อัปเดตล่าสุด 2019-05-16 10:27:50

ตอนที่ 7 บทที่ 7

บทที่ 7

 

             ข่าวคลิปฉาวที่กระบี่ ซึ่งใครต่อใครเข้าใจว่าเป็นปริตต์ซาและเงียบลงไปในเวลาอันรวดเร็ว จะเพราะอิทธิพลของคุณคชาหรือเพราะข่าวอื้อฉาวของดาราคนอื่นมากลบนั่นสุดรู้ ทว่าสี่วันหลังจากปริตต์ไปหากันตาที่คอนโดฯ คลิปฉาวตัวใหม่ก็ออกมาว่อนเน็ต คราวนี้ดูจะร้ายแรงกว่าเก่าเพราะเป็นข่าวชู้สาวผสมทะเลาะวิวาท

             ‘ขยันเป็นข่าวเหลือเกิ๊น! พ่อคาสโนวาตัวพ่อของเรา คลิปข่าวจูบสาวจนตกสระเพิ่งจะสร่างซา ปาปารัซซี่มือดีดันไปแชะภาพพร้อมคลิปไว้ได้อีกครั้ง ตอนย่องพาสาว ‘คนเดิม’ ขึ้นคอนโดฯ แต่สาวเจ้าดันมีใครอีกคนซุกไว้ งานนี้พ่อคาสโนวาฉุนขาดชกอีกฝ่ายเสียเลือดกลบปาก! แหม...คนหน้าเหมือนเนี่ย ช่างเป็นข่าวจริงๆ หน้าเหมือนทั้งฝ่ายหญิงฝ่ายชายซะด้วย คราวนี้จะแก้ตัวว่าไงจ๊ะพ่อคาสโนวาข่าว(คาว)รายวัน’

             “กรี๊ดดดดดดดดดด”

             กันตาซึ่งเพิ่งอาบน้ำเสร็จสะดุ้งตกใจ เมื่อเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเห็นปริดายืนเต้นเร่าๆ พร้อมกับกรีดร้องอยู่ตรงหน้าเธอใกล้ประตูห้องน้ำ

             “แกเป็นอะไรอีกเนี่ยปุ๊กลุก กรีดร้องอะไรแต่เช้า ฉันชักสงสัยซะแล้วสิว่าแกเป็นแฟนคลับนายป้อหรือนางร้ายหลุดออกมาจากละครกันแน่ วันๆ เอาแต่กรี๊ด” กันตาว่าด้วยท่าทางขยาด เพราะอีกฝ่ายยืนทำตาคว่ำมองเธอยังกับจะกินเลือดกินเนื้อ

             “ฉันก็ต้องเป็นนางร้ายน่ะสิ ก็แกน่ะทำตัวเป็นนางเอกแย่งป้อที่รักของฉันไปต่อหน้าต่อตา อันนั้นไม่เท่าไร ฉันยอมได้ แต่เรื่องที่ป้อมาหาฉัน เอ๊ย มาหาแกถึงที่นี่แล้วแกไม่ยอมบอกฉันเนี่ยสิ อภัยไม่ได้!”

             กันตาอึ้งไปเล็กน้อย วันนั้นเธอไม่ได้เล่าให้ปริดาฟังเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง และถ้าเล่าอาจต้องเล่าละเอียดยิบซึ่งหญิงสาวไม่พร้อมสำหรับทุกอย่างไม่ว่าเรื่องในอดีตหรือวันนั้น

             “กะ...แกรู้ได้ยังไง”

             “ชิ! แกอย่าลืมนะว่าป้อของฉันเขาเป็นคนของประชาชน จะไปไหนทำอะไรย่อมมีคนสังเกตเห็น ยิ่งช่วงนี้แกทำให้เขาเสื่อมเสียชื่อเสียง ยิ่งมีคนจับตามองเป็นพิเศษ กับอีแค่มาหาแกถึงคอนโดฯ ทำไมจะไม่มีใครรู้ใครเห็น อ้อ แล้วไม่ใช่ฉันคนเดียวหรอกย่ะที่เห็น ป่านนี้เขาเห็นกันทั้งประเทศแล้วมั้ง”

