อัปเดตล่าสุด 2019-05-17 13:49:48

ตอนที่ 13 บทที่ 13

บทที่ 13

 

             “คลิป คลิป คลิปอีกแล้ว! โอ๊ยตาย! แม่เกี๊ยวของเธอนี่ขยันมีคลิปกับผู้ชายคนนี้เหลือเกินนะป้อ” ตั๊กแตนโวยวายเสียงดัง เดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย ในขณะที่ปริตต์ได้แต่นั่งกำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว หลังจากได้ดูคลิปที่ตั๊กแตนกำลังบ่นถึง “แล้วมันมีอันต้องเป็นมุมที่หน้าคล้ายเธอเสียด้วย ข่าวก็เลยโจมตีมาที่เธอคนเดียวเพราะเธอคือคนสาธารณะ คนที่อยู่ในที่แจ้ง คนของประชาชน”

             ช่วงนี้มีคลิปฉาวที่หลายคนลงความเห็นว่าเป็นปริตต์ติดๆ กันมาหลายข่าว ทำให้ตั๊กแตนหัวเสียหนัก เพราะเขาต้องคอยแก้ข่าวให้วุ่น ต้องคอยรั้งงานที่จะหลุดมืออยู่เรื่อยๆ ต้องคอยแก้ต่างแทนปริตต์ ทุกอย่างมันวุ่นวายไปหมดตั้งแต่มีชื่อ ‘เกี๊ยว กันตา’ เข้ามาในสารบบของปริตต์

             “เราต้องทำอะไรสักอย่างแล้วนะป้อ ขืนปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ ดูท่าสองคนนั้นจะไม่ใช่แค่คนบังเอิญเจอกัน หรือรู้จักกันธรรมดาแล้วนะ ถึงขนาดจูบกันในบ้านพักที่อัมพวาขนาดนั้นพี่ว่าเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้วมั้งเนี่ย”

             “หยุดนะ!” ปริตต์ลุกยืนแล้วสั่งตั๊กแตนเสียงห้วน เขาจ้องใบหน้าผู้จัดการส่วนตัวด้วยแววตาโกรธจัด “เกี๊ยวไม่ใช่คนแบบนั้น ห้ามพี่พูดถึงเกี๊ยวแบบนี้อีก”

             “แล้วเธอจะอธิบายคลิปนี้ว่ายังไงฮึ! ไหนบอกพี่ซิ”

             “ผมไม่รู้ แต่ผมเชื่อว่าเกี๊ยวไม่ใช่ผู้หญิงใจง่าย”

             “ป้อ เธอบอกพี่เองนะว่าไม่ได้เจอกับเกี๊ยวมานานนับสิบปี บางทีเกี๊ยวที่เธอเคยรู้จักกับเกี๊ยวในวันนี้อาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้...”

             “หยุด! ผมบอกให้พี่หยุดพูดถึงเกี๊ยวในแง่ลบไง ถึงเราจะไม่ได้เจอกันนานแล้วแต่ผมมั่นใจในตัวเกี๊ยว และผมต้องรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

             “ด้วยวิธีไหนล่ะ ไปถามเกี๊ยว? ไปถามพันแสง? แล้วจะไปถามว่าอะไร ถามว่าจูบกันทำไมน่ะเหรอ?” ตั๊กแตนถามกึ่งประชด

             ปริตต์นิ่งเงียบ คลิปที่ได้ดูมันชัดเจนว่าทั้งสองคนคือกันตากับพันแสง เขารู้จักสองคนนี้ดีชนิดไม่มีทางจำผิด แต่ก็อย่างตั๊กแตนว่าเขาจะไปถามใคร ถามว่าอย่างไร แล้วเอาสิทธิ์อะไรไปถาม ในเมื่อเขาไม่ได้เป็นอะไรกับทั้งสองคนเลย

             “ผมไม่รู้ แต่พี่จะให้ผมอยู่เฉยๆ รึไง”

             “เปล่า พี่ไม่ได้ให้เธออยู่เฉยๆ เราต้องทำอะไรสักอย่างอยู่แล้ว เพราะขืนปล่อยไว้แบบนี้ สองคนนั้นจะมีความสุขกันจนชีวิตเธอพัง เพียงแต่จะทำอะไรต้องระวัง ไอ้การที่เธอจะไปชกหน้าพันแสงเขาเหมือนคลิปก่อน พี่ไม่เห็นด้วย เพราะคนที่เสียชื่อก็คือเธออีกอยู่ดี”

