อัปเดตล่าสุด 2019-05-23 12:46:32

ตอนที่ 29 บทที่ 29

บทที่ 29

 

             เมื่อกันตาได้เห็นห้องจัดเลี้ยงที่พันแสงเลือกไว้ พร้อมกับธีมงานที่เขาตกแต่งตามความชอบของเธออย่างที่ปริดาให้ข้อมูล หญิงสาวก็ตลึง มองไปรอบๆ ด้วยความทึ่ง มันสวยมาก แต่ก็ยังคงบรรยากาศเรียบง่ายเป็นกันเองเอาไว้

             ดอกกล้วยไม้สีขาวและสีม่วง คือดอกไม้ที่ถูกประดับไว้ทั่วห้อง รวมถึงซุ้มที่ใช้ถ่ายรูปกับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ทุกโต๊ะมีดอกกล้วยไม้สองสีนี้สลับกัน สิ่งที่ต่างจากงานอื่นๆ คือไม่มีเวทีสำหรับให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวหรือพ่อแม่ได้ขึ้นไปอวยพร มีแค่พื้นยกระดับเตี้ยๆ ด้านหน้า เพราะพันแสงไม่ชอบเวที

             เพียงได้เห็นแววตาและรอยยิ้มของภรรยา พันแสงก็ต้องยิ้มตาม ถือว่าปริดาให้ข้อมูลได้ดี สามารถทำให้กันตาพอใจได้อย่างมาก ถึงขนาดน้ำตาคลอ

             “ขอบคุณมากเลยนะคะ

             “เราต้องอยู่กันไปตลอดชีวิต ผมอยากให้มีวันดีๆ ให้เราได้ระลึกถึงหลายๆ วัน และอยากให้เรามีความสุขกันทุกวัน

             ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงไปหอมแก้มภรรยาที่ตอนนี้อยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวรัดรูป แขนยาวมิดชิด สวยหรู ดูแพงจากร้านชุดเจ้าสาวชื่อดัง แน่นอนว่าชุดนี้เขาเลือกเอาใจพ่อตา

             บรรยากาศในงานครึกครื้นด้วยกลุ่มเพื่อนของพันแสง ที่ไม่ได้มาเมื่อตอนจัดงานแบบล้านนา ทุกคนพากันแซวเรื่องที่เขาได้แต่งงานก่อนใครในกลุ่ม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่มีคนคบหาดูใจ เหมือนคนอื่นๆ

             กฤติชัย ผ้าไหม และผ้าฝ้ายเองก็มีรอยยิ้มที่ได้เห็นลูกมีความสุข พันแสงทำให้กฤติชัยมั่นใจขึ้นอีกนิดว่าเขาเลือกคู่ให้ลูกสาวไม่ผิด ส่วนที่เหลือก็ต้องดูกันไปอีกนาน

             “เลือกตั้งคราวนี้คุณคชาจะได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นอีกสามเสียงโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อเลยสักบาทค่ะ ผ้าฝ้ายกระซิบพร้อมบุ้ยใบ้ไปทางพี่สาวกับพี่เขย ขณะที่เพชร ซึ่งทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงานกำลังเปิดประวัติเจ้าบ่าวเจ้าสาวและโชว์รูปสไลด์พร้อมกับพรีเซนสเตชั่นของทั้งคู่

             คุณคชาหัวเราะชอบใจ

             “ขอบคุณครับ แล้วก็ขอบคุณด้วยนะครับที่ยอมมางานฉลองมงคลสมรสของลูกเรา คุณคชาพูดกับกฤติชัยแต่ฝ่ายนั้นยังวางสีหน้าเฉย เพราะหงุดหงิดเล็กๆ ที่เห็นกลุ่มนักการเมืองยืนคุยหัวร่อกันอยู่ด้านหน้า

             “คุณคะ ผ้าไหมเรียกสามีเป็นเชิงเตือนเบาๆ

             “ก็คุณพูดเองว่าลูกของเรา ผมเป็นพ่อก็ต้องมาร่วมด้วยสิครับ ผมเองก็ต้องขอบคุณที่คุณให้เกียรติลูกสาวผมมากขนาดนี้

             คุณคชายิ้ม เหลือบมองผ้าฝ้ายแล้วก็เห็นว่าหญิงสาวยักคิ้วให้ คล้ายจะบอกว่า ‘เห็นไหมล่ะ คุณได้คะแนนเสียงเพิ่มแน่ๆ

