อัปเดตล่าสุด 2019-02-22 10:32:42

ตอนที่ 13 มื้อสุดท้าย: 1

มื้อสุดท้าย
[นอนไม่หลับ...เพราะมันหิว]

 

ถนนแคบ ๆ ในซอยเล็กค่อนข้างมืด ยิ่งขนาบด้วยไม้ใหญ่ทั้งสองฟากก็ยิ่งเกิดเงาตะคุ่มครึ้มคล้ายปีศาจยืนราย พรรพีมีชีวิตอยู่ในตราดมาแต่เด็กจนจะแก่ เคยชินกับสภาพพื้นที่ แต่ความเปลี่ยนแปลงในระยะหลังก็ยังทำให้อดรู้สึกหวาดเสียวขึ้นในใจไม่ได้ เดี๋ยวนี้ที่ไหน ๆ คนร้ายก็ชุมเหมือนยุง !

จวบออกมายังเส้นสุขุมวิท ไฟถนนสว่างขึ้นพอให้โล่งใจได้หน่อย ดึกป่านนี้ถนนเงียบลง จะมีก็แต่รถบรรทุกใหญ่แล่นกันรวดเร็วน่ากลัว ถ้าไม่เพราะถูกพ่อหัดขับรถกระบะจนชำนาญมาแต่น้อย ขับรถบนถนนตอนนี้คงต้องมีหวั่น ๆ กันบ้าง

เกือบห้านาทีจากที่บ้าน ถึงตอนนี้ในท้องยิ่งร้องสนั่นขึ้นไปอีก พรรพีอยากไลน์ชวนแก๊งเพื่อนสนิทไปกินหมูกระทะรอบดึกกันในตัวเมือง เมื่อก่อนแก๊งของเธอสนิทกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋ แต่เป็นปาท่องโก๋ที่มี 12 ขา ทั้งหกคนเป็นสาวเฮ้วที่ถึงไหนถึงกัน แต่นั่นก็นานมาไม่รู้กี่ปีแล้ว ระยะหลังการรวมตัวเป็นไปได้ยาก แล้วต่างฝ่ายต่างก็สวยกันขึ้นทุกที มีแฟน มีชีวิต มีหน้าที่การงานดี ๆ แถมย้ายไปจังหวัดนู้นจังหวัดนี้ ที่เหลือกันอีกสามก็มีลูกแล้ว เวลาแบบนี้ไม่ต้องนึกเลยว่าถ้าไลน์ไปจะได้คำตอบยังไง

ก็ความเงียบเชียบไงล่ะ !

เนี่ยนะ เพื่อนที่บอกว่าจะบ้าด้วยกันไปจนถึงห้าสิบ พรรพีรู้แล้วว่าชีวิตคนเราไม่แน่ไม่นอน อย่างเดือนก่อน ยายนรีเพื่อนสมัยม.ต้นที่แก๊งเธอยี้นักหนา ก็ได้ข่าวว่าหล่อนแต่งงานกับศพไปเสียเอิกเกริก นึกแล้วยังเสียวหลังคอไม่หาย คนแถวนี้นินทากันว่าหาคนดี ๆ มาเป็นผัวไม่ได้แล้วรึไงถึงต้องไปแต่งกับศพ แต่ไลน์แก๊งเธอเด้งปุด ๆ เป็นอีกเรื่อง แต่ละคนสันนิษฐานกันว่ายายนรีคงอยากเด่นอยากดังตามนิสัย แถมหล่อนเป็นคนไม่ยอมแพ้ใครง่าย ๆ ท่าทางจะคั่วกับผู้ชายคนนั้นมานาน จนเขาหนีตายไปแล้วก็ยังไม่ยอมแพ้

นึกแล้วก็ตลกดี เรื่องที่ทำให้ห้องไลน์กลับคึกคักกลับเป็นเรื่องว่าร้ายชาวบ้าน นี่เป็นเครื่องยืนยันว่านานแค่ไหนคนในแก๊งก็สันดานเดิม นังพวกนี้ปากจัดกันยิ่งกว่าตะไกร ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอ มันบ่นเธอว่า “ปกติชื่อพอ-ระ-พีก็มีแต่คนอ่านเป็นพัน-พีอยู่ละ ตอนนี้เห็นเจ้าของชื่อ คนเขาคงเรียกแกว่า พ่วง-พี แหง ๆ!”