             “แล้วพี่จะให้ผมไปกราบเท้ามันเหรอ” ปริตต์ถามอย่างมีอารมณ์

             “พี่ไม่รู้ว่าเธอมีเรื่องอะไรกับพันแสงมาก่อนหน้านี้หรือเปล่า แต่เท่าที่พี่ดูเธอกับเขาคงไม่มีทางญาติดีกันได้ เพราะงั้นเธอก็ต้องคุยกับคนต้นเหตุอีกคน...คือเกี๊ยว” ตั๊กแตนเดินไปหยุดตรงหน้าปริตต์มองเขานิ่งครู่หนึ่ง แล้วพูดอย่างใจเย็น “แต่...เธอต้องคุยเงียบๆ ระวังตัวให้มากที่สุด อย่าให้เป็นข่าว เพราะถ้าเป็นข่าวมันก็จะกลายเป็นว่าทำให้คนปักใจเชื่อว่าคนในคลิปคือเธอจริงๆ”

             “เป็นผมนี่อะไรก็ไม่ดีสักอย่างเลยเนอะ แค่จะรักผู้หญิงสักคนยังยากเลย” ปริตต์พูดด้วยน้ำเสียงทดท้อ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดเรี่ยวแรง ตั๊กแตนถอนหายใจแล้วเดินเข้ามาจับไหล่ดาราหนุ่มบีบเบาๆ

             “ไม่มีใครได้อะไรทุกอย่างหรอกป้อ ได้อย่างหนึ่งก็ย่อมต้องเสียอย่างหนึ่งทุกคน”

             “เหรอครับ งั้นผมชักอยากรู้แล้วว่าเกี๊ยวจะได้อะไร และยอมเสียอะไรไป...”

 

             ชายหนุ่มในชุดเสื้อยืดสีดำกับกางเกงสีดำ กำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวด มือทั้งสองข้างประสานกันอยู่ใต้คาง ดวงตาของเขาเหม่อมองไปไร้จุดหมาย ปล่อยให้กาแฟที่เคยควันกรุ่นกับขนมชั้นดีเย็นเฉียบ เพราะถูกทิ้งไว้นาน คนสนิทที่ยืนมองอยู่ห่างๆ พยักเพยิดให้แม่บ้านเอากาแฟกับขนมไปเปลี่ยนมาใหม่ ส่วนตัวเขาขยับเข้าไปใกล้ผู้เป็นนายเพื่อเอ่ยถามบางอย่าง

             “กำลังเป็นห่วงคุณเกี๊ยวเหรอครับ”

             เสียงถามของปภพทำให้พันแสงเปลี่ยนอิริยาบถ เขานั่งท่านั้นมานานสองนานจึงขยับตัวเล็กน้อย เงยมองคนถามนิดหนึ่งก่อนเสมองไปทางอื่น

             “ทำไมสมัยนี้ถึงหาความเป็นส่วนตัวยากนักนะ ทำอะไรที่ไหน ก็มีคนแอบถ่ายภาพ ถ่ายคลิปตลอด ทั้งที่ไม่ใช่ดาราหรือคนมีชื่อเสียงสักหน่อย หรือความจริงถึงเป็นดาราก็ไม่ควรถูกล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวขนาดนี้เลยนะ”

             แน่นอนว่าพันแสงพูดอย่างนี้เพราะเขาได้เห็นคลิปล่าสุดที่ถูกปล่อยออกมาแล้ว ชายหนุ่มเลือกพูดเป็นเชิงบ่นแทนการตอบคำถามของปภพ กระนั้นคนสนิทของเขาก็ยังอมยิ้มอย่างรู้ทัน

             “เพราะทุกคนมีมือถือ มีอินเตอร์เน็ต มีโซเชียลไงครับ”

             “แต่ไม่มีสามัญสำนึกสินะ” พันแสงพูดด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน

             “แล้วคุณแสงจะทำยังไงกับเรื่องนี้ จะให้คุณท่านช่วยอีกหรือเปล่าครับ”

