุกวันนี้เธอก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายอยู่แล้วขอแค่ทำงานให้พอมีเงิน แล้วเธอก็จะออกไปจากที่นี่ด้วยตัวเอง “ส่วนคุณ... ผมไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องระหว่างคุณกับคุณดาราหรือป้าบานชื่นมีปัญหาอะไรกัน แต่ผมอยากให้คุณระลึกเอาไว้ว่าเรื่องงานก็ควรจะอยู่ส่วนงาน ต่อให้คุณเป็นคนรักของเจ้ากรมันก็เถอะ คุณมีสิทธิที่จะถูกลงโทษได้เหมือนกัน”

            “ค่ะท่านประธาน...”

            ผลึกรู้สึกสลดเพราะคำพูดเสียดแทงจิตใจ แม้จะเคยชินมาจากการถูกตำหนิจากเขาบ่อยครั้งเวลาทำงานผิดพลาดเล็กๆน้อยๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ แต่ผลึกก็รู้สึกว่าการโดนตำหนิคล้ายกับการสร้างรอยแผลในประวัติการทำงานของตนเอง

            “ไปทำงานกันต่อเถอะ เดี๋ยวที่เหลือผมจัดการเอง”

            “แล้วโกโก้พวกนี้...” น้ำปรุงที่เงียบมานานเอ่ยขึ้นอย่างใสซื่อ พลางมองไปที่เครื่องดื่มบนโต๊ะ

            “ผมเลี้ยงเอง ไม่หักจากเงินเดือนคุณหรอก”

            “เอ่อ...ค่ะ”

            แปลกเหมือนกันแฮะ น้ำปรุงลอบคิดอยู่คนเดียวในใจ เพราะตั้งแต่เข้ามาเหยียบที่บริษัททรัพย์ทวีสิน เธอยังคงไม่ชินกับรอยยิ้มอารมณ์ดีของเขาเลยสักครั้ง มันทำให้รู้สึกแปลกๆ... อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นความรู้สึกแบบไหน ถ้ายัยจีอยู่ตรงนี้มันคงได้ทีแซวเธอแหงๆ ให้ตายสิ!

 

            ข่าวเรื่องที่ท่านประธานยกเลิกคำสั่งเชิญออกของน้ำปรุงกลายเป็นที่ซุบซิบเสียยิ่งกว่าตอนที่เจ้าตัวถูกไล่ออก แม้น้ำปรุงจะยังไม่ชินจวบจนผ่านมาได้ห้าวันจากวันเกิดเรื่อง แต่ก็ยังดีแหลือเกินที่ได้คนข้างกายช่วยปลอบให้คลายกังวล ไม่ว่าจะเป็นจีโน่ที่เอาแต่ถามไถ่และดูแลเธอเป็นอย่างดี หรือจะเป็นเพื่อนร่วมงานทั้งสองคนที่เพิ่งได้ทำความรู้จักกันไม่นานนี้ เพราะทั้งสองคนเพิ่งกลับมาทำงานอย่างพี่ลูกจ๋ากับพี่โท

            “ฉันไม่ชอบเลยว่ะแก เวลาที่เดินไปไหนมาไหนแล้วมีแต่คนมองด้วยสายตาแบบนั้น” น้ำปรุงระบายความอัดอั้นตันใจที่มีออกมาจนหมดให้เพื่อนรักได้ฟังจนหมดเปลือก

            “เอาน่าไอ้หมวย คนเขานินทากันได้ เขาก็ลืมกันได้นั่นแหละ”

            จีโน่ปลอบใจเพื่อนรักให้หายกังวล หวังว่าน้ำอัญชันมะนาวของโปรดของอีกฝ่ายจะช่วยให้เพื่อนรักอารมณ์ดีขึ้น เพราะนับตั้งแต่ป้าบานชื่นได้เข้ามาทำงานเป็นรักษาการแทนพี่เลิศที่ต้องออกไปคุมไซด์ก่อสร้างที่ต่างจังหวัดตามคำสั่งของท่านประธาน พนักงานใหม่ก็รู้สึกราวกับว่าตนเองได้กลายเป็นภาชนะอย่างสมบูรณ์แบบ ภาชนะที่จู่ๆก็มีคนเทน้ำที่ชื่อว่าภาระงานใส่ลงมาจนล้นปริ่ม

