อัปเดตล่าสุด 2019-05-23 12:45:47

ตอนที่ 26 บทที่ 26

บทที่ 26

 

             พันแสงตื่นเช้ามาไม่พบภรรยาข้างกาย เขาจึงลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเดินลงมาชั้นล่าง คาดว่ากันตาคงลงมาก่อนแล้ว เมื่อไม่พบหญิงสาวในห้องรับแขก จึงเดินไปหาในห้องอาหาร ก็ยังไม่พบเลยเดาว่าเธอน่าจะไปช่วยป้าน้อยกับน้อยหน่าในครัวเป็นแน่

             แล้วเขาก็เดาถูก กันตายืนหันหลังให้ เธอกำลังทำอะไรสักอย่างที่เคาน์เตอร์ทำอาหาร สวมผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลเข้ม สีประจำครัวของบ้านคุณคชา ป้าน้อยเจ้าระเบียบคงเอามาด้วย ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบเอวหญิงสาวจากด้านหลัง แล้วก้มลงหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่ จนฝ่ายนั้นสะดุ้งตกใจ

             “มาเงียบๆ แบบนี้ไม่กลัวเกี๊ยวตกใจ ตวัดมีดใส่เอาเหรอคะ

             “เอ้า ก็ลองดูสิ คิดว่ามีอาวุธคนเดียวหรือไง ผมก็มีนะจะแทงให้ยับเลย

             “คุณแสง!” กันตาดุสามี ค่าที่พูดจาทะลึ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ กระนั้นสามีก็ยังไม่สำนึก

             “เมื่อคืนเสียฟอร์มหมดเลย รอบเดียวผมก็หลับปางตาย คืนนี้ขอแก้ตัวใหม่นะ สี่รอบเน้นๆ ไม่ครบไม่ต้องนอน... พันแสงพูดไม่ทันจบกันตาก็ยกมือขึ้นปิดปากเขาไว้แน่น ก่อนจะพยักพเยิดไปทางกระจกบานเกล็ดที่กั้นระหว่างครัวกับซิ้งค์ล้างจานด้านหลัง พันแสงหันมองตามก็พบว่าน้อยหน่ายืนอยู่ตรงนั้น และเธอกำลังยิ้มแหย อย่างบอกให้รู้ว่าได้ยินทุกอย่าง

             “ออกไปรอข้างนอกเลยค่ะ กันตาไล่ ชายหนุ่มจึงยักไหล่ ไม่เดือดร้อนอะไร ก้มลงหอมภรรยาอีกฟอดใหญ่โชว์น้อยหน่าเสียเลย ฝ่ายคนมองหัวเราะคิกเมื่อพันแสงยักคิ้วให้ก่อนเดินออกไปจากครัว

             กันตาหน้าแดง โบกมือไล่น้อยหน่าให้หันกลับไปทำงานตัวเอง แก้เขิน ดีที่ป้าน้อยไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย ไม่งั้นกันตาคงอายผู้สูงวัยกว่า มากกว่าสายตาของน้อยหน่าเป็นแน่

             “หือ หอมจัง

             พันแสงบอกเมื่อกันตายกอาหารมาวางตรงหน้า แต่สิ่งที่เขาสูดเข้าเต็มปอดคือมือภรรยาไม่ใช่กลิ่นอาหาร

             “ของกินอยู่นี่ค่ะ กันตาแกล้งบอกเสียงดุ กระนั้นสามีก็ไม่นำพา ยังคงจับมือเธอมาจูบแรงๆ ทานได้แล้วค่ะ อย่ามัวเล่นอยู่ ต้องโดนดุอีกรอบ ถึงจะยอมปล่อยมือ

             “ไหน ดูซิ คุณทำอะไรให้ผมเป็นมื้อแรก โอ้โห...ไข่กระทะร้อนสูตรพิเศษใช่ไหมเนี่ย

             “ใช่ค่ะ ป้าน้อยเพิ่งสอนเมื่อกี้เอง ไม่รู้ว่าจะทานได้หรือเปล่า ถ้าไม่อร่อยก็ให้ป้าน้อยทำให้ใหม่ก็ได้นะคะ

             “จะอร่อยไม่อร่อยผมก็จะกินให้หมด เมียสุดที่รักอุตส่าห์ทำให้ทั้งที ว่าแล้วพันแสงก็หยิบช้อนมาตักใส่ปากอย่างรดวเร็ว แล้วเขาก็แทบร้องลั่นเพราะมันร้อนจริงๆ กันตาหัวเราะชอบใจ จนสามีส่งสายตาคาดโทษมาให้

             “เป็นไงคะ อร่อยจนน้ำตาเล็ดเลยเหรอ

             “อร่อยจริงๆ ถึงจะยังไม่เท่าฝีมือป้าน้อย แต่ครั้งแรกได้ขนาดนี้ผมให้ผ่าน คุณก็กินสิ เดี๋ยวผมจะพาออกไปข้างนอก

             “ไปไหนเหรอคะ?

