อัปเดตล่าสุด 2019-05-22 12:46:26

ตอนที่ 24 บทที่ 24

บทที่ 24

 

             เช้าวันใหม่แสนสดใสด้วยสายลมเย็นอ่อนๆ ฟ้าสีน้ำเงินเข้ม เมฆขาวลอยจางๆ ต้นไม้รอบบ้านเขียวขจีไหวโยกไปมาเบาๆ เสียงนกร้องเหมือนจะไพเราะกว่าทุกวัน โลกยังคงหมุนไปเช่นเดิม หากชีวิตกันตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

             หญิงสาวตื่นเช้าเหมือนทุกวัน และพบว่าเจ้าบ่าวเมื่อวานและเป็นสามีอย่างสมบูรณ์แบบในเช้านี้กำลังหลับสบาย เธอจึงค่อยๆ ขยับลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว แล้วออกมาด้านนอก เมื่อพบผ้าฝ้ายยืนยิ้มรออยู่กันตาก็รู้สึกอายจนหน้าแดง

             “แหม...นี่แหละ ที่น้าไม่กล้าเคาะเรียกก็เพราะอย่างนี้แหละ

             “เพราะอะไรคะ? กันตางุนงง

             “เอ้า ก็ข้าวใหม่ปลามัน อาจจะยังไม่อยากตื่นไม่อยากให้ใครรบกวน...ทั้งวันเลยไงล่ะ ผ้าฝ้ายพูดกลั้วหัวเราะ ทำท่าทางล้อเลียนหลานสาว

             “น้าฝ้าย!” กันตาเรียกชื่อน้าสาวแก้เขิน แล้วที่บอกว่าจะมาเคาะเรียก มีอะไรหรือเปล่าคะ คราวนี้คำถามของกันตาทำให้คนกำลังสนุก ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเป็นลำบากใจ ก่อนพยักพเยิดไปทางหน้าบ้าน

             “มีคนมาหาเกี๊ยวแน่ะ

             “ใครคะ แล้วทำไมถึงไม่เข้ามาในบ้าน

             “ป้อ... ผ้าฝ้ายตอบสั้นๆ กันตาถึงกับเลิกคิ้วแปลกใจ เธอคิดว่าเขากลับกรุงเทพฯ ไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเสียอีก พี่กฤติไม่ให้เข้ามารอในบ้าน บอกว่ามันดูไม่ดี อีกอย่างกลัวพันแสงไม่โอเค...มั้ง อย่างหลังผ้าฝ้ายสันนิษฐานเอาเอง

             “เขาบอกหรือเปล่าคะ ว่ามีธุระอะไร

             “บอกแค่ว่ามีเรื่องจะคุยกับเกี๊ยว ตอนแรกพี่กฤติจะไม่ให้รอพบ แต่พี่ไหมช่วยพูดให้ พี่กฤติเลยยอม เกี๊ยวรีบไปคุยเถอะ พันแสงยังไม่ตื่นใช่ไหม ผ้าฝ้ายถามเพราะเป็นห่วง

             “ค่ะ ขอบคุณนะคะน้าฝ้าย เดี๋ยวเกี๊ยวไปหาป้อก่อน

             กันตารีบผละจากผ้าฝ้ายไปหาคนที่ยืนรออยู่แถวสนามหญ้าหน้าบ้านทันที เธออยากรู้ว่าเขามีเรื่องสำคัญอะไรถึงมาหาตั้งแต่เช้าขนาดนี้ อีกอย่างคือเธอไม่อยากให้พันแสงตื่นมาเจอปริตต์ กลัวคนที่เพิ่งเป็นสามีหมาดๆ จะไม่พอใจแล้วปะทะกับปริตต์รุนแรงอีก

             “ป้อ กันตาเรียกคนที่ยืนหันหลังให้ เมื่อได้ยินเสียงกันตาฝ่ายนั้นรีบหันหลังกลับมาทันที

             “เกี๊ยว เป็นไงบ้าง ปริตต์เดินพุ่งเข้ามาหากันตา และเพราะความเป็นห่วงทำให้เขาเผลอยื่นมือไปหมายจะจับมือหญิงสาวไว้ แต่กันตาถอยหลังหนีหนึ่งก้าว นั่นทำให้ดาราหนุ่มระลึกได้ เขาหดมือกลับด้วยสีหน้าเจื่อนๆ ขอโทษ ป้อแค่เป็นห่วงเกี๊ยว

