อัปเดตล่าสุด 2019-05-24 15:57:19

ตอนที่ 32 บทที่ 32

บทที่ 32

 

             เวลาทุกนาทีผ่านไปเชื่องช้าราวกับมันขี้เกียจเดินไปข้างหน้าขึ้นมาเสียอย่างนั้น พันแสงเดินวนไปวนมา ร้อนใจจนอยากบุกเข้าไปในห้องฉุกเฉินหลายครั้ง ถึงแม้อาการของกันตาจะดูสาหัส แต่ก็นับว่าหมอใช้เวลานานมาก มากจนเขาชักไม่อยากรอ

             ก่อนที่พันแสงจะได้ทำอะไรบ้าบิ่นลงไป หมอก็ออกมาจากห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พันแสงรีบพุ่งเข้าไปจนหมอต้องยกมือดันอกเขาไว้ เพื่อให้เขาใจเย็นๆ

             “ภรรยาผมเป็นไงบ้างครับหมอ คนถูกถามมองคนถามคล้ายประเมินอารมณ์ หมอ!”

             “แสง ใจเย็นๆ คุณคชาปรามลูกชาย เพราะเห็นได้ชัดว่าหมอกำลังพยายามหาคำพูดที่จะทำให้คนกำลังร้อน ไม่ร้อนขึ้นไปอีก บอกมาเลยครับหมอ

             “คนเจ็บเสียเลือดมาก...อาการตอนนี้ 50:50 ถ้าผ่านคืนนี้ไปได้ แล้วดีขึ้นทั้งร่างกาย และจิตใจของคนเจ็บ ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงครับ

             “มีอะไรมากกว่านั้นหรือเปล่าหมอ พันแสงเป็นหมอ เขาสังหรณ์ใจต่อสีหน้าและคำพูดหมอว่าไม่ได้มีแค่ที่บอก ซึ่งจริงตามนั้น

             “หมอกำลังจะบอกว่า...นอกจากเสียเลือดจากการโดนยิงแล้ว ภรรยาของคุณยังเสียเลือดจากการแท้งด้วยครับ เธอน่าจะตั้งครรภ์ได้ประมาณหกสัปดาห์แล้ว

             เหมือนใครสักคนเอาไม้หน้าสามมาทุบหัว พันแสงรู้สึกมึนคว้าง ในหูดังวิ้งๆ คำบอกเล่าของหมอก้องสะท้อนไปมาย้ำๆ ซ้ำๆ ร่างกายของเขาชาดิก เหมือนโดนราดด้วยน้ำเย็นจัดจนไม่รู้สึก ทว่าหัวใจกลับรู้สึกรานร้าวเหมือนจะแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี

             คุณคชาเซไปด้านหลังจนเกือบล้ม โชคดีที่ปภพประคองไว้ได้ทัน เขาพาท่านไปนั่งบนเก้าอี้ใกล้ๆ สายตาคนเป็นพ่อมองลูกชายด้วยความสงสาร ท่านรู้ว่าความรักของคนเป็นพ่อนั้นมากมายขนาดไหน ถึงพันแสงจะเพิ่งรู้ แต่สายใยของสายเลือด มันเกิดขึ้นตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้รู้ข่าวดี ท่านเคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว

             แต่พันแสงกลับได้รู้ข่าวดีในวินาทีที่มันกลายเป็นข่าวร้ายไปพร้อมๆ กัน

             “ไม่จริง...ไม่จริงใช่ไหมครับ...

             นานหลายนาทีกว่าเขาจะพูดออกมาได้ ร่างสูงใหญ่เริ่มขยับ ทว่ามันเหมือนหุ่นยนต์ ขาก้าวถอยหลังแบบฝืนๆ จนชนกับกำแพง ชายหนุ่มจึงหมุนตัวแล้วใช้กำปั้นทุบมันแรงๆ หลายครั้งอย่างระบายความเจ็บปวดในอก ปภพตั้งท่าจะลุกเข้าไปห้าม แต่คุณคชาห้ามไว้ ปล่อยให้พันแสงได้ปลดปล่อย เขาจะได้มีสติขึ้น

             เสียงสะอื้นบอกชัดว่าการสูญเสียครั้งนี้สร้างบาดแผลสาหัสแก่คนที่เพิ่งรู้ตัวว่า ‘เป็นพ่อ ขนาดไหน แล้วกับคนเป็นแม่ที่กำลังนอนเจ็บอย่างไม่รู้ว่าชีวิตน้อยๆ ได้จากไปแล้วล่ะ เธอจะบอบช้ำสักเพียงใด

             หมอยังไม่อนุญาตให้เยี่ยม จนกว่าคนไข้จะฟื้น แม้ว่าพันแสงจะข้อร้อง หรือกราดเกรี้ยว หมอก็อนุญาตไม่ได้ นั่นทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง จนคุณคชาต้องให้ปภพลากเขาออกมาสงบสติอารมณ์ด้านนอก

