อัปเดตล่าสุด 2019-05-23 12:46:17

ตอนที่ 28 บทที่ 28

บทที่ 28

 

             ปภพเหลือบมองเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาหน้ารถ มันบอกเวลาตีหนึ่งสี่สิบนาที เขาเคลื่อนรถออกจากโรงแรมตามคำสั่งเจ้านายที่นั่งอยู่เบาะหลัง เหลือบมองทางกระจกเห็นได้ชัดว่าพันแสงมีท่าทีเหนื่อยล้า ร่างสูงนั่งเอนพิงเบาะ หลับตาแต่ไม่ได้หลับจริงๆ

             “ทำไมถึงเปลี่ยนใจกลับบ้านละครับคุณแสง

             “ยังจะถามอีก ถ้าโลกนี้นายไม่รู้ใจฉันแล้วใครจะรู้อีกล่ะ พันแสงหรี่ตาขึ้นมองคนสนิท เขาไม่เคยเห็นปภพเป็นลูกน้อง คิดว่าเป็นเพื่อนคนหนึ่งมากกว่า มีก็แต่ปภพนั่นแหละ ที่เห็นเขาเป็นเจ้านายเสมอ

             “นี่ถ้าคุณคชามาเห็น คงดีใจนะครับ

             “พูดให้ดี ดีใจหรือหัวเราะเยาะ พันแสงรู้ว่าคุณคชาอยากเห็นเขามีคนรัก มีครอบครัว และอยากให้เจอใครสักคนที่ กำราบ ความดื้อของเขาได้ ซึ่งพันแสงไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนๆ นั้น หลังจากปริดาตายไปแล้ว

             “ดีใจสิครับ ไม่งั้นจะลงทุนขนาดนี้เหรอครับ

             ต่อให้ปภพไม่พูดอย่างนั้นพันแสงก็รู้ว่าบิดาดีใจแค่ไหน ท่านยอมทำทุกอย่างเพื่อเขากับกันตา แม้แต่ลงให้พ่อตาเขาทุกอย่างก็ยังยอม แต่ก็นั่นล่ะ ความเจ้าเล่ห์ในตัวพันแสงก็ได้มาจากคุณคชาอย่างไม่ต้องสงสัย

             “แล้วเมื่อกี้หมอนัทกลับบ้านหรือนอนโรงแรม

             “กลับบ้านครับ ปภพตอบเสียงขรึมกว่าเมื่อครู่

             “อ้าว ทำไมปล่อยให้ขับรถกลับเอง ทำไมนายไม่บอกให้กลับพร้อมเรา เป็นคำถามที่ปภพเลือกเงียบ พันแสงถอนหายใจแรง ภพ...เลิกคิดมากสักทีเถอะน่า แกจะมาห่วงฉันดูแลฉันไปจนแก่จนตายได้ยังไง แกเป็นคนนะเว้ย ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเอง พ่อฉันเลี้ยงแกมาเพราะเอ็นดู ถึงจะมอบหมายหน้าที่ให้ดูแลฉัน แต่ท่านก็รักแกเหมือนลูก

             “ผมทราบดีครับ

             “ทราบ? แล้วทำไมยังใจแข็ง อย่าบอกนะว่าไม่ได้คิดอะไรกับหมอนัท พันแสงดักคอ และปภพก็ยังคงเงียบตามเคย ที่ฉันชวนหมอนัทมาทำงานที่คลินิกด้วยกัน หนึ่งก็คือเพื่อให้มีหมอสูฯ ทั้งผู้ชายและก็ผู้หญิง แต่อีกเหตุผลคือฉันเปิดโอกาสให้แกกับหมอนัทได้ทำความเข้าใจกันนะ รู้ใช่ไหม

             “ครับ ปภพเลือกตอบสั้นๆ

             เมื่อตอนพันแสงไปเรียนเมืองนอกคุณคชาก็ส่งปภพไปอยู่ด้วย และเขาก็ได้พบกับนัทมนที่นั่น เพราะพันแสงได้รู้จักสนิทสนมกับนัทมนจนเป็นเพื่อนกลุ่มเดียวกัน ทำให้ปภพเองก็ได้เจอเธอไปด้วย ปกติปภพก็เป็นคนเจียมเนื้อเจียมตัวพูดน้อยอยู่แล้ว เขาจึงแทบไม่เคยพูดกับหญิงสาวเลย แม้ฝ่ายนั้นจะพยายามชวนคุยก็ตาม...ชวนคุยทุกครั้งที่เจอจนพันแสงจับได้ว่าสาวเจ้ามีใจให้คนสนิทของเขา