             ปริดาพูดยาวเหยียดรู้สึกเหนื่อยหอบและหิวขึ้นมาอย่างกะทันหัน เพราะมัวรอกันตาอาบน้ำเพื่อจะไปหามื้อเช้ากินกันในวันหยุด จึงนั่งเสพข่าวบันเทิง(ของป้อ)ฆ่าเวลา

             “แกหมายความว่าไงปุ๊กลุก นี่อย่าบอกนะว่า...”

             “อือ ไม่บอก แต่ให้เห็นกับตาเลยดีกว่า” ว่าแล้วปริดาก็ลากมือเพื่อนไปยังหน้าคอมพิวเตอร์ กดไหล่ให้นั่งลงบนเก้าอี้แล้วเปิดข่าวพร้อมคลิปดังกล่าวให้กันตาดู หลังจากดูจบกันตาถึงกับหน้าซีดยกมือขึ้นทาบอก “ข่าวนี้เป็นกระแสแรงในเว็บมากด้วยนะ ฉันกำลังเป็นห่วงว่าถ้าเกิดสื่อยังเล่นข่าวต่อ เรื่องที่ป้อถูกเลือกให้เป็นทูตที่มูลนิธิฯ ของฉันอาจถูกถอด”

             น้ำเสียงปริดาเศร้าหม่นระคนผิดหวัง ปริดาทำงานให้กับมูลนิธิเด็กกำพร้า และอีกสามเดือนข้างหน้าทางมูลนิธิของเธอจะส่งเด็กกำพร้าเหล่านี้ไปร่วมการแสดงวัฒนธรรมระดับเอเชีย ซึ่งในงานครั้งนี้ทางมูลนิธิได้เลือกปริตต์เป็นทูตโปรโมตงาน เพื่อให้สังคมสนใจกับการดูแล ช่วยเหลือ และสนับสนุนผลงานของเด็กๆ เหล่านี้

             “ป้อเนี่ยนะเป็นทูตมูลนิธิที่แกทำงานอยู่ ฉันไม่รู้เลย” กันตาเงยหน้าขึ้นถามด้วยความสงสัย

             “ก็แกเคยสนใจข่าวดาราเสียที่ไหน ถึงป้อเขาจะมีข่าวเสียหายเรื่องสาวๆ ไปบ้างแต่เขาเป็นคนรักเด็กใครก็รู้ แกเองก็น่าจะรู้นี่นา วันเกิดเขาทุกปีเขาไปเลี้ยงข้าว เอาของขวัญไปแจก และบริจาคเงินให้มูลนิธิฉันทุกปี น่ารักซะไม่มีป้อของฉัน” ปริดาทำท่าเคลิบเคลิ้มปลาบปลื้ม

             “ถ้างั้นเขาคงไม่ถอดป้อออกจากการเป็นทูตหรอกมั้ง ขนาดข่าวผู้หญิงยังทำอะไรเขาไม่ได้เลย”

             “แต่ครั้งนี้มันติดต่อกันเกินไป คลิปกระบี่เพิ่งจะซาคลิปนี้มาใหม่ แถมมีชกต่อยด้วย อีกอย่างพวกแฟนคลับนายนภทีป์คู่แข่งป้อยิ่งจ้องเล่นงานอยู่ด้วย อย่าว่าแต่ทูตของมูลนิธิฉันเลย อีเว้นท์ ละคร โฆษณา อะไรต่อมิอะไรก็อาจถูกถอดด้วยนะแก”

