อัปเดตล่าสุด 2019-01-31 14:11:18

ตอนที่ 9 เหตุร้ายในคืนโอที

ตอนที่ ๙

เหตุร้ายในคืนโอที

 

 

            ๑ เดือนต่อมา...

            สถานการณ์ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นและปกติดี พี่เลิศกลับมาจากการคุมไซด์ก่อสร้างแทนคุณอมรและกลับมาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกบุคคลตามเดิม ทุกอย่างเงียบสงบและไม่มีใครคิดจะก่อเรื่องอะไรขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นสงครามระหว่างป้าบานชื่นกับผลึกที่ทำได้เพียงกระแนะกระแหนกันทุกครั้งที่เจอหน้า หรือหากไม่จำเป็นก็เลือกที่จะพูดกันไม่กี่ประโยคก่อนจะเชิดใส่แยกทางใครทางมัน

            น้ำปรุงได้แต่หวังว่าทุกอย่างจะราบรื่นแบบนี้ไปได้ตลอด เพราะแม้แต่เรื่องที่เธอกับจีโน่ไปแจ้งตำรวจเอาไว้ ตำรวจเจ้าของคดีก็ดูแลพวกเธอเป็นอย่างดี จนทำให้เธอเริ่มรู้สึกว่าคนร้ายคงไม่กล้ากลับมาข่มขู่พวกเธออีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างลงตัวไปหมด เว้นเสียแต่ว่า...

            “หืมมม! มีคนเอาดอกไม้มาวางไว้บนโต๊ะแกอีกแล้วเหรอไอ้หมวย”

            ทุกๆวันศุกร์จะมีคนเอาดอกคารเนชั่นสีแดงสดมาใส่ไว้ในแจกันของน้ำปรุงเสมอ มาแค่ดอกไม้... ไม่ได้มีข้อความหรือสิ่งอื่นใดแนบมาด้วย น้ำปรุงคิดว่าคงมีใครนึกพิเรนทร์เอามาแกล้งกัน แต่ยิ่งเห็นมันทุกวันศุกร์ เธอยิ่งรู้สึกว่าเจ้าของดอกไม้คงตั้งใจเอามันมาวางไว้ที่โต๊ะเธอจริงๆ

            “นี่ก็จะครบเดือนแล้วนะ เจ้าของดอกไม้ไม่เห็นเผยตัวออกมาซักที”

            “แต่มันก็แปลกนะแก แอบเอาดอกไม้มาวาง แต่ไม่มีใครเห็นซักคนว่าใคร” จีตั้งข้อสงสัยเพราะขนาดตนที่นั่งทำงานใกล้ๆกับน้ำปรุงมาตลอด ยังไม่เห็นวี่แววหรือจับสังเกตใครได้เลยว่าจะเป็นต้นตอของดอกคาร์เนชั่นสีแดงสดดอกนี้ “ถ้าไม่ใช่คนนอกแผนก ก็ต้องเป็นคนในแผนกแหงๆ”

            “แกจะบ้าเหรอ พี่เลิศเขาจะเอาดอกไม้มาให้ฉันทำไม” น้ำปรุงบอกปัดไปอย่างไว พี่เลิศเป็นคนดีก็จริง แต่ด้วยอายุอานามก็เกือบจะหกสิบ อีกอย่างเธอก็เคารพนับถืออีกฝ่ายเหมือนพ่ออีกคนหนึ่ง เหมือนผู้มีพระคุณที่สอนงานเธอมา คงไม่น่าจะใช้พี่เลิศแน่ๆ

            “ยัยเอ๋อ แผนกเรามีผู้ชายกี่คนกันยะ”

            “นี่อย่าบอกนะว่า...ฝีมือแกน่ะ อย่ามาทำเป็นเพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อนะยะ ฉันขนลุก!”

            “ตบชะนีเสียค่าปรับเท่าไหร่ยะ โว้ยยย ไม่ใช่ฉัน!” จีโน่รีบปฏิเสธเป็นพัลวัน แค่คิดก็ขนลุกขนพองสยองเกล้าสุดขีดแล้ว “ฉันหมายถึงคนที่หล่อที่สุดแถมยังเท่ที่สุดในชั้นนี้ต่างหากล่ะ”

            ยัยจีหมายถึงท่านประธานไม่ผิดแน่!

