อัปเดตล่าสุด 2019-05-24 16:00:32

ตอนที่ 34 บทที่ 34

บทที่ 34

 

             "คุณแสง!" กันตาอุทานด้วยความตกใจ "คุณเข้ามาได้ยังไง"

             อีกฝ่ายโบกคีย์การ์ดพร้อมกุญแจในมือ กันตาเดาได้ทันที่ว่าเขาไปเอามาจากไหน คนมีเงิน มีอำนาจ มีบารมีพ่อผู้กว้างขวางอย่างเขา จะทำอะไรก็ดูง่ายดายไปเสียหมด

             "ไม่เจอกันหลายวัน นึกว่าลืมกันซะแล้ว ถ้ายังจำชื่อได้ขึ้นใจแบบนี้ ก็คงยังจำรสรักได้ชัดเจนเหมือนกันสินะ ผมจะได้รุกเลยไม่ต้อง...สอนใหม่"

             พันแสงเดินเข้ามาคว้าตัวหญิงสาวเข้าไปจูบอย่างรวดเร็ว รุกราน ลึกล้ำ แต่กันตาไม่ยอมง่ายๆ เธอกัดปากเขาแรงจนฝ่ายนั้นผละออก ร้องลั่นด้วยความเจ็บ พออยู่ในระยะที่ตบได้ถนัดกันตาก็ฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าเขาสุดแรง กล้ามเนื้อแก้มซีกซ้ายสั่นตามแรงฟาด พันแสงขบกรามแน่น ดึงตัวภรรยามาจูบอีกครั้ง กันตาผลักเขาออก แล้วก็ตบ ตบ ตบ และตบ!

             ตบไปร้องไห้ไปจนตั่วสั่นสะท้าน หากดวงตายังจ้องเขาด้วยความโกรธ

             พันแสงเองก็จ้องตาตอบไม่ยอมหลบ ใบหน้าเขาแดงเป็นรอยนิ้วชัดเจน

             "ออกไปจากห้องฉัน ออกไป!!!"

             ชายหนุ่มคว้าตัวเธอมาจูบอีกครั้ง คราวนี้เขารัดร่างเธอไว้แน่น เพื่อไม่ให้โดนประทุษร้ายอีก หากกันตาก็ยังดิ้นแรง เธอจะไม่ยอมเขาง่ายๆ อีกต่อไปแล้ว

             "ผมจะจูบจนกว่าคุณจะแทนตัวเองว่าเกี๊ยว"  เขาถอนริมฝีปากออกห่างครู่หนึ่งแล้วบอกเสียงแผ่วแต่จริงจัง แล้วก้มลงจูบต่อ กันตาดิ้นขลุกขลัก จนแทบหมดแรงก็ไม่หลุดจากวงแขนแข็งแรง

             "จูบนี้คือการลงโทษที่คุณผิดสัญญา ทิ้งให้ผมนอนคนเดียว"

             เขาถอนริมฝีปากเพื่อให้เธอได้หายใจ แล้วจูบต่ออีก หนักหน่วง ดูดดื่ม ร้อนแรงขึ้นจนกันตาสำลัก

             "จูบนี้คือลงโทษที่คุณไปกับผู้ชายคนอื่น"

             สุดท้ายกันตาก็ทิ้งมือลงข้างตัว ยืนนิ่งให้เขาจูบทั้งน้ำตารินไหล นั่นทำให้พันแสงยอมหยุด เขาดันร่างเธอออกห่าง แล้วมองหน้าหญิงสาวด้วยแววตาปวดร้าว

             "ผมขอโทษ..."

