อัปเดตล่าสุด 2019-05-22 17:36:42

ตอนที่ 23 บทที่ 23

บทที่ 23

 

            กว่าจะเสร็จพิธีทุกอย่าง ก็ทำเอาเจ้าบ่าวเจ้าสาวเหนื่อยกันจนแทบหมดแรง พันแสงไม่เคยคิดเลยว่าการแต่งงานจะเป็นอะไรที่หนักและเหนื่อยขนาดนี้ นี่ขนาดกฤติชัยบอกว่าจัดแบบเล็กๆ เชิญเฉพาะญาติและคนสนิทจริงๆ เท่านั้น แต่คงเพราะพิธีแบบล้านนามีรายละเอียดและขั้นตอนค่อนข้างเยอะ ทำให้เมื่อยเนื้อเมื่อยตัว อีกทั้งเมื่อคืนเขาแทบนอนไม่หลับ จึงรู้สึกเพลีย คาดว่าเจ้าสาวก็คงเช่นกัน

            กระนั้นเมื่อถึงเวลาที่เรียกว่า ‘ส่งตัวเข้าหอ เหมือนอะดรีนาลีนในร่างกายของบ่าวสาวจะทำงานได้ดี ทั้งคู่ตื่นเต้น ประหม่า ขัดเขินเสียจนลืมความเหน็ดเหนื่อยไปโดยปริยาย

            ก่อนทำพิธีส่งตัว ต้องมีการมัดมือเจ้าบ่าวเจ้าสาวให้ติดกันก่อน ตามพิธีล้านนาอีกเช่นเคย กันตาเคยเห็นเธอจึงไม่แปลกใจ หากขัดเขินจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมืออีกข้างที่ถูกมัดรวมกัน ฝ่ายพันแสงแปลกใจเป็นอย่างมาก เขาไม่เคยเห็นไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แต่ก็ลอบยิ้มเมื่อรู้สึกว่ามือของกันตาสั่นและเย็นเฉียบ ชายหนุ่มถือโอกาสจับมือเธอแล้วบีบเบาๆ

            “คืนนี้คุณไม่รอดแน่”

            เสียงกระซิบเบาๆ ข้างหูทำให้กันตาเงยขวับขึ้นมอง ยิ่งได้เห็นแววตาพราวระยับของอีกฝ่าย กันตายิ่งประหม่า อายจนอยากดึงมือหนี ทว่าเขาจับไว้แน่นแถมมีเชือกผูกไว้ด้วยกันอีก

            คุณคชาจูงมือพันแสง และกฤติชัยจูงมือกันตา พวกเขาพาหนุ่มสาวเดินเข้าห้อง ซึ่งเตียงนอนถูกจัดไว้พร้อมสำหรับคู่แต่งงาน มีกลีบกุหลาบสีแดงโปรยไว้อย่างสวยงาม จากนั้นกฤติชัยกับผ้าไหมก็นอนเคียงกันบนเตียงเป็นตัวอย่างให้บ่าวสาว ไม่ใช่การสาธิตแต่มีนัยยะว่าให้คนที่แต่งงานครั้งเดียวแล้วอยู่กันยืน มานอนเบิกฤกษ์ให้ก่อน เพื่อสิริมงคลของคู่ใหม่

            เมื่อถึงคิวเจ้าบ่าวเจ้าสาวต้องขึ้นไปนอน ก็พากันเงอะงะ ขัดเขินจนเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากญาติผู้ใหญ่และเพื่อนสนิทที่เข้ามาร่วมสองสามคนได้เป็นอย่างดี

            มีแค่ปริตต์ที่ยืนมองด้วยอาการนิ่งเงียบ ในใจของเขามีทั้งความเป็นห่วงและเจ็บร้าว...ถ้าเมื่อหลายปีก่อนเขากล้าพอที่จะยอมรับกันตา วันนี้คนที่อยู่บนเตียงกับเธออาจเป็นเขา ผู้หญิงที่เขาปล่อยให้คนรอบตัวตัดสินว่าไม่สวย ไม่เหมาะสมจะยืนข้างเขา แต่วันนี้กันตาดูสวยสะอาดหมดจด เธอดูมีเสน่ห์...เสน่ห์ที่มาจากจิตใจข้างใน

            “ครองรัก ครองเรือน และครองคู่กันไปจนแก่เฒ่านะ...ลูก” กฤติชัยอวยพรบ่าวสาวที่นอนคู่กันบนเตียง

            “ให้ผัวเป็นแก้ว เมียเป็นแสง บ่ดีหื้อเป็นผัวเผต เมียยักษ์ หื้อมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง หื้อฮักกั๋นแพงกั๋นอยู่ตราบเสี้ยงชีวิต ถ้าผัวเป็นไฟ หื้อเมียเป็นน้ำ หื้อพ่อชายเป็นหิง แม่ญิงเป็นข้องเน้อ

            ผ้าไหมยังคงอวยพรเป็นภาษาเหนือ เพราะชินกับการอวยพรงานแต่งแบบล้านนามากกว่าแบบสมัยใหม่

            “พี่ไหมบอกว่าให้ขยันทำลูกเยอะๆ จะได้มีหลานเต็มบ้านเต็มเมือง รักกันลูกดก แต่ถ้ามีทะเลาะกันบ้างลูกก็จะยิ่งดกนะ เพราะงั้นถ้าไม่อยากลูกดกมากก็รักกันมากกว่าทะเลาะกันนะหลานน้า อุ๊ย!”