            “แต่ฉันกังวลนี่แก.. เรายังต้องทำงานที่นี่ไปอีกนาน”

            น้ำปรุงระบายลมหายใจออกมาอย่างอดเสียไม่ได้

            “ถ้าเรามัวแต่คิดมากอยู่อย่างนี้ มันก็ไม่ได้มีอะไรดีขึ้นหรอกนะ”

            เสียงที่ดังขึ้นมาจากด้านหลังทำให้ทั้งสองคนหันกลับไปมอง พี่ชายสุดหล่อร่วมแผนกเดินเข้ามานั่งตรงหน้าทั้งคู่พร้อมกับก๋วยเตี๋ยวน้ำตกส่งกลิ่นหอมหวนชวนให้น้ำลายสอ จีโน่กลืนน้ำลายอึกใหญ่เพราะดัดจริตกินสลัดผักเข้าไปหนึ่งจานทั้งที่ร่างกายต้องการมากกว่านั้น

            “พี่โท...” น้ำปรุงเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา

            “ออฟฟิศเรามีเรื่องชาวบ้านมาให้เผือกแทบจะทุกวันนั่นแหละครับ อยู่ที่ว่าวันดีคืนดีก้าวขอออกจากบ้านถูกข้างก็รอดตัวไปทั้งนั้น” ชายหนุ่มพยายามพูดจาติดตลกเพื่อให้รุ่นน้องร่วมแผนกทั้งสองคนคลายใจลงได้บ้าง “พี่เองสมัยที่เข้ามาทำงานที่นี่ใหม่ๆก็ยังเคยโดนคนพูดเรื่องเป็นเกย์เลย”

            “แล้วพี่ ‘เป็น’ จริงๆหรือเปล่าครับ” จีโน่หลุดปากออกไปจนน้ำปรุงต้องแอบหยิกเพื่อเตือนสติ นับตั้งแต่วันที่ ยศโท กลับเข้ามาทำงานหลังจากลางานไปทำธุระที่ต่างจังหวัด น้ำปรุงก็ลอบสังเกตอาการของเพื่อนรักตลอดว่าสายตาที่นังจีโน่จ้องพี่โทเข้าไปแต่ละทียามที่อีกฝ่ายเผลอ เรียกได้ว่าแทบจะยัดเยียดความเป็นเมียให้พี่เขาเลยก็ว่าได้ แต่ต่อหน้านางจะทำเป็นเข้าไปถามไถ่ตามประสารุ่นน้องร่วมแผนกที่ดี นังนี่มันร้ายจริงๆค่ะท่านหัวหน้า! “เอ่อ... ผมหมายถึงถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ เราก็ไม่ควรจะต้องไปสนใจเลยใช่มั้ยไอ้หมวย”

            “จ้า” น้ำปรุงอยากจะคว่ำปากมองบน แต่ทำได้เพียงแอบกลอกตาเป็นเลขแปดเบาๆในใจ

            “อันนี้ก็ต้องลองดูนะครับ ถ้าอยากรู้จริงๆ”

            เชื่อมั้ยว่าแค่คำพูดของพี่โท อีนังจีโน่ก็กลับมากรี๊ดที่ห้องพักต่อได้เป็นสามสี่วันอย่างกับเด็กมัธยมที่ไปกรี๊ดวงดนตรีที่ชื่นชอบในงานปัจฉิมนิเทศอะไรเทือกนี้

            ยศโทเป็นผู้ชายไทป์ที่ ‘เก้งกวาง’ ในบริษัททรัพย์ทวีสินชอบ

            น้ำปรุงเข้าไปส่องอินสตาแกรมของอีกฝ่ายจากการที่ไอ้จีโน่เอามาอวดว่านางเป็นผู้ติดตามคนที่สามหมื่นของเขาพอดิบพอดี จากการทำความรู้จักตัวตนของพี่โทผ่านไอจีทำให้พบว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีความอาร์ตในตัวเองพอสมควรแถมยังเป็นคนที่มีทั้งความเท่และความชิคที่สุดคนหนึ่ง จะด้วยสไตล์รูปที่คุมโทนให้เป็นโทนสีเทา-ดำ-ครีมในทุกรูป ผนวกกับการแต่งตัวตามสไตล์เสื้อเชิ้ตหลวมๆ กับกางเกงผ้าเดนิมพับข้อเท้า รองเท้าผ้าใบสีเข้มที่ดูเหมือนจะไปเดินแบบแถวถนนในโตเกียวมากกว่าจะมาทำงานด้านไอทีให้กับแผนกบุคคล

