อัปเดตล่าสุด 2019-04-13 22:51:39

ตอนที่ 2 ข้าคือความตาย

[                                Terriblewriter.co.th                               ]     
                         นิยายเรื่อง : The death online                               
                               ผู้แต่ง : หมายเลข 13                                     

 ----------------------------------------------Last update : 10-01-2562                                                                                                                             
                                Chapter 1                                                              

           ข้าคือผู้แต่งนิยาย       ออนไลน์บนโลกโศกศัลย์      

   คือคำสาปแช่งพวกมัน           ของขวัญแด่ทรชน               

   ความแรกเหินด้วยพลุไฟ        พุ่งใส่ชีพกลางเวหน             

   ตายตกจากฟ้าเบื้องบน          ร่างคนแหลกสิ้นมลาย            

   11 มกราคม 2562 เวลา 01.14 น.                                                    

           สองมือพยายามคว้าหลักยึดเหนือผืนคอนกรีตสกปรก เลือดปลิด        

  กระฉูดทันทีที่เล็บจิกลงพื้นปูนสากๆ ไม่อาจต้านทานแรงกระชากที่ลาก     

  เข้าใกล้ความตายได้ ปากเหวแห่งนรกภูมิคงเปิดอ้าแผ่หลารอสมาชิกใหม่  

  ที่หายใจแผ่วเบา ฉันพยายามครางออกมาอย่างเจ็บปวด ร้องขอความ -     

  เมตตาอย่างสุดกำลัง แต่ถูกตอบแทนด้วยความเจ็บปวดยิ่งกว่า มันลากฉัน  

   ผ่านประตูตึกร้างเก่าเหม็น ยกถูร่างกระแทกมุมบันไดซ้ำแล้วซ้ำเล่า            

  ความเจ็บปวดระทมไม่เท่า พอถึงชั้นบนสุด มันจับฉันเหวี่ยงขึ้นเตียงผู้ป่วย   

  ไอ้บ้านั่นมันเอาฟูกบ้าๆ มาขวางข้างเตียง เริ่มจัดการสวมชุดที่ประสาท        

  สัมผัสไม่รับรู้อีกแล้วว่าคืออะไร นั่นแทบจะหยุดหายใจ ก้อนหนานุ่มถูก       

 ยัดเข้าเหนือหน้าท้อง ฉันแอบหรี่ตามอง ทว่าภาพที่ตาพร่ามัวเห็นเพียง      

สีชมพูระเรื่อวาบไหวอย่างเลือนลาง ความวิปริตพอกพูนยิ่งขึ้น มันบรรเลง    

ร้อยรัดมัดแขนขาอย่างบ้าคลั่ง มันแน่น แน่นมากจนหายใจไม่ออก มีเพียง   

ลมหนาวที่ต้องผิวกายคอยอยู่ดูวาระสุดท้ายของฉัน ฉันเฝ้าถามว่ามันคือใคร 

แต่มันกลับบอกเพียงว่า “ข้าคือความตายที่แกเคยมอบให้”                         

โบราณว่าก่อนตายเรามักจะเห็นสิ่งที่เคยทำไว้เสมอ และก็ไม่ผิดเพี้ยนจริงๆ  

ฉันเห็นผู้หญิงในชุดคลุมท้องสีชมพู สิ่งที่ฉันเคยทำกับเธอมันไม่อาจให้อภัย 

           นี่สินะเวรกรรม                                                                                      

             บึ้ม!!!                                                                                               

l------------------------------------------------------------------------l

To be continued                 

 l-------------------------------------------------------------l

        

           “โอ๊ะ เรื่องนี้ดูโรคจิตเป็นบ้าเลยว่ะ” นุ่มคนตรวจพิสูจน์และยังเป็นหุ้นส่วนตบเข่าตัวเองดังฉาด จนบรรณาธิการหนุ่มหันมามองอย่างสงสัย ก่อนจะเยื้องย่างเข้ามาดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดอยู่