            “คิดอะไรแบบนั้น เดี๋ยวก็ได้โดนคุณดาราทองแหกอกตาย ฉันไม่นิยมเป็นเมียน้อยใครหรอกนะยัยจี แค่คิดมันก็ผิดศีลธรรมแล้ว”

            “จ้า แม่คนโลกสวยยยย”

            จีโน่ทำเป็นจีบปากจีบคออย่างเป็นธรรมชาติ เพราะตอนนี้คนอื่นๆในแผนกลงไปหาอะไรทานข้างล่างกันหมด เพราะวันนี้แผนกบุคคลมีนัดทำโอทีกันทั้งแผนก เพราะวันพรุ่งนี้ฝ่ายประชาสัมพันธ์มีนัดพรีเซนเตอร์คนใหม่ของรถยนต์ยี่ห้อดังมาร่วมงานกับบริษัททรัพย์ทวีสินเป็นครั้งแรก ท่านประธานเลยอยากให้แผนกบุคคลมาช่วยงานด้วย เพราะเห็นว่าอยากให้แผนกบุคคลได้มาทดลองงานใหม่ๆดู เห็นว่าท่านประธานอยากจะลองปรับภาพลักษณ์ของพนักงานในบริษัททรัพย์ทวีสินใหม่ๆ เลยคิดว่าการได้มาเรียนรู้การทำงานของฝ่ายอื่นๆในบริษัทน่าจะช่วยให้เห็นอะไรๆมากขึ้น

            น้ำปรุงก็แค่อยากรู้ว่าดอกไม้สีแดงดอกนี้มาจากใครกันแน่...

            ความใคร่รู้ทำให้ตัดสินใจไปถามป้าเป็ด แต่คำตอบที่ได้กลับทำให้ต้องนิ่วหน้า

            “คาร์เนชั่นสีแดงอีกแล้วเหรอคะ?” ป้าเป็ดพูดออกมาราวกับว่าคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี น้ำปรุงฃเห็นแบบนั้นเลยตัดสินใจถามต่อ

            “ป้าเป็ดรู้เหรอคะว่าเป็นของใคร”

            “เอาไปทิ้งเถอะค่ะ” ป้าเป็ดบอกอย่างอดเสียไม่ได้ “ดอกไม้อัปมงคล มันเป็นดอกไม้คนตาย!”

            คำพูดของป้าเป็ดทำให้น้ำปรุงเสียวสันหลังวาบ จากดอกไม้ที่เธอคาดคิดว่าจะเป็นของใครสักคนที่แอบมีใจมามอบให้ กลับกลายเป็นดอกไม้อัปมงคลไปเสียได้ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่

            “เรื่องมันเป็นยังไงคะป้า หนูอยากรู้”

            “จริงๆมันก็หายไปพักนึงแล้วนะคะ แต่การที่มันกลับมา... ป้าว่าออฟฟิศเราคงต้องทำบุญใหญ่กันอีกรอบ”

            ป้าเป็ดมีท่าทีหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้กับพนักงานใหม่ของบริษัททรัพย์ทวีสินอย่างน้ำปรุงฟัง เรื่องราวอันเนื่องมาจากมีดอกคาร์เนชั่นสีเลือดเป็นเหตุ

            ป้าเป็ดเล่าว่าคาร์เนชั่นสีเลือดเคยถูกเอามาวางไว้บนโต๊ะตัวนี้เมื่อสองปีที่แล้ว...

            พนักงานแผนกบุคคลคนเก่าอย่าง ‘คุณภู’ ชื่นชอบดอกคาร์เนชั่นสีแดงมาก มันดูสวยและมีค่าทางจิตใจสำหรับเขา ป้าเป็ดเล่าว่าอีกฝ่ายมักจะได้รับดอกไม้แบบนี้ทุกวันศุกร์จากใครสักคนที่ส่งมาให้ คุณภูเป็นคนน่ารักที่ใครๆในออฟฟิศต่างก็รัก อาจจะเพราะอีกฝ่ายเป็นคนที่มีคารมคมคาย กอปรกับความเป็นกันเองทำให้เป็นขวัญใจของคนในออฟฟิศได้ไม่ยาก แต่เอาเข้าจริงใครจะไปคาดคิดว่าคุณภูเธอจะมีคลิปวิดีโอหลุด... ว่ากันว่าเรื่องคลิปลับที่ฉาวไปทั่วทั้งบริษัททำให้คนอื่นๆในบริษัทที่เคยเอ็นดูหันมามองคุณภูด้วยสายตารังเกียจ จากคนที่เคยรักกลับมาเกลียด จากคนที่เคยเกลียดกลับกลายเป็นอยากเหยียบซ้ำให้จมธรณี

            จากนั้นเป็นต้นมาคุณภูก็หายตัวไปจากบริษัท ไม่ส่งข่าวกลับมาอีกเลย....

