อัปเดตล่าสุด 2019-02-04 09:10:27

ตอนที่ 18 เรียลลิตี้รอบดึก: 2

น้ำเย็นจัดถูกวักลูบหน้า มันช่วยกระตุ้นความสดชื่น ขณะเดียวกันก็ช่วยให้หัวคิดรื่นขึ้นเหมือนกัน ชายหนุ่มกำชับตัวเองว่า เพื่อไม่ให้ทุกอย่างเป็นศูนย์ เขาจะต้องออกไปจากประเทศนี้ ที่ที่มีคนใช้ภาษาบ้านี่ ! จากนั้นทุกอย่างคงดีขึ้น เราจะไม่ต้องกระวนกระวายขนาดนี้ว่ามันจะตามมาได้ !

เงยมองตัวเองในกระจก เขาไม่เห็นตัวเองถนัดเพราะในห้องน้ำไม่ได้เปิดไฟ ถึงกระนั้นก็พอจินตนาการได้ว่าตัวเองคงทรุดโทรมลงไปมาก

ไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตเดินทางมาถึงจุดนี้ สาวย้อนกลับไปชายหนุ่มยังแทบนึกไม่ออกว่าเขากับครอบครัวเดินทางมาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร เรื่องบ้า ๆ ทั้งหมดนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไมจู่ ๆ หนังสือบ้านั่นถูกเขียนขึ้น ทั้งที่...

ทั้งที่ ‘มัน’ ก็ตายไปตั้งนานแล้ว? !

ยังจำได้ดี ภาพเมื่อกาลครั้งหนึ่งนานมา ขณะที่เขายังทำงานเป็นบุรุษพยาบาลอยู่ในโรงพยาบาลธารทิวา ที่ห้องพักอันถูกคุ้มกันมิให้ใครผ่านเข้าไปได้ง่าย ๆ   

ตอนนั้น สำรวยลากร่างผอมดำจากในตู้เสื้อผ้าออกมา ขณะนั้นอาการของมันทรุดลงมากแล้ว ทั้งที่เคยเปี่ยมฤทธิ์ มันจึงทำได้เพียงซุกหนีแทบพื้น สะอึกสะอื้นสลับกรีดเกรี้ยว เนื้อตัวเหมือนหนังหุ้มกระดูก เต็มไปด้วยรอยแผลถลอกและเปิกเปิงเป็นหนองกรัง

ความผอมทำให้หน้าของมันตอบตามริ้วกะโหลก คิ้วเข้มหนาแทบเชื่อมต่อกัน ดวงตาโหลเบิกโพลง ปากอ้ากว้างเหลือฟันมีคราบดำไม่กี่ซี่ จมูกแหลม ส่วนผมบนศีรษะคล้ายถูกกระชากหลุดจนเหลือบางเป็นหย่อม ๆ แต่ละหย่อมแซมด้วยสีเงิน ใต้เชิงผมมีรอยสักคล้ายลงอักขระยืดยาวเชื่อมจากฝั่งซ้ายไปขวา

“ช่วยกันพาขึ้นไปบนเตียง” นายแพทย์ที่เขาทำงานอยู่ด้วยเดินเข้ามาจากหน้าประตูพลางชี้นิ้วบอก ร่างในชุดกาวน์นั้นสง่าผ่าเผย ขณะเดียวกันก็ยิ่งใหญ่จนน่าระแวง  

ในที่สุด ทั้งเขาและนายแพทย์ช่วยกันลากตัว ‘คนไข้’ ขึ้นจากพื้นทุลักทุเล ร่างผอมของมันถูกโยนลงบนเตียงดังฝุบ ! มันดิ้นตะกายสุดชีวิตอย่างจะหนีไปให้พ้น ทำกระทั่งดึงผ้าห่มขึ้นคลุมเพื่อซ่อนตัวเองจากเขา

จังหวะที่นายแพทย์หันไปสูบของเหลวใสเข้าในกระบอกไซริงค์ สำรวยฉวยโอกาสนั้นหันหยิบของบางอย่างจากกระเป๋าเสื้อ

ทันทีที่เขาหยิบไซริงค์อีกอันออกมาได้ คนบนเตียงก็ร้องเสียงดัง “อ๊ากกก... !” พลางยื่นมือไปข้างใต้ผ้าห่มราวกับพยายามยึดจับอะไรหรือใครสักคน นายแพทย์ตกใจ คว้าปลายเท้าของมันดึงคืน ไซริงค์หล่น แต่เจ้าตัวไม่สนใจ มัวพยักให้เขาช่วยจับคนไข้มัดข้อมือข้อเท้าทั้งสี่ข้าง มันพยายามเด้งตัวแล้วอ้าปากกัดมือของใครก็ตามที่เบี่ยงเข้ามาใกล้ร่างตัวเอง

