อัปเดตล่าสุด 2019-05-15 14:22:49

ตอนที่ 2 บทที่ 2

บทที่ 2

 

             สนามบินสุวรรณภูมิเต็มไปด้วยแฟนคลับของ ป้อ ปริตต์ ที่มาดักรอ หลังจากรู้ว่าเขาจะบินกลับจากกระบี่ในบ่ายวันนี้ รวมถึงกลุ่มนักข่าวที่รอสัมภาษณ์เกี่ยวกับข่าวฮอตพาดหัวบนหนังสือพิมพ์บันเทิงวันนี้ด้วย

             “งานเข้า! ป้อ ปริตต์เจอปาปารัซซี่มือดีถ่ายภาพขณะกำลังนัวเนียกับสาวนิรนาม ข้างสระน้ำของโรงแรมหรู นี่ไม่ใช่มือที่สามแต่เป็นมือปลาหมึกสินะ!”

             ภาพประกอบพาดหัวข่าววาบหวิวริมสระน้ำในคืนนั้น เห็นด้านข้างของชายหนุ่มครึ่งหน้า อาจไม่ชัดเต็มคุณภาพกล้องแต่ก็พอให้เห็นเค้าโครงหน้าว่าเป็นใคร แต่หลายคนเสียดายที่ใบหน้าผู้หญิงเห็นแค่นิดเดียว งานนี้ขาเม้าท์ทั้งหลายจึงเม้าท์กันไม่มันปาก หากรับรองได้เรื่องไม่จบแค่นี้แน่ ข่าวฉาวดารามีแต่จะถูกล้วงลึก จนกว่าจะรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร!

             ทันทีที่ปริตต์ออกมาจากเกทและเดินมาถึงอาคารผู้โดยสาร ทั้งนักข่าวทั้งแฟนคลับตีวงล้อมเข้ามาประชิดตัวเขาทันที เสียงเรียก เสียงกรี๊ดกร๊าดและคำถามถูกรัวมาถี่ยิบ จากทั่วสารทิศชนิดเขาแทบไม่มีเวลาตั้งตัว ตั๊กแตนผู้จัดการส่วนตัวต้องคอยดึงแขนเขาให้เดินตาม พร้อมกับการ์ดอีกสามคนที่ถูกสั่งให้มาดูแล หลังจากตั๊กแตนทราบข่าวนี้ตั้งแต่เช้าก่อนเดินทางกลับจากกระบี่

             “ป้อคะ สรุปว่าที่เลิกกับเกี๊ยวนี่เพราะมือที่สามใช่ไหมคะ”

             “ป้อคะ แล้วผู้หญิงในภาพนั่นเป็นใครคะ ใช่แฟนใหม่หรือเปล่า”

             ปริตต์พยายามจะเดินหนี โดยไม่ตอบคำถามใด เพราะเขาก็ยังมึนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น กระทั่งคำถามหนึ่งทำให้เขาต้องหยุดเดิน

             “แล้วป้อเห็นคลิปหรือยังคะ ในคลิปนั้นเห็นหน้าผู้หญิงค่อนข้างชัดนะคะ”

             “ผมยังไม่เห็นคลิปอะไรทั้งนั้นครับ” แม้จะบังคับเสียงให้นิ่ง เพราะไม่อยากเป็นข่าวเพิ่มเรื่องเหวี่ยงนักข่าว แต่เสียงของปริตต์ก็เครียดอย่างเห็นได้ชัด

             “นี่ค่ะ คลิปเหตุการณ์ในคืนนั้น” นักข่าวคนหนึ่งยื่นไอแพดไปตรงหน้าชายหนุ่ม เสียงนักข่าวและแฟนคลับรอบตัวเหมือนจะเงียบไปอึดใจ เพราะก่อนหน้านี้มีแค่ภาพนิ่งที่ถูกปล่อยออกมา ส่วนคลิปนี้เพิ่งถูกปล่อยสดๆ ร้อนๆ แทบจะยังไม่มีใครเห็น นักข่าวคนนี้อัพเดตเร็วทันใจจนป้อต้องยื่นมือไปรับมาดู

