อัปเดตล่าสุด 2019-05-23 12:46:03

ตอนที่ 27 บทที่ 27

บทที่ 27

 

             พันแสงมารับกันตาช้ากว่าเวลาที่บอกไว้มาก ตอนแรกเขาบอกจะมารับช่วงบ่าย แต่ตอนเขามาถึงคอนโดฯ นาฬิกาก็บอกเวลาทุ่มตรง ปริดาเดินลงมาส่งเพื่อนถึงรถ พันแสงเพียงยิ้มทักทาย สีหน้าของชายหนุ่มดูเหนื่อยล้าปนเครียดขรึม ปริดาจึงรีบไล่ให้เพื่อนขึ้นรถกลับบ้าน

             “คุณดูเครียดและเหนื่อยมากนะคะ

             กันตาเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเบาๆ พลางถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พันแสงเอียงหน้ามามองเธอแล้วยิ้มให้จางๆ ก่อนตอบ

             “งานมันเร่ง ทั้งคลินิกทั้งงานอีกที่ ผมอยากให้เสร็จทันฤกษ์...ฤกษ์เปิดคลินิกที่คุณพ่อหาไว้ให้น่ะ

              “ถ้ามีอะไรให้เกี๊ยวช่วย บอกได้นะคะ

             พันแสงพลิกมือเป็นจับมือหญิงสาวไว้แทน บีบเบาๆ แล้วมองตาภรรยาครู่หนึ่ง ก่อนจะเอนศีรษะลงบนไหล่บาง

             “ช่วยอยู่ข้างๆ ผมแบบนี้ตลอดไปได้มั้ย

             ความแปลกใจผุดขึ้นในอกกันตา พันแสงคนที่เธอรู้จักเป็นคนห้าว มั่นใจ และไม่หวั่นต่อสิ่งใด ทำไมเวลานี้เขาถึงอ่อนล้าอ่อนแอให้เธอเห็น หรือเพราะเรื่องที่ทำให้เขาน้ำตาไหลทั้งที่หลับสนิทเมื่อคืนนี้

             “ค่ะเกี๊ยวจะอยู่ข้างคุณตราบเท่าที่คุณต้องการ เหตุผลเดียวที่จะไปคือคุณไม่ต้องการเกี๊ยวแล้ว...

             กันตาตอบเขาเพียงสั้นๆ เลือกเก็บคำพูดอีกหลายคำไว้เพียงในใจ

             บทสนทนาสิ้นสุดลงแค่นั้น แต่พันแสงก็นั่งพิงไหล่หญิงสาวเงียบๆ จนกระทั่งถึงบ้าน เขาถามเธอแค่ว่าหิวหรือยัง พอเธอส่ายหน้า เขาก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำโดยไม่ได้ชวนเธอขึ้นไปด้วย

             ความกระวนกระวายใจคอยวิ่งวนในใจหญิงสาว พันแสงบอกว่าระหว่างเธอกับเขาไม่สมควรมีเรื่องส่วนตัวต่อกัน นั่นหมายถึงไม่ควรมีความลับ ฉะนั้นเธอควรบอกเขาเรื่องที่ได้เจอปริตต์วันนี้ คิดดังนั้นหญิงสาวก็ตามเขาขึ้นไปบนห้อง

             “หืมม์ คุณอยากอาบน้ำพร้อมผมเหรอ?พันแสงเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นภรรยาเปิดประตูห้องเข้ามา ตอนนี้เขามีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันเอว

             “เอ่อ...คือ เกี๊ยว...จะมาผสมน้ำอุ่นให้คุณน่ะค่ะ เห็นคุณภพยังไม่ขึ้นมาก็เลยคิดว่าน่าจะยังไม่ได้ผสม

             “ผมบอกเขาเองว่าไม่ต้องขึ้นมา ผมจะอาบน้ำเย็น แต่ถ้าคุณอยากผสมให้ก็ได้ ไปสิ ผมจะรอ

             คำพูดเรียบๆ ง่ายๆ ของเขาทำให้กันตาพูดอะไรไม่ออก เธอเดินเข้าห้องน้ำไปเงียบๆ หากในใจกำลังครุ่นคิด ว่าพันแสงเป็นอะไร ทำไมเขาถึงดูแปลกไป

             คิดไปพลางผสมน้ำอุ่นใส่อ่างไปพลาง...เขาไม่คะยั้นคะยอให้เธออาบน้ำด้วย ไม่ลวนลาม ไม่คลอเคลีย คิดแล้วหญิงสาวก็สะดุ้งต่อความคิดตัวเอง

             “เพ้อเจ้อใหญ่แล้วเกี๊ยวเอ๊ย ว้าย!”