         “นิยายใหม่ใช่ไหมล่ะ เดอะเดธออนไลน์ สงสัยจะส่งความตายแบบสี่จีว่ะ แต่แต่งแบบนี้ใครจะเข้ามาอ่าน ไม่กี่บรรทัด แถมยังดูโรคจิตอีก” บรรณาธิการหนุ่มเพ่งดูรายละเอียดอักษรยึกยืออยู่ครู่หนึ่ง ก็เบนหน้าหนีกลับมาทำงานบนโต๊ะที่อยู่ติดกัน
          “ทำเป็นเล่น คืนเดียวยอดวิวปาเข้าไปร้อยคนแล้วนะเว้ย” หนุ่มคนตรวจคำผิดยังคงตื่นตาตื่นใจกับตัวเลขหลักร้อยที่พุ่งขึ้นภายในวันเดียวของผู้อ่าน
         “มันมีมือถือหลายเครื่องรึเปล่า เปิดหลายรอบ กูก็บอกมึงแล้วให้นับผู้ชมเฉพาะที่ลงชื่อเข้าใช้เว็ปเรา ดูสิตัวเลขผู้ชมโอเว่อเกิน” บรรณาธิการหนุ่มต้องลุกหันกลับมาชี้ที่ตัวเลงที่ดูผิดปกติบนน่าจอคอมพิวเตอร์ เขาดูไม่เชื่อถือยอดผู้อ่านเลยสักนิด

         “ใครมันจะมานั่งลงชื่อเข้าใช้ทุกครั้งวะ เสียเวลา เอาอย่างนี้แหละ ใครอ่านก็ได้ไม่ต้องเป็นสมาชิก เปิดอ่านหลายรอบยอดวิวจะได้สูงๆ ทีนี้เราก็แค่กดแชร์ว่ามีคนอ่านเยอะ ดึงดูดจะตาย” คนตรวจคำผิดทำเป็นหูทวนลม เขายังคงคลิกเม้าท์เลื่อนขึ้นลง เพื่ออ่านคำกลอนที่แต่งได้พิศวงชวนลุ้นระทึก “แต่สำนวนการเขียนนี่คุ้นๆนะ เล่นใช้กลอนแปลกๆ แบบนี้ขึ้นต้น เหมือนกับ...”
           “ไม่ใช่ยัยนั่นหรอก เล่นตัวอีกตามเคย คอยดูอย่าตกอับมาละกัน จะด่าให้อายแทรกแผ่นดินไปเลย ยัยคนดังแล้วหยิ่ง” บก.ถึงกับกระแทกแก้วบนโต๊ะจนกาแฟกระเฉาะเลอะเปื้อน
         “ถ้าไม่ใช่ลิขิตนรี แล้วใครเป็นคนเขียนล่ะ” ชายหนุ่มแอบสะดุ้ง รีบเลื่อนเก้าอี้ให้ชิดโต๊ะ ให้ออกจากรัศมีอำมหิตของบรรณาธิการให้มากที่สุด
           “เดี๋ยวให้ยอดวิวเยอะกว่านี้หน่อยละกัน ค่อยหาทางติดต่อนักเขียนตอนนี้รอดูไปก่อน” ชายหนุ่มที่เพิ่งกระแทกโต๊ะ พยายามควานหาผ้ามาเช็ดคราบกาแฟ
           “ว่าแต่ทำไมในตอนนี้มันลงวันที่แปลกๆ” คนพิสูน์อักษรหันหน้ามาทำคิ้วย่น
           “ตรงไหน” บก.หนุ่มยื่นหน้าแทบจะชิดติดจอ
           “ก็นี่ไงพอจบกลอนก็ลงวันที่สิบเอ็ด มกราคม แต่วันนี้ วันที่สิบนะ” ชายที่กำลังเลื่อนเม้าท์ขึ้นลง ชี้ให้ดูเลขวันที่ที่ระบุไว้ในเนื้อหานิยาย
           “เออว่ะ สิบเอ็ด มกราคม มันวันพรุ่งนี้นี่หว่า อาจจะลงผิดก็ได้ ลืมดูนาฬิกาอะไรประมาณนี้ เออๆ ช่างเถอะ เอ็งรีบไปตรวจต้นฉบับที่จะตีพิมพ์วันนี้ให้เสร็จก่อนเที่ยงนะเว้ย” ท้ายที่สุดก็ต้องใช้เสียงดังไล่คนพิสูจน์อักษรไปทำงานซะที
           “
อเคครับ คุณหัวหน้า”


………............................................…..