             “ไปดูงานของผม พันแสงบอกพลางตักอาหารเข้าปาก เขาไม่ได้แกล้งชม แต่กันตามีเสน่ห์ปลายจวักจริงๆ ขนาดเมนูนี้เพิ่งทำครั้งแรกยังอร่อย แสดงว่าเธอไม่ได้ทำมั่วๆ คุณไม่เคยรู้ไม่ใช่เหรอว่าผมทำงานอะไร คงไม่คิดว่าผมเกาะพ่อกินไปวันๆ หรอกนะ

             “ก็คิดแบบนั้นล่ะค่ะ กันตาบอกหน้าซื่อ แต่พันแสงรู้ว่าเธอแกล้ง

             “พอได้ตัวได้ใจผมแล้วชักเอาใหญ่แล้วนะ เดี๋ยวเถอะ จะโดนทำโทษไม่ได้หลับได้นอน

             คนจะโดนทำโทษย่นจมูกใส่เขาแล้วตักอาหารกินบ้าง ความจริงกันตาก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาทำงานอะไร อย่างที่เธอเคยบอกเขาว่ายังรู้จักกันน้อยไป เป็นเขาเสียมากกว่าที่รู้จักเธอ ทั้งให้คนสืบประวัติ ทั้งได้รู้จักคนในชีวิตเธอแทบจะทุกคน

             “เสร็จแล้ว เกี๊ยวขอไปหาปุ๊กลุกที่คอนโดฯ ได้ไหมคะ

             “ได้ครับ แต่ผมคงอยู่ด้วยไม่ได้นะ เพราะว่ามีธุระต้องไปทำต่อ

             “ค่ะ กันตารับคำสั้นๆ แล้วก้มหน้ากินอาหารต่อเงียบๆ

             “ไม่ถามหน่อยเหรอว่าผมไปทำธุระอะไรต่อ พันแสงลอบมองหน้าภรรยาแล้วรู้สึกเหมือนกับว่าเธอมีเรื่องไม่สบายใจที่ไม่ยอมบอกเขา

             “ไม่ถามค่ะ ถึงเราจะแต่งงานกันคุณก็คงมีเรื่องส่วนตัวที่เกี๊ยวไม่จำเป็นต้องรู้ และถ้าคุณอยากบอกคุณก็คงบอกเกี๊ยวเอง

             “ไม่เอาสิ คนสองคนแต่งงานใช้ชีวิตคู่กันแล้วต้องไม่มีคำว่า เรื่องส่วนตัว ถ้าเกิดผมไปไหนแล้วบอกแค่ว่าเรื่องส่วนตัว แต่ผมไปมีเมียน้อย แบบนี้มันถูกเหรอ? เขาถามพลางมองตาภรรยาซึ่งฝ่ายนั้นแค่เม้มปาก ยิ่งทำให้พันแสงมั่นใจว่ากันตามีบางอย่างในใจ ถึงจะรู้จักกันไม่นานแต่เขาสังเกตว่าทุกครั้งที่กันตามีเรื่องในใจแต่ไม่กล้าพูดไม่กล้าถามเธอจะเม้มปากแบบนี้ ชีวิตคู่มีความชอบส่วนตัวได้ แต่ต้องไม่มีเรื่องส่วนตัวระหว่างกัน เพราะฉะนั้นคุณถามผมได้ทุกเรื่องนะเกี๊ยว

             ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับมือภรรยาแล้วบีบเบาๆ กันตายิ้มให้เขา ก่อนจะตอบรับ

             “ค่ะ

             ถึงจะตอบอย่างนั้น กันตาก็ยังไม่กล้าถามเรื่องที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อคืน ตอนจัดการธุระส่วนตัวเสร็จแล้วเดินไปหาเขาที่อ่างน้ำ หญิงสาวพบว่าสามีนอนหลับโดยมีหยดน้ำเกาะที่หางตา เธอพิจารณาดีแล้วว่าไม่ใช่น้ำที่กระเด็นจากอ่าง แต่มันคือ...น้ำตา

             เธอยื่นปลายนิ้วไปแตะเบาๆ เกิดคำถามขึ้นในใจว่าเขากำลังเศร้าหรือฝันถึงเรื่องใด ถึงได้มีน้ำตาไหลออกมา เพราะเท่าที่รู้ เท่าที่ได้เห็น ชีวิตของเขาก็มีความสุขดี กันตาเลื่อนมือลงมาจับไหล่เขาเพื่อจะเขย่าปลุกให้ตื่น เพราะน้ำในอ่างเริ่มเย็นแล้ว หากเขาก็ละเมอชื่อใครบางคนออกมาเสียก่อน

             ...แพท...