             “ผมมันแย่ แย่มาก ผมเป็นหมอ ทำไมผมไม่รู้ว่าเมียตัวเองท้องพันแสงพึมพำอย่างโกรธเกลียดตัวเอง ผมทำให้เกี๊ยวเสียใจ ผมดึงเธอเข้ามาสู่เรื่องบ้าๆ ในชีวิตผม ผมเป็นคนทำลายทุกอย่าง ทั้งชีวิตเกี๊ยว แล้วก็ชีวิต...ลูก

             ดวงตาของชายหนุ่มแดงก่ำ ฉ่ำชื้นด้วยหยดน้ำตาที่เขาพยายามเก็บกลั้นเอาไว้

             “มันเกิดขึ้นแล้วแสง โทษตัวเองไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอก สิ่งสำคัญตอนนี้คือลูกต้องเข้มแข็ง เพราะถ้าหนูเกี๊ยวฟื้นขึ้นมา เธอคงต้องการกำลังใจ ต้องการการปลอบใจ ต้องการลูก

             “ไม่ ผมรู้ว่าเธอไม่ต้องการผม ยิ่งถ้ารู้ว่าต้องสูญเสียอะไรไป เธอจะไม่มีวันให้อภัยผม

             “แล้วลูกจะยอมแพ้อย่างนั้นเหรอ

             “ไม่ ผมไม่มีทางยอม เสียลูกไปคนนึงแล้วผมจะไม่ยอมเสียเกี๊ยวไปอีกคน ขอแค่เธอปลอดภัย ฟื้นขึ้นมา ต่อให้เธอจะฆ่าผมให้ตายผมก็ยอม

             “โธ่...แสงเอ๊ย!” คุณคชาสงสารลูกจับหัวใจ ท่านเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนดวงตาที่แดงก่ำจากการกลั้นน้ำตา เสียหลานไปโดยไม่รู้ตัว ยังต้องมาทนมองลูกชายเจ็บช้ำ และลูกสะใภ้ที่อาการยังไม่ปลอดภัยอีก งานนี้ท่านต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ถ้าสืบได้เมื่อไหร่ว่าใครเป็นคนทำ มันต้องรับผิดชอบอย่างสาสม!

             เสียงโทรศัพท์คุณคชาดังขึ้น ท่านล้วงออกจากกระเป๋ากางเกงแล้วยกขึ้นดูชื่อคนโทรมา เมื่อเห็นเป็นชื่อผ้าฝ้ายก็แทบจะถอนหายใจแรงๆ แสดงว่าทางบ้านของกันตารู้แล้ว

             “ครับ

             “เกี๊ยวเป็นยังไงบ้างคะ น้ำเสียงผ้าฝ้ายร้อนรนระคนเป็นห่วง พอได้เห็นข่าวด่วนช่วงบ่ายที่รายงานสถานการณ์สดๆ ร้อนๆ แบบมีคลิปประกอบ ทั้งกฤติชัย ผ้าไหมและตัวเธอเองพากันตกใจจนแทบช็อก ผ้าไหมเป็นลมล้มพับไปนานกว่าจะฟื้น พอฟื้นขึ้นมาก็ร้องไห้ เกิดอะไรขึ้นคะ

             คุณคชาสูดหายใจเต็มปอด เขาเป็นคนให้เบอร์ผ้าฝ้ายเอาไว้เมื่อวันงานฉลองมงคลสมรสของลูกชาย ให้ไว้เผื่อมีธุระจะได้ติดต่อสะดวก ไม่คิดว่าครังแรกที่ติดต่อกัน จะเป็นการคุยเรื่องนี้

             “มาคุยที่นี่ดีไหม ผมจะให้คนจองตั๋วเครื่องบินให้

             “ไม่ต้องหรอกค่ะ จองเรียบร้อยแล้ว พวกเราเก็บของเรียบร้อยแล้วตอนนี้อยู่สนามบิน ผ้าฝ้ายรายงานก่อนจะลดเสียงลง พี่กฤติโกรธมากเลยค่ะ

             “ก็สมควรอยู่หรอก งั้นเครื่องจะลงกี่โมง ผมจะให้คนไปรับที่สนามบิน

             “ไฟลท์ออกสี่โมง น่าจะไปถึงนู่นเกือบห้าโมงหรือห้าโมงนิดๆ ค่ะ

             “โอเคครับ แล้วเจอกัน คุณคชาวางสายจากผ้าฝ้าย แล้วมองลูกชายที่ยังคงนั่งก้มหน้า แสงกลับบ้านไปก่อน ยังไงวันนี้ก็ไม่ได้เยี่ยมหนูเกี๊ยวหรอก