            แต่ดอกไม้ที่คุณภูเคยได้รับกลับมีคนเอามาวางไว้ที่โต๊ะของคุณภู ราวกับเป็นการไว้อาลัยให้กับคนที่จากไป ทีแรกป้าเป็ดก็ไม่ได้อยากคิดไปในเชิงว่าคุณภูเธอได้จากโลกใบนี้ไป แต่วันดีคืนดีเมื่อมีคนกลับออฟฟิศดึกๆแล้วเดินผ่านแผนกบุคคล จะมีคนเห็นเหมือนคนนั่งห้อยขาบนโต๊ะทำงานพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะคิกคัก พอเดินเข้ามาใกล้ก็ได้กลิ่นเหม็นกล้ายกับเนื้อไหม้และเสียงเอี๊ยดอ๊าดเหมือนเชือกไกวชิงช้า พอเข้ามาใกล้จึงได้เห็นว่าเป็นผี

            ผีตัวนั้นแสยะยิ้มให้พร้อมกับใบหน้าที่เละและไหม้ไฟจนไม่สามารถทราบได้ว่าเค้าโรงเดิมเป็นเช่นไร หากแต่มีของร่างไร้วิญญาณกลับมีดอกคาร์ชั่นสีแดงสด คนเลยมั่นใจว่าคุณภูได้ตายไปแล้ว... และดอกไม้นั่นคงมีคนเอามาให้คุณภูที่ล่วงลับไปแล้วจริงๆ

            ช่วงสองสามเดือนแรกที่คุณภูหายตัวไป มีคนเอาดอกคาร์เนชั่นสีแดงมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณภูเกือบจะทุกวัน พอถามว่าเป็นของใครก็ไม่มีใครยอมรับ ราวกับว่าคนวางดอกไม้ไม่ต้องการให้รู้ว่าจุดหมายของไม้ดอกนี้คืออะไรกันแน่ คุณกัณฐ์เองไม่เชื่อว่าคุณภูจะตาย อีกฝ่ายอาจจะแค่หนีหน้าไปเท่านั้น ส่วนเรื่องผีกับดอกไม้สีเลือดนั่นเป็นเรื่องไร้สาระที่คงมีคนคิดจะสร้างความวุ่นวายให้กับบริษัท คุณกัณฐ์สั่งให้ติดกล้องวงจรปิดที่แผนกบุคคลเพิ่มทำให้หลังจากนั้นมาไม่มีคนเอาดอกคาร์เนชั่นสีเลือดมาวางไว้บนโต๊ะทำงานของคุณภูอีกเลย...

            “นี่ป้าอย่าบอกนะคะว่า...”

            “ใช่จ๊ะ โต๊ะทำงานของหนูภูก็คือโต๊ะทำงานที่ตอนนี้เป็นโต๊ะของหนูนั่นแหละ”

            พอได้ฟังเช่นนั้นน้ำปรุงถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เคยได้ยินแต่เครื่องใช้ผีสิงหรือปีตามติดของรักของหวง แต่เรื่องใช้โต๊ะทำงานของคนตาย น้ำปรุงเพิ่งเคยสัมผัสเป็นครั้งแรก แต่เท่าที่ทำงานมาที่ทรัพย์ทวีสินมาได้หลายเดือนมานี้ เธอยังไม่เคยสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับเลยแม้แต่น้อย จะว่าไปแล้ว... เธอเองก็อดอิจฉาหลายๆคนที่มีสัมผัสพิเศษไม่ได้ เพราะอย่างน้อยคนพวกนั้นก็สามารถติดต่อกับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วได้ เธออยากติดต่อกับพวกเขาได้... โดยเฉพาะคนในครอบครัวที่เธอรักมากที่สุด

            เมื่อไหร่เธอจะได้เจอกับพวกเขาสักที... เมื่อไหร่กัน...

 

            การทำงานในวันนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นเหมือนเคย น้องคุณ นักแสดงวัยรุ่นสุดฮอจที่แจ้งเกิดจากบทบาทเดือนมหาวิทยาลัยที่ต้องสืบหาความจริงเรื่องที่มีคนผลักดาวมหาวิทยาลัยคู่ขวัญตกลงมาจากตึกก่อนวันประกวดหนึ่งวัน เรื่องราวฆาตกรรมที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนและโยงใยเป็นปริศนาทำให้คนดูร่วมลุ้นและคาดเดาคนร้ายไปพร้อมๆกันทำให้เรตติ้งของทีวีดิจิตอลที่อยู่ในช่วงซบเซาของช่องหนึ่งกลับมาเทียบเท่าช่องหลักและตีตลาดคนในเมืองกรุงจนติดอันทับในทวิตเตอร์ตลอดระยะเวลาสี่เดือนที่ซีรี่ย์ออนแอร์จนตอนนี้น้องคุณหลายเป็นสามีแห่งชาติคนต่อไปเป็นที่เรียบร้อย

            น้ำปรุงเองมีโอกาสได้ติดตามผลงานของน้องคุณมาบ้าง เพราะยัยจีโน่แอบหวีดอยู่เบาๆ เพราะใครจะไปคิดว่าน้องคุณที่เพิ่งจะขึ้นปีหนึ่งจะมีความแซ่บระดับสิบ เพราะนอกจากหน้าตาจะน่ารักน่าหยิกแบบหนุ่มตี๋แล้ว น้องคุณยังมีดีกรีเป็นถึงนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติอีกด้วย ครบเครื่องขนาดนี้โชคดีมากที่พ่อแม่ของน้องคุณสนิทกับคุณกัณฐ์ทำให้ทางบริษัทของเราได้ตัวน้องคุณมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง

            “ท่าทางน้องคุณอะไรนี่ดูจะจ้องแกไม่วางตาเลยนะยัยจี”

            น้ำปรุงได้ทีแซวเพื่อน เพราะเอาเข้าจริงเธอเองก็แอบสังเกตปฏิกิริยาของยัยจีโน่ว่านางแทบจะถลาเข้าไปโอบน้องคุณเสียให้ได้ทุกที แต่ที่พีคกว่าก็คือน้องคุณเองก็ดูเหมือนจะเล่นด้วยกับนาง เอาจริงน้องคุณอะไรก็เคยมีข่าวลือกระแสคู่จิ้นกับน้องร้องสายเซอร์มาดอินดี้ที่กำลังมียอดวิวหลักร้อยล้าน แต่ก็ซาๆไปเพราะแฟนคลับก็แค่จิ้น ใครจะไปคิดว่าน้องคุณอะไรนี่จะแอบร้ายเหมือนกัน

            “ก็คนมันหน้าดีอ่ะนะ ไม่สวยก็ต้องเหนื่อยหน่อย”

            “ย่ะ” น้ำปรุงหมั่นไส้ยัยจีโน่ที่พักนี้นางเสน่ห์แรง เพราะนอกจากพี่โทจะชวนนางไปกินข้าวบ่อย ยังมีผู้ชายทักมาเต๊าะนางเป็นว่าเล่น แต่ดูๆแล้วยัยจีไม่ได้จะจริงจังอะไรกับใครเท่าไหร่ เพราะดูทรงแล้วนางกับพี่โทน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ พี่โทเป็นคนดีและก็สนิทกับพวกเธอมาก การได้ทำงานกับพี่โทตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้น้ำปรุงมั่นใจได้ว่าพี่โทจะไม่ทำให้เพื่อนของเธอเสียใจ “จะทำอะไรก็เกรงใจแฟนตัวเองบ้างก็แล้วกัน”

            “จะบ้าเหรอ แฟนเฟินอะไรกัน” ยัยจีโน่รีบปฏิเสธยกใหญ่ อย่าคิดนะว่าน้ำปรุงไม่เห็นซีนที่เจ้าตัวกับพี่โทหัวเราะคิกคักกันอย่างกับคู่รักข้าวใหม่ปลามัน “ตอนนี้ก็แค่คุยกันเฉยๆ ไม่ได้ถึงขั้นนั้นซักหน่อย”

            “เอาที่สบายใจเถอะเพื่อน”

            หลังจากสนทนาหลังจากประชุมเสร็จ น้ำปรุงก็รู้สึกเหมือนตาจะปิด คนอื่นๆในแผนกบุคคลยังคงทำงานกันอย่างเต็มที่ เตรียมสรุปข้อมูลที่ได้จากการประชุมเพื่อนำไปนำเสนอต่อบอร์ดบริหาร พร้อมกับจัดเตรียมสรุปงานครึ่งปีแรกในการประชุมใหญ่ประจำปีอีกด้วย น้ำปรุงเดินจากห้องชงกาแฟไปยังห้องน้ำ ก่อนจะพบว่ามีคนเดินตามหลังมา น้ำปรุงไม่ทันได้สังเกตว่าเป็นใคร เธอรีบล้างหน้าล้างตาให้ตื่น ก่อนจะพบว่าคนที่เดินตามเข้ามานั้น...

            ไม่มีมีใคร... สงสัยจะหูฝาดไปเอง...

            น้ำปรุงเปิดประตูห้องน้ำตั้งใจจะเข้าไปทำธุระส่วนตัว หากทว่าเสียงทุบประตูก็ดังขึ้นมาไล่หลังจนเธอตกใจ ตอนแรกคิดว่าเป็นการแกล้งกันเล่นๆ แต่ใครกันล่ะที่จะมาแกล้งเธอตอนเที่ยงคืนแบบนี้ จะว่าเป็นยัยจีก็ไม่น่าจะใช่เพราะอีกฝ่ายน่าจะไปช่วยงานพี่เลิศอยู่

            ปังๆๆ

            “ใครอยู่ข้างนอกคะ” น้ำปรุงโยนหิมถามทางถามกลับไป แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบ เธอจึงตัดสินใจก้มลงดูที่ช่องประตูห้องน้ำให้พบว่ามีคนอยู่อยู่หน้าห้องน้ำจริงๆ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เห็นว่ามันเป็นใคร คนร้ายก็ใช้แรงถีบประตูเข้าอย่างจังจนน้ำปรุงส่งเสียงกรีดร้องออกมา

            หัวใจของพนักงานเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะเมื่อคนข้างนอกพยายามจะทุบประตูเข้ามาหาเธอ สมองของน้ำปรุงเริ่มพร่าเลือกน หรือมันจะเป็นพวกเดียวกับที่เคยบุกมาทำร้ายเธอและขู่ฆ่าเธอ แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะเรื่องความลับที่เธอได้มาจากพี่ผลึกทำให้เรื่องสงบมาเกือบเดือนนึงแล้ว คนร้ายคงไม่คิดย้อนกลับมาทำร้ายพวกเธอแน่ๆ

            หรือมันจะเป็นโจรที่เข้ามาขโมยของในบริษัท

            ในหัวน้ำปรุงคิดไปร้อยแปดพันเก้า แต่นึกขึ้นได้ว่าเธอหยิบโทรศัพท์เข้ามาด้วย เธอรีบกดโทรออกหาจีโน่เพื่อหวังให้อีกฝ่ายเข้ามาช่วยให้เธอรอดพ้นไปจากสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้านี้ แต่ไม่มีคนรับเลย ยัยจีคงปิดเสียงโ?รศัพท์แล้วลืมเปิดจากตอนประชุมงานแน่ๆ โธ่เว้ย!

            ปังๆๆ

            เสียงทุบประตูดังขึ้นก่อนจะเงียบไป... มันคงไปแล้วกระมัง

            น้ำปรุงคิดในแง่ดี ก่อนจะทำใจดีสู้เสือเปิดประตูห้องน้ำออกไป เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เธอจึงปราดตรงไปที่ประตูทางออกจากห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทว่าเธอคิดผิด คนร้ายพุ่งเข้ามาล๊อคเธอจากด้านหลัง ก่อนจะใช้มีดคมจี้ที่หลังต้นคอของเธอ น้ำปรุงหายใจไม่ทั่วท้อง พยายามจะมองหน้าคนร้ายผ่านกระจก แต่มันรอบคอบกว่าที่คิด หมวกไอ้โม่งที่สวมมาอำพรางเอาไว้เป็นอย่างดี

            “แก...แกต้องการอะไร” น้ำปรุงถามออกไปอย่างหวาดกลัว จังหวะความเป็นความตายกำลังมาเยือน เธอมีสิทธิ์เป็นตายได้เท่าๆกัน หากคนร้ายกดมีดลงไปบนหลังคอ “ปล่อยฉันไปเถอะ... ฉันไม่มีของมีค่าอะไรทั้งนั้น”

            “กูจะเอาชีวิตมึง!”

            คนร้ายผลักน้ำปรุงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะย่างสามขุมเข้ามาใกล้ มีดคมวาววับในมือเตรียมกระหน่ำแทง น้ำปรุงปัดป่ายรอบๆกายก่อนจะพบกับอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ในจังหวะที่คนร้ายพุ่งมีดเข้ามา น้ำปรุงเปิดฝาน้ำยาล้างห้องน้ำใส่หน้ามันอย่างแรง จนคนร้ายกรีดร้องเสียงดัง

            ไอ้โจรชั่วล้มลงกับพื้น แม้จะมีหน้ากากกันน้ำยา แต่ความรุนแรงและเข้มข้นของน้ำยาก็ทำให้มันระคายเคืองไม่น้อย น้ำปรุงพยายามจะหนีออกไปจากห้องน้ำ หากแต่คนร้ายกระชากขาของเธอเอาไว้อย่างแรงจนล้ม เธอและคนร้ายยื้อแย่งมีดกันอยู่นานจนในที่สุดน้ำปรุงก็กดมีดลงบนข้อมือของมันอย่างแรงจนเลือดหยดซิบ

            “โอ๊ยย!”

            คนร้ายเหมือนจะรู้ทัน มันเช็ดเลือดที่พื้น ก่อนจะผลักร่างของน้ำปรุงไปกระแทกประตูห้องน้ำอย่างรุนแรง คนร้ายเปิดประตูและทำท่าจะหนีออกไปจากห้องน้ำ น้ำปรุงมึนหัวพยายามจะตามไป แต่ก็พบว่าคนในแผนกตอนนี้แตกตื่นกันไปหมด เพราะจู่ๆคุณกัณฐ์ก็โดนคนร้ายดักแทงที่หน้าลิฟต์ชั้นสาม การที่ไม่มีใครได้ยินก็เพราะทุกคนมัวแต่ไปชุลมุนกันที่ชั้นสาม จึงทำให้ไม่มีใครเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นที่ชั้นเจ็ด!

