อัปเดตล่าสุด 2019-05-22 17:37:52

ตอนที่ 25 บทที่ 25

บทที่ 25

 

             เมื่อเข้าเขตกรุงเทพฯ มาสักพักกันตาเริ่มรู้สึกว่าเส้นทางที่ปภพกำลังขับรถไปนั้นไม่ใช่ทางไปคอนโดฯ หญิงสาวจึงเริ่มขยับตัว หันมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้หลงทิศ เพราะเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีตัวเองก็นอนหนุนไหล่คนที่บอกให้นั่งรัดเข็มขัด แต่ตัวเองปลดเข็มขัดมานั่งโอบเธอไว้ พอเหลือบมองก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

             “เกี๊ยว คุณอย่าทำท่าเหมือนแท็กซี่จะลวงไปขืนใจได้มั้ยพันแสงพูดกลั้วหัวเราะ

             “ก็นี่มันไม่ใช่ทางไปคอนโดฯ เกี๊ยวนี่คะ

             “ถูกต้องพันแสงตอบหน้าตาเฉย หากกันตาเบิกตาโตมองเขา ก็คุณแต่งงานแล้ว จะกลับไปอยู่คอนโดฯ ได้ยังไง ต้องไปอยู่เรือนหอสิ

             “เรือนหอ? ที่ไหนคะ

             “บ้านสามีไงครับคุณภรรยา

             “แต่เกี๊ยวยังไม่ได้เก็บข้าวของที่คอนโดฯ เลยนะคะ ยังไม่ได้บอกปุ๊กลุกด้วย และเกี๊ยวก็...ยังไม่พร้อมด้วยพูดแล้วกันตาก็หน้าแดงขึ้นมา เพราะเผลอคิดถึงเรื่องเมื่อคืน แม้เธอจะผ่านการ ร่วมรักมาแล้วแต่มันก็เป็นครั้งแรก และยังเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับเธอ แค่คิดว่าต้องเจอ เรื่องอย่างว่าทุกค่ำคืนหญิงสาวก็อดหวั่นๆ ไม่ได้

             ซึ่งสามีของเธอดูออก เขายิ้มนัยน์ตาพราว

             “ไม่เป็นไร คุณก็รู้ว่าผมทำให้คุณพร้อมได้

             “ให้ฉันไปเก็บของ แล้วก็บอกปุ๊กลุกก่อนเถอะนะคะ อย่างน้อยก็ให้ได้นอนคุยกับเพื่อนเพื่อล่ำลากันสักคืนสองคืนก็ยังดีค่ะ นะคะคุณแสงท้ายคำพูดหญิงสาวลดเสียงลงเป็นอ้อนน้อยๆ เผื่อเขาจะใจอ่อนอย่างผ้าฝ้ายบอก

             ทว่ากลับผิดคาด ยิ่งเธอทำเสียงอ้อนพันแสงยิ่งยิ้มกว้าง

             “ไม่ได้หรอก ผมนอนคนเดียวไม่ได้ ยิ่งคุณทำเสียงอ้อนแบบนี้ ผมยิ่งไม่อยากนอนคนเดียว

             กันตาอ้าปากค้าง นึกเข่นเขี้ยวในใจถึงน้าสาว ทำไมน้าฝ้ายบอกว่าถ้าอ้อนแล้วเขาจะยอมทำตาม ไม่จริงสักนิด

             “แสดงว่าเมื่อก่อนคุณมีคนนอนด้วยตลอดเหรอคะ งั้นเคยนอนกับใครคุณก็ไปชวนคนนั้นมานอนด้วยสิคะ

             “ไม่ได้มีคนนอนด้วยประจำ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แล้วแต่คนไหนว่างพันแสงแกล้งแหย่ เมื่อเห็นกันตาทำหน้าเหวอเขาก็หลุดหัวเราะออกมา ไม่ต้องหึงหรอกน่า ผมล้อเล่น ก็บอกแล้วว่าคุณเป็นคนเปิดบริสุทธิ์ผมชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดี แต่กันตาทั้งหน้าแดง หน้าร้อน เพราะอายเขาอายปภพด้วยอีกคน อ้าปากจะเรียกชื่อเขาก็นึกได้ว่าไม่ควร จึงค้อนให้แทน ก็เพราะเมื่อก่อนผมนอนคนเดียวมาตลอด ไม่มีคนกอด ไม่คนจูบ ไม่มีคน...