             พันแสงสนับสนุนเต็มกำลัง แต่ปภพก็ถอยหลังเต็มกำลังเช่นกัน ด้วยเหตุผลว่าเขาไม่คู่ควรกับหมอนัท ที่มีความเพียบพร้อมทั้งรูปสมบัติ ทรัพย์สมบัติ และคุณสมบัติทุกประการ นัทมนพยายามสานสัมพันธ์แต่เพราะปภพไม่ยอมใจอ่อน เธอจึงละอายใจ และยอมหยุดด้วยความเจ็บปวด แต่พันแสงรู้จักปภพดี เขาไม่ได้ไม่รู้สึก แค่ไม่แสดงออกเท่านั้น

             “ตามใจก็แล้วกัน ใจแข็งมากๆ ระวังหมาคาบไปรับประทานแล้วจะเสียใจ รีบขับรถหน่อย คิดถึงเมียจะแย่แล้ว

             พูดจบคนคิดถึงเมียก็เอนหลังพิงเบาะพลางหลับตาลงตามเดิม ปภพมองไปยังถนนเบื้องหน้า ยามดึกถนนโล่งพอให้เขาเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นได้อีกหน่อย แต่ต้องไม่มากจนอันตราย

             บนท้องถนนทุกคนสามารถขับรถได้เหมือนกัน แต่ถ้าเปรียบเขากับนัทมนเป็นรถ ต่อให้อยู่บนถนนเส้นเดียวกัน ก็เป็นรถคนละราคา คนละเกรดกัน ไม่สามารถใช้อะไหล่ร่วมกันได้...เพราะมันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง!

 

             เมื่อมาถึงบ้านพันแสงรีบขึ้นไปยังห้องนอนทันที เขาเอื้อมมือไปเปิดประตูเบาๆ พบว่ามันไม่ได้ล็อก จึงไม่ต้องใช้กุญแจที่เตรียมไว้ ภายในห้องมีเพียงแสงจากโคมไฟข้างหัวเตียงเท่านั้น ชายหนุ่มจึงเห็นภรรยาไม่ชัด เขาตัดสินใจไปอาบน้ำเสียก่อน เพราะถ้าเลือกเดินไปหากันตาก่อน มีหวังเขาต้องไม่ได้อาบน้ำแน่ๆ

             ชายหนุ่มใช้เวลาอาบน้ำเร็วกว่าทุกที เพราะดึกมากแล้ว ทั้งเหนื่อย ทั้งง่วง ทั้งคิดถึงคนบนเตียง ออกมาจากห้องน้ำในสภาพตัวเปียก มีผ้าขนหนูพันเอวผืนเดียว หางตาก็เหลือบไปเห็นอะไรสีแดงๆ อยู่บนเตียง ความแปลกใจทำให้เขาหันเท้าไปทางนั้นแทนตู้เสื้อผ้า

             พอได้เห็นชัดถนัดตาว่าสีแดงที่เขาเห็นไกลๆ มันคืออะไร ชายหนุ่มก็ยิ้มจนแทบจะเป็นหัวเราะ ไม่ใช่ว่ามันตลก แต่เขานึกเอ็นดูภรรยาตัวเอง เกิดอะไรขึ้น ทำไมกันตาถึงแต่งตัวแบบนี้ ทั้งที่ปกติแล้วแม้แต่กระโปรงสั้นเธอยังแทบไม่มีเลยสักตัว

             “คิดจะยั่วสามีเหรอ พันแสงพึมพำ พลางไล่สายตามองคนที่นอนหลับสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า ความจริงก็ไม่เลวนะ ถึงจะไม่ได้ดูเซ็กซี่ แต่ก็น่า ขย้ำ จนเขาขนลุกไปทั้งตัว ผิวขาวผุดผ่องที่อยู่ภายใต้ซีทรูสีแดงช่างน่าสัมผัส หน้าอกเต่งตึงชูชันอยู่ใต้ผ้าลูกไม้ เห็นยอดปทุมถันสีชมพูอ่อนรำไร ชายชุดนอนลายลูกไม้ระขาอ่อนนวลเนียน น่าลูบไล้

