อัปเดตล่าสุด 2019-05-20 14:39:18

ตอนที่ 18 บทที่ 18

บทที่ 18

 

             อากาศช่วงดึกค่อนข้างเย็นจัด ปริตต์นั่งถูมือให้เกิดไออุ่น เพราะรีบตามกันตามาด่วนๆ เขาจึงไม่ได้เตรียมอะไรมาเลยสักอย่าง ดีหน่อยที่ในกระเป๋าเสื้อผ้าพอมีเสื้อแขนยาวหนาๆ อยู่ตัวหนึ่ง จึงพอจะเอามาใส่แก้หนาวได้บ้าง แต่ลมก็พัดแรงราวกับแกล้งกัน

             “อากาศเย็นๆ แบบนี้ มีเครื่องดื่มอุ่นๆ มีผ้าห่มหนาๆ มันดีจริงๆ เลยนะปภพนะ”

             เสียงพูดเยาะเย้ยดังมาจากคนที่กำลังถือแก้วเครื่องดื่มอุ่นๆ ควันกรุ่นกลิ่นหอม นั่งอยู่หน้าเต๊นท์หลังใหญ่ที่เตรียมพร้อมมาอย่างดี หลังจากปริดาบอกว่ากันตาอยู่ที่ไหน และเผลอหลุดปากว่ามีใครบางคนตามเธอมาด้วย เขาก็คาดคั้นเอาที่อยู่มาจนได้ จากนั้นก็ให้ปภพจองตั๋วเครื่องบินไฟลท์ด่วนที่สุดทันที

              ปริตต์นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้ ปนอิจฉา เขาเองก็อยากได้เครื่องดื่มอุ่นๆ กับผ้าห่มหนาๆ สักผืนเหมือนกัน

             “อ่ะ ดื่มนมอุ่นๆ สักแก้วนะป้อ แล้วนี่ก็ผ้าห่มกับเต็นท์จ้ะ มันอาจจะเล็กหน่อยนะ น้าซื้อไว้นอนเล่นคนเดียวน่ะ ตัวป้อสูงกว่าน้ามาก ขาคงยาวเลยเต็นท์ แต่ถ้านอนขดๆ หน่อยคงพอได้เนาะ”

             เหมือนสวรรค์มาโปรดปริตต์ เขายิ้มแล้วยื่นมือไปรับอย่างรวดเร็ว การเป็นดาราดังมีแฟนคลับมันดีอย่างนี้เอง เมื่อก่อนปริตต์รำคาญเสียมากกว่า แต่ตอนนี้เพราะแฟนคลับทั้งนั้นที่ทำให้เขาได้มีโอกาสเข้าใกล้กันตา

             “ขอบคุณครับน้าฝ้าย”

             “ลำเอียงนี่นา” เสียงพันแสงพูดแทรกมา ผ้าฝ้ายยิ้มแล้วหันไปมองฝ่ายนั้น เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ลำบากอะไรเลย ทุกอย่างพร้อมพรั่ง เพราะมีคนสนิทเตรียมให้เสร็จสรรพ

             “น้าไม่ได้ลำเอียงค่ะ แค่อยากให้ต่อสู้กันให้ถึงที่สุด ดังนั้นคู่ต่อสู้ก็ควรสูสีกัน ไม่ควรมีใครต้องล้มป่วยไปเสียก่อน พรุ่งนี้มีศึกหนักรออยู่” ผ้าฝ้ายแสดงชัดว่าเธอกำลังสนุกกับศึกชิงหลานสาวของตัวเอง “ขอตัวนะคะทุกคน”

             “เดี๋ยวครับ” พันแสงเรียกคนที่กำลังจะเดินเข้าบ้านไว้ ผ้าฝ้ายหันกลับมามองชายหนุ่มที่วางแก้วลงแล้วเดินเข้ามาหยุดยืนตรงหน้าเธอ “ผมชื่อพันแสงครับ...” แนะนำชื่อแล้วกำลังจะแนะนำต่อว่าเขาเป็นลูกของใคร เพราะเชื่อเหลือเกินว่าผ้าฝ้ายคงไม่รู้จักเขา ความจริงคือใครๆ คงไม่รู้จักเขาเท่าบิดาของเขาแน่นอน แต่พอนึกถึงคำที่กันตาด่าเขาเมื่อหัวค่ำ พันแสงก็เปลี่ยนใจไม่พูดถึงบิดา