             "คนที่เอาแต่ใจ ทำอะไรตามอารมณ์ตัวเองอย่างคุณคงมีเรื่องให้ขอโทษฉันตลอดชีวิต เพราะคุณคิดว่าฉันเป็นเพียงเหยื่อที่ใช้แก้แค้นป้อเท่านั้น"

             "ไม่จริงนะเกี๊ยว โอเค ผมเคยคิดแบบนั้น แต่ผมเลิกคิดไปนานแล้ว ตั้งแต่ผมรู้ตัวว่ารักคุณ ซึ่งมันก็คือวันที่คุณไปหาพ่อผมที่บ้านเพื่อขอให้ท่านช่วยหมอนั่น ผมรู้ในตอนนั้นเลยว่าผมรักคุณจริงๆ เข้าแล้ว มันอาจจะดูง่ายดาย แต่ผมไม่ใช่คนใจง่าย เพราะถ้าใจง่ายผมคงรักใครต่อใครไปนานแล้ว และการที่คุณหน้าคล้ายแพทมันก็เป็นแค่พรหมลิขิตกำหนดมา เพื่อให้ผมสนใจในตัวคุณ แต่หลังจากนั้น ผมก็รักคุณเพราะสิ่งที่คุณเป็น"

             "กลับไปเถอะค่ะ ฉันยังไม่พร้อมจะฟังอะไรตอนนี้" 

             "ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมดื้อ เอาแต่ใจ เพราะผมไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้คุณรัก ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้คุณเลือกผม ผมยอมรับว่าผมฝังใจ กับการที่แพทเลือกคนอื่น แต่ผมไม่เคยดึงดันกับแพทแบบนี้ ผมเฝ้ามองเขาไปมีความสุขกับคนอื่นได้ แต่ผมทนมองคุณมีความสุขกับผู้ชายคนอื่นไม่ได้ ผมเห็นแก่ตัวอย่างคุณว่าจริงๆ นั่นแหละ"

             "ถ้าคุณไม่ไป ฉันไปเอง"

             เหมือนความดื้อในตัวพันแสงจะย้ายสำมโนครัวมาอยู่ในตัวกันตาเสียแล้ว หญิงสาวหมุนตัวจะเดินออกไปจากห้อง พันแสงรีบคว้าตัวเธอมากอดไว้จากด้านหลัง

             "เกี๊ยว ผมขอร้อง คุณจะโกรธจะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่อย่าเดินหนีผมได้ไหม ผมขอโทษสำหรับทุกอย่าง..."

             ร่างบางหมุนตัวกลับมาจ้องหน้าเขา นิ่งครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถาม ด้วยเสียงสั่นเครือ

             "แล้วคุณเอาลูกคืนมาให้ฉันได้ไหมละคะ"

             พันแสงนิ่งงันไปกับคำถามนั้น

             "ตอบมาสิว่าได้ไหม ตอบมา! คุณจะชดใช้ยังไงเรื่องลูก" เธอรัวกำปั้นลงบนไหล่เขาไม่ยั้ง เหมือนอยากทุบให้สาแก่ใจ ให้สมกับความสูญเสีย คนโดนทำร้ายร่างกายได้แต่ยืนนิ่ง จนคนลงมือเหนื่อยและจึงหยุดไปเอง

             พันแสงทรุดลงคุกเข่ากอดเอวหญิงสาวไว้ แนบหน้ากับหน้าท้องของเธอที่เคยมีชีวิตน้อยๆ อยู่ในนั้น

             "ถ้าผมตายแทนลูกได้ ผมจะทำอย่างไม่ลังเลเลย"

             นาทีนั้นกันตานึกถึงคำพูดของปริตต์ ที่เขาบอกก่อนเธอจะขึ้นคอนโดฯ มา

             ‘จะว่าไปแสงมันน่าสงสาร เสียคนที่รักให้ป้อ แล้วเขาก็มาตายจากไป ตอนนี้ต้องเสียลูกอีกคน เชื่อเถอะว่ามันเสียใจไม่แพ้เกี๊ยว แล้วถ้าเกี๊ยวทิ้งมันไปอีก มันก็แทบไม่เหลือคนที่รักเลย อย่าให้ความรักจบลงที่ความสูญเสียอีกเลยนะเกี๊ยว’

