อัปเดตล่าสุด 2019-04-03 23:33:10

ตอนที่ 1 เรื่องร้าย

     “ฉันฆ่าเด็กพวกนั้น เพราะอยากให้พวกเขาอยู่กับฉัน” หญิงสูงวัยตอบคำอย่างสุภาพ น้ำเสียงอ่อนหวาน ท่าทางประหม่าราวกับสาวแรกรุ่นที่กำลังอยู่ต่อหน้าคนรัก ผิดกับถ้อยคำที่กล่าวมา

 

     “คุณแก้วตา... หมายถึง... อะไรครับ ที่ว่า ‘อยากให้พวกเขาอยู่กับฉัน’ แบบ... หมายถึงอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไปอะไรแบบนั้นเหรอครับ” คนที่อยู่หลังกล้องถามคำถามออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัด

 

     แก้วตาหรือฆาตกรฆ่าเด็กร่วมครึ่งร้อยแล้วนำศพทั้งหมดไปทำเป็นอาหารเพื่อขายให้ชาวบ้านกินจนสังคมและสื่อตั้งฉายาให้เธอว่า ‘มัสมั่นแกงแก้วตา’ เม้มปากยิ้มอ่อนโยน เธอเกลี่ยผมสีดอกเลาที่ปรกหน้ามาทัดหูแล้วตอบคำถามนั้น

 

     “ไม่ค่ะ ไม่ใช่แบบนั้น หลายสิบปีก่อนฉันเคยตกเลือดแท้งลูกจนเกือบตาย หลังจากนั้นฉันก็สามารถเห็นวิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปแล้วได้”

 

     “คุณแก้วตาหมายถึง ‘ผี’ เหรอครับ”

 

     “ไม่แน่ใจว่าต้องใช้คำไหนถึงจะถูกต้องเหมือนกันนะคะ แต่ที่คุณถามว่าทำไมฉันถึงฆ่า นั่นแหละค่ะเหตุผล เด็กพวกนั้นอยู่กับฉัน ไม่ไปไหน... ทุกคนเลย ตอนนี้ก็ด้วย ในห้องนี้ ส่วนใหญ่กำลังหลบอยู่ข้างหลังคุณ”

 

     ถึงตรงนี้ นาทีที่ 4:44 ไฟในห้องกระพริบถี่ แล้วอยู่ๆ หลอดไฟก็ระเบิดขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ภาพในคลิปสั่นไหวอย่างรุนแรงเพราะกล้องถูกกระแทกจนล้มลง

 

     สิ่งที่กล้องจับได้ในมุมตะแคง คือภาพแก้วตานั่งอยู่บนเก้าอี้กำลังยิ้มมองมา ก่อนทุกอย่างจะตกอยู่ในความมืด

 

     เกิดเสียงกรีดร้องของหลายคนแล้วภาพก็ตัดไป...

 

     ทั้งหมดเป็นคลิปวีดีโอเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ฆาตกรต่อเนื่อง สร้างความสะเทือนขวัญให้กับสังคมซึ่งถูกนำมาเผยแพร่ใหม่อีกครั้งในโซเชียลเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

     ความจริงมันเป็นคลิปที่มีมานานแล้ว แต่คนกลับมาสนใจอีกครั้งเนื่องจากภาพท้ายคลิปได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับหลายคน เพราะมีการแคปภาพหน้าจอตอนนาทีที่ 4:46 ปรับแสงให้สว่างขึ้นแล้วซูมตรงมุมขวาด้านบน ทำให้เห็นใบหน้าของเด็กชายคนหนึ่งซึ่งศีรษะซีกซ้ายไล่ลงมาจนถึงริมฝีปากบนแหว่งหายไปปรากฏอยู่

 

     ใบหน้าของเด็กชายคนนั้นตรงกับหนึ่งในเหยื่อของแก้วตา...

 

     เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันจนสื่อหลายแห่งนำไปออกข่าวในโทรทัศน์ ทว่าเรื่องทั้งหมดก็ไม่อาจหาข้อสรุปได้ว่าภาพเด็กคนดังกล่าวเป็นของจริงหรือตัดต่อ

 

     “น่ากลัววะ ดูกี่ทีก็น่ากลัว กูว่าของจริงแน่ๆ เลยวะ” โอเล่หนึ่งในทีมบรรณาธิการของสำนักพิมพ์แมวดำกล่าวขึ้น

 

     “เออ กูไม่เถียงว่าหลอนจริง แต่ยังไงก็ตัดต่อ ผีมีที่ไหนในโลก เนี่ยมึงดูตรงนี้ ภาพมันซ้อนทับกัน เห็นเปล่า ไม่เนียน บอกเลยแบบนี้กูก็ทำได้” กั้ง หนุ่มฝ่ายไอทีของสำนักพิมพ์คุยโว

 

     คิสละสายตาจากสองหนุ่มและคลิปที่ถูกเปิดผ่านคอมพิวเตอร์ ปล่อยให้เรื่องข้อโต้แย้งว่าตัดต่อหรือของจริงไหลผ่านหูไปโดยไม่สนใจ เพราะสิ่งที่ดึงความคิดวนเวียนไปมาในตอนนี้คืออีกเรื่องซึ่งเกี่ยวข้องกับตัวเองมากกว่า

 

     ฆาตกรต่อเนื่อง...