            รูปส่วนใหญ่ของพี่โทเป็นการถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆในท่าทางที่ถูกครีเอทออกมาแล้วว่าดูดีในทุกๆองศา แม้แต่ป้ายบันไดหนีไฟของบริษัท พอมีพี่โทไปยืนถ่ายรูปแล้วนึกว่าโซนถ่ายรูปชิคๆกลางห้างสรรพสินค้าใหญ่ย่านใจกลางเมือง เพราะทุกอย่างมันดูคูลไปหมด และที่สำคัญ พี่โทชอบโพสรูปที่เรียกไลค์ประเภทเห็นแผงอกนิดๆ หน้าท้องหน่อยๆ ไม่ได้เปิดแบบโจ่งแจ้งแต่แค่เห็นก็ไม่อาจกดเลื่อนผ่านไป ชวนให้เก้งกว้างและสาวน้อยสาวใหญ่เก็บไปจินตนาการถึงผิวเนื้อขาวเนียนภายใต้อาภรณ์

            แต่ที่จีโน่ฟันธงว่าเริ่ดกว่าอื่นใดคือพี่โทยังโสด... ในไอจีไม่มีการลงรูปคู่กับแฟนหรือใครทั้งสิ้น มีแต่รูปถ่ายของพี่โทล้วนๆ ทำให้จีโน่เริ่มเกิดความหวังในใจขึ้นมาเล็กๆว่าพี่โทจะชายตามามองนางบ้าง ซึ่งเธอเองก็เตือนเพื่อนรักให้เพลาๆเรื่องการคิดไปเองให้น้อยลงไปบ้าง เวลาเจ็บจะได้ไม่เจ็บหนัก

            “เอ้อ พวกเราสองคนเพิ่งมาทำงานได้ไม่นาน ไว้ว่างๆเดี๋ยวพี่จะพาทัวร์ของกินแถวนี้ดีมั้ย มาใหม่น่าจะยังไม่ค่อยรู้แหล่งกินเท่าไหร่”

            “พวกเราสองคนอยาก ‘กิน’ มากครับ โอ๊ย!” น้ำปรุงคงจะสะกิดอีกฝ่ายแรงเกินไปหน่อย จีโน่จึงร้องออกมาเสียงหลง “ไว้เดี๋ยวพี่โทพาพวกเราไปทัวร์ด้วยนะครับ วันๆกินข้าวที่โรงอาหารของบริษัทก็เริ่มจะเบื่อแล้ว อีกอย่างจะได้พาไอ้หมวยมันไปเปิดหูเปิดตาด้วยครับ วันๆเอาแต่อุดอู้อยู่ในห้อง”

            น้ำปรุงอยากจะตีเพื่อนรักจริงๆที่เอาเธอมาเป็นข้ออ้างในการตอบรับคำชวนของพี่โท

            “พี่โทคะ... ปรุงขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยคะ ในฐานะที่พี่เคยอยู่ที่นี่มาก่อนพวกเรา” น้ำปรุงถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องเพราะไม่อยากให้จีโน่วกไปเข้าประเด็นหาหนทางเต๊าะพี่ชายสุดหล่อประจำแผนกบุคคลได้อีก พี่โทพยักหน้ารับ น้ำปรุงจึงตัดสินใจเดินหน้าถามต่อ “เรื่องพี่ผลึกกับป้าบานชื่นน่ะค่ะ”

            “นึกว่าเรื่องอะไร เราอยากรู้อะไรล่ะ ถามพี่มาได้เลย”

