อัปเดตล่าสุด 2019-05-24 16:00:32

ตอนที่ 33 บทที่ 33

บทที่ 33

 

             “อะไรนะ! เกี๊ยวออกจากโรงพยาบาลไปแล้ว

             พันแสงถามเสียงดังลั่นเมื่อปภพมารายงานเขาที่คลินิก นับจากวันที่กันตาไล่เขา พันแสงก็ไม่ไปให้เธอเห็นหน้าอีกเลย แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ไปเยี่ยมเธอ เขาไป แค่ไปในตอนที่เธอหลับแล้วเท่านั้น ไม่อยากให้เธอรำคาญใจเมื่อเห็นหน้าเขา นอกเหนือจากนั้นเขาก็ให้ปภพไปคอยสอดส่องเป็นระยะ ส่วนตัวเขาก็ทำงานที่คลินิกจนแทบไม่ได้พักผ่อน

             “คุณกฤติชัยหลอกให้ผมออกไปซื้อของ พอผมกลับไปทุกคนก็หายไปหมดแล้ว

             ปภพรายงาน ความจริงตอนกฤติชัยไหว้วานเขาให้ไปซื้อของ ชายหนุ่มก็รู้สึกเอะใจแล้ว เพราะปกติกฤติชัยไม่คุยกับเขาเลย ไม่ขอความช่วยเหลือ และไม่รับความช่วยเหลือใดๆ ทั้งสิ้น พอเขาเอ่ยปาก ปภพเลยไม่อยากขัด ยอมทำตามทันที แม้จะรีบไปรีบกลับเพราะมีลางสังหรณ์บางอย่างแล้ว ก็ยังไม่ทันอยู่ดี

             “เกี๊ยวตั้งใจหนีฉัน และพ่อตาก็คงเห็นด้วย ฉันไม่โทษพวกเขาหรอก ให้เกี๊ยวกลับไปพักที่บ้านเขาให้รู้สึกดีขึ้นก็ดีเหมือนกัน ไม่เห็นหน้าฉันเขาอาจจะหายเร็วขึ้น

             “ไม่จริงหรอกคนที่เพิ่งผ่านประตูคลินิกเข้ามาเป็นคนเอ่ยขึ้น คุณคชาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าลูกชาย มองเขาด้วยแววตาตำหนิ แกไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำไมถึงพูดแบบนี้

             “แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง เขาไล่ผม ไม่อยากเห็นหน้าผม แม้แต่เจ็บขนาดนั้นยังไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้เลย

             “แกไม่เคยได้ยินรึไง เขาว่าผู้หญิงด่าแปลว่าผู้หญิงรัก มีผู้หญิงคนไหนบ้างในโลกนี้ที่ปากตรงกับใจ ไม่มีหรอกคุณคชาถามเองตอบเอง เลิกทำตัวงี่เง่าบ้างาน ทำหน้าเป็นหมาหงอยแล้วรีบไปตามเมียแกกลับมาซะ เชื่อพ่อสิ คนที่หนูเกี๊ยวต้องการมากที่สุดและจะทำให้เธอหายดีได้ก็คือตัวแก เขาไล่ เขาหนี ก็เพราะเขาอยากให้แกง้อ ให้แกพยายามแสดงให้เห็นว่าแกรู้สึกผิดจริงๆ รักเขาจริง จริงใจกับเขาจริงๆ

             “แต่ผมมีนัดคิวคนไข้ไว้เยอะคนเป็นลูกอุบอิบบอก

             “นัทจะดูแลคนไข้ให้เองค่ะ คุณแสงไม่ต้องห่วงนัทมนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องตรวจบอกด้วยรอยยิ้ม หันไปยกมือไหว้คุณคชาแล้วก้าวมายืนข้างพันแสง ไปเถอะค่ะ คุณพ่อพูดถูกนะคะ ไปตามคุณเกี๊ยวกลับมา