 

     มีบทความเคยเขียนบอกไว้ว่าการลงมือทำความผิดส่วนใหญ่มักเกิดจากความคิดเพียงชั่ววูบ คนดีคนเลวมีโอกาสนั้นเท่าๆ กัน ใครก็สามารถก้าวข้ามเส้นของศีลธรรมและกฎหมายไปได้ทุกคน แต่นั่นเป็นเพียงเรื่องพื้นฐาน มีบางคนนับเป็นกรณีพิเศษ นั่นคือพวกฆาตกรต่อเนื่อง

 

     ผลวิจัยจากทางอเมริกาเปิดเผยว่าผู้ก่ออาชญากรรมร้ายแรงส่วนใหญ่ จะขาดยีนชื่อ Monoamine Oxidase A เรียกกันย่อ ๆ ว่า MAOA ยีนตัวนี้มีหน้าที่ควบคุมปริมาณสารสื่อประสาทสามชนิดซึ่งส่งผลต่อประสาท ความคิดและการกระทำ หากใครบกพร่องในยีนตัวนี้และวัยเด็กถูกละเลยหรือถูกทำร้าย จะทำให้เกิดโอกาสเป็นฆาตกรต่อเนื่องได้สูงกว่าคนปกติถึงสิบเท่า

 

     คิสไม่รู้ว่าแก้วตามีต้นสายปลายเหตุหนักหนาขนาดไหนจึงฆาตกรรมเด็กหลายสิบคนได้มากขนาดนั้น ไม่เคยนึกอยากจะเข้าใจถึงความคิดของเธอด้วย แต่กับมาโซ อดีตฆาตกรต่อเนื่องที่ตัวเองมีส่วนเกี่ยวข้องในฐานะเหยื่อ แม้จะไม่อยากคิดถึง แต่คิสกลับเข้าใจจิตใจของเขาดี

 

     ปัญหาอยู่ที่สภาพแวดล้อม ไม่สิ ถ้าจะกล่าวให้ถูก ต้องบอกว่าคนรอบข้างมากกว่า

 

     เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือดังเรียกสติ คิสหยิบตัวต้นเสียงขึ้นมาดู หน้าจอปรากฏชื่อของธาวิน หัวคิ้วขมวดแน่นแสดงชัดว่ายังรู้สึกไม่ดีกับเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อน คิสกดตัดสาย เสียงถอนหายใจทำให้ใครคนหนึ่งทักขึ้นมา

 

     “ท่าทางเครียดเชียว โอเคใช่ไหม?”

 

     “โอเคครับพี่ปัณ”

 

     “แน่นะ มีอะไรบอกพี่ได้เลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

 

     ปัณหรือปัณชญาบรรณาธิการใหญ่ของสำนักพิมพ์แมวดำที่ดูแลผลงานของคิสมาตั้งแต่เล่มแรกจนถึงล่าสุดถามไถ่อย่างห่วงใย เพราะรู้ดีว่านักเขียนคนสำคัญเซนซิทีฟมากแค่ไหนกับเรื่องสภาพแวดล้อม

 

     “ไม่เป็นไรจริงๆ ครับพี่ ผมพร้อม”

 

     “โอเค ดีแล้วๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเตรียมตัวเลยนะ ใกล้ได้เวลาไลฟ์ละ อ้าว! เฮ้ย! มัวแต่ตัดต่อหรือของจริงอยู่นั่นแหละ มึงสองตัวจะเถียงกันเอาโล่รางวัลหรือไง ไอ้เวร! ให้มาทำงานเสือกมานั่งดูคลิปผี นี่ใกล้เวลาไลฟ์แล้ว เตรียมอะไรเสร็จหมดแล้วหรือยัง แล้วนี่ป้าเพ็ญไปไหนวะ ขยะเต็มถังไม่มาเก็บไปทิ้ง”

 

     ประโยคหลังหัวหน้าบก. ใหญ่หันไปโวยใส่ลูกน้องสองคนที่ยังเถียงกันไม่เลิก จนทั้งคู่ต้องรีบยุติเรื่องคลิปไว้แค่นั้น

 