             ชื่อนั้นที่เขาละเมอเรียกออกมา เธอเป็นใคร แล้วสำคัญขนาดไหน พันแสงถึงได้เพ้อหาในคืนที่เพิ่งร่วมรักกับเธอพร้อมกับบอกว่าทุกอย่างเกิดขึ้นจากความรัก...ความรักที่เขาไม่เคยบอกเธอตรงๆ ว่าเขารักเธอหรือไม่

 

             ปภพเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าอาคารหลังหนึ่ง ใหญ่พอสมควร สูงสองชั้น ด้านนอกตกแต่งจนเกือบเสร็จแล้ว ยังเหลือติดไฟด้านหน้าซึ่งช่างกำลังทำอยู่ ส่วนด้านในก็กำลังตกแต่งได้ประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เมื่อลงจากรถมายืนด้านหน้าอาคาร มองด้วยสายตาคร่าวๆ กันตาพอจะเดาออกว่านี่คือลักษณะของ ‘คลินิก หญิงสาวเหลือบไปเห็นข้อความบนกระจกด้านหน้าเขียนไว้ว่า...

             ‘สูตินรีแพทย์ นายแพทย์พันแสง เลิศวงศ์พันธุ์

             หญิงสาวถึงกับอึ้ง หันขวับไปมองคนข้างตัว ฝ่ายนั้นยืนยิ้มรออยู่ พอเห็นสายตาภรรยาเขาก็ยักคิ้วให้

             “ไม่คิดใช่ไหมว่าคนอย่างผมจะเป็นหมอ

             “ไม่ได้คิดว่าคุณไม่เก่งพอ แต่คุณดูใจร้อน ห้าว ผิดจากลักษณะหมอทั่วๆ ไปที่เกี๊ยวเคยเห็นมา ก็เลยคาดไม่ถึงว่าคุณจะชอบอาชีพนี้เท่านั้นเองค่ะ กันตาตอบตรงๆ และนี่เป็นนิสัยอีกอย่างของเธอที่พันแสงชอบ การพูดกันตรงๆ อย่างมีมารยาท ทำให้คนอยู่ด้วยไม่อึดอัด เพราะไม่ต้องคาดเดา

             ตอนเด็กๆ เวลาครูหรือใครถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไร พันแสงไม่เคยตอบได้ เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไร แต่พอจิรดาบอกว่าอยากเป็นหมอ เขาก็เลยอยากเป็นตามเธอ จนวันที่สอบเข้าคณะแพทย์ฯ ได้ และได้เรียนจนจบปริญญาตรี ต่อด้วยปริญญาโทที่เมืองนอก พันแสงถึงได้รู้ว่าเขา ‘รัก อาชีพนี้

             “ผมรักอาชีพนี้ แต่ที่เลือกมาเปิดคลินิกแทนที่จะไปทำงานโรงพยาบาล ก็เพราะผมยังรักชีวิตส่วนตัวมากอยู่ ผมอยากประกอบเป็นอาชีพ ช่วยเหลือคนอื่น แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีเวลาของตัวเองและครอบครัวด้วย เขาเดินเข้าไปโอบเอวกันตาแล้วดึงมาชิดตัว พลางชี้มือไปบนชั้นสอง ชั้นบน ผมให้ช่างทำเป็นห้องนอน ถ้าวันไหนเหนื่อยมากๆ ขี้เกียจกลับบ้านคุณอาจจะต้องมาค้างที่นี่กับผมบ้างนะ เดี๋ยวผมบริการตรวจภายในให้ฟรี

             ท้ายประโยคพันแสงกระซิบแค่พอได้ยินกันเพียงสองคน ถึงอย่างนั้นกันตาก็อายจนต้องหันไปมองว่าปภพได้ยินหรือเปล่า ถลึงตาใส่สามีแล้วกันตาก็ตอบขัดใจเขา

             “แต่อาทิตย์หน้าเกี๊ยวก็ต้องทำงานเหมือนเดิมแล้วนะคะ ที่นี่ไกลทั้งบ้านไกลทั้งโรงเรียน รถติดมากด้วย เกี๊ยวกลัวไปทำงานสายน่ะสิคะ

