อัปเดตล่าสุด 2019-05-28 13:45:37

ตอนที่ 11 แผนการชั่วร้าย

       อีกสามวันถัดมา หลังจากที่งานเลี้ยงวันเกิดของคุณหญิงภาวิดาได้ผ่านพ้นไปแล้ว ท่านหญิงอุณนิษาก็เดินเข้ามาในเรือนหลังใหญ่ของบ้านพรหมบดินทร์ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งในห้องรับแขกโดยที่ไม่ต้องมีใครมาเชื้อเชิญ คนอารมณ์เสียกวาดสายตามองพวกบ่าว ก่อนจะตะโกนเรียกหาข้ารับใช้คนสนิทด้วยเสียงอันดัง
       “นางปริก อยู่ไหนเนี่ย เอาน้ำมาให้ฉันดื่มหน่อยสิ!”
       “เจ้าค่า!” นางปริกรีบยกน้ำมาให้หญิงสาวอย่างเอาหน้า เมื่อคิดแล้วว่าอย่างไรเสียในอนาคตอันใกล้ ท่านหญิงอุณนิษาก็จะได้มาเป็นนายหญิงของบ้านพรหมบดินทร์ และเมื่อถึงเวลานั้นบ่าวคนสนิทอย่างนางก็จะได้ดีมีหน้ามีตาเหนือกว่าบ่าวคนใดในบ้านหลังนี้
       “นี่พี่รามอยู่ไหนล่ะ ? ทำไมถึงไม่ลงมาต้อนรับฉัน” 
       “คุณรามไม่อยู่เจ้าค่ะ” นางปริกทำเสียงอ่อย เมื่อเห็นสีหน้าหงุดหงิดของท่านหญิงคนงามที่ปกติแล้วมักจะยิ้มหวานเวลาอยู่ต่อหน้าทุกคน
       “หรือว่าพี่รามไปหานางรสสุคนธ์นั่น!”
       “ไม่ใช่นะคะ เห็นว่าคุณรามออกไปพบกับท่านทูต น่าจะกลับมาช่วงเย็นๆ น่ะเจ้าค่ะ”
       “อะไรกัน ฉันก็ว่าจะชวนพี่รามออกไปทานข้าวด้วยกันสักหน่อย”
       “ก็ดีกว่าคุณรามไปหานางคนนั้นนะเจ้าคะ” นางปริกจีบปากจีบคอ พยายามพูดจาประจบสอพลอท่านหญิงอุณนิษา แต่เห็นทีว่าปากจะพาซวยเมื่ออีกฝ่ายกลับฉุนขึ้นมากับคำพูดนั้น
       “นี่แกจะจะพูดถึงนางนั่นให้ฉันเคืองทำไม อยากโดนดีรึไง!”
       “ปริกไม่กล้าหรอกเจ้าค่ะท่านหญิง” คนรู้ตัวว่าพูดไม่เข้าหูรีบหมอบกราบด้วยท่าทีหวาดกลัว
       “ฉันล่ะไม่ชอบขี้หน้านางนั่นเอาเสียเลย มันคงถือว่าท่านปู่ให้ท้าย ก็เลยทำตัวเป็นคางคกขึ้นวอ” อุณนิษาเบ้ปาก สายตาดูไม่พอใจยามนึกถึงผู้หญิงที่ชื่อรสสุคนธ์ นึกหมั่นไส้หน้าตาซื่อๆ แต่กลับเต็มไปด้วยมารยาหลายร้อยเล่มเกวียนนัก
       “ใช่เจ้าค่ะ แถมมันยังให้ท่าคุณรามด้วย อิฉันเห็นออกบ่อย โอ๊ย...คุณรามเองก็ดูจะหลงมันหัวปักหัวปำเลยนะเจ้าคะ”
       “อะไรกัน! นี่มันกล้าดียังไงถึงได้กล้าทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบนี้ในบ้าน เดี๋ยวฉันจะไปบอกท่านย่าให้ไล่มันออก!” คราวนี้คนหูเบาเริ่มนั่งไม่ติด ลุกขึ้นยืนกระทืบเท้าปึงปังยามที่ได้ฟังนางปริกพูดใส่ไฟ
       “ปริกว่าไล่ไม่ไปหรอกค่ะ นางนี่มันยิ่งกว่าตุ๊กแก เมื่อเกาะแน่นแล้วก็คงไม่ยอมปล่อย”
       “แล้วเราจะทำยังไงกันดีล่ะ ถ้าปล่อยไว้มันต้องทอดสะพานให้พี่รามจนหลงมันโงหัวไม่ขึ้นแน่ๆ เลย”