             กันตาร้องไห้จนตัวโยน ยกมือขึ้นลูบผมสามีเบาๆ

             "ตอนที่ได้ยินคุณพูดกับเพื่อนๆ เรื่องคุณแพท เกี๊ยวเสียใจมาก แต่ตอนเดินร้องไห้ออกจากบ้าน สมองกลับคิดแค่ว่าจะทำยังไงถึงจะอยู่กับคุณไปได้ตลอดชีวิต เพราะเกี๊ยวรักคุณจนไม่อยากจากไปไหน แต่อีกใจก็นึกกลัว...ว่าถ้าวันนึงคุณเบื่อเกี๊ยว คุณก็คงทิ้งง่ายดาย ไม่มีสักเสี้ยวของความคิดที่จะทิ้งคุณเลยค่ะ"

             "เกี๊ยว..." พันแสงลุกยืนแล้วดึงเธอมากอดไว้ เขาก้มลงจูบขมับเธอซ้ำๆ อย่างแสนรักแสนคิดถึง “ผมไม่มีวันทิ้งคุณ เรามาเริ่มกันใหม่นะคนดี เริ่มจากที่เราสองคนรักกัน ไม่ใช่เพราะผมหน้าเหมือนป้อ ไม่ใช่เพราะคุณหน้าเหมือนแพท แต่เพราะคุณรักผมและผมก็รักคุณ...ช่วยกันสร้างครอบครัว ช่วยกัน...ทำลูกใหม่”

             อย่างหลังฟังแล้วชักทำให้คนที่กำลังโดนกอดร้อนๆ หนาวๆ เหมือนมีความเจ้าเล่ห์อยู่ในน้ำเสียง

             “เกี๊ยวยังท้องตอนนี้ไม่ได้นะคะ”

             “ผมทราบครับ คุณมีสามีเป็นสูตินรีแพทย์นะ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะไม่รู้” ว่าแล้วเขาก็วาดมือไปด้านหลังเพื่อล้วงบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยกให้หญิงสาวดู...กันตาอ้าปากค้าง “ทำไมครับ น้อยไปเหรอ ไม่ต้องห่วงปภพแสตนด์บายรออยู่ข้างล่าง ถ้าไม่พอเขาพร้อมจะไปซื้อมาให้ใหม่ อยากได้แบบไหน ผิวเรียบ ผิวขรุขระได้หมด”

             “บ้า! เกี๊ยวไม่ได้หมายความอย่างนั้นซะหน่อยค่ะ แค่คิดว่าคุณมั่นใจได้ยังไงว่าเกี๊ยวจะยอม...”

             “ผมเคยบอกคุณแล้ว ว่าผมทำให้คุณพร้อมได้เสมอ”

             “แต่...มันจะไม่อันตรายเหรอคะ”

             “คุณรักษาตัวเกินสองสัปดาห์แล้ว ร่างกายแข็งแรง และผมสัญญาว่าจะซอร์ฟๆ ให้มากที่สุด” สูตินรีแพทย์ทำหน้าตาอ้อนสุดกำลัง

             “รออีกหน่อยดีกว่าค่ะ”

             “ใจผมก็อยากจะรอ แต่มันรอไม่ได้แล้วล่ะ” คุณหมอดึงร่างภรรยาเขามาเบียดชิดร่างกายตัวเองขึ้นอีก เพื่อให้เธอได้รับรู้ว่าทำไมเขาถึงรอไม่ได้

             “คุณนี่หื่นจริงๆ เลย” กันตาว่าอายๆ เมื่อได้สัมผัสความแข็งตึงที่แทบจะทะลุกางเกงออกมา

