อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 00:29:47

บทนำ บทนำ


       ผู้หญิงไม่ว่าหน้าไหนก็อยากมีรองเท้าสวยๆ ใส่ด้วยกันทั้งนั้น จะส้นสูง ส้นตึก ส้นเตี้ย หรือส้นอะไรก็ตามแต่ ขอแค่ดูหรู สีถูกใจ ใส่สบายราคาแค่ไหนก็ไม่หวั่น...ถ้ามีเงิน แต่ถ้าไม่มีเงินล่ะ...อย่างดีก็ได้แค่คู่ละร้อยเก้าสิบเก้าที่ตะวันนา!
       ก็อย่างว่า...แข่งเรือแข่งพายยังพอได้ แต่แข่งวาสนากันนี่มันแข่งกันไม่ได้จริงๆ
       เหมือนอย่าง ‘ห่าน’ พนักงานขายรองเท้าในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง หญิงสาวแต่งหน้าจัดเหมือนเคย พยายามฝืนยิ้มอย่างเป็นมิตรให้กับลูกค้าตรงหน้าทั้งๆ ที่ในใจแสนจะเบื่อหน่ายกับอาชีพที่ตัวเองกำลังทำอยู่ มันน่าสนุกตรงไหนไม่ทราบที่ต้องมานั่งใส่รองเท้าให้คนอื่น วันๆ วิ่งเข้าวิ่งออกไปหาไซส์รองเท้าให้ลูกค้า นั่งขัดนั่งเช็ดรองเท้าที่ตั้งโชว์ให้วาบวับน่าหยิบจับ...เป็นวัฏจักรอันน่าสมเพชเสียเหลือเกิน
       “นี่...เอาแบบนี้เบอร์เจ็ด” หญิงสาวร่างท้วมยกรองเท้าส้นสูงสีครีมขึ้นจนแทบจะแยงตาของห่าน หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะรับรองเท้าข้างนั้นมา
       “คุณพี่ลองใส่แล้วเหรอคะ เบอร์เจ็ดไม่น่าจะเข้ากับขนาดเท้าของคุณพี่นะคะ เท่าที่ดูเท้าของคุณพี่น่าจะอยู่ราวๆ เบอร์แปด”ห่านแนะนำ หญิงร่างท้วมคนนั้นหันมาจิกตาใส่อย่างไม่พอใจทันที
       “อย่ามารู้ดี! ฉันเป็นเจ้าของเท้า ทำไมฉันจะไม่รู้เบอร์รองเท้าตัวเอง รีบไปเอามาเลย อย่าชักช้า”
       “ค่ะๆ รอสักครู่นะคะ” ห่านหายไปราวห้านาที หญิงสาวจึงเดินกลับออกมาพร้อมกล่องรองเท้าแบบเดียวกับที่ลูกค้าเลือกเมื่อสักครู่ เธอรีบก้มลงหยิบรองเท้าคู่นั้นให้ลูกค้าร่างท้วมลอง พยายามจะสวมรองเท้าคู่นั้นให้กับลูกค้าแต่ทว่าไม่สำเร็จเพราะรองเท้าเล็กกว่าขนาดเท้าของลูกค้า
       “โอ๊ย! ฉันเจ็บนะยะ นี่จะกะยัดให้เท้าฉันหักเลยหรือไง”อยู่ๆ เธอก็วีนขึ้นมา ห่านปั้นหน้ายิ้มก่อนจะกล่าวขอโทษ
       “ประทานโทษค่ะ”
       “เอ๊ะ...ทำไมยี่ห้อนี้ฉันใส่เบอร์เจ็ดไม่ได้ ปกติใส่ของชาแนลเบอร์เจ็ดได้นี่นา งั้นไปเอาเบอร์แปดมาให้ฉันลองหน่อย” เธอสั่งห่านอีกครั้ง หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะเก็บรองเท้าเบอร์เจ็ดเข้ากล่องแล้ววิ่งหายไปหลังบูธของตัวเอง ราวห้านาทีก็กลับออกมาพร้อมกล่องรองเท้าเบอร์แปด
       “ได้แล้วค่ะ ลองเลยไหมคะ ?”