             คนที่เหมือนกำลังโดนรุมคิ้วขมวด เคาะปากกาในมือลงบนโต๊ะอย่างใคร่ครวญ เขาเพิ่งเข้าใจปริตต์เดี๋ยวนี้เองว่าทำไมหมอนั่นถึงหนีกันตามาเรียนกรุงเทพฯ ทั้งๆ ที่รักเธอ เพราะสายตาผิดหวังของกันตามีผลต่อคนที่รักเธอมาก ดวงตาคู่สวยคู่นั้นยามมองคนอื่นด้วยแรงตัดพ้อและเสียใจ มันแทบจะฆ่าคนที่ถูกมองให้ตายทั้งเป็นได้เลย

             “แกนี่กลัวเมียเอามากเลยนะแสงคุณคชาพูดกลั้วหัวเราะ

             “พ่อพูดอะไรเนี่ยชายหนุ่มเสียงดังกลบเกลื่อน เหลือบมองนัทมนกับปภพที่ยืนอมยิ้มแล้วยิ่งอาย ผมก็แค่ไม่อยากให้เขารำคาญแค่นั้นเอง

             “เออ งั้นก็อยู่ทำงานที่นี่แหละ กลัวเขารำคาญ แต่ไม่กลัวใครมาคาบไปกินก็ตามใจ บางทีพ่อตาแกอาจจะหาข้าราชการหนุ่มๆ ไม่รวยแต่มั่นคงให้หนูเกี๊ยวสักคนก็เป็นได้นะ

             “พ่อไม่ต้องมาหลอกเหมือนผมเป็นเด็กหรอกน่า

             “ไม่ได้หลอกแต่ระวังไว้ก็ไม่เสียหาย เอาล่ะ ฉันกลับละ ต้องไปธุระต่อ เชิญแกทำงานให้สบายใจก็แล้วกัน

             พอคุณคชากลับไป นัทมนกลับเข้าห้องทำงานของตัวเอง และปภพก็แยกไปอีกมุมหนึ่ง พันแสงจึงมีเวลาคิดตามคำพูดบิดาอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากทำอย่างที่ท่านแนะนำ แต่ถ้าไปตอนนี้ทั้งกันตาทั้งพ่อตาคงไม่ยอมให้เขาเข้าบ้านแน่ ที่สำคัญกันตายังไม่หายดีร้อยเปอร์เซ็นต์เขากลัวจะทำให้เธอเครียดขึ้นไปอีก

             “โธ่เว้ย!”

             ชายหนุ่มตะโกนออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ ความรักทำให้เขาเป็นคนคิดมากตั้งแต่เมื่อไหร่ ก่อนหน้านี้เขาอยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคยคิดวนไปวนมา ไม่มัวกังวลนั่นนี่อย่างตอนนี้เลย

             ...หรือเขาควรกลับไปเป็นพันแสงคนเดิม พุ่งเข้าชนเพื่อสิ่งที่หัวใจเรียกร้อง!

 

             หนึ่งสัปดาห์ถัดมา...

             เสียงกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น คนที่รีบวิ่งออกไปดูคือผ้าฝ้าย เพราะเธอหวังเสมอว่าสักวันพันแสงต้องตามมาหากันตา และถ้ากฤติชัยเป็นคนเจอก่อน เขาไม่ยอมให้พันแสงเข้าบ้านแน่ ดังนั้นหญิงสาวจึงคอยชะเง้อคอมองประตูรั้วทุกวัน แล้ววันนี้ก็สมหวังดั่งใจเธอ

             แค่มองจากไกลๆ ผ้าฝ้ายก็จำได้ว่าร่างสูงที่ยืนหลังรั้วนั่นคือพันแสง เธอมองซ้ายมองขวา ไม่เห็นพี่เขยก็เลยรีบวิ่งไปที่ประตูรั้วอย่างรวดเร็ว เพื่อบอกให้คนมาตามหาภรรยาพบความผิดหวัง!

             “ผมมาหาเกี๊ยวครับน้าฝ้าย

             “ทำไมเพิ่งมาตอนนี้ล่ะแสง เกี๊ยวไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว

             “ไม่ได้อยู่ที่นี่!? แล้วเกี๊ยวไปไหนละครับพันแสงถามด้วยความร้อนใจ

             “เกี๊ยว...

