อัปเดตล่าสุด 2019-05-14 20:05:33

ตอนที่ 2 ตามรอยเท้ายักษ์ บทที่ 2

หลังได้รับการแจ้งจากชาวภูมิใจพัฒนา 8 เจ้าหน้าที่ตำรวจก็รีบยกกำลังเข้ามาโดยทันที จ่าสมิทกับเพื่อนร่วมงานอีกแปดนายเดินตามหลังสารวัตรเดชาเข้ามายังที่เกิดเหตุ สิ่งที่เกิดขึ้นโดยรอบทำให้พวกเขารู้สึกว่าคดีนี้ไม่ใช่คดีธรรมดาทั่วไป ถังขยะล้มระเนระนาด รถยนต์ที่จอดอยู่หน้าปากซอย ถูกบางอย่างกระแทกจนกระโปรงหน้ายุบ ชาวบ้านหลายคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี้เป็นฝีมือของสัตว์ประหลาด
    “หลบหน่อยค้าบ! ขอทางด้วยค้าบ!” สารวัตรเดชาตะโกนบอกชาวไทมุงที่ยืนเกะกะขวางทาง เมื่อพวกเขาเห็นว่าชายในเครื่องแบบกำลังเดินเข้ามา ชาวบ้านก็พร้อมใจแยกย้ายออกจากที่เกิดเหตุโดยทันที
    เจ้าหน้าที่ตำรวจมองดูสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ร่างของชายในชุดสูทสีดำ นอนแน่นิ่งติดชิดกับกำแพง ที่บริเวณใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลบวมช้ำ อีกทั้งยังมีเลือดไหลนองออกมาเต็มพื้น พวกเขามองดูร่างไร้วิญญาณด้วยสายตาเวทนา
    สารวัตรเดชามองไปรอบ ๆ สังเกตเห็นอาวุธปืนแม็กกาซีนตกอยู่ข้าง ๆ ร่างของผู้ตาย พร้อมกับปลอกกระสุนอีกสี่ถึงห้าปลอก อีกทั้งยังมีรถมอเตอร์ไซค์อีกคันล้มอยู่บริเวณข้างถังขยะ แต่เมื่อเดินเข้าไปมองดูใกล้ ๆ ร่างนั้นกลับไม่มีบาดแผลจากการถูกยิง
    สารวัตรเดชากลับมาที่ลูกน้อง ล้วงกระเป๋าหาบุหรี่มาคาบไว้ในปาก แล้วจุดไฟ 
    “เอาไง ดีครับ” จ่าสมิท นายตำรวจวัยยี่สิบปลาย เอ่ยถามผู้บังคับบัญชา
    สารวัตรหันมาพร้อมพ่นควันโขมงออกจากปาก “เคลียร์พื้นที่ กั้นเทป เก็บหลักฐาน สอบปากคำชาวบ้าน ทำเหมือนคดีฆาตกรรมทั่วไป”
    พวกเจ้าหน้าที่ตำรวจรับคำสั่ง พร้อมแยกกันไปทำหน้าที่ของตน เทปสีเหลืองถูกนำมาใช้กั้นที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่นิติเวชเริ่มทำงาน กลุ่มชาวบ้านต่างยืนรอให้สัมภาษณ์ มีชายนายหนึ่งโวยวายเรื่องรถของตนที่ถูกอะไรบางอย่างทุบจนกระโปรงยุบ เวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมง พวกเจ้าหน้าที่เริ่มทยอยนำข้อมูลของตนมารายงานสารวัตร
    “ว่าไงจ่า”
    “พวกชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงโครมครามเหมือนรถชนกับอะไรบางอย่าง ตอนประมาณสองทุ่ม หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนโวยวาย แล้วก็ตามมาด้วยเสียงปืนครับ”
    “อืม...” สารวัตรเดชาลูบไปมาคางอย่างใช้ความคิด “มีใครเห็นเหตุการณ์บ้างไหม”
    “มีครับ ชาวบ้านหลายคน ออกมาดูก่อนจะเริ่มยิงกัน แล้วก็เอ่อ...” นายตำรวจแสดงทีท่าอึกอัก
    “เล่าต่อสิ”
    “ค...คือ...แกบอกผมว่า ก่อนจะมีเสียงปืน มีคนตัวใหญ่ ๆ ท่าทางน่ากลัว เดินผ่านหน้าปากซอยครับ”
    สารวัตรแสดงสีหน้าแปลกใจ “คนตัวใหญ่ ๆ หรอ ประมาณไหนล่ะ นักมวยปล้ำหรือเปล่า”