             “ก็คงต้องอย่างนั้น ฉันไม่ได้มีอิทธิพลอะไรอย่างพ่อเขานี่” พูดถึงบิดาแล้วอดเหน็บเบาๆ ไม่ได้ “แต่คราวนี้ฉันคงต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ขืนปล่อยไว้แบบนี้ เดี๋ยวก็ต้องมีคลิปนั่นคลิปนี่ออกมาอีก น่าเบื่อ”

             “พูดแบบนี้แสดงว่า...คุณแสงยังไม่เลิกยุ่งกับคุณเกี๊ยว และจะตามตอแยคุณเกี๊ยวต่อไปอีกเรื่อยๆ ใช่ไหมครับ” เพราะความสนิทกันมากพอ ปภพถึงกล้าพูดด้วยอาการอมยิ้ม

             พันแสงแกล้งถอนหายใจแรง แต่ปภพกลับไม่นึกกลัว

             “ไปเตรียมรถเลย ฉันจะรีบไปหาพ่อ ก่อนที่เขาจะออกไปเสียก่อน”

             ถึงคนเป็นนายจะทำเสียงดุยังไง ปภพก็รู้ว่าอาการบ่ายเบี่ยงที่กำลังแสดงออก คือการยอมรับในสิ่งที่เขาถามนั่นเอง

             “ครับ คุณแสง”

             ปภพเคลื่อนรถเข้ามาจอดหน้าบ้านคุณคชา ก็พอดีกับที่ท่านเดินลงบันไดบ้านเพื่อจะไปขึ้นรถที่คนขับรถเตรียมรอไว้แล้ว พันแสงรีบเปิดประตูแล้วเดินลงไปยืนขวางหน้าผู้เป็นบิดาเอาไว้

             “พรุ่งนี้หวยออกหรือเปล่าปภพ ถ้าใช่ แกไปซื้อล็อตเตอร์รี่ชุดใหญ่ให้ฉันสักสามชุดนะ ฉันมีลางสังหรณ์ว่าจะถูกรางวัลที่หนึ่ง” คุณคชาแกล้งถามปภพที่มายืนด้านหลังบุตรชายด้วยการประชดประชัน

             “ได้ทีละเล่นผมใหญ่เลยนะพ่อ”

             “แน่นอนสิ นานๆ ทีจะมีช่องโหว่เล่นงานลูกบังเกิดเกล้าอย่างแกได้ ฉันก็ต้องเล่นงานให้คุ้ม”

             “โอเค...เชิญพ่อตามสบาย แต่ผมบอกเลยนะ ว่าผมก็จะเอาคืนให้คุ้มเช่นกัน”

             “เอาคืนอะไรของแกวะ” คุณคชาชักไม่ไว้วางใจลูกชายขึ้นมาครามครัน ยิ่งพอถามไปแล้วพันแสงยมิมีเลศนัยเขายิ่งนึกหวั่น

             “นี่พ่อกำลังจะไปพรรค เรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ใช่ไหมครับ”

             “แน่ะ ทำการบ้านมาดีซะด้วย ปกติไม่เคยสนใจฉัน ไม่เคยสนใจงานฉัน วันนี้มาหาแต่เช้า แถมยังรู้คิวงานเสียอีก ไม่ธรรมดานะเนี่ย”

             “ผมขอไปด้วยนะ” พันแสงไม่สนใจคำประชดประชันของบิดา เขาพูดถึงความต้องการของตัวเอง และทำให้คุณคชาเบิกตาค้าง เพราะท่านได้เห็นคลิปเจ้าปัญหาแล้ว ทีแรกคิดแค่ว่าพันแสงต้องมาขอให้ช่วยกันตาเหมือนครั้งก่อน ทว่าดูท่าแล้วจะไม่ใช่อย่างทีคิด

             “แม่เจ้าโว้ย! ซื้อล็อตเตอร์รี่แล้วไปซื้อเรือด้วยเลยนะปภพ ดูท่าน้ำจะท่วมกรุงเทพฯแล้ววันนี้” คุณคชายังประชดไม่หยุด แต่พันแสงกลับไม่หงุดหงิดเหมือนทุกที เขายังคงยืนหน้าตาเฉย ยิ่งทำให้คุณคชาแปลกใจหนักเข้าไปอีก “แกจะไปพรรคกับฉันทำไม?”