             พันแสงขับเข้าไปใกล้ เขายื่นปลายนิ้วลงไปแตะขาอ่อนภรรยาแล้วค่อยๆ ลากขึ้นมาจนถึงชายชุดนอนลูกไม้ หยุดนิดหนึ่งก่อนจะลากเอาชายชุดนอนติดปลายนิ้วขึ้นมาจนถึงเอว ยิ่งเห็นจีสตริงตัวจิ๋วข้างในพันแสงยิ่งยิ้มกว้าง เขาใช้นิ้วชี้เกี่ยวขอบของมันแล้วกำลังจะลากดึงลงมา แต่ทว่าคนที่กำลังหลับรู้สึกตัวเสียก่อน

             “ว้าย!”

             กันตาตกใจจนผวา ลุกนั่งแล้วกระถดถอยหลังอย่างรวดเร็ว เพราะก่อนหลับไปคิดว่าพันแสงจะไม่กลับมา เธอจึงตกใจเมื่อรู้สึกตัวแล้วพบว่ามีใครกำลังสัมผัสร่างกายอยู่

             “หนีทำไมล่ะ รอผมอยู่ไม่ใช่เหรอ ชายหนุ่มถามพลางใช้สายตาละลาบละล้วง มองทะลุชุดนอนซีทรูไปยังสรีระของภรรยา ทำให้กันตาระลึกได้ว่าเธอสวมชุดอะไรอยู่ หญิงสาวแทบร้องกรี๊ดถ้านึกไม่ทันว่ามันดึกแล้ว เธอคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว

             “ไหนบอกว่าจะไม่กลับมานอนบ้านไงคะ น้ำเสียงมีแววตัดพ้อชัดเจน ยิ่งกระตุ้นให้พันแสงอยากเข้าไปหาเธอ เขาจึงกระโจนขึ้นเตียงพรวดเดียวก็คว้าตัวหญิงสาวมากอดได้ ปล่อยเกี๊ยวนะคะ คนสั่งคิ้วยุ่งอย่างที่ดูก็รู้ว่ากำลังงอน

             “ถ้าไม่กลับมาจะรู้ได้ยังไงว่ามีสาวเซ็กซี่ร้อนแรงนอนรออยู่ เพราะเขาพูดกลั้วหัวเราะทำให้กันตาทั้งโกรธทั้งอาย

             “ไม่ต้องมาล้อเลยค่ะ เกี๊ยวรู้ว่าเกี๊ยวไม่ได้สวยเซ็กซี่เหมือนใคร ปล่อยสิคะ เกี๊ยวจะไปเปลี่ยนชุดนอนบ้าๆ นี่ออก

             “เหมือนใคร? พันแสงแกล้งถามทั้งที่พอจะเดาออก เพราะนัทมนบอกแล้วว่าจู่ๆ คนที่เขาบันทึกชื่อใส่โทรศัพท์ไว้ว่า เมีย ก็ตัดสายไปดื้อๆ อาจจะเข้าใจผิดจนงอนแล้วก็เป็นได้

             “ไม่รู้ค่ะ ปล่อยเกี๊ยวก่อน หนาวจะตายอยู่แล้ว

             “หนาวเนื้อต้องห่มเนื้อ ผมกอดคุณจะได้อุ่นไง

             “ไม่ค่ะ คืนนี้ห้ามกอด ห้ามแตะต้อง... พูดไม่ทันจบพันแสงก็ดึงเธอมาจูบด้วยแรงคิดถึง

             กันตาดิ้นใช้ฝ่ามือตีหน้าอกเขา แต่พันแสงกลับยิ่งจูบหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ กันตาไม่ยอม เธอพยายามดันอกเขาออกห่างสุดกำลัง ความน้อยใจ เสียใจ ทำให้ไม่อยากตามใจเขาอีกแล้ว

