อัปเดตล่าสุด 2019-05-13 23:18:03

ตอนที่ 8 คฤหาสน์ฤดูร้อน

     ความจำแรกสุดของคิสที่มีต่อบ้านหลังใหญ่ตกแต่งด้วยสไตล์ยุโรป ซึ่งถูกเรียกขานว่าคฤหาสน์ฤดูร้อนคือ เจ้าของเดิมหายตัวไปอย่างลึกลับ...

 

     มันเป็นเรื่องเล่าของเกมท้าความกล้าที่เขาเคยได้ฟังมาสมัยเป็นเด็ก ในตอนที่ถูกชวนเชิงบังคับให้เล่นเกมดังกล่าว...

 

     ตระกูลเจ้าของเดิมประกอบด้วยพ่อ ผู้เป็นเจ้าของเหมืองแร่ ร่ำรวยสุดในพื้นที่แถบนี้ มีลูกชายสองคนซึ่งเป็นสองคนแรกที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่ตัวคนพ่อเองจะสาบสูญเป็นคนถัดมา ไม่มีใครพบศพพวกเขา คฤหาสน์หลังนั้นจึงเหลือเพียงลูกสาวกับลูกเขยอยู่กันตามลำพัง ดูแลกิจการทั้งหมด

 

     คนเฒ่าคนแก่บอกว่าหลังจากนั้นก็เกิดเรื่องราวมากมาย โดยที่ไม่ระบุรายละเอียดอะไรให้ได้รู้ ทุกเสียงเล่าตรงกันแค่ว่า สุดท้ายวันหนึ่งผู้คนในแถบนี้ก็พบว่าที่นั่นไม่มีใครเหลืออยู่อีกเลย ไม่ว่าจะเป็นลูกสาวขี้โรคคนนั้น หรือสามีจอมเจ้าชู้ของเธอ กระทั่งคนรับใช้ที่ทำงานอยู่ในนั้น  พวกเขาหายตัวไปอย่างปริศนา ราวกับถูกคำสาปหรืออาถรรพ์ ที่ไม่มีใครกล้าค้นหาคำตอบ

 

     ในตอนหลังมีเศรษฐีหลายต่อหลายคนมาซื้อมันไปเพื่อครอบครอง ทว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาเหล่านั้น ไม่ต่างจากที่เจ้าของคนแรกเจอ ทุกคนหายไปราวกับถูกผีลักซ่อน จนช่วงเวลาหนึ่งที่นี่ถูกผู้คนในแถบนี้เรียกขานว่าคฤหาสน์โลงศพ

 

     เรื่องลึกลับที่เกิดทำให้ใครๆ หวาดกลัวและตัดสินใจที่จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับมัน...

 

     แต่เด็กในหมู่บ้านไม่คิดเช่นนั้น สำหรับพวกเขาที่นี่เป็นสถานที่ท้าทายความกล้าของตนเองและเพื่อนฝูง ไม่มีอาถรรพ์ ไม่มีคำสาป ไม่สนใจ มีเพียงแค่กล้าหรือไม่กล้ารับการท้าทาย ซึ่งหากใครปฏิเสธ ก็เท่ากับว่าคนๆ นั้นจะไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มอีกเลย จะถูกลดชั้นจากเพื่อนกลายเป็นเหยื่อให้โดนรังแก เป็นไอ้ขี้ขลาดที่ไม่มีชนชั้นในสังคมห้องเรียน

 

     วินาทีที่ความคิดไหลเรื่อยมาถึงตรงนี้ ใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กคนหนึ่งพร้อมคำพูดถากถางแวบผ่านเข้ามาในหัวของคิส

 

     “ไอ้ปอดแหก! เอ้ย! พวกมึงดูเดะ มันฉี่ราดกางเกงด้วย โคตรทุเรศเลยว่ะ”

 

     มีเสียงหัวเราะดังยาวของใครหลายคนเกิดขึ้นรอบตัว คิสมึนหัว รถมอเตอร์ไซด์ที่ขับอยู่ส่ายไปมา ชั่ววูบหนึ่งมันเกือบเสียหลักล้มลงเพราะฝนที่ยังคงตกอยู่ โชคดีที่เขามีสติพอจะหยุดจอดที่ข้างทาง

 

     “ไอ้เจ๋ง” คิสพึมพำออกมา

 