            “จริงๆเรื่องที่พี่ผลึกกับป้าบานชื่นไม่ลงรอยกันก็ดูเป็นปัญหาใหญ่ระดับองค์กรเลยนะคะ แต่ทำไมไม่เห็นจะมีใครออกมาพูดหรือทำอะไรเลย ความจริงปรุงคิดว่าถ้าป้าบานชื่นได้ทำงานในแผนกที่เหมาะสม หรือเป็นหัวหน้าแผนกอื่นเรื่องนี้ก็น่าจะไม่เกิดนะคะ ไม่ต้องเจอหน้าพี่ผลึกให้ทะเลาะกันด้วย”

            น้ำปรุงลองแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ตนคิดออกมาให้อีกฝ่ายฟัง หากลองตรองดูให้ดี ปัญหาวิวาทกันระหว่างสองตัวแม่แห่งแผนกบุคคลมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่กลับไม่มีใครยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ปล่อยให้แต่ละฝ่ายแลกกันคนละหมัด ผลสุดท้ายจบลงที่ความบาดหมางอยู่ร่ำไป ในเมื่อไม่สามารถเปลี่ยนให้แต่ละฝ่ายหันมามองอีกฝ่ายในแง่ดีได้ ก็ควรจะให้แยกกันไปทำงานคนละด้าน หรือไปเด่นในทางของตัวเองไปเลยจะไม่ดีกว่าหรือ

            เธอแอบคิดว่าการที่เธอถูกคุณดาราทองไล่ออกจากบริษัทเอง ผลึกต้องมีส่วนเกี่ยวข้องเป็นแน่ เพราะการที่ผลึกมาสนิทกับเธอทำให้ป้าบานชื่นเธอไม่พอใจ และเอาเรื่องไปบอกคุณดาราทองที่เป็นคนสนิทของป้าแก

            “ตอนพี่เข้ามาทำงานที่นี่แรกๆ ความจริงแล้วเรื่องพวกนี้มันก็ยังไม่เกิดขึ้นหรอกนะ” พี่โทเริ่มเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตให้ฟังทีละนิด จีโน่ที่ตอนแรกแอบโกรธเพื่อนเรื่องขัดคอยังต้องหวนกลับมาฟังเพื่อเก็บข้อมูลต่อไม่ได้ “ผลึกเข้ามาทำงานที่ทรัพย์ทวีสินหลังจากที่พี่เข้ามาอีกนะ ตอนแรกเขามาทำงานที่แผนกบัญชีนั่นแหละ เพราะตอนฝึกงานเขามาฝึกที่นี่แล้วรู้สึกว่าถูกสาย ผลึกย้ายมาทำงานที่แผนกบุคคลตอนที่ได้เป็นเลขาฯ ของบอสหลังจากเข้ามาทำงานได้ ๓ ปี”

            “สามปีเองเหรอคะ” น้ำปรุงอดทึ่งไม่ได้ เพราะหลายคนกว่าจะทำงานแล้วได้เลื่อนขั้นหรือเลื่อนตำแหน่งต้องใช้เวลานานพอสมควร เผลอๆทำงานจนวันเกษียณก็ยังย่ำอยู่กับที่เลยก็มีถมเถไป

            “ก็อย่างที่พวกเราเคยได้ยินมานั่นแหละว่าตอนทำงานอยู่แผนกบัญชี เป็นโชคดีมากๆของผลึกที่ได้เจอกับคุณกรกัณฐ์ พี่เองก็แอบลุ้นคู่นี้เหมือนกันนะตอนที่เรื่องมาเฉลยว่าคุณกรกัณฐ์เธอเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าสัวณรงค์ แต่สุดท้ายแล้วผลึกกับคุณกรกัณฐ์ก็ได้คบกันในที่สุด”

            “เพราะอย่างนี้พี่ผลึกเลยได้เลื่อนตำแหน่งใช่มั้ยคะ”