             “โอ๊ย!” พันแสงร้องพร้อมกับปล่อยร่างบางราวกับเธอเป็นของร้อน เมื่อกันตาตัดสินใจกัดปากเขาแรงๆ จนรู้สึกเจ็บ คุณทำอะไรน่ะเกี๊ยว

             “ก็คุณไม่ยอมปล่อยดีๆ นี่คะ ว่าแล้วกันตาก็รีบลุกจะลงจากเตียง แต่พันแสงคว้าขาเธอไว้ได้ทัน ทำให้เธอล้มลงนอนคว่ำ พันแสงรีบขึ้นไปประกบจากด้านหลัง

             “เวลาหึงเนี่ย คุณก็ร้ายเหมือนกันนะ

             “หึงอะไร ใครหึง ไม่ใช่เลยค่ะ กันตายังปากแข็ง

             “นี่แน่ะ ริจะโกหกเหรอ ชายหนุ่มเอียงตัวลงไปบนเตียงครึ่งหนึ่งทาบทับเธอไว้แค่ช่วงบน แล้วใช้ฝ่ามือตีก้นเต่งตึงเบาๆ ไปทีหนึ่ง กันตารู้สึกอายจนอยากแทรกแผ่นดินหนี เธอไม่น่ายอมเชื่อปริดาเลยจริงๆ

             “คุณแสง เลิกเล่นได้แล้วค่ะ เกี๊ยวจะไปเปลี่ยนชุด ปล่อยสิคะ

             “ได้ เลิกเล่นก็ได้ งั้นเอาจริงเลยนะ ว่าแล้วเขาก็จับร่างเธอพลิกขึ้นให้นอนหงาย เมื่อได้สบตากันตรงๆ กันตาก็หน้าแดงจนต้องเอียงหน้าหนี เปลี่ยนจากชุดนอนไม่ได้นอนมาเป็นชุดวันเกิดแล้วกันนะ

             พอเขาพูดอย่างนั้นเธอก็หันขวับมามองอย่างอึ้งๆ

             “คุณรู้จักชุดนอนแบบนี้ด้วยเหรอคะ

             “รู้จักสิ ผมดูไว้ให้คุณเป็นสิบชุดแน่ะ ตอนแรกก็กลัวคุณไม่กล้าใส่ แต่ตอนนี้ผมตัดสินใจได้แล้วว่า นอกจากสีพื้นๆ ที่เลือกไว้ ควรเพิ่มลายเสือ แบบมีขนเฟอร์ แล้วก็...

             “พอแล้วค่ะ เกี๊ยวไม่ใส่เด็ดขาด

             “กลัวเสียเวลาถอดเหรอ เขาแหย่ให้เธออาย นี่ถ้าไม่เหนื่อยและดึกขนาดนี้ รู้ไหมว่าคุณจะต้องเจอศึกหนักยันเช้าแน่ ค่าที่ทำร้ายสามี

             “ก็คุณไม่ยอมปล่อยนี่คะ

             “เอาล่ะ ผมขี้เกียจแกล้งคุณแล้ว ผู้หญิงที่รับโทรศัพท์ผมคือหมอนัท เขามาเป็นหมอสูฯ ประจำคลินิกผมด้วย ส่วนทำไมถึงต้องอยู่กันดึกดื่น ค่อยเล่าให้ฟังนะ คืนนี้ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก คุณก็ต้องไปกับผมด้วยพรุ่งนี้ อ้ะ อย่าเพิ่งถาม ได้เวลาทำการบ้านแล้วก็นอน

             “แต่... กันตาหมดโอกาสพูด เพราะคนไม่ชอบให้ต่อรองจัดการปิดปากเธออย่างรวดเร็ว มือปลาหมึกก็ล้วงลึก ดึงจีสตริงลงไปจนสุดปลายเท้าอย่างรวดเร็วพอกัน

             “ชื่นใจจัง เขากระซิบข้างหูภรรยา หลังจบงานนี้ผมจะไม่ทำงานหนักจนปล่อยให้เมียรอเก้ออีกแล้ว ดูซิ อุตส่าห์หาชุดมาเอาใจ พันแสงกระเซ้า กันตาเลยทุบไหล่เขาแรงๆ แก้เขิน