             “ค่ะ น้าทราบแล้ว รู้ด้วยว่าคุณเป็นลูกใคร แล้วทำไมต้องมาที่นี่” ผ้าฝ้ายบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ทว่ามีรอยยิ้มพอใจบางอย่างอยู่ในหน้า พันแสงเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม “น้าเห็นข่าวภาคดึกเมื่อกี้ เขานำเสนอข่าวเรื่องพรรคของคุณคชา แล้วก็พ่วงด้วยว่าวันนี้คุณคชาพาลูกชายไปเปิดตัว นัยว่าหวังให้เป็นทายาทนักการเมืองต่อไป แถมข่าวก็ยังให้ดูคลิปสัมภาษณ์ของคุณนี้วันนี้ด้วย”

             และเพราะข่าวนั้นนั่นเอง ทำให้ผ้าฝ้ายรู้ว่าคนในคลิปคงไม่ใช่ปริตต์อย่างที่คิดเอาไว้ แต่กลับเป็นผู้ชายที่ยืนมุมปากม่วงคล้ำเพราะกำปั้นของปริตต์คนนี้นั่นเอง ถึงว่ากันตาจึงมีท่าทีลำบากใจนักหนา เพราะนอกจากกฤติชัยจะไม่ชอบดาราอย่างปริตต์แล้ว เขายังไม่ชอบนักการเมืองเข้ากระดูกดำอีกด้วย

             “ข่าวอะไรครับน้าฝ้าย” ปริตต์รีบพุ่งไปยืนข้างผ้าฝ้าย

             “ป้อหาดูในเน็ตเองดีกว่านะ อย่าให้น้าเล่าเลย” ผ้าฝ้ายไม่อยากพูดให้ดาราขวัญใจของเธอต้องชอกช้ำ “น้าขอตัวนะคะ” ผ้าฝ้ายบอกแล้วเดินเข้าบ้านไป

             ปริตต์รีบหยิบมือถือขึ้นมาดูข่าวภาคดึก ย้อนหลังทันที ดีหน่อยที่สมัยนี้ทุกอย่างอัพเดตเร็วจี๋ ละครหรือรายการในทีวีจบปุ๊บ ก็มีคลิปอัพลงออนไลน์ทันที ชายหนุ่มดูคลิปข่าวคุณคชากับลูกชายที่ถูกนำเสนอไม่กี่นาที แต่มันกลับทำให้ใจเขาร้อนรุ่ม ดั่งไฟสุมอก

             “ไอ้แสง! มึงทำแบบนี้ทำไม มึงต้องการแก้แค้นกูใช่ไหม แล้วทำไมต้องดึงเกี๊ยวมาเป็นเครื่องมือ” ปริตต์หันไปกระชากคอเสื้อพันแสงแรง สีหน้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ หากฝ่ายนั้นทำเฉย ไม่ตกใจแถมยังยิ้มมุมปากให้อีก

             “แก้แค้น? แกพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เห็นเข้าใจเลย” ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่แววตาของพันแสงกลับมีรอยโกรธแค้นพาดผ่าน

             “มึงอย่ามาทำเป็นไก๋หน่อยเลย ยอมรับมาซะดีๆ ว่ามึงจงใจแก้แค้นกูเรื่องแพท” ปริตต์ยังคงพูดด้วยความกราดเกรี้ยว ในขณะที่ปภพขยับเข้ามาใกล้เจ้านาย พร้อมจะช่วยเหลือทุกเมื่อถ้าปริตต์จะทำร้ายพันแสงอีก