             “พอค่ะเธอรีบยกมือขึ้นปิดปากเขาก่อนจะทะลึ่งให้อายอีกรอบ พันแสงรวบมือเธอมากุมไว้แล้วพูดต่อ

             “นั่นแหละ พอเมื่อคืนมีคนให้กอด มีคนให้จูบ มีคนให้...พูดได้แค่นั้นครูสาวก็ถลึงตาขู่ คนเป็นสามีเลยหัวเราะ ผมมีความสุขและรู้สึกดีมาก มากจนคิดว่าถ้าไม่มีคุณ จากนี้ไปผมคงนอนไม่หลับ สัญญาได้ไหมเกี๊ยวว่าเราจะไม่มีวันแยกกันนอน

             “แล้วถ้าจำเป็นล่ะคะ

             “ถ้าจำเป็นจริงๆ เน้นว่าจำเป็นจริงๆ นะ ก็ได้ แต่ผมจะไม่ให้มีความจำเป็นใดเข้ามาทำให้เราต้องแยกกันนอนเด็ดขาด คุณสัญญากับผมนะ

             คำขอนี้พูดออกมาพร้อมสายตาจริงจัง ซึ่งน้อยครั้งที่พันแสงจะแสดงออก กันตามองเขาอย่างชั่งใจ เธอไม่ได้คิดว่าจะทำไม่ได้ แต่ชีวิตเธอกับเขาเพิ่งเริ่มต้นเดินร่วมกัน อีกกี่วัน กี่เดือน กี่ปีข้างหน้า ใครจะรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง หากถามหัวใจ กันตาก็อยากทำอย่างที่เขาขอ เพราะเมื่อตัดสินใจเลือกเขาเป็นสามีแล้ว หญิงสาวก็ไม่คิดที่จะมีใครอีก ผู้หญิงแทบทุกคนอยากมีผัวเดียวเมียเดียวทั้งนั้น

             “คิดนานจัง ยากไปเหรอ หรือคุณคิดว่าจะไปนอนกับใคร

             “ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ แต่พ่อสอนเกี๊ยวเสมอว่าถ้าสัญญาหรือรับปากอะไรไว้ ต้องทำให้ได้ เกี๊ยวก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพราะเราเพิ่งรู้จักกันไม่นานนี่คะ แต่เกี๊ยวคิดว่าเกี๊ยวทำได้...เกี๊ยวสัญญาค่ะ

             เมื่อได้รับคำตอบที่พอใจ พันแสงก็ยิ้มกว้างยกมือนุ่มทั้งสองข้างขึ้นจูบแรงๆ

             “งั้นคืนนี้เราก็กลับเรือนหอได้แล้วเนาะพันแสงบอกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ นั่นทำให้กันตานึกได้ว่าเธอหลงกลเขาเข้าให้แล้ว หญิงสาวทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะถูกใจ ผมบอกแล้วว่าผมทำให้คุณพร้อมได้

              ปภพเลี้ยวรถผ่านประตูรั้วปิดทึบที่ถูกสั่งเปิดด้วยรีโมท เข้ามาในบริเวณบ้านที่กันตาเห็นแล้วต้องเบิกตาโต แม้มันไม่ได้ใหญ่เท่าบ้านคุณคชา แต่ก็ไม่อาจเรียกว่าเล็กได้ ตัวบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์น ด้านหน้ามีสนามหญ้าและสวนที่จัดไว้อย่างสวยงาม

             เหตุที่กันตาทึ่งขนาดของบ้าน เพราะเธอคิดว่าเขาอยู่กับปภพแค่สองคน บ้านไม่น่าจะต้องหลังใหญ่ขนาดนี้ ยิ่งเธอต้องมาอยู่ที่นี่ รวมแล้วเป็นสามคนก็ยังคิดว่ามันใหญ่ไปอยู่ดี

             “คุณแสงคะ แต่เกี๊ยวไม่มีของใช้อะไรมากนะคะ มีแค่ในกระเป๋านิดหน่อยเอง

             “อ้อ ผมยังไม่ได้บอกเหรอ ว่าผมให้คนไปขนของคุณมาจากคอนโดฯ หมดแล้ว ตอนนี้มันถูกจัดไว้ในห้องของเราเรียบร้อยแล้วล่ะ

             “อะไรนะคะ? คุณให้คนไปขนมาแล้ว ไว้ในห้องของเรา?