             “คุณถ่ายรูปพวกนี้ตอนไหนคะ แล้ววีดีโอนี่ก็ด้วยกันตากระซิบถามสามี ถึงรูปที่กำลังสไลด์ให้แขกดู เธอจำได้ทุกรูป เพราะมันเป็นช่วงหนึ่งเดือนที่เขาพาเธอไปไหนต่อไหนก่อนแต่งงาน

             “ผมมีตากล้องส่วนตัวตามติดตลอดพันแสงบอกยิ้มๆ กันตาขมวดคิ้วสงสัย ตอนผมไปเรียนหมอที่เมืองนอก ระหว่างผมเรียน ปภพเขาก็ลงเรียนถ่ายภาพไปด้วย ทีนี้เก็ทรึยังครับกันตาพยักหน้ารับรู้

             “คุณปภพนี่เก่งหลายอย่างเลยนะคะ นิสัยก็ดีด้วย

             “ชมได้ แต่ห้ามชอบเด็ดขาดพันแสงแกล้งขู่ กันตาเลยค้อนให้ นิสัยดีแต่เล่นตัว มีสาวมาชอบก็ทำเก๊กไม่ยอมสนใจเจ้าบ่าวพูดพลางพยักพเยิดให้กันตามองไปยังมุมหนึ่งของห้อง ตรงนั้นนัทมนซึ่งกันตาได้รู้จักแล้วในห้องแต่งตัว พร้อมกับรู้ว่าเธอมาช่วยพันแสงเตรียมงาน และดูแลครอบครัวกันตาเรื่องที่พักในโรงแรมนี้ เพราะกฤติชัยไม่ยอมไปพักบ้านคุณคชา กำลังยืนอยู่กับปภพที่เอาแต่เงียบตีสีหน้าเฉยเมย

             “อย่าบอกนะคะว่า...

             พันแสงยักคิ้วเป็นคำตอบ กันตาหันกลับไปมองสองคนนั้นเหมือนไม่อยากเชื่อ แต่เมื่อพิจารณาดีๆ แม้ทั้งสองคนยืนห่างกัน ไม่พูดไม่มองหน้ากัน กลับเหมือนมีเยื่อใยบางอย่างเชื่อโยงทั้งสองคนอยู่

             “วีดวิ้ววววว

             เสียงปรบมือและเป่าปากแซวมาจากกลุ่มเพื่อนของเจ้าบ่าว ทำให้สองหนุ่มสาวหันไปมองหน้าจอโปรเจ๊กเตอร์ที่ตอนนี้พรีเซนสเตชันจบแล้ว โดยมีภาพสองภาพนำมาต่อกันค้างอยู่ที่หน้าจอ

             ทั้งสองภาพเพิ่งถ่ายเมื่อช่วงบ่าย ภาพทางซ้ายเป็นตอนที่ช่างแต่งหน้าของร้านพรีเวดดิ้งกำลังซับเหงื่อให้กันตา โดยมีพันแสงยืนข้างๆ แววตาของชายหนุ่มยามมองเจ้าสาวเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก...รัก อย่างชัดเจน ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่เพื่อนๆ ดูแล้วลงความเห็นพร้อมตะโกนแซวว่า ‘ไอ้หื่น!’ เรียกเสียงโห่ร้องและหัวเราะได้ทั้งห้องจัดเลี้ยง

             กันตาอายจนหน้าแดง ร้อนถึงใบหู และเมื่อได้เห็นภาพทางขวาแก้มของหญิงสาวยิ่งร้อนหนักขึ้นไปอีก ในภาพคือช่างกำลังเปลี่ยนมาซับหน้าเจ้าบ่าว ส่วนเจ้าสาวยืนอยู่ด้านหลัง เธอเอาสองมือประกบกันเป็นรูปหัวใจ แล้วยื่นไปทางเจ้าบ่าว โดยเขาไม่เห็น ซึ่งภาพนี้เห็นแววตาของกันตาชัด บอกให้รู้ว่าตากล้องจงใจถ่าย

             พันแสงอ้าปากค้าง หันขวับมามองกันตา ยิ่งเห็นเธอหน้าแดง วางสีหน้าไม่ถูกเขายิ่งอึ้ง ไม่อยากเชื่อว่าภรรยาของเขาจะมีมุมอย่างนี้ด้วย