             “เกี๊ยวไม่ได้เป็นอะไร กันตาบอกเสียงอ่อน เมื่อเห็นสีหน้าแววตาเขาเต็มไปด้วยความห่วงใยจริงๆ ป้อ มีธุระอะไรกับเกี๊ยวหรือเปล่า ถึงมาหาเช้าขนาดนี้

             “เปล่า ป้อรู้ว่าเกี๊ยวเป็นคนตื่นเช้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ป้อแค่อยากมาดูว่าเกี๊ยวสบายดี

             “ทำไมป้อถึงคิดว่าเกี๊ยวจะเป็นอะไร ที่นี่บ้านเกี๊ยวนะ

             “ใช่ที่นี่บ้านเกี๊ยว แต่หมอนั่น... ปริตต์ไม่กล้าบอกว่าทำไมเขาถึงเป็นห่วงเธอนักหนา ใจหนึ่งเขาอยากจะพูดเรื่องระหว่างเขากับพันแสงให้หมด กันตาจะได้รู้ความจริงว่าพันแสงแต่งงานเพราะต้องการแก้แค้นเขาเรื่องจิรดา แต่อีกใจหนึ่งเขาก็กลัว กลัวกันตาจะหนีหายไปจากชีวิตเขาอีก ถ้ารู้ว่า...เขาเคยทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งตายเพราะเธอ การแต่งงานเป็นเพียงแค่ปกป้องชื่อเสียงเกี๊ยวใช่ไหม ไม่ได้คิดจะเป็น...สามีภรรยากับหมอนั่นจริงๆ ใช่หรือเปล่า เกี๊ยวไม่ได้...

             “ทุกอย่างมันเกิดขึ้นจากความเต็มใจป้อ นี่คือเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องหลอก ไม่มีเฉลยทีหลังว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น...

             ปริตต์อึ้งรู้ในทันทีว่าทุกอย่างระหว่างกันตากับพันแสงล่วงเลยไปถึงขนาดไหนแล้ว เขามองกันตาด้วยแววตาผิดหวัง เสียใจ และหม่นหมอง รู้ด้วยว่ากันตากำลังประชดประชันเขาเรื่องเมื่อหลายปีก่อน

             พอได้เห็นแววตาชายหนุ่มตรงหน้า กันตาก็รู้สึกผิดขึ้นมา เธอไม่น่าเอาความน้อยใจเมื่อครั้งอดีตมาพูดประชดเขาเลย อยากตบปากตัวเองนัก

             “ป้อ...เกี๊ยวขอโทษ

             “ไม่...ไม่ต้อง เกี๊ยวไม่ได้ทำผิดอะไร ป้อต่างหากที่ผิด ผิดมาตลอด ปริตต์พูดเหมือนคนกำลังเพ้อ แต่เกี๊ยวบอกป้อได้ไหม ว่าเกี๊ยว...ไม่ได้รักไอ้แสง ใช่ไหมเกี๊ยว

             “เกี๊ยว... กันตาไม่รู้ว่าตัวเองตอบไม่ได้หรือไม่กล้าตอบกันแน่ หากแค่เพียงท่าทางอ้ำอึ้งของเธอก็แทบทำให้ปริตต์คุ้มคลั่ง เขาหลับตาพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ตรงไหนดี

             “เกี๊ยว...เกี๊ยวจะรักไอ้แสงไม่ได้นะ อย่ารักมันถ้าเกี๊ยวไม่อยากเสียใจทีหลัง

             “ทำไมล่ะ ทำไมป้อถึงคิดว่าเกี๊ยวต้องเสียใจทีหลัง

             “ก็เพราะว่า... ปริตต์เหมือนน้ำท่วมปาก พูดไม่ออกบอกไม่ได้ เชื่อป้อเถอะนะเกี๊ยว วันนึงเกี๊ยวจะได้รู้ และถึงตอนนั้นถ้าเกี๊ยวให้โอกาสป้อ ป้อยินดีที่จะดูแลเกี๊ยวเอง

             “แม้ว่าตอนนั้นเกี๊ยวจะตกสถานะแม่ม่ายอย่างนั้นเหรอ?