             “ให้ปภพไปส่ง ออกเช้าหน่อยก็ทัน ยังไงผมจะไม่ยอมนอนแยกกับคุณแน่ๆ เราสัญญากันแล้ว

             กันตามองคุณหมอติดเมียด้วยสายตาหมั่นไส้ เหมือนเวลามองเด็กนักเรียนที่ชอบอ้อนคุณครู

             “ค่ะ เอางั้นก็ได้ แต่ไปส่งเกี๊ยวแค่ไฟฟ้าก็พอ น่าจะเร็วกว่าไม่ต้องรบกวนคุณภพด้วย

             “ไม่รบกวนเลยครับ เป็นหน้าที่ผมอยู่แล้ว

             “หน้าที่ของคุณภพคือดูแลคุณแสงนะคะ ไม่ใช่เกี๊ยว ถ้าเกิดเรื่องแบบคราวก่อนอีกคงไม่ดีแน่ กันตาหมายถึงเรื่องที่โดนลอบยิงที่ร้านอาหาร

             “ไม่มีเรื่องแบบนั้นอีกแล้วล่ะ คุณพ่อจัดการเรียบร้อยแล้ว หรือถ้าจะมีใครปองร้ายอีก คุณก็ต้องระวังตัวด้วย เพราะตอนนี้คุณคือคนสำคัญของผมกับคุณพ่อ ปภพต้องดูแลคุณมากกว่าดูแลผมด้วยซ้ำ กันตาอ้าปากจะแย้ง พันแสงจึงชิงพูดต่อเสียก่อน เรื่องนี้เอาไว้คุยกันทีหลังดีกว่า ผมต้องไปทำธุระต่อ เดี๋ยวไปส่งคุณที่อคนโดฯ แล้วเย็นๆ ผมจะมารับกลับบ้านนะ

             หญิงสาวอยากบอกว่าเธอไปคอนโดฯ และกลับบ้านเองได้ แต่ก็รู้แน่แก่ใจว่าพันแสงต้องไม่ยอม เลยตอบรับง่ายๆ นั่นจึงทำให้เขาพอใจจนยิ้มออก

 

             พันแสงส่งกันตาแค่หน้าประตูคอนโดฯ หากก็มองจนเธอขึ้นลิฟต์ไปเรียบร้อยแล้วจึงให้ปภพขับรถออกมา กันตากดกริ่งหน้าห้องแค่ครั้งเดียวปริดาก็รีบวิ่งมาเปิด เพราะรออยู่ก่อนแล้ว

             “ยัยเกี๊ยววววววว ปริดาเรียกเพื่อนด้วยความดีใจแล้วคว้าตัวไปกอดไว้แน่น ฉันคิดถึงแกมากเลยรู้มั้ย

             “อะไรของแก เพิ่งเจอกันไปเมื่อวานซืนเองนะ

             “ก็ใช่ แต่แกแต่งงานแล้วนี่ ฉันอดรู้สึกไม่ได้ว่าแกต้องไปมีชีวิตของแกแล้ว ต่อไปเราจะนอนคุยกันจนเกือบเช้า หรือออกไปหาของอร่อยๆ กินกัน เดินช้อปกันทั้งวันไม่ได้เหมือนเดิมแล้ว มันก็ยิ่งคิดถึงมากขึ้นไปอีก

             “ก็จริงนะ ตอนนี้ฉันไปไหนก็มีคุณแสงคอยตามติดตลอด ถ้าเขาไม่ได้มาก็คงส่งคนมาตามแทน เพราะกลัวจะเกิดเรื่องอีก กันตาพูดเป็นเชิงบ่น

             “เกิดเรื่อง? เรื่องอะไร นี่แกมีเรื่องอะไรที่ไม่ได้บอกฉันหรือเปล่ายายเกี๊ยว ปริดาตกใจ จับไหล่เพื่อนเขย่าแรงจนกันตาหัวสั่นหัวคลอน

             “เอ้อ เปล่าหรอก เขาก็ห่วงไปเรื่อยเปื่อยแหละ ตอนเกิดเรื่องคราวก่อนกันตาไม่ได้เล่าให้ใครฟังเลยแม้แต่กับปริดา เพราะไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง

             “แน่นะ

             “อื้อ แน่สิ

             “แล้วที่บอกว่ามีเรื่องไม่สบายใจ เรื่องอะไรล่ะ ปริดาถาม เพราะเมื่อเช้ากันตาส่งข้อความทางไลน์มาบอกว่าจะมาหามีเรื่องไม่สบายใจ อยากปรึกษา คุณแสงทำการบ้านหนักไปเหรอ

             “ยัยปุ๊กลุกบ้า! เดี๋ยวเถอะ ฉันก็แค่...

