อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 14:02:42

ตอนที่ 11 ตอนที่ 11


       คุณคุณชายพยายามโทรหาฮันนี่หลายต่อหลายครั้งแต่ทว่าหญิงสาวกลับไม่รับสาย จนครั้งล่าสุดเสียงของปลายสายกลับกลายเป็นปิดเครื่องไปเสียเฉยๆ ชายหนุ่มนั่งมองโทรศัพท์ของตัวเองแล้วตั้งคำถามในใจว่า “ทำไมคุณฮันนี่ไม่รับสาย ปกติคุณฮันนี่ไม่เคยปล่อยให้เขาโทรหานานขนาดนี้ หรือว่าเธอจะไม่สบาย ?”
       “ตาคุณชายมานั่งทำอะไรตรงนี้ลูก ?” คุณหญิงรื่นฤดีเดินเข้ามาหาลูกชายที่นั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนริมทะเลสาบหลังบ้าน ชายหนุ่มหันมายิ้มให้แม่แล้วตอบรับ
       “นั่งเล่นน่ะครับคุณแม่”
       “มืดๆ แบบนี้ เดี๋ยวยุงก็หามเอาหรอก ไปๆ เข้าไปในบ้าน ได้เวลาอาหารเย็นแล้ว วันนี้หนูดาหลากับคุณหญิงเพียงลดาจะมาร่วมโต๊ะด้วย” ผู้เป็นแม่บอกด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น แต่ผู้เป็นลูกกลับหน้าหดยิ้มไม่ออก
       “ครับ” คุณคุณชายตอบรับอย่างไม่เต็มใจนัก
       แม่ลูกพากันเดินเข้ามาในห้องอาหารของบ้านที่ขณะนี้มีคุณหญิงเพียงลดากับดาหลานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ดาหลาเมื่อเห็นคุณคุณชายเดินมาก็ทำท่าจะลุกขึ้นไปหาแทบจะทันที ดีที่ผู้เป็นแม่แอบดึงชายกระโปรงของหญิงสาวไว้ไม่ให้ทำอะไรประเจิดประเจ้อมากไป คุณคุณชายยกมือไหว้คุณหญิงเพียงลดาแล้วเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงข้ามกับดาหลา คุณหญิงรื่นฤดีนั่งลงตามลูกชายแล้วพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี
       “ดีจังเลยนะคะที่คุณหญิงเพียงลดากับหนูดาหลามาทานข้าวเย็นด้วยกัน  นี่คุณชนะศึกก็ไปต่างประเทศอีกตั้งหลายวันกว่าจะกลับ ส่วนตาคุณชายก็ไม่เคยอยู่บ้านทานข้าวเย็นกับแม่เสียที โชคดีที่วันนี้อยู่เพราะรู้ว่าหนูดาหลาจะมา” คุณหญิงรื่นฤดีพูดเกินเลยความจริงไปนิด  
       “อันที่จริงเราน่าจะมาเจอกันบ่อยๆ นะคะคุณหญิงรื่นฤดี เพราะอีกหน่อยเราก็จะต้องเป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว”
       คุณคุณชายที่กำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มถึงกับสำลัก ชายหนุ่มรีบก้มศีรษะเป็นเชิงขอโทษแล้วนำมาเช็ดปากมาเช็ดพลางคิดในใจว่า  ‘เป็นทองแผ่นเดียวกัน’ คงไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องแต่งงานกับดาหลาหรอกนะ 
       “นั่นน่ะสิคะ อ้อ...เสาร์อาทิตย์นี้หนูดาหลาว่างไหมจ๊ะ ?” คุณหญิงรื่นฤดีเอ่ยถามว่าที่ลูกสะใภ้ที่นั่งทำตาหวานใส่คุณคุณชายอยู่ เธอจะรีบตอบรับแต่ผู้เป็นแม่แย่งพูดเสียก่อน
       “เสาร์อาทิตย์นี้เหรอคะ น้องดาหลาอาจจะต้องไปเทคคอร์สฝึกการเดินแบบนางงามให้เข้มอีกสักนิดค่ะ” 
       ดาหลาหันมองคุณหญิงเพียงลดาอย่างไม่ชอบใจในคำตอบนัก
       “ว้า...น่าเสียดายจังค่ะ ตอนแรกฉันกะว่าจะให้ตาคุณชายชวนหนูดาหลาไปที่หัวหินด้วยกัน บังเอิญเสาร์อาทิตย์นี้ทางห้างของเราส่งพนักงานไปอบรมเรื่องมารยาทเพื่อพัฒนาให้พนักงานมีมาตรฐานสากล ซึ่งปีนี้เราเป็นเจ้าภาพ ตาคุณชายเลยต้องคอยไปดูแลความเรียบร้อย” คุณหญิงรื่นฤดีเสียงเสียดายสุดฤทธิ์ ผิดกับคุณคุณชายที่แอบยิ้มอย่างโล่งใจที่ดาหลาไม่ว่างไปด้วย แต่ผิดคาด...
