อัปเดตล่าสุด 2019-05-16 10:25:50

ตอนที่ 5 บทที่ 5

บทที่ 5

 

             ทีวีถูกเปลี่ยนไปเป็นสิบช่อง ราวกับว่าไม่มีรายการไหนถูกใจคนถือรีโมทเลยสักรายการเดียว และสุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแรง โยนมันลงบนโต๊ะตัวเตี้ยข้างตัวก่อนหดมือกลับมารองศีรษะ ยืดขาเหยียดยาวตามแนวโซฟาสีขาวเนื้อนุ่มราคาแพง

             “เฮ้ย! เบาๆ สิวะ ของทุกชิ้นในห้องฉันมันแพงนะโว้ย หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง แกจะมาใช้ระบายอารมณ์ไม่ได้นะไอ้ป้อ” นภทีป์ซึ่งกำลังใช้แลปท็อปเช็คข่าวสารในอินเตอร์เน็ต หันมาโวยคนที่นอนทำท่าเบื่อๆ บนโซฟาใกล้ตัว

             “แค่นั้นมันไม่พังหรอกน่า อย่าขี้โวยนักเลย” ปริตต์โต้กลับเสียงหงุดหงิด คราวนี้นภทีป์ไม่นึกเคือง เขายิ้มอย่างรู้ทัน ขยับเข้ามานั่งชิดโซฟาที่เพื่อนนอนอยู่

             “นี่ ถามจริง แกหงุดหงิดอะไรนักวะ เรื่องยัยเกี๊ยวใช่ป่ะ” คำถามของนภทีป์ราวกับโยนถ่านไฟร้อนๆ ใส่ปริตต์ ชายหนุ่มเด้งตัวลุกนั่งรวดเร็ว หันมาทำคิ้วยุ่งใส่คนถาม

             “แกพูดบ้าอะไร ยัยเกี๊ยวมาเกี่ยวอะไรด้วย”

             “โถๆ ก็ในคลิปนั่นน่ะมันยัยเกี๊ยวชัดๆ ถึงฉันจะไม่ได้ประทับยัยเกี๊ยวไว้ในใจเหมือนใครบางคนแถวนี้ แต่แกอย่าลืมนะไอ้ป้อว่ายัยเกี๊ยวก็เป็นเพื่อนฉันคนหนึ่งเหมือนกัน” นภทีป์พูดพลางยิ้มยั่วจึงได้รับหมอนเขวี้ยงแรงๆ มาเป็นรางวัลค่ารู้ใจ

             “ใช่ยัยเกี๊ยวแล้วยังไง ไม่เกี่ยวกับฉันสักหน่อย” ปริตต์ปัดเสียงขุ่น ขยับตัวร้อนรน หันหนีมองออกไปนอกกำแพงกระจกใสเบื้องหน้า นภทีป์หัวเราะชอบใจ ขยับมานั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน

             “แกจะบอกว่าที่แกมานั่งเซ็ง หงุดหงิด พลุ่งพล่านอยู่คอนโดฯ ฉันเนี่ยเพราะว่าง ว่างั้น?” นภทีป์ประชด และปริตต์ทำได้เพียงหันมาทำเสียงจึ๊กจั๊กขัดใจ “ไอ้ป้อ...มันกี่ปีแล้ววะที่แกคอยเช็กข่าวยัยเกี๊ยวผ่านทางเฟซบุ๊คของฉัน ไม่ยอมไปแอดมันเป็นเพื่อน ผู้หญิงกี่คนแล้วที่แกพยายามหามาทดแทนยัยเกี๊ยว เอาเฉพาะปีนี้นะ โบวี่ เบญจมาศ ยัยคนนี้ชอบเล่นแบดมินตันเหมือนยัยเกี๊ยวสมัยเรียนเป๊ะ นิสัยบางอย่างก็คล้าย แต่แกดันพลาดไปเรียกชื่อเขาว่าเกี๊ยวหลายต่อหลายครั้ง เขาเลยทนไม่ไหวขอเลิกไป”

             นภทีป์ส่ายหน้าคล้ายเห็นใจปนระอา ดีดนิ้วกลางขึ้นมาเคียงข้างนิ้วชี้ที่ชูไว้เมื่อครู่เป็นการนับจำนวน ปริตต์อ้าปากจะท้วง แต่คนกำลังสนุกกับการต้อนเพื่อนรีบสกัด