             “มันก็แค่...กันตาอยากแก้ตัวว่าทีมงานพรีเวดดิ้งเป็นคนสอนให้เธอทำท่านี้ ตอนแรกเขาบอกว่าให้ลองทำดู เธอก็ทำตาม แต่พอทีมงานเดินไปแล้ว กันตาก็...ทำเองและมองเขาด้วยแววตาเปี่ยม...รัก เองเช่นกัน

             แน่นอนว่าสองภาพนี้ปภพเป็นคนถ่าย และนัทมนเป็นคนเลือกมาขึ้นพรีเซนสเตชั่น

             ตลอดมาพันแสงไม่เคยถามกันตาเลยว่าเธอรักเขาหรือเปล่า เพราะเขาอยากให้เธอบอกเองเมื่อพร้อม แล้ววันนี้แม้กันตาไม่ได้พูดออกมา แต่แววตาของเธอมันบอกได้ครบทุกความรู้สึก

             “น่าให้รางวัลนัก กลับบ้านเลยมั้ยพันแสงก้มลงกระซิบกลั้วหัวเราะ กันตาดันอกเขาออกห่าง

             “อย่ามาหื่นค่ะ

             แขกคนหนึ่งเพิ่งเปิดประตูห้องจัดเลี้ยงเข้ามา เขายืนมองภาพสองภาพนั้นบนโปรเจคเตอร์นิ่ง มองให้ชัดเจนขึ้นใจ แววตาที่ผู้หญิงคนนั้นเคยมองเขา แล้ววันหนึ่งเขาก็เปลี่ยนมันให้เป็นแววตาแห่งความผิดหวัง สุดท้ายมันก็กลายเป็นแววตาอ่อนหวานที่มีไว้เพื่อมองคนอื่น

             ปริตต์กลืนน้ำลายลงคออย่างเจ็บร้าว เขาได้รับการ์ดแต่งงานจากพันแสง ตอนแรกคิดว่าจะไม่มา เพราะรู้ว่าพันแสงต้องการให้เขามาเห็นภาพบาดตาบาดใจเช่นนี้ ทว่าวันสำคัญของกันตา เขาอยากมาร่วมยินดีกับเธอ

             “ป้อ...ปริดาซึ่งเดินออกไปรับโทรศัพท์นอกห้องจัดเลี้ยง และเพิ่งเดินกลับเข้ามาได้เห็นภาพดาราขวัญใจของตัวเองยืนอยู่ สีหน้าของชายหนุ่มยามนี้น่าสงสารจับใจ

             พิธีกรเชิญพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวออกไปกล่าวอวยพรและขอบคุณแขก จากนั้นก็เชิญคนสำคัญของงานทั้งสองคนไปพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ กันตามองไปทั่วงาน ผอ.คุณธรรมกับเพื่อนครูที่โรงเรียนนั่งโต๊ะตรงกลาง ถัดไปเป็นโต๊ะของเพื่อนๆ สมัยเรียนมหาวิทยาลัย หญิงสาวนึกขอบคุณพันแสงสุดหัวใจ เพราะเขาเป็นคนจัดการเชิญทุกคนมาร่วมงาน

             เป็นเซอร์ไพรส์ที่เซอร์ไพรส์จริงๆ

             “เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวหน่อย ดูท่าจะอยากจูบเต็มที่แล้วเพชรพูดผ่านไมโครโฟน เพื่อนเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวจึงส่งเสียเชียร์กันยกใหญ่

             “จูบเลยๆ

             พันแสงเหลือบมองหน้าพ่อตา เห็นฝ่ายนั้นนั่งคิ้วขมวดเขาก็อมยิ้ม ก้มหน้าลงไปหาริมฝีปากเจ้าสาวที่กำลังยืนอาย ใกล้จนริมฝีปากเกือบสัมผัสกันแล้ว เขาก็เบี่ยงหน้าไปเป็นหอมแก้มแทน

             “พ่อตาบอกว่าถึงแต่งงานกันแล้ว ก็จูบโชว์คนอื่นไม่ได้ครับเจ้าบ่าวพูดผ่านไมโครโฟนบ้าง ทำเอาผู้ใหญ่ในงานพากันหัวเราะ ส่วนเพื่อนๆ โห่ร้องกันด้วยความผิดหวังที่อดดูฉากหวาน

             ปริตต์ยิ้มขื่น...พันแสงคงทำอย่างที่บอกเขาไว้ได้จริงๆ ว่าจะทำให้กันตาอยู่ด้วยตลอดชีวิต ไม่มีวันกลับมาหาเขาได้อีก รอบตัวของเจ้าบ่าวเจ้าสาวโอบล้อมไปด้วยความสุข และความรัก เขาหมดสิทธิ์ในตัวกันตาแล้วอย่างสิ้นเชิง!