       “จะให้ไปลองชาติหน้าหรือไงล่ะ ก็ลองเลยสิ ถามโง่ๆ” ลูกค้าหันมาแว้ดใส่ห่าน เธอรีบนั่งลงแล้วสวมรองเท้าเบอร์แปดให้กับหญิงร่างท้วมทันที เมื่อสวมเรียบร้อยหญิงร่างท้วมก็ลุกขึ้นทดลองเดินแล้วไปหยุดที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ หันซ้ายหันขวามองที่รองเท้าคู่สวยก่อนจะเอ่ยขึ้น “ใส่แล้วไม่สวยอย่างที่คิด...ไม่เอาดีกว่า” ว่าแล้วหญิงร่างท้วมก็สะบัดรองเท้าออกอย่างไร้มารยาทก่อนจะเดินออกไป
       เส้นความอดทนของห่านขาดผึง หญิงสาวเลือดขึ้นหน้าอย่างเหลืออด ก่อนจะคว้ารองเท้าเบอร์แปดข้างขวาขึ้นมาถือไว้แล้วตะโกนเรียกลูกค้าคนเมื่อสักครู่ด้วยน้ำเสียงดุดัน
       “เดี๋ยว! ที่บ้านไม่สอนเรื่องมารยาทหรือยังไง มีอย่างที่ไหนมาสะบัดรองเท้าใส่หน้าคนอื่น ถือว่าเป็นนางฟ้านางสวรรค์วิมานหรือไงยะ ฉันอุตส่าห์วิ่งวุ่นหารองเท้าให้แกยัดใส่จนหน้ามันหัวยุ่งหมดแล้ว จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี แล้วฉันจะบอกอะไรให้เอาบุญนะ...เท้าอืดๆ ของหล่อนน่ะ ใส่รองเท้ายี่ห้อหรูเลิศขนาดไหนก็ทำให้ดูดีขึ้นมาไม่ได้หรอก...อีช้างน้ำ!”
       “กรี๊ดดดดดดดดดด...อีไพร่! แกกล้าดียังไงมาด่าลูกค้าอย่างฉัน” หญิงร่างท้วมร้องกรี๊ดลั่นห้างจนผู้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดชะงักมอง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ห่านหยุดอาการคลุ้มคลั่งได้
       “เออ...ด่าแกนั่นแหละอีช้างเน่า! มา...เข้ามา แม่จะตบให้ผอมเลย” สิ้นคำของห่าน ศึกเจ้ามวยไทยก็เกิดขึ้นภายในบูธขายรองเท้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดังกลางใจเมือง ห่านดึงทึ้งผมลูกค้าจนหลุดเป็นกระจุก นังลูกค้าตัวแสบก็ไม่ยอมลดราวาศอก พยายามดึงผมของห่านบ้าง ดีที่ว่าห่านใช้ยาสระผมใบมะกรูดที่ช่วยเสริมรากผมให้แข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย ผมจึงหลุดออกมาเล็กน้อย

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

       “ใส่แล้วไม่สวยอย่างที่คิด...ไม่เอาดีกว่า” ว่าแล้วหญิงร่างท้วมก็สะบัดรองเท้าออกอย่างไร้มารยาทก่อนจะเดินออกไป 
       ห่านมองตาม พยายามจินตนาการถึงฉากตอนที่เธอกระโดดตบยายช้างน้ำนั่นในใจก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยแล้วกล่าวคำที่พูดอยู่เป็นประจำ
       “ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ...วันหลังเชิญใหม่นะคะ” หญิงสาวว่าด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงเก็บรองเท้าเบอร์แปดที่กระเด็นไปคนละทิศคนละทางขึ้นมาใส่กล่องแล้วเดินหายไปหลังบูธ
       พนักงานต๊อกต๋อยอย่างเธอ...อย่างดีก็ทำได้แค่คิด ถ้าขืนทำจริงๆ จะเอาอะไรกินล่ะยะ!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น