อัปเดตล่าสุด 2019-02-11 10:00:03

ตอนที่ 25 ตาไม่หลับ: 1

ตาไม่หลับ
[ตายไม่หลับ...เพราะมีห่วง]

 

เท้ากระตุกถอยโดยอัตโนมัติ นอกเหนือจากความกลัว สติส่วนหนึ่งที่ยังทำงานกระตุ้นเตือนว่า เป็นไปไม่ได้

ชายคนนี้ตายไปแล้ว !

เชิงเทียนจำได้ ไม่กี่วันนี่เอง หลังจากการตามล่าตัวคนร้ายอยู่พักหนึ่ง สื่อก็ประโคมข่าวใหญ่ ฆาตกรฆ่าหั่นศพภรรยาถูกฆ่าตายแล้ว โดยผู้จัดการโรงแรมแถบจังหวัดตราด สภาพศพพรุนไปด้วยรอยถูกแทง คาดว่าน่าจะมีเหตุวิวาทกันจนเลยเถิด มือมีดนั้นสาบสูญไป อาจจะหนีออกนอกชายแดนไปทางประเทศกัมพูชาแล้ว

จริงสิ ถ้างั้นข้าง ๆ กันนี่ก็คือนางวิฬาร์ศนี เมียคนที่ถูกหมอนี่ฆ่าหั่นศพซ่อนในบ่อเกรอะอพาร์ทเมนท์ เชิงเทียนคุ้นหน้าเธอจากข่าวกระหึ่มเมืองนั่นเอง !

แล้วทำไมสองคนนี้จึงยังมีตัวตนอยู่ตรงหน้า

ขยับถอยอีกก้าว ยกมือตีข้างแก้มตัวเองเบา ๆ อย่างจะปลุกให้ตื่น นี่เรากำลังฝัน ฝันแปลก ๆ ...อีกครั้ง !

เท้าเหยียบดินราบลื่น เชิงเทียนหงายหลังแอ้งแม้ง เป็นจังหวะเดียวกับที่ฆาตกรตรงหน้าลุกขึ้น ในมือกำแน่น

อนุสรณ์ค่อย ๆ ก้าวตรงมา

เชิงเทียนเริ่มเบิกตาลาน ออกแรงคลานถอยเพื่อจะหนี

อย่างไรก็ดี ร่างยังไม่ทันเริ่มเคลื่อน ชายตรงหน้าก็ล้มคว่ำ เชิงเทียนคงคิดว่าเจ้าตัวสะดุดล้ม ถ้าไม่ทันเห็นว่าแผ่นหลังจุดที่ตรงกับหัวใจของอนุสรณ์มีรูโหว่ รอบ ๆ รูนั้นแดงเป็นวงเพราะโลหิตดูเหนียวหนึบ อันแสดงว่าน่าจะทะลักออกมาสักพักหนึ่งแล้ว

นาทีต่อมา เลือดกระอักออกมาเป็นลิ่มทั้งทางปากและจมูกของอนุสรณ์ กลิ่นคาวเหม็นคลุ้ง เชิงเทียนยังแข็งค้างด้วยความตกใจ ต่อเมื่อตั้งสติได้ความสงสัยก็เกิด

นี่เป็นแผลคนละอย่างกับในข่าว ทั้งอนุสรณ์และเมียของเจ้าตัว

ที่นี่คือที่ไหนกันแน่ ดินแดนประหลาด ความจริงถูกบิดเบือน !

เพราะความรู้สำคัญอาจหมายถึงทางออกของตัวเองเช่นกัน ชายหนุ่มทะลึ่งลุก แล่นสะอึกไปถึงชายตรงหน้าอย่างลืมกลัว ก้มถาม “คุณ ! คุณ ! คุณถูกใครทำร้ายมา ! เรามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง !”

ลมหายใจสุดท้าย อนุสรณ์เงยขึ้น สายตายังคงมองมาทางเชิงเทียน แต่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มเพิ่งสังเกตได้ เจ้าตัวไม่ได้จับจ้องเขา ! มันเหมือนมองเลยไปมากกว่า เหมือนกับว่าเจ้าตัวมองไม่เห็นเรา !