             ดาราหนุ่มเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงมาด้วยหัวใจอันแสนเศร้าและสิ้นหวัง เขากลับไปขึ้นรถที่ขับมาด้วยตัวเอง แล้วตั้งใจขับไปหาร้านนั่งดื่มที่ไหนสักร้าน

             เอี๊ยดดดดด!

             “เฮ้ย!”

             จู่ๆ ก็มีคนกระโดดมาขวางหน้ารถ ทำให้ปริตต์ต้องเบรกกะทันหัน เขาอุทานดวยความตกใจ หน้ารถของเขาจ่ออยู่ที่ชุดราตรีสีเงิน ชนิดถ้าเขาถอยเท้าออกจากเบรกแค่นิดเดียว เจ้าของชุดก็สามารถขาหักได้ในเสี้ยววินาที

             นอกจากทำบ้าๆ แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ยังเดินมาเคาะกระจกรถเขาอีก ปริตต์ยอมลดกระจกลงเพราะเห็นชัดแล้วว่าเป็นใคร

             “คุณจะไปไหนคะ

             “ไปไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่ แล้วคุณทำบ้าอะไร อยู่ๆ มาขวางหน้ารถ ถ้าผมเบรกไม่ทันจะทำยังไง

             “ตายเพราะฝีมือคุณฉันไม่เสียดายชีวิตเลยค่ะ ฉันขอไปด้วยนะคะปริดาพูดจบก็ดึงประตูดู เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ล็อกจึงรีบเปิดแล้วเข้าไปนั่งข้างคนขับอย่างถือวิสาสะ

             “เฮ้ย!”

             ปริตต์อุทาน แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งกอดอกปักหลักแน่น เขาก็หลับตาถอนหายใจ ถ้าไม่ติดว่าหญิงสาวเป็นเพื่อนกันตา เป็นแฟนคลับ เขาก็ไม่ค่อยอยากยุ่งด้วยนัก ไม่ได้รังเกียจอะไร แต่ยายอวบท่าทางเกินๆ คนนี้ชอบเต๊าะเขาด้วยคำพูดที่ลิเกมาก ปลื้มเขาจนเว่อร์ เว่อร์เสียจนเขานึกละอายตัวเอง

             “ไปสิคะ

             “ไปไหน?

             “ไปที่ที่ป้ออยากไปไง

             “ผมอยากไปนั่งดื่มเงียบๆ คนเดียว

             “ถ้าคุณไปดื่มตอนกำลังเสียใจแบบนี้ คุณต้องดื่มจนเมาแน่ๆ แล้วถ้าเมาแล้วขับรถ คุณอาจเจอด่าน โดนเป่า ติดคุก เป็นข่าว พัง! พังแน่ๆ ค่ะปริดาพูดเป็นฉากๆ ราวกับคนเขียนบท

             “ใครเสียใจปริตต์ทำไก๋

             “ถึงไม่เคยมีใครบอกฉัน แต่ฉันรู้นะคะว่าคุณคิดยังไงกับเกี๊ยว สีหน้าคุณอ่านง่ายจะตาย

             “งั้นไหนลองอ่านสีหน้าผมตอนนี้ซิปริตต์บอกด้วยน้ำเสียงระอา หันมาหาเธอตรงๆ แล้วยื่นหน้ามากล้า ปริดาลมหายใจสะดุดไปครู่หนึ่ง หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบทะลุอก...ตายแล้ว! ไม่คิดเลยว่าชาตินี้จะได้ใกล้ชิดป้อเพียงแค่ลมหายใจคั่นกลาง หญิงสาวร่ำร้องอยู่ในใจ

             “คุณรำคาญฉัน อยากไล่ฉันลงจากรถ

             “เก่งนี่เขาชมพร้อมกับยอมรับไปในตัว

             “แต่ฉันไม่ลง เพราะคุณต้องการฉันปริดาเชิดหน้าอย่างมั่นใจ ปริตต์เบิตากว้าง เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม คิดดูสิคะ ถ้าฉันไปด้วย ฉันจะช่วยขับรถให้คุณได้ และฉันสัญญาว่าจะคอยสอดส่องไม่ให้ใครถ่ายรูปถ่ายคลิปคุณแน่นอน

             “ไม่จำเป็น

             “ถ้าคุณเกิดเป็นข่าวเสียหายขึ้นมา...คุณแสงต้องยิ้มเยาะแน่ๆ เพราะรู้ว่าคุณเสียใจเรื่องเกี๊ยว เกี๊ยวเองก็คงจะทั้งเป็นห่วงคุณทั้งโกรธคุณที่สร้างข่าวเสียหายอีก...

