อัปเดตล่าสุด 2019-05-24 16:00:32

ตอนที่ 35 บทส่งท้าย

บทส่งท้าย

 

             แปดเดือนต่อมา...

             กันตามองคนที่นั่งก้มหน้าไม่ยอมเงยขึ้นสบตา ทั้งๆ ที่มาหาเธอเองถึงบ้าน พร้อมกับบอกว่ามีเรื่องจะขอให้ช่วย หากพอเธอถามว่าเรื่องอะไรเขากลับเงียบ

             “ถ้าเงียบแบบนี้เกี๊ยวจะรู้มั้ยว่าป้อต้องการให้ช่วยเรื่องอะไร”

             เสียงถอนหายใจแรงดังนำมาก่อน จากนั้นดาราหนุ่มจึงยอมเงยขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า หากท่าทางก็ยังเหมือนไม่พร้อมจะเล่าให้ฟัง

             “ป้ออยากให้ช่วยเรื่องปุ๊กลุกหน่อย” พูดออกมารัวเร็วจนฟังแทบไม่ทัน แต่กันตาเดาออกตั้งแต่แรกว่าเขาต้องมาด้วยเรื่องนี้ เธอแค่อยากแกล้งให้เขากล้า

             “เรื่องปุ๊กลุกทำไมเหรอ?”

             “ป้ออยากเจอเขา มีเรื่องจะคุยด้วย เรื่องสำคัญ”

             “มีอะไรสำคัญกว่าเรื่องที่ป้อจะแต่งงานกับเกี๊ยว ณิชาวีร์อีกเหรอ”

             “เกี๊ยว เลิกแกล้งป้อเถอะน่า เกี๊ยวสนิทกับปุ๊กลุกมาก ทำไมจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ป้อรู้ว่าป้อผิด ผิดเสมอ ผิดตลอด แต่คราวนี้ป้ออยากทำให้ถูก ทำตามหัวใจตัวเอง และสัญญาเลยว่าจะไม่ทำให้เพื่อนเกี๊ยวเสียใจอีกเด็ดขาด”

             ดาราหนุ่มทนไม่ไหว พูดออกไปยาวเหยียด กันตายิ้มพอใจ คนอย่างปริตต์ต้องเจอ ‘ตัวแสบ’ อย่างปริดานั่นแหละเหมาะสมแล้ว

             “ถึงเกี๊ยวรู้ว่าปุ๊กลุกอยู่ไหน ก็คงทำอะไรไม่ได้หรอก ป๊ากับม๊าของปุ๊กลุกโกรธมาก คงไม่ยอมให้ป้อไปพบง่ายๆ”

             “ใช่ ป้อรู้ ก็เลยมาถึงนี่ เพราะมีคนที่ช่วยได้”

             คนที่ช่วยได้และทำเป็นนั่งดูข่าวในทีวีเริ่มขยับตัว ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วนั่งฟังพร้อมกับเหลือบมองอย่างหวงภรรยาตลอดเวลา กันตาเหลือบมองสามีแล้วรู้สึกหมั่นไส้ ฟอร์มจัดเหลือเกิน!

             “ป้อก็บอกเขาเองสิ” ทั้งสองคนพูดกันเหมือนพันแสงไม่ได้อยู่ตรงนั้น

             “เขาคงไม่ช่วยป้อหรอก เขาเกลียดขี้หน้าป้อจะตาย เกี๊ยวแหละช่วยพูดกับเขาให้หน่อย เผื่อเขาจะใจอ่อนยอมช่วยสักครั้ง” ปริตต์ชายหางตามองคนที่ทำไม่รู้ไม่ชี้

             “ก็ได้ เกี๊ยวจะลองพูดดู เขาไม่ใช่คนใจดำหรอก ใจดี แล้วก็น่ารักม๊ากกกกก”

             “งั้นป้อกลับเลยนะ อยู่นานเดี๋ยวโดนจงอางไล่” จงอางหวงไข่ ที่ไม่ยอมปล่อยให้เมียคลาสสายตา

             ปริตต์กลับโดยมีปภพเดินออกไปส่ง ยืนรอจนเขาขึ้นรถและขับออกไปพ้นบริเวณบ้าน จึงกลับเข้ามา แน่นอนว่าเขาทำตามคำสั่งพันแสง เมื่อแน่ใจว่าปริตต์ไปแล้ว ‘จงอาง’ ก็เดินขึ้นห้องไปหน้าตาเฉย ไม่พูดอะไรสักคำ กันตาส่ายหน้ายิ้มๆ แล้วเดินตามขึ้นไป

             ร่างสูงใหญ่นอนยืดยาวบนเตียง ใช้แขนข้างหนึ่งรองศีรษะ กระดิกปลายเท้าเล็กน้อยเหมือนกำลังมีเรื่องสบายอกสบายใจ กันตาเดินขึ้นไปนั่งใกล้ๆ