     เสียงหัวเราะกับภาพในอดีตหายไปแล้ว แต่ใบหน้าเด็กที่คุ้นเคยยังติดตรึงอยู่ในความทรงจำ และมันทำให้เขาจำได้แล้วว่าเจ๋งเป็นใคร... เพื่อนสมัยเรียน หัวโจกของชั้นที่คอยกลั่นแกล้งคนอื่นๆ 

 

     มีความรู้สึกรังเกียจพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ แต่ทำไมอีกฝ่ายถึงทำเหมือนสนิทกับตนมาก่อน

 

     ช่างเถอะ... นี่ไม่ใช่เวลาจะมาสนใจอะไรเรื่องความสัมพันธ์เก่าก่อน ต้องรีบไปดูว่าแม่อยู่ที่นั่นจริงไหม เขายอมเสียเวลา หากมันจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่อย่างน้อยขอให้แม่ปลอดภัย

 

     พออาการหน้ามืดหายไป คิสใช้มือปาดเอาหยดน้ำที่เกาะกุมทั่วหน้าออกเพื่อให้มองทางได้ชัดขึ้น โชคดีในรถมีชุดกันฝน เขาจึงถือวิสาสะใช้ รถมอเตอร์ไซด์เคลื่อนตัวออกในทันที เกือบครึ่งชั่วโมงถัดมาเขาจึงได้เห็นโครงร่างของคฤหาสน์ดังกล่าวตระหง่านอยู่ในสายตา

 

     จากตรงนี้ ทางเข้าไปด้านในเพื่อให้ถึงประตูคฤหาสน์เป็นป่ารกชัฏ คิสตัดสินใจจอดมอเตอร์ไซด์ที่ยืมมาไว้ข้างทางแล้วลงเดิน ไม่มีรถคันอื่นและร่องรอยอะไรว่ามีใครเพิ่งเดินผ่านตรงนี้ หรือหากมีจริง มันก็คงโดนฝนที่ตกกระหน่ำมาตั้งแต่เมื่อคืนชะล้างไปจนหมดสิ้นแล้ว

 

     คิสก้าวเข้าไปอย่างไม่ลังเล ไม่มีเหตุผลอะไรให้ถอยหนี หนทางยากลำบาก เพราะนอกจากหญ้าที่สูงถึงเอว คิสยังต้องระวังสัตว์เลื้อยคลานมีพิษที่อาจเร้นกายอยู่ พื้นเป็นโคลนเลน หลายครั้งที่เขาเกือบลื่นล้ม โชคยังดีที่คว้าต้นไม้ข้างกายประคองตัวไว้ทัน เขาเร่งก้าวเดินต่อ

 

     ระหว่างนั้นมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว ทั้งที่หนทางไปคฤหาสน์ดังกล่าวทั้งไกลทั้งเปลี่ยว ถึงตอนนี้จะไม่รู้แน่ชัดว่าแม่ของเขามาที่นี่จริงหรือเปล่า แต่สาเหตุที่หัวแตกจนบาดเจ็บสาหัสก็เพราะมาประสบอุบัติเหตุตกลงจากระเบียงของคฤหาสน์

 

     สมัยเด็กแม่เคยห้ามเขาไม่ให้เข้ามาที่นี่อย่างเด็ดขาด หลังเกิดเรื่องมากมายเกี่ยวกับคดีซากจักจั่นที่มีคนตาย เธอยิ่งแสดงชัดว่าเกลียดมัน กระทั่งในตอนรู้เรื่องว่าเขาซื้อมันเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเอง เธอคัดค้านหัวชนฝาจนทะเลาะกันใหญ่โต แต่คิสไม่ฟัง นั่นน่าจะเป็นช่วงท้ายๆ ที่ทั้งสองได้พูดคุยกัน ก่อนคิสจะเงียบหายไปไม่ติดต่อกลับมา

 

     ใช่แล้ว คิสซื้อมันไว้ ซื้อไว้ก่อนที่จะบริจาคเงินให้หมู่บ้านสร้างโรงพยาบาลเสียด้วยซ้ำ

 

     กับคิส ที่นี่ทำให้เกิดความรู้สึกขัดแย้งภายใน เพราะถึงมันจะเป็นสถานที่น่ากลัวของใครๆ แต่สำหรับเขา คฤหาสน์หลังนี้คือความทรงจำที่มีความหมาย เขาตัดสินใจซื้อมันเก็บไว้ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะปลอดภัย

 

     หลังซื้อคฤหาสน์ฤดูร้อนมา เขาไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับมันอีก นอกจากปิดล็อกใส่แม่กุญแจกันคนเข้ามามั่วสุม แม้ในความเป็นจริงจะไม่ต้องทำเช่นนั้น เพราะหลังคดีซากจักจั่นจบลง ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวาย อีกอย่างหนทางเข้ามาค่อนข้างยากลำบาก ซ้ำยังห่างไกลชุมชน มันจึงเป็นสถานที่ที่แยกตัวออกจากหมู่บ้านอย่างชัดเจน

 

     คำถามคือ ทั้งที่มีประเด็นมากมายขนาดนั้น ทำไมแม่ของเขาจึงตัดสินใจมาที่นี่ด้วยความตั้งใจของตัวเอง... ทำไม...

 

     ไม่ทันที่จะคิดหาคำตอบได้ ชายหนุ่มก็มาถึงประตูบานใหญ่ ด่านแรกของจุดหมายในเวลานี้

 

     บานประตูเก่าโทรมสีหลุดร่อนจนเห็นคราบสนิมเกาะแน่นเกือบทั้งบาน มันเปิดแง้มไว้ โซ่ที่คล้องแม่กุญแจถูกปลดห้อยอยู่ด้านข้าง คิสไม่รั้งรอหรือพิจารณานาน เขาแทรกตัวผ่านเข้าไปอย่างเงียบงัน ฝนเบาบางลงแล้ว

 

     ชั่วอึดใจหนึ่งเมื่อเดินเข้าใกล้จนเห็นเป้าหมายตรงหน้าในระยะประชิด คิสยืนนิ่งราวกับถูกสะกดไว้ คฤหาสน์หลังใหญ่สไตล์ยุโรปยุคเก่า ถูกแบ่งเป็นส่วนหอคอยตะวันออกและหอคอยตะวันตกโดยเชื่อมต่อกันด้วยตัวอาคารตรงกลางของคฤหาสน์

 

     สายตาหวาดหวั่นเผลอมองไปยังห้องหนึ่งตรงหอคอยตะวันออก ที่ซึ่งตัวเขาเคยถูกจับมัดเอาไว้ คิสกลืนน้ำลายรู้สึกอยากถอยหลังกลับ ทว่าเกิดเสียงแว่วดังขึ้นมารั้งความสนใจ ที่หน้าต่างบานหนึ่งบริเวณชั้นสองของอาคารส่วนกลาง ชายหนุ่มเห็นร่างของพ่ออยู่ตรงนั้น

 

     พ่อ! จริงสิ! เพราะมัวแต่ห่วงแม่ ทำให้เขาลืมคิดถึงพ่อไป ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ หรือว่า... เขาเป็นคนพาแม่มา

 

     ไม่เสียเวลาหาคำตอบ คิสรีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์ทันที...

..........................................

 

     กำแพงด้านข้างของชั้นสองมีสภาพไม่ต่างจากข้างล่างที่เพิ่งเดินขึ้นมา มันเก่าโทรมเต็มไปด้วยความสกปรก บางจุดมีคราบเชื้อราเกาะแน่นอยู่ กลิ่นเหม็นอับทำให้รู้สึกได้ว่าแต่ละครั้งที่หายใจเข้า ชีวิตตัวเองอาจสั้นลงไปทีละน้อย

 

     ทว่า... นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้คำนึงหวั่นวิตกหรือกังวล

 

     เงาคนสุดทางเดินในเวลานี้ต่างหาก ที่ตรึงสายตาของเขาอยู่เนิ่นนานไม่ให้ละสายตาไปไหนได้ ชายสูงวัยจ้องเขม็งมองรู้สึกชัดว่าไม่ปลอดภัย แต่เขาก็ไม่กล้าขยับตัว เพราะเป็นห่วงภรรยาซึ่งนอนสลบอยู่ข้างกาย

 

     คำนึงย่อตัวลงทีละน้อย เขย่าตัวคู่ครองที่ใช้ชีวิตร่วมกันมากว่าหกสิบปี

 