            คนร้ายลอยนวลไปได้อย่างหวุดหวิด คนบาดเจ็บสาหัสมีแค่น้ำปรุงที่โดนมันทำร้ายร่างกับกับคุณกัณฐ์ที่ได้เลือด ส่วนคนอื่นๆในแผนกบุคคลมีท่าทีแตกตื่น ทั้งป้าบานชื่นที่เหมือนจะเป็นลมเพราะเห็นเลือด ส่วนพี่เลิศที่สติดีที่สุดรีบโทรเรียกแพทย์ประจำตัวของเจ้าสัวณรงค์ให้มาที่บริษัทเพื่อดูอาการของคุณกัณฐ์ ผลึกรีบวิ่งตามมาสมทบทีหลังจนคนอื่นๆแปลกใจ

            “เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน ผลึกถูกมันจับขังเอาไว้ในห้องน้ำกับป้าเป็ด ทุกคนปลอดภัยดีใช่มั้ยคะ”ฃ

            ป้าเป็ดเองก็มีท่าทีอึกอักเหมือนกับหวาดกลัวว่าจะถูกทำร้าย สภาพของผลึกและป้าเป็ดเองก็เพิ่งผ่านการเอาตัวรอดมาหมาดๆ เรื่องทุกอย่างในคืนนี้จบยลงที่คุณกัณฐ์ต้องรีบไปโรงพยาบาลอย่างรวดเร็วเพราะเสียเลือดมาก ส่วนน้ำปรุงก็ต้องไปเช็คร่างกายว่ามีส่วนไหนที่ช้ำมากน้อยแค่ไหน เพราะกลัวมีเลือดคั่งในสมอง

            ที่สถานีตำรวจที่เงียบสงบกลับกลายเป็นวุ่นวาย เพราะป้าบานชื่นพาทุกคนในแผนกยกเว้นเสียแต่คนที่ต้องไปทำการรักษาที่โรงพยาบาล ท่าทางโซยวายเล่นใหญ่ของป้าบานชื่นทำให้ผลึกแอบเบ้ปากเบาๆ ถึงอย่างไรก็ตามตำรวจก็อดสงสัยไม่ได้ว่าบริษัทที่มีการรักษาความปลอดภัยแน่นหนาอย่างทรัพย์ทวีสินทำไมถึงมีคนร้ายบุกเข้าไปในบริษัทได้ถึงสองครั้ง

            “มันต้องเป็นคนในแน่ๆ!” ผลึกฟันธงเพราะเธอไม่เห็นเลยว่าการที่บริษัทเกิดเรื่องจะเป็นฝีมือของคนนอก และคนในที่ผลึกคาดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากอีป้ามหาภัยข้างกาย “ป้าคงอยากจะเป็นประธานบริษัทมากสินะ ถึงขนาดดักทำร้ายคุณกัณฐ์จนเลือดตกยางออกขนาดนั้น แค่ตำแหน่งหน้าที่การงานถึงกับต้องทำร้ายคนอื่นขนาดนั้นเลยเหรอ”

            “ไม่ใช่ฉัน!” ป้าบานชื่นเถียงเสียงแข็ง ก่อนจะลากพยานของตนเองมา “ฉันอยู่กับน้องจีโน่ ให้น้องเป็นพยานก็ได้”

            “เอ่อ...ครับ” จีโพยักหน้ารับเป็นพยาน “ตอนนั้นป้าบานชื่นนั่งดูข่าวมือที่สามในยูทูป...”

            “ตายแล้ว แอบอู้งาน!” ผลึกเบ้ปากเบาๆ แต่ป้าบานชื่นไม่ได้นึกยี่หระ “ดีไม่ดี ป้าอาจจะวางแผนเอาไว้ว่าจะลงมือทำร้ายฉันก็เป็นได้ คงแค้นสินะเรื่องเมื่อเดือนก่อนที่เอาฉันออกจากบริษัทไม่ได้”

            “ถ้าฉันทำ ฉันไม่ทำแค่นั้นแน่ ฉันจะทำให้เธอตายอย่างทรมาน!”

            “คุณตำรวจคะ ดูอีป้ามันพูดสิ ถ้าฉันเป็นอะไรขึ้นมาก็มันนี่แหละค่ะที่เป็นคนร้าย!” เสียงทะเลาะวิวาทของป้าบานชื่นและผลึกทำให้ทุกคนเริ่มจะปวดหัว พี่ลูกจ๋าตัดรำคาญด้วยการใส่หูฟัง ส่วนพี่โทเองก็เอาแต่นั่งถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายที่ต้องมาทนอยู่ในสภาวะแวดล้อมแบบนี้

            “พวกคุณหยุดเถียงกันก่อนครับ” เจ้าหน้าที่ตำรวจปรามศึกใน ก่อนจะเห็นว่าคุณกัณฐ์ พี่เลิศ และน้ำปรุงตามมาสมทบที่โณงพักพอดี “คนเจ็บมานู่นแล้วครับ จะได้ให้ปากคำทีเดียวเลย”

            การสอบสวนเป็นไปอย่างเรียบร้อยและทุกคนก็มีพยานในที่เกิดเหตุว่าตนเองไม่ได้เป็นคนทำ นั่นทำให้คดีนี้ยิ่งมีความซับซ้อนไปกันใหญ่ มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน มีคนเจ็บแต่ไม่มีคนทำ...