    “ครับ ค...คือ...แกบอกว่า มันสูงประมาณสามเมตร”
    “ฮะ! สามเมตร” สารวัตรร้องออกมา
    “ลุงคนไหนบอก แล้วชาวบ้านคนอื่นล่ะ บอกแบบเดียวกันหรือเปล่า”
    “เหมือนกันครับ ป้าอีกคนก็บอกอย่างนี้ แกบอกว่าเห็นมันสูงเท่าต้นลั่นทมตรงปากทาง”
    สารวัตรเดชาหันไปมองต้นลั่นทมบริเวณหน้าปากซอย ความสูงของมันเท่ากับคนปกติเกือบสองคนยืนต่อกัน
    “บ้าหน่า” สารวัตรร้องออกมาอย่างไม่เชื่อ
    นายตำรวจอีกนายเดินเข้ามา “เอ่อ...สารวัตรครับ ช่วยมาดูทางนี้หน่อย”
    “มีอะไรอีก” สารวัตรเดินตามหลังนายตำรวจ
    เขาเดินนำสารวัตรเดชาตรงมายังรถยนต์คนหนึ่งที่จอดนิ่งอยู่หน้าปากซอย สารวัตรกวาดสายตามองดู บริเวณกระโปรงถูกบางอย่างทุบจนบุบลงไปไม่เหลือสภาพเดิม
    “มีอะไร” สารวัตรหันไปถาม
    “นี่ครับ” นายตำรวจชี้ไปที่รอยยุบบนกระโปรงรถ “สารวัตรดูรอยนี่ดี ๆ ครับ”
    สารวัตรเพ่งมองอย่างพินิต รอยยุบตรงนี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับ... “ร...รอยเท้า” สารวัตรร้องออกมา เขาเห็นรอยบุบนั่นมีลักษณะคล้ายคลึงกับรอยเท่ามนุษย์ แต่ใหญ่กว่าเกือบเท่าตัว
    “นี่มันอะไรกันเนี้ย” สารวัตรร้องออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง “นี่พวกคุณจะบอกว่าทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของยักษ์ เอ่อ...ยักษ์จริง ๆ น่ะหรอ”
    “ใช่ครับ” จ่าสมิทว่า “คือผมว่าเรื่องนี้ มันไม่ธรรมดาแล้วล่ะครับ”
    “ใช่จ่า มันไม่ธรรมดาแน่นอน ผมจะบ้าแล้วเนี่ย” สารวัตรกล่าว พลางอัดควันอย่างต่อเนื่อง
    “เอ่อ สารวัตรครับ คือเมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ผมก็ได้ยินชาวบ้านเขาคุยเรื่องทำนองนี้เหมือนกัน” เจ้าหน้าที่อีกคนเล่า
    สารวัตรหันไป “เรื่องอะไรหมวด”
    “เรื่องยักษ์ครับ ผมเห็นเขาลือกันมาสักพักแล้ว ว่าช่วงนี้มีคนพบเห็นคนตัวใหญ่ ๆ ผิวขรุขระ ตอนกลางคืน”
    “ใช่ครับ สารวัตร” นายตำรวจอีกนายเสริม “ลุงผมเขาเล่าว่าเคยเห็นมันไปโผล่อยู่แถวป่าละเมาะหลังหมู่บ้านนี่น่ะครับ”
    “อะไรกัน ทำไมไม่เห็นมีใครบอกผมบ้าง”
    “ก็พวกผมกลัวสารวัตรไม่เชื่อน่ะสิครับ เดี๋ยวจะหาว่าพวกผมประสาท”
    สารวัตรหันไปจ้องมองที่ร่างของผู้ตาย ที่กำลังถูกชันสูตรโดยเจ้าหน้าที่นิติเวช เป็นไปได้ว่ารอยแผลทั้งหมดบนร่างนั้นอาจจะเกิดสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ อย่างเช่น ช้าง หมี ลิงยักษ์ แต่ทว่าแถวนี้ไม่มีสัตว์พวกนั้นอาศัยอยู่สักหน่อย สารวัตรเดชาจุดบุหรี่สูบอีกมวล ถ้าเป็นคนยักษ์อย่างที่ใครหลายคนว่าล่ะก็ คดีนี้ก็คงจะใหญ่เกินความสามารถของตำรวจบ้านนอกอย่างพวกเขา เดชาหันกลับมาที่ลูกน้อง
    “พวกคุณจำเรื่องอุกกาบาตตกเมื่อสิบปีที่แล้วได้หรือเปล่า”
    “อุกกาบาตหรอครับ” จ่าสมิทแสดงทีท่าแปลกใจ “หรือว่า...”