             “ไม่ได้หื่นสักหน่อย แค่คิดถึงมาก อยาก...กอดมาหลายวันแล้ว” เขาแกล้งเว้นวรรคให้คิดทะลึ่ง ก่อนจะรั้งท้ายทอยหญิงสาวเข้ามาจูบอีกครั้ง เม้มริมฝีปากบน ริมฝีปากล่าง มุมปากลากไล้ลงมายังซอกคอ คลอเคลียดมดอมหอมให้ชื่นใจ

             “อาบน้ำก่อนดีไหมคะ เกี๊ยวไปทำงานมาทั้งวัน...อุ๊ย!” หญิงสาวตกใจเมื่อเขายกร่างเธอขึ้นไปนั่งบนโซฟา ส่วนตัวเขานั่งคุกเข่าลงกับพื้น มือใหญ่ปลดเสื้อผ้าอาภรณ์ของเธอทั้งด้านบนและด้านล่างอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็ว แถมยังดึงมือกันตาไปวางบนกระดุมเสื้อตัวเอง เสร็จสรรพ กันตารู้ว่าเธอต้องช่วยเขาถอดเสื้อผ้าเช่นกัน

             “เสร็จก่อนแล้วค่อยอาบพร้อมกัน” เขาบอกแล้วแยกขาเรียวออกห่างกัน ดันตัวเข้าไปอยู่ตรงกลาง โน้มใบหน้าไปซุกอกอิ่ม สองแขนโอบรอบเอวแล้วกระชับร่างบางเข้าหาตัวแรงจนผิวเนื้อเบียดแทบจะเป็นร่างเดียวกัน “กี่วันแล้วที่ผมไม่ได้สัมผัสคุณแบบนี้” ชายหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกความคิดถึง กันตาเผลอยิ้ม เลื่อนแขนโอบรอบคอเขาไว้ แอ่นอกขึ้นรับสัมผัสที่เร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยความเต็มใจ

             ชายหนุ่มประคองร่างภรรยาให้นอนราบตามแนวยาวของโซฟา ก่อนจะเคลื่อนตัวขึ้นไปทับช้าๆ นุ่มนวล เกร็งขาเอาไว้ไม่ให้ทิ้งน้ำหนักลงบนตัวเธอทั้งหมด เขารวบมือบางไว้เหนือศีรษะ จากนั้นก็ก้มลงจูบริมฝีปากที่ค่อนข้างแดงเพราะถูกเขาบดเบียดก่อนหน้านี้ เขาพรมจูบลงมาตามซอกคอ เนินอก แวะขบเม้มยอดสีชมพูดอ่อนของปทุมถันครู่หนึ่ง จึงไล่ต่อมายังหน้าท้อง

             ความเสียวซ่านทำให้หญิงสาวแอ่นกายขึ้นรับ ยิ่งเขารวบมือเธอไว้ ไม่สามารถจิกไหล่เขาได้เหมือนทุกที ยิ่งเพิ่มความสยิวขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

             “คุณแสง...” หญิงสาวร้องครางเมื่อความเสียวเดินทางมาถึงเนินสาว ลิ้นอุ่นซอกซอนหาความหอมหวานลึกลงไปในกลีบดอกไม้แสนบอบบาง จนเธอเผลอหนีบขาเข้าหากัน เขาจึงเลื่อนมือลงจับขาทั้งสองข้างของเธอไว้ให้อ้าออก

             เมื่อมือหลุดจากพันธนาการ เธอก็เผลอจิกผมเขาเพราะทนไม่ไหวกับจังหวะลิ้นที่ตวัดรัวเร็ว ลิ้มรสความหวานของเกสรดอกไม้ที่อยู่ท่ามกลางกลีบบางทั้งสองข้าง

             เขาละมือไปหยิบถุงยางอนามัยมาสวมใส่ เพื่อป้องกันการติดเชื้อของทั้งสองฝ่าย เนื่องจากกันตาผ่านการขูดมดลูกมาหลังการแท้งลูก และป้องกันการตั้งครรภ์ที่ยังไม่ถึงเวลาอันสมควร