ในที่สุด อนุสรณ์สำลักเลือดออกมาอีกลิ่ม ร่างกระตุกก่อนสงบลงพร้อมลมหายใจ เปลือกตายังเปิดอยู่

เชิงเทียนมือสั่น แรงสั่นจากมือแล่นพล่านจนทะเทิ้มไปทั้งร่าง เขาค่อย ๆ ลุกยืน ยกมือเปื้อนเลือดกุมศีรษะตัวเองทั้งสองข้างอย่างคนจวนสติแตก พยายามระงับอาการสติแตกด้วยการออกวิ่งไปตรงหน้าสุดฝีเท้า

ฝุ่นฟุ้งตามเป็นทาง ปลายเท้าชายหนุ่มเกือบสะดุดเพราะติดเบรกผิดจังหวะ

ตาเบิกกว้าง ใจสั่นระส่ำเมื่อพบว่า พื้นดินที่คล้ายแล่นไปจดขอบฟ้า ที่แท้ถูกตัดหายไปเสียเฉย ๆ !

ก้มมองลงไป ข้างล่างมีแต่เมฆกับสีฟ้ากระจายทุกทิศ

นี่เป็นแผ่นดินแบน ๆ ที่ถูกตัดลอยขึ้นมาเฉย ๆ !

เป็นไปได้ยังไงกัน ! ที่นี่มันที่ไหน ต้องทำไงถึงจะออกไปได้ !

อะไรบางอย่างชวนประหวัดถึงงานเขียนชิ้นหนึ่งของตัวเอง

เรื่องสั้น ‘ใต้คลุมโปง’ มีจุดกำเนิดจากฝันแปลก ๆ เป็นฝันที่เหมือนจริงอย่างยิ่ง ! หลังเขียนจบ เขาให้เพื่อนสนิทลองอ่าน ผลคือคอเรื่องสั้นแนวสยองขวัญตัวกลั่นนิ่งขึงดุจตะลึง เขานึกว่ามันแกล้งหลอก ทว่าสุดท้ายมันบอกเขาเสียงเบาสั่น

“มึงต้องไม่เอาไอ้เรื่องบ้านี่ไปเผยแพร่ กูรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลก ๆ...”

เชิงเทียนพยายามเค้นคอถามว่ามันหมายความว่าอะไร ในเมื่อมันไม่ตอบ เขาจึงไม่เชื่อมันง่าย ๆ ส่งงานชิ้นนั้นให้สำนักพิมพ์ ไม่นานหลังจากที่พี่บก. ได้อ่าน เพื่อนของเขาคนนั้นก็หายไปจากชีวิต เชิงเทียนเกิดนิมิตว่ามันนอนตายตาไม่หลับอยู่ในบ้านด้วยสาเหตุที่ไม่มีใครอธิบายได้ ครั้นพยายามติดต่อหา มันกลับเงียบไปเป็นปริศนา

หรือนี่จะเป็นฝันทำนองเดียวกัน

แล้วอย่างนั้น ความจริงล่ะ...เกิดอะไรขึ้น !

ด้วยความฉุกใจ ชายหนุ่มหันกลับไปมองที่ที่เขาวิ่งจากมา จุดที่ศพของอนุสรณ์ทอดอยู่

เพิ่งประจักษ์ ภูมิทัศน์ด้านหลังนั้นแตกต่างจากตรงหน้า มันไม่ใช่พื้นดินทรายอันแห้งแล้งสูง ๆ ต่ำ ๆ ที่สืบไปจดท้องฟ้า ทว่าไกลออกไปมีสิ่งก่อสร้างชนิดหนึ่ง รูปทรงประหลาดของมันเหยียดยาวอยู่ลิบ ๆ ที่เห็นชัดคือปล่องสูงขนาดใหญ่พุ่งไปเสียดฟ้า