             ความคิดที่ว่าผู้หญิงคนนี้ดูล้นๆ เกินๆ ดูท่าจะไม่จริงนัก เธอฉลาดพอตัว ใช้จุดอ่อนเขามาเป็นเครื่องมือ และมันได้ผล

             “โอเค๊...คุณไปกับผมจู่ๆ ปริตต์ก็ยอมง่ายๆ จนปริดาแปลกใจ แต่เธอไม่สนอะไรทั้งนั้น แค่เขายอมให้เธอไปด้วย เท่านั้นก็ดีเว่อร์แล้ว

             ดาราหนุ่มขับรถออกจากโรงแรมค่อนข้างเร็ว เขาขับไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้บอกคนข้างตัว ว่าจะพาไปไหน นึกขันที่เธอนั่งยิ้มตลอดเวลา ไม่รู้เลยสักนิดว่า...เขาแค่จะพาเธอไปส่งที่คอนโด!

 

             ไม่รู้ว่ากลัวฉายา ‘คาสโนว่าจะไม่ขลังหรืออย่างไร พ่อคาสโนว่า ป้อ ปริตต์ ถึงได้มีข่าวให้ชาวเผือกได้ขุดกันอีกแล้ว เมื่อมีปาปารัซซี่แชะภาพพระเอกหนุ่มกำลังพาสาวขึ้นคอนโดฯ ใจกลางเมือง เมื่อคืนวานนี้มาได้

             คราวนี้คงไม่บอกว่าเป็นคนหน้าเหมือนอีกนะคะป้อ เพราะเมื่อวานนี้คนหน้าเหมือนอย่าง ‘ไฮโซพันแสงจัดงานแต่งอยู่ที่โรงแรมหรู ไม่มีเวลาพาสาวที่ไหนขึ้นคอนโดฯ แน่นอนค่ะ

             แต่ที่งงในงงกว่านั้นก็คือ วงในกระซิบมาว่าเจ้าสาวของไฮโซคนนี้เคยเป็นรักเก่าของหนุ่มป้อมาก่อน ดาราหนุ่มถึงได้ย่องไปร่วมงาน และชอกช้ำจนต้องหาคนดามใจ

             อุ๊ย! อะไรกันเนี่ย ช่างซับซ้อนร้อนถึงขาเผือกทั่วประเทศ งงในงงกันไหมละค้าาาาาาา

             #ใต้ความเผือก #ใต้ความหน้าเหมือน #ใต้ความคาสโนว่า

 

             ตั๊กแตนรับแท็บเล็ตคืนมาจากปริตต์หลังจากส่งให้เขาอ่านข่าว ที่เพิ่งอัพเดตสดๆ ร้อนๆ แล้วก็ทิ้งตัวพิงพนักโซฟา ยกมือขึ้นกุมขมับคลึงเบาๆ

             “มันเกิดอะไรขึ้นป้อ ไหนบอกพี่ซิ อย่าบอกว่าไม่มีอะไร เมื่อคืนพี่มาหา เธอไม่อยู่ห้อง โทรไปไม่รับสาย เช้านี้ถึงเที่ยงเธอก็ไม่อยู่ห้องไม่รับสาย นี่พี่มาห้องเธอรอบสามแล้วถึงได้เจอตัวทั้งสีหน้าทั้งน้ำเสียงของตั๊กแตนเครียดจัด

             ปริตต์ที่นอนยืดขาบนโซฟาตัวยาว พลิกตัวนอนคว่ำ เพื่อหนีสายตาเอาเรื่องของผู้จัดการส่วนตัว

             “ก็มันไม่มีอะไรจริงๆ นี่ครับ

             “แล้วข่าวนี้ ภาพนี้มาได้ยังไง ดูพาดหัวข่าวสิ ดักคอเอาไว้แล้วว่าไม่ใช่คนหน้าเหมือน แล้วมันจะมีใครเหมือนเธอได้อีก