             การยอมฟังเสียงหัวใจตัวเอง แล้วตัดสินใจกลับมานอนบ้าน ถือว่าทำถูกอย่างมาก เพราะแม้จะเหนื่อยขนาดไหน แต่พอคิดว่าต้องนอนโดยไม่มีกันตา พันแสงก็รู้ว่าเขาคงนอนไม่หลับ หลายวันมานี้แม้จะไม่ได้ทำการบ้านทุกวัน แต่การได้กอดหญิงสาวไว้มันคือความสุขอย่างมาก

             และคืนนี้เขาก็ได้รู้ว่าเธอแคร์เขามากแค่ไหน ถึงขนาดยอมทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ...พันแสงจึงต้องตอบแทนด้วยการเชยชมเธอทุกอณูร่างกาย

 

             กันตาตื่นเช้าเหมือนทุกวัน แต่เพราะคนข้างตัวรั้งไว้ไม่ยอมให้ลุก บอกว่าอยากกอดเธอแล้วหลับต่ออีกสักหน่อย เพราะรู้ว่าเขาเหนื่อยมาหลายวัน หญิงสาวจึงยอมตามใจ ดังนั้นกว่าทั้งสองคนจะได้ลงมาข้างล่างก็เป็นเวลามื้อเทียงพอดี

             “กินเสร็จแล้วเราออกไปกันเลยนะ

             “ไปไหนเหรอคะ

             ชายหนุ่มมองภรรยาด้วยรอยยิ้มครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบในสิ่งที่ทำให้กันตาแปลกใจ

             “ไปถ่ายพรีเวดดิ้ง

             “ถ่ายพรีเวดดิ้ง? ถ่ายทำไมคะ ก็เราแต่งงานกันเรียบร้อยแล้ว สิ้นเปลืองเปล่าๆ ค่ะ แม้จะรู้สึกดีใจที่สามีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่กันตาก็ไม่เคยคิดจะเรียกร้องอะไรมากมาย

             “สิ้นเปลืองเปล่าๆ ที่ไหน บ้านหลังนี้ควรมีรูปเราสองคนเยอะๆ รวมถึงรูปแต่งงานด้วย ตอนเราแต่งที่บ้านคุณรูปน้อยมาก พ่อตาให้ข้อจำกัดเยอะเกิน พันแสงบ่นเล็กน้อย

             “ถ้าจะไปถ่ายพรีเวดดิ้ง ไม่ต้องไปตั้งแต่เช้าเหรอคะ นี่จะบ่ายแล้วนะคะ กันตาเคยเห็นคู่แต่งงานคู่อื่นๆ ใช้เวลาในการถายรูปแต่งงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ ทั้งเหนื่อยทั้งร้อน เพื่อแลกกับรูปสวยๆ ครั้งหนึ่งในชีวิต

             “เพราะชุดนอนไม่ได้นอนของคุณนั่นแหละ ทำให้ไม่ได้หลับได้นอน ผมหมดแรงสิ เลยตื่นสายเลย เขาแกล้งยกความผิดให้เธอ กันตารีบยกมือปิดปากเขา พร้อมกับถลึงตาขู่ เหลือบมองน้อยหน่าที่ยืนกลั้นยิ้ม แล้วกันตาก็อายจนหน้าแดง

             “ห้ามพูดเรื่องนี้อีกนะคะ คำสั่งปนข่มขู่ทำให้พันแสงหัวเราะอารมณ์ดี

             “ถ่ายเสร็จแล้ว เราก็ต้องไปดินเนอร์ต่อ เย็นนี้ไม่ต้องเตรียมมื้อเย็นที่บ้านนะน้อยหน่า พันแสง หันไปบอกคนที่ยืนคอยบริการอยู่ไม่ไกล ฝ่ายนั้นรับคำ ชายหนุ่มจึงหันมาทางภรรยา คุณอิ่มแล้วใช่มั้ย เราไปกันเลยดีกว่า ผมกลัวไม่ทัน

             “ค่ะ

 