             เสียงกริ่งหน้าห้องดังขัดขึ้น ในขณะที่กันตาทำสีหน้าแปลกใจ ปริดากลับยิ้มแหยแล้วรีบวิ่งไปเปิดประตูก่อนที่เพื่อนจะทันได้ถามอะไร

             เมื่อเห็นว่าใครเดินผ่านประตูเข้ามากันตาถึงกับเบิกตาโต อ้าปากค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปทำตาขวางใส่ปริดา ฝ่ายนั้นรีบวิ่งกลับมาจับมือเพื่อนไว้ แล้วรีบอธิบาย

             “อย่าเพิ่งโกรธนะเกี๊ยว คืองี้ ก็...พอดีป้อเขาไลน์มา...คุยด้วย ฉันก็เลยเผลอบอกไปว่าแกมีเรื่องไม่สบายใจ เขาก็เลย...อยากมาคุยด้วย

             “ฉันเพิ่งรู้ว่าเดี๋ยวนี้ดารากับแฟนคลับสนิทกันถึงขนาดมีไลน์ส่วนตัวคุยกันด้วย กันตาพูดเสียงเข้ม จ้องปริดาเขม็ง

             “เกี๊ยว อย่าว่าคุณปุ๊กลุกเลยนะ ป้อเป็นคนถามเรื่องเกี๊ยวเองแหละ ป้อแค่เป็นห่วงเกี๊ยว อีกอย่างถึงเกี๊ยวจะแต่งงานแล้วเราก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ไม่ใช่เหรอ

             “แต่ป้อเป็นดารานะ ถ้าเกิดมีข่าวขึ้นมาอีก ป้อนั่นแหละที่จะเดือดร้อน

             “ไม่ใช่เพราะเกี๊ยวกลัวพันแสงรู้เหรอว่าเจอป้อ ปริตต์ประชด

             “นั่นก็ด้วย ถึงเขาไม่รู้เกี๊ยวก็ต้องบอกว่าเจอป้อ เพราะเกี๊ยวไม่อยากมีความลับกับเขา เราเป็นสามีภรรยากันแล้ว ไม่สมควรมีเรื่องส่วนตัวต่อกัน

             ทั้งสองคนมองหน้ากัน น่าแปลกที่ต่างฝ่ายต่างเห็นความเจ็บปวดในดวงตาของกันและกัน ปริดาซึ่งเป็นคนกลางก็เห็นเช่นนั้น เธอรู้แค่ว่าสองคนนี้เคยเป็นเพื่อนกัน แต่ไม่เคยรู้ว่าพวกเขาลึกซึ้งกันขนาดไหน หากคราวนี้พอจะดูออกแล้วว่าคงไม่ใช่แค่เพื่อนธรรมดา

             “นั่งก่อนดีกว่านะคะป้อ ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนเนาะ ใจเย็นๆ นะเกี๊ยว คงไม่มีใครเอาไปเล่นข่าวหรอก ฉันสั่งรปภ.ไว้แล้ว รับรองปิดปากแน่นสนิท ปริดาบอก และกันตารู้ว่าเพื่อนคงใช้เงินปิดปากรปภ.ด้วยถึงได้แน่นสนิทและยอมให้เขาขึ้นมาง่ายๆ

             “คอนโดฯ นี้คงหาความปลอดภัยยากแล้วจริงๆ เมื่อก่อนทั้งดาราทั้งลูกนักการเมืองเข้าออกเป็นว่าเล่นทั้งที่ไม่ได้มีคีย์การ์ด ตอนนี้ดาราก็คงมาบ่อย ได้ทุกเมื่อสินะ กันตาแขวะเพื่อน ปริดาแสร้งทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นรินน้ำมาให้ทั้งสองคน แต่เจอป้อแล้วก็ดี งั้นเรื่องที่จะคุยวันนี้เกี๊ยวจะพูดกับป้อสองคนละกัน ยัยปุ๊กลุกไม่ต้องฟังด้วยหรอก

             “ได้ไง ไม่ดีหรอก แกควรให้ฉันร่วมฟังด้วย สองหนุ่มสาวส่ายหน้าพร้อมกัน ปริดาเลยได้แต่ถอนหายใจ ก็ได้ พอหมดประโยชน์ก็โดนเขี่ยทิ้ง ฮือ

             กันตาเลือกนั่งคุยกับพันแสงที่ระเบียงห้อง และปิดประตูกระจกไว้ ให้ปริดานั่งมองจากในห้อง เพราะฝ่ายนั้นขอนั่งมองหน้าดาราขวัญใจตัวเองนานๆ