             “อ้ะ อย่าเพิ่งขัดฟังให้จบก่อน คนต่อมา เก๋ กันตา นางแบบสาวผู้รักการเล่นกีฬาเทนนิสเหมือนกีฬาที่ยัยเกี๊ยวเล่นเมื่อตอนกลางปีเปี๊ยบ คนนี้ฉันรู้ว่าแกตั้งใจคบเพราะชื่อจริงของเขา และเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำรอยยายโบวี่ แกเลยตั้งใจเรียกแต่ชื่อจริงเขา แล้วเป็นไงล่ะ พอยัยเกี๊ยวเปลี่ยนไปเล่นโบว์ลิ่ง แกก็สลัดยัยเก๋ กันตานั่นทิ้งทันที”

             ปริตต์อดรนทนไม่ไหวเหวี่ยงกำปั้นมาชกไหล่เพื่อนสุดแรง นภทีป์แกล้งร้องเสียงดัง ขยับหนี หากไม่วายหัวเราะเสียงดังลั่น ยิ่งทำให้ปริตต์เคืองใจหนักเข้าไปอีก

             “แกพล่ามบ้าอะไรวะไอ้เมฆ มันเป็นเรื่องบังเอิญเว้ย ฉันไม่ได้ตั้งใจทำอะไรบ้าบออย่างแกพูดสักนิด แกมันมั่ว!”

             “เหรออออ แล้วยัยนางเอกแอ๊บแบ๊วตัวแม่อย่างยัยเกี๊ยว ณิชาวีร์ที่แกเพิ่งสลัดทิ้งไปนี่ล่ะ บังเอิญด้วยสิ ที่ชื่อเล่นไปเหมือนยัยเกี๊ยว แถมชอบเล่นโบว์ลิ่งเหมือนกันอีก แต่โชคร้ายนะ ยัยเกี๊ยวดันเลิกเล่นโบว์ลิ่งเร็วไปหน่อย แค่สามเดือนแกเลยเขี่ยยัยนี่ทิ้งซะงั้น ฉันละทึ่งจริงๆ เคยคิดว่าชื่อ เกี๊ยว กันตา นี่หายากนะ มันยากกว่าชื่อ เจี๊ยบ อร เก๋ หญิง น้อย อ้อย อะไรพวกนั้นตั้งเยอะ แต่แกก็ดันมาพบจนได้”

             “ไอ้เวรเมฆ!”

             “คร๊าบบคุณเวรป้อ”

             “หยุดเห่าสักทีเถอะน่า หนวกหู”

             ปริตต์รู้สึกว่าในหัวใจเขารุ่มร้อนและเต้นไม่เป็นจังหวะ เขากับนภทีป์เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขามีกันตาอยู่ในบริเวณรั้วบ้านพักข้าราชการเดียวกัน เรียกว่านภทีป์คือเพื่อนรู้ใจที่สุดคงไม่ผิด ฉะนั้นทั้งหมดที่นภทีป์พูดมา ล้วนเป็นความจริง ติดก็ตรงที่เขาไม่ยอมรับมันเท่านั้นเอง ไม่อยากยอมรับ ไม่อยากนึกถึงสาเหตุที่ทำให้เขาทำเรื่องบ้าๆ พวกนี้

             “ถามจริงเถอะไอ้ป้อ ทำไมแกไม่บอกยัยเกี๊ยวไปวะว่ารู้สึกยังไง ฉันว่าเท่าที่ดูยัยเกี๊ยวก็ใจตรงกันกับแกนะ สิบปีที่ผ่านมาฉันพอรู้ว่ามีคนมาจีบยัยเกี๊ยวไม่ขาดสาย ก็นะ สวยไม่เบานี่ แต่ยัยเกี๊ยวก็ไม่คบใครจริงจังสักคน นั่นอาจเพราะกำลังรอแกก็ได้นะเว้ย”

             “ไอ้เวรเมฆ วันนี้แกว่าง ไม่มีถ่ายละครรึไงวะ” ปริตต์ชักหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ นภทีป์ยักไหล่ ทิ้งตัวลงนอนพาดเท้าบนขาปริตต์ท่วงท่าสบาย

             “ก็ยัยเกี๊ยว ณิชาวีร์ สาวแบ๊วผู้แสนดีของแกน่ะสิ เบี้ยวกองละครวันนี้ ฉันเลยว่างโดยปริยาย ผู้หญิงอาไร้ขาดความรับผิดชอบ ดีแล้วล่ะที่แกเลิกไปได้”