             กำลังคิดไปสะระตะ จู่ๆ ร่างบางก็ถูกช้อนขึ้นแล้วพาพลิกตัวลงไปในอ่างอาบน้ำอย่างรวดเร็ว ร่างของคนถึงสองคนทิ้งลงน้ำสุดแรง ทำให้น้ำกระเด็นเข้าตาเข้าจมูก จนกันตาสำลัก เมื่อรู้สึกถึงมือใหญ่ที่เช็ดน้ำออกจากใบหน้าให้กันตาจึงลืมตามองเขา

             “เล่นอะไรคะเนี่ย เกี๊ยวเปียกหมดเลย

             “ก็คุณมัวแต่เหม่อ น้อยใจที่วันนี้ผมไม่จูบ ไม่กอด ไม่ลวนลาม ไม่ชวนมาทำอะไรในห้องน้ำใช่ไหมล่ะ

             “บ้า ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ

             “ไม่ใช่แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วยล่ะ อย่าโกหกหน่อยเลย คุณน่ะโกหกไม่เก่งหรอก

             “ฉันไม่ได้โกหก ก็... กันตาพูดไม่ออก รีบอาบน้ำเถอะค่ะ จะได้ลงไปทานข้าว

             “ไม่กินแล้ว กินเสร็จก็เข้านอนเป็นกรดไหลย้อนตายเลย กินคุณดีกว่าไม่เป็นกรดไหลย้อนแถมได้แคลเซียมเยอะด้วย

             พอเขาพูดอย่างนั้นกันตาถึงเพิ่งรู้สึก ว่าตอนนี้มือข้างหนึ่งของเขาล้วงเข้าในเสื้อของเธอเรียบร้อยแล้ว และกำลังบีบเคล้นคัพซีอย่างสนุก

             “คุณแสง!”

             “แน่ะ เริ่มละ งั้นผมจัดการเลยนะ

             “เดี๋ยวค่ะ เกี๊ยวมีเรื่องจะบอกคุณ

             “ค่อยบอกได้มั้ย เขาต่อรองเสียงออดอ้อน กันตาส่ายหัวดิก งั้นบอกไปทำไปละกัน ผมหิวจนกลืนน้ำลายจะหมดคอแล้วเนี่ย

             “ไม่เอาค่ะ หยุดก่อน คุยกันดีๆ ก่อนนะคะ กันตายืนยันฝ่ายนั้นก็พยักหน้ายอมแพ้ แต่ยังกอดร่างนุ่มไว้ไม่ยอมปล่อย ปล่อยก่อนสิคะ ฉันไม่มีสมาธิ จะให้มีสมาธิได้ยังไงทั้งมือ ทั้ง...ความเป็นชายที่พร้อมจะรุกรานได้ทุกเมื่อคอยรบกวนขาอ่อนเธอตลอดเวลา

             “อย่าต่อรองเยอะ ไม่งั้นจะไม่ได้พูดนะ เขาขู่ และกันตาเชื่อว่าเขาเอาจริง เธอจึงค้อนให้เขาแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเริ่มยังไงดี สุดท้ายก็เปิดประเด็นตรงๆ ขึ้นมาเลย

             “วันนี้เกี๊ยวเจอป้อด้วยค่ะ แต่เกี๊ยวไม่ได้นัดเขามานะคะ เขามาที่คอนโดฯ ปุ๊กลุกเอง เราก็เลยได้คุยกัน กันตาบอกแล้วรอปฏิกิริยาของอีกฝ่ายว่าจะเป็นเช่นไร ซึ่งเขาทำให้เธอผิดคาด เมื่อพันแสงแค่พยักหน้ารับรู้แล้วเงียบ คุณไม่โกรธหรือไม่ถามหน่อยเหรอคะว่าเราคุยอะไรกัน

             “ไม่ล่ะ แค่คุณบอกผมตรงๆ ผมก็ดีใจแล้ว อย่างน้อยคุณก็ไม่มีความลับหรือเรื่องส่วนตัวกับผม ส่วนคุณจะคุยอะไรกับเขา ผมก็ไม่ว่า เพราะผมเชื่อใจคุณ

             “คุณเชื่อใจเกี๊ยวจริงๆ เหรอคะ

             “จริงสิ แค่คุณไม่ปิดบังก็ดีที่สุดแล้ว เพราะคนเป็นผัวเมียกัน ต้อง...เปิดอกคุยกัน!”