             “ผมง่วง อยากพักผ่อนเมื่อไม่อยากตอบดาราหนุ่มก็เลือกจะหนี ตั๊กแตนถอนหายใจแรง

             “ป้อ เธอเปลี่ยนไปมาก ตั้งแต่มีเกี๊ยวเข้ามา เมื่อก่อนเธอเชื่อฟังพี่ เธอมีความรับผิดชอบ รู้หน้าที่ของตัวเอง เป็นน้องที่รัก เป็นดาราที่ทั้งผู้จัด กองถ่าย ช่องต่างชื่นชม แม้จะมีข่าวเรื่องผู้หญิงบ้าง แต่มันก็ไม่ร้ายแรงอย่างนี้

             “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเกี๊ยว

             “แล้วมันเกี่ยวกับใคร!” ตั๊กแตนขึ้นเสียง พี่อุตส่าห์พูดให้เกี๊ยวเลือกพันแสงได้ เพื่อเธอจะได้มีอนาคตในวงการต่อไป แต่สุดท้ายเธอก็ยังหาเรื่องจนได้อีกความโกรธทำให้ผู้จัดการส่วนตัวเผลอหลุดปากบางเรื่องออกมา ปริตต์พลิกตัวกลับมาแล้วลุกนั่งประจันหน้ากับตั๊กแตน

             “พี่พูดว่าอะไรนะ!” เพราะสีหน้าแววตาดุดันของอีกฝ่าย ทำให้ตั๊กแตนระลึกได้ พี่บอกว่าพี่พูดให้เกี๊ยวเลือกไอ้แสงเหรอ? พี่ทำแบบนั้นทำไม ไหนพี่บอกว่าจะช่วยผม!” ปริตต์พุ่งเข้าไปจับไหล่ตั๊กแตนแล้วเขย่าแรงๆ

             “โอ๊ยป้อ! ถึงพี่ไม่พูด เกี๊ยวเขาก็เลือกไฮโซพันแสงอยู่ดี ถ้าเขาจะเลือกป้อ ยังไงเขาก็เลือก!”

             ปริตต์หมุนตัวหันไปทบกำปั้นใส่กำแพง เขาเจ็บ...เจ็บตรงหัวใจ ความผิดพลาดครั้งเดียวในชีวิต ทำลายเขาไม่รู้จักจบจักสิ้น

             “พี่กลับไปได้แล้ว ผมอยากอยู่คนเดียว

             ตั๊กแตนมองดาราในสังกัดด้วยแววตาเป็นห่วงระคนเห็นใจ แต่เธออยากให้เขาลุกขึ้นแล้วไปต่อ ไม่ใช่มัวเศร้า เสียใจ แล้วทำอะไรไม่คิดแบบนี้

             “พี่ไปก็ได้ แต่หวังว่าช่วงที่อยู่คนเดียวป้อจะคิดได้ ว่าถึงขนาดนี้แล้ว สิ่งที่ป้อควรทำคืออะไร คนเราผิดพลาดแล้วอาจจะย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคืออย่าผิดซ้ำซาก เพราะมันไม่มีใครให้อภัยเราได้ตลอด ต่อให้เป็นคนที่รักเราชื่นชอบเรามากก็ตาม

             น่าแปลกที่คำพูดของตั๊กแตนก่อนเดินออกไปจากห้อง ทำให้ปริตต์คิดถึงปริดา ไม่ใช่กันตา ภาพสีหน้าท่าทางตื่นตกใจของสาวร่างอวบ ที่นั่งกอดผ้าห่มไว้แน่น เนื่องจากร่างกายของเธอเปล่าเปลือย ดวงตาแดงก่ำและมีหยดน้ำตารินไหล แววตาตัดพ้อและสับสนจนเขามองไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไร ยังติดตาเขาอยู่

             ‘มันไม่ได้เกิดอะไรขึ้นใช่ไหม

             นั่นคือคำถามโง่ๆ ที่เขาคิดออกและถามเธอไปทั้งๆ ที่ตอนนั้นร่างกายของเขาก็เปล่าเปลือยเช่นกัน