            “พวกคุณคิดว่าน่าจะเป็นใครได้บ้างมั้ยครับที่น่าจะเคยมีเรื่องกับพวกคุณ เพราะเท่าที่ดูแล้วคนในแผนกของคุณโดนทำร้ายพร้อมๆกันแบบนี้ น่าจะเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับแผนกของคุณโดยตรง” คุณตำรวจพยายามตั้งข้อสันนิษฐานให้ทุกคนได้คิด แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก

            “คนร้ายรู้นอกรู้ในบริษัทเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชั้นเจ็ด” พี่เลิศพยายามตั้งข้อสันนิษฐานบ้าง หลังจากที่ปรามสองพนักงานในแผนกให้เลิกใส่ไฟกันไปมา “เป็นไปได้มั้ยครับว่าจะต้องเป็นคนที่เคยทำงานที่บริษัทของเรา โดยเฉพาะทำงานในแผนกบุคคลมาก่อน”

            “พี่เลิศหมายถึง...” น้ำปรุงคิดไปถึงเรื่องเล่าของป้าเป็ดที่เกี่ยวพันกับดอกไม้สีเลือด แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะคุณภูอะไรนั่นตายไปแล้วไม่ใช่หรือ มีคนเห็นวิญญาณของคุณภูที่โต๊ะทำงานของเธอตั้งหลายคน ถ้าจะบอกว่าเป็นฝีมือของผีก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะน้ำปรุงเห็นว่ามันเลือดออก... มันต้องเป็นฝีมือของคน ไม่ผิดแน่!

            “อีลีลา!”

            ผลึกโพล่งชื่อหนึ่งออกมาทำให้ทุกคนหันมามองหน้ากันเป็นตาเดียว คุณกัณฐ์เองก็มีสีหน้าแปลกใจที่ผลึกโพล่งชื่อนี้ออกมา ส่วนพนักงานใหม่อย่างน้ำปรุงกับจีได้แต่มองหน้ากันเพราะเป็นชื่อที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน ถ้าเป็นฝีมือของคนที่ชื่อลีลาอะไรนั่นจริง ตัวละครลับตัวนี้เข้ามาเกี่ยวพันกับบริษัททรัพย์ทวีสินยังไงกันแน่

            “มันหายตัวไปเป็นชาติแล้ว ป่านนี้ตายโหงตายห่าไปแล้วมั้ง” ป้าบานชื่นสบถด่าอย่างไม่พอใจ น้ำปรุงจับสังเกตได้ว่าป้าบานชื่นเองดูจะไม่ชอบเจ้าของชื่อลีลาเท่าใดนัก เธอมองหน้าจีโอย่างรู้กันเพื่อเก็บข้อมูลใหม่

            “ก็ไม่แน่นะคะป้า ลีลามันลาออกไปก็จริง แต่ก่อนมันจะลาออกไปก็เป็นป้าไม่ใช่เหรอคะที่ไปทะเลาะกับมัน” ผลึกได้ทีขุดเอาเรื่องเก่ามาขยาย คุณกัณฐ์เองที่อยู่ในเหตุการณ์ได้แต่นั่งนิ่งเพราะอาการเจ็บปวดจากการเย็บแผลส่งผล พี่เลิศคอยดูแลนายน้อยของตนไม่ห่าง ฟังเรื่องที่ผลึกโพล่งออกมา “การที่ป้ากระเด็นออกจากตำแหน่งเลขาฯ แล้วลีลามาเสียบแทนทั้งที่ไม่ถึงอาทิตย์คงจะทำให้ป้าไม่พอใจเอามากๆ ถึงขนาดไปกุเรื่องว่าลีลามันเป็นเด็กเสี่ยให้คนในแผนกอื่นฟัง แถมยังไปประจานเรื่องที่มันปลอมใบเกียรติบัตรผลงานเข้ามาตอนยื่นพอร์ตฟฟอลิโอ มันก็คงจะแค้นแล้วกลับมาทำร้ายป้าแน่ๆ แต่ดันซวยที่ป้าอู้งาน คนที่โดนทำร้ายเลยเป็นคนอื่นแทน!”

            “มันน่าแค้นมากกว่าที่พอมันออกไปจากบริษัทได้ไม่ทันไร เธอก็มาเป็นเลขาฯแทนมัน มันอาจจะอยากฆ่าเธอมากกว่าก็ได้นะ อันนี้ป้าก็ไม่รู้”

            ท่าทางวอนอวัยวะเบื้องล่างของป้าบานชื่นทำให้ผลึกอยากจะมีเรื่องมีราวกับอีกฝ่าย

            “หยุดได้แล้วทั้งสองคน ถ้าไม่หยุดผมจะสั่งพักงานให้หมด!”