            “ตอนแรกพี่ก็คิดแบบเรานะ แต่พอได้คุยกับผลึกจริงๆ ได้เห็นวิธีการทำงาน วิธีคิดของเขาทำให้พี่รู้ว่าเขามีอะไรมากกว่าที่เราเห็นจริงๆ” ยศโทอดชื่นชมผลึกไม่ได้ จริงอยู่ที่อีกฝ่ายเข้ามาทำงานหลังจากที่เขาเข้ามา แต่พัฒนาการด้านการทำงานของผลึกก้าวกระโดดมาก ต่อให้ไม่ไปเป็นเลขาฯของบอส ไปทำงานที่แผนกอื่นที่ต้องใช้งานเรื่องการบริหารคน ยศโทก็เชื่อมั่นว่าผลึกสามารถทำได้ดี “แล้วที่ผลึกได้มาเป็นเลขาฯของบอสได้น่ะ เพราะเลขาฯคนเก่ามีปัญหาเลยลาออกไปทั้งที่ทำงานได้แค่ปีสองปีเท่านั้น แต่ที่เด็ดกว่านั้นคืออะไรรู้มั้ย”

            “คืออะไรคะพี่โท” น้ำปรุงตั้งตารอคำตอบอย่างสนใจ

            “เลขาฯคนก่อนหน้าคนที่ลาออกไปของบอสก็คือป้าบานชื่นน่ะสิ!”

            “พีคจริงพี่!” จีโน่แสดงความคิดเห็นออกมาบ้างหลังจากฟังอยู่เงียบๆ

            “นั่นแหละที่เป็นตัวก่อไฟสงครามให้คุขึ้น ตอนที่ทางบอร์ดบริหารติดประกาศเรื่องให้ส่งโปรไฟล์กับผลงานเข้ามาเพื่อคัดเลือกเลขาฯคนใหม่ของบริษัท ป้าบานชื่นเองก็คาดหวังว่าตัวเองจะได้กลับมาทำงานในตำแหน่งนั้นอีกครั้ง แต่พอวันเปิดตัวเท่านั้นแหละ เก้าอี้ป้าแกแทบจะหงายหลังเงิบ เพราะกลับกลายเป็นว่านอกจากผลึกจะได้ย้ายมาทำงานที่แผนกเดียวกับป้าแล้ว ผลึกยังได้เป็นเลขาฯของบอสอีก”

            น้ำปรุงไม่คิดแปลกใจเลยว่าทำไมปัญหาที่คาราคาซังอยู่จะไม่จบ ก็ในเมื่อแต่ละฝั่งแต่ละฝ่ายยังคงเล่นเกมที่เอาชนะกันอยู่ตลอดเวลา เรื่องถึงได้บานปลายมาจนถึงขนาดนี้ ลองนั่งคิดดูดีๆ ตั้งแต่ตอนที่ป้าบานชื่นเอาผลงานของพี่ผลึกไป พี่ผลึกก็โต้กลับด้วยการยกระดับมาเป็นเลขาฯของท่านประธานทำงานใกล้ท่านประธานตลอด แถมยังมีคุณกรกัณฐ์หนุนหลังเอาไว้ มิหนำซ้ำเธอยังหมั่นพัฒนาตนเองตลอดเวลาจนฉายแสงไปทั่ว แม้จะมีข่าวคาวประปราย แต่ต้องยอมรับว่าผลึกเป็นผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบอีกคนหนึ่งในบริษัทอย่างหาที่ติไม่ได้จริงๆ!

            “แต่ตอนนี้ป้าบานชื่นแกก็แก้ทางกลับบ้าง อาศัยจังหวะที่พี่เลิศต้องไปคุมงานที่ต่างจังหวัดกลายมาเป็นรักษาการหัวหน้าแผนกบุคคลจนได้ ถึงจะเป็นแค่ชั่วคราว แต่ตำแหน่งหัวหน้าย่อมหมายความว่ามีอำนาจในการตัดสินใจและมอบหมายงานเหนือลูกน้อง ถึงพี่ผลึกจะเป็นเลขาฯของท่านประธาน แต่หากมองภาพรวมขององค์กร ยัไงพี่ผลึกก็ยังคงเป็นลูกน้องในฝ่ายบุคคลที่ต้องรับคำสั่งจากหัวหน้าอยู่ดี” น้ำปรุงเริ่มจะอ่านเกมการเมืองในแผนกบุคคลได้ขาดขึ้นจากการประมวลผลจากเรื่องราวหลายๆเรื่องที่ได้ยินได้ฟังมา