       “งั้นแบบนี้ดีไหมเจ้าคะ...” ปริกทำท่ากระซิบกระซาบกับท่านหญิงอุณนิษา ซึ่งท่าทางจะเห็นดีเห็นงามด้วยกับแผนการนั้น แต่ก็แสร้งทำเป็นคนดีเพื่อไม่ให้เสียภาพลักษณ์หญิงสาวผู้แสนดี ทั้งที่ในใจนั้นมีแต่ความคิดเรื่องชั่วร้ายไม่ต่างอะไรกับนางบ่าวช่างยุที่มีแต่แผนการชั่วๆ อยู่ในจิตใจ
       “จะดีหรือนางปริก ถ้าเกิดมีใครจับได้ล่ะ จะทำยังไง”
       “ใครจะไปรู้ล่ะเจ้าคะ เดี๋ยวบ่าวจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง ท่านหญิงไว้ใจได้เลย ถ้าท่านหญิงไม่พูดและบ่าวไม่พูดเสียอย่าง ก็ไม่มีใครรู้หรอกเจ้าค่ะ” คนคิดชั่วพูดจากล่อมอีกฝ่ายให้คล้อยตาม แน่นอนว่าแผนการของนางปริกช่างเป็นการกระทำที่โดนใจยิ่งนัก
       “เอ็งแน่ใจนะ ?” อุณนิษาถามย้ำอีกครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่ถูกใครจับได้หากแผนการนี้ล้มเหลวขึ้นมา
       “แน่ใจสิเจ้าคะ ก็ในเมื่อมันอยากจะทอดสะพานให้คุณรามดีนัก ก็สมควรแล้วที่จะโดนเช่นนี้” พอได้ทีนางปริกก็ยิ่งเติมเชื้อฟืนลงไปมากยิ่งขึ้น
       “แล้วถ้ามันไม่เป็นไปตามที่เราคิดล่ะ ?”
       “อิฉันว่านางคนนั้นก็คงจะไม่กล้าโพนทะนาบอกใครเรื่องนี้หรอกเจ้าค่ะ ดีไม่ดีอาจจะได้หนีกลับบ้านนอกไปเลยก็เป็นได้”
       “ดี! งั้นเอ็งรีบไปจัดการให้เรียบร้อย ถ้าทำเสร็จฉันจะตบรางวัลให้อย่างงามเชียว”     
       อุณนิษากระหยิ่มยิ้มย่อง งานนี้ศัตรูหัวใจจะได้กระเด็นหลุดออกไปจากเส้นทางเสียที ความคิดอันแสนร้ายกาจผุดขึ้นมาในหัวสมองโดยไม่สนใจถึงวิธีการที่จะกำจัดผู้หญิงที่คิดจะมาเป็นคู่แข่งและแย่งผู้ชายคนเดียวกับตน แน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมให้เรื่องนี้ต้องมาซ้ำรอยเดิม เหมือนในสมัยของท่านหญิงแขไขผู้เป็นย่าของตนเป็นอันขาด อะไรที่คนอย่างเธออยากได้ จะต้องได้มาครอบครอง ไม่ว่าจะแก้วแหวนเงินทอง หรือแม้แต่กระทั่ง...คนที่เธอรัก 
       “ได้เลยเจ้าค่ะ ท่านหญิงรอฟังข่าวดีก็แล้วก็นะเจ้าคะ” นางปริกคนสอพลอรีบกล่าวอย่างประจบประแจง ก่อนจะรีบแจ้นไปจัดการเป็นธุระด้วยความเอาหน้า ในใจได้แต่วาดฝันถึงรางวัลที่จะได้รับหากงานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี 

       ทางด้านรสสุคนธ์ที่กำลังง่วนอยู่กับการทำบัญชีรายการเช่าจนพลบค่ำ เมื่อจัดการพวกงานเอกสารต่างๆ เสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวจึงรีบเก็บของให้เรียบร้อยเพื่อเตรียมตัวกลับเรือนไม้หอม เพราะดูท่าแล้วเหมือนฝนจะกำลังตั้งเค้ามาไกลๆ อีกไม่ช้าก็คงจะตกอย่างแน่นอน
ขณะที่กำลังเดินกลับไปที่เรือนไม้หอมนั้น จู่ๆ รสสุคนธ์ก็ถูกชายฉกรรจ์สามคนที่ปิดหน้าปิดตาเข้ามาล้อมเอาไว้
       “พวกแกคิดจะทำอะไรน่ะ!”