             “ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะรอเกี๊ยวที่นี่ พันแสงยืนยันหนักแน่น

             “อย่าดื้อน่า โตจนเป็นพ่อคนแล้ว ยังดื้อไม่เข้าท่าอีก กลับไปบ้าน ไปพักไปสงบสติอารมณ์ตัวเอง ไปคิดทบทวนว่าจะเอาไงต่อไป จะทำยังไงกับชีวิต ใช้เหตุผลให้มาก อารมณ์ให้น้อยลง

             “ผมจะกลับไปได้ยังไง ในเมื่อเกี๊ยวนอนเจ็บอยู่ที่นี่

             “แล้วแกนั่งรอที่นี่มันทำให้อะไรดีขึ้นมั้ย นอกจากฟุ้งซ่าน กลับไปเถอะน่า พ่อจะไปรับพ่อกับแม่แล้วก็น้าหนูเกี๊ยวที่สนามบิน

             “ทำไมต้องไปเองละครับคุณท่าน ปภพเอาแต่เงียบมานาน เพิ่งเป็นจังหวะแรกที่เขาถามขึ้น

             “ลูกเขาเจ็บเพราะเรา เขามาด้วยความเป็นห่วง จะปล่อยให้เขามาเอง หรือส่งคนไปรับมันก็ดูใจจืดใจดำไปหน่อยนะ คุณคชาตอบสมเหตุสมผล แต่ปภพก็ยังมีสีหน้าเป็นห่วงเจ้านาย ไม่ต้องกลัวหรอก บอร์ดี้การ์ดของฉันมาแล้ว อีกอย่างคนร้ายมันเพิ่งก่อเรื่อง มันไม่กล้าทำอะไรฉันซ้ำตอนนี้หรอก แกพาแสงกลับบ้านไปก่อน

             “ครับ”

             ปภพรับคำแล้วหันไปทางพันแสง รายนั้นยังนั่งก้มหน้าเงียบ ดื้อแพ่งจะอยู่โรงพยาบาลต่อให้ได้ คุณคชาเลยถอนหายใจ เดินเข้าไปโอบไหล่ลูกชาย

             “กลับบ้าน...ไปตั้งสติ เตรียมตัวรอหนูเกี๊ยวฟื้น การดื้อไม่ช่วยอะไรเลยแสง”

             คนฟังหลับตาลง...ตอนจิรดาตาย เขาคิดนั่นคือความเจ็บปวดอย่างที่สุดแล้ว ทว่ามันเทียบไม่ได้กับตอนนี้เลย ชายหนุ่มยอมลุก แล้วเดินนำปภพไปขึ้นรถเงียบๆ

 

             ทุกคนในบ้านรอการกลับมาของพันแสง เพื่อจะถามเรื่องอาการกันตาด้วยความเป็นห่วง หากเมื่อเห็นสภาพชายหนุ่มกลับไม่มีใครกล้าปริปากเลยสักคน เพื่อนทั้งสามคนของเขาได้แต่มองอย่างเป็นห่วง

             “พวกแกกลับไปก่อนเถอะ วันนี้ไม่มีงานเลี้ยงแล้ว”

             “แสง...”

             “กลับไปก่อนเถอะ ไว้ฉันจะเล่าให้ฟังทีหลัง ตอนนี้ฉันขออยู่เงียบๆ คนเดียวก่อน ขอบใจพวกแกมาที่มา”

              ทั้งสามคนมองหน้ากันแล้วยอมทำตามโดยดี เพราะสภาพของเจ้าของบ้านในตอนนี้เหมือนคนไร้วิญญาณ ดวงตาเหม่อลอย ดูเคว้งคว้าง

             พันแสงเดินไปริมสระน้ำ ซึ่งเขาเลือกใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดวันนี้ ดอกไม้ ลูกโป่ง อาหาร เครื่องดื่ม ห่วงยางสีสันสวยงาม ทุกอย่างถูกจัดไว้เพื่อรอแขกมาร่วมฉลอง พานให้นึกถึงวันนี้เมื่อสี่ปีก่อน จิรดากับปริตต์มาร่วมงานวันเกิดเขา ท่าทางสนิทสนมกันเกินเพื่อนของทั้งสองคนทำให้เพื่อนๆ พากันแซว นั่นทำให้ปริตต์ยอมรับกับทุกคนว่าเขาคบกับจิรดา