             คำว่าเปิดอกคุยกันของพันแสงคือเขาดึงชายเสื้อยืดของกันตาขึ้นเหนือศีรษะ พลอยให้แขนของเธอยกขึ้นตามไปด้วย เสื้อจึงหลุดออกจากร่างกายเธออย่างง่ายดาย

             “อื้อ คุณเนี่ย มือไวจริงๆ เลย กันตาบ่นเป็นเชิงดุ

             “ก็ผมคิดถึงเมีย อยากกอด อยากจูบ อยาก...เมียทั้งวัน ตอนนี้ได้อยู่กับเมียแล้วจะช้าทำไมล่ะ มาให้ชื่นใจเร็วๆ เลย พูดจบเขาก็ดึงร่างบางเข้ามาจูบทันที กันตาไม่ได้ผลักไสเขา เพราะเธอเริ่มคุ้นกับรอยสัมผัสจากเขามากขึ้นเรื่อยๆ มากจนขนาดเรียกได้ว่า...เธอก็คิดถึงเขาเหมือนกัน

             สาเหตุที่พันแสงไม่ถามกันตาเรื่องปริตต์ เพราะเขารู้มาก่อนแล้วว่าเธอได้พบกับดาราหนุ่ม หลังจากคุยกับกันตาเสร็จฝ่ายนั้นก็โทรหาพันแสงเพื่อนัดเจอ พันแสงจึงให้ปริตต์ไปหาที่อาคารของคลินิก

             ‘แกยังรักและคิดถึงแพทอยู่ เจอหน้าปุ๊บ ปริตต์ก็พูดขึ้นมาอย่างนี้

             ‘ถ้าใช่ แล้วจะทำไม

             ‘ไอ้แสง! แกอย่าทำแบบนี้ได้มั้ย แกกำลังทำร้ายคนดีๆ นะเว้ย เกี๊ยวไม่เคยทำผิดคิดร้ายกับแกหรือกับใคร ทำไมแกต้องทำร้ายจิตใจเกี๊ยวด้วย

             ‘แกคิดไปเอง ฉันไม่ได้ทำร้ายอะไรเกี๊ยว

             ‘เมื่อคืนแกละเมอชื่อแพท เกี๊ยวเขาเสียใจมาก ถึงเขาจะไม่ได้บอกฉันก็ดูออก

             คราแรกพันแสงตกใจไปนิดหนึ่ง เพราะเขาไม่รู้ตัวเลยว่าละเมอชื่อจิรดาออกไปตอนไหน ถึงว่าเมื่อเช้าตอนทานอาหารกันตาถึงดูเหมือนมีเรื่องในใจ หากเพียงครู่เดียวชายหนุ่มก็ยิ้มมุมปาก

             ‘นั่นก็แสดงว่าเกี๊ยวเขาแคร์ฉัน เขาคงรักฉันแล้วสินะ เพราะฉะนั้นแกไม่ควรมายุ่งกับคนที่เขารักกัน

             ปริตต์กำมือแน่น อยากชกหน้าอีกฝ่ายเต็มกำลัง

             ‘รักกันเหรอ ถ้าแกรักเกี๊ยวแกจะละเมอชื่อแพททำไม ฉันขอร้องล่ะ แกเลิกแก้แค้นบ้าๆ ซะทีเถอะ ฉันไม่สามารถกลับไปแก้ไขอะไรได้แล้ว ถ้าแกยังแค้นใจก็ลงที่ฉันอย่าไปลงที่เกี๊ยว

             ‘ก็นี่ไง ฉันกำลังลงที่แกอยู่ ยิ่งเห็นแกดิ้นพล่านแบบนี้ ฉันยิ่งรู้ว่าเกี๊ยวสำคัญต่อแกมากขนาดไหน เพราะฉะนั้นแกไม่ต้องกลัวว่าฉันจะทิ้งเกี๊ยวไป ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเกี๊ยวต้องอยู่กับฉัน เพราะฉันจะแก้แค้นแกด้วยการทำให้แกรู้ว่าการสูญเสียคนที่รักไปตลอดกาลมันเป็นยังไง ต่อให้แกอยากได้เกี๊ยวกลับไปแค่ไหน...แกก็จะไม่มีวันได้คืน!’