             ขณะปริตต์ดูคลิปสั้นๆ แค่หนึ่งนาที ฝ่ายแฟนคลับต่างพากันก้มหน้าเปิดหาคลิปนั้น จากอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ของตัวเองเช่นกัน ปริดาเป็นหนึ่งในกลุ่มแฟนคลับที่มารับปริตต์ที่สนามบิน เธอรีบยกมือถือขึ้นค้นหาคลิปดังกล่าวทันที

             นาทีถัดมาปริตต์เงยหน้าขึ้น สีหน้าของเขาเครียดยิ่งกว่าเก่า คิ้วขมวดเป็นปมอย่างคนอารมณ์กำลังกรุ่น เขาส่งไอแพดคืนนักข่าวแล้วเผลอขบกรามจนเป็นสันนูน หันไปทางผู้จัดการส่วนตัวเพื่อส่งสายตาสื่อสาร แล้วออกเดินอย่างรวดเร็ว

             เสียงถามพร้อมยื่นไมค์มาจ่อปากตามติดทุกฝีก้าว ปริตต์ได้แต่ปัดไปว่าเขายังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ตอนนี้ ชายหนุ่มก้มหน้าเดินตามตั๊กแตนไปจนเกือบจะถึงทางออก คำถามหนึ่งถามขึ้น

             “ป้อคะ ช่วยชี้แจงหน่อยสิคะ อย่าเอาแต่เดินหนี ถ้าหนีแบบนี้แสดงว่าเป็นเรื่องจริงใช่ไหมคะ ผู้หญิงคนนั้นแย่งคุณมาจากเกี๊ยวใช่ไหมคะ”

             ปริตต์หยุดชะงักราวกับรถที่เหยียบเบรคจนหัวทิ่ม ความอดทนขาดสะบั้นหันขวับมาตอบเสียงกร้าว

             “ไม่ใช่! เธอไม่ได้เป็นมือที่สาม และถ้าให้แย่งผมมาจากใคร เธอคงยอมตายเสียดีกว่า!”

             ทุกคนตกใจตาค้างกันถ้วนทั่วไปสิบวินาที ก่อนคำถามจะกลับมาเซ็งแซ่อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้ประเด็นจะแตกออกไปเป็นเรื่องอื่นอีกมากมาย

             “แสดงว่าป้อรู้จักผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ใช่ไหมคะ”

             คำถามจี้ใจดำทำเอาปริตต์พูดไม่ออก ตั๊กแตนต้องยกมือกุมขมับ ก่อนลากป้อออกจากสนามบินไปขึ้นรถตู้ที่มารอรับอย่างรวดเร็ว

             กว่าจะขึ้นรถและปิดประตูกันความวุ่นวายทั้งปวงออกไปได้ ก็เล่นเอาตั๊กแตน ชายไม่จริงหญิงไม่แท้ร่างอวบเหนื่อยหอบเลยทีเดียว เธอสั่งให้คนขับรถเร่งแอร์ เอนตัวกระแทกเบาะ เงียบจนความเย็นคลายความร้อนออกไปจากตัวจนหมด จึงหันมาหาคนนั่งข้างที่คิ้วขมวดยุ่ง สีหน้าแววตาเคร่งเครียด

             “ป้อ พูดแบบนั้นทำไม เธอรู้ใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้น แทนที่มันจะจบแค่เรื่องภาพบ้าๆ นั่น นักข่าวจะต้องสืบสาวหาว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร สำคัญกับเธอยังไง ขนาดไหน และตั้งแต่เมื่อไร เธอถึงกล้าตวาดนักข่าวออกไปแบบนั้น”

             กระนั้นอีกฝ่ายก็ยังนั่งเงียบ เบนสายตาออกไปนอกรถ ตั๊กแตนถอนหายใจ ปริตต์มักทำแบบนี้เสมอกับเรื่องที่เขาไม่อยากตอบ โดยเฉพาะเรื่องในอดีต เขาแทบไม่เคยเปิดเผยต่อใคร แม้แต่กับคนไว้ใจได้อย่างตั๊กแตนเอง