             กันตาอยากค้านไปนักว่านภทีป์ไม่มีทางเป็นคู่แข่งปริตต์ คู่นั้นเขาซี้กันจะตาย หากเธอก็คร้านขัดคอแฟนคลับปริตต์ และเมื่อคิดตามคำพูดปริดาความเป็นไปได้ก็มีอยู่จริง ที่ปริตต์โด่งดังและฝ่าข่าวเสียหายมาได้ทุกวันนี้ นั่นเพราะฐานแฟนคลับเขาเยอะและแนบแน่น ทางช่องหรือบริษัทต่างๆ จึงต้องการตัวเขา แต่หากมีข่าวเสียหายมากเกินไปจนคน ‘ยี้’ ก็อาจจะต้องเปลี่ยนตัวกันบ้าง ดาราหน้าใหม่ก็ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด

             คิดดังนั้นกันตาให้นึกห่วงเขาขึ้นมาจับใจ ลืมเสียสนิทว่าในคลิปดังกล่าวมีตัวเองเป็นประเด็นอยู่ด้วย เผลอๆ น่าเป็นห่วงกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ

             “ปุ๊กลุก แก...รู้จักบ้านคุณคชาไหม?” จู่ๆ กันตาก็ถามขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เล่นเอาปริดางงงัน

             “คชาไหน?”

             “คุณคชา เลิศวงศ์พันธุ์!”

 

             คอนโดฯ ที่ปริดากับกันตาอาศัยอยู่เป็นคอนโดฯ ระดับหรูที่ปริดาซื้อไว้ตั้งแต่เข้าเรียนระดับอุดมศึกษาเนื่องจากมันอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย แต่เพราะกลัวเหงาเลยชวนกันตามาอยู่ด้วย พอทำงานก็ใกล้ที่ทำงานอีกจึงอาศัยต่อเรื่อยมา

             ความจริงครอบครัวของปริดาทำธุรกิจขนาดใหญ่หลายอย่าง หนึ่งในหลายอย่างนั้นมีบางส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณคชา จึงไม่แปลกถ้าปริดาจะหาข้อมูลที่กันตาต้องการได้ภายในสิบนาที

             และเพียงหนึ่งชั่วโมงถัดมา กันตาก็มาจอดรถอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่มีรั้วรอบขอบชิดปิดทึบสูงท่วมหัว ยกเว้นด้านหน้าที่เป็นประตูเหล็กดัดลวดลายสวยงามทว่าแข็งแรง อีกทั้งมีเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำคอยเฝ้าเต็มไปหมด...การมีอำนาจบารมี ต้องคอยระวังกันขนาดนี้นี่เอง…หญิงสาวคิดกึ่งทึ่งกึ่งปลง

             เมื่อรู้แล้วว่าบ้านตรงหน้าเป็นบ้านคุณคชา สิ่งที่กันตากังวลมาตลอดทางคือเขาจะยอมให้เธอเข้าพบไหม คนระดับเขามีหรือจะยอมให้ใครเข้าพบง่ายๆ โดยไม่มีการนัดล่วงหน้า ไม่มีธุระสำคัญร้อยล้านพันล้าน แถมเป็นแค่เรื่องไร้สาระที่เขาคงไม่อยากฟัง ทว่า...มันเป็นเรื่องสำคัญของปริตต์ ยังไงเธอก็ต้องลองดู ถ้าเขาช่วยสยบข่าวของปริตต์ได้ให้ทำอะไรกันตายอมหมด

             สูดหายใจเรียกพลังฮึดสู้อีกรอบก่อนลงจากรถเดินลงเท้าหนักๆ เข้าไปยังประตูรั้วสูง ยังไม่ทันถึงระยะสายตาของเหล่าบอดี้การ์ดชุดดำ เสียงแตรรถจากด้านหลังก็ดังขึ้น กันตาสะดุ้งสุดตัวรีบถอยหลบไปด้านข้าง รถคันนั้นเคลื่อนตัวมาตรงหน้าเธอ แล้วหยุดนิ่งสนิทครู่หนึ่งกว่ากระจกด้านหลังจะถูกเลื่อนลง 