 

           พลรบเริ่มชินชากับความรู้สึกที่ต้องเฝ้าสถานีตำรวจตั้งแต่เช้ายันเย็น ถึงแม้จะได้ตำแหน่งสารวัตรสืบสวนทั้งที่เพิ่งได้ยศร้อยตำรวจเอก ที่ใครหลายคนต่างก็ไม่อยากจะเชื่อ ด้วยบุคคลิกที่ดูสบายเกินไป เวลาสืบสวนก็เหมือนแค่เล่นเกมสืบคดี ดูเหมือนจะไม่เอาจริงเอาจัง จนบางครั้งเผลอทำหลักฐานตกหล่นข้างทาง จนทำผู้บังคับบัญชาต้องกุมขมับ หากแต่เวลาที่ต้องสรุปคดี เขากลับหาคนร้ายตัวจริงได้อย่างปาฏิหาริย์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้บังคับบัญชาคนเก่าเลื่อนตำแหน่งให้อย่างรวดเร็ว

          ทว่าไม่ใช่กับผู้กำกับการตำรวจคนใหม่ พันตำรวจเอกขจรกิจ ที่เรียกได้ว่าระเบียบจัดจนพลรบร้องไอ้หยา และสิ่งที่ตามมาคืองานที่เริ่มลดลง เพราะไม่ได้รับความไว้วางใจจากอีกเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากทำหลักฐานหาย

           โชคยังดีที่ตระกูลของเขาสืบเชื้อสายมาจากตำรวจผู้เชี่ยวชาญคาถาอาคม คงกระพันชาตรี ฟันแทงไม่เข้า มันมีประโยชน์มาก เพราะอย่างคดีล่าสุด คนร้ายพกยันต์แผ่นหลังที่สักคาถาป้องกันกระสุน หนังเหนียวฟันแทงไม่เข้า แต่ใครจะรู้ว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า มวลสารเหล็กไหลที่บังเอิญเจอในถ้ำ กลับทำให้ปิดคดีนี้ได้อย่างสวยงาม ทำให้ตำรวจสารวัตรสืบสวนยังคงสถิตอยู่อย่างไม่ไหวติงไม่โดนเด้งไปที่อื่น อันที่จริงมันก็สถิตรอคดีใหม่อยู่นานแล้วเหมือนเช่นทุกวัน และวันนี้ก็เช่นเดียวกัน
           “ออกเวรแล้วไปต่อไหนดีจ่า ไปรีแล็กซ์กันดีกว่า” พลรบเก็บแก้วกาแฟที่ดื่มแล้วดื่มอีกไปวางที่โต๊ะทำงานโดยไม่ล้างเช่นเคย และไม่ลืมจะชวนจ่าที่นั่งข้างไปออกกำลังกายยามเย็น
            “โอ๊ย ไม่เอาหรอกครับสารวัตร ครั้งที่แล้วยังคอไม่หายเคล็ดเลย” จ่าคนที่ถูกชวนส่ายหัวอย่างไม่ใยดี เขาไม่เกรงใจสารวัตรที่ออกปากชวนเลยสักนิด คงคำนึงถึงเรื่องกระดูกคอที่ไม่ควรเคล็ดนั้นสำคัญกว่า
            “หาใครไปด้วยดีนะ” ระหว่างครุ่นคิดอย่างเซ็งๆ มองไปทางไหนก็เห็นแต่ลูกน้องหลบสายตา ไม่มีใครอยากไปด้วย หากแต่ฟ้ายังคงเข้าข้างเขาเช่นเคย ส่งเพื่อนผู้ร่วมออกกำลังกายมาให้ผ่านสายโทรศัพท์
             กริ๊งงงงง!!! หน้าจอสมาร์ทโฟนแสดงสายเรียกเข้า ชื่อนั้นคุ้นตา จะใครอีกล่ะนอกจากน้องชายผู้น่าหมันไส้ และเขาไม่ลืมจะตั้งชื่อเบอร์นี้ว่า ‘เด็กปีนเกลียว’
            “อ๊ะ อ๊ะ มาพอดี ว่ายังไงน้องรัก” สารวัตรหนุ่มเริงร่าเพราะคู่ซ้อมมวยจำเป็นติดต่อมาหาถึงที่           