             ปริดาปาดน้ำตาออกจากแก้ม แล้วเม้มปากแน่น ก่อนจะก้าวลงจากเตียงพร้อมลากผ้าห่มพันกายไปด้วย เธอหยิบเสื้อผ้าโยนให้เขา แล้วเดินไปเปิดประตูห้อง โดยไม่พูดอะไรสักคำ

             ดาราหนุ่มยอมทำตาม แต่งตัวเงียบๆ เสร็จแล้วเดินไปยังประตู หยุดมองเธอนิดหนึ่ง ฝ่ายนั้นสบตาเขาแวบเดียวแล้วเมินไปทางอื่น

             เขากำลังจะสูญเสียแววตาของคนที่เคยคลั่งใคล้ ปลาบปลื้มและรักเขาแบบเว่อร์ๆ ไปอย่างนั้นหรือ?

             ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและเขาไม่รู้ตัว ตอนแรกตั้งใจแค่จะไปส่งเธอที่คอนโดฯ แต่เพราะความเสียใจ รู้สึกเหงา หรืออะไรก็สุดรู้ ทำให้เขาเลือกที่จะขอขึ้นไปนั่งดื่มบนห้องของเธอ และอาจเป็นความไว้ใจ เนื่องจากเขาไปมาหาสู่ปริดาหลายครั้งด้วยเรื่องของกันตา แถมระยะหลังเขามักจะไลน์คุยกับเธอเรื่องกันตาบ่อยครั้งเช่นกัน ทำให้ปริดายอมให้เขาขึ้นไป เพียงเพราะเธอคิดว่ามันเป็นพื้นที่ส่วนตัว จะได้ไม่มีใครแอบถ่ายปริตต์ไปเล่นข่าวเสียหาย

             เธอดื่มเป็นเพื่อนเขา จากแก้วแรกเป็นแก้วสอง สาม สี่ ห้า หมดขวด แล้วก็ต่ออีกขวด...กระทั่งพวกเขาทั้งสองคนเมาจนแทบไม่ได้สติ หลังจากนั้นทุกอย่างก็เหมือนจะขาดหายไปจากความทรงจำ ปริตต์ตื่นมาอีกทีเกือบเที่ยง เพราะเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของปริดา

             “โธ่เว้ย!”

             ชายหนุ่มสบถแล้วทุบกำแพงแรงๆ อีกครั้ง ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปเพื่อใช้ความเย็นดับความร้อนรุ่มในหัวใจ

             ความร้อนรุ่มที่เขาสรุปไม่ได้ว่ามันเกิดจากอะไร หรือใครกันแน่

 

             กันตานั่งดูการ์ดแต่งงานสีขาว ที่มีตัวการ์ตูนผู้หญิงถือไม้เรียว ยืนข้างการ์ตูนผู้ชายใส่เสื้อกาวน์ สวมแว่น กำลังใช้สเตทโตสโคป(หูฟังของหมอ) ฟังเสียงหัวใจการ์ตูนผู้หญิงอยู่ มีอักษรย่อชื่อเธอกับเขา K&P มันน่ารักมากในความรู้สึกของหญิงสาว เป็นความน่ารักแบบละเอียดที่เธอคาดไม่ถึงว่าพันแสงจะมีมุมแบบนี้

             “อุ๊ย!”

             หญิงสาวตกใจเมื่อโดนหอม จากคนที่แอบมายืนข้างหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

             “นั่งทำอะไรอยู่ครับเขาถามพลางเกยคางบนศีรษะภรรยา

             “การ์ดนี่คุณคิดเองเหรอคะ ทำไมหมอถึงใส่แว่นล่ะ คุณไม่เห็นใส่แว่นเลย

             “ผมคิดเองสิ ปกติผมก็ใส่แว่นนะ แต่รู้สึกมันเกะกะก็เลยไม่ค่อยได้ใส่ แล้วที่ต้องให้หมอในการ์ดใส่แว่นก็เพราะกลัวคนจะดูไม่ออกว่าเป็นหมอ ปกติไม่ค่อยมีใครคิดอยู่แล้วว่าคนอย่างผมจะเป็นหมอเขาพูดกลั้วหัวเราะ แล้วเดินไปนั่งข้างภรรยา ยกรีโมทขึ้นเปิดทีวี