             “เอาล่ะ ไหนๆ เธอก็พูดออกไปแล้ว ช่างมันเถอะ เย็นนี้เธอมีงานอีเว้นท์ของแชมพูที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ ต้องมีนักข่าวมารอสัมภาษณ์เรื่องนี้แน่ๆ เธอยืนยันกับพี่ได้ไหมว่าคนในภาพนั้นไม่ใช่เธอจริงๆ”

             จบคำพูดตั๊กแตน ปริตต์หันขวับมามองผู้จัดการส่วนตัวอย่างเคืองขุ่น คิ้วเขากระตุกแรงอย่างไม่พอใจ

             “พี่อยู่กับผมมาตั้งแต่เข้าวงการ ซึ่งนั่นมันก็หลายปีมาแล้ว พี่ไม่รู้จักผมสักนิดเลยเหรอ” เสียงนั้นดุกร้าวก็จริงทว่าตั๊กแตนจับได้ถึงความน้อยใจนิดๆ เธอถอนหายใจอีกครั้ง วางมือลงบนหัวไหล่เขาแผ่วเบา

             “พี่รู้ ว่าป้อไม่ได้เหลวไหลอะไรนักหนา และข่าวคบผู้หญิงมากหน้าหลายตาก็แค่คบ ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร เพียงแต่พี่แค่สังเกตว่าข่าวคราวนี้ดูป้อจะซีเรียสเป็นพิเศษ ทั้งที่ข่าวแรงกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว ทำไมป้อถึงยังหัวเราะผ่านมาได้ แต่คราวนี้เพราะ...ผู้หญิงในคลิปหรือเปล่า”

             ตั๊กแตนไม่รู้จักผู้หญิงในข่าว แต่เธอก็อดหยั่งเชิงไม่ได้ และเหมือนร่างกายปริตต์จะเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย จริงอยู่ว่าโรงแรมเกิดเหตุเป็นโรงแรมเดียวกับที่เขาพัก แต่เนื่องจากเวลาที่เขาตัดสินใจว่าจะ ‘พัก’ นั่นแสดงว่าเขาจะไม่วุ่นวายกับใคร พักก็คือพักจริงๆ เป็นส่วนตัวถึงที่สุด เขาถึงไม่รู้เลยว่ากันตาไปพักที่โรงแรมนั้นด้วยเมื่อหลายวันก่อน

             “คนในภาพนั้นไม่ใช่ผม” เขากัดฟันตอบคล้ายกำลังคุมแค้นบางอย่าง

             “โอเค พี่เชื่อเธอ งั้นเย็นนี้ถ้ามีนักข่าวมาสัมภาษณ์เธอก็บอกไปว่าแค่คนหน้าเหมือน ส่วนถ้าเขาถามถึงผู้หญิงคนนั้น...” ตั๊กแตนลังเล ถึงตอนนี้เธอชักไม่แน่ใจว่าปริตต์จะไม่รู้จักผู้หญิงในภาพ “เธอก็บอกไปแล้วกันว่าเธอไม่รู้จัก เพราะถึงตอนนี้ใครต่อใครคงปักใจเชื่อไปแล้ว ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นมือที่สามระหว่างเธอกับเกี๊ยว ต่อให้เธอบอกว่าไม่ใช่ แต่แค่เพียงเธอรู้จัก รับรองได้ว่ามันจะยิ่งไปกันใหญ่ไม่จบง่ายๆ แน่ และผู้หญิงคนนั้นจะกลายเป็นคนที่สังคมจับตามองยิ่งกว่านี้”

             ปริตต์ไม่ได้ตอบอะไรออกมา สายตาเขายังมองเหม่อออกไปนอกรถ ในสมองอัดแน่นไปด้วยความเครียด ความโกรธ และความเจ็บใจจนคับอก ถึงอย่างนั้นชายหนุ่มก็รู้ว่า การตอบสัมภาษณ์เย็นนี้คงต้องเป็นไปตามคำแนะนำของตั๊กแตน ไม่ใช่เพราะต้องการให้ภาพพจน์ตัวเองดูดี แต่เขาไม่ต้องการให้กันตาตกอยู่ในสายตาของสังคม!