             “เกี๊ยวขอถามตรงๆ เลยนะป้อ ป้อรู้จักคนชื่อแพทหรือเปล่า แค่เพียงเอ่ยชื่อนั้นขึ้นมา กันตาก็เห็นได้ชัดว่าปริตต์มีปฏิกิริยาตอบโต้โดยอัตโนมัติ เขาเกร็งตัวและกำมือแน่น

             “ไอ้แสงบอกเกี๊ยวเหรอ

             “เปล่า เขาแค่...ละเมอ กันตาตอบไม่เต็มเสียงนัก ทำให้ปริตต์รู้ว่ากันตา รู้สึก ต่อการที่พันแสงละเมอชื่อผู้หญิงคนอื่นขนาดไหน นั่นก็แสดงว่าพันแสงคงไม่ใช่แค่คนที่แต่งงานเพื่อรับผิดชอบชื่อเสียงกันตาเท่านั้น หากเขาสำคัญพอให้กันตาไม่สบายใจจนต้องออกมาหาที่ปรึกษา

             “รู้จัก เขาเป็นเพื่อนของป้อกับแสงตอนเรียนมหาลัย ปริตต์ตอบโดยเลือกมองออกไปยังวิวเมืองหลวงเบื้องหน้าแทนการสบตากันตา

             “ป้อเรียนหมอด้วยเหรอ

             “ปีแรกเรียนหมอ แต่หลังจากนั้นย้ายมาเรียนนิเทศน์แทน ทุกคำพูดของปริตต์เรียบๆ สั้นๆ เพราะเขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไร พูดถึงทีไร เขาทั้งเจ็บช้ำทั้งรู้สึกแย่

             “แล้ว...แพทเขาสนิทกับป้อกับคุณแสงมากเลยเหรอ

             คราวนี้ปริตต์หันมาสบตากันตาตรงๆ มองดวงตาคู่สวยนิ่งครู่หนึ่ง เหมือนกำลังตัดสินใจบางอย่าง

             “เราสามคนสนิทกัน แพทเป็นเพื่อนสนิทกับแสงมาก่อน เหมือนเกี๊ยวกับป้อ แล้วแพทกับป้อก็...คบกัน ปริตต์ไม่ได้ระบุชัดเจนว่า เหมือนเกี๊ยวกับป้อ คือเหมือนแค่ฉันเพื่อน หรือรวมถึงความรู้สึกลึกซึ้งด้วย แต่เกี๊ยวอย่าคิดมากเลยนะ แสงมันคงคิดถึงเพื่อนเก่าก็เลยฝันถึงแล้วละเมอ ไม่มีอะไรมากหรอก หรือถ้าวันนึงมันจะมีอะไรเกิดขึ้น ป้ออยากให้เกี๊ยวรู้ว่า ป้อยังรอเกี๊ยวเสมอ ต่อให้เกี๊ยวบอกว่าไม่ต้องการป้อแล้วก็ตาม

             “ป้อกำลังจะบอกให้เกี๊ยวหยุดความกังวลเรื่องคนชื่อแพทไว้แค่นี้งั้นเหรอ

             “ใช่ ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว มันจบไปนานแล้ว ป้อไม่อยากพูดถึงมัน และก็ไม่อยากให้เกี๊ยวใส่ใจ เพราะแพท...เขาตายไปแล้ว

             กันตารู้สึกวูบโหวงในใจอย่างประหลาดเมื่อได้ยินในสิ่งที่ปริตต์บอก เธอไม่รู้ว่าตอนคบกับคนชื่อแพทปริตต์จริงจังแค่ไหน แต่ดูท่าทางเขาจะเสียใจมาก บางทีผู้หญิงคนนั้นอาจเป็นรักครั้งสำคัญของปริตต์ก็เป็นได้

             “เกี๊ยวเสียใจด้วยนะป้อ กันตาเอื้อมไปแตะแขนชายหนุ่มเบาๆ ปริตต์ยิ้มขื่น

             “ป้อไม่เคยทำอะไรได้ดีเลยสักอย่าง ไม่ว่าจะคบใคร ชอบใครป้อก็ทำผิดพลาดเสมอ สมแล้วที่ป้อต้องเสียใจ ปริตต์หัวเราะหยันตัวเองในลำคอ แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ป้อจะไม่ยอมให้เกี๊ยวต้องเสียใจอีก