             “ใช่ แต่ไม่ต้องกลัวนะ คนของผมไม่ได้งัดห้องคอนโดฯ คุณหรอก คุณปุ๊กลุกเขาอำนวยความสะดวกให้ เพื่อนคุณคนนี้น่ารักดีนะ เสียอย่างเดียว...พันแสงค้างไว้แค่นั้น แล้วยักไหล่ ซึ่งกันตารู้ดีว่าเขากำลังพาดพิงถึงปริตต์ เข้าบ้านกันเถอะ จะได้อาบน้ำเข้านอน ทั้งเหนื่อยทั้งง่วงเลย

              ระหว่างทางพวกเขาแวะทานมื้อเย็นเรียบร้อยแล้ว ถึงตอนนี้จึงอยากพักกันเสียมากกว่า พันแสงเดินไปโอบไหล่ภรรยาพาเข้าบ้าน เมื่อมาถึงห้องรับแขกกันตาถึงได้เห็นว่ามีผู้หญิงยืนรออยู่สองคน คนหนึ่งอายุห้าสิบปลายๆ อีกคนน่าจะสักยี่สิบกว่าๆ

             “นี่ป้าน้อมกับน้อยหน่านะ แม่บ้านที่คุณพ่อส่งมาจากบ้านหลังใหญ่ คุณมีอะไรก็บอกสองคนนี้ได้เลย ผมไม่ค่อยถนัดมีแม่บ้าน ปกติปภพทำให้ทุกอย่าง อยู่กันแค่สองคนง่ายๆ ไม่มีอะไรมาก

             “แล้วทำไมคุณคชาถึงต้องส่งมาละคะ

             “ก็ตอนนี้มีคุณมาอยู่ด้วยแล้วไงครับ คุณพ่อท่านคงจะห่วงว่าลูกสะใภ้ของท่านจะลำบาก ก็เลยส่งมาช่วย

             “แล้วเมื่อก่อนคุณกับคุณภพทำงานบ้านเองเหรอคะ

             “ผมจ้างแม่บ้านข้างนอกน่ะ มาทำความสะอาดแล้วก็กลับ

             “งั้นต่อไปฉันทำเองค่ะ งานบ้านทุกอย่าง ไม่ต้องรบกวนคนของคุณคชาก็ได้ค่ะ

             “ข้อแรกคุณต้องเลิกเรียกคุณคชา แล้วเรียกว่าคุณพ่อ ข้อสอง บ้านหลังนี้ไม่ใหญ่เท่าบ้านนู้นแต่คุณทำคนเดียวไม่ไหวหรอก อีกอย่างมันไม่ใช่หน้าที่ของคุณ การที่ป้าน้อยกับน้อยหน่ามาอยู่ที่นี่ก็เพราะพวกเขาอยากมาเอง

             “ใช่ค่ะ พวกเราอยากมาดูแลคุณแสงกับคุณเกี๊ยวป้าน้อยบอกด้วยรอยยิ้ม มองกันตาด้วยแววตาเอ็นดู เธอเคยเห็นหญิงสาวครั้งหนึ่ง เมื่อตอนเธอไปบ้านคุณคชา  

             “เรียกเกี๊ยวเฉยๆ ก็ได้ค่ะป้า แล้วถ้ามีอะไรให้เกี๊ยวช่วยก็บอกได้เลยนะคะ

             “ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเป็นเจ้านาย งานบ้านเป็นหน้าที่ของพวกเรา

             “แต่...

             “ป้าน้อยไม่ยอมทำตามหรอก คุณนั่นแหละตามใจป้าน้อย รายนี้เขาระเบียบวินัยจัดและเคร่งครัดหน้าที่ยิ่งชีพ ป่านนี้คนบ้านโน้นดีใจกันทั้งบ้านแล้ว ที่ป้าน้อยมาอยู่นี่พันแสงกระเซ้าแม่บ้าน จนฝ่ายนั้นค้อนเขาวงใหญ่ ถ้าคุณกลัวว่างไม่มีอะไรทำ ก็ดูแลปรนนิบัติผมอย่างดีก็แล้วกัน

             น้อยหน่าที่เอาแต่ยืนยิ้มหลุดหัวเราะคิกออกมา เพราะเธอแทบไม่เคยเห็นพันแสงหยอกล้อผู้หญิงคนไหนแบบนี้เลย ป้าน้อยวาดมือไปตีมือน้อยหน่าเป็นเชิงปราม

             “แต่บ้านเกี๊ยวก็มีกฎว่าอยู่บ้านเดียวกันต้องช่วยกัน เพราะฉะนั้นต้องมีอะไรให้เกี๊ยวช่วยด้วย ไม่งั้นเกี๊ยวคงอยู่ที่นี่ไม่สบายใจแน่ๆ เลยค่ะ” กันตายอมสามีมาแล้วหลายเรื่อง ดังนั้นเรื่องนี้เขาต้องยอมเธอบ้าง

