อัปเดตล่าสุด 2019-06-19 07:40:27

ตอนที่ 7 ตามรอยเท้ายักษ์ บทที่ 7

บนหน้าปัดนาฬิกาบอกเวลา 10.48 น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกระป๋องในตอนเช้าอยู่ได้ไม่ถึงสี่ชั่วโมง สองนักสืบแห่ง MTX ก็รู้สึกหิวขึ้นมาอีกเสียแล้ว จ่าสมิทขับรถกระบะสีขาวคาดน้ำตาล เข้ามาจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง ป้ายไม้ผุ ๆ หน้าร้านติดข้อความ ‘เฮียเปียวโภชนา’ ดูเป็นร้านอาหารริมทางขนาดกลาง ตั้งอยู่ย่านในการค้าแสนเงียบเหงา ทั้งสามเปิดประตูลงจากรถ เทวินและฉัตรชัยเดินตามหลังจ่าสมิทเข้าไปในร้านอาหาร

    “ร้านนี้น่ะเหรอ ที่จ่าบอกว่าเด็ด” ฉัตรชัยว่าขณะมองหาที่นั่ง

    “เด็ดสิครับ ร้านนี้น่ะ ผมกินมาตั้งแต่เล็ก เปลี่ยนมือมาแล้วสองรุ่น เจ้าของร้านคนกันเอง”

    “ลองดูละกัน”

    ทั้งสามเลือกนั่งที่โต๊ะบริเวณทางเข้า เทวินมองไปรอบ ๆ เห็นมีลูกค้านั่งอยู่สองโต๊ะ เด็กเสิร์ฟยืนหาวอยู่สองคน และพ่อค้าที่นั่งอยู่หลังหม้อก๋วยเตี๋ยวหนึ่งนาย

    “มีอะไรกินบ้างจ่า” ฉัตรชัยถามขึ้น

    “เพียบเลยครับ” จ่าตอบ “นี่เป็นร้านตามสั่ง อยากกินอะไรล่ะ”

    “ไหน ๆ จ่าก็พาเข้ามาแล้ว จ่าว่าเมนูไหนเด็ดก็สั่งมาเลยดีกว่า” เทวินบอก

    “งั้นก็ดีเลย ผมมีเมนูเด็ดอยากให้ลองพอดี” จ่าสมิทลุกขึ้น กำลังจะก้าวไป แต่ดันนึกได้ว่าลืมอะไรบางอย่าง “แล้วเครื่องดื่มล่ะครับ จะรับอะไรดี”

    “เอ่อ...” เทวินครุ่นคิด “ผมเอาน้ำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่น้ำส้ม”

    “งั้นเอาเป็นโค้กได้ไหม” จ่าเสนอ

    “โค้กก็ดีจ่า” ฉัตรชัยว่า “แต่เอาเป็นแบบไม่มีน้ำตาลได้ไหม”

    “อ่า...” จ่าสมิทหันไปที่ตู้ขายน้ำ จ้องมองอยู่พักหนึ่ง แล้วหันกลับมา “ผมว่าน้ำเปล่านี่จะดีที่สุด”

    ระหว่างรอจ่าเดินไปสั่งอาหาร สองนักสืบก็เริ่มคุยกับเกี่ยวกับคดี “มึงคิดยังไงกับไอ้เสี่ยวิเชียรวะ” ฉัตรชัยเปิดประเด็น

    “มึงคิดยังไงล่ะ” เทวินถามกลับ

    “กูว่าแม่งตอแหลเราแน่ ๆ”

    “กูก็ว่างั้น ตอนที่แกตอบคำถามมันดูแปลก ๆ ดูไม่เป็นธรรมชาติ ยังไงไม่รู้ว่ะ” มีเด็กเสิร์ฟเอาน้ำเปล่ามาเสิร์ฟที่โต๊ะสามแก้ว เทวินหันไปขอบคุณ

    เขาดูดน้ำพอดับกระหายแล้วพูดต่อ “จนถึงตอนที่เราบอกเรื่องไอ้ยักษ์กับแก เหมือนว่าตอนนี้แกตกใจจริง ๆ กูคิดว่าแกอาจไม่รู้เรื่องไอ้ยักษ์มาก่อน”