นั่นเพราะช่วงหลัง ตั้งแต่เริ่มใกล้เลขสาม เตาปฏิกรณ์เผาผลาญพลังงานในร่างกายก็ดูคล้ายจะเลิกทำงานไปเสียฉิบ เมื่อก่อนพอเริ่มรู้สึกอึดอัด หน้าบาน หรือดูบวม ๆ แค่ไม่กินอาหารเย็นสักมื้อสองมื้อ เธอก็สามารถลดน้ำหนักลงได้เท่าเก่า เดี๋ยวนี้ต้องเริ่มขยับมาจัดคอร์สเป็นอาทิตย์ กินอะไรคลีน ๆ ไม่มีน้ำมัน ไม่มีแป้ง จำพวกทูน่ากะโยเกิร์ต แอปเปิ้ลเขียวกะโยเกิร์ต ไข่ต้มกะโยเกิร์ต น้ำหนักเริ่มลงอย่างยากลำบากจนกระทั่งมันไม่ยอมลดลงอีกเลย !

พรรพีเป็นผู้หญิงสวย เธอเคยเชิดชายเพราะทะนงในความสวยของตน กับทั้งหน้าที่การงานในบริษัทที่แทบจะ ‘ใหญ่โต’ ที่สุดในจังหวัดเล็ก ๆ แห่งนี้ คิดว่าขึ้นเลขสี่ค่อยแต่งงานก็ยังทันถมเถ ผู้ชายที่รอแทบเท้าย่อมไม่หนีไปไหน ไม่คิดเลยว่าทุกอย่างกลับตาลปัตร ไขมันไล่ตามเกาะกันยิ่งกว่ากรรมเก่า ทุกวันนี้ยังไม่ถึงกับอ้วน แต่ต้นแขนต้นขาใต้คางก็เริ่ม ‘มีน้ำมีนวล’ จนเนื้อห้อย เธอเคยผัดวันประกันพรุ่งว่าเดี๋ยวค่อยลดอาหาร เดี๋ยวค่อยออกกำลังกาย มารู้สึกว่าถึงจุดที่ปล่อยเอาไว้ไม่ได้แล้วก็ตอนที่เพื่อนทักด้วยชื่อนั้นนั่นละ

นี่เธอหันมาใช้ชีวิตแบบมนุษย์ไดเอทได้ราวเดือนกว่า ๆ แล้ว อาหารทุกชนิดที่เอาเข้าปากต้องคำนวณแคลอรีถี่ถ้วน มันไม่มี แป้งแต่น้อย แล้วก็ต้องหาเวลารีดพลังงานส่วนเกินออกไปในทุก ๆ เย็น จะว่าไปมันก็เริ่มเห็นผล...อย่างช้า ๆ... แต่ต้องยอมรับว่าหญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกนรก

นี่คงเป็นวิบากของคนอยู่เมืองไทย ประเทศที่มีอะไรกินตามหัวถนนตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมยังอร่อยไปเสียหมด ยิ่งงานเครียดเคร่ง ชีวิตเร่งรีบ ทุกอย่างก็บีบรัดให้เพิ่งกระจ่างใจ แต่ไรมาการกินแทบจะเป็นวิธีบำบัดความเครียดอันดับต้น ๆ ของเธอ พอตอนนี้การบำบัดดันกลายเป็นโทษ ความสุขในชีวิตก็คล้ายถูกปล้นไปหมดจนเธอซึมเศร้า

บุ๋ง...บุ๋ง...บุ๋ง...

โอย มันร้องอีกแล้ว ไอ้กระเพาะบ้า !