     “ยัง... ยังไม่เห็นป้าเพ็ญเลยครับ เดี๋ยวผมเอาขยะไปทิ้งให้แทนเองครับ” โอเล่หัวไวกว่า รีบรวบถุงขยะออกจากถังแล้วอาศัยจังหวะเปิดตูดก่อนได้เปรียบกว่า ชิ่งหนีจากสถานการณ์หายนะที่กำลังจะตามมาอย่างแน่นอน

 

     “อะ... เอ่อ... คือเรียบร้อยแล้วครับพี่ปัณ ตอนนี้พร้อมไลฟ์มากๆ ครับ เหลือแค่พี่สั่งว่าไลฟ์ทุกอย่างเริ่มได้เลยทันทีครับ” กั้งตอบตะกุกตะกักเล็กน้อยแล้วรีบใช้เทคนิคการเอาใจหัวหน้าขาโหดของตัวเองเพื่อพลิกสถานการณ์ของตัวเอง โดยไม่วายแค้นฝังหุ่นในใจที่โอเล่ทิ้งตัวเองให้รับหน้าคนเดียว

 

     “อ่อ นี่มึงหาว่าที่ช้าเป็นเพราะกูเหรอไอ้กั้ง คือมึงพร้อมหมดทุกอย่าง แต่เพราะกูไม่ยอมสั่งไลฟ์ งานเลยไม่เดิน มึงทำอะไรไม่ได้จนต้องฆ่าเวลาโดยการเปิดคลิปดูเพื่อรอกูมาสั่ง อย่าง! นั้น! เหรอ!

 

     “ปะ... เปล่าครับพี่ คือผมกำลังจะไปบอกพี่แล้วว่าทุกอย่างพร้อม แต่ไอ้โอเล่มันดันชวนผมดูคลิป มันอ้างว่าดูเพื่อคิดงาน ให้ช่วยดูกับมันหน่อย ผมเลยจำใจต้องนั่งดูกับมันครับ ผมขอโทษครับพี่ ผมรู้เท่าไม่ถึงการณ์จริงๆ ครับ” กั้งกลืนน้ำลายลงคอ โยนบาปทันทีที่จวนตัว

 

     “มิน่า มันรีบชิ่งก่อนเลย”

 

     “ใช่... ใช่แล้วครับ”

 

     “ใช่ห่าไร! เรื่องนี้ไว้เดี๋ยวค่อยเคลียร์ เช็คกล้องเช็คมุมแน่แล้วนะ”

 

     “เรียบร้อยแน่ๆ แล้วครับพี่”

 

     “เออ งั้นเตรียมตัวเริ่มได้เลย ไลฟ์ครั้งแรกของสำนักพิมพ์ ถ้าเกิดภาพออกมาไม่สวยหรือมีอะไรขัดข้องนะ มึงโดนดีแน่ แล้วนี่ยัยรูบี้ไปไหนเนี่ย” ปัณหมายหัวกั้งไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานพร้อมถามหาหนึ่งในทีมบรรณาธิการอีกคนที่ต้องรับหน้าที่พิธีกรดำเนินการ

 

     “หนูอยู่นี่ค่ะพี่ พอดีไปท่องสคริปมาจะได้คล่องๆ เวลาไลฟ์” รูบี้เปิดประตูเข้ามาพอดี

 

     “งั้นเริ่มเลย สองคนนั่งประจำที่ ไอ้กั้งประจำตำแหน่ง ไอ้เล่โว้ย ไปทิ้งขยะหรือไปนอนเน่าเป็นขยะวะ รีบมาได้แล้ว” ปัญตะโกนเสียงดังตามนิสัย

 

     “มาแล้วครับๆ” เสียงโอเล่ตะโกนตอบกลับมา

 

     “เออ เดี๋ยวจะเริ่มแล้ว แล้วนี่โทรหาป้าเพ็ญยัง”

 

     โอเล่ส่ายหน้าแทนคำตอบ

 

     “รีบๆ ออกไปโทรเลย ถามแกว่าอยู่ไหน เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมยังไม่มา แค่นี้ต้องให้บอก ไปเร็วๆ เสร็จแล้วจะได้รีบเข้ามาช่วยงาน” 

 

     คิสมองเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วอดยิ้มไม่ได้ เพราะถึงจะเห็นอย่างนี้ แต่หัวหน้าบก. ที่ใครๆ ตั้งฉายาให้ว่าขาโหด ไม่ได้ใจร้ายอะไรอย่างที่คิด กลับกันคือเป็นคนมีน้ำใจ ห่วงใยทุกคนเสียด้วยซ้ำ เพียงแค่โผงผางไปหน่อยเท่านั้น  การเอ็ดตะโรของอีกฝ่ายมักทำให้ลูกน้องใต้การดูแล จริงจังและตั้งใจกับงานมากขึ้น

 