    “อืม อันนี้ก็น่าคิด ที่รู้ ๆ มันไม่ได้บอกเราทั้งหมดแน่”

    “นั่นก็จริง แต่กูว่ามันก็เป็นไปได้นะ ที่ไอ้เสี่ยมันอาจจะไม่รู้เรื่องการฆาตกรรม เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ตายกับไอ้ยักษ์ก็ได้ วันนั้นผู้ตายอาจจะหนีออกมาอย่างที่ไอ้เสี่ยบอก แล้วมันก็ขับรถเข้ามาหาใครบางคน หลังจากนั้นก็...ตูม”

    “แต่ถ้าไอ้เสี่ยมันตอแหลเราล่ะ มันอาจจะเป็นคนที่ส่งลูกน้องมันไปที่นั่นเองก็ได้ แต่อาจจะไปทำเรื่องบางอย่างที่ผิดกฎหมาย เลยไม่กล้าบอกพวกเรา”

    “มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ” เทวินถอนหายใจออกมา “เราเหลือเวลาอีกแค่สองวัน ถ้าปิดคดีไม่ได้ โดนป้าแกด่าหูชาแน่”

    ทั้งสองต่างเงียบไป ดูเหมือนว่าตอนนี้ยังไม่เห็นอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน อีกทั้งมนุษย์กลายพันธุ์ก็ไม่มีวี่แววที่จะแสดงตัวออกมาหลังจากเกิดเหตุ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปทั้งสองคงหมดหนทางที่จะสืบต่อเป็นแน่

    เทวินนั่งจ้องมองแก้วน้ำที่อยู่บนโต๊ะ พยายามครุ่นคิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่อาจมองข้ามไป และแล้วก็มีสิ่งหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว “เออ จริงด้วย” เทวินร้องออกมา

    ฉัตรชัยสบตาคู่หูอย่างสงสัย “อะไรวะ”

    “โทรศัพท์นั่นไง เรายังไม่ได้ดูข้อมูลในโทรศัพท์เลยนี่หว่า”

    “เออว่ะ กูลืมไปเลย ป่านนี้น่าจะกู้ข้อมูลเสร็จแล้วนะ”

    “นั้นน่ะสิ สงสัยต้องโทรไปตาม” เทวินนำโทรศัพท์ขึ้นมา

    ฉัตรชัยเห็นเพื่อนสไลด์จอโทรศัพท์ เขาถาม “มึงจะไปหาใคร”

    เทวินเงยหน้าขึ้นมา “หัวหน้าเราไง”

    “อ้าว...ทำไม ไม่โทรไปกองหลักฐานวะ”

    เทวินไม่ตอบ เขาก้มหน้าสไลด์หน้าจอต่อ

    ฉัตรชัยเห็นเช่นนั้น ก็นึกบางอย่างขึ้นมา “อ๋อ มึงไม่อยากคุยกับคุณหญิง” เขายิ้มออกมา “อะไรของมึงวะ ยังไม่หายงอนกันอีกเหรอ”

    เทวินเงยหน้า “ตอนนี้ยังไม่อยากคุยว่ะ”

    “อะโดว มึงกำลังเอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานรู้ไหม”

    “เอาเถอะหน่า หรือมึงจะโทรไปเองล่ะ”

---------------------

จ่าสมิทเดินเข้ามาสั่งอาหารกับพ่อครัวที่กำลังนั่งดูทีวีอยู่หลังหม้อก๋วยเตี๋ยว ลูกค้าประจำจะรู้จักกันดีในนามว่า ‘เฮียแป๋ว’ เขาเป็นทั้งพ่อครัวและเจ้าของร้านเฮียเปียวโภชนา

    “อ้าว ไอ้จ่า” เฮียแป๋วชิงทัก “วันนี้กินไรดีล่ะ”

    จ่าสมิทเดินยิ้มเข้ามา “หวัดดีเฮีย เอาเหมือนเดิมสามที่”

    เฮียแป๋วชำเลืองไปยังโต๊ะบริเวณทางเข้า เห็นชายชุดดำสองคนกำลังนั่งคุยกัน “เอ็งมากับสองคนนั้นเหรอวะ”

    จ่าสมิทพยักหน้า

    “เดี๋ยวนี้เอ็งคบค้าสมาคมกับพวกขายประกันเหรอ” เฮียแป๋วถามยิ้ม ๆ ก่อนจะนำเส้นบะหมี่ลงไปลวกในหม้อ