           “น้องรักอะไรว่ะงง ขนลุก เอ้อรบขอตังค์หน่อยดิ พอดี สำนักพิมพ์เลื่อนจ่ายเงินตอนสิ้นเดือน นะนะ” ปลายสายอ้อนวอนเสียงอ่อนหวานกว่าทุกที

           “ได้สิ แต่มีข้อแลกเปลี่ยนนะ”

………............................................…..


             หญิงสาวขยับแว่นตาดำเชิดหน้า ท่าทีเดินสะบัดสะบิ้งอย่างกับอยู่งานเดินแบบที่ไหนสักแห่ง ทั้งๆที่สถานที่แห่งนี้เป็นเพียงสถานที่ออกกำลังกาย เธอส่งยิ้มให้ผู้คนที่ผ่านไปผ่านมาราวกับเธอเป็นคนระดับโลก
            ต้องมีสักคนสิน่าที่รู้จักนักเขียนชื่อดังอย่างฉัน ว่าแต่ที่นี่มีแต่ผู้ชายหุ่นล่ำๆ กล้ามโตๆ ทั้งนั้นเลย แหมเพื่อนฉันมีรสนิยมชอบอะไรแน่นๆ แบบนี้ก็ไม่บอก งานทนายความมันคงเครียดอะเนอะ
            “เร็วๆ รีบไปเปลี่ยนเสื้อ แล้วไปเจอกันที่สนามมวย จะเอาตังไหม” เสียงชายหนุ่มทุ้มต่ำคำรามใส่ใครสักคน แต่เธอไม่ได้ทันสนใจจนลืมมองไปว่าทางที่เธอกำลังเดินเข้าไปเป็นห้องเปลี่ยนเสื้อของท่านสุภาพบุรุษ และเจ้าของเสียงดังสนั่นเมื่อครู่ ก็กระแทกกับหญิงสาวอย่างแรง
            “ว้าย!!!”
            “คุณ เป็นอะไรไหม” ใบหน้าคมเข้มยิ่งเฉิดฉายยามยื่นกล้ามโตมาคว้าร่างเธอไว้ ในอ้อมกอดอันแสนอุ่น หญิงสาวเคลิมเคลิ้มจนลืมไปว่าเธอเผลอเข้าไปซบอกชายหนุ่มอย่างลืมตัว จนนานหลายนาทีชายหนุ่มรู้สึกแปลกใจ ผู้หญิงสมัยนี้มาหาผู้ชายถึงในห้องเปลี่ยนเสื้อเลยเหรอ หรือว่า
            “คุณแอบมาถ่ายคลิปอะไรไปลงเว็ปโป๊ป่าวเนี่ย” อีกฝ่ายถึงกับสะดุ้งเมื่ออ้อมกอดอันแสนอุ่นกลับผลักดันเธอออกจนเกือบหงายหลัง
           “บ้าเหรอคุณ ฉันมาหาเพื่อนฉัน เอ่อ เพื่อนผู้หญิงน่ะ” หญิงสาวเริ่มโวยวายหน้าแดงก่ำด้วยความอาย
            “นี่มันห้องเปลี่ยนเสื้อ ของ-ผู้-ชาย” คำว่าผู้ชายถูกออกเสียงดังและย้ำชัดจนผู้ชายที่กำลังเปลี่ยนเสื้อล็อกเกอร์ถัดไปรีบออกมามุงดู หญิงสาวแก้เก้อด้วยการเชิดใส่ตามเคย
             “อ้าวเหรอ ขอโทษฉันเข้าห้องผิด” แล้วก็รีบจรลีหนีหายอย่างฉับไว นอกจากจะอายแล้ว คิดอยู่เพียงอย่างเดียว จะมีใครจำฉันได้ไหมนะ
พลรบมองดูหญิงสาวที่รีบหนีออกไปอย่างสงสัย หรือจะเข้ามาขโมยอะไร
             “ไม่น่านะรบ ดูแต่งตัวรวยขนาดนั้นไม่น่าใช่ขโมย” ภัทรพลที่เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วมายืนรอข้างพี่ชาย
             “เฮ้ย นี่นายอ่านใจออกด้วยเหรอ” ตำรวจหนุ่มผวาในความหยั่งรู้ของน้องชาย
             “บ้าสิ ก็ดูสีหน้าขมวดคิ้วเป็นนิ่วกินตับขนาดนั้น ต้องคิดแบบตำรวจแน่นอน” ปากภัทรพลนั้นพูดไปโดยไม่คิดว่าจะนำความแสบมาสู่หนังศีรษะ
              ฉาด!!! “นิ่วกินตับอะไรแล้วทำไมไม่เรียกพี่ ตังไม่ต้องเอา” เสียงเสียดสีระหว่างมือพี่ชายกับกบาลน้องชายดังฉาด อีกฝ่ายถึงกับมึน แต่หูผึ่งทันทีที่ได้ยินว่าจะไม่ให้เงิน
             “โอ๋ พี่ชาย อะเรียกแล้ว ถ้าให้เงินนะรับรองเรียกป๋าเลยทีนี้”
             “ไม่ต้องพูดมากรีบตามไปที่สนามมวยเดี๋ยวนี้” พี่ชายคำรามแต่น้องกลับทำได้เพียงส่งสายตาอ้อนวอน ทว่าไร้ผลจนใจต้องเดินคอตกตามไป