     สำนักพิมพ์แมวดำ มีแนวทางการนำเสนอผลงานในด้านระทึกขวัญ สืบสวน ฆาตกรรม ทั้งนิยายแปลจากต่างประเทศและนิยายรหัสคดีซึ่งเขียนโดยคนไทยแท้เช่นคิส ตัวแมวดำเป็นทั้งชื่อและโลโก้ของสำนักพิมพ์ สื่อถึงความน่าค้นหาที่จะนำพาคนอ่านไปพบเจอกับเรื่องราวลึกลับและปริศนาต่างๆ มากมาย

 

     ที่นี่ทำงานแบบใส่ใจ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นครอบครัว นับตั้งแต่คิสร่วมงานกับสำนักพิมพ์นี้ครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อน เขาก็ไม่เคยเขียนงานให้กับที่ไหนอีกเลย

 

     ถึงสภาพธุรกิจของวงการหนังสือกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางขรุขระยากลำบากก็ตามที...

 

     เมื่อก่อนตอนสื่อสิ่งพิมพ์อยู่ในยุครุ่งเรือง สำนักพิมพ์มียอดพิมพ์เป็นแสนๆ เล่มในแต่ละปี ตัวเขาเองทำเงินได้มากกว่าเจ็ดหลัก เขียนหนึ่งเรื่องพิมพ์ซ้ำมากกว่าสิบครั้ง การขึ้นเวทีเพื่อพูดคุยตอบคำถามในงานหนังสือ นับเป็นกิจวัตรประจำราวกับเป็นเรื่องปกติ ซึ่งนั่นไม่ค่อยดีกับสภาพจิตใจของตัวเขาสักเท่าไหร่ ทั้งแสงไฟความสว่างและผู้คนมากมาย เขาไม่เคยคุ้นชินกับการรับมือเลยสักครั้ง

 

     แต่อะไรๆ ก็ไม่แน่นอน เมื่อถึงจุดที่คนเริ่มอ่านนิยาย ดูหนัง ดูการ์ตูนและทำทุกๆ อย่างผ่านมือถือ วงการหนังสือก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงและยากลำบากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงยอดพิมพ์ในแต่ละปี เอาแค่การพิมพ์ซ้ำในแต่ละเรื่องยังเป็นงานที่ยากลำบาก

 

     ตัวนักเขียนว่าไม่มั่นคงแล้ว สำนักพิมพ์ยิ่งประสบปัญหามากกว่า...

 

     ที่สำนักพิมพ์นี้ แม้จะอยู่ในสภาวะน่ากังวล แต่ก็เริ่มแก้ปัญหาได้บ้างแล้ว ทั้งการเข้าถึงคนอ่านซึ่งเปลี่ยนไปเสพนิยายทางมือถือ ทั้งการสร้างฐานคนอ่านยุคใหม่ โดยการสร้างเว็บไซต์ทำเนื้อหาซึ่งมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง รวมถึงการไลฟ์สดให้นักอ่านได้พูดคุยกับนักเขียนโดยตรงง่ายขึ้น เพื่อกระตุ้นยอดขายนิยายในแต่ละเรื่อง

 

     แน่นอนว่าคิสยอมร่วมมือทุกอย่างโดยไม่มีเงื่อนไข ว่าไปตามความรู้สึกของเขา แบบนี้ค่อนข้างจะดีกับสภาพจิตใจของตัวเองมากกว่าการไปนั่งให้คนรุมล้อม อย่างน้อยตรงนี้ก็เป็นพื้นที่ส่วนตัวมากกว่า

 

     “เริ่มได้เลยครับ” เสียงกั้งบอกกับทุกคน

 

     “สวัสดีค่า” เสียงรูบี้พูดเปิดไลฟ์อย่างฉะฉานตามสคริปที่ท่องมาอย่างดี

 

     ปกติบรรณาธิการสาวคนนี้ทำงานคล่องแคล่วอยู่แล้ว บวกกับความสวย การให้รับหน้าที่พิธีกรจึงเป็นความเหมาะสมอย่างที่สุด

 

     คิสปล่อยให้รูบี้นำไลฟ์ ส่วนตัวเองมีหน้าที่เออออตามน้ำ ตอบคำถามซึ่งถูกเตรียมไว้ โดยจะมีบางส่วนเป็นคำถามจากคนอ่านซึ่งกำลังดูไลฟ์ส่งเข้ามา และพยายามยิ้มให้มากตามคำแนะนำของปัณ

 

     หัวข้อหลักในการพูดคุยคือผลงานใหม่ของตัวเขาซึ่งกำลังจะวางขาย โดยวันนี้เป็นการแนะนำ เล่าเรื่องย่อ พูดถึงแรงบันดาลใจในการเขียนและหยิบบางส่วนมาอ่านให้นักอ่านได้รู้เนื้อหาเบื้องต้น หลังจากนั้นจะมีการเปิดพรีออเดอร์ โชว์ของแถมที่คนอ่านจะได้รับพร้อมราคาโปรโมชั่น