       “เฮ้ย! จับมัน อีคนนี้แหละ ไม่ผิดตัวแน่” หนึ่งในนั้นออกคำสั่ง พร้อมกับพุ่งตรงเข้ามาเพื่อดักฉุดหญิงสาวตามคำสั่งที่ได้รับหมอบหมาย เพื่อเงินค่าจ้างที่สูงลิบลิ่ว จนกล้าอาจหาญเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ของบ้านพรหมบดินทร์
       “สวยขนาดนี้ ต่อให้ข้าไม่ได้ค่าจ้างก็ยอมทำวะ ฮะ ฮะ ฮ่า”
       “ปล่อยฉันนะ! กรี๊ดดดด...ใครก็ได้ช่วยฉันที!” รสสุคนธ์ที่เห็นท่าไม่ดีตั้งท่าจะวิ่งหนี ไม่คิดไม่ฝันมาก่อนเลยว่าจะมีใครมากล้าทำเรื่องชั่วช้าในอาณาเขตของบ้านพรหมบดินทร์ที่คุณชายภาณุกรเอ่ยปากว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด  
       ทว่าทันใดนั้นเอง พวกมันก็ตะครุบตัวรสสุคนธ์ที่พยายามจะวิ่งหนีและส่งเสียงร้องให้คนช่วยเอาไว้ได้ ก่อนที่เธอจะหนีรอดไปได้ หากแต่เสียงฝนฟ้าคะนองของสายฝนที่สาดสายลงมาในตอนนี้ ก็เหมือนจะกลบเสียงกรีดร้องของหญิงสาวจนยากที่จะมีใครมาได้ยิน ชายคนที่ยึดร่างบางเอาไว้ใช้มืออุดปากไม่ให้เหยื่อร้องโวยวาย ส่วนอีกคนก็ช่วยดูต้นทางว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้น ก่อนจะลากตัวรสสุคนธ์ไปยังท้ายสวนของบ้านพรหมบดินทร์
       “เงียบๆ สิวะอีนี่! อยากจะไปสวรรค์เร็วๆ นักหรือไง อีกไม่นานหรอก เดี๋ยวพวกข้าจะพาไปขึ้นสวรรค์เอง” หนึ่งในนั้นพูดพร้อมกับเอาผ้ามามัดปากรสสุคนธ์เอาไว้ ขณะที่หญิงสาวดิ้นรนขัดขืนอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายก็สู้แรงไม่ไหว ถูกแบกพาดบ่าพาเดินหายลับเข้าไปทางสวนมะพร้าวที่ทั้งเปลี่ยวและไม่มีใครใช้เส้นทางนั้นมานานแสนนาน 
       ในจังหวะนั้นเอง...เหมือนดวงชะตาของรสสุคนธ์ยังไม่ถึงคาด เมื่อรามนรินทร์ที่เพิ่งขับรถกลับเข้ามาถึงบ้านพอดี ชายหนุ่มเลี้ยวรถผ่านเส้นทางที่ใกล้กับบริเวณที่ใช้เดินลัดเลาะไปยังเรือนไม้หอม และทันได้เห็นชายแปลกหน้ากำลังแบกร่างของใครบางคนเอาไว้ ซึ่งถึงแม้จะไม่รู้ว่าคนที่ถูกแบกนั้นเป็นผู้ใด แต่เขาก็รีบจอดรถแล้วรีบวิ่งตามไปอย่างรวดเร็วทันที

       เมื่อพวกคนชั่วพาร่างของรสสุคนธ์ไปถึงท้ายสวนและหมายจะข่มขืนเธอตามคำสั่งที่ได้รับการว่าจ้างมา พวกมันจัดแจงวางร่างของหญิงสาวลงที่เพิงไม้ซึ่งมีใครสักคนปลูกเอาไว้เพื่อใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝนชั่วครั้งชั่วคราว ขณะที่รสสุคนธ์ซึ่งถูกจับตัวเอาไว้และถูกมัดมือมัดเท้าจนขยับเขยื้อนตัวไปไหนไม่รอด ได้แต่ร้องอู้อี้เพราะผ้าที่มัดปากอยู่ ในใจได้แต่สวดภาวนาให้ใครสักคนมาช่วยเหลือ ไม่ว่าจะนึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ ทั้งย่าเล็ก รวมไปถึงเจ้าที่เจ้าทาง แต่จนแล้วจนรอดกลับมีแต่เพียงความว่างเปล่า เมื่อรอบกายนั้นมีแต่หญ้ารกทึบและที่ดินรกร้างปราศจากเงาของผู้คน
       “หึหึ วันนี้จะขอชิมของดีหน่อยล่ะวะ!”
       “เร็วๆ สิ ข้าจะได้จัดการกับมันบ้าง!” ชายอีกคนพูดพร้อมกับเลียริมฝีปากด้วยความกลัดมัน ยิ่งเห็นร่างนุ่มนิ่มเปียกปอนจนขับเน้นเรือนร่างให้ส่วนสัดเด่นชัดขึ้นด้วยแล้ว มันก็แทบจะอดใจไม่ไหว แย่งชิงที่จะเป็นคนเริ่มลงมือก่อนใครๆ
       “มึงก็ใจเย็นสิวะ เดี๋ยวเสร็จแล้วข้าจะแบ่งให้แน่ ไม่ต้องห่วง!”