     “จิตรา จิตรา” เสียงเขาเรียกเบา เพราะเกรงว่าจะส่งผลไปยังคนตรงสุดปลายทางเดินให้ขยับตัว กระทั่งเวลานี้เขาก็ยังไม่กล้าจะคลาดสายตาออกห่างจากมัน

 

     มีเสียงครวญในลำคอจากอีกฝ่าย นั่นเองที่ทำให้คำนึงเผลอหันไปมองภรรยาตัวเอง เธอยังคงนอนหมดสติอยู่เช่นนั้น ชายสูงวัยจึงรีบหันกลับไปมองที่เดิม ทว่าคราวนี้ตรงนั้นกลับว่างเปล่า คำนึงตื่นตะลึงคิดจะประคองคนที่สลบอยู่แต่สังขารไม่เอื้ออำนวย

 

     ฉับพลันเกิดเสียงกรีดร้องโหยหวนจากด้านหลัง ทำคำนึงผวาตกใจ เขาหันกลับไปมอง เห็นเงาร่างสีดำที่ยืนตรงสุดทางเดินอยู่เบื้องหน้าของตัวเอง

 

     แท้จริงไม่ใช่ว่าความมืดของคฤหาสน์ทำให้เห็นเงาร่างนั่นเป็นสีดำ แต่เป็นเพราะ ร่างของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ถูกเผาไหม้จนเนื้อหนังกล้าเป็นซากสีดำระอุ  มีไอร้อนคล้ายเขม่าควันระเหิดออกมาจากทั่วร่าง มันอ้าปากกว้างจนฉีกขาดคล้ายจะสำรอกบางสิ่งออกมาจากภายใน

 

     ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วทำให้คำนึงสับสนจนตื่นตระหนก เขารู้แน่ว่าไม่ปลอดภัยเลยคิดวิ่งหนีลงบันได ทว่าอีกฝ่ายคล้ายรู้ทันความคิดนั้น มันจึงใช้สองมือจับหัวของคำนึงตรึงใบหน้านั้นไว้แน่นให้ไม่อาจขยับไปไหนได้

 

     ซากร่างสีดำทะมึนจับจ้องมองชายสูงวัยด้วยดวงตาที่กลวงเปล่า ก่อนจะยื่นปากฉีกกว้างของตัวเองเข้ามาใกล้ คำนึงพยายามจะดิ้นขืนให้หลุดจากพันธนาการแต่ทำไม่ได้ เขาพยายามร้องเรียกภรรยาที่นอนสลบอยู่ให้ลุกขึ้นมาช่วยแต่ไม่เป็นผล

 

     ใบหน้าสีดำทะมึนนั้นยังคงขยับเข้ามาทีละน้อย คำนึงเพิ่งสังเกตเห็นว่าคล้ายมีตัวอะไรบางอย่างอยู่ในดวงตาที่กลวงเปล่ากับปากที่ฉีกกว้างนั่น และมันพร้อมจะเข้ามาอยู่ในตัวเขา

 

     “พ่อ! พ่ออยู่ไหน!? พ่อออออ!!! ได้ยินไหม?!” เสียงคิสดังจากชั้นล่างใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

     ซากร่างสีดำพลันสลายหายไปกลายเป็นธุลี คำนึงทรุดตัวล้มลงไปนั่งกับพื้น ทำเศษฝ้าเพดานที่ตกอยู่บริเวณนั้นหล่นลงบันไดไป คิสเห็นเข้าจึงรีบวิ่งขึ้นมาดูทันที...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น
markread
2019-05-13 14:49:48

คำนึงโดนปรสิตสิงร่างกลายเป็นวีนอม ฮีโร่สายพันธุ์ใหม่ 

#1

Hong Asara
2019-05-13 23:02:34

@markread สุดท้ายคิสจะเฉลยว่าตัวเองชื่อ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์เป็นสไปเดอร์แมนปลอมตัวมา 55555

#2

นายหมอก
2019-05-14 18:55:42

#3

นายหมอก
2019-05-14 18:56:44

สิ่งที่อยู่ในดวงตากลวงโบ๋ของซากร่างสีดำทะมึน ต้องเป็น จักจั่น ตัวน้อยๆ แน่เลยฮะ

#4

Hong Asara
2019-05-15 01:08:51

@นายหมอก เกลียดนักเชียว คนรู้ทัน >< 55555

#5