             ในตอนนั้นพันแสงรู้สึกเหมือนหัวใจแหลกสลาย แม้จะรู้อยู่แล้วว่าจิรดาชอบปริตต์ แต่ที่ผ่านมาสถานะของทั้งสองคนไม่เคยชัดเจน พันแสงก็ยังมีความหวัง...หวังทั้งที่เธอไม่เคยมองเขาเกินเพื่อน แล้ววันเกิดปีถัดมาทั้งสองคนก็ไม่ได้มาร่วมงานวันเกิดของเขา เพราะวันนั้นปริตต์ต้องไปงานเปิดตัวหนังเรื่องแรก และเขาชวนจิรดาไปร่วมงานด้วย พันแสงเพิ่งมารู้ทีหลังว่าวันนั้นจิรดาต้องไปรอดาราหนุ่มที่เพิ่งเข้าวงการไม่นาน ในห้องห้องหนึ่งโดยไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นใคร เพราะไม่สามารถเปิดเผยตัวตนได้ว่ากำลังคบหากับดาราหนุ่ม จิรดาเสียใจแต่เลือกจะทน

             และเมื่อสองปีก่อนพันแสงไปเรียนต่อเมืองนอก พร้อมกับจิรดาที่หัวใจบอบช้ำจากความรัก ปริตต์ไม่กล้ายอมรับกับคนอื่นว่าจิรดาคือคนรักที่กำลังคบหาดูใจกัน ซึ่งความจริงแล้วคือหมอนั่นไม่ได้รักจิรดาจริงๆ เขาคบเพราะจิรดาหน้าเหมือนกันตา คบเพียงเพราะต้องการหาคนมาลบล้างความรู้สึกบางอย่างของตัวเอง

             ซึ่งมันตรงกันข้ามกับจิรดา เธอไม่เคยรักใคร ไม่เคยคบใครมาก่อน ปริตต์คือรักแรกและหวังให้เป็นรักตลอดไป ยามเมื่อผิดหวัง ทุกอย่างเลยเหมือนพังครืนลงมา แม้จะหนีไปเรียนต่อเมืองนอกเพื่อหวังรักษาแผลใจ แต่มันก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเธอตรอมใจจนล้มป่วย

             ป่วยกาย ป่วยใจ...เป็นโรคซึมเศร้านานนับปี จนเธอเลือกปลิดชีวิตตัวเองด้วยการกระโดดตึก

             การสูญเสียครั้งนั้น...พันแสงคิดว่ามันมากที่สุดแล้ว แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่ามันไม่ใช่

             “อ๊าก!” เขาพังข้าวของทุกอย่างที่ถูกจัดวางไว้อย่างสวยงาม โยนมันทิ้งอย่างบ้าคลั่ง สาวใช้ต่างพากันกลัว ไม่เคยเห็นพันแสงเป็นแบบนี้ ปภพเลยไล่ให้ทุกคนกลับเข้าบ้าน ส่วนตัวเขายืนมองเจ้านายระบายอารมณ์กับทุกสิ่งโดยไม่ห้าม รอจนเขาใจเย็นและหยุด ทรุดกายลงนั่งริมสระน้ำอย่างหมดเรี่ยวแรง  

             “ดื่มสักหน่อยไหมครับ ปภพถามพร้อมกับยื่นแก้วไวน์ให้ มันหลงเหลืออยู่ขวดหนึ่งที่ยังไม่แตก พันแสงรับไปกระดกรวดเดียวหมดแก้ว แล้วยื่นกลับมาให้คนสนิทรินให้ใหม่ ทำอย่างนั้นซ้ำหลายครั้งกว่าจะหยุด ปภพนั่งลงห้อยขาจุ่มน้ำในสระข้างๆ เจ้านายที่เหมือนเพื่อนคนหนึ่ง

             “ถ้าแกเป็นเกี๊ยว แกจะเกลียดฉันมากไหมวะภพ จู่ๆ คนที่กำลังก้มมองน้ำในสระก็ถามขึ้น ปภพเงียบไปอึดใจก่อนตอบ

             “อาจจะโกรธมาก แต่ไม่เกลียดครับ

             “อย่าพูดให้กำลังใจ

             “เปล่าเลย ผมพูดความจริง และเชื่อว่าคุณเกี๊ยวก็คิดแบบนั้น สิ่งที่คุณทำให้เธอทุกอย่างเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่แท้จริง ผมว่าคุณเกี๊ยวเธอรับรู้ได้

             “ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมเกี๊ยวถึงเดินร้องไห้ออกจากบ้านไป

             “เพราะเธอได้รู้ความจริงกะทันหัน เธออาจต้องการเวลาคิดแค่สักชั่วโมงสองชั่วโมง ต้องการเพื่อนปรึกษาสักคน เพื่อใคร่ครวญและตั้งสติ แล้วกันให้โอกาสคุณได้อธิบาย คุณเกี๊ยวเป็นคนมีเหตุผล น่าจะให้อภัยคุณได้ แต่บังเอิญมันเกิดเหตุเสียก่อน