             ‘ถ้าเกี๊ยวรู้ว่าแกแต่งงานกับเขาเพราะเขาหน้าเหมือนแพท เกี๊ยวจะไม่มีวันอยู่กับแก

             ‘งั้นก็บอกเลยสิ บอกให้เกี๊ยวรู้ ฉันก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะทิ้งฉันได้ลงไหม แล้วแกจะกล้าคบแม่ม่ายออกสื่อหรือเปล่า

             ‘ถึงตอนนี้ ฉันไม่สนหรอกว่าเกี๊ยวจะเป็นแม่ม่ายหรือเคยผ่านใครมา ถ้าเขาพร้อมจะไปจากแกฉันก็พร้อมจะดูแลเขาต่อทันที

             ‘ขอบใจที่ทำให้รู้ว่าแกรักเกี๊ยวมากแค่ไหน และฉันควรรักษาเขาไว้สุดชีวิต!’

             พันแสงยกร่างบางเปล่าเปลือยเปียกชุ่มไปด้วยน้ำให้ขึ้นนั่งบนขอบอ่าง ส่วนเขานั่งคุกเข่าในอ่างน้ำ ชายหนุ่มโอบรอบสะโพกที่เต่งตึงผึ่งผาย บีบคลึงตามแรงอารมณ์ ในขณะที่กันตาก็แอ่นอกรับริมฝีปากที่พรมจูบเนินเนื้ออย่างกระหาย

             “เกี๊ยว... ชายหนุ่มครางชื่อเธอเสียงแหบพร่า ผม...รักคุณ

             คำคำนั้นทำให้กันตาสะดุ้ง สติที่กำลังเคลิบเคลิ้มไปกับแรงสวาทของเขาเหมือนจะหยุดลงฉับพลัน หญิงสาวดันตัวออกห่างเพื่อก้มมองหน้าเขา

             “คะ? คุณพูดว่าอะไรนะ

             “ผมรู้ว่าคุณได้ยินชัด

             “ค่ะ ได้ยินชัด แต่...คุณกำลังบอกว่ารักเกี๊ยวตอนเราอยู่ในอ่าง และกำลัง...

             “แล้วยังไง คำว่ารักต้องบอกตอนไหน ดินเนอร์ใต้แสงเทียน ตอนดูดาว หรือนอนฟังเสียงคลื่น? กันตาทึ่งกับชายหนุ่มตรงหน้า เขาเป็นคนคิดต่างหรือขวางโลกกันแน่เธอชักไม่แน่ใจ ผมพร้อมจะบอกว่ารักได้ทุกที่ เมื่อผมรู้สึกว่า...รัก

             “คุณรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ

             “รัก เขาบอกแล้วก้มลงจูบขาอ่อนของเธอ รัก พูดแล้วจูบหน้าท้องของเธอ รัก พูดแล้วจูบหน้าอกของเธอ รัก พูดแล้วจูบปากของเธอ ลึกล้ำหวานซึ้ง รัก... กระซิบข้างหูหญิงสาวอย่างแผ่วเบาและอ่อนหวานที่สุด

             “คุณแสง...

             “ผมบอกจากความรู้สึกจริงๆ และเพื่อชดเชยกับสิ่งที่ผมทำให้คุณเสียใจ คืนนี้ผมจะยอมไถ่โทษด้วยการเรียกชื่อคุณทั้งคืนเลยดีไหม คนพูดเริ่มเจ้าเล่ห์

             “ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกค่ะ

             “คนอย่างพันแสง น้อยไม่เป็น จัดหนักจัดเต็มเท่านั้น

             พูดจบชายหนุ่มก็ดึงร่างบางเข้าหาตัวแล้วรัดร่างหญิงสาวไว้แน่น รสสวาทคืนนี้ไม่ได้มีเพียงความซาบซ่าน แต่มันยังมีความหวานลึกซึ้งถึงหัวใจ

 

             ทั้งที่เขาบอกว่าไม่โกรธ ทั้งที่บอกว่ารักเธอ แต่แทบทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาพันแสงก็ทำธุระนอกบ้านทุกวัน ออกไปตั้งแต่เช้ากลับเข้าบ้านดึก กินข้าวมาจากข้างนอก เหนื่อยล้าอ่อนแรงจนหลับไปโดยแทบไม่ได้แม้แต่จะจูบเธอสักครั้งด้วยซ้ำ

             แม้กระทั่งหญิงสาวกลับมาสอนหนังสือวันแรก พันแสงก็หลับเป็นตาย ปล่อยให้เธอนั่งรถไปกับปภพตามลำพัง นั่นทำให้กันตารู้สึกน้อยใจจนหน้าเศร้า

             “ช่วงนี้คุณแสง เร่งงานจนแทบไม่มีเวลาพัก คุณเกี๊ยวอย่าคิดมากไปเลยนะครับ ปภพพูดขึ้นเพราะสังเกตเห็นภรรยาเจ้านายสีหน้าไม่สู้ดีนัก

             “งานต้องเร่งขนาดนั้นเลยเหรอคะ ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่ดูแลตัวเองเลย