       “แต่คุณแม่คะ เมื่อเช้าทางกองประกวดโทรมาเลื่อนเทคคอร์สไม่ใช่เหรอคะ เห็นบอกเป็นอาทิตย์หน้า” ดาหลาจิกตาใส่ผู้เป็นแม่สุดฤทธิ์ คุณหญิงเพียงลดาเจอไม้นี้ของลูกสาวเข้าก็จำใจต้องพยักหน้ารับ แม้ใจจริงอยากให้เพิ่มมูลค่าให้ลูกสาวอีกนิดก็ตาม 
       “อุ๊ย...งั้นดีเลยจ้ะหนูดาหลา งั้นหนูเตรียมตัวไว้นะจ๊ะ เดี๋ยวจะให้ตาคุณชายไปรับ ไปเที่ยวเป็นเพื่อนตาคุณชาย ตาคุณชายจะได้ไม่เหงา”
       “ด้วยความยินดีค่ะ” ดาหลาบอกพลางหันไปยิ้มให้กับชายหนุ่มที่นั่งตรงข้าม คุณคุณชายพยายามฝืนยิ้มเพื่อนรักษามารยาททั้งๆ ที่อยากจะวิ่งหายไปจากตรงนั้นเสียให้ได้ แค่คิดว่าจะมีดาหลาติดสอยห้อยตามไปด้วยก็อยากจะบ้าตายแล้ว
 
       แสงแดดยามเช้าวันนี้ดูสดใสเสียเหลือเกินหลังจากฝนตกมาตลอดทั้งคืน พนักงานที่คุณพรเพ็ญเรียกตัวไว้ต่างพากันมายืนรอที่รถโค้ชคันหรูของห้าง  เจ๊มะพร้าวมาด้วยชุดกางเกงขาสั้นกุดลายดอกชบาสีชมพูแปร๋นกับเสื้อสายเดี่ยวสีขาวเนื้อบางจนแทบจะเห็นทะลุไปถึงไหนต่อไหน ส่วนดาวนั้นแต่งตัวด้วยกางเกงเลสีฟ้ากับเสื้อกล้ามสีครีมกับหมวกสานใบโตจนแทบจะบังหน้าตาของเธอมิด
       คุณพรเพ็ญจิกตาใส่ทั้งสองสาวแล้วค่อนขอดอย่างหมั่นไส้
       “นี่หล่อนสองคนน่ะ จะไปเดินแฟชั่นกันที่ไหนยะ ฉันให้ไปสัมมนา ไม่ใช่ไปเดินแบบ”
       “นี่มะพร้าวว่ามะพร้าวแต่งมาแบบชิวๆ แล้วนะคะคุณพรเพ็ญ จะไปทะเลทั้งที แต่งชุดมิดชิดแบบคุณพรเพ็ญ มะพร้าวกลัวว่าคนอื่นจะนึกว่าไปบวชชีสะเดาะเคราะห์น่ะคะ” เจ๊มะพร้าวบอกพลางจ้องมองไปที่ชุดของคุณพรเพ็ญ เธอสวมเสื้อแขนยาวสีขาวกับกางเกงขายาวสีขาว ไม่ได้เข้ากับการไปทะเลเลยสักนิด
       “เค้าเรียกสุภาพย่ะ” คุณพรเพ็ญบอก พนักงานชายอีกสองคนที่ได้ยินดังนั้นก็แอบหัวเราะขำจนคุณพรเพ็ญต้องหันไปจิกตาใส่ทั้งคู่จึงจะเงียบเสียงลงได้ ทันใดนั้น เอก็วิ่งกระหืดกระหอบมาที่รถโค้ชของโรงแรม คุณพรเพ็ญเห็นจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย “อ้าว...นายเอ ฉันไม่ได้นัดเธอนี่นา”
       “ใช่ครับ ไม่ได้นัด” ชายหนุ่มหยุดหายใจครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “ผมแวะมาหาดาวน่ะครับ ซื้อของมาให้” ว่าแล้วเอก็ล้วงของมาจากถุงพลาสติกให้ดาวแล้วเริ่มสาธยาย “ในนี้มียาแก้ท้องเสีย เผื่อดาวทานอะไรผิดสำแดง มียาแก้แพ้เผื่อดาวแพ้อาหารทะเล ยาแก้ไข้หวัดเผื่ออากาศเปลี่ยน มีขนมที่ดาวชอบด้วยนะ เวลานอนก็ผมผ้าหนาๆ อย่าไปเดินที่ไหนคนเดียว ฉันเป็นห่วง” ชายหนุ่มยิ้มแป้นแล้วยื่นถุงให้กับดาว หญิงสาวเบ้ปากบ่ายเบี่ยงที่จะรับ เจ๊มะพร้าวเห็นดังนั้นจึงรีบยื่นมือไปรับแทนรุ่นน้องเพราะกลัวเอเสียน้ำใจ
       “เดี๋ยวเจ๊จัดการให้จ้ะน้องเอ ขอบใจแทนนังน้องดาวด้วยนะ มันก็อย่างงี้แหละ เวลาเขินมักไม่พูดจา”
        “เจ๊!” ดาวหันมาจิกตาให้เจ๊มะพร้าว เจ๊มะพร้าวยักไหล่ ไม่สนใจ หยิบขนมปังในถุงขึ้นฉีกกินอย่างหน้าตาเฉย
       บาสกับเอกที่กำลังคุยกันเรื่องผลฟุตบอลเมื่อคืนอย่างเมามันถึงกับหยุดชะงักเมื่อเห็นปีโป้เดินมาแต่ไกล หญิงสาวใส่กางเกงขาสั้นสีขาวโชว์เนื้ออันขาวเนียนกับเสื้อเกาะอกสีแดงสด สวมแว่นตากันแดดอันโตตามสมัยนิยม ปล่อยผมสลวยสวยเก๋ไม่ลืมทัดดอกลีลาวดีที่หูมาด้วย...คาดว่าจะไปเด็ดมาจากแถวบ้าน
       เจ๊มะพร้าวรีบกระซิบกระซาบกับดาวทันทีอย่างคันปาก
       “ต๊าย...เจ๊ว่าเจ๊แรงแล้วนะ เจอยายปีโป้เข้าไปเจ๊ชิดซ้ายเลย แต่งตัวอย่างกับเมียฝรั่ง”
       “หนูก็ว่างั้นแหละ เวอร์มากมาย”
       ปีโป้เดินเฉิดฉายเข้ามาร่วมวงกับผู้ร่วมทริป เมื่อเห็นสายตาของเจ๊มะพร้าวกับดาวเธอก็ยิ้มมุมปาก เชิดหน้าขึ้นอย่างผู้เหนือกว่าแล้วพูดขึ้น “เห็นคนสวยกว่าอย่าแอบเม้าท์กันสิยะ”
       “เหรออออออออออ...” เจ๊มะพร้าวกับดาวพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างหมั่นไส้เต็มทน ปีโป้ยักไหล่ไม่สน หันไปหาคุณพรเพ็ญแล้วยกมือไหว้
       “สวัสดีค่ะคุณพรเพ็ญ อ้าว...นี่จะไม่ไปด้วยกันหรอกเหรอคะ ?”
       “ไปสิยะ”
       “ก็ปีโป้เห็นคุณพรเพ็ญแต่งชุดขาวตั้งแต่หัวจรดเท้า นึกว่าจะไปบวชชีพราห์มซะอีก” ปีโป้เอ่ยทัก คุณพรเพ็ญตีหน้ายักษ์ทันทีอย่างไม่พอใจก่อนจะตวาดเสียงสูง
       “ปากดีกันนักนะยะพวกหล่อนน่ะ เดี๋ยวก็ให้ขึ้นสองแถวไปกันเองดีไหม ไปๆ ขึ้นรถได้แล้ว เดี๋ยวสาย” คุณพรเพ็ญไล่ลูกน้องให้ขึ้นรถ เอกกับบาสขึ้นไปสองคนแรก ทั้งคู่จองเบาะยาวด้านหลังจะได้นอนเหยียดไม่เบียดกับใคร
       “เดี๋ยวค่ะคุณพรเพ็ญ ยายห่านยังไม่มาเลย” ดาวบอกกับคุณพรเพ็ญ ปีโป้รีบเสริมทันที
       “บื้อของปีโป้ก็ยังไม่มาค่ะ” พูดไม่ทันขาดคำ วินมอเตอร์ไซค์สองคันก็วิ่งฉิวเข้ามาจอดทางหลังห้างสรรพสินค้า ห่านกับบื้อรีบวิ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ปีโป้เมื่อเห็นว่าห่านมากับบื้อก็แสดงสีหน้าไม่พอใจสุดฤทธิ์ “มากับบื้อของฉันได้ยังไง ?”