             ร้านพรีเวดดิ้งที่พันแสงพามาเป็นร้านค่อนข้างใหญ่ ซึ่งกันตาไม่แปลกใจ คนอย่างเขาทำอะไร คงจะเล็กๆ ไม่เป็น แต่สิ่งที่ทำให้กันตาแปลกใจก็คือ ‘ชุดเจ้าสาว ที่พนักงานเอามาให้เธอสวม เป็นชุดที่พันแสงเลือกไว้เรียบร้อยแล้ว

             “พอดีเลยค่ะ พนักงานสาวคนที่นำชุดมาให้บอกด้วยรอยยิ้มกว้าง เหมือนดีใจระคนทึ่งในความพอดี

             “คุณรู้ไซส์เกี๊ยวได้ยังไงคะ

             “ให้ตอบจริงๆ เหรอ พันแสงทำตาเจ้าเล่ห์มองภรรยาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เท่านั้นกันตาก็รู้ว่าเขาจะตอบว่าอย่างไร เธอจึงรีบห้ามเพราะไม่อยากอายพนักงาน คุณชอบหรือเปล่า

             “สวยดีค่ะ แต่...มันโป๊ไปหน่อยไหมคะ ชุดเจ้าสาวสีขาวเป็นผ้าทึบถึงหน้าอก แต่จากเนินหน้าอกไปจนถึงไหล่เป็นผ้าซีทรูเนื้อบาง แขนยาวถึงข้อมือ

             “ไม่โป๊หรอก นี่โชว์แค่ห้าเปอร์เซ็นต์ของคัพซีเองนะ คำพูดของพันแสงทำเอาพนักงานของร้านถึงกับอมยิ้ม ซึ่งกันตาคิดว่าเขาคงอยากหัวเราะมากกว่า

             “คุณแสง... กันตาคำรามในลำคอ

             “โอเคๆ ไม่แกล้งแล้ว พาไปแต่งหน้าได้เลยครับ เดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ พูดจบพันแสงก็รีบเดินหนี ก่อนจะโดนภรรยาประทุษร้าย

             “คุณแสงน่ารักมากเลยนะคะ ทั้งมาเลือกชุดเอง เลือกแพ็คเกจ เลือกสถานที่ และก็รายละเอียดทุกอย่างเองหมดเลย ปกติเวลาถ่ายพรีเวดดิ้งส่วนใหญ่ จะเป็นเจ้าสาวเสียมากกว่าที่เป็นคนเลือก เจ้าบ่าวอย่างคุณแสงหายากมาก คุณเกี๊ยวโชคดีมากเลยนะคะ พนักงานสาวชื่นชมด้วยความอิจฉา กันตาเพียงยิ้มรับ แล้วเดินตามไปยังห้องแต่งหน้า

             หากในใจอดคิดไม่ได้ว่าเธอโชคดีที่ได้พันแสงเป็นเจ้าบ่าว แล้วเขาล่ะ โชคดีหรือเปล่าที่ได้เธอเป็นเจ้าสาว

             สถานที่ถ่ายรูปพรีเวดดิ้งมีเพียงสองที่เท่านั้น ที่แรกคือปอดของกรุงเทพฯ คุ้งบางกะเจ้า สีเขียวและความร่มรื่นของที่นี่ทำให้กันตาที่อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวโดดเด่น อีกนัยหนึ่งคือพันแสงต้องการให้ชีวิตคู่ของเขา ร่มรื่น สดชื่นเหมือนปอดของกรุงเทพฯ แห่งนี้ ช่วงบ่ายแก่ๆ ไปถ่ายต่อกันที่สะพานพระรามแปด เพราะพันแสงอยากได้แสงอาทิตย์สวยๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

             การถ่ายรูปใช้เวลาไม่นาน ติดจะรีบร้อนจนกันตานึกแปลกใจ หากก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป เพราะพันแสงบอกว่าเขาจองสถานที่ดินเนอร์เอาไว้ หญิงสาวจึงคิดว่าเขาอาจจะหิวหรือต้องการรีบไปก่อนที่รถจะติดหนักในช่วงเย็น

             และเมื่อได้เห็นสภานที่ที่เขาบอกว่าจะพามาดินเนอร์ กันตาก็แปลกใจจนคราวนี้ไม่ถามคงไม่ได้