             “มากครับ คุณแสงเป็นคนแบบนี้เสมอ กับงานที่สำคัญ จะไม่ยอมวางใจให้ใครทำ ต้องทำด้วยตัวเอง หรือคุมงานด้วยตัวเองเท่านั้น ปภพบอกด้วยรอยยิ้ม ยิ้มที่กันตาไม่เข้าใจ

             “ค่ะ ยังไงก็ฝากคุณภพดูแลเขาตอนไปทำงานด้วยนะคะ

             ถึงจะมีเรื่องรบกวนจิตใจแต่เมื่อถึงเวลาทำหน้าที่สอนหนังสือ กันตาก็ไม่เคยบกพร่อง เธอรู้จักรับผิดชอบต่อหน้าที่ตัวเองเป็นอย่างดี แม้แต่กับเพื่อนร่วมงานที่สนิทอย่างลินดา กันตาก็ไม่ได้แสดงสีหน้าเป็นกังวลให้เห็น มีก็แต่ฝ่ายนั้นที่นั่งถอนหายใจเฮือกๆ ตอนพักกินข้าวกลางวัน

             “พี่ลินเป็นอะไรหรือเปล่าคะ กันตาถามด้วยความเป็นห่วง เห็นเพื่อนรุ่นพี่เอาแต่ถอนหายใจและใช้ส้อมเขี่ยข้าวในจานไปมา

             “พี่รู้สึกไม่สบายใจ... ลินดาพูดขึ้นแล้วหยุดเหมือนชั่งใจนิดหนึ่งว่าควรเล่าดีไหม แต่เพราะความหนักอกหนักใจ และไว้ใจกันตามากพอ เธอจึงระบายออกมา สามีพี่ดูแปลกๆ ไป เขากลับบ้านดึก บางวันก็ไม่กลับ ชอบกินข้าวมาจากนอกบ้าน ทั้งที่เมื่อก่อนต้องมากินที่บ้านทุกวัน แล้วมีวันนึงพี่โทรไปหาเขา มีผู้หญิงรับสาย เขาบอกว่าเพื่อนร่วมงาน แต่แฟนพี่เขาเป็นคนหวงความเป็นส่วนตัวมาก ไม่น่าจะยอมให้เพื่อนร่วมงานรับโทรศัพท์ของคนในครอบครัว เกี๊ยวว่าไหม?

             “พี่ลินกำลังจะบอกว่า...

             “ใช่ พี่สงสัยว่าสามีพี่จะนอกใจ เขาต้องมีคนอื่นแน่ๆ เลยเกี๊ยว

             “เดี๋ยวก่อนค่ะ ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ กันตารีบห้ามก่อนลินดาจะสติแตก คิดอะไรไปเลยเถิดทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด

             “ใจเย็นได้ยังไง เรื่องแบบนี้มันสำคัญมากนะเกี๊ยว จำไว้เลยนะ อย่าชะล่าใจเด็ดขาด ผู้ชายแค่มีพฤติกรรมแปลกๆ เราก็ควรสงสัยแต่เนิ่นๆ โลกนี้ไม่มีหรอกผู้ชายที่ไม่เจ้าชู้ มีแค่เจ้าชู้ ไร้ความรับผิดชอบ และเจ้าชู้ แต่ไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทำผิด แต่ถ้ามีโอกาสเขาก็อาจพลาดได้

             ได้ฟังอย่างนั้นแล้วกันตาถึงกับหน้าเสียโดยไม่ตั้งใจ คนอ่อนประสบการณ์เรื่องผู้ชายอย่างเธอถึงกับไปไม่เป็น ตลอดชีวิตที่ผ่านมา บิดาสอนให้เธอสนใจเรื่องการเรียน ความรับผิดชอบ หน้าที่การงาน หรืออื่นๆ เสียมากกว่า กันตาเลยไม่ค่อยได้สนใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ สักเท่าไร

             “แล้วถ้ารู้ว่าเขามีคนอื่นเราจะทำยังไงละคะ

             “ก็แล้วแต่คนนะ สำหรับพี่ พี่ไม่ให้ค่า ลงไปตบตีแย่งชิงหรอก แต่อย่างน้อยถ้ารู้เร็วพี่จะได้ไปจากเขาเร็ว ไม่ยอมทนอยู่แน่ๆ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ นี่อย่าบอกนะว่าเกี๊ยวเพิ่งแต่งงานไปไม่นานคุณแสงก็ออกลายแล้ว!” ลินดาร้องทักขึ้นด้วยความตกใจ