             “วันนี้จะประชุมเรื่องการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ ต้องมีนักข่าวมา ผมก็จะไปเปิดตัวไง เป็นลูกคนดังมาตั้งนาน สังคมไม่เคยรับรู้เลย ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องให้สังคมรู้ว่า...ผมเป็นใคร”

             สิ่งที่พันแสงหงุดหงิดมากกว่าการโดนแอบถ่ายคลิปก็คือ การที่ใครต่อใครคิดว่าคนในคลิปคือป้อ ปริตต์ เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าหมอนั่นจะได้รับผลกระทบอะไรบ้าง แต่เขาไม่อยากให้กันตา ได้ชื่อว่าเป็นข่าวกับปริตต์อีก สังคมควรได้รู้ว่าคนที่กันตาเป็นข่าวด้วย มีค่ามากกว่าหมอนั่นหลายเท่า!

             “เอาจริงอ้ะ?” คุณคชาถามย้ำ ตั้งแต่เล็กจนโตป่านนี้ ไม่ว่าท่านจะดึงเขาไปรู้จักใครต่อใคร พันแสงก็ไม่เคยยอม ไม่ออกสื่อ ไม่ให้ลงรูป ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ให้เปิดเผยตัวตน ที่ผ่านมาคุณคชาเลยมีแต่ภาพตัวเองออกสื่อเท่านั้น ท่านแทบไม่เคยให้สัมภาษณ์เรื่องครอบครัวเลย

             “รีบไปเถอะพ่อ ชักช้าเดี๋ยวก็สายหรอก”

             พันแสงพูดจบก็เดินนำไปขึ้นรถบิดาหน้าตาเฉย ปล่อยให้คุณคชามองหน้าปภพที่เอาแต่ยืนยิ้มครู่หนึ่ง จึงเดินตามลูกชายไปด้วยอาการงงๆ ว่าเขาคิดจะทำอะไรกันแน่

 

             “มันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะครูกันตา เรื่องคราวก่อนเพิ่งจะซาไป นี่มีเรื่องใหม่มาอีกแล้ว ผู้ปกครองหลายคนบ่นๆ มานะว่ากลัวเด็กเอาเป็นเยี่ยงอย่าง”

             ผอ.คุณธรรมพูดกับครูสาวที่เอาแต่นั่งก้มหน้า เธอทั้งอายทั้งรู้สึกผิด ชีวิตแสนเรียบง่าย ไร้ประวัติด่างพร้อยของเธอต้องมาเสียชื่อเพราะพันแสงครั้งแล้วครั้งเล่า แถมมีคลิปออกมาประจานชัดเจนถึงสองสามครั้งติดๆ กันแบบนี้ เธอก็ไม่มีอะไรจะแก้ตัว หรือกล้าเรียกร้องความเห็นใจใดๆ อีก

             “ดิฉันขอโทษค่ะผอ. จะลงโทษยังไงก็แล้วแต่เห็นสมควรเถอะค่ะ”

             “คุณคชาโทรมาตั้งแต่เช้าแล้ว ท่านบอกว่าจะจัดการเก็บกวาดคลิปให้หมด แต่ถึงอย่างนั้นก็มีคนเห็นคลิปเป็นจำนวนไม่น้อยแล้วนะ ผมว่า...ครูกันตาพักผ่อนสักระยะดีไหม”

             “ดีค่ะ ดิฉันขอลาพักสักเดือนนึงเลยละกันนะคะ ถึงจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ แต่รอให้กระแสข่าวซาลงก่อนค่อยกลับมาสอนใหม่ ท่านผอ.จะได้ไม่ต้องลำบากใจ และผู้ปกครองก็คงจะสบายใจกันขึ้นบ้างค่ะ”

             กันตาเลือกทางออกด้วยตัวเอง เพราะเหตุผลอีกประการหนึ่งคือเธอเองก็อับอายนักเรียน ผู้ปกครอง และเหล่าบรรดาครูด้วยกัน ทุกคนคงเห็นคลิปฉาวของเธอกันหมดแล้ว เธอคงไม่กล้าสู้หน้าใครได้อีก พักสักระยะคงจะเป็นการดีเสียกว่า