       “ใครบอกฉันมากับนายนี่ นั่งมอเตอร์ไซค์คนละคันก็เห็นๆ กันอยู่ ถอดแว่นตา 99 บาทตลาดนัดออกก็ได้นะยายปลากะโห้ เผื่อวิสัยทัศน์ในการมองเห็นจะชัดเจนขึ้น” ห่านแขวะคู่อริทันควัน ตอนนี้เธอไม่กลัวยายบ้านี่แล้วเพราะมี ‘ฐานะแฟน’ ของบื้อเป็นตัวประกัน
       “อย่ามาปากดีกับฉันนะยายห่าน อย่าลืมว่าฉันเป็นคนกุมความลับของเธออยู่” ปีโป้ได้ทีขู่บ้าง คุณพรเพ็ญขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันทีก่อนจะเอ่ยถาม
       “ความลับ...ความลับอะไรกัน ?”
       บื้อรีบตรงเข้าไปอยู่กึ่งกลางระหว่างสองสาวแล้วเอ่ยปากห้ามก่อนที่เรื่องจะลุกลามไปกันใหญ่
       “พอๆ เถอะ รีบขึ้นรถกันดีกว่า เดี๋ยวไปถึงหัวหินสายนะ เรามีเวลาเล่นน้ำแค่วันนี้วันเดียว พรุ่งนี้ก็ต้องสัมมนาทั้งวัน เพราฉะนั้นอย่าเสียเวลาเลยน่า” พูดจบบื้อก็ดันปีโป้ให้ขึ้นรถแต่ไม่วายที่หญิงสาวจะหันมาจิกตาใส่ห่าน ห่านเองก็ใช่ย่อย แลบลิ้นปลิ้นตากลับทำราวเด็กอนุบาลกำลังทะเลาะกัน
       “เอ้า...มัวแต่โอ้เอ้อยู่ได้ ขึ้นรถสิ” คุณพรเพ็ญหันมาทำเสียงดุใส่สามสาว พวกหล่อนจึงได้ฤกษ์ขึ้นไปบนรถตู้ก่อนที่จะเดินทางกันไปหัวหินเพื่อสัมมนา
       โดยที่พวกเธอไม่เคยรู้เลยว่ากำลังจะเกิดเรื่องขึ้นที่นั่น!
 
       กว่าจะเดินทางมาถึงหัวหินก็บ่ายแก่ๆ แล้ว คุณพรเพ็ญจัดการแจกกุญแจห้องพักให้กับพนักงานทุกคนโดยให้สี่สาวนอนพักห้องเดียวกันทั้งๆ ที่ปีโป้เองรบเร้าอยากจะพักห้องเดียวกับบื้อ คุณพรเพ็ญเลยเสนอว่าให้ปีโป้ไปนอนกับบื้อที่ห้องโดยมีเอกและบาสนอนด้วย ปีโป้จึงยอมสงบปากสงบคำ กลับมานอนห้องเดียวกับสามสาวคู่อริอย่างไม่มีข้อแม้
       เมื่อเก็บข้าวของเสร็จแล้ว คุณพรเพ็ญก็นัดให้พนักงานทุกคนไปเจอกันที่ชายหาดทางด้านหนึ่งของโรงแรมเพื่อพักผ่อน ชายหนุ่มทั้งสามคนได้ไปติดต่อขอยืมเตาปิ้งบาร์บีคิวของทางโรงแรมไว้แล้วเพื่อเตรียมสำหรับปาร์ตี้บาร์บีคิวมื้อเย็น ห่าน  เจ๊มะพร้าวและดาวเดินออกมาในชุดกางเกงขาสั้นตัวจิ๋วกับเสื้อกล้ามสีเข้ม พร้อมสำหรับเล่นน้ำทะเล 
       ชายหาดสีขาวสะอาดที่ทอดยาวจนสุดลูกหูลูกตาตัดกับสีฟ้าสดของท้องฟ้าที่หัวหินดูสดสวยราวกับภาพในนิตยสารท่องเที่ยวชื่อดัง สามสาววี้ดว้ายโพสท่าถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานจนคุณพรเพ็ญที่นั่งชมวิวอยู่ที่เก้าอี้ผ้าใบหันมาเอ็ดเสียงเขียวหลายต่อหลายครั้ง แต่ทั้งสามสาวไม่ได้สนใจนัก 
       “หนุ่มๆ มาถ่ายรูปกันเร้ววววว...” เจ๊มะพร้าวทำเสียงดี๊ด๊าพลางโบกไม้โบกมือเรียกบื้อ เอกและบาสที่กำลังเตะฟุตบอลอยู่ริมหาดให้มาถ่ายรูปด้ยกัน ทั้งสามวิ่งมารวมกลุ่มกับสาวๆ ตั้งท่าถ่ายรูปกันอย่างเต็มที่จนลืมไปว่าต้องมีใครสักคนเป็นคนกดชัตเตอร์
       “อ้าว...แล้วใครจะเป็นคนถ่ายล่ะเจ๊ ?” ดาวเอ่ยถาม
       “นั่นน่ะสิ อยากได้รูปหมู่ครบๆ ซะด้วย ไปวานให้คุณพรเพ็ญถ่ายให้ดีกว่า”
       “เจ๊จะบ้าเหรอ เดี๋ยวก็โดนด่าหูเปิงมาอีกหรอก” บาสปราม เพราะรู้ว่าคุณพรเพ็ญที่กำลังนอนฟังเอ็มพีสามเพลงสุนทราภรณ์อย่างสบายใจเชิบต้องลุกขึ้นมาโวยวายเป็นแน่
       “งั้นเดี๋ยวผมถ่ายเอง” บื้ออาสา เจ๊มะพร้าวรีบยกมือขึ้นห้ามทันที
       “ไม่ได้นะจ๊ะน้องบื้อ นานๆ จะได้ถ่ายรูปด้วยกันทั้งที ไม่มีรูปน้องบื้อก็เหมือนหัวใจของเจ๊แตกสลายหายไปกับฟองคลื่นและสายลมของท้องทะเลหัวหิน” หญิงสาวพูดพลางส่งสายตาวิ้งๆ ทุกคนมองหน้ากันแล้วพูดขึ้น
       “เหรอออออออออออออออออ...”