             ตอนกันตาแต่งงานเพื่อนๆ ครูที่โรงเรียนแทบไม่ได้มีใครไปร่วม เนื่องจากงานถูกจัดขึ้นกะทันหัน แถมจัดเสียไกล ทุกคนเลยไม่สะดวกไป ได้แค่ฝากเงินใส่ซองไปเท่านั้น ซึ่งกันตาก็เข้าใจดี

             “ปละ...เปล่าค่ะ

             “ดีแล้วล่ะ แต่เราก็จะเอาแต่โทษฝ่ายชายอย่างเดียวก็ไม่ได้นะ เรื่องของชีวิตคู่มันต้องช่วยกันประคับประคองกันทั้งสองฝ่าย ผู้หญิงเรา ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนต้องเอาใจให้เป็น ลินดาสอนรุ่นน้อง

             “ยากจังนะคะ

             “จะว่ายากก็ยาก แต่มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ เราแค่ทำหน้าที่ของเราให้ดี ใช้สิทธิ์ของเราให้เต็มที่ สุดท้ายมันจะเป็นยังไง เราก็ต้องยอมรับมันให้ได้ แค่นั้นเองจ้ะ

             ผลกระทบจากการรับฟังเรื่องของลินดาคือ กันตาหนักใจขึ้นกว่าเดิม จนเธอต้องโทรไปปรึกษาปริดา และฝ่ายนั้นก็ให้กำลังใจพร้อมกับช่วยเพื่อนคิดอย่างเต็มที่

             ‘ยุคนี้สมัยนี้ การสื่อสารมันกว้างขึ้นนะแก ผู้หญิงใจกล้าหน้าด้านก็มีมาก ของฟรีก็มีเยอะ แกจะต้องรู้จักมัดใจสามีนะเกี๊ยว คุณแสงอ่ะ โปรไฟล์ดีขนาดนั้น ย่อมต้องมีผู้หญิงสนใจไม่น้อย นั่นคือคำพูดของปริดาเมื่อสองวันก่อน ตอนกันตาโทรไปปรึกษาหลังจากได้ฟังเรื่องลินดาแล้ว

             ‘มัดใจยังไง เสน่ห์ปลายจวักเหรอ ฉันก็ทำอาหารให้เขาบ่อยๆ นะ เขาก็ชมทุกครั้งว่าอร่อย

             ‘เรื่องนั้นก็ใช่ แต่เรื่องบนเตียงก็สำคัญ ชีวิตคู่มันมีเรื่องสำคัญไม่กี่เรื่องหรอก แกต้องรู้จักหาความแปลกใหม่ให้เขาบ้างนะ

             ‘แกพูดเหมือนเคยผ่านมางั้นแหละ

             ‘ไม่เคยหรอก ดูละครเอาบ้าง ฟังจากพวกแฟนคลับป้อเม้ามอยกันบ้าง ก็จำๆ มา แต่มันก็จริงนะแก

             ‘แล้วจะให้ฉันทำยังไง พิสดารขนาดไหน มันต้องลงทุนกันขนาดนั้นเลยเหรอแค่เรื่องผัวเมียเนี่ย

             ‘ก็ไม่ต้องถึงกับพิสดารอะไรหรอก แค่...ยั่วยวน กระตุ้น อะไรทำนองนั้นล่ะ

             ‘ฉันทำไม่เป็นหรอก ช่างมันเถอะ มันอาจไม่มีอะไรก็ได้ ฉันคงคิดมากไปเอง

             ‘จะคิดมากไปเองหรือไม่ ฉันก็ว่าแกต้องทำอย่างที่ฉันบอกนั่นแหละ เอางี้ เดี๋ยวฉันจัดการให้ ฉันนึกออกแล้วว่าจะทำยังไง

             ‘ทำยังไง กันตาถามอย่างระแวง

             ‘รอรับของ ฉันจะสั่งให้เขาส่งที่บ้านคุณแสงเลย

             แล้วปริดาก็ตัดสายไปโดยไม่บอกว่าจะส่งอะไรมา แต่กันตาก็ได้รู้เมื่อเช้านี้เองว่าเพื่อนสั่งอะไรมาให้เธอ ตอนเปิดดู กันตาถึงกับช็อกตาค้าง บริภาษปริดาไปเสียหลายคำ แต่พอใคร่ครวญไปมาเธอก็เอา ‘ชุดนอนไม่ได้นอน ไปซักแล้วแอบตากไว้ลับๆ ซึ่งมันใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงด้วยซ้ำก็แห้งสนิท เพราะมันเป็นชุดนอนซีทรู ลูกไม้สีแดงแจ๋ กับจีสตริงตัวจิ๋ว ที่กันตาไม่เคยแม้แต่จะชายตามองด้วยซ้ำ