             “โอเค ตามนั้นเลย บ้านนี้ก็บ้านคุณเหมือนกัน คุณอยากจะทำอะไร คุณก็มีสิทธิ์พันแสงยอมง่ายๆ เขาอยากให้เธอสบายใจ เพราะมาอยู่บ้านใหม่เธออาจจะแปลกที่และอยากหาอะไรทำ

             “ถึงคุณแสงจะไม่ใช่คนระเบียบวินัยจัดแบบป้า แต่ปกติคุณแสงก็ไม่เคยยอมให้ใครต่อรองนักหรอกค่ะ ขนาดคุณท่านยังต้องยอมแทบทุกครั้ง แต่คราวนี้คุณแสงยอมคุณเกี๊ยวง่ายๆ เลยนะคะป้าน้อยบอกกันตายิ้มๆ พันแสงแกล้งกลอกตาขึ้นมองเพดานพลางบ่นเบาๆ

             “ไม่ทันไรก็แปรพักตร์ซะแล้ว

             “คุณแสงไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้าบ้านด้วยนะคะน้อยหน่าเสริม

             “น้อยหน่าพูดได้ดีพันแสงชม พอภรรยาหันมามองเขาเหมือนไม่เชื่อถือ และเขาเดาความคิดเธอออกแม้กันตาไม่พูดออกมา จึงรีบดักคอ นอกจากไม่เคยพามาที่บ้านแล้วก็ไม่เคยพาไปที่ไหนด้วย จริงๆ

             “เกี๊ยวยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่ะ

             “งั้นเราไปพักผ่อนกันเถอะ ง่วงมากแล้ว เมื่อวานเหนื่อยทั้งวันทั้งคืน วันนี้เดินทางก็เหนื่อย เดี๋ยวก็ต้องเหนื่อยต่ออีก ยี่สิบหารสี่เชียวนะ ผมตายแน่ๆ

             “คุณ...กันตาไม่กล้าเรียกชื่อเขา เธออายจนหน้าแดง หันมองป้าน้อยกับน้อยหน่าที่มองมาด้วยแววตางุนงงแล้วหญิงสาวยิ่งอาย พันแสงหัวเราะแล้วดึงมือหญิงสาวขึ้นชั้นบน ทิ้งให้แม่บ้านทั้งสองคนมองตามด้วยความสงสัย อะไรคือยี่สิบหารสี่!

 

             เมื่อเข้ามาภายในห้องนอนกันตาพบว่ามันค่อนข้างกว้าง กว้างแทบจะเท่าห้องที่คอนโดฯ ของเธอกับปริดาเสียด้วยซ้ำ โทนสีที่ใช้ตกแต่งเป็นสีขาว ดำ และเทา ดูหรูหรา ด้วยเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่กลับรู้สึกสบาย เพราะบางมุมจัดวางของน่ารักๆ เอาไว้ เช่นตุ๊กตาหมี หุ่นยนต์ หนังสือการ์ตูน และอีกหลายชิ้นที่กันตาคาดว่าคงจะเป็นของเล่นของพันแสงเมื่อวัยเยาว์

             “ถ้าคุณไม่ชอบ เดี๋ยวผมให้เขามาตกแต่งห้องให้ใหม่ก็ได้นะ เมื่อก่อนผมอยู่คนเดียว ห้องก็ดูจะออกแนวผู้ชายหน่อย

             “ไม่ต้องหรอกค่ะ เกี๊ยวไม่ซีเรียส แบบไหนก็ได้กันตาเป็นคนไม่เรื่องมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร เธอไม่มีตุ๊กตาหรือการ์ตูนที่ชอบเป็นพิเศษ ไม่มีสีโปรด ไม่มีอาหารที่ชอบมากจนถึงขนาดกินเป็นประจำ หญิงสาวใช้ชีวิตเรียบง่าย กินง่ายอยู่ง่าย เพราะครอบครัวเธอสอนมาแบบนั้น

             “นั่นสินะ ห้องจะสีอะไร แต่งแบบไหนไม่สำคัญเท่ากับว่าอยู่กับใครหรอกเนอะ

             “อุ๊ย!”