            “ถูกเผง แล้วพี่เชื่อนะว่าต้องมีเรื่องเกิดขึ้นอีกแหงๆ เพราะการที่ป้าบานชื่นได้อำนาจมาไว้ในครอบครองต้องส่งผลถึงผลึกแน่ เพราะเท่าที่ดูจากเรื่องเมื่อห้าหกวันก่อนก็คงจะแสดงให้เห็นชัดแล้วว่าการที่ป้าบานชื่นได้มาเป็นรักษาการแทนพี่เลิศเพราะมีคนหนุนหลังอยู่” แม้พี่โทเลือกที่จะละเอาไว้ว่าคนหนุนหลังที่ว่าคือใคร แต่ทั้งคู่ก็พอจะเข้าใจว่าคนที่หนุนหลังป้าบานชื่นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคุณดาราทองและคุณกัทลี

            “พวกเราก็ได้แต่ภาวนาว่าสองคนนั้นจะไม่พาดพิงอะไรมาให้พวกเราได้รับผลกระทบไปด้วยนะพี่”

            จีโน่บ่นเสียงอ่อยอย่างอดเสียไม่ได้ ตนไม่ได้มีความสามารถอย่างน้ำปรุง หากโดนไล่ออกคงไม่พ้นอดตาย สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขาก็คือหน้าตา และเสน่ห์เล็กๆน้อยๆเท่านั้น การได้มาทำงานในบริษัทเรื่องรูปลักษณ์มีความสำคัญก็จริง แต่เป็นรองคนมีฝีมือ หากไม่พัฒนาตนเอง จีโน่เชื่อว่าไม่นานคงได้ออกจากบริษัทเพราะเด็กจบใหม่ที่มีความสามารถมากมายพร้อมจะเข้ามาแทนที่ได้เสมอ

            จบการสนทนาช่วงพักกลางวันทั้งสามตั้งใจว่าจะแวะออกไปซื้อชาไข่มุกเจ้าอร่อยที่ผลึกแนะนำ แต่กลับกลายเป็นว่าเกิดเรื่องเสียก่อน เพราะกรุ๊ปไลน์ของบริษัทมีการแจ้งเตือนขึ้นไม่หยุด คลิปวิดีโอที่ถูกส่งต่อกันมาในไลน์เป็นภาพที่ป้าบานชื่นกับผลึกกำลังมีเรื่องกัน เนื้อตัวของป้าบานชื่นเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำเกาะพราว ผมเผ้าเปียกปอนในสภาพที่ดูไม่ได้ ในมือของผลึกมีแจกัน ที่พิจารณาจากองค์ประกอบในคลิปก็เดาได้ไม่ยากว่าผลึกคงอารมณ์ร้อนและโมโหจนลงไม้ลงมือกับอีกฝ่ายเป็นแน่

            ทั้งสามคนเห็นว่าคลิปนี้ถูกถ่ายขึ้นไม่นาน ทั้งสองคนคงยังอยู่ที่ชั้นเจ็ดเป็นแน่ คิดได้เช่นนั้นทั้งสามก็รีบบึ่งขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นทำงานของแผนกบุคคลในทันที

            แต่ทุกอย่างคงช้าไปเสียแล้ว... เพราะคลิปที่ว่าถูกส่งมาในกรุ๊ปที่มีคุณกัณฐ์อยู่ด้วย!

            “เชิญเก็บข้าวเก็บของออกไปจากออฟฟิศเดี๋ยวนี้ เพราะเธอถูกไล่ออกจากบริษัทแล้ว!”

            เสียงของผู้ชนะเสียดแทงเข้าไปขั้วหัวใจของผลึก ข้าวของของผลึกถูกโยนจนเละเทะไปหมด เพียงเท่านี้น้ำปรุงก็คาดเดาได้ว่าแผนการยั่วโมโหจนผลึกต้องลงไม้ลงมือเป็นแผนของป้าบานชื่น การเจ็บตัวเล็กน้อยเป็นราคาจ่ายที่คุ้มค่า หากต้องแลกกับการที่ผลึกถูกไล่ออกจากบริษัท ถึงผลึกจะเป็นคนของคุณกรกัณฐ์ แต่เรื่องการทำร้ายร่างกายกันในออฟฟิศ โดยเฉพาะกับคนที่อาวุโสกว่าผิดระเบียบของบริษัททรัพย์ทวีสิน และท่านประธานบริษัทได้แจ้งเอาไว้ชัดเจนว่าโทษสถานเดียวคือการต้องถูกไล่ออกจากบริษัท