 

             “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด”

             เสียงกรีดร้องลั่นคอนโดฯ พร้อมกระทืบเท้าเร่าๆ ราวกับกำลังเหยียบกองไฟ ทำให้กันตาต้องยกมือปิดหูไว้แน่น นานจนลมแทบหมดปอดใหญ่มหึมา ปริดาจึงถลาเข้าไปเขย่าตัวกันตาจนหัวสั่นหัวคลอน

             “แกทำกับฉันยังงี้ได้ยังไงยัยเกี๊ยว แกทำให้ฉันอิจฉาจนแทบกระอักเลือดได้ยังไง! นั่นแกไปจูบกับป้อของฉันน้าาาา มันเป็นเรื่องน่าอิจฉาที่สุดในสามโลกเลยรู้ไหม!!!”

             “หยุดก่อนปุ๊กลุก แกไปไหนมา ทำไมกลับมาถึงได้คุ้มคลั่งอย่างนี้ แล้วแกกำลังพูดเรื่องอะไร อธิบายให้ฉันเข้าใจหน่อย” กันตาพยายามถามทั้งใช้มือสองข้างอุดหูแน่น เธอจะไม่ยอมเป็นครูหูหนวกเพราะเสียงแปดหลอดของเพื่อนบ้าดาราแน่ๆ

             “ก็เรื่องภาพกับคลิปหลุด ที่แกไปจูบกับป้อริมสระน้ำที่กระบี่น่ะสิ หน็อย กลับมาทำเก็บเงียบนะ ไหนว่าถ้าเจอเขาจะกระโดดลงสระถ่ายรูปมาฝากฉัน นี่อะไรกัน แกซุ่มเงียบนี่นา กรี๊ดดดดด” ปริดาต่อว่าพลางกระทืบเท้าเร่าๆ จนน่ากลัวว่าคอนโดฯ จะทรุด

             นาทีนั้นกันตาอึ้งตาค้างไปกับสิ่งที่ได้ฟัง หลังกลับมาจากสัมมนาเธอมีเวลาพักกับบ้านต่ออีกสามวัน และเรื่องในคืนนั้นลินดาบอกให้เธอลืมมันเสีย หลังจากเธออธิบายให้เพื่อนรุ่นพี่เข้าใจอย่างครบถ้วน

             กันตาไม่คิดว่าสิ่งที่เธอพยายามลืมมาตลอดสามวันจะตามมาหลอกหลอน และดูท่าจะดึงเธอลงนรกเสียด้วย

             “เดี๋ยวปุ๊กลุก แกอย่าเพิ่งกรีดร้อง ขอฉันดูภาพกับคลิปนั่นหน่อย ฉันยังไม่รู้เลยสักนิดว่ามันมีอะไรอย่างที่แกว่า”

             ปริดาทำท่าสะอื้น แล้วมองเพื่อนตาคว่ำ พุ่งตัวเข้าไปเปิดภาพข่าวในเว็บและคลิปดังกล่าวให้กันตาดูผ่านมือถือ แค่เห็นทุกอย่างกันตาถึงกับเซล้มลงไปบนโซฟา หน้าซีดปากสั่น หัวใจยิ่งสั่นแรงแทบทะลุอก

             “ดีใจจนตั้งตัวไม่อยู่เลยล่ะสิยัยเกี๊ยว แกนะแก น่าจะบอกกันสักคำ ถึงฉันจะอิจฉาแค่ไหน แต่ถ้าแกบอก ฉันก็ดีใจเพราะอย่างน้อยแกก็เป็นเพื่อนสนิทฉัน ดีเสียอีกฉันจะได้เอาไปโม้กับบรรดาแฟนคลับป้อว่าคนที่ป้อเป็นข่าวด้วยน่ะเพื่อนร่วมห้องฉันเอง” ปริดาเปลี่ยนอารมณ์ปุบปับ ตอนเห็นคลิปที่สนามบิน จังหวะที่ใบหน้ากันตาห่างจากชายหนุ่มที่เห็นด้านข้างเยื้องไปข้างหลังนั้น หญิงสาวรู้ทันทีว่าคนในคลิปคือเพื่อนของเธอ หากทำได้เพียงแค่ยกมืออุดปากกลั้นเสียงกรี๊ด ไม่กล้าบอกใคร เพราะต้องการคำยืนยันจากเจ้าตัวก่อน