             “ทำไมเราต้องมาดินเนอร์ที่โรงแรมด้วยคะ

             พันแสงเหลือบมองปภพ คราวนี้ถ้าไม่บอกความจริงคงไม่ได้แล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบเอวภรรยาแล้วดึงเข้ามาหาตัว ก่อนจะยิ้มให้พลางบอก

             “เพราะเราต้องดินเนอร์ร่วมกับแขกและญาติผู้ใหญ่ด้วยไงครับ คำตอบของเขายิ่งทำให้คิ้วเรียวแสดงความงุนงง นี่เป็นงานฉลองมงคลสมรสของเราสองคน

             “อะไรนะคะ!” กันตาตกใจ เรื่องใหญ่ขนาดนี้เขากลับไม่บอกเธอสักคำ

             “เซอร์ไพรส์ เขาบอกแล้วก้มลงจูบหน้าผากเธอแรงๆ ผมแต่งงานก็เพื่อปกป้องชื่อเสียงของคุณ แต่วันแต่งงานพ่อตาห้ามไม่ให้มีนักข่าว แถมยังจัดงานเล็กๆ อีก แล้วใครจะรู้ว่าคุณแต่งงานถูกต้องแล้ว จริงไหม

             “ก็เพราะว่าแค่แต่งเพื่อปกป้องเกียรติและศักดิ์ศรีไงคะ ถึงไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่โต น้ำเสียงมีความน้อยใจชัดเจน เธอหลงลืมไปเองว่าการแต่งงานที่เกิดขึ้นมันเพราะอะไร

             “แหม...นี่ถ้าไม่ติดว่ากลัวแขกจะรอ จะพาขึ้นไปเปิดห้องแล้วตีก้นสักทีสองที ค่าที่น้อยใจไม่เข้าท่า พันแสงพูดอย่างหมั่นไส้ภรรยาตัวเอง กันตาค้อนเขาเพราะเผลอนึกถึงเรื่องเมื่อคืน ผมบอกแล้วไงครับว่าผมรักคุณ ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความรัก ไอ้ที่บอกว่าจะปกป้องชื่อเสียงคุณมันก็ใช่ด้วย แต่มันก็แค่ข้ออ้างที่ใช้อ้างให้พ่อตายกลูกสาวให้แค่นั้นแหละ ลองคิดดูสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนั้น ป่านนี้แม้แต่ขาอ่อนคุณผมคงยังไม่ได้เห็นหรอก

             ทุกอย่างเป็นความจริงอย่างเขาบอก จนกันตาเถียงไม่ออก

             “เกี๊ยว มาแล้วเหรอ รีบไปแต่งหน้าแต่งตัวเถอะ ฉันมารอแกนานแล้วเนี่ย เสียงเรียกมาจากทางด้านหนึ่งทำให้กันตาต้องหันมอง จึงได้เห็นปริดาในชุดราตรีสีเงินคอปาดกว้าง โชว์ไหล่ทั้งสองข้าง ชายกระโปรงยาวกรอมเท้า ใบหน้าและผมตกแต่งสวยงาม บอกให้รู้ว่าพร้อมมางานฉลองมงคลสมรสแค่ไหน

             “มารอนานแล้ว? กันตาทวนคำเพื่อน และฝ่ายนั้นพยักหน้ารับ

             “ใช่น่ะสิ แต่ฉันไม่ได้แค่มารออย่างเดียวนะ ฉันช่วยคุณแสงเลือกดอกไม้ที่แกชอบ สีที่แกชอบ และก็เตรียมงานอื่นๆ อีกหลายอย่างมาทั้งอาทิตย์เลยล่ะ ปริดาเผลอพูดด้วยความภูมิใจ จนหลุดปากบางอย่างออกมา

             “ทั้งอาทิตย์? กันตาทวนคำเพื่อนอีกครั้ง แล้วหันมาทางพันแสง ฝ่ายนั้นยิ้มแหย แสดงว่าคุณร่วมมือกับยัยปุ๊กลุกปิดบังเกี๊ยวเหรอคะ เดี๋ยวนะ ถ้าแกรู้ว่าทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาคุณแสงยุ่งอะไร แล้ว...เรื่องชุดนอนนั่นล่ะ