             “ใช่หนูกันตารึเปล่า?” เสียงซึ่งผสมผสานระหว่างความเอ็นดูกับทรงพลังอำนาจถามขึ้น ทำเอากันตายิ้มกว้าง

             “ท่านจำหนูได้หรือคะ?” ฝ่ายถูกเรียกว่า ‘ท่าน’ หัวเราะเบาๆ ก่อนตอบ

             “หนูคงไม่ได้แค่ผ่านมาแถวนี้...ถ้ามาหาฉันหรือลูกชายฉันก็ขับรถตามเข้ามาได้เลย” เพียงเท่านั้นกระจกก็เลื่อนปิด รถคันหรูเคลื่อนตัวเข้าไปยังบ้านหลังใหญ่

             กันตาคงไม่รู้ว่าตลอดรั้วบ้านอันยาวเหยียดของคุณคชานั้นมีกล้องวงจรปิดติดไว้เป็นระยะ ตอนเธอขับรถเข้ามาในถนนสายเล็กผ่านรั้วบ้านของเขากว่าจะถึงประตูรั้วใหญ่ ภาพทั้งหมดถูกบันทึกไว้และเมื่อเป็นรถแปลกไม่คุ้นตา คนของเขาก็จะส่งภาพนั้นเข้ามือถือเขาทันที โชคดีแค่ไหนที่ประวัติของเธออยู่ในแฟ้มข้างตัวคุณคชาอย่างละเอียด ทั้งลักษณะรถและป้ายทะเบียนจึงได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้ได้ขนาดนั้น

             หญิงสาวละล้าละลังอยู่อีกครู่ก่อนตัดสินใจเดินกลับไปขึ้นรถญี่ปุ่นคันเล็กของตัวเอง แล้วขับตามรถเจ้าของบ้านไป เมื่อล้อด้านหลังผ่านธรณีประตูเรียบร้อย กันตามองกระจกมองหลังเห็นว่าประตูรั้วสูงใหญ่นั้นเคลื่อนตัวปิดสนิทแน่น ให้นึกใจหายขึ้นมาแวบหนึ่ง...นี่เธอกล้ามากไปหรือเปล่าที่เข้าถ้ำเสือ(โดยไม่ต้องการลูกเสือ)เพียงลำพังอย่างนี้

             พอมาจอดรถบริเวณหน้าบันไดบ้าน กันตาสูดหายใจอีกครั้ง รู้สึกเหมือนลมหายใจจะขาดห้วงเสียอย่างนั้น เมื่อก้าวลงจากรถจึงเห็นว่า คุณคชายืนรออยู่พร้อมกับชายชุดดำที่คาดว่าคงเป็นพ่อบ้านมากกว่าบอดี้การ์ดเดินเข้ามาโค้งคำนับพร้อมยื่นมือมาตรงหน้าเธอ

             “คะ?” กันตางุนงง คุณคชาจึงหัวเราะอีกครั้ง

             “ส่งกุญแจรถให้เขาสิหนู เขาจะเอารถไปเก็บ จอดไว้ตรงนี้มันเกะกะคนพาล เดี๋ยวรถหนูจะได้รับอันตราย”

             ฟังดังนั้นกันตารีบวางกุญแจบนมือพ่อบ้าน คิดไปว่านักการเมืองชื่อดังอย่างคุณคชาคงมี ‘คนพาล’ คอยตามราวีเยอะแยะไปหมด แม้แต่ในบ้านตัวเองยังต้องระวังขนาดนี้เลย นี่ละหนาที่ใครต่อใครบอกว่า อำนาจมันหอมหวานยั่วใจ

             “มาเถอะ” คุณคชาเรียก หญิงสาวยิ้มแหยให้ก่อนเดินเข้าไปหา เขารอจนเธอมายืนเคียงจึงก้าวขึ้นบันไดพร้อมกัน ระหว่างยืนถอดรองเท้าแม่บ้านคนหนึ่งนำสลิปเปอร์มาวางสองคู่พร้อมรับเสื้อสูทของเขาไป แม่บ้านอีกคนยื่นมือมาตรงหน้าเธอ