สามวันนี้พรรพีพยายามไม่แตะข้าวเย็น เพื่อให้เห็นผลการลดน้ำหนักไวขึ้น อวัยวะภายในกลับทรยศ มาโอดขออาหารรอบดึกอย่างนี้เสียได้

ปกติถ้าอยู่บ้าน พี่ชายจะติดขนมนมเนยไว้ แต่วันนี้ไม่อยู่ พีรพลทำงานเป็นผู้จัดการหอพัก บางทีก็มีเหตุให้ต้องไปเฝ้าค้างที่นั่น คืนนี้ก็เช่นกัน พรรพีเองตั้งใจว่าจะไม่รับประทานอะไรหลังหกโมงเย็น จึงบังคับตัวเองไม่ยอมให้ซื้ออะไรกลับมากระทั่งโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ในตู้เย็น ตู้กับข้าว แม้กระทั่งบนโต๊ะอาหารจึงปราศจากของกินใด ๆ

หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองหิวจริง ๆ หรือเป็นแค่ความอยาก บางทีทั้งสองอย่างจะโรมรันพันตูกันใหญ่ ไม่ว่าฝ่ายใดชนะ เธอก็แพ้อยู่ดี ด้วยเหตุนี้จึงต้องขับรถถ่อออกมาตั้งไกล เหตุที่รอบ ๆ บ้านจัดสรรนั้นมีแต่ร้านค้าเล็ก ๆ ซึ่งไม่เปิดตอนกลางคืน ถ้าจะเข้าร้านสะดวกซื้อก็ต้องเข้าเมืองไปอีกสักระยะโน่นแน่ะ

บุ๋ง...บุ๋ง...

เลิกร้องซะทีได้แล้วโว้ย !

พรรพีก้มมองพุงตัวเอง ยิ่งเห็นว่ามันนูนเหมือนคนท้องก็ยิ่งโมโห ละมือจากพวงมาลัยมาประเคนกำปั้นใส่ทีหนึ่ง ผลคือตัวเองจุกแอ้ก

จังหวะที่ก้มมองนั่นเอง หญิงสาวไม่ทันเห็นว่าบริเวณข้างทาง แถวซุ้มไม้ไผ่รกร้าง ทันทีที่รถของเธอเคลื่อนผ่าน กระบะอีกคันที่จอดซุ่มอยู่ก็ค่อย ๆ เปิดไฟหน้า คลานตามลงมาบนท้องถนน

. . . . . . . .

 

อีซูซุดีแมกซ์ปี 2010 คันนี้แม้จะถูกใช้งานมานาน สภาพค่อนข้างเก่าโทรมเพราะผจญงานหนัก หากเครื่องยนต์ก็ยังได้รับการบำรุงรักษาอย่างดี บุรุษผู้ประจำอยู่ตรงที่นั่งคนขับมีรูปร่างกำยำ กล้ามเนื้อบางช่วงมีรอยสักน่ากลัว ผมหยักศกหนา และไว้เคราครึ้ม ขณะที่ผู้นั่งข้างกันร่างเล็กกว่า เค้าหน้าละม้าย ทว่าดูหมดจดเพราะปราศจากขนรุงรัง หากถึงอย่างไรก็ยังมีวี่แวว ‘เอาเรื่อง’ ชัด โดยเฉพาะเมื่อดวงตาดุดันพุ่งจ้องไปยังเก๋งคันหน้า อาการเคร่งเครียดแสดงด้วยรอยนูนจากการกัดกรามที่ข้างแก้ม

“กูว่าแล้วไม่มีผิด ในที่สุดมันก็ขับออกมา”

“มันไม่กลัวรึไงวะ” สารถีปรารภ แม้หน้าตาถมึงทึง แต่กลับไม่ดูมุทะลุเท่า

คนข้างกายพ่นลมหายใจรุ่มร้อน จนน่ากลัวว่าจะทำไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศละลายจาง

“ถ้ากลัว มันคงไม่ขับออกมาเวลาประมาณนี้ทุกวัน” ประโยคหลังค่อนข้างกัดฟัน “บอกละไง กูแอบมาซุ่มดูมันสองสามวันแล้ว”

ผู้ได้รับคำตอบพยักหน้า

เหมาะรู้จักน้องชายของตัวเองดี หมอกมันใจร้อน อยากได้อะไรต้องได้ นี่ดีแค่ไหนแล้วที่มันไม่บุ่มบ่ามลงมือเองโดยไม่รอเขา

วันก่อนมันโทรหาเขาตอนหัวค่ำ ไม่สนใจว่าเขาดวดเบียร์อยู่กับพรรคพวก พรั่งพรูจุดประสงค์ยืดยาวจนเขาต้องเออออ และในที่สุด ขับรถไปรับมันมาซุ่มอยู่ข้างดงไผ่บนถนนชานเมืองนี่ตั้งแต่สี่ทุ่ม นี่ก็ปาไปเกือบตีหนึ่ง...

ระหว่างการรอคอยยาวนาน มันอธิบายแผนการหมดสิ้น เหมาะจึงไม่ต้องออกปากถามอีกว่าจะทำอย่างไร ถึงตอนนี้เขาปรายตาดูน้อง

ไอ้หมอกหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้ว มันคงกำลังกดเลขหมายตามเพื่อนมาอีกสอง

งานนี้ เป้าหมายไม่มีทางรอด !

. . . . . . . .

 

อาศัยช่วงที่ถนนข้างหน้าไม่มีรถ พรรพีชะโงกก้มมองเข้าไปที่ลิ้นชักด้านหน้าเบาะข้างคนขับ แม้เปิดไฟกลางรถแล้วก็ยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

ไม่มีแม้แต่ลูกอมสักเม็ด เราขับรถบ้านี่มาได้ยังไงตั้งหลายวันเนี่ย !

ในลิ้นชักมืด ๆ มีแต่พวกเอกสารกรมธรรม์รถที่ใส่ถุงซิปล็อกอย่างดี ข้างกันคือหนังสือหน้าปกชวนขนหัวลุก เป็นรวมเรื่องสั้นชื่อ ใต้คลุมโปง ของนักเขียนนามเชิงเทียน พรรพีถูกพี่ชายบังคับให้ ‘ยืมอ่าน’ เมื่อหลายวันก่อน พีรพลเป็นแฟนอีตานักเขียนคนนี้ ไม่ว่าหมอนี่ออกหนังสืออะไรแนวไหนพี่เป็นได้ตามซื้อเก็บไว้หมดเหมือนต้องมนตร์ แถมคอยยัดเยียดให้เธออ่านตามด้วย พรรพีไม่เห็นว่ามันจะสนุกตรงไหน เขียนวกมาวนไป ต้องคอยเปิดหน้าเปิดหลัง แล้วหนังสือผีแทนที่จะมีผีมาแหกอก ส่วนมากดันใส่แต่ดราม่าชีวิตชนรากหญ้า ช่างงี่เง่าชะมัด ใครมันจะไปอยากรู้เรื่องพรรค์นั้น เล่มล่าสุดนี่เธออ่านแค่เรื่องสั้นเรื่องแรกอันว่าด้วยนักเขียนไปติดอยู่ในโรงแรมหลอน อ่านจบก็แทบจะเขวี้ยงทิ้ง หักมุมแบบนี้มันก็ไม่ต่างอะไรจากเฉลยว่าทุกอย่างเป็นแค่ฝันไปเลย