             “จะไปไหนก็ช่าง เธอไม่จำเป็นต้องรู้เสียงกฤติชัยดังมาจากด้านหลัง ทำเอาผ้าฝ้ายสะดุ้งโหยง รีบหันกลับไปมอง พอเห็นสายตาพี่เขยที่มองมาอย่างขุ่นขวาง เธอก็ยิ้มแหย รีบถอยห่างออกจากรั้วแล้วเดินเร็วๆ กลับเข้าไปในบ้านทันที

             “แต่เกี๊ยวเป็นภรรยาผม ผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ไม่ใช่เหรอครับ

             “มีสิทธิ์น่ะใช่ แต่ฉันไม่จะบอกในฐานะของพ่อพี่อยากปกป้องลูก เพราะเธอดูแลลูกกับหลานฉันไม่ได้ และต่อไปฉันจะไม่ให้เธอมีสิทธิ์ในตัวเกี๊ยวอีกความหมายของกฤติชัยก็คือการให้ทั้งสองคนหย่าร้างกัน ซึ่งพันแสงไม่มีวันยอม

             “ผมรู้ว่าผมผิด ผิดอย่างไม่น่าให้อภัย แต่วันแต่งงานคุณพ่อบอกเองไม่ใช่เหรอครับว่าชีวิตคู่ต้องอภัยให้กัน นี่เป็นความผิดครั้งแรกของผม ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัวสักครั้งเถอะครับ

             “ใช่ ฉันพูดแบบนั้น แต่นี่ขนาดความผิดครั้งแรก เธอยังทำให้ลูกสาวฉันแทบตาย ทำให้หลานที่กำลังจะได้ลืมตามาดูโลกต้องมีอันเป็นไป แล้วมันสมควรอภัยหรือ?

             ถึงคราวพันแสงพูดไม่ออก เขาไม่กล้ารับปากว่าต่อไปจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะรู้ว่าเส้นทางสายการเมืองของบิดาอาจส่งผลกระทบมาถึงเขากับคนใกล้ตัวได้ทุกเมื่อ

             “แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ควรให้ลูกเป็นคนตัดสินนะคะคุณเสียงที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาคุณกฤติชัยคิ้วขมวด ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่าเป็นเสียงของภรรยา แต่เขาก็ยังหันกลับไปเพื่อจะส่งสายตาดุให้คนไปตามผ้าไหมมา

             ผ้าฝ้ายแกล้งหันไปมองฟ้ามองดิน เมื่อพี่เขยส่งสายตาขุ่นขวางมาให้อีกครั้ง

             ลูกเขยยกมือไหว้แม่ยาย ฝ่ายนั้นรับไหว้แล้วเอ่ยขึ้น

             "ก็ลูกตัดสินใจแล้ว"

             กฤติชัยบอกภรรยาแต่สายตามองลูกเขย

             "คุณก็รู้ว่าสิ่งที่ลูกทำไป เขาใช้อารมณ์เป็นที่ตั้ง แต่ตอนนี้เกี๊ยวคงมีเวลาทบทวนมาหลายวันแล้ว ลูกจะตัดสินทุกอย่างโดยใช้สติมากขึ้นค่ะ"

             "ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ใครจะรับประกันได้ว่าจะไม่มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีก ผมจะไม่ยอมให้ลูกไปเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายอีก"

             "ถึงเราจะรักและห่วงลูกมากแค่ไหน แต่ลูกโตแล้วนะคะ เขาควรเลือกว่าจะสู้หรือจะถอย คุณเป็นคนเลือกให้แสงแต่งงานกับลูกของเราเอง ทั้งที่รู้แก่ใจว่าพ่อเขาเป็นนักการเมือง เพราะคุณเชื่อว่าแสงรักลูกเราจริง คุณมั่นใจในตัวเขา และฉันเชื่อว่าคุณไม่เคยมองคนพลาด"

             กฤติชัยทำหน้าไม่ถูกเมื่อโดนภรรยาแฉ พันแสงมองพ่อตาอึ้งๆ ก่อนจะยิ้มอย่างใจชื้นขึ้นมาบ้าง เขาไม่เคยนึกเลยว่าพ่อตาจะมองเขาในแง่ดีขนาดนั้น

             "ผมสัญญาด้วยเกียรติทั้งหมดที่ผมมี ว่าต่อจากนี้ไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะดูแลเกี๊ยวเป็นอย่างดี จะปกป้องเธอด้วยชีวิตของผมเองครับ"