             ละครเรื่องใหม่ที่นภทีป์กำลังเป็นพระเอกคู่กับเกี๊ยว ณิชาวีร์ถ่ายทำมาได้เกือบครึ่งเรื่อง และเพราะรายการบันเทิงขยันเสนอภาพเบื้องหลังละครเรื่องนี้ บรรดาแฟนคลับเลยจับคู่ให้ทั้งสองเป็น ‘คู่จิ้น’ คู่ใหม่ แทนป้อ ปริตต์ โดยไม่รู้เลยว่านภทีป์นั้นออกจะตั้งแง่กับณิชาวีร์ไม่น้อย

             “ผู้ชายกะล่อนอย่างแกไม่ชอบใจผู้หญิงสวยๆ เป็นด้วยหรือวะไอ้เมฆ” ปริตต์เป็นฝ่ายต้อนกลับบ้าง นภทีป์แสร้งถอนหายใจแล้วพลิกตัวหนี ยิ่งทำให้ปริตต์นึกครึ้มอกครึ้มใจ คล้ายว่าเห็นแววบางอย่างมารำไร

             “สวยร้ายอย่างยัยเกี๊ยวราดพริกนั่นน่ะไม่ไหวหรอกว่ะ เอาแต่ใจสุดๆ วีน เหวี่ยงงี้ที่หนึ่ง” นภทีป์พูดพลางทำท่าขนลุกขนพอง ราวกับรังเกียจเต็มประดา แต่ปริตต์กลับยิ่งสงสัยบางอย่าง

             “นี่แกไม่ได้กำลังปิดบังอะไรฉันใช่ไหมไอ้เมฆ อย่าบอกนะว่าแก...”

             “เฮ้ยๆ ไอ้เวรป้อ อย่าคิดเชียวนะว่าฉันจะชอบยัยนั่น ไม่ใช่สเป็ก ร้ายก็ปานนั้น ไม่รู้แกทนได้ไงตั้งสามเดือน” นภทีป์ส่ายหัวแรง

             “แกก็เว่อร์ไป เกี๊ยวเขาไม่ร้ายขนาดนั้นสักหน่อย ตอนถ่ายละครกับฉัน กับคนอื่น ฉันก็เห็นเขาเข้ากับใครต่อใครได้ดี แกสิ ไปกวนตีนเขารึเปล่า เขาเลยวีนเอา”

             “เปล่านะเว้ย ช่างเถอะน่า นี่แกอย่ามาเปลี่ยนประเด็น เลิกยุ่งเรื่องฉันแล้วคิดเรื่องตัวเองซะ แกรู้ไหม เรื่องคลิปนั่นน่ะ ต้องทำให้ยัยเกี๊ยวเดือดร้อนแน่ แกจำไม่ได้รึไง ว่ายัยเกี๊ยวมันเป็นข้าราชการ และร้ายกว่านั้นถ้าพ่อมันรู้เข้าละก็ แกเตรียมตัวตายได้เลยไอ้ป้อ” นภทีป์พูดพร้อมยกนิ้วชี้ปาดคอตัวเองเป็นท่าประกอบ

             “แต่ในคลิปนั่นไม่ใช่ฉันนี่หว่า พ่อเกี๊ยวเขาจะมาโกรธฉันได้ไงล่ะ ไปโกรธไอ้หมอนั่นสิ” พอพูดถึงคนในคลิป เสียงปริตต์ก็ขึ้นจมูกทีเดียว ชายหนุ่มขมวดคิ้วจนย่นเข้าหากันแน่น

             “แหม...เสียงหงุดหงิดเชียวน้า หึงเขาล่ะสิ เอ้า เอาไปดูข่าวซะ ว่าคนในเน็ตเขาเชื่อกันหรือเปล่าที่แกอ้างว่าเป็นคนหน้าเหมือน หรือเขาปักใจเชื่อนักหนาว่านั่นมันคือแก!” นภทีป์ยกแลปท็อปวางบนตักเพื่อน แล้วเดินหายเข้าไปในห้องส่วนตัว ปล่อยให้ปริตต์ได้ครุ่นคิดตามลำพัง