             วนเวียนอยู่กับเนินสาวอีกครู่ ร่างใหญ่ก็เคลื่อนขึ้นทาบทับร่างนุ่มนิ่มอย่างแผ่วเบา สอดขาลงตรงกลางระหว่างขาเรียวแล้วแยกออกเล็กน้อย ค่อยๆ สอดใส่แก่นกายความเป็นชายลงอย่างนิ่มนวล ขยับขึ้นลงเบาๆ เพื่อเช็กความพร้อมของคนข้างล่าง เมื่อเธอไม่รู้สึกเจ็บ จึงค่อยเพิ่มความแรงขึ้นทีละนิด

             “ถ้ารู้สึกเจ็บก็บอกว่าเจ็บนะครับ แต่ถ้ารู้สึกเสียวให้เรียกชื่อผมแทน” ก้มลงกระซิบข้างหูอย่างยั่วเย้า หญิงสาวจึงแกล้งกัดนมเขาพอให้รู้สึกคันๆ ไม่ถึงกับเจ็บ “แน่ะ...เดี๋ยวนี้รู้วิธีกระตุ้นอารมณ์คู่ต่อสู้มาจากไหนฮึ!”

             กันตาทำหน้างง เธอไม่รู้อะไรอย่างที่เขาว่า แค่หมั่นไส้และนมเขาอยู่ระดับปากพอดีก็เลยกัด ไม่ได้คิดจะกระตุ้นอารมณ์เขาสักนิด

             “ผู้ชายไม่มีหน้าอก รู้สึก...ด้วยเหรอคะ”

             “สุดยอดเลยล่ะ มันมีรีโมตเอฟเฟ็กท์ด้วย กระตุ้นจุดหนึ่ง ไปแสดงผลอีกจุดหนึ่ง”

             “ยังไงคะ คนข้างล่างเผลอถาม”

             “อยากรู้ก็ลองใช้ลิ้น แทนการกัดสิ” หญิงสาวย่นจมูกพลางส่ายหน้า “ลองสิ ไม่อยากรู้เหรอว่ามันจะส่งผลไปจุดไหน” ทำเหมือนหลอกล่อเด็ก แต่มันก็ได้ผล เธออยากรู้ขึ้นมาจริงๆ เลยทำตาม ผลปรากฏว่ามันส่งผลให้จุดแข็งของเขากระตุก

             “ร้ายนักนะคุณเนี่ย” เธอว่าเขายิ้มๆ

             “ร้ายมาก รักมาก อยาก...มากด้วยตอนนี้” ว่าแล้วก็ขยับสะโพกโยกย้ายไปมา สลับกับกดลงเบาๆ แต่เน้นๆ จนได้ยินเสียงซี้ดจากปากคนที่จิกมือลงบนโซฟา จังหวะรักจึงเร่งขึ้นไปอีกระดับ สองมือเคล้าคลึงเต้าตึงทั้งสองข้าง

             “คุณแสง คุณแสง!” เสียงเรียกดังซ้ำหลายครั้งแสดงว่าเธอกำลังเสียวจนแทบทนไม่ไหว หญิงสาวเลื่อนมือจากจิกโซฟาขึ้นวางบนหน้าขาของเขา “เกี๊ยว...อื้อ!”

             ร่างบางแอ่นขึ้นสูงเพื่อรับจังหวะสวาท ที่ร้อนแรงจนแทบทำให้เธอหลอมละลาย

             “เกี๊ยว...อาห์...อืมม์” พันแสงใกล้ถึงจุดหมายแต่เขาดึงจังหวะอีกหน่อยเพื่อรอภรรยา เมื่อเธอเริ่มหนีบขาเข้าหากันแรงๆ ชายหนุ่มจึงเร่งจังหวะสุดท้ายเร็วและแรงขึ้น “โอ๊ย! ผมไม่ไหวแล้ว”