             กันตาตกใจเมื่อถูกโอบกอดจากด้านหลัง พร้อมกับปลายจมูกโด่งมาคลอเคลียชิดริมหู เมื่อครู่เขายังยืนพูดห่างเธอตั้งไกล แวบเดียวเขาก็เข้ามาใกล้จนเธอไม่ทันตั้งตัว  

             “ไปอาบน้ำกันเถอะพันแสงกระซิบเสียงแผ่ว ไม่ยอมหยุดสูดกลิ่นหอมจากตัวภรรยา มือไม้ก็เริ่มซุกซนไปตามร่างกายของคนในอ้อมแขน

             “คุณไปอาบก่อนสิคะ ง่วงมากไม่ใช่เหรอ เกี๊ยวรออาบทีหลังได้ค่ะ อื้อ...ปล่อยก่อนค่ะ

             “อาบก่อนอาบหลังทำไม อาบพร้อมกันเลย เกิดผมอาบก่อน ออกมาคุณหลับไปแล้วจะทำยังไงชายหนุ่มบอกทั้งที่ยังไม่ยอมปล่อย แถมมือปลาหมึกก็เริ่มล้วงลึกเข้าไปในเสื้อ ปากก็พรมจูบซอกคอ หัวไหล่ จนกันตาต้องเบี่ยงหนีให้วุ่น

             “ไม่หลับหรอกค่ะ เกี๊ยวไม่ได้ง่วงขนาดนั้น คุณแสง...ปล่อยก่อนค่ะ ว้าย!”

             หญิงสาวร้องด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ เขาก็ช้อนร่างเธอขึ้นอุ้ม เพราะกลัวว่าจะตกกันตาเลยเผลอโอบรอบคอเขาไว้แน่น จึงได้เห็นว่าพันแสงยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะสาวเท้าเร็วๆ พาเธอเข้าไปในห้องน้ำ

             “ได้ยินที่ป้าน้อยบอกแล้วใช่ไหม ว่าผมไม่ชอบให้ใครต่อรองชายหนุ่มกระซิบเสียงพร่า ร่างกายของเขาพร้อมจะทำหน้าที่สามี โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นบนเตียงนอน ร่างใหญ่ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้หนังใกล้อ่างอาบน้ำขนาดใหญ่แล้วว่างร่างบางให้นั่งลงบนตัก

             “นี่มันในห้องน้ำนะคะ

             “ใช่ นี่คือห้องน้ำ เมื่อกี้ปภพขึ้นมาเตรียมน้ำอุ่นใส่อ่างไว้ให้เรียบร้อยแล้ว คุณอยากลงอ่างเลย หรือตรงนี้ก่อน?

             “ตรงนี้ก่อน?กันตาพยายามเอามือดันอักเขาให้ออกห่าง เพื่อจะถามในสิ่งที่สงสัย

             “อ้าว ก็สี่รอบเชียวนะคุณ แค่บนเตียงอย่างเดียว เบื่อตายเลย ห้องน้ำสักสองรอบ ข้างนอกสักสองรอบ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศนิดหน่อยละกันนะ

             “คุณล้อเล่นใช่ไหมคะ

             “เรื่องแต่งงานคุณก็คิดว่าผมล้อเล่น แล้วเป็นยังไงล่ะพอเขาถามอย่างนั้นกันตาถึงกับอึ้ง ชายหนุ่มจึงฉวยจังหวะนั้นปลดกระดุมเสื้อหญิงสาว ครู่เดียวก็หลุดหมดทุกเม็ด กันตาผวาเฮือกยกมือขึ้นจะปิดหน้าอก ก็ไม่ทันกับใบหน้าที่ซุกลงมาระดมจูบ ซุกไซ้

             “ดะ...เดี๋ยวค่ะ

             “ช้ากว่านี้สว่างคาตาแน่เขาบอกเป็นเชิงขู่ แล้วจับร่างหญิงสาวให้เปลี่ยนท่านั่งเป็นนั่งคร่อมขาเขาแทน มือใหญ่เลื่อนขึ้นปลดตะขอบราอย่างรวดเร็ว แม้จะผ่านครั้งแรกมาแล้วแต่กันตาก็ยังสั่นน้อยๆ เพราะทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องใหม่สำหรับเธอ

             “อื้อ...กันตาได้แต่ร้องในลำคอ เมื่อถูกรุกรานมากขึ้น

             “ถอดเสื้อให้ผมด้วยเขาสั่งเสียงแผ่ว เร็วสิชายหนุ่มเร่งเมื่ออีกฝ่ายยังเงอะงะ กันตาจึงเลื่อนมือไปค่อยๆ ปลดกระดุมเขาทีละเม็ดจนหมด เผยให้เห็นแผงอกหนั่นแน่นด้วยมัดกล้าม เมื่อคืนเธอมัวหลับตาจึงไม่มีโอกาสได้เห็น พออยู่ใกล้และเห็นชัดขนาดนี้ก็ทำเอาใจเธอสั่นรุนแรง