             ทุกสื่อไม่เชื่อว่าคนในคลิปไม่ใช่เขา ปริตต์เห็นแล้วหงุดหงิดเป็นเท่าทวี หงุดหงิดเพราะไม่ใช่เขาจริงๆ นั่นแหละ แต่เมื่อความหงุดหงิดซาลง ความห่วงใยก็เข้าทดแทน เขาจำได้ดีว่าอาชีพข้าราชการคืออาชีพที่พ่อของกันตารัก และกันตาเองก็อยากเจริญรอยตามพ่อบนเส้นทางนี้...ชายหนุ่มนึกห่วงหญิงสาวขึ้นมาจับใจ

             ...หรือได้เวลาที่เขาต้องไปเจอกันตาสักครั้งแล้ว หลังจากห่างกันไปร่วมสิบปี

 

             วันนี้กันตากลับถึงคอนโดฯ ตามเวลาปกติ ทว่าหญิงสาวกลับรู้สึกอ่อนแรง เหนื่อยล้ากว่าทุกวัน ชีวิตเธอกำลังเผชิญเรื่องบ้าบอคอแตก ชนิดตื่นแล้วหลับฝันอีกสามรอบก็ไม่น่าเชื่อ ตอนคุณคชาพูดกับผอ.คุณธรรม เธอได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ทั้งเกร็งทั้งเกรง ไม่กล้ากระดิกตัวจนแทบลืมหายใจด้วยซ้ำ

             ‘ผมรู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกับภาพพจน์ของโรงเรียนและตัวหนูกันตา แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วจากความไม่ตั้งใจของลูกชายผม ผมจึงตั้งใจมาขอโทษผอ.กับหนูกันตา และผมสัญญาว่าเรื่องคลิปนั่นจะจบลงอย่างรวดเร็ว ผมหวังว่าผอ.จะไม่ลงโทษหนูกันตาขั้นร้ายแรงหรอกนะครับ เพราะเธอเป็นคนดี และเป็นคนที่ผมถูกชะตาตั้งแต่แรกรู้จักเลยทีเดียว’

             ตอนนั้นกันตาได้แต่อ้าปากค้าง อยากถามว่าเธอไปรู้จักกับเขาตอนไหน เขาถูกชะตาเธอตั้งแต่เมื่อไร ทว่าดวงตาที่แม้จะฉายแววเอ็นดูตัวเธอ ก็ยังทรงพลังอำนาจจนหญิงสาวต้องหุบปากกลืนทุกคำลงคอ

             กันตาเดินมาตามทางโรยด้วยหินสวยสีขาวกับดำตัดผ่านสวนกว้างของคอนโดฯ ด้วยความคิดเลื่อนลอย จากเรื่องคุณคชาก็ลามมาถึงเรื่องลูกชายของเขา นั่นละ ตรงนั้นเองที่เธอคิดว่าเป็นเรื่องบ้าอย่างไม่น่าจะเกิดขึ้น คิดแล้วก็ทำท่าคล้ายจะหมดแรงทรุดลงกับพื้นเสียดื้อๆ

             “เดินไม่ดูทางแบบนั้นเดี๋ยวก็ตกลงไปในสระหรอก”

             เสียงไม่คุ้นหูเอ่ยขึ้นจากมุมใดมุมหนึ่งของสวน ข้างสระน้ำขนาดใหญ่ กันตาหันมองรอบตัวอย่างระแวงระวัง จึงได้เห็นชายในชุดดำ คนที่ไปหาเธอเมื่อตอนกลางวัน เดินออกมาจากใต้ต้นลั่นทมออกดอกสีขาวสวยเต็มต้น

             “คุณ!”

             ขายาวๆ ก้าวแค่สามสี่ก้าวก็มาหยุดยืนตรงหน้าเธอระยะประชิด กันตาเผลอถอยด้วยความตกใจ และเขาเองก็คว้าตัวเธอไว้ตามสัญชาตญาณมากกว่าจะฉวยโอกาส

             “อื้อหือ...นี่ถ้ามืดกว่านี้สักหน่อย ผมคงคิดว่าคุณอยากรำลึกความหลังของเรานะนี่”

             “บ้า! ห้ามพูดว่าความหลังของเราเด็ดขาด และกรุณาปล่อยฉัน” กันตาบอกเสียงกร้าวตาขุ่น พันแสงยักไหล่แล้วตวัดร่างบางให้หมุนมายืนห่างสระน้ำ ก่อนจะยอมปล่อยแต่โดยดี “คุณมาที่นี่ได้ยังไง”