 

     ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี จนกระทั่ง... ถึงช่วงท้ายการไลฟ์ มีคนบางกลุ่มจงใจเข้ามาก่อกวน

 

คมเข้มเห็ดเข็มทอง 29:57 นี่เมิงยังเขียนนิยายอยู่อีกเหรอ เขียนก็ห่วยเรื่องก็ไม่สนุก ใครซื้ออ่านก็โง่ฉิบหายแล้ว

 

พี่ตวย ต่วย ต้วย 30:01 หนังสือออกจะดีไปด่าเขาทำไม เอามาใช้รองขาโต๊ะได้ดีมากๆ เลย 55555

 

ชามคนสวย ใครๆ ก็บอกงั้น 30:10 พวกไร้มารยาท ไปไกลๆ เลย

 

อวตารร่างที่ร้อย 30:10 หนังสือวิปลาส คนเขียนก็วิปริต

 

สิงหาฆ่าหมาด้วยมือเปล่า 30:11 คนที่จงใจเข้ามาก่อกวน ขอให้มีมารยาทหน่อยนะครับ อย่ามาทำตัวสถุลแถวนี้ คนสนใจชื่นชอบงานของพี่คิสมีเยอะแยะ พวกคุณอย่ามาเกรียนแถวนี้

 

คมเข้มเห็ดเข็มทอง 30:14 พ่องงงงงงเมิงสิ กรุจะเกรียน อย่าเผือก

 

อวตารร่างที่ร้อย 30:19 @สิงหาฆ่าหมาด้วยมือเปล่า ไอ้สัสเป็นพระเอกหรอเมิงอ่ะ ทำไมวะไอ่เชี่ยคิสนี่เมียเมิงใช่มะ

 

โสธิดาพาเพลิน 30:20 พี่คิสอย่าไปสนใจพวกปากหมานะคะ หนูเป็นกำลังใจให้ รออุดหนุนผลงานอยู่

 

หนูมะลิมีลูกแมวเหนียว 30:22 ใช่ค่ะ พี่คิสอย่าไปสนใจ หนูก็รออุดหนุนผลงานพี่อยู่ค่ะ

 

คุณชายรัชชาตะ 30:22 สู้ๆ ครับ เอาใจช่วย

 

กมลเนตรเขตทองหลาว 30:23 สู้ๆ ค่ะ

 

บุษบงคงแก่เรียน 30:24 เป็นกำลังใจให้นะคะคุณคิส ชอบผลงานมากๆ

 

ป้าจรรยาห้องโกล 30:25 สู้ๆ นะจ้ะ

 

อิงฟ้าหมายังมอง 30:26 สู้ๆ นะคะพี่ หนูรออ่านเรื่องใหม่พี่นะ

 

แนตี้มีท่ายาก 30:26 สู้ๆ

 

สารภี ทับใจ 30:27 อย่าไปสนพวกปากหอยปากปูนะคะ พี่เก่งแล้ว เขียนหนังสือสนุกมากๆ ด้วย ตามเก็บทุกเล่มเลย

 

tawin 30:28 ไอ้พวกหน้าตัวเมีย ดีแต่หลบอยู่หลังหน้าจอ คิสอย่าไปสนใจนะ

 

เอมม่า119 30:28 ปิดเทอมไงพวกเด็กเปรตเลยเยอะ

 

อวตารร่างที่เก้าสิบเก้า 30:30 แต่ละตัวออกมาดิ้นกันใหญ่เลยเว้ย สนุกชิหาย

 

คมเข้มเห็ดเข็มทอง 30:31 เขาจ้างกุให้มาเม้นป่วนเพื่อเรียกควายอย่างพวกเมิงมาดิ้นไง ไอ้ควาย

 

อวตารร่างที่ร้อย 30:33 เจริญแล้วประเทศนี้ สนับสนุนให้ตุ๊ดเป็นนักเขียนชี้นำความคิดคน น่าจะเจ๊งๆ ไปได้แล้วไอ้สนพ.แบบนี้ #ประเทศกูมี

 

     รูบี้ได้อ่านข้อความที่ขึ้นรัวเร็วแล้วชะงักไปครู่หนึ่ง คิสซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรยังคงยิ้มและกำลังตอบคำถามว่าชอบผลงานเรื่องไหนของตัวเองมากที่สุด

 

     “สรุปว่าทุกผลงานตั้งใจเขียนยากง่ายต่างกัน ถ้าตอบว่าทุกผลงานที่เขียนทั้งชอบทั้งภูมิใจหมดคงไม่ว่าเชยไปนะ ฮ่าฮ่า... ฮ่า” คิสหัวเราะแห้งเพราะเริ่มจับสังเกตท่าทางของรูบี้ได้