             “ใช่ คำตอบสั้นๆ ของปริตต์ทำเอากันตายิ้มขื่น

             “ป้อจะกล้ายอมรับเกี๊ยวเหรอ แม้แต่เมื่อก่อนเกี๊ยวไม่ได้เป็นม่ายป้อก็ยังอาย ไม่กล้ายอมรับเกี๊ยวเลย แล้วตอนนี้ป้อเป็นคนของประชาชน ทุกคนเฝ้ามองเฝ้าวิจารณ์ชีวิตป้ออยู่ จะเอาผู้หญิงที่ด่างพร้อยแล้วไปยืนเคียงข้าง...มันไม่คุ้มกันหรอก

             ปริตต์รู้ดีว่าทั้งหมดนั้นคือคำตัดพ้อและน้อยใจ เขาเองก็เสียใจกับทุกอย่างที่ผ่านมา ถึงตอนนี้เขาคงเสียใจมากกว่าเธอด้วยซ้ำ

             “ป้อรู้ว่าป้อกลับไปแก้ไขทุกอย่างไม่ได้แล้ว แต่ถ้าวันนี้เกี๊ยวต้องแต่งงานเพราะสาเหตุมันเกิดจากความผิดพลาดของป้อ และอนาคตเกี๊ยวต้องเป็นม่ายเพราะความผิดพลาดของป้ออีกครั้ง ป้อก็พร้อมจะดูแลเกี๊ยวจริงๆ ป้อไม่อาย

             “ทำไมป้อคิดแบบนั้น หรือระหว่างป้อกับคุณแสงมีอะไรที่เกี๊ยวไม่รู้ และสมควรรู้หรือเปล่า

             “ป้อมีเรื่องจะคุยกับเกี๊ยวแค่นี้แหละ แค่อยากให้รู้ว่าป้อเป็นห่วง เสียใจ...เสียใจที่สุด ปริตต์พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าหมอง แววตาของเขาก็เช่นกัน ป้อกลับก่อนนะ ช่วงบ่ายมีงานอีเว้นท์ พี่ตั๊กแตนโทร.มาตามแล้ว

             เมื่อชายหนุ่มไม่ยอมตอบกันตาก็ไม่อยากคาดคั้น แม้ในอกจะเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ก็ตาม หากมีเรื่องใดที่พันแสงปกปิดเธออยู่ สักวันเธอต้องได้รู้ ไม่ช้าก็เร็ว

             “เดินทางกลับดีๆ นะ กันตาบอกแล้วสบตาอีกฝ่ายครู่หนึ่ง

             ปริตต์มองกันตาเหมือนของล้ำค่าที่หลุดมือไปไกลแสนไกล แม้เขาพยายามเอื้อมคว้ากลับมาเท่าไร ก็ไม่ได้อีกแล้ว

 

             กันตากลับเข้ามาในบ้านแล้วเธอก็เดินเลยไปยังโต๊ะอาหารเลย เพราะรู้เวลามื้อเช้าของบ้านตัวเองดี เมื่อเธอเดินไปถึงก็พบกฤติชัยนั่งรออยู่หัวโต๊ะที่ประจำ ทางขวาคือผ้าไหมกับผ้าฝ้าย สีหน้าของบิดาเคร่งขรึมอย่างบอกได้ชัดว่าท่านไม่พอใจ ที่เธอออกไปคุยกับปริตต์นานสองนาน ผ้าไหมพยักพเยิดให้ลูกสาวนั่งลง กันตาจึงเดินไปนั่งเก้าอี้ทางซ้ายของบิดา ยังไม่ทันดึงเก้าอี้ให้เข้าที่พันแสงก็ตามมานั่งลงข้างๆ พอดี

             “ขอโทษครับที่ผมมาช้า พอดีตื่นสายไปหน่อย พันแสงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าพ่อตาเหมือนไม่พอใจ และบรรยากาศดูตึงเครียด เลยคิดว่าเป็นเพราะตัวเอง

             “ไม่ช๊า!” ผ้าฝ้ายรีบตอบเสียงสูงอย่างจงใจเปลี่ยนบรรยากาศให้ดีขึ้น ช้าเช้ออะไร นี่ได้เวลามื้อเช้าพอดีเป๊ะเลย แต่เดี๋ยวก่อน...น้ามีอะไรให้คุณแสงด้วยนะ