             “หนึ่งสอง นั่นแหละ ดีมาก เอาอีก ใช่ๆ ต้องอย่างนั้น ดีมาก” เสียงผู้ฝึกสอนชายกำลังรับหมัดที่รุนแรงของผู้หญิงผมสั้นในชุดเสื้อยืดสีขาวกางเกงดำมีอักษรสีแดงเขียนมวยไทย
            “โอเคพอ พักก่อนไหมนก” ครูมวยเหงื่อชุ่มตัวหายใจแรง ทว่าฝ่ายลูกศิษย์สาวยังคงกระปรี้กระเป่า
            “ต่อเลยค่ะครู”
            “งั้นต่อยเข้าคู่เลย แก้วมาเป็นคู่ชกให้นกหน่อย” โค้ชหนุ่มเรียกผู้หญิงอีกคนที่นั่งพักเพิ่งหายเหนื่อยจากการซ้อมชก
             “ไม่ค่ะครู ขอคู่ชกเป็นผู้ชายดีกว่า” กรกนกปฏิเสธ เธอกำลังจะทำสิ่งที่ผู้หญิงทั่วไปไม่ค่อยทำ
             “แต่เธอเป็นผู้หญิงนะ จะรู้แรงหมัดผู้ชายได้ยังไง ต่อยทีเดียวเธอก็จอดแล้ว” โค้ชหนุ่มดูตกใจ ทว่าสายตาดื้อร้นนั้นคงไม่ยอมแพ้อย่างแน่นอน
            “เดี๋ยวนกทำให้ดู” เธอไม่รอช้ารีบเดินวิ่งขึ้นเวทีมวยที่อยู่ตรงกลาง กระโดดข้ามเชือกขณะชายหนุ่มกำลังซ้อมหมัดอยู่กับครูอีกท่านหนึ่ง
             “ขอโทษทีนะคะครูอั๋น ขอยืมตัวผู้ชายคนนี้สักครู่นะคะ” ครูอั๋นได้แต่พยักหน้าอย่างงงววย
          “นี่คุณ
เป็นคู่ชกให้ฉันหน่อยสิ”
           “อะไรนะ ผมไม่ต่อยกับผู้หญิงหรอกครับ” พลรบรีบเดินลงไปพักอย่างรวดเร็ว วันนี้มันวันอะไรนะเจอแต่ผู้หญิงแปลก ขืนเจ้านายรู้ว่าแอบไปต่อยกับผู้หญิงมีหวังถูกด่าเละ แถมอายลูกน้องอีก
           “ป๊อดเหรอคะ คุณตัวใหญ่” อาจเพราะความฝังใจในวัยเด็ก คำในตระกูล ป๊อด หรือปอดแหก มักจะจี้ใจดำเขาทุกที เพราะภัทรพลมักแกล้งแหย่เขาเสมอเวลาที่จะทำอะไรแผลงๆ