       “ตกลงใครจะถ่ายล่ะ ?” ห่านเอ่ยถาม ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบ บาสกับเอกก็ตาโตราวกับไข่ห่าน ส่งเสียงวี้ดวิ้วจนแสบรูหู สายตาของทั้งคู่จ้องมองไปที่หญิงสาวคนหนึ่งที่เดินอยู่ไม่ไกลกันนัก หญิงสาวคนนั้นสวมชุดว่ายน้ำสีชมพูทูพีช ท่อนบนเปิดโชว์ผิวอันขาวผ่องอย่างไม่อายฟ้าดิน ท่อนล่างมีผ้าผืนบางพันไว้ดูไม่ให้โป๊มากนัก(เหรอ!) ยามเมื่อหญิงสาวก้าวเท้าเดินนวยนาดลงบนผืนทรายทรวดทรงองค์เอวของเจ้าหล่อนก็ยวบยาบชวนน้ำลายสอ ผมสีดำขลับปลิวไสวไปกับสายลม ไม่น่าแปลกใจที่เอกและบาสจะถลึงตามองจนเลือดกำเดาแทบกระเด็น
       “ใครน่ะเจ๊ แต่งตัวไม่อายผีสางเทวดา หรือว่าจะมาถ่ายหนังโป๊แถวนี้” ดาวเอ่ยถาม เจ๊มะพร้าวถอดแว่นกันแดดออกแล้วจ้องมองไปที่หญิงสาวคนนั้นที่กำลังเอนตัวลงกับเก้าอี้ผ้าใบตรงริมหาด พอสาวเจ้ายกขาขึ้นไขว่ห้าง ผ้าผืนบางที่คลุมไว้ก็เปิดออกเผยให้เห็นขาอันเนียนขาวน่าสัมผัส
       “เอ...เจ๊ว่าคุ้นๆ นะ เหมือนเคยเห็นมาก่อน”
       “จะไม่เคยได้ยังไงล่ะเจ๊ นั่นมันยายปีโป้สุดเลิฟของเจ๊ไง” ห่านบอกแล้วเบ้ปาก 
       “แร๊งงงงงงงงงงง…” เจ๊มะพร้าวอดที่จะสบถออกมาไม่ได้ เอกและบาสเมื่อรู้ว่าเป็นปีโป้ก็เอ่ยตะโกนเรียกเสียงดัง ปีโป้หันหน้ามามองทางกลุ่มเพื่อนแล้วโบกมือรับ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมารวมกลุ่ม พยายามทอดสายตามาทางบื้อแล้วแอ่นอกให้เด้งขึ้น ขณะที่บื้อยิ้มแหยๆ  
       “อุ๊ย...อยู่กันที่นี่เอง ปีโป้หาตั้งนาน” พูดจบหญิงสาวก็เดินเข้าไปเกาะแขนบื้อ ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแล้วจีบปากจีบคอพูดกับชายหนุ่มที่ทำหน้าราวกับกำลังขวัญเสีย
       “เจอบื้อก็ดีแล้ว บื้อรู้ไหมคะว่ากว่าปีโป้จะเดินลงมาที่ชายหาดได้ พวกฝรั่งหัวงูพยายามจะมาเซ้าซี้ของถ่ายรูปกับปีโป้ แต่ปีโป้ไม่ยอมหรอกค่ะ เป็นหญิงไทยจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง ใช่ไหมคะ ?”
       “เหรอยะ นี่ขนาดหญิงไทยแล้วนะ แต่งตัวอย่างกับจะไปล่อตะเข้” เจ๊มะพร้าวอดที่จะแขวะไม่ได้
       “เชอะ อย่ามาอิจฉากันหน่อยเลย เจ๊ไม่มีนมไม่มีเอวจะโชว์แบบปีโป้ล่ะสิ” ปีโป้เบ้ปากใส่เจ๊มะพร้าว เจ๊มะพร้าวปรี๊ดแตก...ด่าเรื่องอื่นยังพอทน มาด่าเรื่องความสวยความงามยอมไม่ได้  
       “รู้ได้ไงยะ อยากดูไหมล่ะ จะเปิดให้ดู” เร็วกว่าสายฟ้าแลบ เจ๊มะพร้าวทำท่าจะถอดเสื้อกล้ามที่ตัวเองสวมออกทันควัน ดีที่ดาวกับห่านรีบรั้งเอาไว้ก่อนที่ทุกคนจะได้เห็นสิ่งอันน่าสะพรึง
       “เอะอะโวยวายอะไรกันยะ ฉันจะหลับพักผ่อนหน่อยก็ไม่ได้” เสียงคุณพรเพ็ญโวยมาจากที่ที่เธอนั่งอยู่ คุณพรเพ็ญลุกขึ้นมารวมกลุ่มกับพนักงานแล้วเอ่ยปากสั่งบื้อ “นี่นายบื้อ เดี๋ยวไปเอาบาร์บีคิวกับอาหารทะเลในโรงแรมที่ฉันสั่งไว้มา นี่ก็แดดร่มลมตกแล้ว น่าจะเริ่มทำอะไรทานกันได้แล้ว” คุณพรเพ็ญบอกก่อนจะสะบัดก้นเดินไปนั่งที่เก้าอี้ผ้าใบตามเดิม ทุกคนร้องเฮอย่างดีใจ และแล้วเรื่องกินก็ทำให้สงครามสงบลง
       “ไปเล่นน้ำทะเลกันน้องห่าน” เจ๊มะพร้าวทำท่าจะฉุดห่านลงทะเลตามดาว เอกและบาสที่วิ่งแจ้นลงไปแล้ว
       “ไม่ล่ะเจ๊ หนูไม่ค่อยสบาย ที่สำคัญ...” ห่านมองซ้ายมองขวาแล้วกระซิบบอก “...หนูเป็นวันนั้นของเดือนน่ะ”
       “อ๋อ...งั้นน้องห่านก็ไปนั่งคุยกับคุณพรเพ็ญก่อนแล้วกันนะ” พูดจบเจ๊มะพร้าวก็หัวเราะร่วน ห่านตีไหล่รุ่นพี่เบาๆ อย่างหมั่นไส้ ก่อนจะมองเพื่อนๆ ที่ต่างก็พากันเล่นน้ำทะเลกันอย่างสนุกสนาน
       ทางด้านของปีโป้เอง หญิงสาวทำกระเง้ากระงอดเมื่อบื้อจะต้องไปเอาของที่คุณพรเพ็ญสั่งไว้ ทำให้ไม่ได้ลงไปเล่นน้ำทะเลด้วยกับเธอ หญิงสาวทำเสียงเศร้าราวกับชายหนุ่มกำลังจะไปตาย
       “ถ้าบื้อไม่ลงเล่นน้ำทะเลกับปีโป้แล้วปีโป้เกิดเป็นตระคริวจมน้ำทะเลไปจะทำยังไงล่ะคะ” หญิงสาวกอดแขนชายหนุ่ม บื้อยิ้มแหยๆ รีบดึงมือของปีโป้ออก
       “น้ำทะเลตื้นนิดเดียว คงไม่จมหรอกปีโป้ เพื่อนๆ ก็เล่นกันเยอะแยะ”