            ผ้าฝ้ายแกล้งแปลคำอวยพรของผ้าไหมตามใจตัวเอง จนโดนพี่สาวทุบไหล่เข้าให้จึงแกล้งยิ้มแหยแต่แววตายังนึกสนุก

            “ถึงวันนี้จะไม่มีแม่อยู่ แต่พ่อกับแม่ก็เรียกได้ว่ารักกันจนลมหายใจสุดท้าย ฉะนั้นแสงกับหนูเกี๊ยวก็จงรักกันเช่นนั้น แต่พ่อขอให้ลูกทั้งสองได้ครองคู่กันนานเช่นพ่อแม่ของหนูเกี๊ยวนะ”

            เจ้าบ่าวเจ้าสาวไหว้ขอบคุณพ่อแม่ จากนั้นทุกคนก็พากันออกไป เพราะหมดหน้าที่แล้ว จากนี้ไปคือเวลาและหน้าที่ของเจ้าบ่าวเจ้าสาวเพียงสองคน

            เพียงแค่เห็นว่าประตูห้องปิดสนิท กันตาก็รีบเด้งตัวลุกนั่ง พร้อมกับกระเถิบจะลงจากเตียงทันที โดยลืมไปว่ามือข้างหนึ่งโดนมัดติดไว้กับเจ้าบ่าว พอหันไปมองเนื่องจากมือโดนรั้งไว้ด้วยเชือก เธอก็ทันได้เห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของพันแสงแวบหนึ่ง ก่อนเขาจะกระตุกมือแรงจนร่างบางเซถลาไปซบอก กันตาใช้แขนดันอกเขาตั้งท่าจะลุกหนี แต่พันแสงไวกว่า เขาโอบร่างเธอไว้แล้วพลิกให้นอนหงาย โดยมีตัวเขาตามขึ้นไปทาบทับไว้อย่างรวดเร็ว

            “คุณแสง จะทำอะไรคะ!”

            เพราะความตกใจทำให้กันตาถามคำถามที่ไม่น่าถามออกไป หญิงสาวแทบอยากกัดลิ้นตัวเองเมื่อเห็นรอยยิ้มกับแววตาของคนที่กำลังอยู่บนตัวเธอ

            “อยากให้ตอบด้วยคำพูดหรือการกระทำดีล่ะ”

            “ไม่ต้องตอบอะไรทั้งนั้นแหละค่ะ”

            “เอ้า ไม่ให้ตอบแล้วถามทำไม”

            “ฉันแค่...แค่...” กันตาพูดไม่ออก ถ้าเธอบอกว่ากลัวเขาคงหัวเราะเยาะ หรือถ้าตอบว่าตกใจเขาก็คงหัวเราะเยาะอยู่ดี

            “แค่อะไร” พันแสงก้มหน้าต่ำลงไปอีกนิด ใกล้จนลมหายใจรินรดปลายจมูกของกันตา หญิงสาวเอียงหน้าหนี ถึงตอนนี้เธอไม่ได้ร้อนแค่ใบหน้า แต่รู้สึกว่าร่างกายร้อนไปหมดทุกอณู

            “แค่จะไปอาบน้ำค่ะ” เจ้าสาวมือใหม่ตอบรัวเร็ว โดยไม่ยอมหันมาสบตาเจ้าบ่าวของตัวเอง

            “อาบทำไม ยังไม่เหม็นสักหน่อย ยังหอมอยู่เลย” พันแสงไม่พูดเปล่า กดจมูกลงบนแก้มเจ้าสาว หอมแรงๆ เสียทีหนึ่ง คราวนี้กันตาตกใจรีบหันกลับมามองเขาตาวาว

            “คุณแสง!”