             “เรียกแสงเฉยๆ ก็พอครับน้าฝ้าย พันแสงบอกด้วยรอยยิ้ม ว่าแต่มีอะไรจะให้ผมเหรอครับ

             “ได้ๆ แสงรอน้าเดี๋ยวนะ ว่าแล้วผ้าฝ้ายก็ลุกหายเข้าไปในครัวครู่หนึ่งก่อนกลับออกมาพร้อมแก้วใส เห็นของที่บรรจุอยู่ข้างในชัดเจนจนกันตาแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ไข่ลวกห้าฟอง! คู่ข้าวใหม่ปลามันแบบนี้ต้องโด๊ฟกันหน่อย

             ผ้าฝ้ายบอกด้วยรอยยิ้มทะเล้น พันแสงถึงกับหัวเราะไหว้ขอบคุณแล้วยื่นมือไปรับมา

             “ห้าฟองเลยเหรอครับ

             “ใช่สิ น้าดูทรงแล้ว น้อยกว่านี้ไม่น่าจะเอาอยู่ ผ้าฝ้ายพูดแล้วหัวเราะคิกคัก จนผ้าไหมต้องตีแขนเป็นเชิงปรามให้หยุดทะเล้น ยิ้มแหยให้พี่สาวนิดนึงแล้วหันไปทางหลานเขย แสงกินเป็นมั้ย

             พันแสงเลิกคิ้วยิ้มๆ แล้วยกแก้วไข่ลวกเทใส่ปากรวดเดียวหมด ก่อนคืนแก้วเปล่าให้ผ้าฝ้ายพร้อมกับยิ้มกริ่ม ผ้าฝ้ายเบิกตาโต ปรบมือให้อย่างถูกอกถูกใจ

             “อะแฮ่ม กฤติชัยกระแอมกระไอเป็นเชิงเตือน กินข้าวได้แล้วล่ะ กับข้าวจะเย็นหมดแล้ว

             "แล้วคนสนิทของแสงล่ะ ไม่มากินด้วยกันเหรอ" ผ้าไหมถามถึงปภพ

             "รายนั้นขอกาแฟดำกับขนมปังปิ้งแผ่นเดียวค่ะ บอกว่าแค่นั้นพอ แล้วก็เห็นออกไปเช็ดรถตั้งแต่เช้า ไม่รู้เช็ดทำไมนักหนาแวววับขนาดนั้นแล้ว" ผ้าฝ้ายตอบเป็นเชิงบ่นอย่างหมั่นไส้หน่อยๆ

             กันตาได้ยินดังนั้นก็แอบสะดุ้ง ถ้าปภพอยู่หน้าบ้านตั้งแต่เช้า แสดงว่าเขาอาจจะเห็นตอนปริตต์มาหาเธอน่ะสิ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นปภพจะรายงานเจ้านายเขาหรือเปล่านะ

             แต่เธอไม่ได้ทำอะไรผิดนี่นา เขามาหาเธอเอง ไม่ใช่เธอเป็นฝ่ายวิ่งไปหาเสียหน่อย แล้วอีกอย่าง ถ้าปภพรายงานก็ดี เธอจะได้ถามพันแสงเรื่องที่ปริตต์พูดค้างคาไว้เสียเลย เพราะความจริงกันตาก็สงสัยมาตลอดว่าระหว่างสองคนนี้ต้องมีอะไรที่ปิดบังเธอไว้แน่ๆ ยิ่งได้เห็นอาการปริตต์เมื่อเช้า กันตายิ่งอยากรู้

             "เกี๊ยว" พันแสงเรียกภรรยาอีกครั้งหลังจากเขาชวนคุยแล้วเธอนั่งเหม่อ

             "ฮะ ป้อว่าอะไรนะ?"

             เพราะความตกใจที่โดนเรียกพร้อมเขย่าแขน ทำให้กันตาเผลอเรียกชื่อคนในความคิดออกมา เกิดความเงียบขึ้นฉับพลัน ทุกคนมองมาที่กันตาอย่างเป็นจุดสนใจ เมื่อรู้ว่าตัวเองพลาดกันตาก็แทบอยากกัดลิ้นตัวเองตาย ยิ่งแววตาพันแสงที่จ้องมองมา นิ่งเสียจนเธอเดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไร กันตายิ่งเสียวสันหลังวาบ ถ้าเขาโกรธ โวยวาย เธอยังพอรับมือไหว แต่เงียบ ดวงตาว่างเปล่าแบบนี้มันแปลว่าอะไร