            คุณกัณฐ์เป็นคนปรามให้ทั้งคู่หยุดทะเลาะกันเพราะบรรยากาศมันจะยิ่งวุ่นวายไปกันใหญ่ ท่าทางคุณกัณฐ์จะเสียเลือดมาก แถมจู่ๆแผลที่เย็บไว้ก็ดันมาฉีกจนมีเลือดซึมออกจากบาดแผลอีก พี่เลิศจึงรีบพาคุณกัณฐ์กลับไปโณงพยาบาลอีกครั้ง เจ้าสัวณรงค์กับคุณกัทลีโทรมาถามข่าวคราวจากป้าบานชื่นด้วยความเป็นห่วง ส่วนกรกัณฐ์ที่ตอนนี้ไปดูงานที่ต่างจังหวัดก็รีบโ?รมาหาผลึกด้วยความเป็นห่วงเช่นเดียวกัน

            ระหว่างที่ตำรวจกำลังพูดคุยกันเพราะทีมเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุเดินทางมาถึง น้ำปรุงพยายามจะถามป้าเป็ดถึงผู้หญิงที่ชื่อลีลา แต่ป้าเป็ดก็ให้เงียบเพราะคุณกัณฐ์กับพี่เลิศสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงเรื่องของคนที่ชื่อลีลาเด็ดขาด ถ้าใครพูดถึงจะโดนโทษหนัก

            นั่นยิ่งทำให้น้ำปรุงสงสัยว่าคนที่ชื่อลีลาคือใคร

            เธอคือเลขาฯที่มาทำงานต่อจากป้าบานชื่นและก่อนหน้าพี่ผลึก ดูเรื่องนี้จะมีการเชื่อมโยงกันไม่น้อย ถ้าให้น้ำปรุงเดา น้ำปรุงคิดว่าเกมการเมืองในบริษัทที่มีป้าบานชื่นกัยบพี่ผลึก ความเป็นจริงแล้วอาจจะมีบุคคลที่สามเข้ามามีเอี่ยวแน่ๆ และเธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าคนที่ชื่อลีลาคือใคร แล้วทำไมทั้งคุณกัณฐ์และพี่เลิศถึงได้ห้ามพูดถึง!

            “ตอนนี้ผลจากการเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุมาแล้วนะครับ” ตำรวจที่รับทำคดีเอ่ยขึ้น เขาเห็นหน้าน้ำปรุงที่นั่งอยู่ข้างๆจีแล้วเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แววตาของคุณตำรวจที่มองมาทำให้จีโน่แปลกใจว่าทำไมคุณตำรวจที่ทำคดีนี้จึงทำหน้าเหมือนจะทักน้ำปรุงแต่ไม่ทันได้ทัก เขาหันมาที่คนอื่นๆก่อนจะพูดขึ้น

            “ยามแจ้งโดนรมยาครับ” คุณตำรวจหน้าหล่อมาดขเมเอ่ยเสียงแผ่วเบา “ผมกับลูกน้องไปตรวจสอบแล้วพบว่ายาจุดกันยุงที่หน้าบริษัทมีส่วนผสมของยานอนหลับแบบรมควันทำให้ยามแจ้งแกหลับไม่ได้สติ คนร้ายคงอาศัยจังหวะนั้นลอบขึ้นมาทำร้ายพวกคุณ ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่าใช้การไม่ได้เพราะคนร้ายปล่อยไวรัสไปที่โปรแกรมคอมพิวเตอร์จนทำให้กล้องใช้งานไม่ได้ครับ”

            ทุกคนได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก เพราะจากสิ่งที่คุณตำรวจบอกเท่ากับว่าคนร้ายคือคนในบริษัททรัพย์ทวีสินจริงๆ

            “โอ๊ยยย!”

            ในจังหวะที่ทุกคนกำลังขบคิดกันอยู่นั้น จู่ๆผลึกก็ร้องเสียงหลงออกมา ทุกคนหันกลับไปมองอีกฝ่ายเป็นตาเดียวก่อนจะพบว่าที่ข้อมือของผลึกมีเลือดไหลซึมผ้าก๊อตออกมา น้ำปรุงเป็นคนเดียวที่รู้สึกได้ถึงความปกติบางอย่างที่เกิดขึ้น ก่อนจะเชื่อมโยงอะไรบางอย่างได้จากคำให้การของแต่ละคนในที่เกิดเหตุ ก่อนจะตัดสินใจโพล่งออกมา

            “พี่ผลึกคะ... พี่รู้ได้ยังไงว่าท่านประธานถูกแทงที่ชั้นสาม ทั้งๆที่ห้องน้ำที่เปิดใช้ได้ตอนนั้นมีแค่ชั้นเจ็ด แล้วตอนนั้นคนที่อยู่ในห้องน้ำมีก็แค่ปรุงคนเดียว...กับคนร้าย”

 

 

 

(โปรดติดตามตอนต่อไปในวันพฤหัสหน้า...)


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น