คงเป็นนั่นเองที่อนุสรณ์จ้องหา ไม่ใช่เรา

สังหรณ์บางอย่างเกี่ยวกับที่นั่น ในที่สุดเชิงเทียนเริ่มออกวิ่งเหยาะ ๆ กลับไปที่ศพหน้าคว่ำของอนุสรณ์ เลือดบนแผ่นหลังเจ้าตัวยังซึมออกมาไม่หยุด แต่เขาไม่สนใจ ก้าวต่อไปตามรอยเท้าที่เจ้าตัววิ่งมา

เป็นเช่นคิด อนุสรณ์ถูกยิงจากที่อื่นแล้วจึงมาขาดใจที่นี่ ลมพัดกลบรอยเท้าเจ้าตัวเลือนไป แต่หยดเลือดบนพื้นทรายยังค่อนข้างชัด

มันอาจนำเราไปสู่ใจกลางของเรื่องทั้งหมด !

. . . . . . . . .

 

หยดเลือดสีคล้ำปรากฏห่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งตามต่อ แต่ละหยดก็ยิ่งเล็กลง ๆ จนท้ายสุดเชิงเทียนหามันไม่พบอีกเลย

ชายหนุ่มกัดกราม สะบัดศีรษะว้าวุ่นใจ แหงนหน้าเป็นครั้งแรกในหลายสิบนาทีที่ดั้นด้นมา

ภาพตรงหน้าทำให้ความรู้สึกอึงอลในอกสงบลง

บัดนี้ สิ่งก่อสร้างประหลาดที่เห็นไกล ๆ เมื่อครู่ กลับเคลื่อนเข้ามาอยู่ต่อตา ใกล้เข้ามาเกินพอดีราวกับเล่นกล !

ระยะใกล้นี้ทำให้เชิงเทียนสามารถบอกตัวเองได้ สิ่งที่สูงเหยียดขึ้นไปบนท้องฟ้าหาใช่ปล่องท่ออย่างโรงงานอุตสาหกรรม แท้จริงคือหอคอยทรงกระบอก ความสูงของมันเป็นอีกสิ่งที่ดูผิดเพี้ยนด้วยสัดส่วน เพราะเมื่อก้าวมาใกล้เท่านี้ จากเดิมที่ดูลิบชะลูด กลับเตี้ยตันลงจนสามารถมองขึ้นไปเห็นด้านบนได้ไม่ยาก -- และเช่นกัน ในสัดส่วนที่แจ่มชัดผิดปกติเหมือนผู้มองมีกล้องส่องทางไกลติดตา

ระหว่างที่ยังงงงวย ใครบางคนพุ่งเข้ามาชนเขาทางด้านข้าง เชิงเทียนคงล้มลงไปถ้ารายนั้นไม่ได้ใช้นิ้วตะปบต้นแขนเขาไว้ก่อน ร่างของผู้เกาะหอบสั่นจนส่งผ่านอาการสั่นมาทางปลายนิ้ว

ชายหนุ่มตกใจ หันหาด้วยความระวังตัว บรรยากาศอันไม่ชอบมาพากลทำให้เขาเตรียมพร้อมรับอันตรายอยู่ทุกอึดใจ อย่างไรก็ตาม ทันทีที่เห็นว่าผู้เกาะไหล่ของตัวเองเป็นใคร ความสนเท่ห์ก็เข้ามาแทนที่

“คุณ ! คุณ ! ช่วยด้วย !”

เจ้าของคำมีใบหน้าแหลม ผมทรงม้อปท้อปอย่างเดอะบีเทิลย้อมเป็นสีทอง ทว่าโคนผมเริ่มดำจนเห็นชัด แสดงว่าผ่านการย้อมมานานพอสมควรแล้ว หูกางโผล่ออกมาจากเรือนผม ดวงตากลมโตอยู่ในกรอบลึกคล้ำอย่างคนอดนอน ซึ่งยิ่งส่งให้จมูกแคบปลายแหลมอยู่ดูแหลม

ใช่แล้ว นี่คือชายที่อยู่ในภาพยนตร์แปลก ๆ เรื่องหนึ่งที่เขาเคยดู ชายผู้อยู่ในห้องพักแคบและมีเสียงประตูประหลาด !