       “จมไปก็กลายเป็นผีทะเลน่ะสิ คงน่ากลัวไม่น้อยกว่าตอนที่เป็นคน” ห่านยื่นหน้ายื่นตามาแขวะ ปีโป้ถลึงตาใส่ทันที บื้อจึงรีบห้ามทัพโดยการดันหลังของปีโป้ให้เดินลงไปเล่นน้ำทะเล
       “ปีโป้ไปเล่นน้ำทะเลเถอะ เดี๋ยวฉันกลับมาจะรีบลงไปเล่นด้วยเลย”
       “จริงๆ นะ บื้อสัญญากับปีโป้แล้วนะ” หญิงสาวยังส่งสายตาละห้อยให้ก่อนจะค่อยๆ เดินไปที่ทะเล แต่ยังไม่วายหันกลับมามองบื้ออย่างอาลัยอาวรณ์ บื้อโบกมือให้แล้วหันมาเล่นงานห่าน “นี่ยายห่าน สงบปากสงบคำไว้บ้างก็ดีนะ ถ้ายายปีโป้ทนไม่ไหวปากสว่างไปบอกความลับของเธอ จะหาว่าฉันไม่เตือน นี่ฉันก็ช่วยเธอที่สุดแล้ว และก็ไม่รู้ว่าจะทนยายนั่นได้อีกนานแค่ไหน” บื้อบอก ห่านยักไหล่
       “ไม่เห็นต้องทนเลย นายก็รักยายปีโป้ไปจริงๆ เลยสิ จะได้จบเรื่อง”
       “ตลกแล้ว ฉันไม่ได้อยากได้ผู้หญิงอย่างนั้นมาเป็นแม่พันธุ์ของฉันหรอกนะ ถึงไม่หล่อก็เลือกนะคุณ” ชายหนุ่มบอก ห่านหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจ “ทำไมไม่ลงไปเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ล่ะ ?”
       “ก็...ไม่อยากเล่น” ห่านตอบ
       “งั้นดีเลย ไปช่วยฉันยกของ ไม่รู้ว่าจะขนมาหมดไหม” พูดจบชายหนุ่มก็ลากห่านออกไปจากที่ตรงนั้น โดยที่หญิงสาวยังไม่ได้ตอบรับบื้อเลยสักคำเดียว มัดมือชกกันนี่นา
 
       ภายในล็อบบี้ของโรงแรมถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งนั้นจัดเป็นแบบสากล มีโซฟาตัวนุ่มตั้งเรียงรายในห้องแอร์สำหรับคนที่อยากนั่งตากอากาศเย็นๆ แล้วฟังเพลงบรรเลงเปียโน อีกส่วนจัดเป็นเอ้าท์ดอร์ เปิดโล่งรับแสงแดด สายลมของทะเล เก้าอี้หวายตัวสวยมีเบาะรองนั่งลายดอกชบาสีสดตัดกับท้องฟ้าสีครามได้อย่างกลมกลืน
       ห่านนั่งรอบื้ออยู่ตรงเก้าอี้หวายตัวสวยหันหน้าเข้าหาท้องทะเล กำลังเหลือบมองชายหนุ่มที่ยืนคุยกับใครสักคนอยู่ไกลๆ คาดว่าน่าจะเป็นคนที่คุณพรเพ็ญติดต่อเรื่องอาหารไว้ และเพียงอึดใจเดียวชายหนุ่มก็เดินยิ้มเข้ามานั่งกับห่านพร้อมทั้งบอก “รอแป๊บนึง เค้ากำลังเตรียมของอยู่” 
       ห่านพยักหน้ารับแล้วกวาดตามองไปทั่วๆ บริเวณ นี่ถ้าไม่ได้มาสัมมนา เธอก็คงไม่มีบุญได้มาพักที่โรงแรมหรูๆ แบบนี้หรอก
       “นี่ยายห่าน ฉันถามเธอจริงๆ ว่าเธอจะแก้ปัญหานี้ยังไง”
       ห่านนิ่งไปชั่วอึดใจก่อนจะตอบ “ฉันลองคิดๆ ดูแล้วบ้างเหมือนกันว่าถ้าวันหนึ่งนายทิ้งยายปีโป้ หรือยายปีโป้เบื่อนาย ยายนั่นต้องเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณพรเพ็ญ แล้วทุกอย่างก็ต้องจบอยู่ดี เพราะฉะนั้นฉันเลยคิดว่าสิ้นเดือนนี้ฉันจะลาออกแล้วไปหาที่ทำงานใหม่”
       “ลาออกเลยเหรอ!” ชายหนุ่มตาโต
       “นายคิดว่ามันมีวิธีที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ วิธีที่นายกำลังใช้ตอนนี้มันก็ดีสำหรับตอนนี้เท่านั้น แต่มันไม่ใช่ผลในระยะยาว ถ้าฉันลาออกไปสักคน ฉันก็ไม่ต้องถูกจับติดคุก เจ๊มะพร้าว ดาว เอและนายก็ไม่ต้องเดือด ร้อน หลักฐานอะไรก็ไม่มี ถึงยายปีโป้ไปฟ้องคุณพรเพ็ญก็ไม่มีประโยชน์เพราะฉันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้” ห่านอธิบาย บื้อคิดตามแล้วพยักหน้ารับ...จริงอย่างที่ห่านว่า
        ทันใดนั้นเอง ห่านที่กำลังเหม่อมองชายหญิงคู่หนึ่งที่เดินขึ้นมาที่ล็อบบี้ของโรงแรมก็ถึงกับตาโตอย่างตกใจสุดขีด จะไม่ให้เธอตกใจได้อย่างไรกัน เมื่อชายหญิงคนที่ว่าคือคุณคุณชายกับยายดาหลา!
        “งานเข้า!” ห่านเผลอสบถออกมา บื้อมองหน้าหญิงสาว ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม
        “งานบ้าอะไรของเธอยายห่าน ?”
       ดาหลาเดินจูงแขนของคุณคุณชายที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับเดินตรงมายังที่ที่ห่านนั่งอยู่ หญิงสาวตาเหลือก จะลุกขึ้นวิ่งหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะถ้าเธอลุกขึ้นตอนนี้คุณคุณชายต้องสังเกตเห็นเธอแน่ๆ แล้วความลับก็จะแตก ไม่นะ...ฉันจะไม่ยอมทำให้เสียแผนเด็ดขาด!