 

     เขามองไปหาปัณเพราะเห็นรูบี้กำลังมองอีกฝ่ายคล้ายขอความเห็น ปัณพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต รูบี้จึงรีบหันกลับมาคุยกับคิสต่อราวกับไม่มีอะไรแล้วเร่งปิดการไลฟ์สดนี้

 

     “ไม่เชยหรอกค่ะพี่คิส เอาละค่ะ นี่ก็มาถึงช่วงท้ายของไลฟ์แล้ว พี่คิสมีอะไรจะฝากถึงแฟนๆ นักอ่านที่คอยให้กำลังใจและให้การสนับสนุนมาตลอดไหมคะ”

 

     คิสเอื้อมมือไปหยิบมือถือของรูบี้ โดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวและห้ามไว้ไม่ทัน เขาเลื่อนอ่านความเห็น สีหน้าที่เปื้อนยิ้มสลดลง พิธีกรสาวคล้ายเห็นน้ำตาคลอเต็มดวง

 

     “เอิ่มมม ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคนจริงๆ ที่ให้การสนับสนุนมาตลอด ทั้งๆ ที่ผม ค่อนข้างจะเป็นคนมีปัญหา ทั้งการเข้าสังคม รวมถึงเรื่อง... อดีตที่มี ผมรู้ตัวดีว่าไม่ได้เป็นคนที่สมบูรณ์ ไม่ใช่คนที่ควรจะเป็นแบบอย่างให้กับใคร และรู้ตัวดีว่าไม่สามารถชี้นำความคิดใครได้ ทุกคนสนับสนุนเพราะชื่นชอบในผลงาน และเมตตากับตัวผมมาก อยากจะขอบคุณจริงๆ ครับ... หลังจากนี้จะพยายามให้มากขึ้นอีกเพื่อตอบแทนความหวังดีที่ทุกคนมีให้”

 

     “ก็ขอจ...บ...” รูบี้รีบรวบรัด แต่คิสเอ่ยแทรกขึ้นมา

 

     “ส่วนกับคนที่ดูถูกเรื่องเพศที่ผมเป็นหรือนึกสนุกด่าผลงานที่ผมพยายามเขียน ผมอยากบอกให้รู้ว่า” น้ำเสียงของเขาแสดงชัดว่าไม่พอใจ

 

     พิธีกรสาวหันไปหาปัณ อีกฝ่ายยกมือให้รอฟังก่อนว่าคิสจะพูดอะไร เพราะตัวเขาเตรียมพร้อมอยู่แล้ว หากล้ำเส้นไปจะให้กั้งตัดไลฟ์ไปเลยแล้วแจ้งกับคนอ่านว่าเป็นปัญหาทางเทคนิคทีหลัง ถึงจะไม่เนียน แต่ก็คงไม่มีทางอื่น

 

     “ข้อแรก ผมเป็นเกย์ ไม่ใช่ตุ๊ด จะด่าอะไรก็ไปศึกษามาให้ดีก่อน ด่าใครอย่าคิดน้อย เดี๋ยวคนอื่นจะรู้ว่าสมองไม่มี เหมือนกับที่ไม่มีจิตสำนัก ถ้ายังไงก็ลองคุยกับพ่อกับแม่เยอะๆ เผื่อพวกท่านจะอบรมสั่งสอนเรื่องความเป็นคน”

 

     “พี่... พี่คิสคะ คือ...” รูบี้เริ่มคุมสถานการณ์ไม่ถูก แต่ปัณยังไม่ทำอะไร

 

     “ข้อสองเรื่องด่าว่างานผมไม่สนุก ผมว่ามันเป็นสิทธิ์ของทุกคนที่ซื้องานผมอ่านนะ ถ้าไม่ชอบเพราะอ่านแล้วก็เข้าใจ บางทีงานผมคงไม่ถูกทางกับคุณ แต่ถ้าคุณพิมพ์ด่าเพราะคึกคะนอง ผมอยากให้รู้ไว้ว่าคำพวกนี้ทำให้ผมเลิกเขียนไม่ได้หรอก คนแบบพวกคุณน่ะมันยิ่งกว่าเศษสวะไร้ค่า คนที่แย่ที่สุดในชีวิตที่ผมเคยเจอยังดีกว่าพวกคุณเลยด้วยซ้ำ”

 

     ปัณรีบส่งสัญญาณให้รูบี้ทันที เมื่อได้ฟังประโยคท้าย

 