             ชื่อที่ปริตต์เอ่ยขึ้น เหมือนทลายกำแพงบางอย่างลง พันแสงปัดมือดาราหนุ่มออกจากคอเสื้อของตัวเอง แล้วโบกมือให้ปภพ เป็นเชิงว่าไม่ต้องยุ่งเขาจัดการเองได้

             “มึงยังกล้าเรียกชื่อนี้อีกเหรอ คนอย่างมึงควรลืมคนๆ นี้ ลืมชื่อนี้ไปได้แล้ว”

             “กูก็ไม่อยากจำ แต่มึงต้องไม่ทำร้ายเกี๊ยวแบบนี้ มึงไม่มีสิทธิ์ทำร้ายเธอ”

             “แล้วมึงทำร้ายแพททำไม มึงเอาสิทธิ์อะไรมาทำให้เขาตาย!”

พันแสงโกรธจนมือไม้สั่น และเพราะคำสุดท้ายของเขา จึงทำให้ปริตต์ชะงัก ก่อนจะมีท่าทีสับสนและเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับตั้งสติให้ตัวเอง

             “เรื่องมันผ่านไปแล้ว กูไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้ ใช่ กูผิด แต่เชื่อเถอะว่ากูไม่ได้คิดไม่ได้หวังให้ทุกอย่างมันลงเอยแบบนี้” น้ำเสียงของปริตต์อ่อนลง

             “แล้วยังไง ตอนนี้มึงอยากกลับมาหาคนที่มึงรัก คนที่เคยทิ้งเขามาเพราะไม่กล้ายอมรับเขา อยากเริ่มต้นใหม่แล้วจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งง่ายๆ งั้นเหรอ”

             “แสง...ถือว่ากูขอร้อง เลิกยุ่งกับเกี๊ยวซะ แล้วมึงอยากทำร้ายทำลายอะไรกูก็เชิญ อย่างน้อยถือว่ากูขอในฐานะที่เราเคยเป็นเพื่อนกัน”

             “ไม่ได้ว่ะ ความเป็นเพื่อนมันหมดความหมายไปตั้งแต่วันที่มึงทำให้แพทเสียใจแล้ว และไม่ว่ายังไงกูก็จะไม่มีวันปล่อยเกี๊ยวไป เขาต้องเป็นของกูคนเดียวเท่านั้น!”

             “งั้นกูก็จะสู้ให้เต็มที่ กูไม่มีวันยอมให้มึงทำร้ายเกี๊ยวเด็ดขาด”

             “เอาซี่ จะสู้ยังไงดีล่ะ เดินไปบอกเรื่องทุกอย่างให้เกี๊ยวฟังเลยมั้ย?” พันแสงท้า และปริตต์ทำได้แค่ขบกราม กำมือแน่นเขาไม่กล้าพอที่จะเล่าทุกอย่างให้กันตาฟัง ไม่อยากเห็นสายตาผิดหวังจากเธออีก “หึ! นึกแล้ว คนอย่างมึงไม่มีทางกล้า มึงมันพวกขี้กลัวหัวหด มึงนั่นแหละที่ใช้ผู้หญิงเป็นเครื่องมือ!”

             พันแสงพูดจบก็เดินหายเข้าไปในเต็นท์ของตัวเอง ปริตต์ไม่ได้ตามเข้าไป เขากลับไปนั่งที่เดิมของตัวเองเช่นกัน คำพูดของพันแสงแทงใจดำ...เขามันก็แค่ผู้ชายขี้ขลาดคนหนึ่งจริงๆ

             เมื่อเข้ามาในเต็นท์เรียบร้อยแล้ว พันแสงก็ยืนหลับตานิ่งครู่ใหญ่ หากมีใครอยู่ตรงนั้นคงได้เห็นว่าขนตาของเขาเปียกชื้น ทว่าชายหนุ่มกล้ำกลืนความเจ็บช้ำไว้ในอก ไม่ปล่อยให้มันแสดงออกมาเป็นหยดน้ำตาให้ใครเห็น

 