       เมื่อคุณคุณชายกับดาหลาเดินเข้ามาใกล้ ไม่มีทางเลือกอื่นใดแล้วในเวลานี้ ห่านจึงพุ่งตรงไปหาบื้อแล้วใช้ปากประกบกับชายหนุ่ม ทำท่าเหมือนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มเพื่อปกปิดใบหน้าของตัวเอง บื้อที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่พยายามที่จะดันหน้าของหญิงสาวออกจากใบหน้าของเขา ความรู้สึกร้อนวูบวาบแผ่ซ่านทั่วร่างกายอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน  
       คุณคุณชายกับดาหลาเดินผ่านคนทั้งคู่มา ดาหลาหันไปมองชายหญิงสองคนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่มก็แสร้งทำหน้าเบ้ สะกิดให้คุณคุณชายดู “ยี้...น่าอายที่สุด มาทำอะไรประเจิดประเจ้อแถวนี้ก็ไม่รู้นะคะ” ดาหลาพูดกับคุณคุณชาย ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่
       “เรื่องของเค้าน่ะครับคุณดาหลา บางทีเค้าอาจเพิ่งมาฮันนีมูนก็ได้มั้งครับ”
        “นั่นแหละค่ะ แต่ที่นี่เป็นเมืองไทย ทั้งสองคนนั้นก็เป็นคนไทยไม่น่าทำแบบนี้ แล้วคุณคุณชายคิดไว้บ้างหรือยังคะว่าถ้าเราแต่งงานกันเราจะไปฮันนีมูนที่ไหนดี อังกฤษ อิตาลี หรือจะไปเกาหลีดีคะ” หญิงสาวยิ้มแป้นเอ่ยถาม ชายหนุ่มยิ้มเจื่อนๆ ไม่ตอบอะไร...ใครเค้าจะไปแต่งงานกับเธอกัน!
       เมื่อเห็นว่าทั้งคู่เดินมาหยุดที่ชุดเก้าอี้หวายตัวที่ห่างอประมาณแล้ว ห่านก็รีบเอาหน้าและริมฝีปากออกจากใบหน้าของบื้อที่กำลังเคลิ้บอย่างหนัก หญิงสาวรีบสะกิดชายหนุ่มแล้วลากเขาให้เดินออกจากบริเวณนั้นทันที
       “ตายแน่ๆ ฉันตายแน่ๆ” ห่านพึมพำ บื้อที่กำลังตาลอยรีบปลุกตัวเองให้ตื่นจากภวังค์แล้วแสร้งหันมาต่อว่า  
       “นี่เธอเป็นบ้าอะไร อยู่ๆ ก็มาจูบฉัน ฉันไม่ใช่ผู้ชายใจง่ายที่จะให้ใครมาจูบฟรีๆ นะ”
       “อย่ามาตลก! ตอนนี้กำลังหน้าสิ่วหน้าขวาน นี่นายไม่สังเกตชายหญิงสองคนที่เพิ่งเดินผ่าเราไปเมื่อกี้หรือเหรอ” ห่านเอ่ยถาม บื้อรีบส่ายหน้า จะไปทันสังเกตอะไรล่ะ กำลังเคลิ้ม
       “ใครเหรอ...ดาราเหรอ ?”
       “ถ้าเป็นดารา ฉันจะทำเรื่องบ้าๆ แบบเมื่อกี้หรือไง คนที่เดินผ่านเราไปน่ะคือคุณคุณชายกับยายดาหลา ตายๆ สองคนนั้นมาที่นี่ได้ยังไง โอ๊ย...ฉันอยากจะบ้า” หญิงสาวกุมขมับ บื้อชะเง้อหน้าออกไปมอง เห็นคุณคุณชายกับดาหลานั่งอยู่ตรงนั้นจริงๆ
       “หรือว่าคุณคุณชายจะมาร่วมงานสัมมนาด้วย ทางห้างของเราเป็นเจ้าภาพนี่นา”
       “ใช่แน่ๆ ฉันตายแน่ๆ ต้องเจอกันแน่ๆ เลย” ห่านยิ่งร้อนรนไปกันใหญ่จนบื้อต้องคอยปลอบหญิงสาวให้ใจเย็นๆ
       “ใจเย็นๆ ก่อนน่า ฉันว่าเราต้องมีทางออกแน่ แต่ตอนนี้เธอต้องตั้งสติ เอาอย่างนี้แล้วกันนะ เดี๋ยวเธอรีบไปบอกเรื่องนี้กับเจ๊มะพร้าว พอฉันได้รับของแล้วจะรีบตามไปช่วยคิดอีกแรง” ชายหนุ่มบอกกับหญิงสาว ห่านพยักหน้ารับแล้วมองซ้ายขวาจนแน่ใจ ก่อนจะวิ่งออกไปอีกทาง
       ทางด้านของคุณคุณชายกับดาหลาที่กำลังนั่งรับลมอากาศดีๆ ของชายทะเลอยู่นั้น อยู่ๆ ก็มีลมแรงพัดมาหนึ่งวูบใหญ่ ทำเอาหมวกใบสวยของดาหลาปลิวลอยไปกับสายลมตกลงไปในชายหาด...อาจเป็นลมแห่งพรหมลิขิต!
       “อุ๊ย...หมวก ”ดาหลาอุทานด้วยความตกใจที่หมวกบนศีรษะของตัวเองลอยไปตามแรงลม
       “เดี๋ยวผมลงไปเก็บให้ครับ” คุณคุณชายบอกก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปที่ชายทะเล
       จังหวะเดียวกันนั้น...ห่านที่กำลังวิ่งหน้าตื่นจะไปแจ้งข่าวกับเจ๊มะพร้าวและดาวก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อมีหมวกใบสวยปลิวมาหยุดตรงหน้า หญิงสาวก้มลงหยิบมันขึ้นมาแล้วหันหลังกลับเพื่อจะมองหาผู้เป็นเจ้าของ คุณคุณชายวิ่งลงมาพอดี ทั้งคู่หันมาเจอหน้ากันอย่างเต็มๆ ห่านไม่มีทางหนีได้อีกแล้ว!
       “คุณฮันนี่!”