             “คะ?” ดูเหมือนว่าทุกอย่างที่นี่จะทำให้กันตาพูดได้แค่คำนั้นคำเดียว

             “อย่าหาว่าคนบ้านนี้เรื่องมากเลยนะหนู เขาทำตามหน้าที่ ส่งกระเป๋าให้เขาเถอะ เขาแค่จะเอาไปเก็บให้เท่านั้นเอง” คุณคชาบอกด้วยรอยยิ้ม งดชี้แจงรายละเอียดว่าแม่บ้านต้องเอากระเป๋าของกันตาไปตรวจค้น ต่อให้รู้ประวัติเธอ เขาก็ประมาทไม่ได้

             เมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้านกันตารู้สึกได้ถึงความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ เธอกวาดตามองรอบๆ เห็นได้ชัดว่าห้องโถงกว้างขวาง ทำให้ย้อนนึกกลับไปว่าเมื่อสักครู่เธอมัวแต่งงนั่นงงนี่ จนลืมคิดว่าที่นี่ไม่สมควรเรียกว่าบ้าน ถ้าจะให้เหมาะต้องเรียกว่า ‘คฤหาส’ มากกว่า

             “หนูอุตส่าห์มาถึงนี่ คงมีธุระสำคัญสินะ งั้นเดี๋ยวฉันให้แม่บ้านพาหนูไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร ขอฉันอาบน้ำสักแป๊บ พอดีเมื่อคืนงานยุ่งนิดหน่อยยังไม่ได้นอนและยังไม่ได้กินมื้อเช้าด้วย”

             คุณคชาเพียงต้องการอธิบายให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจ ทว่ากันตากลับรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย เธอมัวใจร้อนจนไม่ดูเวล่ำเวลา นอกจากทิ้งให้ปริดาไปหามื้อเช้ากินคนเดียวแล้วยังมารบกวนเขาเสียอีก

             “เอ่อ หนูขอโทษนะคะที่มารบกวน งั้นหนูขอเวลาคุยแค่ห้านาทีเท่านั้น แล้วหนูจะกลับเลยค่ะ”

             “ฮื่อ ได้ยังไง ไหนๆ ก็มาแล้ว ไม่รบกวนอะไรหรอก ฉันอยากมีเพื่อนกินมื้อเช้าด้วยพอดี กินคนเดียวทุกวันเบื่อจะแย่” พอเจ้าของบ้านพูดอย่างนั้นเหมือนกันตาจะนึกอะไรได้ หญิงสาวเผลอหันมองรอบตัว กวาดสายตาหาอีกคนที่น่าจะอยู่ในบ้านนี้เหมือนกัน “นั่นแน่ะ แม่บ้านมาพอดี เดี๋ยวหนูไปรอที่โต๊ะอาหารละกัน ไม่เกินสิบนาทีฉันจะตามไป”

             คุณคชาเดาออกว่ากันตามองหาใคร เขาลอบยิ้มแล้วพยักหน้าให้แม่บ้านมานำเธอไปยังห้องอาหารของบ้าน ส่วนตัวเองเดินขึ้นชั้นบนไปยังห้องส่วนตัว

             สิบนาทีไม่ขาดไม่เกิน ร่างสูงสง่าของเจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาในห้องอาหารซึ่งมีกันตานั่งรออยู่เพียงลำพัง เธอหันไปมองและเขาเพียงแค่ยิ้มให้เนื่องจากกำลังคุยโทรศัพท์อยู่

             “สรุปว่ายังไง เช้านี้แกจะมากินมื้อเช้ากับพ่อไหม” คุณคชาถามพลางเดินไปทรุดนั่งตรงเก้าอี้หัวโต๊ะ กันตาไม่จำเป็นต้องแอบฟัง เพราะเธอได้ยินเขาพูดทุกคำโดยเฉพาะคำแทนตัวว่า ‘พ่อ’ ถึงกับทำให้กันตาสะดุ้งเล็กๆ พอจะเดาออกว่าเขากำลังคุยอยู่กับใคร