             “อ๊าย! อื้ออออออ”

             ความใคร่อันเกิดจากความรัก...พาคนทั้งสองไปสู่ความสุขสม พร้อมๆ กัน พันแสงพลิกตัวลงไปนอนตะแคงเบียดร่างบาง โอบเอวเธอแล้วกระชับมาแนบตัว เพราะกลัวเธอจะตกเนื่องจากพื้นที่บนโซฟามีน้อย หญิงสาวยกศีรษะขึ้นหนุนแขนเขา เสียงหอบหายใจของทั้งสองคนดังประสานกันเบาๆ ชายหนุ่มเอียงหน้าลงจูบเรือนผมภรรยาแรงๆ

             “นี่ยังไม่หายคิดถึงเลยนะเนี่ย คงต้องใช้ถุงยางหมดกล่องถึงจะหายคิดถึง อุ๊บส์!” พูดออกไปแล้วเขาก็รู้สึกจุก เพราะโดนคนข้างหน้ากระทุ้งศอกใส่หน้าท้อง “เล่นแรงนะ เดี๋ยวเหอะ ผมเล่นแรงกลับบ้านแล้วจะรู้สึก หึๆ”

             “เตียงก็อยู่ใกล้แค่นี้ ทำไมต้องมาเบียดกันบนโซฟาคะเนี่ย” คนโดนข่มขู่เปลี่ยนเรื่อง

             “เตียงมันกว้างไป ไม่ได้เจอกันตั้งหลายวันต้องเบียดกันแบบนี้แหละ” เขาว่าแล้วรัดร่างบางแน่นขึ้นอีก เอียงหน้าแนบกับใบหน้าเธออย่างรักใคร่ “รู้ไหม ตอนไม่มีคุณนอนให้กอดผมนอนไม่หลับเลยสักคืน มันเหงา มันอ้างว้าง คิดถึงมากๆ กว่าจะหลับตาลงได้ก็ใกล้สว่าง หลับเพราะง่วงจนทนไม่ไหวแล้วจริงๆ”

             “เกี๊ยวก็เหมือนกันค่ะ นอนร้องไห้จนหลับไปทุกคืน หลับแล้วก็ยังฝันร้าย พอผวาตื่นมาไม่เจอคุณ ยิ่งรู้สึกใจหาย...เสียลูกไปคนหนึ่งแล้ว แค่คิดว่าคงต้องเสียคุณไปจากชีวิตอีกคน ก็...”

             “โธ่...คนดีของผม ผมจะไม่ทิ้งคุณไปไหน เราจะไม่แยกจากกันแบบนี้อีก ต่อไปวันข้างหน้าถ้าเราทะเลาะกัน งอนกัน ไม่ว่าจะร้ายแรงแค่ไหน ผมขออย่างหนึ่งคือห้ามหนี ห้ามแยกกันนอน จะไม่พูดก็ได้ แต่ต้องได้เห็นหน้า ได้กอดกัน...นะครับ”

             “แบบนั้นเขาจะเรียกว่าโกรธ หรืองอนกันเหรอคะ”

             “ไม่รู้ล่ะ รีบรับปากมาเลย ก่อนที่ผมจะปลุกมังกรผงาดฟ้าขึ้นมาจัดการ”

             กันตาหัวเราะคิกกับคำขู่ของเขา แล้วแกล้งกลับบ้าง

             “มังกรเหรอคะ เกี๊ยวนึกว่าไส้เดือน”

             “เฮ้ย! นี่มันร้ายแรงมากเลยนะคุณ อย่างนี้มันต้องจัดการให้รู้ฤทธิ์ซะแล้ว คืนนี้สามรอบเป็นอย่างต่ำ ให้เข่าอ่อนข้าเปลี้ยกันไปข้างนึงเลย”