       “คุณคุณชาย!” ห่านยืนตัวแข็งราวกับต้องมนต์สะกดเมื่อคุณคุณชายเดินกึ่งวิ่งตรงมาหาเธอด้วยความดีใจ 
       “คุณฮันนี่มาที่นี่ได้ยังไงครับ ผมดีใจมากเลยที่ได้เจอคุณฮันนี่ที่นี่ รู้ไหมครับว่าผมติดต่อคุณฮันนี่ไม่ได้เลย เกิดอะไรขึ้นหรือครับ ?”ชายหนุ่มเอ่ยถามพลางยิ้มกว้าง ไม่ปกปิดความดีใจเลยสักนิด ห่านยืนนิ่ง ไม่ตอบคำถามของคุณคุณชาย เขาจึงเอ่ยเรียกห่านอีกครั้ง “คุณฮันนี่ครับ...คุณฮันนี่”
       “คะ...” หญิงสาวรู้สึกตัว รีบปั้นหน้ายิ้มรับแล้วตอบคำถามของคุณคุณชายทันที “พอดีฮันนี่มาพักผ่อนกับที่บ้านน่ะค่ะ เลยปิดเสียงโทรศัพท์มือถือเพื่อให้ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แล้วคุณคุณชายล่ะคะ มาทำอะไรที่นี่ ?” ห่านถามกลับ
       “อ๋อ...ผมมาดูแลความเรียบร้อยของการสัมมนาที่ทางห้างของผมเป็นเจ้าภาพน่ะครับ”
       “แล้ว...คุณคุณชายมาคนเดียวเหรอคะ ?” ห่านแกล้งเอ่ยถาม  
       “ผมมากับคุณดาหลาครับ คุณแม่ขอร้องให้พาเธอมาด้วย” คุณคุณชายบอกเสียงอ่อย ทั้งคู่หันมองไปทางล็อบบี้ของโรงแรมในส่วนเอ้าท์ดอร์ที่ไม่ไกลจากจุดที่ยืนอยู่นัก ซึ่งดาหลาเองก็มองตรงมาที่คนทั้งคู่อย่างไม่พอใจ ก่อนจะเดินกระแทกเตรียมตัวออกมาสมทบ
       “ฮันนี่ว่าฮันนี่ไปก่อนดีกว่าค่ะ ดูคุณดาหลาท่าจะไม่พอใจที่คุณคุณชายมาเจอฮันนี่”
       “คุณดาหลาไม่มีสิทธิ์มาไม่พอใจนะครับ เพราะผมกับเค้าไม่ได้เป็นอะไรกัน” ชายหนุ่มรีบบอก 
       เร็วกว่าสายฟ้าแลบ ดาหลาเดินเข้ามาคล้องแขนคุณคุณชายแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แล้วเอ่ยทักห่านด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะยินดีที่ได้เจอกัน
       “อุ๊ย...โลกกลมจังเลยนะคะคุณฮันนี่ที่มาเจอกันที่นี่”
       “ค่ะ...โลกกลมมาก มากจนน่าตกใจ” ห่านบอก ดาหลายักไหล่ มองตรงไปที่หมวกของตัวเองที่อยู่ในมือห่าน
       “ขอบคุณมากนะคะที่เก็บหมวกให้”
       ห่านยิ้มรับ ยื่นหมวกส่งคืนให้เจ้าของ ดาหลาดึงมาแล้วใส่ไว้บนศีรษะตามเดิม
       “ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะคุณดาหลา เพราะฉันไม่ได้มีน้ำใจจะเก็บให้คุณหรอก พอดีมันหล่นลงตรงเท้าของฉันพอดี เกะกะ กำลังจะโยนทิ้ง ดีที่คุณคุณชายมาทักเสียก่อน”
       ดาหลาได้ยินแล้วปรี๊ดแตก อยากจะพุ่งตรงเข้าไปตบหญิงสาวตรงหน้าใจแทบขาดแต่ต้องแสร้งทำเป็นนางงามจิตใจดี เอาไว้อยู่สองต่อสองเมื่อไหร่ จะตบหม้หน้าหันเลย ปากดีนัก!
       “คุณฮันนี่ไปทานกาแฟด้วยกันสิครับ” คุณคุณชายเอ่ยชวน
       “คงต้องขอตัวค่ะคุณคุณชาย พอดีต้องรีบกลับไปหาทางบ้านน่ะค่ะ เค้ารออยู่” ห่านรีบปฏิเสธทันที
       “อุ๊ย...น่าเสียดายจังเลยนะคะ กำลังคุยกันสนุกเชียว” ดาหลาแกล้งทำหน้าเศร้า ห่านยักไหล่แล้วแขวะทันที
       “นั่นน่ะสิค น่าเสียดายที่ฉันต้องรีบไป คุณดาหลาอุตส่าห์หอบสตรอเบอร์แหล เอ๊ย...สตรอเบอร์รี่ทั้งสวนมาหัวหินทั้งที เลยไม่ได้ใช้ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเชื่อว่าคุณดาหลาพร้อมเสมอที่จะพกมันไว้ใช้ เก่งนะคะเนี่ย!”
       “แก...” ดาหลาเผลอแผดเสียงใส่คู่อริ แต่พอรู้ตัวว่ามีคุณคุณชายอยู่ก็รีบสงบปากสงบคำทันที “แหม...คุณฮันนี่ก็ชอบพูดเล่นอยู่เรื่อยเลย มีอารมณ์ขันดีนะคะ”
       “แล้วเราจะได้เจอกันอีกไหมครับคุณฮันนี่” คุณคุณชายเอ่ยถามขึ้น ห่านนิ่งไปชั่วอึดใจ ปากพร้อมที่จะบอกว่าอยากเจอเขา แต่ทว่าเมื่อนึกถึงความจริงที่ต้องรับผิดชอบเธอก็อยากจะตอบปฏิเสธเสียเหลือเกิน
      “คือ...เอาไว้ฮันนี่โทรหาคุณคุณชายอีกทีนะคะ”
       “ผมจะรอนะครับ”
       ห่านยิ้มให้ชายหนุ่มด้วยสายตาเศร้าสร้อย ก่อนจะเดินหายไปอีกทางของชายหาด ดาหลามองตามแล้วเบ้ปาก ฉันไม่มีทางให้แกแอบมาเจอกับคุณคุณชายของฉันหรอกย่ะ!