สำรวยอาศัยวินาทีนั้นสลับไซริงค์ของตัวเองกับอันที่นายแพทย์ทำหล่น เจ้าตัวไม่ทันสังเกต พูดว่า “เอาล่ะ” ต่อเมื่อฉีดของเหลวดังกล่าวเรียบร้อย ร่างที่อาละวาดอยู่ก็ค่อย ๆ นิ่งลง ทว่าดวงตายังเบิกโพลง

เขาแสร้งถอนใจหนัก “น่าสงสารนะครับเป็นนักเขียน กำลังรุ่งแท้ ไม่น่ามาเล่นยาพวกนี้เลย”

“เขาว่าพวกนักเขียนมักอยากได้บรรยากาศน่ะ” นายแพทย์วางเครื่องมือลง

สำรวยมองร่างบนเตียง ดวงตาเหลือกโพลงยังหลุกหลิกคล้ายดวงวิญญาณพยายามต่อสู้กับฤทธิ์ของเหลวที่เขาเตรียมมา สายตาของมันจับอยู่ทางหนึ่งเหมือนจ้องใครอยู่ ริมฝีปากขมุบขมิบ “อะอา...” ไม่เป็นคำ แต่จังหวะบอกให้รู้ว่ามันกำลังพยายามท่องบทสวด...

พยายามไปเถอะมึง

ถึงยังไงก็ไม่มีวันสำเร็จ !

น้ำมนต์อันผ่านการบริกรรมมาเนิ่นช้า ผสมกับยาพิษของท่านอาจารย์ จะทำให้ชีวิตของมันสิ้นสุด

สิ้นสุดไป ทั้ง ๆ ที่ตายังไม่หลับ !

ทุกอย่างควรจบลงแค่นั้น นายแพทย์ตกใจ แต่เขาเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่คิดเลย สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจกลับอุบัติเพียงเสี้ยวนาทีถัดมา

นายแพทย์หันมาทางเขา คงคิดจะสั่งให้หาทางยื้อชีวิตคนไข้ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เจ้าตัวอ้าปาก เสียงที่สำรวยและกระทั่งคนอ้าปากได้ยิน กลับเป็นเสียงกรีดร้องของสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นทั่วโรงพยาบาล

“เกิดอะไรขึ้น !”

นายแพทย์มุ่นคิ้วร้องถาม คราวนี้กลับเป็นสำรวยที่งุนงงและตกใจกว่า สังหรณ์กระตุ้นเตือน และกระตุกสายตาให้มองลงไปยังร่างที่นอนเบิกตาโพลงอยู่บนเตียง

มันคล้ายกลอกมาจ้องเขาด้วยความพยาบาท !

พลันนั้น สำรวยต้องสะดุ้งเพราะเสียงประตูห้องถูกผลักออก เสียงรองเท้าส้นสูงกระแทกพื้นกระเบื้องยางตรงเข้ามาเร่งรีบ และแล้วเสียงร้องของนางพยาบาลบอกอาการเร่งร้อน  

“แย่แล้วค่ะ ไฟไหม้ที่ชั้นล่าง ตอนนี้ก๊าซพิษจากสารเคมีที่เก็บไว้รั่วเข้าไปในระบบทางเดินอากาศ--”

ไม่ต้องรอให้ผู้ส่งสารแจ้งจบ นายแพทย์ก็รีบยกมือตะปบจมูกตัวเองแล้วถลันออกไปจากห้องทันที

นางพยาบาลสะบัดหน้ากำลังจะวิ่งตาม ต่อเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่วมงานอีกรายยังมัวตะลึงงันก็หันหา “เร็วซี่ อนุสรณ์ !--”

. . . . . . . . .

 

ภาพในหัวสะดุดเพราะจู่ ๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากด้านนอก ชายหนุ่มสะดุ้ง ร่างกายเหมือนกะพริบหายจากห้องพักในโรงพยาบาลแห่งนั้นมายังโรงแรมแห่งนี้ พบว่าตัวเองยืนทื่ออยู่หน้าบานกระจกที่แทบมองไม่เห็นอะไรเนื่องจากความมืด

ปัง ! ปัง ! ปัง !