แต่นั่นละ พี่ชายกับเธอแตกต่างกันหลายอย่าง ทั้งที่ถูกเลี้ยงโตมาคู่กัน พีรพลสนใจธรรมชาติและชอบจัดการ ทำเรื่องใหญ่ให้เป็นเรื่องย่อย ส่วนพรรพีสนใจของปรุงแต่งและขี้โวยวาย ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ แบบนี้ละมังพี่จึงเป็นลูกรักของพ่อ ส่วนเธอก็เป็นลูกแหง่ของแม่ แต่ก็เพราะความมากเรื่อง ไม่ยอมพอใจอะไรง่าย ๆ พรรพีจึงถีบตัวเองมาได้ไกลกว่า เธอจบปริญญาตรี เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ ขณะที่พี่ชายพอใจแค่วุฒิปวช. จากนั้นก็เสียเวลางุ่มง่ามอยู่กับงานที่ไม่ก้าวหน้า แม้ทุกวันนี้ได้ชื่อตำแหน่งหรู ๆ ว่าเป็นผู้จัดการหอพัก แต่อีหอพักอีสต์ลอดจ์ที่แท้ก็เป็นแค่คอนโดมิเนียมเล็ก ๆ แถมเจ้าของลักลอบเปิดเป็นหอพักและโรงแรมอย่างผิดกฎหมาย เธอเตือนให้เจ้าตัวลาออก ไม่ใช่เพราะห่วงว่าสักวันเกิดอะไรขึ้นแล้วจะพี่พลอยติดร่างแห แต่เพราะเงินเดือนมันน้อยต่างหาก  

เดี๋ยวนี้อะไรก็เป็นเงินเป็นทอง นับเพื่อนกับใครก็ต้องใช้เงิน บ้านที่อยู่ หยูกยาที่กิน อาหารที่ทำให้อ้วนอยู่ทุกวันนี้ แม้แต่พาหนะที่กำลังจะพาไปอ้วนนอกบ้านตอนตีหนึ่งนี่ก็ต้องใช้เงิน !

พรรพีได้โตโยต้า อัลทิส มือสองคันนี้มาจากลูกค้าที่บริษัท ตัวเครื่องตัวถังยังเอี่ยม ตรงข้ามกับราคาถูกเหมือนได้เปล่า ทำเอาเพื่อน ๆ ในไลน์เตือนกันให้ควั่กว่าท่าทางดูจะมีอะไรแปลก ๆ

‘นังพ่วง แกอย่าลืมขอประวัติเช็กระยะจากศูนย์ก่อนนะเว่ย ถามเจ้าของก่อนก็ได้ว่าทำประกันกับบริษัทอะไร แล้วโทรไปเช็กเลยว่าเคยเคลมอะไรบ้าง’

‘ฉันไม่มีเวลาขนาดนั้น นี่สังเกตข้างในแล้ว พวกรอยต่อ คอนโซลหน้าหลัง ยังดีหมดนะยะ’

‘คนรู้จักฉันบอกให้ลองเซิร์ชทะเบียนรถในกูเกิ้ลด้วย ดีไม่ดีจะเจอข่าวดัง’ แก๊งหมูกระทะอีกรายให้ความเห็น

‘ไม่เซิร์ชหรอก จ่ายเงินไปละ ถ้าเซิร์ชแล้วเจอข่าวล่ะจะทำยังไง’

‘เอ๊ออีนี่ สักวันเหอะ ขับ ๆ อยู่จะเจอใครไม่รู้โผล่มานั่งข้างหลังเป็นเพื่อน !’

และแล้ว ด้วยความดีงามของมิตรสหาย บทสนทนาต่อจากนั้นในห้องแชทก็เต็มไปด้วยเรื่องเล่าของรถมือสองผีสิง

เรื่องที่หนึ่ง ชายโสดขับรถคนเดียวแล้วมักได้ยินเสียงเบาะข้างดังคล้ายมีคนขยับตัว เสียงของหล่น ทั้งที่ไม่มีอะไรหล่น ไม่ว่าจีบสาวที่ไหน หลังจากพาขึ้นมาเป็นตุ๊กตาหน้ารถ ไม่ช้าเธอผู้นั้นจะมีอันเป็นไป รายแล้ว...รายเล่า... กระทั่งให้พระชื่อดังช่วยนั่งทางในตรวจดู จึงรู้ว่ารถคันนี้เคยชนผู้หญิงคนหนึ่งถึงแก่ความตาย และวิญญาณยังวนเวียนติดมาในรถ