    “ใช่จ่า ผมว่าเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวกับเชื้อไวรัสต่างดาวอะไรนั่นก็ได้”
    “ต...แต่ แถวบ้านเราไม่เคยมีเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลยนะครับ”
    “ไม่หรอก ผมเคยได้ยินว่า ไอ้เชื้อไวรัสนั่น มันยังระบาดอยู่” สารวัตรพ่นควันบุหรี่ออกมา “บางทีมันอาจจะลามมาถึงบ้านเราแล้วก็ได้”
    เหล่าเจ้าหน้าที่ต่างมองหน้ากันไปมา
    “เอ่อ ถ้างั้นก็แสดงว่าเรากำลังเจอกับไอ้พวกกลายพันธุ์ใช่ไหมครับ” จ่าสมิทถามขึ้น
    “ใช่” สารวัตรหันไปตอบ “เรื่องนี้คงเกินความสามารถของพวกเราแล้วล่ะ คงต้องส่งต่อเรื่องนี้ไปให้พวกผู้เชี่ยวชาญ” เขาหันกลับมามองที่ลูกน้องทุกคน “ไหนมีจำไอ้หน่วย...เอ่อ...ไอ้หน่วยนั่นได้บ้าง”
    “หน่วยไหนหรอครับ” ตำรวจนายหนึ่งถามขึ้น
    “ก็ไอ้หน่วยนั่นไงเล่า หน่วย...เอ่อ...หน่วยอะไรว้า” สารวัตรเกาหัวแกรก ๆ “ที่มันเคยมาอบรมพวกเราเกี่ยวกับเรื่องมนุษย์กลายพันธุ์น่ะ”
    “อ๋อ ผมจำได้ล่ะ ที่มันเอาปืนลำแสงพิฆาตอะไรนั่นออกมาโชว์ใช่ไหมครับ”
    เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ตำรวจนายอื่นต่างร้อง ‘อ๋อ’ ไปตาม ๆ กัน
    “ใช่ ๆ ไอ้หน่วยนั่นแหละ ว่าแต่มันชื่ออะไรหว่า”
    “ใช่หน่วย MTX หรือเปล่าครับ” จ่าสมิทกล่าวขึ้น
    “หน่วน MTX…” สารวัตรหันขวับไปที่จ่า “เออ น่าจะใช้ ไอ้หน่วยนี้แหละ ที่มันเคยมาจัดอบรมเราเมื่อปีที่แล้วไง มีใครจำได้ไหมว่าตอนนั้นมันบอกขั้นตอนอะไรเราบ้าง”
    “ตั้งปีกว่าผมว่าไม่มีใครจำได้หรอกครับ” จ่าสมิทว่า ก่อนจะล้วงโทรศัพท์ขึ้นมา “ผมว่าเราน่าจะใช้อินเทอร์เน็ตให้เกิดประโยชน์”
    “อืม ความคิดดี หาให้หน่อยว่าถ้าเจอสถานการณ์แบบนี้ ต้องมีขั้นตอนอะไรบ้าง” สารวัตรออกคำสั่ง
    จ่าสมิทเริ่มกดโทรศัพท์ ใช้เวลาค้นหาไม่นาน “นี่ไง การปฏิบัติเบื้องต้นเมื่อพบเจอมนุษย์กลายพันธุ์ มันบอกไว้ว่า...” เขาเริ่มอ่าน “ข้อที่หนึ่ง เมื่อพบเจอมนุษย์กลายพันธุ์ ให้รีบปลีกตัวออกห่าง เนื่องจากอาจนำอันตรายมาสู่ตัวเราได้”
    เหล่าเจ้าหน้าที่มองไปรอบ ๆ ที่เกิดเหตุ “ผมว่ามันคงไม่อยู่แถวนี้หรอกนะ”
    “ข้อที่สอง...” จ่าสมิทอ่านต่อ “หากถูกมนุษย์กลายพันธุ์จับตัวได้ อย่าพยายามขัดขืน ให้ทำตามคำสั่งไปก่อนจนกว่าเจ้าหน้าที่จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือ”
    “ฮ่าฮา อยู่กับเยอะขนาดนี้ ผมว่ามันคงไม่กล้ามาจับเราหรอก”
    “ข้อที่สาม เมื่อคิดว่าพ้นจุดอันตราย ให้ตั้งสติ แล้ววิเคราะห์ระดับความสามารถของมนุษย์กลายพันธุ์ หากเป็นความสามารถที่ไม่สามารถสร้างความเสียหาย หรือสามารถสร้างได้เพียงเล็กน้อย ให้อยู่ที่ระดับหนึ่ง...