             แม้ว่าเมื่อคืนต่างฝ่ายต่างหลับตาลงได้ตอนใกล้สว่าง แต่เช้าวันนี้ทั้งพันแสงและปริตต์ก็ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อรอรับบิดาของกันตากลับมาบ้าน ปภพจัดการเก็บเต็นท์รวมถึงข้าวของทุกอย่าง ไปไว้ท้ายรถเรียบร้อยหมดแล้ว

             เจ้าของบ้านทั้งสองคืนก็ตื่นแล้วเช่นกัน ผ้าฝ้ายอยากออกมาชวนสองหนุ่มเข้าไปดื่มกาแฟกับมื้อเช้าในบ้าน แต่เพราะเห็นกันตานั่งเงียบไม่แสดงอาการใดๆ เธอจึงไม่ทำตามอย่างใจคิด บางทีหลานสาวอาจต้องการความเงียบสักหน่อย ก่อนจะต้องเผชิญหน้ากับบิดาของเธอ

             รถญี่ปุ่นคันเล็กเคลื่อนเข้ามาจอดในบ้าน โดยมีผ้าไหมเป็นคนขับ กฤติชัยเปิดประตูด้านข้างคนขับแล้วลงมายืนบนพื้นทางเดิน แม้จะเห็นตั้งแต่ตอนรถเลี้ยวเข้ามาแล้ว ว่ามีรถคันใหญ่คันหนึ่งจอดอยู่หน้าบ้าน แต่เมื่อได้เห็นสองหนุ่มยืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับยกมือไหว้ ก็ทำให้ชายวัยห้าสิบกลางๆ ชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะคิ้วขมวดยุ่งอย่างไม่สบอารมณ์

             ผ้าไหมเดินลงมายืนข้างสามี สีหน้าของเธอบ่งบอกความแปลกใจอย่างมากที่เห็นสองคนนี้อยู่ในบริเวณบ้าน กระนั้นก็ยกมือรับไหว้ทั้งสองคน

             “สวัสดีค่ะพ่อ พ่อเป็นไงบ้างคะ”

             กันตาเดินออกมาจากบ้าน เธอตรงเข้ามายกมือไหว้บิดาแล้วยื่นมือไปจะประคองท่าน แต่กฤติชัยเบี่ยงแขนหลบ แล้วเดินเข้าบ้านไปโดยไม่ตอบอะไร กันตาหน้าเสียมองตามบิดาด้วยแววตาเศร้าๆ

             “อย่าคิดมากเลยเกี๊ยว พ่อกำลังโกรธน่ะ แถมพอกลับมาถึงบ้านก็ยังมี...” ผ้าไหมหันมองสองหนุ่ม กับปริตต์เธอรู้จักเป็นอย่างดี ส่วนอีกคนถึงไม่เคยเจอ ก็ได้รู้จักแล้วจากข่าวเมื่อวาน นี่คืออีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กฤติชัยโกรธมากยิ่งขึ้น “เข้าบ้านกันเถอะจ้ะ” ผ้าไหมชวนรวมๆ

             ห้องรับแขก มีทั้งเจ้าของบ้านทั้งแขกไม่ได้รับเชิญอีกสามคนอยู่กันพร้อมหน้า ผ้าฝ้ายเป็นคนยกเครื่องดื่มพร้อมขนมทานเล่นมาให้ทุกคน ก่อนจะไปนั่งลงใกล้ๆ พี่สาว ความเงียบกินพื้นที่ทั่วห้องและกินเวลาไปนานหลายทีกว่าจะมีใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

             “พ่อคะ...”