             "ก่อนจะทำอย่างนั้น ทำให้เกี๊ยวใจอ่อนให้ได้ก่อนเถอะ"

             กฤติชัยพูดอย่างสบประมาท แล้วหมุนตัวเดินเข้าบ้านไปเสียเฉยๆ

             "พ่อกับแม่ให้โอกาสแสงได้นะ แต่ถ้าวันนั้นเกี๊ยวเป็นอะไรไป ใครก็ให้โอกาสแสงไม่ได้ เพราะฉะนั้น แม่ขอให้จากนี้ไป จงใช้ชีวิตอย่างมีสติ คนเป็นผัวเมียกันมีอะไรต้องคุยกัน อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย แสงก็เห็นแล้วว่าผลของมันหนักหนาขนาดไหน"

             คำพูดของผ้าไหมบ่งบอกให้ชายหนุ่มรู้ว่ากันตาได้เล่าเรื่องไม่สบายใจให้มารดาฟัง นั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกละอายใจเป็นอย่างมาก

             "ผมขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมาครับคุณแม่ และก็ขอบคุณมากที่ยังเชื่อใจในตัวผม"

             ผ้าไหมพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินตามสามีเข้าบ้านไปอีกคน เหลือผ้าฝ้ายเพียงคนเดียว เธอขยับเข้าไปชิดรั้วเพื่อพูดกับหลานเขยอย่างรู้หน้าที่ว่าถึงคิวตัวเองแล้ว

             "กลับกรุงเทพฯ ไปเถอะแสง"

             "อ้าว ผมนึกว่าน้าฝ้ายจะช่วยผมเสียอีก"

             "น้าจะช่วยได้ไง ก็เกี๊ยวไม่ได้อยู่ที่นี่ เขากลับไปอยู่คอนโดฯ ได้สองวันแล้ว เห็นโทรมาบ่นๆ ว่าอยู่คนเดียว เหงาม๊ากกก" คนพูดยักคิ้วอย่างสนุก

             "ขอบคุณครับน้าฝ้าย ขอบคุณมากจริงๆ ครับพันแสงยกมือไหว้ขอบคุณแล้วหันไปทางคนสนิท ไปภพ กลับกรุงเทพฯ ด่วน!"

             "ขอให้ง้อเกี๊ยวสำเร็จน้า จะได้จัดเหลนคนใหม่มาให้น้าเลี้ยง"

             ผ้าฝ้ายตะโกนไล่หลังพลางโบกมือให้หลานเขย

 

             การทำงานคือทางเยียวยาความเจ็บปวดที่กันตาเลือก เธอไปสอนหนังสือตามปกติเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียว เวลาว่างจากการสอน หญิงสาวก็เตรียมการสอนของวันต่อไป หมกมุ่นกับมันเพื่อไม่ให้มีเวลาว่าคิดฟุ้งซ่านจนต้องร้องไห้อีก ทุกเช้าเธอจะแวะใส่บาตรหน้าคอนโดฯ ก่อนไปสอนหนังสือเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับลูกที่เสียไป

             หลังเลิกเรียนเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุดในการใช้ชีวิตช่วงนี้ เพราะเธอเลี่ยงความเหงาไม่ได้ ถ้าเป็นเมื่อก่อนมีปริดาอยู่ด้วย คอยชวนคุยให้หัวเราะ เธอคงพอจะลืมเรื่องร้ายๆ ไปได้บ้าง ความจริงตอนนี้ถ้าเธอจะชวนเพื่อนมาอยู่ด้วย เชื่อว่าปริดาจะรีบมาในทันที แต่กันตาไม่อยากเห็นแก่ตัว ยามมีความสุขเธอแยกตัวออกไป พอมีความทุกข์จะเรียกเพื่อนมา มันไม่ใช่นิสัยของเธอ

             ดังนั้นยามค่ำคืนเธอจึงต้องใช้น้ำตาเป็นการระบายความเศร้า เหงา เคว้งคว้างออกมาอย่างไม่มีทางเลือกอื่น

             ตอนกันตาเดินเข้ามาในบริเวณคอนโดฯ มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ป สวมแว่นกันแดดสีดำเดินก้มหน้าสวนออกมาจากคอนโดฯ ผ่านเธอไป เขาอาจจะอำพรางสายตาคนอื่นได้ แต่ไม่ใช่กับเธอ

             “ป้อ!”