     “พี่คิสคะ” พิธีกรสาวจับแขนคิสเพื่อเตือนสติ และดูเหมือนจะได้ผลเพราะอีกฝ่ายก็หยุดคำไว้เพียงแค่นั้น ทั้งที่ยังมีโทสะอัดแน่นอยู่ในตัว

 

     “เลยเวลาไลฟ์มาพอสมควรแล้ว วันนี้พวกเราคงต้องขอตัวลาไปก่อน ขอบคุณทุกคนที่ติดตามไลฟ์นะคะ อย่าลืมนะ ทุกคนสามารถจองหนังสือเล่มใหม่ของพี่คิสโดยการแจ้งมาทางอินบ็อกของเพจได้ เดี๋ยวเราจะโพสต์รายละเอียดให้ได้ทราบกันอีกครั้งสำหรับคนที่เข้ามาฟังกันไม่ทัน ขอบคุณมากนะคะแล้วพบกันใหม่ครั้งหน้าค่ะ สวัสดีค่า”

 

     สิ้นประโยคและแน่ใจว่าการไลฟ์จบลงเรียบร้อยแล้ว คิสลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากห้องทันที รูบี้มองตามอย่างหวาดๆ กั้งที่คุมกล้องอยู่มองปัณคล้ายขอความเห็นว่าต้องทำอะไรไหม

 

     “ไม่เป็นไร ปล่อยเขาไป ตอนนี้ให้อยู่คนเดียวก่อน เป็นไงยอดคนดู”

 

     “พุ่งกระฉูดครับ คนแชร์กันเพียบเลย”  

 

     “หนูนึกว่าจะแย่แล้วซะอีก”

 

     “น้องรู... บี้ทำได้ดีอยู่แล้วจ้ะ ไม่แย่หรอก มุมในภาพที่พี่จัดให้นี่อย่างสวยเลยนะ คนเม้นท์ชมกันเพียบ เพราะพี่ล้วนๆ”

 

     กั้งจงใจเรียกชื่อหญิงสาวแบบเว้นคำ ท่าทางก้อร่อก้อติกของเขาทำให้ปัณหมั่นไส้จนทนไม่ไหว ลงมือตบกบาลเน้นๆ ไปหนึ่ง หนุ่มไอทีกุมหัวท่าทางเจ็บ รูบี้กำมือแล้วดึงแขนเข้าหาตัว พร้อมร้องเยสเบาๆ ด้วยความสะใจ โอเล่เปิดประตูห้องเข้ามาพอดี

 

     “ไงมึง ให้มาทำงาน หายหัวไปไหนมา” ปัณโวยใส่ โอเล่หน้าเจื่อนทันที

......................................

 

     ภาพสะท้อนในกระจกคือใบหน้าเปียกชุ่มของคิส เขาวักน้ำใส่หน้าตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า หากใครมาเห็นคงคิดว่าเขาร้อน แต่คิสรู้ดีว่าที่ทำเช่นนี้เพราะอยากปิดบังน้ำตาที่กำลังไหลออกมา

 

     เขาไม่เคยขอให้ใครมารัก ที่อยากได้ แค่ไม่ต้องการให้ใครมาเกลียด

 

     ตลอดเวลาเขาพยายามเก็บตัวไม่เป็นจุดเด่นให้คนสนใจ แต่ก็หนีไม่พ้นเรื่องที่ว่ามีคนชอบย่อมมีคนชัง เขาไม่อยากเจอกับเรื่องแบบนี้ เขาอ่อนแอ เจ็บปวดมากพออยู่แล้ว

 

     ทำไมการผลักไสใครสักคนไปกลางวงแล้วทับถมคนๆ นั้นด้วยเรื่องปมด้อย เรื่องเพศ หรือเรื่องแย่ๆ อะไรก็ตาม จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องตลกขบขันหรือสามารถทำกันได้ ทั้งที่ความจริง มันสร้างความเจ็บปวดให้กับคนที่โดน

 

     ประตูห้องน้ำห้องหนึ่งจากด้านในเปิดออก ป้าเพ็ญเดินถือถุงขยะออกมาจากในนั้น คิสรีบเช็ดน้ำตาเพราะไม่อยากให้ใครนึกสงสารหรือสังเวชใจ แต่คล้ายอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจเพราะมัวงมอยู่กับถังขยะอีกใบ

 

     คิสรีบปรับอารมณ์แล้วจัดการกับหน้าที่เปียกชุ่ม ก่อนเอ่ยปากถามเพราะนึกขึ้นได้

 

     “ป้าเพ็ญไปไหนมาครับ พี่ปัณเขาถามหาอยู่ หาข้ออ้างดีๆ นะระวังจะโดนเอ็ดเอา” ไม่มีเสียงตอบกลับมา

 