    “หากสร้างความเสียหายได้มากพอสมควรให้จัดอยู่ในระดับสอง และหากสามารถสร้างเสียหายระดับหายนะ ให้จัดอยู่ในระดับสาม”
    “อืม งั้นตัวนี้ น่าจะประมาณระดับสอง” สารวัตรสันนิษฐาน
    “ข้อที่สี่...” จ่าสมิทจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่พักหนึ่ง
    “อ้าว เป็นไรจ่า มันเขียนว่าไร อ่านต่อสิ” สารวัตรว่า
    “เอ่อ...” จ่าสมิทหันสบตาสารวัตร “มันเขียนไว้ว่าให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด”

ห่างไปไกลกว่าสี่ร้อยกิโลเมตร ชายวัยสามสิบปลาย สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ กำลังอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ ตรงหน้าเขาเต็มไปด้วยกองแฟ้มเอกสาร กับกาแฟถ้วยเล็ก ๆ วางอยู่ด้านข้าง เขาพลิกกระดาษในแฟ้มทีละหน้า อ่านรายละเอียดข้างในทุกบรรทัด
    ตื๊ด...ตื๊ด...ตื๊ด...เสียงเรียกเข้าดังขึ้นจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกง เขาล้วงมันขึ้นมา มองดูชื่อผู้โทร แล้วกดรับสาย 
    “หวัดดีบอส มีอะไรหรอครับ” เขาทัก
    “มีงานด่วนเข้ามา ต้องไปต่างจังหวัด” น้ำเสียงปลายสายฟังดูเหมือนผู้หญิงมีอายุ
    “หือ งานด่วนที่ต่างจังหวัดหรอ” เขามองมาที่กองแฟ้มเอกสาร “งานเก่าผมยังเคลียร์ไม่เสร็จเลยนะ”
    “ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงได้รีบมาบอกไง นี่งานด่วน รีบไปจัดการให้มันจบ ๆ จะได้กลับมาเคลียร์งานที่ค้าง”
    “โห จะทันหรอ” เขาเงยหน้าขึ้น เอนหลังพิงเก้าอี้ “ว่าแต่งานนี้เจอกับตัวอะไรอีกล่ะ”
    “ยังไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าจะเป็นพวกมนุษย์ยักษ์ รายละเอียดเบื้องต้นฉันส่งไปแล้วนะ เห็นหรือยัง”
    เขาหันกลับมาที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ กดเปิดกล่องข้อความ แล้วอ่านรายละเอียดกับรูปถ่ายที่แนบมาอย่างผ่าน ๆ “โอ้ว นี่ผมจะไปเจอกับยักษ์หรอ โหดูสิ มันทุบกระโปรงรถซะเละเลย”
    “นั่นแหละงานของเธอ”
    “อืม ดู ๆ แล้วก็อันตรายน่าดูนะเนี่ย ถ้ามันกระทืบผมตายจะทำยังไง”
    “กลัวหรอ ไม่ทำก็ไม่เป็นไรนะ ฉันจะได้ส่งไปให้เจ้าโน๊ตทำแทน”
    “อย่าเลย ขืนให้ไอ้โน้ตทำ ไอ้ยักษ์นั่นโดนมันกระทืบตายแน่”
    “สรุปเธอจะรับงานนี้ใช่ไหม”
    “ค้าบ ผมรับทำเองก็ได้”
    “ดีมาก พรุ่งนี้แปดโมง ที่สนามบิน ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันวางก่อนล่ะนะ”
    “เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งวาง”
    “มีอะไร”
    “เอ่อ...บอสได้บอกเรื่องนี้กับคู่หูของผมหรือยัง”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น