             “ช่วยป้อสักครั้งเถอะนะคะคุณแสง” เกาะแขนสามีแล้วเอาแก้มถูเบาๆ อย่างออดอ้อน

             “โน!” คนที่นอนหนุนแขนตัวเองอยู่บนเตียงปฏิเสธเสียงแข็ง

             “อย่าใจร้ายนักสิคะ เขาอุตส่าห์มาขอความช่วยเหลือเรา” หญิงสาวใช้นิ้วเกลี่ยคางเขาเล่นอย่างรู้ใจว่าเขาชอบให้เธอหยอกล้อคลอเคลีย

             “มันมาขอความช่วยเหลือจากคุณ ไม่ใช่จากผม ผมยอมให้มันเข้ามาหาเมียถึงในบ้านก็นับว่าใจดีมากแล้ว น่าให้ปภพยิงให้ไส้แตกซะก็ดี”

             “ไหนคุณบอกว่าเราเป็นคนคนเดียวกันแล้วไงคะ แสดงว่าป้อมาขอความช่วยเหลือจากเกี๊ยวก็เหมือนขอจากคุณด้วย อีกอย่างคุณบอกเองว่าหายโกรธป้อแล้ว” หญิงสาวก้มลงจูบคางเขาเบาๆ พันแสงชักเริ่มใจอ่อน

             “หายโกรธน่ะใช่ แต่ยังเกลียดขี้หน้ามัน” ฟังยังไงก็รู้ว่าไม่ได้เกลียดจริงๆ แล้ว แค่ยังทำฟอร์มก็เท่านั้น อีกอย่างเห็นภรรยาอ้อน เลยได้ใจ อยากให้เธออ้อนอีกเรื่อยๆ

             “ช่วยคนให้สมหวังเรื่องความรักน่ะ ได้บุญนะคะ” หญิงสาวจูบมุมปากสามี พันแสงเริ่มขยับตัวไปมา แต่ยังท่าเยอะ

             “ทีตอนผมจะแต่งงานกับคุณมันมีแต่จะขัดขวาง ไม่เห็นช่วยเลยสักนิด” น้ำเสียงเริ่มสั่นเพราะหน้าอกภรรยามาเบียดอยู่ข้างแขน

             “ก็ตอนนั้นคุณกับป้อยังโกรธกันนี่คะ คุณเองก็ร้ายใส่เขาตั้งเยอะ ลืมๆ มันไปได้แล้วล่ะค่ะ” คราวนี้กันตาก้มลงจุ๊บปากเขาแล้วยกหัวขึ้น แต่พันแสงเลื่อนมือไปกดท้ายทอยเธอไว้ แล้วเปลี่ยนจากจุ๊บ เป็นจูบแรงๆ เนิ่นนานจนหญิงสาวแทบหมดลมหายใจ จึงถอนริมฝีปากออก

             “ลงทุนมาอ่อยสามีเพื่อขอให้ช่วยผู้ชายคนอื่นแบบนี้ โทษหนักนะจะบอกให้”

             “ตามใจค่ะ ไม่ช่วยก็ไม่ช่วย” กันตาเสียงสะบัด กระเถิบจะลงจากเตียงแต่เขารั้งแขนไว้

             “คุณจะไปไหน”

             “จะเอาของที่ป้อเอามาให้ไปทิ้งค่ะ ในเมื่อคุณไม่ยอมช่วยเขาเกี๊ยวก็เก็บของที่เขาเอามาให้ไว้ไม่ได้หรอกค่ะ น่าเกลียดตายเลย รับของเขาไว้แต่ไม่ช่วยเขา”

             “อะไร?” พันแสงสงสัยเพราะเขาไม่เห็นว่าปริตต์ให้ของตอนไหน หรืออาจเป็นตอนที่เขาลุกไปเข้าห้องน้ำแล้วให้ปภพเฝ้ากันตาไว้ก็เป็นได้

             กันตาแกล้งถอนหายใจ แล้วเดินไปหยิบถุงกระดาษที่วางอยู่บนโซฟาอีกมุมหนึ่งของห้อง เธอล้วงลงไปหยิบของข้างในขึ้นมาให้สามีดูทีละชิ้น

             “ชุดคอสเพลย์เซเลอร์มูน” วางไว้บนโซฟาแล้วหยิบอีกชิ้นขึ้นมา “ชุดคอสเพลย์นางแมวยั่วสวาท” วางไว้บนโซฟาแล้วหยิบชิ้นสุดท้ายขึ้นมา “ชุดนอนไม่ได้นอนยันสว่าง” ชุดหลังสุดเป็นผ้าซีทรูสีม่วง ชายเสื้อเป็นระบายผ้าลูกไม้ มาพร้อมจีสตริงตัวจิ๋ว