             "ตักข้าวเลยดีกว่าเนอะ พยาธิดิ้นแล้ว" ผ้าฝ้ายเป็นคนทำลายความเงียบลง ทุกอย่างที่เหมือนหยุดนิ่งไปชั่วครู่จึงเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง

             หากเป็นความเคลื่อนไหวที่ไร้บทสนทนา มีแค่เสียงจานช้อนกระทบกันเบาๆ

             "ผมขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับ ว่าจะกลับกรุงเทพฯ วันนี้เลยผมมีธุระต้องไปทำต่อ" 

             พอกฤติชัยกับผ้าไหมพยักหน้า พันแสงก็ลุกและเดินกลับห้องไปโดยไม่หันมองหรือพูดกับกันตาสักคำ หญิงสาวได้แต่มองตามด้วยความรู้สึกผิด

             "ตามไปสิเกี๊ยว นั่งอยู่ทำไมล่ะ" ผ้าฝ้ายบอกหลานสาว

             "แต่เกี๊ยวต้องเก็บจานไปล้างก่อนนะคะ" กฎของบ้านนี้คือต้องช่วยกันทำงานบ้าน ถ้าผ้าไหมกับผ้าฝ้ายทำกับข้าวแล้วกันตาต้องล้างจาน

             "ไปเถอะ แม่ล้างเอง" ผ้าไหมบอก กันตาจึงเหลือบมองบิดา

             "ไปขอโทษเขาเสีย สำหรับผู้ชาย เรื่องแบบนี้มันเรื่องใหญ่ เหมือนหยามกันต่อหน้าคนอื่น" กฤติชัยบอกน้ำเสียงราบเรียบ

             "ค่ะพ่อ" รับคำแล้วกันตาก็ลุกเดินกลับห้องไปหาพันแสงทันที

             "ฉันชักห่วงลูกแล้วสิคะ แสงท่าทางจะโกรธมากเลยนะคะ"

             "คุณคิดว่าคนที่ถูกเลี้ยงมาแบบตามใจ เป็นลูกชายคนเดียว มีเงินทอง บริวารพร้อมพรั่งขนาดนั้น ถ้าโกรธมากๆ เขาจะยังนิ่งเฉยเหรอ เขาน่าจะโวยวายไม่เกรงใจใคร แต่เขาไม่ทำ นั่นเพราะเขาเกรงใจและให้เกียรติยายเกี๊ยวกับเราไงล่ะ"

             "อื้อหือ แค่ชั่วข้ามคืนพี่กฤติยังหลงรักลูกเขยขนาดนี้ ถึงว่าทำไมเกี๊ยวยอมแต่งงานโดยไม่ค้านสักคำ แสงต้องมีของดีแน่ๆ เลย"

             "กินข้าวเสร็จแล้วไปหายาถ่ายพยาธิกินซะด้วยนะ มันจะได้ไม่ดิ้นตอนกินข้าวอีก"

             ผ้าฝ้ายยิ้มแหยให้พี่เขย แล้วเสหยิบน้ำขึ้นดื่ม ในใจก็นึกห่วงหลานสาวไม่แพ้พี่สาวกับพี่เขย

 

             กันตาพยายามจะคุยกับพันแสงแต่เขาไม่ยอมคุยด้วย เอาแต่จัดของ เสร็จแล้วก็ถือกระเป๋าไปให้ปภพที่รถก่อนจะเดินกลับมาไหว้ลากฤติชัย ผ้าไหมและผ้าฝ้าย แล้วไปนั่งรอเธอในรถ มีแค่ปภพที่มายืนรอเพื่อช่วยถือกระเป๋าให้เท่านั้น

             “ฉันถือไปเองก็ได้ค่ะ กระเป๋าใบเล็กเองกันตาบอกปภพด้วยเสียงแผ่วเบา ชะเง้อมองคนที่ไปรอในรถด้วยความไม่สบายใจ ปภพเห็นแล้วอดยิ้มเอ็นดูไม่ได้