             “งั้นก็ตามนั้นแล้วกันนะ” ผอ.คุณธรรมสรุป กันตาพยักหน้ารับแล้วยกมือไหว้ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องผอ.ด้วยอาการคอตก

             เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น หญิงสาวล้วงมือลงไปหยิบด้วยอาการห่อเหี่ยว ยกขึ้นดูหน้าจอเมื่อเห็นชื่อที่บันทึกไว้ว่า ‘แม่’ เธอก็รับสายทันที โดยไม่ทันฉุกใจคิดใดๆ คิดเพียงแค่ว่าท่านโทร.มาหาตามประสาความคิดถึงเหมือนทุกที

             “ค่ะแม่”

             “เกี๊ยว อยู่ไหนลูก!” น้ำเสียงมารดาฟังตื่นตระหนก

             “อยู่โรงเรียนค่ะ แม่มีอะไรหรือเปล่าคะ” ถึงตอนนี้ครูสาวชักใจคอไม่ดีขึ้นมาเสียแล้ว

             “ลางานกลับมาบ้านด่วนเลยลูก พ่อเห็นข่าวเรื่องคลิปนั่นของลูกแล้ว โกรธมากเลยล่ะ สั่งให้แม่โทรบอกให้ลูกกลับบ้านทันทีเลย”

             “จริงเหรอคะแม่ หนูตายแน่ๆ เลยคราวนี้” กันตาน้ำเสียงสั่น เธอนึกภาพออกว่าบิดาจะโกรธมากขนาดไหน ท่านหวังในตัวเธอมาก อยากให้เป็นหญิงสาวที่รักนวลสงวนตัว กิริยามารยาทเรียบร้อย เป็นข้าราชการครูที่เป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน

             แล้วดูข่าวของเธอสิ! คลิปที่จูบกับอีตาบ้านั่น!

             ตาย! เธอต้องตายแน่ๆ พ่อต้องฆ่าเธอแน่ๆ

             “รีบกลับมาเลยนะเกี๊ยวนะ พ่อเป็นความดันอยู่ด้วย แม่กลัวว่าถ้าโกรธมากๆ จะแย่เอาได้”

             “ค่ะแม่ หนูจะรีบกลับให้เร็วที่สุด หนูโดนพักงานพอดี เพราะเรื่องข่าวนี่แหละค่ะ” กันตาบอกมารดาด้วยน้ำเสียงอ่อนอ่อย

             “แล้วมันเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นได้ยังไงล่ะลูก พอพ่อเห็นท่านก็โกรธมาก ยิ่งรู้ว่าเป็นป้อยิ่งโกรธหนักเลย”

             “เอ่อ ไม่ใช่ป้อนะคะแม่ เป็นคนเดิมที่เคยมีคลิปกันคราวก่อนน่ะค่ะ” กันตาอยากกัดลิ้นตัวเองให้ขาด ทำไมเธอต้องมาพูดเรื่องบ้าบอกับแม่ด้วย ทำไมเธอต้องเจอเรื่องบ้าๆ แบบนี้ด้วยนะ

             “หา! อะไรนะ คนคราวก่อน แล้วไหนเกี๊ยวบอกแม่ว่าไม่รู้จักกัน แล้วทำไมถึง...”

             “เรื่องมันยาวน่ะค่ะแม่ เอาเป็นว่าเกี๊ยวขอไปอธิบายให้ฟังทีเดียวพร้อมพ่อเลยแล้วกันนะคะ”

             “ได้ๆ ลูก รีบมานะ นั่งรถดีๆ ล่ะแม่เป็นห่วง”

             “ขอบคุณค่ะแม่”

             กันตาวางสายจากมารดาแล้วเธอยิ่งห่อเหี่ยว อุตส่าห์รักษาความดี ชื่อเสียงไว้ได้ตั้งนานให้บิดาได้ชื่นใจ แต่สุดท้ายเธอก็ทำมันพังทลายย่อยยับ ไม่สิ เธอไม่ได้เป็นคนทำ หมอนั่นต่างหากเป็นคนทำ

             ‘นายพันแสง เลิศวงพันธุ์!’

             ชื่อนี้ต่างหากที่เป็นคนทำลายเธอ เธอจะจำไว้ให้ขึ้นใจเลย


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น