เสียงเดิมดังอีก คราวนี้ดังพอจะบอกให้รู้ มันไม่ใช่เสียงจากในโทรทัศน์

นั่นเองดึงคิ้วเขามุ่นเข้า

ใครมาหาเราป่านนี้ !

เขาเดินทางจากบ้านมาไกลเหลือเกิน ไกลเกินกว่าที่ใครจะตามตัวง่าย ๆ ไกลเกินกว่าที่ใครจะรู้ ! ยิ่งเวลาเอาป่านนี้ มันจะเป็นใครไปได้...

ระงับความสั่นไหวในอก สำรวยมุ่งตรงไปยังหน้าประตูห้องพัก สอดสายตาลงช่องตาแมว เลนส์ตาปลาจำลองพื้นที่กว้างด้านนอกให้ดูเล็กลง โค้ง และห่างไกลออกไป อย่างไรก็ดี สิ่งที่เห็นยังคงชัดเจนว่ามีเพียงความว่างเปล่า !

แทนที่หัวใจจะสงบลง รูปบานประตูสีน้ำตาลเข้มบนผนังขาวฝั่งตรงข้ามกลับกดบรรยากาศให้ยิ่งอึดอัด สำรวยถอยหน้าออกมานิดหนึ่ง หวาดสะพรึงราวกับว่าวินาทีหนึ่งวินาทีใด จะมีใครโผล่เข้ามาพร้อมรอยยิ้มน่าสยดสยอง และมอง...อย่างทะลุรู้ว่ามีเขายืนอยู่ด้านหลังประตูอีกฝั่ง...

หากถึงอย่างไร ภาพโลกโค้งยังคงนิ่ง กระทั่งเสียงเคาะก็เงียบไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทั้งห้องเหลือเพียงเสียงโทรทัศน์

วางมือลงบนลูกบิด ความเย็นจากสแตนเลสชุบโครเมี่ยมวาบจนสำรวยขนลุก และราวกับมันเป็นคำเตือน ชายหนุ่มดึงมือขึ้นมา สับกลอนรูดด้านบนก่อน แล้วจึงวางมือลงบนลูกบิดอีกครั้ง

สูดลมหายใจลึกสุด ราวกับว่านี่คือการตัดสินใจปลดระเบิดลูกสำคัญ จากนั้นจึงกดน้ำหนักให้ลูกบิดค่อย ๆ หมุน...

เสียงคลิ๊ก ! ดังขึ้นเมื่อตัวล็อกคลายออก พร้อมกันกับเสียงแอ๊ด ! ครางขณะบานประตูค่อย ๆ ถูกดึงวาดตัวออก

สอดสายตาออกไปหว่างช่องประตู ช่องกว้างเพียงช่วงแขนกลอนรูดสแตนเลสไม่ช่วยให้เห็นอะไรมากนัก ถึงกระนั้นเขาก็ยังกลัวว่าจะเห็น... !

ความว่างยังคงว่างอยู่อย่างนั้น ความนิ่งก็ยังนิ่งอย่างนั้นแทบเหมือนกับมีใครเอาภาพถ่ายสีทึม ๆ ขนาดมหึมามาตั้งไว้เป็นฉาก ในที่สุดสำรวยผลักประตูปิดด้วยอารามไม่รู้จะวางใจหรือหนักใจดี

บางทีอาจเป็นขี้เมาเพิ่งกลับมาแล้วเคาะผิดห้อง   

พยายามบอกตัวเองอย่างนั้น กดล็อกประตู นอกจากไม่ถอนกลอนรูดแล้วยังเพิ่มกลอนแน่นหนาไปอีกชั้น

เมื่อกลับมาที่ชุดโซฟา อารมณ์อยากอาหารหมดไปแล้ว สำรวยหยิบนมกับถุงมาม่าที่เพิ่งกินไปครึ่งหนึ่งออกมา ตั้งใจจะทิ้งในถังขยะในห้องน้ำ

ปลายเท้าชะงักเพราะเสียงเดิมดังอีก

ปัง ! ปัง ! ปัง !

ราวกับลมหนาวพัดผ่านร่าง ชายหนุ่มแข็งเกร็งไปทั้งร่าง หากสติเป็นตัวชี้ว่า คราวนี้เสียงดังมาจากโทรทัศน์ !