             “คุณแสงอาจจะโกรธง่าย แต่ก็หายเร็วกับคนที่รักเสมอ

             “แต่ฉันอาจไม่ใช่คนที่เขารักพอจะหายเร็วน่ะสิคะ

             “คุณก็ลองพิสูจน์ดูสิครับ ลองขอโทษ แล้วก็ตามใจคุณแสงสักหน่อย ผมว่าคุณแสงไม่ใจแข็งกับคุณแน่นอน มาครับ ผมถือกระเป๋าไปเก็บในรถให้ปภพยื่นมือไปตรงหน้ากันตา หญิงสาวยอมส่งให้แต่โดยดี เธอไม่มีอารมณ์จะดื้อดึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

             ครูสาวเข้าไปลาบุพการีแล้วก็น้าสาว คนทั้งสามอวยพรให้เธอเดินทางปลอดภัย พร้อมแสดงความห่วงใยอย่างเปิดเผย ยิ่งทำให้กันตารู้สึกไม่สบายใจนัก

             “ผัวเมียกัน อ้อนนิดอ้อนหน่อย เดี๋ยวก็ใจอ่อน ยิ่งเพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ แบบนี้นะ ใช่เสน่ห์หว่านใส่ รับรองหายโกรธแน่ๆผ้าฝ้ายกระซิบกระซาบตอนเดินมาส่งกันตาขึ้นรถ

             “น้าฝ้ายอ่ะ อย่าล้อเล่นสิคะ

             “ล้อเล่นที่ไหน ถึงน้าจะไม่มีสามีแต่น้าก็รู้ดี ดูอย่างพี่กฤติกับพี่ไหมสิ เห็นเงียบๆ เรียบๆ กันทั้งคู่แบบนั้นนะ พี่ไหมอ้อนเก่งน้า พี่กฤติก็ใช่ย่อยหรอก เวลาพี่ไหมโกรธขึ้นมาสักที พี่กฤติงี้ ง้อเก่งมากนะจะบอกให้

             “จริงเหรอคะกันตาถามอึ้งๆ เพราะบิดากับมารดาไม่เคยแสดงความหวานให้เห็นสักเท่าไร แต่ที่เธอรู้ว่าพ่อกับแม่รักกันเพราะท่านแสดงความห่วงใยต่อกันเสมอ

             “จริงสิ เขาไม่เคยทำต่อหน้าน้าหรอก แต่น้าแอบเห็นบ้าง บางครั้งพี่ไหมก็เล่าให้ฟังบ้าง ผู้หญิงนี่นะ เก่งยังไงก็ต้องมีที่ปรึกษา ที่ระบาย แล้วน้ากับพี่ไหมเราก็เป็นพี่น้องที่เหมือนเพื่อนกันด้วย เกี๊ยวเชื่อน้านะ สู้ๆผ้าฝ้ายยกกำปั้นขึ้นทำท่าสู้ๆ ให้หลานสาวเมื่อเดินมาถึงประตูรถด้านหลังที่ปภพเปิดรออยู่แล้ว

             “เกี๊ยวไปก่อนนะคะ

             กันตายกมือไหว้ผ้าฝ้าย แล้วก้าวเข้าไปนั่งข้างพันแสงที่นั่งชิดหน้าต่างอีกด้าน สายตาของเขามองออกไปนอกกระจกรถ แม้กระทั่งปภพปิดประตูและไปประจำที่คนขับ เคลื่อนรถออกแล้วเขาก็ยังไม่ยอมหันมาหรือพูดอะไรสักคำ กันตาเหลือบมองปภพนิดหนึ่งแล้วชั่งใจว่าจะคุยกับพันแสงเลยดีไหม เรื่องส่วนตัวควรคุยต่อหน้าคนอื่นหรือเปล่า แต่เธอร้อนใจ ไม่อยากนั่งอึดอัดหลายชั่วโมงไปจนถึงกรุงเทพฯ คุณแสงคะ

             พันแสงยังคงนั่งนิ่งมองไปนอกกระจกรถ กันตาขยับตัวเล็กน้อย แล้วจู่ๆ เธอก็ร้องขึ้นด้วยความตกใจเมื่อรถเบรคกะทันหันและค่อนข้างแรง

             “ขอโทษครับ พอดีมีรถมอเตอร์ไซค์ตัดหน้า บ้าจริงไอ้พวกเด็กซิ่งเนี่ยปภพรายงานก่อนจะบ่นวัยรุ่นรถแต่งที่ขับปาดหน้า