             หญิงสาวหัวเราะอย่างมีความสุข เบียดตัวเข้าหาเขาเพื่อซุกหาไออุ่น คนข้างหลังก็ยังกอดเธอไว้แนบกาย คนรักกันต้องคุยกัน รับฟังกัน ขอโทษกัน และให้อภัยกัน มันถึงจะประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่ได้ยืนยาว

 

             ข่าวใหญ่ต้อนรับวันใหม่ ทำเอาคอสายการเมืองอึ้งกันทั่วประเทศ เมื่อคุณคชา เลิศวงศ์พันธุ์ ประกาศลาออกจากการเป็นนัการเมือง ทั้งที่เพิ่งได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคไปเพียงไม่นาน

             ‘ผมรักเส้นทางสายนี้นะ แม้มีคนมากมายบอกว่านักการเมืองเลว โกงกิน และอีกสารพัด แต่สำหรับผม การเมืองคือเรื่องของประชาชน และนักการเมืองก็คือประชาชนคนหนึ่งที่เข้ามารับหน้าที่ดูแลบ้านเมืองแทนคนหมู่มาก แต่วันนี้ที่ผมตัดสินใจลาออก เพราะผมคิดว่าผมได้เดินบนเส้นทางสายนี้มานานพอแล้ว จากนี้ไปผมอยากใช้เวลาอยู่กับครอบครัว...อยากเป็นคุณปู่ที่เลี้ยงหลานอยู่กับบ้าน อยากได้ยินเสียงร้องของเด็กไร้เดียงสา มากกว่าคำก่นด่าของประชาชนแล้วครับ’

             นั่นเป็นคำให้สัมภาษณ์ของคุณคชา ท่านจบคำพูดด้วยเสียงหัวเราะ แววตาของท่านมีความสุข ยิ่งยามพูดคำว่าปู่กับหลาน ดวงตาของเขายิ่งสว่างสุกใส

             คนที่นั่งดูข่าวทางทีวีอยู่บนเตียงถึงกับน้ำตาซึม พันแสงรู้ว่าบิดาลาออกเพราะท่านไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นอีก ท่านเสียใจกับการเสียหลานไปมากกว่าที่ใครจะคาดถึง

             “คุณพ่อลงทุนขนาดนี้แล้ว เราคงต้องให้หลานท่านสักสามคนแล้วล่ะ ท่านยังแข็งแรงมาก เลี้ยงคนเดียวไม่สาแก่ใจท่านหรอก”

             “สามคนเลยเหรอคะ” กันตาถามสีหน้าหวั่นๆ

             “ใช่สิ เอ๊ะ หรือสักหกคนดี ให้พ่อตาแม่ยายและก็น้าฝ้ายเลี้ยงอีกสามคน”

             “โหย ไม่ไหวหรอกค่ะ”

             “งั้นขอหาเมียเพิ่มอีกสักคนนะ”

             “เชิญค่ะ ถ้าไม่กลัวมังกรจะโดนเชือดคอทิ้ง ก็เชิญเลย”

             “อูย!” ชายหนุ่มแกล้งลดมือลงกุม ‘มังกร’ พร้อมทำสีหน้าตกใจ “นี่ของสำคัญนะ เชือดทิ้งแล้วคุณนั่นแหละที่จะอดอยากปากแห้ง บอกเลย”

             “เกี๊ยวก็...ไปหาคนใหม่สิคะ”

             “พูดแบบนี้คืออยากลองมังกรตอนเช้าๆ ใช่ไหม” ชายหนุ่มหรี่ตามองร่างเปล่าเปลือยที่ซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม คนถูกมองรีบพลิกตัวหนี แต่ก็ไม่ทันมือใหญ่ที่ดึงผ้าห่มไว้แล้วกระตุกให้เธอม้วนตัวกลับมา ก่อนเขาจะมุดเข้าไปในผ้าห่ม แล้วจัดการคนปากเก่ง จนเธอร้องครางชื่อเขานับครั้งไม่ถ้วน!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น