กวาดสายตาไปมองภาพในจอ หนังอินดี้เนิบนาบและค่อนข้างเงียบ มันยังคงแสดงเรื่องราวชีวิตชายขี้เหงาที่อาศัยอยู่ลำพังในห้องเช่าเล็กแคบ น่าแปลกที่บางมุมมอง เขาแทบจะเอาตัวเองและสถานการณ์ในห้องพักแห่งนี้ลงไปเทียบได้หมดจด

น่าแปลกกว่านั้น ตรงที่มันดูจะเป็นภาพเดิม เขาเห็นเมื่อครู่ก่อนตอนสัปหงกแล้วสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเคาะประตูแบบนี้

นี่มันหนังอะไรกันวะ

นั่นเป็นวินาทีแรกจริง ๆ ที่ความจดใจพุ่งมารวมกันที่เหตุการณ์หน้าจอ...

. . . . . . . . .

 

ระงับความสั่นไหวในอก ชายหนุ่มผู้เป็นตัวละครเอกในภาพยนตร์ยื่นมือหยิบรีโมทคอนโทรลขึ้นมากดพอส ภาพหน้าจอโทรทัศน์หยุดนิ่ง

ผู้ชมมุ่งตรงไปยังหน้าประตูห้องพัก สอดสายตาลงช่องตาแมว เลนส์ตาปลาทำให้พื้นที่กว้างด้านนอกถูกจำลองให้ดูเล็กลง โค้ง และห่างไกลออกไป อย่างไรก็ดี สิ่งที่เห็นยังคงชัดเจนว่ามีเพียงความว่างเปล่า !

แทนที่หัวใจจะสงบลง รูปบานประตูสีน้ำตาลเข้มบนผนังขาวฝั่งตรงข้ามกลับกดบรรยากาศให้ยิ่งอึดอัด ชายหนุ่มถอยหน้าออกมานิดหนึ่ง หวาดสะพรึงราวกับว่าวินาทีหนึ่งวินาทีใด จะมีใครโผล่เข้ามาพร้อมรอยยิ้มน่าสยดสยอง และมอง...อย่างทะลุรู้ว่ามีเขายืนอยู่ด้านหลังประตูอีกฝั่ง...

หากถึงอย่างไร ภาพโลกโค้งยังคงนิ่ง กระทั่งเสียงเคาะก็เงียบไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น

วางมือลงบนลูกบิด ความเย็นจากสแตนเลสชุบโครเมี่ยมดูจะทำให้เจ้าของมือขนลุก และราวกับมันเป็นคำเตือน ตัวละครดึงมือขึ้นมา สับกลอนรูดด้านบนก่อน แล้วจึงวางมือลงบนลูกบิดอีกครั้ง

สูดลมหายใจลึกสุด ราวกับว่านี่คือการตัดสินใจปลดระเบิดลูกสำคัญ จากนั้นจึงกดน้ำหนักให้ลูกบิดค่อย ๆ หมุน...

เสียงคลิ๊ก ! ดังขึ้นเมื่อตัวล็อกคลายออก พร้อมกันกับเสียงแอ๊ด ! ครางขณะบานประตูค่อย ๆ ถูกดึงวาดตัวออก

สอดสายตาออกไปหว่างช่องประตู ช่องกว้างเพียงช่วงแขนกลอนรูดสแตนเลสไม่ช่วยให้เห็นอะไรมากนัก ถึงกระนั้นเขาก็ยังกลัวว่าจะเห็น... !

ความว่างยังคงว่างอยู่อย่างนั้น ความนิ่งก็ยังนิ่งอย่างนั้นแทบเหมือนกับมีใครเอาภาพถ่ายสีทึม ๆ ขนาดมหึมามาตั้งไว้เป็นฉาก ในที่สุดชายหนุ่มผลักประตูปิดด้วยอารามไม่รู้จะวางใจหรือหนักใจดี

“บางทีอาจเป็นขี้เมาเพิ่งกลับมาแล้วเคาะผิดห้อง”  

ตัวละครพยายามบอกตัวเองอย่างนั้น กดล็อกประตู นอกจากไม่ถอนกลอนรูดแล้วยังเพิ่มกลอนแน่นหนาไปอีกชั้น

เมื่อกลับมาที่ชุดโซฟา อารมณ์อยากอาหารหมดไปแล้ว ชายหนุ่มหยิบนมกับถุงมาม่าที่เพิ่งกินไปครึ่งหนึ่งออกมา ตั้งใจจะทิ้งในถังขยะในห้องน้ำ

ปลายเท้าชะงักเพราะเสียงเดิมดังอีก

ปัง ! ปัง ! ปัง !

. . . . . . . . .