             “ผมเพิ่งตื่นตอนพ่อโทร.มานี่แหละ กว่าจะอาบน้ำ แต่งตัว นั่งรถไปอีก คงบ่ายพอดี” พันแสงไม่ตอบตรงๆ แค่สาธยายกิจกรรมให้รู้ว่าเขากำลังหลบเลี่ยงด้วยน้ำเสียงขี้เกียจ

             “แน่ใจนะ”

             “พ่อจะรอผมถึงบ่ายไหมล่ะ”

             “เรื่องอะไรจะรอ แค่โทร.มาถาม อ้อ เดี๋ยวนะ” คุณคชายิ้มเจ้าเล่ห์อย่างที่พันแสงหมดโอกาสเห็น หันไปทางกันตาแล้วเอ่ยถามโดยไม่ปิดโทรศัพท์ “หนูกันตาบอกแม่บ้านไปหรือยังว่าจะกินอะไรเป็นมื้อเช้า ข้าวต้ม ชุดอาหารเช้า หรือไข่กระทะสูตรพิเศษ แม่บ้านที่นี่เขาก็ทำอร่อยนะ”

             “เอ่อ ยังค่ะ” กันตาตอบอย่างเกรงใจ เธอจะกล้าสั่งแม่บ้านได้ยังไง ไม่ใช่เจ้าของบ้านเสียหน่อย

             “พ่อ! พ่อ!” เสียงเรียกจากโทรศัพท์ดังทะลุออกมาจนคุณคชาต้องกลั้นยิ้ม

             “อะไรของแกฮึแสง พ่อขอคุยกับเพื่อนกินมื้อเช้าสักแป๊บไม่ได้รึไง”

             “ผมเปลี่ยนใจแล้ว จะรีบไปกินมื้อเช้ากับพ่อ รอผมด้วย อ้อ ให้เพื่อนของพ่อรอผมด้วย ห้ามกลับก่อนเด็ดขาด” พันแสงสั่งเสียงดัง สลัดผ้าห่มที่พันตัวอยู่ เด้งลุกจากเตียงร้อนรน

             “ไม่เอา ไม่รอ กว่าแกจะมาถึงก็บ่าย ขืนรอ พ่อเป็นโรคกระเพาะพอดี” คุณคชาเอาคำพูดลูกชายตัวแสบมาย้อนเพื่อความสะใจ พันแสงทำเสียงฮึ่มฮั่มส่งมาทางโทรศัพท์ก่อนรีบบอก

             “ยี่สิบนาที ยี่สิบนาทีเท่านั้นผมจะไปถึงที่นั่นแน่นอน ภพ! ภพโว้ย! เตรียมรถให้ฉันด้วย รถฉันนะ แค่นี้นะพ่อผมรีบ” พันแสงตะโกนเรียกบอดี้การ์ดส่วนตัวควบตำแหน่งคนขับรถดังลั่น

             “เดี๋ยว!” คุณคชาเรียกไว้ 

             “อะไรอีกล่ะพ่อ คิดจะถ่วงเวลาผมรึไง?”

             “เปล่า แค่จะถามว่าแกจะกินอะไรเป็นมื้อเช้า จะให้แม่บ้านเตรียมไว้รอ เดี๋ยวแกมาเร็วเกิน เขาจะเตรียมไม่ทัน” คนเป็นพ่อประชดลูกชายอย่างนึกสนุก นานๆ พันแสงจะมีจุดอ่อนให้เล่นงานสักที ปล่อยผ่านไปละเสียดายแย่

             พันแสงกัดฟันกรอดตอบกลับเสียงดัง

             “เกี๊ยวกินอะไรผมก็กินอันนั้นแหละ!” แล้วเขาก็ตัดการสื่อสารลงทันที


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น