             คนโดนเรียกสะดุ้งหันกลับไปมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครปริตต์ยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม เขาอึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาหญิงสาว

             “เกี๊ยวมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง หายดีแล้วเหรอปริตต์รู้ข่าวคราวของกันตาว่าเธอโดนยิง แต่เขาไม่ได้ไปเยี่ยม เพราะคิดว่าพันแสงคงไม่ยอม อีกอย่างเขาก็มัวยุ่ง...กับหลายเรื่องในชีวิต

             “หายดีแล้วล่ะ ป้อมาทำอะไร ถ้าคิดว่าเกี๊ยวไม่ได้อยู่ที่นี่ แล้วป้อมาหาใครล่ะ?

             “เอ่อ...คือ...มาหาเพื่อนน่ะ

             “เพื่อนที่ชื่อปุ๊กลุกหรือเปล่า?กันตาดักคอ ทำเอาปริตต์ถึงกับพูดไม่ออกไปไม่เป็น กันตามองชายหนุ่มอย่างพิจารณา ครู่หนึ่งจึงเอยขึ้น มีงานหรือเปล่า สะดวกมั้ยถ้าเกี๊ยวจะชวนออกไปหามื้อเย็นกินด้วยกัน

             ความแปลกใจฉายชัดบนใบหน้าดาราหนุ่ม เขามองลึกไปในดวงตาอีกฝ่าย มีความเจ็บปวดรวดร้าว ความอ้างว้าง เคว้งคว้างผสมปนเปกันอยู่ บางทีเวลานี้เขากับเธออาจตกในสถานะคล้ายๆ กันก็เป็นได้

             “ได้สิ วันนี้ไม่มีงานแล้ว ไปร้านไหนดี

             ร้านที่กันตาเลือกคือร้านอาหารใต้ที่พันแสงเคยพามาก่อนแต่งงาน ซึ่งมันเป็นร้านโปรดของปริตต์ด้วย เพราะความสนิทสนมกับร้านนี้ ทำให้เจ้าของร้านเลือกโต๊ะที่ปลอดหูปลอดตาคนให้สองหนุ่มสาว เมื่อสั่งอาหารเสร็จพวกเขาจึงมีเวลาคุยกันระหว่างรอ ช่วงเย็นคนค่อนข้างเยอะ น่าจะต้องรออีกสักพักใหญ่

             “ป้อมาหาปุ๊กลุกทำไม

             “ป้อพูดเมื่อไหร่ว่ามาหายายนั่นน้ำเสียงขึ้นจมูก แต่อาการหันมองทางอื่นแทนการสบตาคู่สนทนาก็ทำให้กันตารู้ว่าเขากำลังโกหก

             “ถึงเราจะห่างกันไปนาน แต่เกี๊ยวคิดว่าเกี๊ยวยังรู้จักป้อดีพอนะ คิดจะโกหกเกี๊ยวมันไม่ง่ายหรอกกันตาพูดจริงจัง ดาราหนุ่มเลยยกมือขึ้นถูกใต้จมูก เขามักจะทำอย่างนี้เวลาโดนจับโกหกได้ เรื่องข่าวเมื่อเกือบสามเดือนก่อนเป็นเรื่องจริง เกี๊ยวรู้ เกี๊ยวจำป้อกับปุ๊กลุกได้ มันมีอะไรมากกว่าในข่าวหรือเปล่าป้อ

             “ไม่มี...ชายหนุ่มตอบไม่เต็มเสียง ว่าแต่เกี๊ยวเถอะ ทำไมถึงมาอยู่คอนโดฯ แล้วไอ้แสงไปไหนเสียล่ะ

             กันตาเม้มปาก ไม่ใช่ไม่อยากเล่าแต่เธอกำลังรวบรวมกำลังใจให้พูดโดยน้ำเสียงไม่สั่น

             “เกี๊ยวรู้เรื่องคุณแพทแล้วนะ รู้แล้วว่าทำไมป้อถึงห่วงเกี๊ยว ไม่อยากให้เกี๊ยวแต่งงานกับคุณแสง เกี๊ยวโง่เอง