            “เวลาคุณเรียกชื่อผมนี่ฟังแล้วชื่นใจดีจัง งั้นคืนนี้เรียกทั้งคืนเลยนะ” พันแสงพูดพลางยิ้มกริ่ม แววตาสื่อให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร ทำเอาแก้มของกันตาแดงปลั่งร้อนผะผ่าวไปหมด

            “คุณ...” ดูเหมือนกันตาจะนึกอะไรไม่ออกนอกจากเรียกชื่อเขาจริงๆ หากคราวนี้เธอยั้งไว้ได้ทัน “ปล่อยได้แล้วค่ะ อย่ามัวเล่นอยู่เลย ฉันเหนื่อย ร้อน อยากอาบน้ำแล้วก็ง่วงแล้วด้วยค่ะ”

            “เล่น? จนป่านนี้คุณยังคิดว่านี่คือการเล่นอีกเหรอ” พันแสงทำหน้าจริงจัง แต่กันตามองออกว่าเขาแสร้งทำ “สงสัยผมต้องทำอะไรจริงจังกว่านี้ให้คุณรู้ว่าผม ‘เอาจริง’ แล้วล่ะ” พูดจบชายหนุ่มก็ก้มลงระดมจูบหญิงสาวรัวๆ กันตาเบี่ยงหน้าหนี พร้อมกับพยายามใช้มือดันใบหน้าเขาออกห่างให้วุ่นไปหมด

            “อื้อ อย่าค่ะ ฉัน....ฉันยัง...”

            “โน!” พันแสงหยุดการกระทำ เพื่อให้เธอได้พักหายใจมากกว่าจะยอมถอย เขาส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจ้องตาเธอแน่วแน่ “นี่คือการแต่งงานจริงๆ ไม่มีสัญญา ไม่มีข้อตกลงใดๆ ว่าเราจะอยู่กันกี่ปี หรือนี่คือการทำเพื่อปกป้องชื่อเสียง หรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นทุกอย่างต้องเป็นไปตามที่มันควรจะเป็น ห้ามบอกว่ายังไม่พร้อม”

            “ฉันรู้ค่ะ แต่ฉันยังไม่พร้อมจริงๆ นี่คะ”

            “แล้วเมื่อไหร่คุณถึงจะพร้อม”

            เป็นคำถามที่กันตาตอบไม่ได้ ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองยังไม่พร้อม และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะพร้อม ไม่รู้แม้กระทั่งว่าการจะนอนกับผู้ชายสักคนมันต้องเป็นยังไงถึงเรียกว่า...พร้อม

            “อย่างน้อยก็ไม่ใช่วันนี้”

            “ถ้าไม่พร้อมวันส่งตัวเข้าหอ แล้วจะพร้อมวันไหน”

            “ขอฉันไปอาบน้ำก่อนเถอะนะคะ ตอนนี้ฉันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ” กันตาบอกเสียงอ่อย สีหน้าของเธอทำให้พันแสงต้องถอนหายใจ ไม่ใช่ระอา แต่เขาใจอ่อน

            ชายหนุ่มยอมลงจากตัวเธอแล้วประคองหญิงสาวขึ้นนั่งด้วยกัน หากยังเลื่อนมือไปโอบเอวไว้ไม่ให้เธอลุกหนีไปไหน

            “ไปอาบน้ำก็ดีเหมือนกันนะ ผมรู้สึกร้อนรุ่มไปหมดทั้งตัวแล้วเหมือนกัน” คนเป็นครูอย่างกันตารู้ดีว่าคำว่า ‘ร้อนรุ่ม’ เขาใช้ตอนไหน มันไม่ใช่อาการร้อนกาย “ไป เราไปอาบน้ำกัน”

            “เดี๋ยวค่ะ ไปอาบน้ำกัน คุณหมายความว่ายังไง” ครูสาวสมองช้าขึ้นมาเสียดื้อๆ ทั้งที่ปกติเธอเก่งพอจะรู้เท่าทันคำพูดคนอื่นได้ไม่ยาก

            “ก็นี่ไง มือโดนมัดไว้ด้วยกันแบบนี้จะแยกไปอาบกันได้ยังไง มันต้องไปด้วยกันสิครับคุณเจ้าสาวสุดที่รัก”

            ถึงแม้ว่าคำว่า ‘สุดที่รัก’ พันแสงจะพูดออกมาเล่นๆ แต่มันทำให้หัวใจกันตากระตุก หรือจะเป็นสิ่งนี้ที่ทำให้เธอรู้สึกว่ายังไม่พร้อม...ความรัก คำว่ารัก เขามีสิ่งนั้นให้เธอไหม

            พันแสงโน้มไปจูบหน้าผากมนแรงๆ เมื่อเห็นอีกฝ่ายเงียบไป กันตาจึงได้สติ

            “ก็แกะออกสิคะ ไม่เห็นยากเลย”