เหมือนหญิงสาวผู้ท้าทายจะงัดถูกจุด เขาหันหลังกลับขึ้นสังเวียนทันที ไฟโกรธปะทุขึ้นหน้า
            ฝั่งภัทรพลคิดแต่เพียงว่า ตายละวา พลรบยิ่งไม่ชอบคนดูถูกอยู่ด้วยเพราะเขารู้ดีว่าพี่ชายได้แต่เพียงเก็บกดกับคำดูถูกจากที่ทำงานมาระบายที่สนามมวยแห่งนี้เป็นประจำ สิ่งที่นักมวยสาวสวยคนนี้กำลังทำเท่ากับเอาไม้ไปแหย่รังผึ้ง ถ้าผึ้งโกรธแล้วล่ะก็ ตายแหงๆ ภาวนาในพี่สาวผมสั้นคนสวยรอดจากหมัดมหาประลัยของป๋าให้ได้ละกันนะ เสียดายความสวยเดี๋ยวยับเยิน
           “ป๋า อย่าจริงจังมากแค่สั่งสอนก็พอ”
           “ใช่ ไม่ต้องต่อยกันหนักมาก แค่ซ้อมพอรู้จังหวะหลบหบลีก ทั้งคู่เข้าใจนะ” โค้ชอั๋นย้ำเตือนเรื่องความปลอดภัยก่อนชก
           “ครับ/ค่ะ”
           “ว้าย ยัยนกนี่แกจะต่อยกับผู้ชายเลยเหรอ เดี๋ยวรอฉันก่อน ให้ฉันเชียร์เธอด้วย อุ๊บ!!!” หญิงสาวคนเดิมเพิ่มเติมคือล้มอีกรอบ ดีที่ภัทรพลรับเธอไว้ได้ทัน แต่ทว่าจุดที่รองรับหญิงสาวไม่ให้ล้มนั้น ดันไปสัมผัสกับอะไรนิ่มๆ
          “อีตาบ้า นี่แหนะ”
          “โอ๊ย เจ็บนะ นี่พี่ลิขิตนรีนี่ เฮ้ยผมเป็นแฟนคลับนิยายของพี่นะครับ”
           “เหรอยะ ขอบใจ”
กรกนกส่งสัญญาณให้กรรมการโดยพยักหน้า เป็นบอกว่าเริ่มได้
          “เริ่มได้!!!”
——-
โปรดติดตามตอนต่อไป


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
markread
2019-03-09 13:28:17

ลิขิตนรีท่าจะติงต๊องนะ

 

ปล. รอฉากฆาตกรรมรัวๆ มั่นใจว่า แค่คนแรกก็สยองแล้ว 

#1

คำเธียร
2019-03-09 15:19:56

@markread.ผู้หญิงติงต๊องมักมีเสน่ครับ​ อิอิ​ ^^

#2