             “โง่เง่ออะไรกัน ไม่ใช่สักหน่อย ความจริงเรื่องนี้คนที่ผิดที่สุดคือป้อเอง ป้องี่เง่า เห็นแก่ตัว ขี้ขลาด เลยทำให้ทุกอย่างเลวร้าย ทำให้หลายคนต้องผิดหวัง เสียใจ โดยเฉพาะ...แพท

             “เล่าให้เกี๊ยวฟังหน่อยได้ไหมว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง

             ความจริงเรื่องของจิรดาคือเรื่องที่ปริตต์อยากลืมมากที่สุดในชีวิต แต่มันกลับฝังใจเขามากที่สุด เขายังฝันร้ายแทบทุกคืนเพราะความรู้สึกผิดที่ตามติดเหมือนเงาตามตัว

             “ได้สิเขาจะยอมพูดเรื่องนี้อีกครั้ง เพื่อให้กันตาได้เข้าใจพันแสงมากขึ้น เพราะนอกจากรู้สึกผิดกับจิรดาแล้ว ปริตต์ยังรู้สึผิดต่อพันแสงไม่แพ้กัน ป้อได้รู้จักแสงกับแพทตอนเข้าเรียนมหาลัยปีแรก สองคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน ป้อไม่รู้เลยว่าแสงมันชอบแพท ป้อเลยจีบแพทเพียงเพราะเขา...หน้าเหมือนเกี๊ยว ป้อยอมรับว่าไม่ได้รู้สึกชอบแพทเลย แต่เพราะความคิดโง่ๆ ที่อยากได้ใครสักคนมาแทนที่เกี๊ยวในใจป้อ คิดเอาเองว่าคนที่หน้าคล้ายกันอาจจะทำให้ป้อลืมสายตาผิดหวังของเกี๊ยวได้ แต่สุดท้ายมันก็ไม่ใช่

             “ป้อก็เลยบอกเลิกคุณแพทงั้นเหรอ

             “มันก็มีส่วน แต่ตอนแรกป้อคิดจะรับผิดชอบความรู้สึกของแพทด้วยการคบกับเขาไปเรื่อยๆ ถึงไม่ได้รักแต่แพทก็เป็นคนน่ารัก สาเหตุที่ทำให้ป้อตัดสินใจเลิกจริงๆ คือเพราะพันแสง ป้อมารู้ทีหลังว่ามันชอบแพทมานานแล้ว แต่มันไม่เคยบอกเจ้าตัว ป้อรู้สึกผิดต่อทั้งสองคน คิดว่าถ้าขืนคบแพทต่อไปก็เหมือนยิ่งเห็นแก่ตัว แพทควรได้เจอคนที่รักแพทจริง ก็เลยบอกเลิกเขาไป ไม่คิดว่าเลยว่าแพทจะรักป้อมากถึงขนาดตรอมใจจนล้มป่วย เป็นโรคซึมเศร้า และฆ่าตัวตายในที่สุด แสงมันโกรธป้อมาก มันปิดบังเรื่องการตายของแพทไว้ ป้อมารู้ทีหลังจากเพื่อนอีกคน ตอนนั้นป้อเฟลมาก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ยิ่งแสงเอาแต่โทษป้อ ยิ่งทำให้ป้อทุกข์ทรมาน

             “อย่างนี้เอง เขาเลยดึงเกี๊ยวเข้ามาในชีวิต เพื่อแก้แค้นป้อสินะ

             “ใช่ แต่นั่นมันเป็นแค่ความคิดก่อนที่จะได้รู้จักเกี๊ยวมากขึ้นนะ ต่อให้หน้าคล้ายกันก็ไม่มีใครแทนที่ใครได้หรอกนะเกี๊ยว ถึงเกี๊ยวจะหน้าคล้ายแพท แต่แสงมันก็จะไม่รักถ้าเกี๊ยวไม่น่ารักด้วยตัวเกี๊ยวเอง แสงมันรักเกี๊ยว...เพราะเกี๊ยวเป็นเกี๊ยว ไม่ใช่เพราะเหมือนใคร