             “ก็อาจจะจริง...แต่หลังจากนี้เขาคงไม่ให้โอกาสฉัน เพราะถ้ารู้ว่าเสียลูกไป เขาคงไม่อภัยให้ฉันแน่ๆ

             “อย่าเพิ่งกังวลไปเลยครับ ขอให้คุณเกี๊ยวฟื้นอย่างปลอดภัย ถ้าเธอผ่านมาได้ นั่นแสดงว่าคุณได้โอกาสปภพพูดแล้วเว้นจังหวะ พันแสงเงยหน้าขึ้นมองเขา ผมเชื่อว่าคุณแสงจะทำให้คุณเกี๊ยวอภัยให้จนได้ เพราะคุณแสงจะไม่มีวันยอมเสียคนที่คุณแสงรักและรักคุณแสงไปใช่ไหมครับ

             “ใช่ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะไม่มีวันยอมเสียเกี๊ยวไปเด็ดขาด

             พันแสงดื่มไวน์จนหมดขวดและหลับพับไปริมสระน้ำ ปภพมองเจ้านายหนุ่มด้วยความเห็นใจ โชคชะตามักเล่นตลกกับคนเราเสมอ ราวกับว่าสนุกที่ได้ส่งบททดสอบยากๆ มาให้ต่อสู้จนแทบหมดแรง

             “กัดฟันสู้ เอาชนะบททดสอบนี้ไปให้ได้นะครับคุณแสง

             ปภพพึมพำเบาๆ กับคนที่นอนหลับไม่ได้สติ

 

             ร่างใหญ่ขยับตัวพลิกนอนตะแคงแล้วทำหน้ายู่เมื่อรู้สึกปวดหัวจนแทบระเบิด นอนนิ่งอีกครู่ จึงค่อยๆ ดันตัวลุกขึ้นนั่ง ยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ เพื่อคลายอาการปวด เมื่อสติกลับมาครบถ้วน ชายหนุ่มก็ตกใจ หันขวับไปมองนาฬิกาบนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วต้องเบิกตากว้างเมื่อมันบอกเวลาว่าแปดโมงเช้าแล้ว

             “ทำไมไม่ปลุกวะปภพ ชายหนุ่มบ่นแล้วรีบลุกจะไปอาบน้ำแต่งตัวไปโรงพยาบาล แต่จังหวะนั้นหางตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างวางอยู่บนเตียง เพราะสีของมันโดดเด่น ชายหนุ่มหันมองแล้วหยิบขึ้นมาดู เขาไล่สายตาอ่านข้อความสั้นๆ บนโพสต์อิท แล้วดึงมันออกเพื่อจะพบว่า ด้านล่างคืออุปกรณ์ตรวจการตั้งครรภ์ที่มีเส้นสีแดงปรากฏขึ้นสองเส้น

             ชายหนุ่มจ้องมองนิ่ง มือของเขาเริ่มสั่น ริมฝีปากสั่นจนต้องเม้มไว้ ดวงตาแดงรื้นไปด้วยหยดน้ำอุ่นที่เอ่อขึ้นมาคลอเบ้าตา...มันเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตเขา

             “ลูกพ่อ...

             พึมพำออกมาด้วยหัวใจที่แตกสลาย นั่งมองอีกครู่เขาก็วางมันไว้บนโต๊ะแล้วรีบลุกไปอาบน้ำแต่งตัว เขาสูญเสียมากพอแล้ว จากนี้ไปเขาต้องรักษาสิ่งที่เหลืออยู่ไว้ให้ดีที่สุด!

              พันแสงมาถึงโรงพยาบาลตอนเก้าโมงเศษๆ และพบว่าครอบครัวของกันตาทั้งสามคนมารออยู่ก่อนแล้วพร้อมกคุณคชา เขายกมือไหว้ทุกคน ผ้าไหมกับผ้าฝ้ายรับไหว้ ทว่ากฤติชัยไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา ซึ่งชายหนุ่มไม่โกรธ เขาเตรียมใจเอาไว้แล้วว่าท่านต้องโกรธมาก

             “ผมขอโทษครับ ที่ดูแลเกี๊ยวไม่ดี

             ในขณะที่กฤติชัยยังคงเงียบ ผ้าไหมกับผ้าฝ้ายกลับส่งยิ้มให้พันแสงอย่างเข้าใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ และเมื่อคืนคุณคชาก็อธิบายเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง ยกเว้นเรื่องที่กันตาไปได้ยินพันแสงกับเพื่อนๆ ที่พวกเขายังไม่รู้

             “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ผ้าไหมบอกน้ำเสียงอ่อนโยน สีหน้าของเธอหม่นหมอง ดวงตามีหยดน้ำคลอคลองตลอดเวลา เพราะนอกจากรู้ว่าลูกสาวโดนยิงแล้ว ยังต้องรับข่าวร้ายว่าได้สูญเสียหลานไปด้วยเช่นกัน