เรื่องที่สอง หญิงคนหนึ่งตระเวนดูรถจากเต็นท์มือสอง เธอถูกใจรถคันหนึ่งมาก ทั้งที่พบว่ามีพระเครื่องเหรียญเล็ก ๆ ติดมาในลิ้นชักด้วยก็ไม่ได้เอะใจอะไร ตัดสินใจวางเงินจองไว้เรียบร้อย คืนนั้นเอง เธอฝันว่ามีวิญญาณมาหา บอกให้ช่วยแต่งหน้าศพให้หน่อย ในฝันเธอรับปาก วิญญาณก็นำทางไปที่เต็นท์มือสองแห่งนั้น เมื่อเปิดกระโปรงหลังออกมาจึงพบว่ามีศพยัดอืดอยู่ข้างท้าย ผลคือเธอแคนเซิลการจองแทบไม่ทัน

เรื่องที่สาม ชายคนหนึ่งซื้อต่อรถมือสองมาและได้จอดไว้หน้าบ้าน ทุกคืนเมื่อมองลงมาจากหน้าต่าง เขาจะเห็นว่าในรถเปิดไฟทิ้งไว้ ต่อเมื่อจะลงมาปิดก็ปรากฏว่าไฟดับแล้ว กระทั่งวันหนึ่งสงสัย ตั้งใจจะลองเข้าไปเปิดดู เมื่อเดินใกล้จึงพบเงาชายอีกคนนั่งอยู่เบาะหลัง เขาตกใจคิดว่าโจร ครั้นเปิดเข้าไปกลับพบเพียงความว่างเปล่า หลังจากสืบประวัติก็ได้ความว่า เจ้าของคนเก่าเคยเกิดอุบัติเหตุตายในรถคันนี้

ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ถึงอ่านแล้วจะเริ่มขยาด แต่พรรพีก็ยังใช้รถคันเดิมต่อไป เธอมีรายจ่ายมากเกินกว่าจะหาเงินไปซื้อรถมือหนึ่งคันใหม่ ไหนจะค่าเสื้อผ้า เครื่องสำอาง จวบกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังมีค่าอาหารคลีน ค่าฟิตเนส (ที่แทบไม่ได้ไป) และค่าอาหารเสริมลดความอ้วนเพิ่มเข้ามาอีก

หญิงสาวกระแทกปิดลิ้นชักด้วยความขัดใจ อาละวาดขึ้นในใจอย่างจะให้ความโกรธลบความกลัวที่จู่ ๆ ก็โผล่แทรกขึ้นมามากกว่า

ถ้ามันมีผีในรถแล้วออกมาหลอกเราจริง ๆ เราจะเอาไปเขียนเรื่องขายแข่งกะนายเชิงเทียนนี่ละ ไหน ๆ โดนหลอกแล้วก็ต้องเอาให้ได้เงินสิวะ !

ความคิดสะดุดเพราะจู่ ๆ ก็รู้สึกคล้ายมีเงาดำโฉบวูบตัดหน้า พรรพีกระทืบเบรกแทบไม่ทัน แรงเฉื่อยกระชากจนใบหน้าของเธอแทบจะกระแทกพวงมาลัย ขณะเดียวกันก็คล้ายมีบางอย่างหลังรถพุ่งมาชนหลังเบาะเธอจนสะดุ้ง

อึดใจถัดมา รถยังนิ่ง สิ่งแวดล้อมรอบกายก็ยังนิ่ง เฉพาะหัวใจที่เต้นระทึกแทบกระเด็นออกนอกอก พรรพีค่อย ๆ เงยหน้า ยกมือปัดปอยผมที่สะบัดมาปรกระรอบดวงหน้าตัวเอง สายตาจ้องฝ่าออกไปด้านนอก

ไม่มีอะไร นอกจากถนนสุขุมวิทอันเปล่าว่างกลางไฟแสงจันทร์ !

เงาดำเมื่อกี้คืออะไร แล้วมันหายไปไหน


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น