             “นี่เราทำบ้าอะไรเนี่ย บ้าจี้ตามยายปุ๊กลุกทำไมกันนะ กันตาบ่นพึมพำขณะนั่งในห้องรับแขก ถึงจะบ่นอย่างนั้นแต่เธอก็กำลังใส่ชุดนอนไม่ได้นอน โดยสวมเสื้อคลุมเนื้อหนาทับไว้ ไม่ให้ใครเห็น ตอนแรกตั้งใจจะหมกตัวในห้อง รอพันแสงกลับมา แต่เวลาล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่ม คิดว่าป้าน้อยกับน้อยหน่าคงหลับไปแล้ว เลยเดินลงมารอข้างล่าง

             “รอคุณแสงเหรอคะคุณเกี๊ยว

             กันตาสะดุ้งสุดตัว เผลอยกมือขึ้นกระชับเสื้อคลุม ด้วยกลัวว่าน้อยหน่าจะเห็นชุดข้างใน

             “เอ่อ...จ้ะ น้อยหน่ายังไม่นอนเหรอ

             “ยังค่ะ รอดูละครตอนสองทุ่มครึ่ง เห็นคุณเกี๊ยวยังไม่นอน เลยจะมาถามว่าจะรับนมอุ่นๆ สักแก้วไหมคะ

             “ก็ดีจ้ะ

             น้อยน่าไปจัดการหานมอุ่นให้กันตา ตอนกลับมาเธอเห็นเจ้านายสาวกำลังกำโทรศัพท์มือถือแน่น เหมือนลังเลว่าจะโทรหรือไม่โทรดี เธอวางนมลงบนโต๊ะตรงหน้ากันตาแล้วนั่งคุกเข่าบนพื้น

             “โทรสิคะ ถ้าอยากโทรก็โทรเลยค่ะ คุณแสงอาจจะรอโทรศัพท์คุณเกี๊ยวอยู่ก็ได้นะคะ เพราะนับตั้งแต่กันตามาอยู่บ้านหลังนี้ หญิงสาวมีเพียงความอ่อนโยน ใจดี ต่อแม่บ้านทั้งสองคน ทำให้น้อยหน่ากล้าที่จะเสนอความคิดเห็นต่อเจ้านายสาว

             “เขาอาจจะยุ่งอยู่ก็ได้

             “ยุ่งแค่ไหนก็น่าจะรับได้นะคะ สายสำคัญ เด็กสาวให้กำลังใจ พอเห็นกันตายังลังเลจึงพูดสำทับ คุณแสงเป็นคนไม่ชอบพกโทรศัพท์ หรือคุยโทรศัพท์บ่อยๆ นานๆ ยิ่งเวลายุ่งๆ ยิ่งลืมไปเลยค่ะ

             กันตาชั่งใจครู่หนึ่งก็ยอมพยักหน้า และกดเบอร์ของพันแสงแล้วโทรออก รอจนสายตัดไปแบบไม่มีคนรับ เธอจึงลดเครื่องมือสื่อสารลง ก้มมองมันนิ่งเหมือนกำลังกังวลบางอย่าง

             “ฉันไปนอนดีกว่า น้อยหน่าก็ไปดูละครเถอะ

             “โทรอีกครั้งสิคะคุณเกี๊ยว คุณแสงอาจจะรับไม่ทันก็ได้ โทรเถอะค่ะ น้อยหน่าคะยั้นคะยอ และเธอรู้ดีว่าถ้าป้าน้อยนั่งตรงนี้ด้วยเธอจะต้องโดนเอ็ดหรือโดนหยิกแน่ๆ ค่าที่ยุ่งเรื่องเจ้านาย

             กันตาถอนหายใจ ไม่ใช่โกรธ แต่เป็นการระบายความอัดอั้นตันใจออกไป แล้วตัดสินใจทำตามคำแนะนำของน้อยหน่า หญิงสาวกดโทรหาพันแสงอีกครั้ง รอนานจนเกือบจะถอดใจกดวางสายแล้ว แต่ปลายสายก็ตอบกลับมาเสียก่อน

             “ฮัลโหล แสงเข้าห้องน้ำน่ะค่ะ เขาไม่ได้เอาโทรศัพท์ไป มีเรื่องด่วนไหมคะ เดี๋ยวเขาออกมานัทจะรีบบอกให้เขาโทรกลับ