             เวลาล่วงเลยทรมานใจญาติคนเจ็บไปอีกหลายชั่วโมง จนกระทั่งเที่ยงหมอจึงมารายงานผลว่ากันตาพ้นขีดอันตรายแล้ว รอดูอาการอีกสักนิดถ้าดีขึ้นตามลำดับก็สามารถย้ายไปห้องพักฟื้นได้

             เมื่อข่าวดีข่าวแรกมา ทุกคนก็ใจชื้นขึ้นมาก ความหวังเพิ่มขึ้น ความตึงเครียดจึงลดลงเล็กน้อย พันแสงยืนยิ้มกับบิดา ใจของเขาเฝ้ารออย่างจดจ่อ อยากเห็นหน้ากันตา อยากจับมือ อยากโอบกอด อยากขอโทษและบอกให้เธอรู้ว่าเขาเสียใจแค่ไหน อยากอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง...และอยากปลอบใจเธอเรื่องลูก

             แต่ทั้งหมดที่พันแสงอยากทำ เขาต้องรอถึงสามวันสามคืน เพราะกันตาได้รับการย้ายมาห้องพักฟื้นในเย็นวันนั้น แต่เธอยังไม่ได้สติ มีแค่อาการเพ้อ ละเมอเป็นบางครั้ง

             วินาทีแรกที่หญิงสาวลืมตาตื่นขึ้นมาเธอเห็นมารดาเป็นคนแรก พอจะขยับตัวก็รู้สึกเจ็บแผลตรงหน้าอกด้านขวาจนต้องนิ่วหน้า

             “นอนนิ่งๆ ก่อนเกี๊ยว ผ้าไหมจับไหล่ลูกสาวแผ่วเบา ทั้งรักทั้งห่วงสุดดวงใจ

             “เกี๊ยวอยู่ที่ไหน แล้วแม่มาที่นี่ได้ยังไงคะ เพราะหลับไปหลายวันทำให้กันตามึนงง เธอยังไม่ได้กวาดสายตาไปโดยรอบ จึงไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ในโรงพยาบาลและมีคนอื่นอยู่ในห้องอีกหลายคน

             “ลูกอยู่โรงพยาบาลจ้ะ หลับไปตั้งสามวันสามคืน พวกเราเป็นห่วงลูกมากรู้ไหม มือบางลูบผมลูกสาวเบาๆ แล้วก้มลงจูบหน้าผากอย่างแสนรัก พระคุ้มครองแล้วนะลูกนะ

             คำว่าพวกเราทำให้กันตาละสายตาจากมารดา เพื่อมองไปรอบห้อง ผ้าฝ้ายยิ้มให้เธอ คุณคชาก็ยิ้มให้ด้วยความยินดี มีแต่บิดาของเธอเท่านั้นที่แววตาบอกว่าดีใจแต่ยังคงตีสีหน้าขรึมอยู่

             ยังขาดไปอีกคน...

             “แสงไปคุยกับหมอจ้ะ เดี๋ยวก็คงมา ผ้าฝ้ายบอกอย่างอ่านสายตาหลานสาวออก กันตารับรู้แล้วเงยหน้าขึ้นมองมารดาอีกครั้ง

             “เกี๊ยวอยากกลับบ้านค่ะแม่ กันตาบอกมารดาเสียงเศร้า

             “ยังกลับไม่ได้หรอกลูก หนูต้องพักที่นี่อีกหลายวัน ผ้าไหมเหลือบมองคนอื่นๆ คล้ายจะปรึกษาว่าควรบอกเรื่องที่กันตายังไม่รู้ดีไหม

             “ให้หายดีก่อน แล้วค่อยกลับบ้านนะหนูเกี๊ยว คุณคชาบอกด้วยรอยยิ้มเอ็นดู เสียงประตูห้องเปิดและคนที่เดินเข้ามาคือพันแสง โดยมีปภพเดินตามหลังเข้ามาด้วย

             “เกี๊ยว! คุณฟื้นแล้ว เป็นยังไงบ้าง เจ็บแผลหรือเปล่า ชายหนุ่มพุ่งไปยืนข้างเตียงด้วยความดีใจ ยื่นมือไปจะจับมือภรรยา แต่เธอเลื่อนมือหนีพร้อมกับเมินสายตาไปทางอื่น

             คุณคชาคิดว่าลูกชายคงมีเรื่องต้องคุยกับกันตาให้เข้าใจ รวมถึงเรื่องการสูญเสียลูกไป พันแสงควรเป็นคนบอกกันตาด้วยตัวเอง เพราะเขาเป็นทั้งสามีและสูตินรีแพทย์ คงมีคำพูดดีๆ ได้มากกว่า “เอ้อ นี่ก็เที่ยงแล้ว ผมว่าเราออกไปหาอะไรทานกันดีกว่านะครับ