             “เกี๊ยว เป็นอะไรหรือเปล่า หัวกระแทกไหม ไหนดูซิพันแสงหันมาหากันตา แล้วใช้สองมือจับไหล่เธอ พร้อมสำรวจเธอเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมไม่คาดเข็มขัด นี่ถ้าเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงกว่านี้ จะทำยังไง เป็นครูแท้ๆ เรื่องแค่นี้ทำไมไม่รู้ว่าแล้วเขาก็เป็นคนดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้เธอเสียเอง กันตายิ้มออกเมื่อเห็นอาการห่วงในของเขา

             “ฉันขอโทษนะคะ

             คำพูดนั้นทำให้พันแสงระลึกได้ ว่าเขากำลังอยู่ในโหมดโกรธภรรยาอยู่ จึงหันกลับไปนั่งท่าเดิม มองออกไปนอกรถตามเดิม หากคราวนี้กันตากล้าพอที่จะพูดกับเขา

             “ฉันไม่ได้ตั้งใจนะคะ แค่มีเรื่องที่ไม่สบายใจเท่านั้น ยกโทษให้ฉันเถอะนะคะ หรือให้ฉันทำอะไรก็ได้เป็นการไถ่โทษ

             “เกี๊ยวพันแสงหันกลับมาเรียกชื่อเธอ

             “คะ?

             “ต่อไปนี้เรียกแทนตัวเองว่าเกี๊ยวพันแสงบอกเป็นเชิงสั่ง กันตาลังเลครู่หนึ่ง ไม่ใช่ว่ามันยากแต่เธอแค่รู้สึกเขินๆ หากก็พยักหน้ารับ แล้วก็...คุณต้องเรียกชื่อผมอย่างน้อยสิบครั้ง

             “แค่นั้นเองเหรอคะ แล้วคุณจะหายโกรธใช่ไหมกันตาถามให้แน่ใจเพราะผู้ชายคนนี้มีความเจ้าเล่ห์พอตัว

             “ใช่ ผมจะหายโกรธพันแสงตอบ แม้ริมฝีปากของเขาจะไม่ได้ยิ้มแต่ดวงตาคู่คมกำลังยิ้มโดยกันตาไม่ทันสังเกต

             “ได้เลยค่ะ ฉัน...เอ่อ เกี๊ยวแถมให้อีกห้า เรียกชื่อคุณสิบห้าครั้งเลยกันตาบอกอย่างเอาใจ ผ้าฝ้ายบอกว่าผู้ชายชอบให้เอาใจ

             “สิบห้าครั้งเลยเหรอ...คุณแน่ใจนะ

             “แน่ใจสิคะ แค่เรียกชื่อคุณสิบห้าครั้งไม่ยากอะไรเลย ยี่สิบครั้งก็ยังได้ ถ้ามันทำให้คุณหายโกรธกับความผิดของเกี๊ยวเมื่อกี้กันตานึกถึงคำพูดบิดา การเรียกชื่อเขาเป็นผู้ชายคนอื่นต่อหน้าทุกคน ถือว่าเป็นความผิดร้ายแรง แล้วการไถ่โทษด้วยการเรียกชื่อเขาเพื่อลบล้าง มันก็ไม่หนักหนาอะไรเลย

             “ใจเย็นๆ เกี๊ยวพันแสงห้ามยิ้มๆ ก่อนจะอธิบาย ปภพเองเผลอเหลือบมองกระจกมองหลัง เพราะไม่ไว้ใจเจ้านายตัวเองสักเท่าไร พันแสงเป็นคนตรงไปตรงมาแต่ในขณะเดียวกันก็เจ้าเล่ห์เหลือร้าย ที่ผมบอกว่าให้เรียกชื่อผมสิบครั้งนี่คือหารสองนะ ถ้าสิบห้าครั้งก็หารสาม ขืนไปยี่สิบครั้งก็ต้องหารสี่เลยนา...