 

ราวกับลมหนาวพัดผ่านร่าง สำรวยแข็งเกร็งไปทั้งร่าง สติชี้ชัด คราวนี้เสียงนั้นใช่เพียงดังจากโทรทัศน์ มันดังจากหน้าประตูห้องเราด้วย !

อะไรกันวะเนี่ย !

ระงับความสั่นไหวในอก สำรวยมุ่งตรงไปยังหน้าประตูห้องพัก สอดสายตาลงช่องตาแมว เลนส์ตาปลาทำให้พื้นที่กว้างด้านนอกถูกจำลองให้ดูเล็กลง โค้ง และห่างไกลออกไป อย่างไรก็ดี สิ่งที่เห็นยังคงชัดเจนว่ามีเพียงความว่างเปล่า !

แทนที่หัวใจจะสงบลง รูปบานประตูสีน้ำตาลเข้มบนผนังขาวฝั่งตรงข้ามกลับกดบรรยากาศให้ยิ่งอึดอัด ตีบตัน สำรวยถอยหน้าออกมานิดหนึ่งราวจะหาอากาศหายใจ หวาดสะพรึงราวกับว่าวินาทีหนึ่งวินาทีใด จะมีใครโผล่เข้ามาพร้อมรอยยิ้มน่าสยดสยอง และมอง...อย่างทะลุรู้ว่ามีเขายืนอยู่ด้านหลังประตูอีกฝั่ง...

แต่ภาพโลกโค้งยังคงนิ่ง กระทั่งเสียงเคาะก็เงียบไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีแม้แต่เสียงจากโทรทัศน์ !

ค่อย ๆ ดึงกลอน ทิ้งไว้แต่กลอนรูด จากนั้นวางมือลงบนลูกบิด

หนนี้ ความเย็นจากสแตนเลสชุบโครเมี่ยมวาบใส่นิ้วจนเหมือนถูกเข็มแทง สำรวยกระชากมือออกในจังหวะแรก ขนลุกไปทั้งตัว มันเหมือนกับเป็นคำเตือน...

ใจเต้นตึกตักดังคับโลก กลัวเหลือเกิน แต่ขณะเดียวกันก็อยากรู้เหลือเกินว่ามันเกิดอะไรขึ้น

สูดลมหายใจลึกสุด ราวกับว่านี่คือการตัดสินใจปลดระเบิดลูกสำคัญ จากนั้นจึงกดน้ำหนักมือให้ลูกบิดค่อย ๆ หมุน...

เสียงคลิ๊ก ! ดังขึ้นเมื่อตัวล็อกคลายออก พร้อมกันกับเสียงแอ๊ด ! ครางขณะบานประตูค่อย ๆ ถูกดึงวาดตัวออก

สอดสายตาออกไปหว่างช่องประตู ช่องกว้างเพียงช่วงแขนกลอนรูดสแตนเลสไม่ช่วยให้เห็นอะไรมากนัก ถึงกระนั้นเขาก็ยังกลัวว่าจะเห็น... !

ความว่างยังคงว่างอยู่อย่างนั้น ความนิ่งก็ยังนิ่งอย่างนั้นแทบเหมือนกับมีใครเอาภาพถ่ายสีทึม ๆ ขนาดมหึมามาตั้งไว้เป็นฉาก ในที่สุดสำรวยกระแทกประตูปิดด้วยความหงุดหงิด

มันเริ่มจะผิดปกติเข้าไปทุกที !

หมุนตัวกลับ ก้าวคืนมาที่โซฟา จังหวะที่กำลังจะทิ้งตัวลงนั่ง ลมหนาวเดิมก็พัดผ่านดุจสลาตันโถม

ภาพในหน้าจอโทรทัศน์นิ่งหยุดตรงจุดเดิม จุดก่อนที่เขาจะลุกไปเปิดประตู

มันเหมือนกับ...เขากดพอสไว้เหมือนตัวละครชายในหนัง !

แต่นี่ไม่ใช่เครื่องเล่นซีดี ช่องทีวีที่ไม่มีทางกดพอส? !

นั่นเอง ปลายเท้ากระถดถอยโดยอัตโนมัติ นี่ยังกับ...ชีวิตของเขาถูกผูกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของหนัง กลายเป็นตัวละครแบบเดียวกับในหนัง กลายเป็นว่าตัวละครในหนังทำซ้ำการกระทำของเขา และเขาก็ทำซ้ำมัน วนเวียนกินหางกันไปมา

เรากำลังดูชีวิตของตัวละคร แล้วถ้าเช่นนั้น...

ใครกำลังดูเราอยู่ !


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น