             “สรุปว่า คนที่...อยู่ในคลิปกับแกคือใคร”

             น้ำเสียงดุๆ ของบิดายังไม่ร้ายเท่าสรรพนามที่เขาเรียกแทนตัวเธอ กฤติชัยใช้คำว่า ‘ลูก’ แทนตัวกันตามาเสมอ การใช้คำว่า ‘แก’ นั่นแสดงว่าเขาโกรธมากจริงๆ

             “ผมเองครับ” พันแสงเห็นสีหน้ากันตาเหมือนจะร้องไห้ เขาจึงตัดสินใจเสียมารยาท พูดแทรกขึ้น “ผมเป็นคนทำให้เกี๊ยวเสียหายเองครับ”

             “ดี! กล้าทำกล้ารับ แต่ไม่ดีตรงที่ไม่คิดให้ดีก่อนทำ”

             ปริตต์ไม่รู้หรอกว่ากฤติชัยตั้งใจพูดเหน็บเขาหรือเปล่า แต่เขาอดรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไม่ได้

             “ผมขอโทษครับ ที่ทำให้เกี๊ยวเสียหาย ทำให้ท่านเสียชื่อเสียง แต่ผมขอยืนยันว่าผมคิดแล้วก่อนทำ”

             คำพูดของพันแสงทำเอาผ้าไหมตกใจ ยกมือขึ้นทาบอก

             “ไม่ต้องเรียกว่าท่าน ฉันไม่ใช่นักการเมือง และก็ไม่ใช่คนมีชื่อเสียงอะไรให้ต้องกังวล แต่ไม่เคยมีใครในครอบครัวทำให้วงศ์ตระกูลด่างพร้อยขนาดนี้มาก่อน”

             ทั้งพันแสง ปริตต์และกันตา ต่างโดนเหน็บกันทั่วหน้า ผ้าไหมยื่นมือไปวางบนหลังมือสามีพลางบีบเบาๆ เป็นเชิงเตือนให้เขาใจเย็นและค่อยๆ พูด

             ผ้าฝ้ายนั่งลุ้นว่าระหว่างปริตต์กับพันแสง ใครจะได้คะแนนจากกฤติชัยมากกว่ากัน ส่วนปภพยืนมองเจ้านายเงียบๆ ใจก็นึกอยากให้คุณคชามาเห็นพันแสงในตอนนี้ บุตรชายที่ท่านห่วงนักห่วงหนาว่าเขาจะไม่รู้จักความรับผิดชอบ ไม่รู้จักเสียสละเพื่อคนอื่น ตอนนี้พันแสงกำลังแสดงให้เห็นว่าความคิดของคุณคชานั้นผิดไปไกล

             “ถึงคนในคลิปจะเป็น...พันแสง แต่ทุกคนก็เข้าใจว่าเป็นผม เพราะฉะนั้นผมยินดีที่จะรับผิดชอบในเรื่องนี้ครับคุณลุง”

             “รับผิดชอบเหรอ? ยังไงล่ะ แต่งงานสายฟ้าแลบ แล้วโดนเล่นข่าวว่าท้องก่อนแต่ง จากนั้นก็จะมีข่าวตามมาไม่หยุดหย่อน แล้วเธอก็ไปคบพวกดาราสาวๆ มากหน้าหลายตา เปลี่ยนไปเรื่อยๆ เหมือนที่เป็นมางั้นรึ”

             กันตากับผ้าฝ้ายอึ้ง! แต่ไหนแต่ไรมากฤติชัยไม่เคยสนใจข่าวดาราคนไหนเลย ยิ่งเป็นข่าวปริตต์ยิ่งไม่สนใจ แล้วเขารู้เรื่องของดาราหนุ่มได้อย่างไร

             ช่วงที่นอนโรงพยาบาล กฤติชัยเครียดจนนอนไม่หลับ เขาเลยใช้แท็บเล็ตเปิดดูเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับปริตต์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตกเย็นเมื่อวานเปิดทีวีดูข่าว ปกติถ้าเป็นข่าวการเมืองเขาจะเปลี่ยนช่องทันที แต่ตอนนั้นเขาหารีโมทไม่เจอ กว่าจะเจอก็ได้ยินเสียงของพันแสงกำลังให้สัมภาษณ์ ถึงได้รู้ว่าบุตรชายนายคชามีความเกี่ยวข้องกับปริตต์และกันตา จึงดูจนจบโดยไม่เปลี่ยนช่อง