             “ผมยังไม่หิว ยังไม่อยากกินอะไรตอนนี้ กฤติชัยตอบขึ้นเสียงเรียบจนเกือบห้วน

             “ไม่หิวก็ควรกินอะไรสักหน่อยค่ะ คุณมียาต้องกินหลังอาหารด้วย เมื่อวานความดันขึ้นสูง ต้องใจเย็นๆ นะคะ น้อยครั้งมากที่ผ้าไหมจะทำอย่างนี้ ปกติเธอไม่เคยขัดสามี ยอมคล้อยตามทุกอย่าง แต่ดูแล้วเรื่องนี้ถ้าไม่เป็นเธอก็ไม่รู้ว่าใครจะทำให้คนที่กำลังโกรธยอมได้

             “นั่นสิคะ พี่กฤติ ออกไปหาอะไรกินกันดีกว่าค่ะ ฝ้ายหิ๊วหิว พยาธิในท้องดิ้นอีกแล้วเนี่ย กฤติชัยถอนหายใจแรงแล้วเดินออกจากห้องนำไปก่อน ไหนบอกว่าไม่หิวไง ดูซิ ไปอย่างเร็วเลย ผ้าฝ้ายแกล้งแซวจนพี่สาวต้องยื่นมือมาตีแขน

             คุณคชาพยักหน้าให้ลูกชาย แล้วหันมาผายมือให้ผ้าไหม กับผ้าฝ้ายเดินนำไปก่อน เขาจึงเดินตามหลัง และปภพก็รู้หน้าที่ดี จึงเดินตามออกมาด้วยอีกคน แต่เขาแค่มาเฝ้าหน้าห้อง ไม่ได้ไปร่วมมื้อเที่ยงกับคนอื่นๆ

             “เกี๊ยว...

             “ฉันง่วงค่ะ อยากพักผ่อน

             น้ำเสียงเย็นชากับสรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้พันแสงรู้ว่าเธอกำลังโกรธ และถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาจะเอาชนะเธอด้วยความห่าม แต่วันนี้เขามองภรรยาด้วยแววตาที่รู้สึกผิด

             “ทำไมคุณไม่บอกผมเรื่องนี้ คุณรู้มานานหรือยังพันแสงล้วงอุปกรณ์การตรวจการตั้งครรภ์ออกมายื่นให้หญิงสาว กันตามองแล้วตกใจเล็กน้อย เธอเอื้อมมือจะคว้าแต่เขาเหวี่ยงมือหนี ทำให้เธอผวาตามไปจนรู้สึกเจ็บแผลที่โดนยิง และท้องน้อย

             “โอ๊ย!” หญิงสาวเลื่อนมือลงกุมท้อง

             “เกี๊ยว ผมขอโทษ คุณเจ็บมากหรือเปล่า

             “เกิดอะไรขึ้น!” กันตาเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกาย ที่มากกว่าแค่ความเจ็บแผลตรงหน้าอกด้านขวา ดวงตาหญิงสาวหวานหวั่นขณะจ้องตาสามี ฉันถามว่าเกิดอะไรขึ้น!”

             “ใจเย็นๆ เกี๊ยวพันแสงทรุดนั่งลงบนขอบเตียงดึงมือเธอมากุมไว้ แต่กันตาดึงกลับสุดแรง ดวงตาของเธอจ้องเขาอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ พันแสงหลับตาระบายลมหายใจยาว

             “บอกฉันมา!”

             “เขาไม่อยู่กับเราแล้ว...ลูกไม่อยู่กับเราแล้วเกี๊ยวไม่ว่าช้าหรือเร็วกันตาก็ต้องรู้ น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ ยิ่งเห็นริมฝีปากบางสั่น หัวไหล่ไหวอย่างคนที่กำลังตกใจ เสียใจอย่างหนัก เขายิ่งเจ็บปวดหัวใจ เกี๊ยว ผมขอโทษ ผมผิดเองเขาคว้าร่างบางมากอดไว้ แต่กันตาดิ้น ยกมือขึ้นทุบตีเขา

             “ไม่จริง! มันต้องไม่เป็นแบบนี้...มันต้องไม่ใช่แบบนี้ ฮือกันตาดิ้นจนหมดแรง เธอร้องไห้จนตัวโยน น้ำตารินไหลไม่ขาดสาย สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมแขนของพันแสง ทำไมมันต้องจบลงแบบนี้ด้วย