    “ไม่ใช่พวกขายประกันนะเฮีย พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ของ MTX น่ะ”

    พ่อครัวนำเส้นหมี่เหลืองที่ลวกแล้ว ขึ้นพักในชาม “ทีเอ็กอะไรของเอ็งวะ”

    “ก็หน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับไอ้พวกคนที่ติดเชื้อไวรัสต่างดาวไง”

    “ฮะ...” เฮียแป๋วชะงักมือ เงยหน้าสบตาจ่า “จ...จริงเหรอ งั้นก็แสดงว่าไอ้สองคนนั้นมาสืบเรื่องไอ้ยักษ์นั่นน่ะสิ”

    “ใช่” จ่าสมิทกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “แล้วผมคนนี้นี่แหละ ที่เป็นผู้ช่วยของพวกเขา”

    “จริงเหรอวะ” เฮียแป๋วมองไปยังเจ้าหน้าที่ทั้งสอง แล้วหันกลับมาที่จ่า “กูว่ามึงเป็นคนขับรถมากกว่า”

    “โธ่...เฮียนี่ไม่รู้อะไร” จ่าสมิทเข้ามากระซิบข้าง ๆ “ถ้าไม่ได้ผมรับรอง พวกนั้นสืบกันไม่ได้หรอก”

    เฮียแป๋วแสดงสีหน้าเหมือนไม่อยากจะเชื่อ “แล้วเอ็งเห็นพวกเขา เอาอะไรเจ๋ง ๆ ออกมาใช้บ้างหรือเปล่าวะ”

    “ยังเลย” จ่าตอบเสียงเบา “เขาบอกผมว่ามีแค่ปืนพกธรรมดา ๆ”

    “หา...จริงเหรอวะ วันนั้นกูดูข่าวในทีวี ไอหน่วยนี้แหละที่บุกเข้าไปจับมนุษย์ไฟ เห็นมีเอาปืนน้ำแข็งออกมาใช้ด้วยไม่ใช่เหรอ” เฮียแป๋วตักลูกชิ้นและเนื้อใส่ชาม แล้วตักเครื่องปรุงใส่แบบไม่บันยะบันยัง

    “เขาบอกผมว่าปืนพวกนั้น มันไว้ใช้ในสถานการณ์เฉพาะ เอาออกมาถือเล่นไม่ได้”

    “ออกมาถือเล่นบ้าอะไร นี่เจอกับยักษ์นะโว้ย ถ้ามันโผล่ออกมาจะทำยังไง เห็นเขาลือกันว่าปืนธรรมดายิงมันไม่เข้าไม่ใช่เหรอ”

    “เดี๋ยวเขาก็คงมีวิธีจัดการของเขาแหละน่า”

    เฮียแป๋วเทน้ำซุปใส่ชามทั้งสาม แล้วยกส่งให้อีกฝ่าย “เอ้านี่”

    “อ้าว” จ่าสมิทรับชามก๋วยเตี๋ยวมาแบบงง ๆ “ทำไมเฮียไม่เรียกเด็กมายกไปส่งให้ผมล่ะ”

    “ก็เดี๋ยวเอ็งก็กลับไปที่โต๊ะไม่ใช่เหรอ ยกกลับไปด้วยละกัน”

--------------------

หน้าจอขนาด 21 นิ้ว แสดงภาพชายคนหนึ่งที่กำลังถูกเจ้าหน้าที่ในชุดสูทสีดำสองนายสอบปากคำ สุธาดาจ้องมองจอภาพนั้นเช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ MTX อีกหลายสิบชีวิตในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ขณะนั่นเอง เธอรู้สึกว่าโทรศัพท์ในกระเป๋ามีสายเข้า เมื่อรู้ว่าปลายสายเป็นใคร สุธาดาบอกกับเจ้าหน้าที่ ที่ยืนอยู่ข้าง ๆ “ขอตัวแปบนะ” ว่าแล้วเธอก็เดินออกมานอกห้อง

    สุธาดากดรับสาย “ว่าไง จับคนร้ายได้แล้วเหรอเรา”

    “สืบอยู่ครับบอส แต่ตอนนี้ผม...”