            “ไม่ได้!” พันแสงปฏิเสธเสียงดังลืมตัว จนกันตาสะดุ้ง เขาจึงนึกได้ ลดเสียงลง “นี่เป็นของมงคล ใครเขาจะให้แกะออกในคืนมงคลกันล่ะ ถึงผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องพิธีแต่งงานของบ้านคุณ แต่ผมรู้ว่าเขามัดไว้เพื่อไม่ให้เราแยกจากกัน” คราวนี้พันแสงพูดจริงจัง ไร้แววล้อเล่นเหมือนทุกที “แล้วผมจะบอกอะไรให้คุณรู้ไว้นะ แม้การแต่งงานของเราจะเกิดขึ้นง่ายดายไม่มีอะไรยาก แต่การจะ ‘แกะ’ เราสองคนออกจากกันจะเป็นเรื่องยากที่สุดในชีวิตผม ผมจะไม่ยอมให้ใครหรืออะไรมาแกะเราออกจากกัน”

            ...แบบนี้เรียกคำสัญญาได้หรือเปล่า...กันตาถามตัวเองในใจ แล้วเงยมองตาเขาคล้ายจะถามเขาเช่นกัน

            “ถ้าไม่แกะแล้วจะอาบน้ำยังไงละคะ...อาบพร้อมกันไม่สะดวกหรอกค่ะ” ท่อนหลังน้ำเสียงของหญิงสาวแผ่วลงด้วยความอาย

            “ใครบอกว่าไม่สะดวก ไม่เชื่อไปลองกันมั้ยล่ะ รับรองสะดวกและสะอาดกว่าอาบคนเดียวอีก”

            “ไม่เอาค่ะ”

            “แบบนั้นก็ไม่เอาแบบนี้ก็ไม่เอา งั้นผมไม่ตามใจคุณแล้วนะ แต่ผมจะยอมให้ครึ่งทาง ให้คุณเลือกว่าจะเปิดซิงผมบนเตียงนี่หรือในห้องน้ำ เลือกมา” ในเมื่อเพชรแฉความบริสุทธ์เขาไปแล้ว พันแสงก็ไม่ต้องอายอะไรเรื่องที่เขายังเวอร์จิ้นอีกต่อไป

            “ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณไม่เคยผ่านผู้หญิงมา” กันตาก้มหน้าอุบอิบพูดเป็นเชิงบ่น แต่ใกล้ขนาดนั้นพันแสงย่อมได้ยิน

            ชายหนุ่มลอบยิ้มอย่างรู้สึกขบขัน นึกเอ็นดูคนในอ้อมกอด เขาเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าการได้อยู่กับผู้หญิงที่เรามีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเธอ มันเป็นเรื่องที่ยากจะหักห้ามใจให้มองเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลย

            “โอเคๆ ผมเคยบอกแล้วว่าผมไม่ชอบบังคับจิตใจใคร เพราะงั้นคืนนี้ผมก็จะไม่บังคับคุณ ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่เต็มใจ ผมก็จะรอให้คุณพร้อม” กันตาดีใจจนเผลอเงยสบตาเขา เธออ้าปากจะตอบทันทีว่าไม่เต็มใจแต่พันแสงใช้นิ้วชี้แตะริมฝีปากเธอเป็นเชิงห้ามไว้เสียก่อน “แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งตอบ รอให้ผมถามก่อนค่อยตอบ”

            “ได้ค่ะ...”

            กันตาตอบไม่ทันจบด้วยซ้ำ ริมฝีปากอุ่นจัดของเขาก็ทาบทับลงมาบนรีมฝีปากบางของเธอ หญิงสาวตกใจจะกระเถิบหนีก็ไม่ทัน รู้สึกได้ถึงแขนแข็งแรงที่รัดร่างเธอเข้าหาร่างใหญ่ มือเรียวพยายามดันอกเขา แต่พันแสงไม่สนใจ เขาค่อยๆ จูบเธอหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เป็นการจูบที่ไม่เหมือนสองครั้งก่อน เพราะครั้งนี้เขาตั้งใจ และใส่อารมณ์ความรู้สึกเต็มเปี่ยม

            ...เป็นการจูบแบบเรียกร้องและต้องการ...

            นานเท่าไรไม่รู้...กันตารู้แต่ว่าร่างกายของเธอเหมือนสิ้นไร้เรี่ยวแรง แถมยังเผลอเผยอปากรับความอุ่นซ่านจากเขาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายเบียดชิดอกกว้างจนเกิดกระไอร้อน

            “เอาล่ะ คราวนี้บอกผมสิว่าคุณไม่เต็มใจ” พันแสงถอนริมฝีปากออกห่างริมฝีปากบางเพียงนิดเดียว พลางกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า กันตารู้สึกสมองมึนคว้าง ร่างกายร้อนไปหมดทุกอณู เธออยากตอบว่าไม่เต็มใจ แต่เหมือนสมองไม่ยอมทำตาม หญิงสาวได้แต่เงียบ “ถ้าไม่ตอบผมถือว่าคุณเต็มใจนะ”

            พันแสงยิ้มเจ้าเล่ห์ ยิ่งเมื่อเห็นหญิงสาวยังเหมือนคนสติหลุดลอยเขายิ่งยิ้มกริ่ม ก้มลงจูบริมฝีปากแดงจัดเพราะรอยจูบครั้งแรกอีกครั้ง ทว่าคราวนี้เขาจะไม่แค่จูบ...