             “ทำไมตอนนี้ป้อถึงพูดเข้าข้างเขา ทำไมถึงไม่เป็นห่วงเกี๊ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว มีอะไรทำให้ป้อเปลี่ยนไป

             คำถามนั้นจับผิดมากกว่าจะอยากรู้จริงจัง อีกครั้งที่ปริตต์ยกมือขึ้นถูใต้จมูก

             “เพราะแสงมันพิสูจน์ให้ป้อเห็น ว่ามันรักเกี๊ยวจริง ป้อเลยต้องยอมรับความจริงข้อนี้น่ะสิ

             “ไม่ใช่เพราะว่า หัวใจของป้อ กำลังจะเริ่มต้นใหม่อย่างจริงจังหรอกหรือ?

             “บ้าน่าเกี๊ยว ข่าวที่ป้อกลับมาคบกับเกี๊ยว ณิชาวีร์ ก็แค่พี่ตั๊กแตนสร้างกระแสเพื่อให้ภาพพจน์ของป้อดีขึ้น กลบข่าวที่ป้อขึ้นคอนโดฯ กับยายนั่นแค่นั้นเองแหละ

             “เกี๊ยวไม่ได้หมายถึงผู้หญิงคนนั้น เกี๊ยวหมายถึงคนที่เป็นข่าวว่าขึ้นคอนโดฯ กับป้อ ปุ๊กลุ๊กโทรมาร้องไห้กับเกี๊ยว...

             “โทรไปร้องไห้ทำไม! แล้วยายนั่นเล่าอะไรให้เกี๊ยวฟังบ้าง!”

             “ทำไมป้อต้องตกใจขนาดนั้น เขาไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับป้อเลย แค่บอกว่าพ่อเขาเรียกตัวกลับไปอยู่บ้าน แล้วก็...จะหาคู่ดูตัวให้เขาแต่งงาน

             “แต่งงาน!” ปริตต์เสียงดังขึ้นอย่างลืมตัว ก่อนจะรีบยกมือปิดปากแล้วหันซ้ายหันขวามองคนในร้าน อย่างยายนั่นจะมีใครสนใจ อ้วนเป็นหมูก็เท่านั้น ดูล้นๆ เกินๆ น่ารำคาญ

             กันตาสังเกตอาการดาราหนุ่มอย่างละเอียด ถึงปริตต์จะไม่ใช่สุภาพบุรุษจ๋า แต่เขาก็สุภาพพอที่จะไม่ว่าผู้หญิงแรงๆ ยิ่งก่อนหน้านี้เขาก็ดูเป็นมิตรกับปริดาดิบดี ทำไมจู่ๆ ถึงพูดแบบนั้นออกมา

             “ใครบอกว่าไม่มีคนสนใจปุ๊กลุก ป้อคิดผิดแล้ว มีหนุ่มๆ มาจีบเยอะแยะ ทั้งหล่อ ทั้งรวย แต่เขาไม่สนใจเอง มัวแต่คลั่งดาราชื่อป้อ ปริตต์จนไม่มีเวลาว่างให้ใคร นั่งอ่านข่าวทุกข่าว ตามไปงานอีเว้นท์ทุกที่ คอยช่วยแก้ข่าวเสียหายให้ตลอด เพ้อหาทุกวันทุกคืน

             ปริตต์เผลออมยิ้มโดยไม่รู้ตัว พอเห็นแววตาของคนนั่งตรงข้ามกำลังจับพิรุธเขาก็แกล้งกระแอมกระไอ ปรับสีหน้าเป็นปกติ

             พนักงานทยอยนำอาหารที่สั่งไปมาวางบนโต๊ะ บทสนทจึงหยุดลงชั่วคราว ทั้งสองคนรอจนอาหารครบ และแน่ใจว่าพนักงานจะไม่เดินมาอีก จึงคุยกันต่อ

             “เกี๊ยวทะเลาะกับไอ้แสงใช่ไหม

             กันตาเม้มปากแน่น ซึ่งนั่นเป็นอาการของคนที่ไม่อยากโกหกแต่ก็ไม่อยากยอมรับเช่นกัน ปริตต์รู้จักหญิงสาวดีพอๆ กับที่เธอรู้จักเขานั่นแหละ