เชิงเทียนตื่นเต้นเพราะไม่คาดว่าจะได้พบเจ้าตัว อาจด้วยความงุนงงชนิดนี้ คำถามแรกของเขาจึงดูงี่เง่าสิ้นดี “คุ...คุณมองเห็นผมใช่มั้ย”

“ใช่ ! ในที่สุดคุณก็มา” เจ้าตัวกระหืดกระหอบ คงเห็นสายตาของเขายังฉงายจึงอธิบายต่อว่า “เฉพาะคนที่อ่านถึงจะ--”

เปรี้ยง ! 

เสียงปืนกึกก้อง ชายผมทองสะท้านหาเขาทั้งตัว เชิงเทียนตกใจแต่ไม่วายจับร่างของรายนั้นไว้ มองเห็นเลือดสีคล้ำกระอักออกมาจากปากของอีกฝ่าย

เสียงในหัวตะโกนว่าเจ้าตัวถูกยิง ! และเขาควรรีบหาที่หลบภัย อย่างไรก็ดี ความตกตะลึงยังตรึงองคาพยพของเขาไว้จนยากขยับ

เปรี้ยง ! เปรี้ยง !

เสียงระเบิดจากกระบอกปืนดังขึ้นอีก เชิงเทียนสะดุ้งได้สติ คราวนี้สัญชาตญาณสั่งให้ฉวยใช้ศพชายตรงหน้าต่างกำบัง และทั้ง ๆ ที่กลัว สายตาก็ยังสอดส่องไปเบื้องหลังชายผู้นั้น

ที่มาของกระสุนคือบนหอคอยที่อยู่ห่างไปไม่ไกลนั่นเอง ขณะนี้เบื้องบนขอบทรงกระบอกตัดเรียบ มีใครสองคนต่อตีกันอยู่ รายที่เป็นเจ้าของปืนร่างสูงใหญ่กว่า สวมชุดพรางกายสีดำป้ายเทาตั้งแต่หัวจดเท้า หน้ากากครอบบังจนมองไม่เห็นหน้า ขณะอีกฝ่ายร่างเล็กกว่า เป็นเด็กสาวแรกรุ่นที่เชิงเทียนคุ้นหน้าอีกเช่นกัน

เธอคือนักอ่านรุ่นเยาว์ที่ตามเขาไปแทบทุกงานหนังสือ น้องลูกหนู – นุสรา!

แม้จะเสียเปรียบอยู่มาก ทว่าในที่สุดนุสราก็สามารถฉวยโอกาสแย่งปืนมาได้ จากนั้นกดยิงจนเจ้าของปืนเดิมกระดอนร่วงจากหอคอยตกมายังพื้นล่าง เชิงเทียนพยายามลากสายตาตามแต่มองไม่เห็นร่างเหยื่อกระสุน หน้าอาคารยังร้างคน อาคารอันมีลักษณะคล้ายขดท่อสีเทาเข้ม ทางเข้าเป็นปากท่อขนาดกว้างใหญ่ที่ลึกเข้าไปดูจะมีแต่ความมืด

เพราะนุสราคือคนเดียวที่เขารู้จักและพอจะวางใจได้จริง ๆ เชิงเทียนจึงคิดจะตะโกนรั้งเธอไว้ หากถึงอย่างไร ยังไม่ทันอ้าปาก เจ้าหล่อนก็วิ่งหายเข้าไปในหอคอย เบื้องบนนั้นคงมีลักษณะคล้ายปากท่อ เชิงเทียนจินตนาการถึงบันไดเวียนวนขึ้นไปนับร้อยๆ ขั้น

เขาค่อย ๆ วางศพของนักแสดงหนุ่มลงกับพื้น ชั่งใจ

ถึงอย่างไรทางรอดเดียวของเราก็คงขึ้นอยู่กับน้องลูกหนู


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น