             “ทำไมป้อถึงคิดว่าเกี๊ยวต้องเสียใจล่ะ

             “ชีวิตคนเรามันเป็นอย่างนั้นนี่ มีสุขก็ต้องมีทุกข์ ป้อก็แค่อยากชดเชยในสิ่งที่ป้อเคยทำผิดพลาด ถ้าเกี๊ยวจะต้องพบเจอความทุกข์ ป้ออยากเป็นคนแบ่งเบาความทุกข์นั้นเท่านั้นเอง

             “ขอบคุณมากนะป้อ

             “ขอบคุณแต่จะไม่ให้โอกาสได้ทำแบบนั้นใช่ไหม เพราะเกี๊ยวมีคนที่จะแบ่งทุกข์แบ่งสุขด้วยแล้ว ไม่เป็นไร ป้อเข้าใจ แต่วันใดคนที่ทำให้เกี๊ยวทุกข์เป็นไอ้แสง ป้อก็จะขอแบ่งทุกข์นั้นมาจากเกี๊ยวเอง

             “อย่าเลย ในเมื่อเกี๊ยวเลือกเอง เกี๊ยวก็ควรยอมรับทุกสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าด้วยตัวเอง

             …แต่ถ้าความทุกข์วันข้างหน้ามันคือต้นเหตุมาจากป้อ ป้อก็อยากรับผิดชอบมันอย่างเต็มใจ...

             ปริตต์คิดเพียงในใจ เพราะถึงเขาพูดออกมาตอนนี้ กันตาก็คงไม่ยอมอยู่ดี ที่สำคัญคือเขาไม่กล้าพอจะเล่าทุกอย่างให้กันตาฟัง ไม่ใช่แค่เพียงกลัวเธอจะเกลียดเขา แต่เพราะตอนนี้กันตากำลังมีความสุข เธอไม่ควรต้องมีเรื่องทุกข์ใจ

             “ป้อกลับก่อนดีกว่านะ หนีมานานแล้ว เดี๋ยวพี่ตั๊กแตนตามตัวอีกปริตต์บอกแล้วลุกยืน มองหน้ากันตาอีกครู่ เขาจึงเปิดประตูกระจกเดินเข้ามาในห้อง ซึ่งมีสาวร่างอวบนั่งมองเขาตาหวานเยิ้มพร้อมรอยยิ้มปลาบปลื้ม ปริตต์ยิ้มตอบเล็กน้อย หากฝ่ายนั้นแทบลงไปตายบนเตียง

             “ปุ๊กลุกเดินไปส่งนะคะ

             ว่าแล้วปริดาก็รีบวิ่งแซงหน้าไปเปิดประตูให้ พอปริตต์กล่าวของคุณ หญิงสาวก็เอามือปิดปากไม่ให้ร้องกรี๊ดออกมา เท้าก็กระทืบพื้นเร่าๆ ด้วยความดีใจสุดกำลัง กันตามองภาพนั้นจากนอกระเบียงแล้วได้แต่ยิ้มส่ายหน้าเบาๆ

             “ถามจริงเถอะ ทำไมแกถึงชอบป้อ ดาราคนอื่นมีตั้งเยอะแยะ ทำไมต้องเป็นเขากันตาถามเพราะสงสัยจริงๆ เมื่อปริดาเดินมาหาเธอที่ระเบียง

             “ฉันอยากถามแกมากกว่าว่าทำไมไม่เลือกป้อ เขาทั้งหล่อ ทั้งน่ารัก ยิ่งฉันได้เจอเขาใกล้ๆ ฉันยิ่งหลงรัก แต่ที่ฉันไม่ถามก็เพราะฉันรู้ว่าคนที่แกเลือกก็เพอร์เฟคสุดๆ เหมือนกัน แถมหน้ายังคล้ายป้ออีก

             “ไม่มีใครเพอร์เฟคหรอกปุ๊กลุก ทุกคนก็มีส่วนดีและไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะหันด้านไหนให้เราเห็น

             “ฉันรู้ แต่ก็เพราะทุกคนมีทั้งข้อดีข้อเสียไง เราถึงต้องเลือกที่จะมองข้ามข้อเสียเล็กๆ น้อยๆ หรือความผิดบางอย่างของคนที่เรารักไปบ้าง ป้อเขาอาจจะมีข่าวไม่ดีหลายครั้ง แต่แกก็รู้นี่ บางทีข่าวมันก็ไม่จริงเสมอไป

             กันตาคบปริดาได้นานเพราะเธอเป็นคนคิดบวก ไม่คิดซับซ้อน มองคนอื่นในแง่ดี มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองรัก ดีเสียจนบางครั้งกันตานึกกลัวว่าถ้าเจอคนไม่จริงใจ ปริดาอาจจะโดนทำร้ายจิตใจเอาได้ง่ายๆ