             “วันที่เกี๊ยวโดนยิง...เกี๊ยวเสียลูกไปด้วย

             ปริตต์อึ้งกับสิ่งที่ได้ฟัง ยิ่งเห็นหยดน้ำเอ่อคลอดวงตาของหญิงสาวเขายิ่งตกใจ เอื้อมมือไปจับมือเธอไว้แล้วบีบเบาๆ

             เกี๊ยวสับสน ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี โกรธเขา เพราะวันนั้นเกี๊ยวได้ยินเขาคุยกับเพื่อนๆ เรื่องคุณแพทก็เลยเดินออกมาจากบ้านจนเกิดเรื่อง

             “อย่างที่ป้อบอก ถ้าพูดถึงสาเหตุจริงๆ ของเรื่องนี้ ป้อผิดเต็มๆ ไอ้แสงอาจจะผิดด้วย แต่มันก็ทำไปเพราะความเสียใจปริตต์สบตาหญิงสาวนิ่งครู่หนึ่ง ถามหัวใจตัวเองสิเกี๊ยว ฟังเสียงของมัน โดยไม่ต้องนึกถึงอย่างอื่น ป้อเสียเกี๊ยวไป เพราะป้อไม่เคยฟังเสียงหัวใจตัวเอง เอาแต่ฟังคนอื่น ป้อไม่อยากให้เกี๊ยวตัดสินใจผิดแบบป้อนะ

             บทสนทนาจบลงแค่นั้น ทั้งสองคนเริ่มกินอาหารตรงหน้า ทว่าภายในใจของทั้งสองคนกลับมีเรื่องราวมากมายให้คิดต่อ ชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนกำลังอยู่บนทางแยก ที่ต้องเลือก ว่าควรจะไปทางไหน และทำอย่างไร เพื่อไม่ให้ผิดพลาด หรือถ้าจะผิดบ้างก็ขอให้บอบช้ำน้อยที่สุด

             “เกี๊ยว”

             “คะ? คุณแสงว่าอะไรนะคะ อ้อ...เอ่อ...”

             ปริตต์มาส่งกันตาที่หน้าคอนโดฯ หญิงสาวนั่งเหม่อมาตลอดทาง ขนาดเขาจอดรถแล้วเธอก็ยังนั่งนิ่ง เรียกแล้วก็ยังไม่ได้ยิน ดาราหนุ่มจึงเรียกอีกครั้งพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะแขนเบาๆ แล้วชื่อที่กันตาหลุดปากออกมาก็ทำให้ชายหนุ่มรู้ว่าตอนนี้ในของเธอมีพันแสงเต็มหัวใจแล้ว

             “เราต้องรักคนคนนั้นมากขนาดไหนนะ ถึงจะเรียกชื่อคนอื่นเป็นชื่อเขาได้” ปริตต์ถามยิ้มๆ ไม่ได้ต้องการคำตอบจริงจัง อีกฝ่ายเพียงหลบสายตาไม่พูดอะไร

             กันตาลงจากรถ ปริตต์ลงตามมาส่ง พวกเขายืนคุยกันครู่หนึ่งโดยไม่ทันเห็นว่ามีใครบางคนยืนมองจากหน้าลิฟต์ เขามองจนกระทั่งทั้งสองคนโบกมือลากัน จึงเดินเข้าลิฟต์ไปแล้วกดหมายเลขชั้นที่ต้องการ

             กันตาเดินเข้ามาในคอนโดฯ แล้วกดเรียกลิฟต์เพื่อโดยสารขึ้นไปยังห้องของตัวเอง หัวใจของเธอเต็มไปด้วยความสับสน เหมือนบางอย่างคลี่คลายลง แล้วก็มีเรื่องใหม่ให้คิดเพิ่ม

             ประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวเดินไปยังห้องของตัวเอง ไขกุญแจเพื่อเปิดประตู จากนั้นจึงเอื้อมมือไปเปิดสวิตซ์ไฟ ล็อกประตูเรียบร้อยก่อนหมุนตัวกลับหลังแล้วต้องตกใจจนสะดุ้ง เมื่อพบว่ามีใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง จ้องมองเธอนิ่งจนหญิงสาวต้องถอยหลังพรืดไปชิดประตู!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น