             “แล้วคุณให้เกี๊ยวหยุดงานทำไมคะเนี่ย

             “อ้าว ก็เราต้องไปฮันนีมูนน่ะสิ คนแต่งงานกันใหม่ๆ ต้องหาสถานที่ฮันนีมูนที่อยู่กันได้ทั้งวันทั้งคืน ไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจาก...เขายื่นหน้าไปจูบซอกคอภรรยาแล้วทำท่าจะเลยเถิด แต่กันตาดันอกเขาไว้ กลัวน้อยหน่าหรือป้าน้อยจะมาเห็น เพราะกำลังอยู่ในห้องรับแขก

             “แต่คุณเพิ่งเปิดคลินิกนะคะ เกี๊ยวเองก็เพิ่งกลับมาทำงาน จะหยุดให้หยุดหลายวันอีกเหรอคะ

             “มีเมียเป็นครูเนี่ย ไม่ดีเลยเนอะ ห่วงความรับผิดชอบมากกว่าสามีเขาบ่นอย่างที่กันตารู้ว่าแกล้ง

             “ไม่ใช่สักหน่อยค่ะ แต่ที่ผ่านมาถึงเราไม่ได้ไปฮันนีมูน เราสองคนก็อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน จนแทบ...กันตาไม่กล้าพูดว่า แทบไม่ได้หลับได้นอน ยิ่งเห็นเขาอมยิ้มยิ่งรู้ว่าคิดถูกที่ไม่พูดออกไป

             “ก็ใช่ แต่เราต้องไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง ผมจองเรือยอร์ชที่ภูเก็ตเอาไว้แล้ว นอนกลางทะเลสักสามวันสามคืน คุณคิดดูสิ ไปไหนไม่ได้ ไม่รู้จะทำอะไรนอกจาก...

             “หื่น!” กันตาว่าเขาอย่างที่เพื่อนๆ เขาตะโกนล้อเมื่อคืนนี้ คนโดนว่ายักไหล่ยอมรับ

             “ลองโซฟาตรงนี้หน่อยไหมล่ะว่าแล้วพันแสงก็กระโจนเข้าไปหา กันตายกมือขึ้นผลักอกเขา พร้อมกับร้องห้าม กระทั่งเสียงข่าวบันเทิงในทีวีพูดชื่อปริตต์ขึ้นมา ทั้งสองคนจึงหยุดโดยอัตโนมัติ หันไปมองหน้าจอพร้อมกันโดยไม่ต้องชวน

             “ยัยปุ๊กลุก!”

             แม้ภาพในข่าวจะไม่ชัดนัก แต่กันตาจำทางเข้าคอนโดฯ และคนในข่าวทั้งสองคนได้ขึ้นใจ เธอรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ปริดาอย่างรวดเร็ว รอจนสายตัดไปสองครั้งฝ่ายนั้นก็ไม่รับสาย

             “ใจเย็นๆ เกี๊ยว เขาอาจจะเข้าห้องน้ำหรือติดธุระอะไรก็ได้

             “งั้นเกี๊ยวขอโทรหาป้อได้ไหมคะ

             “โน!” พันแสงตอบสั้นๆ แต่เด็ดขาด

             “คุณแสง...น้ำเสียงอ้อนวอน แต่คนเป็นสามียังส่ายหน้าไม่ยอมท่าเดียว หื่นแล้วยังขี้หึงอีกกันตาบ่นพึมพำ

             “หื่น หึง และก็โหดด้วยคนเป็นสามียอมรับอย่างไม่อาย

             เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกันตารีบหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อปริดา ก็ดีใจ รีบยกขึ้นรับสายแล้วลุกยืนจะเลี่ยงไปคุยข้างนอก แต่พันแสงคว้าเอวไว้ได้ พร้อมกับดึงให้ลงนั่งบนตัก พอภรรยาทำท่าชี้มือชี้ไม้ว่าจะออกไปคุยข้างนอก เขาก็ยกนิ้วชี้ขึ้นเหวี่ยงไปมา เป็นการบอกว่าไม่ยอม และเธอต้องคุยต่อหน้าเขา กันตาเลยได้แต่ทำหน้ายุ่ง

             “ปุ๊กลุกเกิดอะไรขึ้น

             “เกี๊ยว...ฮือออออ

             “ไม่ได้มีอะไรร้ายแรงใช่ไหม?ถึงจะถามอย่างนั้น แต่น้ำเสียงกันตาบอกชัดว่าเธอไม่มั่นใจเลยสักนิด

             “ป๊าเรียกตัวฉันกลับบ้าน...เขาจะหาคู่ให้ฉันแต่งงาน!”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น