             “แล้วถ้าแกได้เป็นแฟนกับป้อ แบบที่ไม่ใช่แฟนคลับ แกจะรับได้เหรอถ้าเขามีข่าวกับดาราสาวๆ หรือมีแฟนคลับมากีดกัน ไม่เห็นด้วย บอกว่าไม่เหมาะสมอะไรทำนองนั้นกันตาแค่อยากฟังความเห็นของเพื่อน

             “บ้า! แกก็ มันจะเป็นไปได้ไงแม้จะเป็นเรื่องสมมติปริดก็อายจนตัวม้วน แต่ถ้าเป็นไปได้จริงๆ ฉันก็คิดว่าฉันไม่สนใครหรอก ถ้าป้อเขารักฉันจริง เขาต้องสู้เพื่อฉัน แล้วฉันก็จะสู้เพื่อเขา อุ๊ย! แค่คิดก็ฟินแล้วอ๊ะปริดาเขินจนหน้าแดง

             “ฉันว่าแกดูจะเขินจนเกินแฟนคลับปกติแล้วนะปุ๊กลุกกันตาหรี่ตามองเพื่อนอย่างจับพิรุธ

             “ไม่มีไรจริงจริ๊ง!” ปริดาเสียงสูง แค่ปลื้ม แล้วไม่คิดว่าจะได้ใกล้ขนาดนี้ พอได้ใกล้มันก็ยิ่งปลื้มไง แค่น๊าน!”

             “เสียงสูงไปนะกันตานึกห่วงเพื่อนขึ้นมาหน่อยๆ ถ้าปริดาหลงรักปริตต์เกินกว่าแฟนคลับปลื้มซุปตาร์ ปัญหาต้องเกิดขึ้นแน่ๆ ถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็เลือกที่จะเงียบแทนการเตือนเพื่อน เพราะทุกอย่างยังไม่มีอะไรแน่นอน และทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะรักหรือชอบใครตามใจตัวเอง

             “ฉันไม่ชอบเขาแบบนั้นหรอกน่า ฉันเจียมตัวเสมอ

             “ดูพูดเข้า แกน่ะทั้งสวย ทั้งรวย ทั้งเก่ง มีอะไรที่แกไม่เหมาะกับเขา ถ้าแกใช้ชีวิตไฮโซตามสังคมบ้านแก ป่านนี้แกได้ใกล้ชิดเขานานแล้ว จะจ้างเขาไปเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าบริษัทพ่อแกก็ยังได้

             “แต่ฉันสวยไม่พอให้เขาสนใจหรอก แถมอ้วนอีกต่างหากและฉันก็ชอบใช้ชีวิตเรียบง่ายแบบนี้มากกว่า ไม่อยากเริ่ดๆ เชิดๆ เหมือนพวกเจ๊ๆ ไปงานสังคม ไปปั้นหน้ายิ้มแย้ม แล้วก็เข้าบริษัทไปบริหารงาน น่าเบื่อจะตาย

             ปริดามีพี่สาวอีกสามคน เธอเป็นลูกคนเล็ก ทางบ้านมีธุรกิจใหญ่โต พี่ๆ ของเธอทั้งสามคนค่อนข้างเป็นที่รู้จักในวงสังคม เพราะขยันออกงานการกุศล และเป็นนักธุรกิจไฟแรงกันทั้งนั้น มีแค่ปริดาที่เก็บตัวเงียบๆ ใช้ชีวิตสมถะ และแยกออกมาอยู่คอนโดฯ กลับไปบ้านอาทิตย์ละครั้งเพื่อให้เวลากับบิดามารดาและพี่น้อง

             “อย่างแกเขาไม่เรียกอ้วน เขาเรียกอวบ ดูสิ แกมีหน้าอก มีเอว มีสะโพก สมส่วน ไม่มีหน้าท้อง หุ่นอย่างแกมันเนื้อนมไข่ ผู้ชายชอบน้า ผิวก็ขาว นิสัยก็น่ารัก ทำไมถึงครองโสดมานานป่านนี้ได้นะ

             “โสดตามแกมาไงล่ะ

             “แสดงว่าต่อไปก็จะแต่งงานตามฉันด้วยงั้นสิ

             “ก็ถ้าป้อยอมแต่งงานด้วย ฉันก็จะคุกเข่าขอเขาแต่งงานเลยล่ะ

กันตาจินตนาการเล่นๆ ว่าถ้าปริตต์คบกับปริดาจริงๆ มันจะเป็นยังไงนะ บางทีเพื่อนของเธอทั้งสองคนนี้อาจจะมีส่วนที่ขาด และสามารถเติมเต็มกันได้ก็ได้นะ

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น