             พันแสงมองทั้งสามชุดแล้วกลืนน้ำลายลงคอฝืดฝืน เขาเดาออกว่าทั้งสามชุดไม่ใช่ปริตต์แน่ๆ ที่เป็นคนซื้อมา หมอนั่นไม่กล้าซื้อชุดพวกนี้หรอก และกันตาก็ไม่มีทางกล้ารับ แต่นี่ต้องเป็นของ ‘ล่อ’ จากปริดาอย่างแน่นอน

             “วันนี้คุณซักเตรียมไว้เลย พรุ่งนี้ใส่ชุดนางแมวยั่วสวาทก่อนก็แล้วกัน”

             คนเป็นสามีบอกหน้าตาเฉย แต่ทำเอากันตาหัวเราะคิก

             “ตกลงคุณจะช่วยป้อใช่ไหมคะ”

             “เปล่า ช่วยคุณปุ๊กลุกต่างหาก” คนฟอร์มจัดตอบแล้วเมินไปทางอื่น จึงไม่เห็นว่ากันตายิ้มกว้าง จะช่วยใครก็เหมือนกัน เพราะปริตต์มาขอให้ช่วยเรื่องปริดานั่นละ

             “คุณรับปากแล้วห้ามเปลี่ยนใจนะคะ เป็นพ่อคนแล้วต้องรักษาคำพูดนะ”

             คนเป็นพ่อแบบไม่รู้ตัวหันขวับกลับมามองภรรยา พอเห็นเธอยิ้มรออยู่เขาก็เบิกตาโตรีบกระโดดลงจากเตียงพุ่งไปหาภรรยาทันที

             “คุณพูดว่าอะไรนะเกี๊ยว!”

             “นี่ค่ะ” หญิงสาวยื่นแท่งตรวจการตั้งครรภ์ให้เขา ฝ่ายนั้นรับไปดู เมื่อเห็นเส้นสีแดงสองเส้นเขาก็ดีใจจนมือไม้สั่น

             “ไชโย! ลูกมาแล้ว!” ชายหนุ่มดึงร่างบางมากอดจนแทบจะเป็นอุ้ม ทั้งหอมทั้งจูบจนกันตาต้องดันอกเขาให้ออกห่าง “ผมดีใจมากเลยรู้มั้ย”

             “ไม่รู้ก็แปลกแล้วล่ะค่ะ ร้องเสียลั่นบ้านขนาดนี้”

             “ลูกจ๋าพ่อรักลูก” เขาลูบท้องภรรยาอย่างเบามือ แล้วเงยขึ้นสบตาหญิงสาว “ผมรักคุณมากนะครับ”

             “เกี๊ยวก็รักคุณมากค่ะ” ทั้งสองคนจับมือกันแล้วบีบเบาๆ ราวกับให้คำมั่นสัญญาต่อกัน “งั้นเกี๊ยวก็ไม่ต้องแต่งคอสเพลย์แล้วสินะคะ เพราะว่าคงทำอะไรไม่ได้แล้ว”

             “อย่ามาเจ้าเล่ห์นะ ผมนึกแล้วเชียวว่าทำไมคุณถึงกล้าเอาชุดพวกนี้มาโชว์ผม เพราะรู้ว่าตัวเองท้องก่อนแล้ว ร้ายนักนะ”

             “ก็มีเชื้อคนเจ้าเล่ห์มาอยู่ในตัวแล้วนี่คะ ต้องเจ้าเล่ห์ตามเป็นธรรมดา”

             “แต่เสียใจ ถึงท้องก็ทำได้ มันมีท่าสำหรับคนท้อง ลองดูก็ดีเหมือนกันนะ”

             กันตาอ้าปากค้าง เธอลืมไปได้ยังไงว่าสามีเธอเป็นสูตินรีแพทย์!

             “ไม่เอาค่ะ อันตราย”

             “ไม่อันตรายหรอก ผมแค่จะตรวจดูว่าลูกสุขภาพแข็งแรงดีไหม”

             พันแสงคว้าตัวภรรยาเข้ามากอด ก้มลงหมายจะจูบริมฝีปากบาง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็รู้สึกพะอืดพะอมจนต้องรีบวิ่งไปอาเจียนในห้องน้ำ กันตารีบตามไปดูด้วยความเป็นห่วง ชายหนุ่มอาเจียนจนน้ำตาเล็ด ก่อนจะเปิดน้ำล้างปากแล้วเงยขึ้นมองกระจก เห็นเงาสะท้อนของกันตาที่ยืนอยู่เบื้องหลังแล้วสีหน้าของเขาก็เหมือนจะร้องไห้

             “นี่อย่าบอกนะว่า...ผมแพ้ท้องแทนเมีย!”

             เมื่อรู้สาเหตุกันตาอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความขบขันปนสะใจเล็กๆ เดินเข้าไปกอดเขาจากทางด้านหลังพลางแนบหน้ากับแผ่นหลังกว้าง กล่าวด้วยน้ำเสียงหวานจับใจ

             “ขอบคุณนะคะที่รัก!”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น