    “แล้วจะสืบไปอีกนานเท่าไหร่ล่ะ” เธอตัดบท “อย่าลืมนะมีเวลาเหลืออีกสองวัน ฉันรอกินขนมหม้อแกงอยู่”

    “ค้าบ ได้กินแน่ แต่ตอนนี้โปรดช่วยผมก่อน”

    “ช่วยอะไร”

    “ผมโทรมาตามเรื่องโทรศัพท์น่ะ กู้ข้อมูลได้หรือยัง”

    “หา...เรื่องแค่นี้น่ะนะ ทำไมไม่โทรไปพิสูจน์หลักฐานล่ะ” เธอกล่าวอย่างแปลกใจ ก่อนจะนึกได้ว่า “อ๋อ หรือว่าเธอกับคุณหญิงยังไม่หายงอนกันอีก”

    “ไม่เอาหน่าบอส อย่าเพิ่งนอกเรื่อง ผมจะได้รีบสืบให้มันจบ ๆ”

    “แหม...พวกเธอนี่ทำตัวหยั่งกับวัยรุ่น” เธอหัวเราะออกมา “เฮ้อ...เดี๋ยวเรื่องโทรศัพท์ฉันตามให้ละกัน”

    “ค้าบ ขอบคุณมากครับบอส”

-------------------

“อาหารมาแล้ว ๆ” จ่าสมิทนำชามทั้งสามใบมาวางลงบนโต๊ะ

    ฉัตรชัยชำเลืองมองดูสิ่งที่อยู่ในชาม เส้นบะหมี่ ลูกชิ้นครึ่งซีก ผักสีเขียว ๆ และเนื้ออีกสี่ห้าชิ้นในน้ำซุปสีเข้มข้น เขาพยายามระงับอาหารผิดหวัง อิโถ...แค่ก๋วยเตี๋ยวน้ำตก

    “ลองชิมดูก่อนนะครับ ภายนอกอาจเป็นแค่ก๋วยเตี๋ยวธรรมดา แต่ถ้าได้ชิมเมื่อไหร่รับรองว่าติดใจ”

    เทวินมองก๋วยเตี๋ยวในชามอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้ช้อนตักน้ำซุปเข้าปาก ทันทีที่น้ำซุปสีเข้มข้นสัมผัสกับลิ้น “อือหือ...รสชาติใช้ได้เลยนะเนี้ย” เขาร้องออกมา ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่

    จ่าสมิทหันมาทางฉัตรชัย ที่กำลังจ้องมองคู่หูอย่างไม่เชื่อสายตา “เห็นไหมล่ะครับ ผมบอกแล้ว”

    ฉัตรชัยได้ยินเช่นนั้นก็ไม่รอช้า รีบใช้ตะเกียบคีบทุกสิ่งในชามส่งเข้าไปในปาก ทันทีที่ลิ้นได้สัมผัสกับรสชาติของน้ำซุปที่ติดมากับเส้นบะหมี่ เขาถึงกับร้องออกมา “โอโห...อ...อร่อย”

    หลังจากนั้นทั้งสามก็ไม่พูดไม่จา ต่างโซ้ยเส้นก๋วยเตี๋ยวในชามราวกับไม่ได้กินข้าวมาสามวัน

    จ่าสมิทเป็นผู้กวาดล้างสิ่งที่อยู่ในชามหมดเป็นรายแรก เขาคว้ากระดาษทิชชู่มาซับคราบความอร่อยที่ติดอยู่บนริมฝีปาก แล้วหันมายังเจ้าหน้าที่ทั้งสอง “หลังจากนี้ เราจะไปสืบที่ไหนต่อดีล่ะครับ”

    “ผมยังไม่รู้เลยครับ” เทวินกล่าวขณะซดน้ำอย่างเอร็ดอร่อย “คงต้องรอข้อมูลจากโทรศัพท์นั่นก่อน”

    “จริงด้วยสิ เรายังมีโทรศัพท์นั่นนี่นา ผมเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย”

    “ครับ ปกติเขาควรจะส่งข้อมูลมาตั้งแต่เช้าละ แต่ครั้งนี้นานผิดปกติ จนผมต้องโทรไปทวง”