             อารมณ์ของพันแสงพุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ เขายกร่างหญิงสาวให้ลุกยืนพร้อมกับยืนประกบ มือหนึ่งจับท้ายทอยเธอไว้ไม่ให้เบี่ยงหน้าหนียามเมื่อเขาจูบอย่างดูดดื่ม เลาะเล็มความหวานจากริมฝีปากบาง และล้วงลึกควานหาลิ้นอุ่น มืออีกข้างก็เคล้นคลึงเต้าเต่งตึงคัพซีที่แน่นเต็มฝ่ามือ

             “คุณแสง...กันตาเผลอเรียกชื่อเขา เมื่ออีกฝ่ายทรุดลงและจัดการปลดกระดุมกางเกงยีนรัดรูปของเธอ ก่อนจะดึงมันลงไปกองที่ข้อเท้า พันแสงยิ้มแล้วลุกยืนขึ้นดึงร่างบางเข้ามาเบียดอกที่ถอดเสื้อโยนทิ้งไปแล้ว

             “หนึ่งแม้สติจะเกือบล่องลอยไปแล้ว แต่กันตารู้ดีว่าเขากำลังนับที่เธอเรียกชื่อเขา ถอดกางเกงผมเร็วๆ เข้า ถ้าไม่อยากนับถึงยี่สิบตอนสิบโมงเช้าพรุ่งนี้พูดจบเขาก็ดึงมือเธอมาแปะไว้ที่กระดุมกางเกงยีนของตัวเอง

             กันตามือสั่น ปลดกระดุมผิดๆ ถูกๆ แต่ก็ทำสำเร็จจนได้ จึงได้รับคำชมชิดริมหูว่า เก่ง

             เมื่อร่างทั้งสองร่างเปล่าเปลือย และพันแสงรัดร่างภรรยาไว้แนบชิด จนผิวเนือบดเบียดกันจนเกิดเป็นไอร้อน กันตาถึงได้รู้ว่าเขาพร้อมจะรุกล้ำความสาวของเธออีกครั้ง เหมือนที่ทำเมื่อคืน นั่นยิ่งทำให้ใจของหญิงสาวเต้นแรงขึ้นไปอีก

             “ว้าย!”

             จู่ๆ พันแสงก็นั่งลงบนเก้าอี้หนังตัวเดิม พร้อมกับดึงร่างกันตาให้นั่งคร่อมลงมา จากนั้นก็ดึงเธอเข้ามาชิดตัวอีกหน่อย เพื่อให้ความ ‘หนุ่ม-สาวได้จัดวางตรงกัน

             “เกี๊ยว ผมรู้นะว่าคุณไม่เคย คุณยังอาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันกับคุณคือทุกอย่างเป็นเรื่องธรรมชาติ...ที่เกิดขึ้นจากความรัก ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ อย่าฝืน...จับดูสิ นี่เป็นของคุณเขาดึงมือเธอมาลูบแผงอกตัวเอง พร้อมสบตาอีกฝ่าย แล้วยิ้มเหมือนให้กำลังใจ ก่อนจะลากมือบางไล้ไปตามหน้าท้อง เรื่อยไปจนถึงจุดสำคัญ กันตาสะดุ้งแต่เขาจับมือเธอไว้ไม่ปล่อย ทุกอย่างในตัวผม เป็นของคุณ คุณมีสิทธิ์ที่จะจับต้องและครอบครอง

             “เหมือนที่ร่างกายของเกี๊ยวก็จะต้องเป็นของคุณเหมือนกันใช่ไหมคะ

             “ใช่ คุณมีสิทธิ์คนเดียวเท่านั้น และผมก็มีสิทธิ์ในตัวคุณคนเดียวเท่านั้น มันเป็นเรื่องของเราสองคน...ไม่มีใครให้ต้องอาย

             กันตามองแววตาเขา มันมีเพียงความจริงใจ ไร้แววล้อเล่นหรือหลอกลวง...หญิงสาวยิ้ม เขาทำให้เธอรู้สึก ‘พิเศษอย่างที่ไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้ โดยเฉพาะปริตต์ คนที่เป็นรักแรกของเธอ หญิงสาวรีบสลัดชื่อนั้นออกไปจากหัว เธอไม่ควรคิดถึงเขาเวลานี้ เพราะถ้าเธอเผลอเรียกชื่อผิดอีก พันแสงคงไม่ยอมอภัยให้เธอแน่

             ยิ่งนึกถึงความผิดเมื่อเช้า กันตายิ่งรู้สึกละอายใจ เธอเผลอเรียกเขาเป็นชื่อคนอื่นได้ยังไงกัน เขาคงจะเสียใจมาก