             “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉัน...” กันตาพยายามอธิบายแต่เหมือนสมองเธอตีบตันไปหมด

             “เข้าใจผิดอะไร้ ถึงในคลิปมันจะไม่ชัดเว่อร์ แต่คนที่สนิทกับแกมากๆ ย่อมต้องรู้ ซึ่งฉันเป็นหนึ่งในนั้น และที่สำคัญนะยัยเกี๊ยว ตอนนี้แกกำลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยของสังคม”

             กันตาหันขวับไปมองเพื่อน ‘ผู้ต้องสงสัยของสังคม’ เลยหรือ แค่คิดกันตาก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ คำว่าสังคมนั่นย่อมกินพื้นที่กว้างไปยังบ้านของเธอ พ่อแม่ของเธอ รวมถึงโรงเรียนที่เธอสอนอยู่ด้วยสินะ!

             “แต่คนในคลิปนั่นไม่ใช่ป้อ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด และฉันไม่ได้ยินดีสักนิดนะปุ๊กลุก ถ้าเกิดที่โรงเรียนฉันรู้เข้าต้องเป็นเรื่องใหญ่ ฉันอาจจะถูกลดขั้นเงินเดือน หรือร้ายแรงอาจจะถูกไล่ออกได้เลยนะ และจะยิ่งร้ายกว่านั้นถ้าพ่อรู้เข้า ทุกอย่างจบแน่ พ่อยิ่งไม่ชอบป้ออยู่ด้วย”

             กันตาทั้งเครียดทั้งกังวล ดูเหมือนเธอจะลืมเรื่องคืนนั้นไม่ได้ง่ายๆ อย่างลินดาแนะนำเสียแล้ว

             “แต่ตอนอยู่สนามบิน ป้อเขาพูดเหมือนกับรู้จักแกยังงั้นแหละ เขาบอกว่าถ้าให้แกแย่งเขามาจากคนอื่น แกคงยอมตายดีกว่า เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ เมื่อกี้แกบอกว่าพ่อแกไม่ชอบป้อ แสดงว่าพ่อแกรู้จักป้อด้วยสิ กรี๊ด บอกมาซะดีๆ ยัยเกี๊ยว แกรู้จักป้อเป็นการส่วนตัวใช่ไหม” ปริดาสติแตกขึ้นอีกครั้งหลังจากสงบไปครู่ใหญ่

             กันตามองเพื่อนตาปริบๆ ขยับถอยหลังเมื่อร่างจ้ำม่ำรุกรานเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอมัวแต่ตกใจจนเผลอหลุดปากให้แฟนคลับปริตต์สงสัยจนได้

             “เอ่อ...”

             “นั่นไง ชัวร์ป้าบ ลองพูดไม่ออกแบบนี้แสดงว่าจริง ยัยเกี๊ยวบ้า รู้จักเขาเป็นการส่วนตัวทำไมไม่บอกฉันฮึ! ฉันก็ตงิดๆ หลายทีแล้ว ต๊าย! หรือแกเป็นแฟนเขาลับๆ โดยไม่บอกฉันยะ”

             “เฮ้ย! ไปกันใหญ่แล้วปุ๊กลุก มันไม่ใช่อย่างที่แกคิดนะ” กันตาโบกมือพัลวัน

             “ถ้าไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดแล้วมันเป็นยังไง ว่ามาให้ไว” ปริดาตั้งท่าขึงขัง ยังไงวันนี้เธอต้องรู้ความจริงให้ได้