    “เอ...” จ่าสมิทรู้สึกสงสัย “แล้วถ้าโทรศัพท์นั้น มันให้ข้อมูลขัดกับคำให้การของเสี่ยวิเชียรเข้าล่ะ”

    “เรื่องนี้ก็คงจะยาว”

    เทวินตักน้ำซุปช้อนสุดท้ายส่งเข้าปาก แล้วยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นมาซด “สุดยอดครับจ่า ไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ แบบนี้มานานละ เดี๋ยวผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เขาบอกกับทั้งสองก่อนจะก็ลุกเดินจากไป

    ฉัตรชัยที่จัดการก๋วยเตี๋ยวหมดเป็นรายสุดท้าย หันมาคุยกับจ่าสมิท “โคตรอร่อยเลยจ่า ผมจำไม่ได้แล้วว่ากินก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ต้องปรุง ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่”

    เขายิ้ม “ผมบอกแล้วไงครับ ร้านนี้น่ะเด็ดจริง นี่ถ้ามาเย็น ๆ ไม่ได้กินหรอก เนื้อหมดก่อนทุกที”

    เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ฉัตรชัยที่กำลังใช้ผ้าเช็ดปาก หยุดชะงักในทันที “ฮะ!”  เขาหันขวับมาที่จ่าสมิท “เมื่อกี้พูดว่าเนื้อเหรอ”

    “ก็ใช่สิครับ นี่ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ”

    “เอ้า ไม่ใช่ก๋วยเตี๋ยวหมูเหรอ”

    “อ่า...” เมื่อจ่าสมิทได้เห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ใบหน้าของเขาก็ซีดลงเป็นไก่ต้ม “ย...อย่าบอกนะว่าคุณไม่กินเนื้อ”

    “ผมน่ะกินได้ ไม่มีปัญหา” ฉัตรชัยชำเลืองสายตาไปทางห้องน้ำ “แต่เพื่อนผมมัน...”

--------------------

เทวินคว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาเล่นระหว่างทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เขากดรีเฟรชหน้าอีเมลรัว ๆ ระหว่างรอข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ทันใดนั้น ข้อความที่รอคอยก็ได้ถูกส่งเข้ามา

    เทวินกดเปิดมัน แล้วทำการใส่รหัสลับที่รู้กันเฉพาะคนในองค์กร

    เมื่อเปิดได้สำเร็จ เขาเข้าไปดูที่ประวัติการโทรก่อนเป็นลำดับแรก

    เบอร์สุดท้ายที่ผู้ตายติดต่อด้วยเป็นเวลา 19.28 น หรือก่อนเกิดเหตุประมาณ 30 นาที เทวินกดเข้าไปดูข้อมูลของผู้ใช้รายนั้น บนหน้าจอค่อย ๆ ปรากฏใบหน้าของผู้หญิง หา...ผู้หญิงเหรอ เทวินแปลกใจเล็ก ๆ ในตอนแรกเขาคาดไว้ว่าผู้ที่ติดต่อรายล่าสุด น่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน หรือไม่ก็เป็นเสี่ยวิเชียร

    ภาพใบหน้าเบลอ ๆ เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และแล้ว เมื่อเทวินได้เห็นใบหน้าของเธอแบบชัด ๆ มันส่งผลดวงตาของเขาเบิกโพลง น...นี่มัน...เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้ เทวินเคยเจอเธอมาก่อน

    เทวินที่กำลังใจเต้นตุบตับ รีบสไลด์หน้าจอสมาร์ตโฟนลงมา

    ข้อมูลระบุนามของผู้หญิงคนนั้นไว้ว่า ‘วรรณณี นาวิวัฒน์’

    เทวินรีบจัดการธุระส่วนตัว เปิดประตูออกจากห้องน้ำ เดินก้าวฉับ ๆ ตรงมาที่โต๊ะของเขา

    “ไอ้ฉัตร กูอ่านที่กองพิสูจน์ส่งมาละ บอกเลยว่ามึงคาดไม่ถึงแน่” เทวินบอกกับทั้งสองอย่างตื่นเต้น

    เมื่อได้ฟังเช่นนั้น จ่าสมิทกับฉัตรชัยยิ้มแหย ๆ “เอ่อ...กูก็มีเรื่องที่คาดไม่ถึงจะบอกมึงเหมือนกัน”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น