             “คุณแสง...กันตาเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเป็นครั้งแรก หญิงสาวดึงมือออกจากมือเขา แล้วใช้สองมือของตัวเองประกบแก้มใช้หนุ่มไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากหยักลึกเบาๆ ไม่ประสีประสา หากก็ทำให้คนโดนจูบหัวเราะออกมาได้

             “สองพันแสงแกล้งนับ สงสัยว่ายี่สิบครั้งจะไม่พอแล้วล่ะพันแสงพูดแล้วจูบตอบ ครั้งนี้กันตายอมเปิดปากให้เขาได้ใช้ลิ้นเข้าไปเลาะเล็มหาความหวานอย่างเต็มที่

             เมื่อใจเปิดร่างกายก็ไม่ต่อต้าน และพร้อมจะร่วมมือกับเขาเดินทางไปหาความสุขที่รออยู่ข้างหน้า

             ริมฝีปากหยักลึกขบเม้มยอดปทุมถันครั้งแล้วครั้งเล่า มือหนาทั้งสองข้างจับเอวบางเอาไว้ แล้วยกเธอให้ขยับขึ้นลงเมื่อปรับให้แก่นกายความเป็นชายได้ผ่านเข้าไปหาประตูความสาวเรียบร้อยแล้ว กันตากอดร่างใหญ่ไว้แน่น เมื่อรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วท้อง

             “อู๊ย! คุณแสง คุณแสงคะ...เสียงเรียกแทบไม่ขาดปากหญิงสาว เรียกเพราะยังคงเจ็บจากร่องรอยของเมื่อคืนด้วยเพราะบทรักคืนนี้เร่าร้อนจนเธอทนไม่ไหวด้วยประกอบกัน

             “ดีมาก...เกี๊ยว พันแสงชมพร้อมกับหายใจถี่กระชั้น เขายกเธอลงจากตักเพื่อเปลี่ยนท่า เพราะการให้กันตาอยู่ด้านบนดูเธอจะยังไม่คล่อง ชายหนุ่มจึงจับให้เธอก้มลงวางศอกบนเก้าอี้ แล้วตัวเองอยู่ด้านหลัง ทุกอย่างพลิ้วไหวจนกันตาได้แต่ทำตามท่วงท่าที่เขาจัดให้

             มือใหญ่ข้างหนึ่งยื่นไปเคล้าคลึงหน้าอกเต่งตึง อีกข้างจับบั้นเอวหญิงสาวไว้ไม่ให้เธอหน้าคะมำ ยามเมื่อเขากระแทกกระทั้น ส่งความเป็นชายเข้าไปจนลึกสุดแรงๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

             “อ๊าย!” ท่าใหม่ทำให้กันตาแทบกลั้นเสียงร้องไว้ไม่อยู่ เพราะเธอเสียวจนมวนท้องไปหมดทุกครั้งที่เขากระแทกจุดแข็งเข้าหา

             “อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวเกี๊ยว...อาห์” พันแสงเร่งจังหวะมากขึ้นเมื่อทุกอย่างกำลังจะสิ้นสุดลง

             “คุณแสง...เกี๊ยวไม่ไหวแล้วนะคะ” กันตารู้สึกประหลาด เสียวซ่านเหมือนใจจะขาด มากกว่าเมื่อคืนก่อนหลายเท่า เพราะคืนนี้ความเจ็บน้อยลงจนทำให้รู้สึกถึงแรงอารมณ์ได้มากกว่า

             “ผมก็เหมือนกัน อื้มมมมม พันแสงกระหน่ำรัวๆ ในจังหวะสุดท้ายก่อนที่ทั้งสองคนจะไปถึงดินแดนแห่งความสุขร่วมกัน ชายหนุ่มทิ้งตัวลงซบแผ่นหลังนวลเนียนของภรรยา เขาหอบหายใจครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มแล้วก้มจูบแผ่นหลังเธอแผ่วเบา ดึงร่างบางลงมานั่งบนตักเมื่อเขาทรุดตัวลงนั่งบนพรม

             “คุณแสงคะ กันตาเรียกเบาๆ ห้องน้ำของเขากว้างจนเธอรู้สึกอายที่ตัวเองเปล่าเปลือยทั้งร่าง แม้ตอนนี้เขาจะกอดไว้ก็ตาม