             “เฮือก!” ปริดายกมือขึ้นปิดปากพลางทำตาโตอย่างนึกได้ กันตามองอย่างเอาเรื่องและเผื่อแผ่สายตานั้นมายังสามีด้วยอีกคน

             “เรื่องนี้ ผมไม่เกี่ยวนะ ผมแค่ได้รับผลพลอยได้เฉยๆ

             “ยัยปุ๊กลุก!” กันตาหันไปเรียกเพื่อนอย่างเอาเรื่อง

             “โธ่...แกอย่าคิดมากสิ ฉันก็แค่อยากให้แกได้ลองอะไรใหม่ๆ เติมสีสันให้ชีวิตนิดหน่อยแค่นั้นเอง แล้วมันก็ได้ผลไม่ใช่เหรอ คุณแสงชอบใช่ไหมคะ

             “ชอบมากครับ โอ๊ย!” พันแสงแกล้งร้องเสียงดังเมื่อโดนคนข้างตัวหยิกหมับเข้าให้

             “ร้ายนักนะแต่ละคน

             “คุณรีบไปแต่งตัวก่อนดีกว่า เรื่องที่ผมปิดบังจนทำให้คุณกังวล เรื่องหึงหวงหมอนัทด้วย ผมจะยอมให้คุณทำโทษเต็มที่เลยคืนนี้ คำพูดพันแสงทำเอาปริดาหัวเราะคิกคัก กันตาเลยหันไปส่งสายตาข่มขู่

             “นั่นสิ พ่อกับแม่แกก็รอนานแล้ว

             “อะไรกันเนี่ย พ่อกับแม่ก็มาด้วยเหรอคะ กันตาไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน เธอหันไปถามสามี

             “ฉลองมงคลสมรสของลูกสาว พวกท่านจะไม่มาได้ยังไง แต่ถ้าคุณอยากรู้ว่าทำไมพ่อคุณถึงยอมมา คุณต้องไปถามคุณคชาท่านเองนะ ท่านเป็นคนจัดการเรื่องนี้ พันแสงไม่รู้จริงๆ ว่าคุณคชาทำยังไง กฤติชัยถึงยอมเดินทางมาร่วมงาน ทั้งที่รู้ว่างานนี้มีเพื่อนนักการเมืองของคุณคชา มีนักข่าว และนักธุรกิจที่เลือดข้าราชการอย่างเขาไม่ค่อยถูกจริตนักมาร่วมงานด้วย

             “นี่ยังมีอะไร ที่เกี๊ยวยังไม่รู้ และต้องแปลกใจอีกไหมคะเนี่ย

             “มีสิ คุณแสงเชิญ...

             “อะแฮ่ม!” พันแสงรีบกระแอมเตือนเสียก่อนที่ปริดาจะหลุดปากอะไรออกมาอีก ฝ่ายนั้นจึงยิ้มแหย แล้วเปลี่ยนเรื่อง

             “ไปๆ รีบไปแต่งตัวได้แล้ว เดี๋ยวแขกมาแล้วเจ้าสาวยังแต่งตัวไม่เสร็จ ก็ไม่มีคนรับแขกกันพอดี ปริดารีบเดินเข้ามาลากมือเพื่อน พาไปยังห้องที่จัดไว้สำหรับแต่งตัวเจ้าสาว

             พันแสงมองจนภรรยาลับตาจึงหันมาทางปภพ

             “ฉันเองก็คงต้องไปแต่งตัวเหมือนกัน ยังไงฝากนายไปช่วยหมอนัทดูความเรียบร้อยของงานหน่อยนะ

             ปภพมองหน้าเจ้านายเหมือนอยากปฏิเสธ หากสุดท้ายก็พูดออกมาเพียงสั้นๆ เท่านั้น

             “ครับ

             ปภพยืนมองเจ้านายที่กำลังเดินห่างออกไป ความรักเป็นสิ่งสวยงาม และมีพลังมหาศาล สามารถทำให้คนเราเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ทว่าสำหรับเขาความรักไม่อาจเอาชนะความเหมาะสมได้ นัทมนควรได้เจอคนดีๆ ที่เหมาะสม ทั้งฐานะ การศึกษา และทางสังคม


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น