            ชายหนุ่มดึงผ้าเกาะอกเนื้อนิ่มออกจากร่างกายอ่อนนุ่มของหญิงสาว ไล้มือจากเอวขึ้นสู่แผ่นหลังแผ่วเบา ก่อนจะตวัดปลายนิ้วนิดเดียวตะขอบราไร้สายก็หลุดออกอย่างงายดาย กันตาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกเย็นยามไร้อาภรณ์ เจ้าบ่าวเลยพาเธอลงนอนบนเตียงที่มีกลีบกุหลาบบอบบางโปรยไว้ แล้วเคลื่อนตัวขึ้นทาบทับไว้เพื่อให้ไออุ่น

            “รู้ไหมว่าการแต่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาววันนี้ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นนุ่งและห่มให้ แต่การถอดไม่จำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ...ใช้แค่ความเต็มใจเท่านั้น”

            พันแสงกระซิบบอกอย่างอารมณ์ดี แล้วจูบเจ้าสาวของเขาอีกครั้ง...เรื่องระหว่างเขากับกันตาเริ่มต้นด้วยจูบ แต่ค่ำคืนนี้มันจะไม่จบแค่จูบแล้วแยกย้าย เขาจะพาเธอก้าวผ่าน ‘ความบริสุทธิ์’ ไปด้วยกันอย่างเป็นธรรมชาติ

 

            เมื่อบทเรียนเรื่องจูบจบลงตรงที่กันตาสามารถจูบตอบได้แล้ว พันแสงก็เริ่มบทเรียนต่อไป นั่นคือการสัมผัสส่วนอื่นๆ ทั่วร่างกายที่กำลังสั่นน้อยๆ ด้วยฝ่ามือ ริมฝีปาก และลิ้น

            กันตาสั่นสะท้านไปทุกส่วนเมื่อเขาสัมผัส แม้มันจะอ่อนโยนแผ่วเบา ทว่ากลับสร้างความรุ่มร้อน วาบหวามขึ้นในอกอย่างประหลาด เธอหลับตาไม่กล้ามองเขา ยิ่งรู้สึกว่าอาภรณ์เบื้องล่างกำลังถูกปลดเปลื้อง หญิงสาวถึงกับสะดุ้งเธอคว้าหมับไปที่มือของเขา

            “เราทุกคนมีหน้าที่หลายอย่างนะเกี๊ยว เวลาที่คุณเป็นครู คุณก็ทำหน้าที่ได้ดี ส่วนเวลานี้คุณกำลังเป็นเจ้าสาว และกำลังจะเป็นภรรยา คุณก็ต้องทำหน้าที่นั้นให้ดีเช่นกัน มันไม่ใช่เรื่องผิดหรือน่าเกลียด แต่มันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ทุกคน ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาตินะคนดี

            เสียงกระซิบแผ่วเบาจากริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ข้างหู ทำให้มือกันตาที่จับมือพันแสงไว้แน่นคลายออก สิ่งที่เขาพูดเป็นความจริง ในเมื่อเธอเลือกจะแต่งงานกับเขาแล้ว เธอก็ต้องยอมรับผลการตัดสินใจของตัวเอง และเขามีสิทธิ์ในตัวเธอทุกอย่าง

            “ฉัน...

            “ทุกอย่างไม่มีอะไรยาก เราจะผ่านมันไปด้วยกัน

            แม้จะไม่ได้มั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ากันตาคือสาวบริสุทธิ์ที่ไม่เคยผ่านผู้ชายมาเลย แต่ทุกการแสดงออกของเธอบอกได้ชัดว่าหญิงสาวทั้งตื่นเต้น ประหม่า และกลัวอย่างไม่เสแสร้งแกล้งทำ พันแสงจึงคิดว่าเขาควรค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาในการเล้าโลม และดื่มด่ำกับการสัมผัสเธอไปอย่างละเอียดแทบทุกอณูร่างกาย

            เจ้าบ่าวจำเป็นต้องแกะเชือกที่มัดมือของทั้งคู่ไว้ออก เพื่อถอดเสื้อผ้าของตัวเอง และทำอะไรได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้คนที่กำลังเคลิบเคลิ้มได้สติขึ้นมาอีกครั้ง

            “ไหนคุณบอกว่ามันแกะไม่ได้ไงคะ

            “แกะไม่ได้เพราะมันคือสิ่งที่จะมัดเราติดกันไว้ในคืนนี้ แต่ตอนนี้จะมีสิ่งอื่นที่ยึดเราด้วยกันไว้แทนแล้ว เลยแกะได้ คนเจ้าเล่ห์ตอบด้วยรอยยิ้ม ทำเอากันตาไม่กล้าถามต่อว่าเขาจะยึดเธอไว้ด้วยอะไร

            เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างไร้เสื้อผ้าปกปิดร่างกาย ก็ทำให้กระไออุ่นถ่ายทอดสู่กันและกัน กันตายิ่งรู้สึกประหม่าและตัวสั่นมากขึ้น เธอไม่เคยสัมผัสเนื้อตัวผู้ชายแบบนี้มาก่อน มันเป็นการสัมผัสแบบลึกซึ้งถึงทุกสัดส่วน...แม้ส่วนที่เป็นที่ลับ

            พันแสงค่อยๆ บรรจงจูบซอกคอหญิงสาวไปทั่ว ระเรื่อยลงมาจนถึงเนินอก ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นมาประคองเต้าเต่งตึงที่กำลังชูชันด้วยแรงอารมณ์ เพื่อให้ริมฝีปากของเขาได้ขบเม้มและวนลิ้นรอบปทุมถันสีชมพูอ่อน

            “คุณนี่ซ่อนรูปนะเกี๊ยว ผมไม่นึกเลยว่าหน้าอกคุณจะใหญ่ขนาด...คัพซีใช่ไหม เขาถามอย่างทึ่งๆ

            “คุณแสง!” กันตาเรียกเขาด้วยความอาย

            “หืม...แค่นี้ก็ครางชื่อผมแล้วเหรอ ใจเย็นๆ คืนนี้คุณได้ครางชื่อผมทั้งคืนแน่ พันแสงพูดกลั้วหัวเราะ กันตาเกือบเผลอเรียกชื่อเขาอีก แต่เธอยั้งไว้เปลี่ยนเป็นใช้กำปั้นทุบไหล่เขาแทน นั่นยิ่งทำให้พันแสงหัวเราะชอบใจ

            ชายหนุ่มชื่นชมความเต่งตึง หนั่นแน่นของ ‘คัพซี ด้วยสองมือที่เคล้นคลึงและลิ้นที่โลมเลียจนพอใจ แล้วจึงขยับเลื่อนลงมาตามหน้าทองแบนราบ ที่ออกอาการสั่นเมื่อเขาลากลิ้นผ่าน กระทั่งชายหนุ่มมาหยุดอยู่เหนือเนินสาว กันตาถึงกับจะพลิกตัวหนี หากพันแสงกดขาทั้งสองข้างของเธอไว้

            “คุณแสง... กันตาร้องเรียกเหมือนจะบอกให้เขาหยุด แต่เพราะน้ำเสียงสั่นพร่าขาดห้วง ทำให้อีกฝ่ายเพิ่มการรุกล้ำมากกว่าจะถอยหนี เขายกขาของเธอให้ชันเข่าแล้วแยกออก จากนั้นจึงซุกใบหน้าลงไปลิ้มรสความหวานของ ความสาว กันตาเสียวซ่านจนกดสะโพกลงหาเตียงนอนเหมือนพยายามหนี หากพันแสงก็กดใบหน้าตามลงไปอย่างเร่งเร้า เขาใช้ลิ้นซอกซอนชอนไช ตวัดไปมาจนกันตาต้องจิกมือลงบนที่นอน

            “อื้อ... เสียงของหญิงสาวดังในลำคอเพราะเธอไม่กล้าพอจะร้องออกมา ยิ่งกระตุ้นให้พันแสงรุกหนัก เขาจะทำให้เธอทนไม่ไหว แล้วปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามครรลองของมัน

            ทว่ากันตาก็ยังอดทนไว้ได้ดีเยี่ยม เธออายจริงๆ อายจนไม่กล้าแสดงออกมากกว่าที่เผลอไผล พันแสงจึงคิดว่าเขาควร ‘สอน เธอในขั้นต่อไปได้แล้ว ชายหนุ่มพรมจูบขาอ่อนนวลเนียนระเรื่อยกลับขึ้นมาหาเนินอกอีกครั้ง คลอเคลียอยู่ตรงนั้นเนิ่นนาน ก่อนจะค่อยๆ สอดขาทั้งสองข้างลงตรงกลางระหว่างขาทั้งสองข้างของหญิงสาวแล้วแยกออก บ่งบอกให้เธอรู้ว่าเขากำลังพาเธอไปสู่ขั้นต่อไป

            “ร้องออกมาสิเกี๊ยว ไม่ต้องเก็บไว้ ชายหนุ่มกระซิบบอก แล้วสอดแขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างบางไว้แน่นเมื่อตัดสินใจสอดความเป็นชายเข้าไปหาประตูแห่งพรหมจารีซึ่งปิดแน่นหนา