             “ปภพขับรถพามา” เขาตอบหน้าตาเฉย เห็นได้ชัดว่าริมฝีปากกลั้นยิ้ม กันตามองอย่างเอาเรื่อง เขาจึงหลุดหัวเราะแล้วบอกความจริง “ผมก็ตามมาส่งคุณไง ถึงคุณไม่ใช่ดารา แต่ตอนนี้คุณกำลังเป็นข่าวกับดาราดัง อาจจะมีพวกนักข่าวมาดักสัมภาษณ์ ไม่ก็แฟนคลับนายป้อมาดักตบคุณโทษฐานไปแย่งหวานใจเขาก็ได้นะ”

             “ฉันไม่รู้หรอกนะว่าคนมีเงิน มีอำนาจ มีทุกสิ่งทุกอย่างอย่างคุณเขาชอบเล่นอะไรแผลงๆ กันแค่ไหน ยังไงบ้าง แต่ขอเถอะ อย่ามาเล่นแบบนี้กับฉัน ฉันไม่ชอบและจะไม่มีวันเล่นด้วย” กันตาซีเรียส ถึงขนาดเขาตามมาถึงที่พักส่วนตัวอย่างนี้ ดูจะล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวเกินไปแล้ว

             “ผมนึกว่าคุณเข้าใจทุกอย่างตั้งแต่ตอนกลางวันแล้วซะอีก งั้นบอกอีกที ผมไม่ได้ล้อเล่น ผมจริงจังกับเรื่องนี้ และผมไม่ได้ใช้เงินหรืออำนาจอะไรมาต่อรองกับคุณ ผมมาด้วยความต้องการของตัวเอง ขอให้คุณเข้าใจตามนี้”

             กันตามองร่างสูงตรงหน้าอย่างตั้งใจ ถึงท่วงท่าของเขาจะสบายๆ แต่สายตาคู่นั้นยืนยันคำพูดได้ดี เธอนึกไม่ออกเลยว่าเขาทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร กับแค่เหตุผลว่าหน้าเธอเหมือนคนรักเก่าของเขา ดูจะน้ำหนักน้อยไปหน่อยสำหรับการจะให้คนระดับลูกนักการเมืองชื่อดังมาคอยตามตื้อครูธรรมดาอย่างเธอ

             “ฉันจำได้ว่าฉันไม่เคยกู้เงินนอกระบบ ไม่เคยทำร้ายใครถึงขั้นเลือดตกยางออก เรื่องขโมยของยิ่งแล้วใหญ่ แม้แต่ยางลบเพื่อนสักก้อนฉันยังไม่เคยขโมย” กันตาพูดโดยไม่ละสายตาจากเขา พันแสงกะพริบตารัวเร็วอย่างรับไม่ทัน เขางงกับสิ่งที่เธอพูด “เพราะฉะนั้น ฉันคงไม่เคยทำให้คุณเดือดร้อนจากสิ่งเหล่านั้นแน่ ทีนี้บอกฉันมาเถอะ ฉันเคยทำอะไรให้คุณไม่พอใจ หรือติดค้างอะไรคุณโดยที่ฉันไม่รู้ตัว ฉันจะได้แก้ไข และคุณจะได้ไม่ต้องมาเล่นพิเรนทร์กับฉันอีก”

             พันแสงอึ้งตาค้างเป็นนานกว่าเขาจะหัวเราะจนสำลักหน้าแดง ปภพซึ่งยืนห่างออกไปไม่มากก็กลั้นหัวเราะสุดความสามารถ มีก็แต่กันตาเท่านั้นที่ไม่ขำไปกับสองคนนั่นด้วย

             “นี่คุณหาว่าผมเป็นพวกปล่อยเงินกู้นอกระบบเหรอ? เอาเถอะ คุณอาจจะยังตั้งตัวไม่ทัน แต่หลังจากวันนี้ไป คุณจะค่อยๆ ชินกับผมไปเอง” เขาบอก ดวงตายามมองหญิงสาวแพรวพราวระยิบระยับ แล้วจู่ๆ เขาก็ก้าวพรวดไปชิดเธอพร้อมก้มลงจนจมูกแทบจะชนจมูกเธอ รวดเร็วจนกันตาถอยไม่ทัน “เพราะผมจะไม่ปล่อยให้คุณห่างนานจนคิดถึงแน่”