             “หารสอง หารสาม หารสี่อะไรคะ?กันตาทำหน้างุนงง คราวนี้พันแสงยิ้มกว้าง บอกให้เธอรู้ในระดับน้ำเสียงปกติ ไม่ได้กระซิบ ดังนั้นปภพจึงได้ยินร่วมกัน

             “ก็เมคเลิฟหนึ่งครั้ง คุณต้องเรียกชื่อผมอย่างน้อยห้าครั้ง ถ้าเรียกสิบครั้งก็เท่ากับเมคเลิฟ สองครั้ง แล้วคุณจะเรียกผมตั้งสิบห้าครั้งยี่สิบครั้ง ผมไม่ต้องนอนกันพอดี

             “คุณแสง!” กันตาเรียกเขาเสียงดัง ทั้งอึ้งทั้งอายกับสิ่งที่เขาบอก เธอเหลือบมองปภพเห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังกลั้นหัวเราะ หญิงสาวยิ่งอาย แก้มแดงจนร้อนผ่าวไปหมด บ้า! คุณเนี่ยบ้าจริงๆ เลย ไม่อายคนอื่นหรือไงคะ

             “คนอื่นที่ไหน ไม่เห็นมีสักคน ปภพเป็นเพื่อนผม เราคุยเรื่องลามก สัปดนกันมากกว่านี้อีก จริงไหมภพปภพเหลือบมองกระจกมองหลังอีกครั้ง ก่อนตอบรับสั้นๆ แล้วทีคุณล่ะ เรียกผมเป็นชื่อคนอื่นต่อหน้าทุกคน เป็นความผิดร้ายแรงเลยนะจะบอกให้

             “ก็เกี๊ยวไม่ได้ตั้งใจ เกี๊ยวขอโทษแล้วไงคะ

             “ผมก็ยอมรับคำขอโทษแล้วนี่ไง แต่คุณบอกเองว่าจะให้ทำอะไรก็ได้ ผมก็แค่บอกไป คุณเสนอเองนะว่ายี่สิบครั้ง

             “คุณแสง!”

             “สองครั้งแล้วนะพันแสงบอก กันตาทำหน้างงอีกรอบ ก็คุณเรียกชื่อผมสองครั้งแล้ว จะให้เมคเลิฟตรงนี้เลยเหรอ ผมไม่อายปภพนะ คุณน่ะสิ อายหรือเปล่า

             “คุณ...ไม่เอาแล้ว เกี๊ยวไม่อยากคุยแล้วค่ะ คุณเจ้าเล่ห์จนเกี๊ยวตามไม่ทันกันตาทำหน้างอนๆ แล้วหันหนี มองออกไปนอกหน้าต่าง ความจริงเพื่อซ่อนใบหน้าซับสีเรื่อไม่ให้เขาเห็น ว้าย!” กันตาตกใจเมื่อถูกโอบกอดจากด้านข้างพร้อมกับจมูกโด่งกดลงบนแก้มแรงๆ

             “ยังไงคุณก็ต้องโดนทำโทษชายหนุ่มกระซิบข้างหูภรรยาเบาๆ กันตาเอียงหน้าหนีด้วยความขัดเขิน ภพ ถ้าเจอร้านขายไข่ตรงไหนแวะซื้อเลยสามแผง คืนนี้มีเบิ้ล หรืออาจจะทริปเปิ้ล เอ๊ะ! หรือ...

             “คุณแสงกันตาเผลอเรียกเขาอีกจนได้ พอเห็นพันแสงยิ้มกว้าง กันตารู้ทันทีว่าเธอพลาดอีกแล้ว

             “เห็นไหมภพ คืนนี้ฉันเพลียแน่ๆ สงสัยไข่ลวกน่าจะเอาไม่อยู่แล้วมั้ง ดูสิ เมียฉันเขาเรียกไม่หยุดเลยเนี่ย

             “กลับไปนั่งให้เรียบร้อย แล้วคาดเข็มขัดเลยค่ะกันตาสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ถ้าเธอโมโหต้องพลาดอีก หญิงสาวยกสองมือขึ้นดันอกเขาให้กลับไปนั่งที่เดิม

             “คร้าบคุณครูพันแสงทำเสียงล้อเลียนแล้วยอมกลับไปนั่งชิดริมหน้าต่างอีกฝั่ง คาดเข็มขัดตามคำสั่งแล้วอมยิ้มมองภรรยาตัวเอง พอเห็นเธอหน้าแดงเขาก็ยักคิ้วยั่ว แกล้งมองริมฝีปากเธอ ไล่ลงมาที่หน้าอก ไล่เรื่อยลงไปจรดขาอ่อน แล้วเลียริมฝีปากตัวเอง ทำเอากันตาร้อนๆ หนาวๆ นั่งไม่เป็นสุข ชักอยากให้ถนนทอดยาวไม่สิ้นสุดเสียแล้วสิ

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น