            พันแสงตกใจเล็กน้อยเมื่อกดสะโพกลงแล้วพบว่ามันตึง จนกันตาสะดุ้งพร้อมกับร้องออกมานิดหนึ่ง แล้วเธอก็รีบกัดริมฝีปากกลั้นเสียงร้องเอาไว้

            ตอบไม่ได้เลยว่าทำไมเขาต้องรู้สึกดีใจขนาดนี้ เมื่อมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นแล้วว่ากันตายังบริสุทธิ์ผุดผ่อง อย่างที่บอกว่าเขาไม่ได้คิดว่าเธอเป็นผู้หญิงที่นอนกับใครก็ได้ แต่เพราะยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้หญิงอายุขนาดกันตา ที่ยังบริสุทธิ์มันหายากกว่าสมัยก่อน และเขาไม่ใช่พวกล่าความบริสุทธิ์ แต่ที่ดีใจก็เพราะมันหมายความว่าเขาคือคนแรกของเธอ และต้องเป็นคนเดียวตลอดไป

            ชายหนุ่มยิ้มมองร่างบอบบางซึ่งกำลังสั่นด้วยความตื่นกลัว เจ็บและอาย หญิงสาวหลับตาปี๋ไม่ยอมมองเขา นั่นยิ่งทำให้พันแสงเอ็นดูและอยากทนุถนอมเธอมากขึ้น เขาจึงก้มลงจูบเธอเบา เลาะเล็มริมฝีปากหญิงสาวอีกครู่ ก่อนกระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

            “ไม่ต้องกลัวนะเกี๊ยว ผมจะไม่รุนแรง มันอาจจะเจ็บหน่อยแต่เราจะผ่านไปได้...ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคืนนี้มันเป็นความใคร่ที่เกิดจาก...ความรัก คำนั้นเหมือนกุญแจที่ปลดล็อกบางอย่างในจิตใจของกันตา หญิงสาวลืมตามองเขาโดยชายหนุ่มไม่ต้องสั่ง

            ดวงตาคู่นั้นมีคำถาม มีความไม่มั่นใจ มีความหวาดหวั่นจนพันแสงอดยิ้มไม่ได้

            “ผมไม่ได้พูดเพราะอยากได้คุณ เพราะถึงผมไม่พูดผมก็ต้องจัดการคุณแน่คืนนี้ ชายหนุ่มแกล้งแหย่ พอหญิงสาวตีสีหน้ายุ่งเขาจึงพูดต่อ คิดดูสิเกี๊ยว ถ้าผมนอนกับใครโดยไม่รักได้ผมจะเหลือความบริสุทธิ์มาให้คุณเชยชมแบบนี้เหรอ

            กันตาค้อนคนที่บอกว่าเธอเชยชมเขา ทำเอาฝ่ายนั้นหัวเราะถูกอกถูกใจ

            “ฉันไม่รู้นี่คะว่าผู้ชายบริสุทธิ์เขาเป็นยังไง แล้วจะมั่นใจได้ไงว่า... กันตาเผลอพูดออกมาอย่างลืมตัว

            “แน้...ที่แท้ก็จ้องจะพรากความบริสุทธิ์ผมอยู่เหมือนกันใช่มั้ยล่า

            “บ้า!”

            “ผมยืนยันว่าผมไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนมาก่อน แต่ที่ผมทำเป็นก็เพราะเรื่องแบบนี้ผู้ชายทุกคนมีสัญชาตญาณแรง ถึงไม่เคยทำก็ใช่ว่าจะไม่เคยรู้ แล้วผมสัญญาว่าถึงมันจะเป็นครั้งแรก แต่มันจะเป็นครั้งที่ทำให้คุณมีความสุขแบบไม่มีวันลืมเลยล่ะ

            “ฉัน...อุ๊ย!” กันตาตั้งท่าจะพูดต่อแต่ต้องร้องออกมาเพราะรู้สึกเจ็บ เมื่อชายหนุ่มแกล้งกดสะโพกลงแรงๆ พร้อมกับมองเธอด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าเขาพร้อมไปต่อแล้ว

            “เตรียมตัวครางชื่อผมไม่หยุดได้เลย พันแสงบอกแล้วรีบไปต่อ เพราะคั่นอารมณ์มากไปแล้ว ไม่อยากต้องบิลด์ใหม่

            คราวนี้แม้จะรู้ว่ากันตาเจ็บเขาก็ต้องพยายามไปให้สุด เพราะเธอกับเขาต้องผ่านครั้งแรกไปให้ได้ กระนั้นกันตาก็ยังไม่ยอมร้องออกมา พันแสงรู้ว่าเธออาย และเขาไม่เร่งร้อน คิดว่าเธอต้องใช้เวลาอีกหลายครั้ง รวมถึงความสนิทสนมระหว่างเขากับเธอด้วย

            “คุณแสง!” ครั้งนี้เธอหลุดร้องออกมา เพราะพันแสงรุกล้ำความสาวเข้าไปได้แล้ว เธอจิกเล็บลงบนไหล่เขา