             กันตาระบายลมหายใจ ถึงขนาดนี้แล้วเธอคงต้องเล่าความจริงให้ปริดาฟังทั้งหมด

             “โอเค เล่าก็เล่า...เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนเรียนประถมพ่อฉันย้ายไปประจำที่ใต้ ฉันกับแม่ก็ย้ายไปด้วย ตอนนั้นครอบครัวเราพักที่บ้านพักราชการซึ่งมีอยู่สองหลังในรั้วเดียวกัน แกเดาออกใช่ป่ะ ว่าอีกหลังคือบ้านของครอบครัวป้อ ฉันกับเขาเลยได้รู้จักกัน และฉันเรียนที่นั่นจนจบม.หก พ่อถึงย้ายกลับไปอยู่เชียงใหม่ ส่วนฉันก็มาเรียนในกรุงเทพฯ และได้รู้จักกับแก ป้อเองก็เรียนในกรุงเทพฯ แต่เราไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยหลังจากนั้น ฉันรู้แค่ว่าเขาเป็นดาราตามข่าว และจากแกนั่นไง” กันตาเล่าจบแบบห้วนๆ  

             “เท่านั้น?”

             “ก็...เท่านั้น แกอยากรู้อะไรอีกล่ะ” กันตาเสหลบสายตาเพื่อน เธอไม่อยากเล่ารายละเอียดอะไรมาก เพราะบางเรื่องราวหญิงสาวก็ไม่อยากรำลึกขึ้นมาอีก มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะทำให้หัวใจสงบนิ่งเมื่อต้องนึกถึงใครสักคนที่หัวใจผูกพันมากๆ แต่เขากลับไม่เคยใส่ใจกันเลยสักนิด

             “ไม่จริงอ่ะ มันจะเท่านั้นไม่ได้ แกกับเขาอยู่ในรั้วเดียวกัน ต้องเป็นเพื่อนกัน แถมเวลาก็ตั้งหลายปี มันต้องมีเรื่องเล่าเยอะกว่านี้สิ แกอย่ากั๊กน่ายัยเกี๊ยว เล่ามาซะดีๆ”

             “โธ่...มันก็เหมือนเพื่อนธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษสักหน่อย อีกอย่าง นี่เรากำลังพูดกันเรื่องภาพบ้าๆ นั่นกันนะปุ๊กลุก ฉันกำลังไม่สบายใจ แกต้องเป็นห่วงฉันสิ ไม่ใช่มัวถามเรื่องนายป้อนั่นอยู่ได้” กันตาเห็นท่าไม่ดี จึงรีบแสร้งทำเป็นน้อยใจเปลี่ยนประเด็น และมันได้ผล

             “เออๆ ก็ได้ ทีนี้จะทำยังไงล่ะ ถ้าคนคนนั้นไม่ใช่ป้อ ก็น่าเสียดายมาก อุ๊ย! ไม่ใช่ๆ ฉันหมายถึงเขาทำแบบนั้นทำไม ถ้าแกบอกว่าไม่รู้จักกัน”

             “ฉันก็ไม่รู้ ตอนนั้นมันกะทันหัน ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉันทั้งตกใจทั้งกลัว พอพี่ลินมาช่วยก็รีบเดินหนีกันเลย” ย้อนนึกไปถึงคืนนั้น โชคดีที่คนมาพบเธอคือลินดา หญิงสาวเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายและไม่คาดคั้นมากเมื่อเธออธิบายว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่โชคไม่ดีที่คงมีใครสักคนแอบเห็นจึงถ่ายภาพไว้

             “แต่จะว่าไปเขาก็หล่อ เท่ห์ดีเหมือนกันนะ เจอกันครั้งแรกก็จูบแกแล้ว ถ้าได้เจอกันอีกเขาคง...”

             “ยัยปุ๊กลุกบ้า! ฉันเสียหายนะ แกนี่เป็นเพื่อนประสาอะไรฮึ” กันตาตีต้นแขนอวบอั๋นของเพื่อนเสียแรง ทว่าฝ่ายนั้นกลับหัวเราะชอบใจ

             “ว่าแต่ถ้าคนในคลิปนั่นไม่ใช่ป้อ แล้วเขาเป็นใครล่ะ?” ปริดาตั้งข้อสงสัย

             แม้จะพยายามไม่สนใจ แต่ลึกๆ กันตาก็อยากรู้เหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร แล้วเขาทำบ้าๆ กับเธอทำไม?

             แต่ที่แน่ๆ เขากำลังจะทำให้ชีวิตการงานของเธอพัง เพราะข่าวเสียหาย!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น