             “ผมขอโทษ...ขอโทษจริงๆ เกี๊ยว

             “มันไม่มีประโยชน์...คำขอโทษของคุณมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยกันตาดิ้นแรงอีกครั้ง เธอโกรธเขา ผิดหวัง เสียใจ เจ็บปวด จนไม่อยากให้เขาแตะต้องเนื้อตัว ปล่อยฉัน ปล่อยสิ โอ๊ย!” ดิ้นจนเจ็บแผลแต่ก็ยังไม่ยอมหยุด

             “เกี๊ยว อย่าทำแบบนี้พันแสงร้องขอแต่กันตาไม่ฟัง เธอยังกัดฟันดิ้นไม่สนความเจ็บกาย เพราะหัวใจเจ็บกว่าร้อยเท่าพันเท่า โอเคๆ เกี๊ยว ผมยอมแล้วยอมปล่อยให้ภรรยาเป็นอิสระแล้วลุกยืนถอยห่างออกมาเล็กน้อย

             กันตาทิ้งตัวลงนอนอย่างหมดเรี่ยวแรง หากน้ำตายังไม่หยุดไหล เธอเอียงหน้าหนีไปอีกทาง ไม่อยากมองคนที่ทำให้เธอต้องสูญเสียลูกไป

             ความเงียบคลี่คลุมบรรยากาศทั่วห้อง ได้ยินเพียงเสียงสะอื้นของคนเจ็บ พันแสงมองภรรยาด้วยแววตาที่เจ็บเจียนจะขาดใจ เขาไม่รู้จะต้องทำอย่างไรให้เธอคลายความโศกเศร้า ยังไม่ต้องหายโกรธเขาก็ได้ แต่เขาแค่อยากให้เธอรู้สึกดีขึ้นบ้างแค่นั้นเอง

             “ฉันอยากอยู่คนเดียว

             “ถ้าคุณไม่อยากเห็นหน้าผม ผมจะไป แต่ผมปล่อยให้คุณอยู่คนเดียวไม่ได้ รอให้ทุกคนกลับมาก่อน แล้วผมจะไปทันที แต่ผมจะกลับมาแน่นอน ต่อให้คุณเกลียดผมสักแค่ไหน ผมก็จะไม่ยอมให้คุณไปจากชีวิตผม

             หญิงสาวหันขวับมามองเขา เธออยากสวนกลับไปว่า...ที่ไม่ยอมปล่อยเพราะอยากแก้แค้นปริตต์ใช่หรือเปล่า แต่ก็ไม่พูดออกมา ใช้เพียงสายตาตัดพ้อต่อว่าเขาก่อนจะเมินหนีอีกครั้ง

             “ฉันหมายถึงว่า...ฉันอยากอยู่คนเดียวไปทั้งชีวิต

             “ไม่มีทาง ผมไม่มีวันยอม

             “คุณต้องฟังผมอธิบายเรื่องทั้งหมด ถ้าคุณได้ยินสิ่งที่ผมพูดกับเพื่อนๆ แล้วเดินร้องไห้ออกจากบ้าน แสดงว่าคุณไม่ได้ฟังจนจบ...

             “พอแล้ว ฉันไม่ได้สนว่าจนจบมันเป็นยังไง แต่ฉันแค่รู้ว่าจุดเริ่มต้นมันแย่ มันแค่เรื่องการแก้แค้น แค่เรื่องดึงฉันมาเป็นตัวแทนคนอื่น มันก็แย่มากพอแล้ว คุณออกไปเลย ไม่ต้องรอใครกลับมาทั้งนั้น!”

             กันตาไล่เขา แต่แทนที่พันแสงจะทำตาม เขากลับถอยหลังไปนั่งลงบนเก้าอี้ เพื่อเป็นการยืนยันว่าเขาจะไม่ไปไหน หญิงสาวจึงได้แต่เม้มปากแล้วหลับตาลง เธอเหนื่อยล้า อ่อนแรง ไม่อยากรับรู้อะไรเลย

             พันแสงไม่ได้อยากดื้อดึง แต่เขารู้ว่าผู้หญิงที่กำลังท้องฮอร์โมนจะเปลี่ยนกะทันหัน แล้วกันตายังมาสูญเสียลูกไปกะทันหันอีก สิ่งที่ชายหนุ่มห่วงคือภาวะซึมเศร้า แน่นอนว่าเขาสูญเสียจิรดาไปเพราะโรคซึมเศร้า และเขาไม่อยากให้มันซ้ำรอยอีก

             “ต่อให้คุณไม่อยากฟัง ไม่อยากเชื่อ แต่ผมก็อยากบอก ว่าผมเสียใจ และผมรักคุณ...รักคุณเท่านั้น ไม่ใช่เพราะคุณเป็นตัวแทนใคร และจะไม่มีวันมีใครมาแทนคุณได้เช่นกัน

             ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ จากคนบนเตียง เธอเงียบและหลับตานิ่ง มีเพียงหยดน้ำตาที่บอกให้พันแสงรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น