             เสียงที่ตอบกลับมาคือเสียงหวานๆ ของผู้หญิง กันตาชาไปทั้งร่าง ปากแข็งจนขยับพูดไม่ออก

             “คุณนัทคะ จะให้ทางโรงแรมจัดห้องพักวีไอพี...อ้อ ขอโทษค่ะไม่ทันเห็นว่าคุณคุยโทรศัพท์อยู่

             เสียงใครบางคนที่เล็ดลอดมาตามสายยิ่งทำให้กันตาแทบล้มทั้งยืน หญิงสาวลดโทรศัพท์ลงแล้วกดวางสายไปเสียเฉยๆ

             รวบรวมสติอยู่ครู่หนึ่งกันตาถึงขยับขาเดินขึ้นชั้นบนไปได้ โดยไม่ได้บอกน้อยหน่าว่าเกิดอะไรขึ้น สาวใช้ได้แต่มองตามด้วยความงุนงง

             เมื่อเข้ามาในห้องกันตาก็ขึ้นไปนั่งกอดเข่าบนเตียง เธอกำลังสับสน ว้าวุ่นใจ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ทำไมถึงรับโทรศัพท์พันแสงในเวลาค่ำมืดอย่างนี้ แล้วทำไมถึงอยู่ที่โรงแรม!

             ไม่เอาน่า...อย่าคิดมากนะเกี๊ยว คุณแสงไปทำงาน เขาบอกว่างานก็คืองาน อย่างี่เง่า อย่าระแวง เธอต้องมีสติ

             แม้พยายามบอกตัวเองอย่างนั้น แต่หญิงสาวกลับรู้สึกได้ถึงหยดน้ำอุ่นที่กำลังเกาะขอบตา

             เสียงโทรศัพท์ในมือดังขึ้น กันตายกขึ้นมองหน้าจอ เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อพันแสง เธอถึงกับสองจิตสองใจว่าจะรับหรือไม่รับดี แต่เพราะความเป็นคนมีเหตุผล ทำให้เธอรับสายเขาด้วยน้ำเสียงปกติ

             “โทรมามีอะไรหรือเปล่าเกี๊ยว

             “อ้อ เปล่าค่ะ เกี๊ยวแค่จะถามว่า...คุณจะกลับมาทานข้าวที่บ้านหรือเปล่า

             “ไม่ล่ะ ผมหิวมาก กินข้างนอกเลยนะ อ้อ แล้วก็คงจะกลับดึก ถ้าคุณง่วงก็นอนก่อนได้เลย

             “ค่ะ

             “งั้นแค่นี้ก่อนนะ ผมกำลังยุ่งมากเลย พูดจบพันแสงก็วางสายไปทันที

             หัวใจกันตาห่อเหี่ยวอย่างบอกไม่ถูก ทั้งนึกโกรธพันแสงที่ไม่ยอมอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้น ทั้งนึกโกรธตัวเองที่ระแวงไม่เข้าท่า

             แต่ยังไงเขาก็บอกว่าจะกลับมานอนบ้าน...ยังดีกว่าเขาค้างที่อื่น

             คิดแล้วหญิงสาวก็เอนตัวลงนอนโดยไม่ยอมถอดเสื้อคลุมออก แถมยังดึงผ้าห่มมาปิดมิดชิดจนถึงคอเสียอีก แม้จะทำใจกล้าใส่ชุดนอนชื่อน่าสะพรึงของปริดา แต่เธอก็ยังนึกอายถ้าพันแสงกลับมาเห็น หญิงสาวนอนนิ่งได้สักพักก็ทนไม่ไหว ทั้งเสื้อคลุมหนา ผ้าห่มก็หนา ทำเอาเธอร้อนจนเหงื่อผุดเต็มซอกคอ เสียงข้อความดังขึ้น เตือนว่ามีคนส่งไลน์เข้ามา เธอเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นดู แล้วก็พบข้อความที่ทำให้น้ำตารินไหลโดยไม่รู้ตัว

             ‘นอนก่อนได้เลยนะเกี๊ยว คืนนี้ผมคงไม่ได้กลับบ้าน

             “แล้วใครกัน ที่บอกให้สัญญาว่าจะไม่นอนแยกกัน คนบ้า!”

             กันตาสะบัดผ้าห่มออก ถอดเสื้อคลุมออก เขาไม่กลับมาแล้วเธอจะใส่ชุดไหนก็ไม่สำคัญหรอก อุตส่าห์ทนร้อนตั้งนาน เพราะความบ้าของเธอแท้ๆ เลย พรุ่งนี้จะเอาไปชุดนอนบ้านี่ไปทิ้งขยะเลย!

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น