            ผลึกรู้ตัวว่าพลาดก็ตรงที่คลิปนั่นถูกแอบถ่ายและส่งเข้ามาที่กรุ๊ปที่มีคุณกัณฐ์อยู่ด้วย ไม่ใช่กรุ๊ปที่พนักงานเอาไว้เม้าท์มอยเรื่องชาวบ้าน!

            ‘ผลึกเข้าไปรอที่ห้องประชุม ผมมีเรื่องต้องสอบสวนและพิจารณาลงโทษคุณ’

            ข้อความที่คุณกัณฐ์ส่งมาในกรุ๊ปไลน์ออฟฟิเชียลของบริษัททำให้น้ำปรุงอดกลืนน้ำลายไม่ได้ กรุ๊ปไลน์เม้าท์มอยของพนักงานเด้งรัวๆในทำนองว่าสะใจที่ผลึกอาจจะต้องโดนโทษหนัก นั่นแสดงให้เห็นว่ามีหลายคนในออฟฟิศที่ไม่ชอบหน้าเลขาฯสาว น้ำปรุงนึกกังวลในใจ เธอยังมองไม่เห็นทางเลยว่าผลุกจะไม่ถูกไล่ออกจากบริษัทได้ยังไง เพราะเรื่องการทำร้ายร่างกาย ถ้าตามกฎหมายสามารถแจ้งความเอาผิดกันได้

            “พวกเธอสามคนกลับเข้ามาทำงานเดี๋ยวนี้ มันถึงเวลางานแล้ว ถ้ายังไม่อยากจะโดนโทษไปด้วย ก็กลับมาทำงานกันต่อได้แล้ว”

            ป้าบานชื่นเหมือนจะรู้ทันว่าพวกเราพยายามจะเข้าไปช่วยเหลือพี่ผลึก นางจึงดักคอเอาไว้ก่อน ทางด้านผลึกได้แต่ก้มลงหยิบโทรศัพท์เคสคริสตัลสีชมพูเหลือบม่วงของเธอเอาไว้แน่นอย่างแหนหวงราวกับจะยึดมันเป็นที่พึ่ง ก่อนจะยอมเดินเข้าไปในห้องประชุมแต่โดยดีเพื่อรอคุณกัณฐ์มาสอบสวนและพิจารณาโทษที่ได้รับ

            สีหน้าของผลึกเจื่อนลงไปมาก น้ำปรุงมองหน้าผลึกแวบหนึ่งอย่างต้องการจะช่วยเหลืออีกฝ่าย ถึงการที่เธอเกือบจะถูกไล่ออกจากบริษัทจะเป็นผลมาจากการเข้าไปสนิทกับผลึกก็จริง และครั้งนี้หากเธอยื่นมือเข้าไปช่วยอีกฝ่าย เธออาจจะพลอยโดนทางเลขไปด้วย แต่ผลึกเคยช่วยเหลือเธอเอาไว้... น้ำปรุงไม่อยากคิดเลยว่าหากวันนั้นไม่ได้ผลึกช่วยเอาไว้ เธอก็คงจะต้องปวดหัวกับปัญหาที่ตัวเองไม่ได้ก่อ อย่างน้อยให้เธอได้ช่วยอีกฝ่ายเพื่อเป็นการตอบแทนบ้าง ก็คงจะดี...

            แต่วิธีไหนกันล่ะที่จะช่วยไม่ให้พี่ผลึกถูกไล่ออกจากบริษัทได้

            น้ำปรุงยังมองไม่เห็นหนทางเลยจริงๆ

 

 

 

 

(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพฤหัสหน้า...)


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
chuchu
2019-03-12 18:52:22

เหมือนข้ามตอนไปไหมคะ? อ่านแล้วงงๆ เหมือนกระโดดยังไงไม่รู้ค่ะ

#1