            “อดทนหน่อยนะเกี๊ยว...อาห์ พันแสงร้องเสียงหลง เมื่อทุกอย่างดูคล่องขึ้น ชายหนุ่มขยับสะโพกขึ้นลงถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนร่างบางเบื้องล่างต้องแอ่นรับในบางจังหวะ

            “อื้อ... กันตาร้องอยู่เพียงในลำคอ เธอยังคงเม้มปากแน่น แม้จะรู้สึกเจ็บมากจนแทบทนไม่ได้ก็ตาม

            “อีกนิดเดียวเกี๊ยว...อีกนิดเดียว พันแสงบอกพลางรัดร่างหญิงสาวแน่นขึ้น กันตาเองก็จิกไหล่เขาแน่นพร้อมกับกัดปากทนความเจ็บที่เริ่มมาพร้อมความสุข ยิ่งชายหนุ่มเร่งจังหวะ ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะคับแน่นไปหมด กันตาเกร็งจนรู้สึกปวดหน้าขา ยิ่งจังหวะสุดท้ายหญิงสาวแทบลืมหายใจ อ๊ะ...อ๊ะ...อืมม์

            พันแสงพาเจ้าสาวของเขาไปสู่ความสุขจนได้...ชายหนุ่มร้องครางด้วยความสุขสมก่อนจะทิ้งตัวลงซบบนอกหญิงสาว กันตาเองก็เหมือนจะหมดแรง เธอปล่อยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายลงจากอาการเกร็ง

            เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ประสานกันครู่หนึ่ง ก่อนพันแสงจะพลิกตัวลงนอนข้างๆ หญิงสาว เขาดึงร่างเธอเข้ามากอด กดจมูกลงข้างขมับด้วยความชื่นใจ

            “ปล่อยก่อนค่ะ ฉันจะเข้าห้องน้ำ

            “นี่ยังคิดจะอาบน้ำอีกเหรอ ไม่เอาล่ะ นอนเถอะ ทั้งเหนื่อยทั้งง่วง เดี๋ยวต้องต่อรอบสองอีก

            “บ้า!” กันตาตีแขนเขาแรงๆ หากคนโดนตีกลับหัวเราะ แล้วรีบดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเธอและตัวเองไว้ ไม่ยอมปล่อยเธอตามที่ร้องสั่ง

            “นอนแบบนี้แหละ ผมไม่อยากให้คุณห่างแม้สักวินาทีเลย อยากกอดคุณไว้แบบนี้...คนดีของผม

            คำว่า ‘คนดีของผม แผ่วเบาจนเหมือนเขาละเมอ เพราะหลังจบคำนั้นชายหนุ่มก็หลับใหลโดยไม่รู้ตัว กันตาเอียงหน้ามองใบหน้าคมที่อยู่ใกล้ เธอไม่เคยได้พิจารณาใบหน้าเขาระยะใกล้ขนาดนี้ ชัดขนาดนี้มาก่อน เขาช่างคล้ายปริตต์มากจริงๆ หากมีบางอย่างบอกเธอว่าสองคนนี้แตกต่างกันชัดเจน

            “ว้าย!” หญิงสาวตกใจที่จู่ๆ คนที่คิดว่าหลับสนิทไปแล้วลืมตาขึ้น

            “ลืมกู๊ดไนท์คิส เขาบอกแล้วโน้มมาจูบปากเธอแรงๆ เสียทีหนึ่งก่อนจะหลับตาต่อ กันตาอึ้งครู่หนึ่งเธอก็อดอมยิ้มไม่ได้

            สิ่งที่พันแสงต่างจากปริตต์ก็คือ...ผู้ชายคนนี้คิดยังไง อยากทำอะไร เขาก็แสดงออกมาตรงๆ ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน ไม่สนคนรอบข้างจะคิดยังไง รู้แค่ว่าเขาต้องการอะไรก็ทำแบบนั้นเลยทันที ถ้ามองแง่ลบก็คือคนเอาแต่ใจ ถ้ามองแง่บวกก็คือเขามั่นใจและซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตัวเองมากพอ...ที่จะกล้ายอมรับผู้หญิงที่ไม่มีอะไรเหมาะสมกับเขาเลยสักอย่าง อย่างเธอ

            “ขอบคุณนะคะ กันตากระซิบเบาๆ และคาดว่าเขาคงไม่ได้ยิน เธอหันหลังให้แผ่นอกกว้างแล้วหลับตาลง ทว่าแขนแข็งแรงที่กระชับร่างเธอแน่นขึ้น เหมือนจะบอกว่าเขารับรู้คำพูดเมื่อสักครู่

            กันตายิ้มโดยไม่รู้ว่าคนข้างหลังก็กำลังยิ้มเช่นกัน


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น