             “หืม... พันแสงครางเป็นเชิงถามในลำคอ

             “เอ่อ... กันตาอึกอัก สี่รอบคงไม่ไหวใช่ไหมคะ

             “อ้าว พูดแบบนี้ดูถูกกันนี่นา งั้นต่อเลยดีกว่า พันแสงแกล้งทำเป็นไม่พอใจ

             “ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่คิดว่าคนเราคงไม่มีใคร เอ่อ...มากขนาดนั้นต่อหนึ่งคืนหรอกมั้งคะ กันตายิ้มแหย คราวนี้พันแสงมองหน้าภรรยาแล้วหัวเราะ

             “ใครบอก มีเยอะแยะไป ยิ่งช่วงแต่งงานใหม่ๆ แบบนี้บางคนเจ็ดรอบยังมีเลยคุณ กันตาเบิกตาโตอ้าปากค้าง ขนาดแค่ครั้งเดียวเธอยังเหนื่อย แล้วคนที่บ้าคลั่งขนาดนั้นไม่ต้องหามส่งโรงพยาบาลเลยเหรอ เขาถึงต้องมีช่วงฮันนีมูนยังไงล่ะ สามวันสามคืนไม่ต้องออกจากห้องมันเลยล่ะ

             “เราไม่ต้องฮันนีมูนก็ได้นะคะ กันตาบอกเสียงเบา

             “ได้ ไม่มีปัญหา แค่ที่บ้านผมก็จัดให้คุณสี่ห้ารอบต่อคืนได้สบาย พันแสงพูดจบก็ก้มลงจูบซอกคอภรรยาเสียทีหนึ่ง กันตาค้อนวงใหญ่ให้สามี ไปอาบน้ำกันเถอะ เย็นหมดแล้วมั้ง

             ความจริงกันตาอยากไปอาบน้ำตั้งนานแล้ว เธอรู้สึกว่าขาของเธอมันเลอะสิ่งที่สามีทิ้งไว้ตอนเสร็จภารกิจ หากไม่กล้าเอ่ยปาก ไม่กล้าบอกและไม่รู้ว่าจะไปล้างมันออกยังไงในเมื่อมีเขาอยู่ในห้องน้ำด้วยกัน

             “คุณไปลงอ่างก่อนนะคะ เกี๊ยวขอไป... เธอชี้ไปยังชักโครกที่จัดไว้อีกมุมของห้องน้ำ ดีหน่อยที่มีกำแพงกระจกลวดลายอำพรางไม่ให้มองเห็น กั้นระหว่างส่วนของการอาบน้ำและทำธุระส่วนตัว

             “โอเค อย่าช้านะ ผมรู้สึกเหมือนจะต้องการอีกรอบแล้วล่ะ เขากระซิบข้างหูอย่างหยอกเย้า กันตาจึงทุบอั๊กเข้าให้บนอกหนาก่อนจะคว้าเสื้อผ้าบนพื้นขึ้นมาปิดบังร่างกายคร่าวๆ แล้วเดินเร็วๆ ไปยังส่วนของห้องส้วม

             พันแสงนอนแช่ตัวในอ่างน้ำอุ่น จนร่างกายรู้สึกผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้า เขานอนรอกันตาพลางคิดไปถึงใครบางคน...ยามมองภรรยาใกล้ๆ กันตาช่างคล้ายจิรดาเหลือเกิน หากสิ่งที่แตกต่างคือความเข้มแข็ง กันตาไม่ใช่คนห้าว แต่เขาดูออกว่าเธอเป็นคนแกร่ง ไม่อย่างนั้นกันตาคงเลือกปริตต์ ผู้ชายที่เป็นรักครั้งแรก มากกว่าคนแปลกหน้าที่เพิ่งมารู้จักกันอย่างเขา

             เพราะความอ่อนแอ ทำให้จิรดาต้องพ่ายแพ้ให้แก่ความรักลวงๆ ของปริตต์ หัวใจของหญิงสาวเปราะบางดั่งแก้วใส มันจึงแตกสลายได้ง่ายเพียงแค่ถูกโยนความรักทิ้งไป...เขาอยากโทษว่าเธอผิดที่เลือกหมอนั่น แทนความรักและภักดีที่เขามีให้มาเนิ่นนาน แต่เขาก็รักเธอมากเกินกว่าจะเพิกเฉยได้ ในวันที่เธอบอบช้ำปางตาย

             กระนั้น แม้เขาจะพยายามดูแลประคับประคองแค่ไหน...จิรดาก็ยังไม่อาจหยัดยืนได้ สุดท้ายเธอจึงพ่ายแพ้ทั้งร่างกายและจิตใจ...

             ชายหนุ่มหลับตาลงเมื่อหยดน้ำอุ่นเอ่อรื้นขึ้นมาคลอดวงตา ความง่วงงุนเริ่มเข้ามาครอบครอง จนเขาเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น