       ทว่ายังไม่ทันที่พวกมันจะได้แตะต้องตัวรสสุคนธ์ หรือฉีกทึ้งเสื้อผ้าของหญิงสาวที่กำลังดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด เสียงของใครคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างหนัก ทำให้พวกคนใจบาปทั้งสามต้องหยุดชะงักในทันที
       “พวกแกจะทำอะไร ปล่อยมือออกจากผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวนี้นะ!” รามนรินทร์ที่เข้ามาถึงพอดีถึงกับเลือดขึ้นหน้า เมื่อเห็นแล้วว่าผู้หญิงที่ชายฉกรรจ์พวกนี้แบกมาไม่ใช่ใครอื่น แต่กลับเป็นรสสุคนธ์ ยิ่งคิดชายหนุ่มก็ยิ่งเดือดดาล เพราะถ้าหากเขาไม่เอะใจจนรีบตามมา ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับหญิงสาวผู้เป็นที่รัก 
       “อยากตายนักเหรอไงวะ! ถ้าไม่อยากตายก็อย่ามายุ่งเรื่องชาวบ้าน” หนึ่งในนั้นเดินตรงเข้าหารามนรินทร์พร้อมกับตะคอก แต่ก็ถูกเท้าของชายหนุ่มยันเข้าที่ชายโครงอย่างเต็มจนต้องเซถอยหลัง แน่นอนว่ารามนรินทร์ย่อมไม่ปล่อยให้เสียจังหวะในการรุกต่อ เมื่อเห็นแล้วว่าตนเองนั้นเป็นฝ่ายเสียเปรียบเมื่อพวกมันมีจำนวนมากกว่าถึงสามเท่าตัว
       “คุณราม ระวังค่ะ!” รสสุคนธ์ที่สะบัดผ้าอุดปากหลุด รีบส่งเสียงตะโกนบอก เมื่อเห็นว่าชายอีกคนหนึ่งกำลังพุ่งที่จะเข้าไปทำร้ายเขา ถึงแม้หญิงสาวจะใจชื้นขึ้นที่เห็นว่าชายคนรักมาช่วยได้ทันเวลาพอดี แต่กระนั้นก็ยังเป็นกังวลเพราะอีกฝั่งนั้นมีถึงสามคนด้วยกัน
       ทว่าด้วยความที่ว่องไวกว่า ชายหนุ่มจึงพุ่งเข้าใส่และปล่อยหมัดเข้าที่กรามของคนเลวอีกคน จนมันล้มคว่ำลงไปนอนกองกับพื้นอย่างไม่เป็นท่า
       “อุ๊วะไอ้นี่! วอนตายแล้วไหมล่ะมึง!” ชายอีกคนหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าของพวกมัน รีบผละออกจากรสสุคนธ์ ก่อนจะพุ่งกำปั้นเข้าหารามนรินทร์ด้วยท่าทางโกรธจัด ทว่าชายหนุ่มกลับหลบได้อย่างฉิวเฉียด ก่อนจะแทงเข่าเข้าไปที่ท้องของมัน แล้วฟันศอกซ้ำจนมันหน้าหงายล้มคว่ำลงไปอีกคน 
       ครั้นพออีกคนเห็นท่าไม่ดี เพราะดูท่าว่าคนที่มาช่วยจะเป็นมวย จึงรีบถอยหลังแล้ววิ่งหนีไปตั้งหลักก่อน ทิ้งให้เพื่อนอีกสองคนที่ยังนอนกองอยู่กับพื้นเผชิญหน้ากับชายหนุ่มเพียงลำพัง
       “น้องรส ปลอดภัยรึเปล่าครับ ?” รามนรินทร์รีบวิ่งเข้าไปช่วยเหลือหญิงสาวที่ถูกมัดเอาไว้ ก่อนจะปลดผ้าที่มัดมือและเท้าของเธอให้เป็นอิสระ และดูว่าหญิงสาวได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่
       “รสไม่เป็นอะไรค่ะ ว่าแต่คุณรามมาได้ยังไงคะเนี่ย ?”
       “โชคดีที่พี่เห็นพวกมันพอดี ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
       แต่จังหวะนั้นเอง ขณะที่รามนรินทร์ไม่ทันได้ตั้งตัว เพราะใจนั้นแทบจะขาดรอนๆ ยามเห็นหญิงคนรักถูกผู้ชายเหล่านี้ฉุดตัวมาทั้งที่อยู่ในอาณาเขตบ้านของตน หนึ่งในคนร้ายฉวยโอกาสที่ชายหนุ่มเผลอ หยิบไม้ขึ้นมาจากแถวๆ นั้น ก่อนจะฟาดเข้าไปที่ศีรษะจนรามนรินทร์หมดสติลงในทันที 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น