             ปริตต์นิ่งงัน รู้ดีว่าถ้ากันตาเป็นแฟนกับเขา เธอต้องตกเป็นข่าวไม่เว้นแต่ละวัน และคงเป็นข่าวแง่ลบมากกว่าแง่บวกแน่นอน

             “ถึงก่อนหน้านี้ทุกคนจะคิดว่าคนในคลิปเป็นป้อ ปริตต์ แต่ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมพูดออกสื่อเมื่อวานนี้ ทำให้คนอย่างน้อยค่อนประเทศได้รู้ความจริงแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมจะรับผิดชอบเรื่องนี้เอง”

             “ความจริงบ้าอะไร คุณบอกนักข่าวว่าเราเป็นแฟนกันทั้งๆ ที่ฉันไม่ได้เป็นแฟนคุณ” กันตาดึงแขนเสื้อพันแสง แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงดุดัน เมื่อคืนเธอได้เห็นข่าวที่พันแสงให้สัมภาษณ์แล้วเหมือนกัน

             “แล้วเธอจะรับผิดชอบยังไงล่ะ จะแต่งงานกับลูกสาวฉันเหมือนที่ป้อเขาคิดหรือเปล่า” กฤติชัยประชด เขาไม่คิดว่าทั้งปริตต์ ซึ่งเป็นดารากำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง และพันแสง ลูกนักการเมืองผู้ร่ำรวย จะมีใครสักคนยอมแต่งงานกับกันตา ผู้หญิงธรรมดาทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะได้จริง

             “ใช่ครับ ผมตั้งใจมาแล้วว่าจะรับผิดชอบ ด้วยการแต่งงานกับเกี๊ยว”

             “คุณ! พูดบ้าอะไรเนี่ย” กันตาตกใจ

             “หึ! คิดว่าการแต่งงานมันรับผิดชอบอะไรได้ ลบล้างความเสียหายของลูกสาวฉันได้เหรอ เอาเถอะ ถึงมันอาจจะทำให้ใครต่อใครพอจะคิดได้ว่าลูกสาวฉันจูบกับแฟนตัวเอง ไม่ได้ไปมั่วกับผู้ชายที่ไหน แต่นี่มันประเทศไทย สังคมไทย การเที่ยวจูบกันโจ่งแจ้งแบบนั้นมันก็น่าเกลียดอยู่ดี ต่อให้เป็นผัวเมียกันถูกต้องก็ไม่ควรทำ”

             “ผมทราบครับ แต่เพราะแบบนี้แหละ ผมถึงบอกว่าจะรับผิดชอบเกี๊ยวด้วยการแต่งงาน” ทุกคนพากันงุนงงคำพูดของพันแสง “ที่ผ่านมาผมไม่ได้เป็นสามีของเกี๊ยว ทั้งทางกฎหมาย ทางประเพณี และทางพฤตินัย ผมถึงต้องจูบเธอในที่โจ่งแจ้ง ไม่สามารถพาเธอไปจูบในห้องได้ แต่ถ้าเราแต่งงานกันถูกต้องทุกอย่าง ผมก็จูบเธอในห้องที่ไม่มีใครเห็นได้อีกไงครับ”

             ผ้าไหมแทบเป็นลมกับคำพูดบ้าบิ่นของชายหนุ่ม กันตาเองอึ้งจนตาค้างอ้าปากค้าง ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะมาเจอผู้ชายบ้าๆ พูดเรื่องบ้าๆ ต่อหน้าบิดาแบบนี้ ผ้าฝ้ายกลั้นขำไม่อยู่หลุดหัวเราะออกมานิดหนึ่งก่อนจะแกล้งทำเป็นกระแอมกระไอ เธอชักจะชอบพันแสงขึ้นมาแล้วสิ ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่แค่กล้า แต่เขาบ้าพอตัวเลยเชียวล่ะ

             ปภพเองต้องหันหน้าออกนอกวงสนทนา เพราะกลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่

             มีแต่ปริตต์เพียงคนเดียวที่มีสติ...เขาถึงรู้ว่าตอนนี้หัวใจตัวเองเจ็บปวดรวดร้าวเพียงใด


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น