     ปกติคิสกับป้าเพ็ญถึงจะไม่ได้สนิทกันมาก เพราะอีกฝ่ายเพิ่งทำงานได้ไม่นาน แต่เวลามาสำนักพิมพ์ก็ยิ้มทักทายพูดคุยซื้อของมาฝากกันบ้างในบางครั้ง พอเป็นเช่นนี้คิสจึงแปลกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายเมินเฉย แต่ตัวเขาก็ไม่ได้อยู่ในอารมณ์ปกติเท่าไหร่ จึงปล่อยเลยตามเลย สักพักเกิดเสียงสะอื้นทำให้เขาสนใจหญิงสูงวัยอีกครั้ง

 

     “ป้าเพ็ญ... ป้าร้องไห้ทำไม มีอะไรหรือเปล่าครับ บอกผมได้นะ” เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ จนคิสต้องปลอบ เขาเดินเข้าไปหาเธอตั้งใจจะแตะไหล่

 

     ฉับพลันศีรษะของอีกฝ่ายหันกลับมาข้างหลัง ใบหน้าทรมานบิดเบี้ยวดูน่ากลัว ดวงตาแดงช้ำทะลักหลุดออกมานอกเบ้า เกิดเสียงแตกดังลั่นของกะโหลก พริบตานั่นหัวของป้าเพ็ญแหลกเละเหมือนมีบางสิ่งบดศีรษะของเธอ  เลือดสาดกระจายไปทั่ว คิสผงะถอยล้มลงกับพื้น หญิงสูงวัยขยับตัวเข้ามาใกล้ในสภาพสยดสยอง

 

     “ปวดหัวเหลือเกินนน คิสช่วยป้าด้วยยยย” เธอร้องโหยหวนเอื้อมมือตรงเข้ามาหา

 

     คิสลนลานลุกขึ้นรีบวิ่งหนี เสียงป้าเพ็ญกรีดร้องไล่หลังเข้ามาใกล้จนเขาไม่กล้าหันกลับไปมอง...

...................................

 

     “จริงๆ ครับพี่ ลูกชายป้าเพ็ญเขาไปรับศพแล้ว หัวเละเลย เห็นเขาบอกไอ้คนขับรถเมล์มันอ้างว่าเบรกแตก หลบไม่ทันจริงๆ” เสียงโอเล่เล่าความให้ทุกคนฟังด้วยเสียงสลด

 

     คิสที่วิ่งเข้ามาให้ห้องได้ฟังแค่ประโยคนั้นของหนุ่มบรรณาธิการก็เข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดในทันทีเขาตัวสั่นจนทุกคนสังเกตเห็นได้ชัด

 

     “คิส! คิส! เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าซีดแบบนี้” ปัณถามอย่างตกใจ

 

     คิสไม่ตอบคำ ในสมองนึกถึงคำพูดหนึ่งของแก้วตาที่ได้ยินจากในคลิปก่อนหน้านี้

 

     ‘หลายสิบปีก่อนฉันเคยตกเลือดแท้งลูกจนเกือบตาย หลังจากนั้นฉันก็สามารถเห็นวิญญาณของคนที่เสียชีวิตไปแล้วได้’

 

     เขานึกถึงอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ทำให้ตัวเองเกือบตายเมื่อไม่นานมานี้

 

     หรือเรื่องผีจะมีจริง...

 

     หรือว่าเขากำลังจะเป็นแบบเดียวกับแก้วตา...

 

     เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นทำให้นักเขียนหนุ่มตกใจ เขากดรับสายอย่างรวดเร็วเพราะคิดว่าเป็นธาวินโทรมา ตอนนี้คิสต้องการใครสักคนอยู่ด้วยเพื่อผ่านพ้นความหวาดกลัวในตอนนี้

 

     “ฮัลโหล วิน”

 

     “เอ่อ... ไม่ใช่ครับ ผมนายแพทย์วัชระครับ นั่นใช่คุณคณินใช่ไหมครับ”

 

     “ใช่... ใช่ครับ” คิสพยายามปรับอารมณ์ให้สงบลง

 

     “ผมโทรมาแจ้งเรื่องคุณจิตรา คุณแม่ของคุณ”

 

     “มะ... แม่ แม่เป็นอะไร”

 

     “ตอนนี้อาการไม่ค่อยดีครับ ยังไงคุณรีบมาที่โรงพยาบาลตอนนี้เลยได้ไหม”

 

     สิ้นประโยคนั้น คิสนิ่งงัน สังหรณ์ร้ายบอกกับตัวว่า กำลังจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
Thitinun Sonsun
2019-04-18 16:27:49

หิวมัสหมั่น

#1

Hong Asara
2019-04-18 22:27:09

@Thitinun Sonsun เม้นท์แบบนี้แบบว่าอ่านลัก-คลั่ง-ฆาต ในเล่มถึงที่ตายแล้วแน่นวล 55555

#2