             รอยยิ้มของเขาอยู่ใกล้เพียงลมหายใจคั่นกลาง กันตาหายใจไม่ทั่วท้อง เธอพยายามนึกหาคำพูดหรืออะไรสักอย่างให้ตัวเองมีสติ แต่ยังไม่ทันได้ทำอย่างใจคิด ร่างของพันแสงก็ถูกกระชากไปจากด้านหลัง รวดเร็วจนแทบมองไม่ทันเมื่อเขาโดนแรงปะทะบางอย่างเข้าที่ใบหน้า จนเซไปหลายก้าว

             “ป้อ!” กันตาอุทานเมื่อเห็นว่าคนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ ตั้งท่าจะเข้าไปซ้ำหมัดบนใบหน้าพันแสง ทว่าปภพเข้ามากระชากตัวปริตต์ไว้ได้เสียก่อน และถ้าพันแสงห้ามไว้ไม่ทัน บอดี้การ์ดอย่างปภพคงเล่นงานปริตต์ยับไปแล้ว

             ปริตต์สะบัดแขนออกจากการล็อกของปภพ เขามองพันแสงด้วยสายตากราดเกรี้ยว หายใจเข้าออกแรงจนหน้าอกกระเพื่อม ผิดกับพันแสงที่ยกมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปากอย่างสงบ ไร้ทีท่าตกใจหรือโกรธตอบ หากกันตาก็เห็นว่าดวงตาเขาเครียดขรึมขึ้นกว่าเมื่อครู่

             “อย่าทำกับเกี๊ยวแบบนี้อีก เธอไม่ใช่ของเล่นของนาย และนายไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้าใกล้เธอ” น้ำเสียงปริตต์บอกชัดว่าเขากำลังโกรธจัด ทว่าพันแสงทำเพียงหัวเราะหึในลำคอ

             “แล้วนายมีสิทธิ์เข้าใกล้เธองั้นสิ?” นอกจากไม่สนใจคำพูดเชิงคำสั่งของปริตต์แล้ว พันแสงยังตอบกลับด้วยอาการท้าทาย ทำให้ปริตต์ตั้งท่าพุ่งเข้าไปหาเขาหมายจะซัดอีกสักตั้ง

             “ป้อ อย่านะ!” กันตาเข้ามาคว้าแขนเขาไปกอดไว้แน่น ซึ่งต่อให้กันตาไม่เข้ามาห้าม ปภพก็คงไม่ปล่อยให้ปริตต์ทำร้ายเจ้านายซ้ำสองได้อีก “อย่ามีเรื่องเลยน่า เดี๋ยวก็เป็นข่าวอีกหรอก” กันตาเตือนด้วยความห่วงใย ถึงตอนนี้เธอชักไม่มั่นใจแล้วว่าที่ส่วนตัวจะปลอดภัยจากพวกปาปารัซซี่ได้ ก็ขนาดพันแสงยังตามเธอมาถูกที่ได้เลย

             พันแสงหันมองกันตาด้วยสายตาบางอย่างแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองปริตต์ จ้องตากันครู่ใหญ่ พันแสงจึงเป็นฝ่ายถอยกลับไปง่ายๆ โดยมีปภพเดินระวังอยู่ด้านหลัง

             “ชอบนักรึไงให้ผู้ชายกอดจูบข้างสระน้ำเนี่ย” ปริตต์ก้มลงต่อว่าคนที่ยังจับแขนเขาอยู่อย่างลืมตัว เขารู้ว่าเธอไม่ตั้งใจ ถ้ามีสติกันตาไม่มีวันแตะต้องตัวเขาขนาดนี้แน่

             ฟังคำสบประมาทของคนตัวสูงแล้วกันตาถึงกับตาวาวทีเดียว เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นึกโมโหปากพล่อยของเขาจนต้องรัวฝ่ามือลงบนต้นแขนแข็งแรงไม่ยั้ง ฝ่ายถูกทำร้ายได้แต่ร้องโอดครวญ ยกมือปัดป้องพัลวัน

             “ปากแบบนี้น่ะสิ ผู้หญิงถึงทนไม่ได้ ทิ้งกันไปหมด” กันตาว่าอย่างเหลืออด ก่อนก้มลงไปกัดต้นแขนเขาสุดแรง

             “โอ๊ย! ยัยเกี๊ยวบ้า!”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น