      บาร์บีคิวที่ปิ้งอยู่บนเตากำลังได้ที่ ปีโป้รีบหยิบมันขึ้นมาใส่จานแล้วเดินนวยนาดไปหาบื้อที่นั่งชะเง้อมองหาห่านด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวนั่งลงข้างๆ เขาแล้วเอ่ยชวน
      “บื้อ...ทานบาร์บีคิวสิ น่ากินมากๆ มามะ...เดี๋ยวปีโป้ป้อนนะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็เป่าบาร์บีคิวที่ส่งควันฉุย เตรียมจะป้อนใส่ปากของชายหนุ่ม แต่บื้อรีบปฏิเสธเสียก่อน
      “เดี๋ยวฉันกินเองได้ ขอบใจนะ” บื้อรับไม้บาร์บีคิวในมือของปีโป้ขึ้นมางับเข้าปาก แต่เพราะไม่ทันดูว่ามันร้อนหรือไม่ ทันทีที่เนื้อสัมผัสกับลิ้น เขาก็รีบคายทิ้งทันทีด้วยความร้อน “โอ๊ย...ร้อน”
      “ร้อนเหรอบื้อ รอปีโป้แป๊บนะ เดี๋ยวปีโป้ไปเอาน้ำมาให้” ปีโป้รีบลุกขึ้นไปเดินออกไป เตรียมจะไปเอาน้ำให้บื้อ ห่านวิ่งทะเล่อทะล่ามาจากไหนก็ไม่รู้ชนเข้ากับปีโป้อย่างจัง หญิงสาวกล่าวขอโทษอย่างลวกๆ ก่อนจะวิ่งไปลากเจ๊มะพร้าวกับดาวที่กำลังทานบาร์บีคิวกันอย่างเมามันออกไปอีกทางหนึ่ง บื้อเห็นดังนั้นก็รีบตามไปทันที
     ปีโป้มองตามอย่างสงสัยจึงวางจานบาร์บีคิวลงแล้วแอบย่องไปฟังพวกนั้นคุย ‘ความลับ’ กันอย่างสอดรู้
      ที่มุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก ห่านที่กำลังหอบด้วยความเหนื่อย พยายามตั้งสติเพื่อเล่าเรื่องทั้งหมดให้กับเจ๊มะพร้าวกับดาวฟังโดยลืมสังเกตว่าตอนนี้บื้อมายืนเสนอหน้าอยู่ในวงสนทนาด้วย เมื่อตั้งสติได้และหายเหนื่อยแล้วจึงเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนรักทั้งสองฟัง เจ๊มะพร้าวที่กำลังเคี้ยวปลาหมึกย่างเต็มปากถึงกับกลืนไม่ลง ดาวเองก็ทำตาโตราวกับได้ฟังเรื่องสยองขวัญอยู่
      “ทำยังไงดีเจ๊ พรุ่งนี้ถ้าเข้าสัมมนาต้องได้เจอกันแน่ๆ ทีนี้ความลับก็จะแตก เรื่องที่นายบื้ออุตส่าห์เสียสละแกล้งไปเป็นแฟนยายปีโป้นั่นก็จะสูญเปล่า” ห่านถามเจ๊มะพร้าวอย่างร้อนรน
      “ฉันยังพอทนยายปีโป้ได้นะ” บื้อรีบบอกเพื่อให้ห่านสบายใจ
      “แต่สักวันนายก็ต้องทนไม่ไหว นายจะมาทนเพื่อฉันทำไมกัน แค่นี้นายก็ทำเพื่อฉันมากพอแล้ว”
      “อย่าเพิ่งมาทำซาบซึ้งอะไรกันตอนนี้เลย ตอนนี้เรามาช่วยกันคิดดีกว่า จะทำยังไงดีไม่ให้ยายห่านเจอกับคุณคุณชายอีก ถ้าเจอก็ต้องเจอในสภาพที่เป็นฮันนี่ ไม่ใช่ห่านพนักงานขายรองเท้าแบบนี้”
      “พรุ่งนี้เธอก็แกล้งป่วยสิยายห่าน จะได้ไม่ต้องเข้าสัมมนา ทีนี้ก็จะไม่เจอคุณคุณชายแล้ว” ดาวเสนอความคิด
     “เข้าท่า...งั้นพรุ่งนี้ฉันจะแกล้งป่วย” ห่านยิ้มขึ้นมาได้บ้างเมื่อพอจะมองเห็นทางแก้ปัญหาเรื่องที่เกิดขึ้น
      “คิดแล้วก็กลุ้มนะ วันนี้รอดไปได้ แต่มันจะรอดอีกสักกี่วัน ทั้งเรื่องยายปีโป้ที่พร้อมจะเปิดเผยความจริงทั้งหมดอยู่เสมอ หรือจะยอมรับผิดมันซะเลยน้องห่าน ถูกไล่ออกก็ช่างมัน ติดคุกคงไม่กี่ปีหรอก ไม่ได้ขโมยของไปนี่นา แค่ยืมไปใช้แล้วก็เอามาคืน” เจ๊มะพร้าวบอกอย่างเหนื่อยใจ ดาวรีบโวยวายทันที
      “ว้าย...ไม่ได้นะเจ๊ แล้วใครจะคอยส่งเงินให้พ่อแม่หนูล่ะ”
      “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกนะทุกคน กลับไปที่ห้างวันจันทร์นี้ ห่านจะลาออกเลยเพื่อตัดปัญหาทุกอย่าง ทีนี้นายบื้อจะได้ไม่ต้องทนกับยายปีโป้ แล้วถึงยายปีโป้จะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องใครหน้าไหนก็ไร้ประโยชน์เพราะห่านไม่อยู่แล้ว หลักฐานจะเอาผิดกับเจ๊มะพร้าวกับดาวก็ไม่มี เค้าถามอะไรก็ปฏิเสธลูกเดียว อ้อ...แล้วก็กำชับนายเอด้วย ให้เอาเทปวงจรปิดวันที่ยายปีโป้กระชากกระเป๋าห่านแล้วความลับแตกน่ะไปทิ้ง แค่นี้ก็จบเรื่องแล้ว” ห่านบอก
      “แน่ใจแล้วเหรอยายห่านที่จะทำแบบนี้” ดาวเอ่ยถามอย่างสงสารเพื่อน
      “แน่ใจสิ ฉันต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ฉันทำ คนอื่นไม่สมควรมาลำบากเพราะฉัน เรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้ว ถ้าไม่ตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลม บางทีแทนที่ไฟจะไหม้แค่ฟางกองเดียว มันอาจจะลุกลามไปเผาไร่ทั้งไร่ก็ได้”
     “แล้วน้องห่านจะไปทำงานที่ไหนล่ะคะ ?” เจ๊มะพร้าวถาม 
     “ไม่ต้องห่วงหรอกเจ๊ สวยๆ อย่างห่าน ไปสมัครงานที่ไหนใครๆ ก็รับ แต่ถ้าไม่มีใครรับ ก็จะย้ายไปตั้งรกรากที่ต่างจังหวัดไปหาอะไรทำ ชีวิตที่กรุงเทพฯ มันวุ่นวาย บางทีฟ้าอาจจะกำหนดมาให้เป็นแบบนี้แล้วมั้งเจ๊”
      ปีโป้ที่แอบฟังทั้งสี่คุยกันอยู่ถึงกับโกรธจนปรี๊ดแตก อยากจะเอาเรื่องไปบอกคุณพรเพ็ญเสียตอนนี้ หนอย...นี่บื้อก็มาหลอกเธอทำเหมือนว่าอยากจะรักกันจริงๆ ที่แท้ก็ทำเพื่อปกปิดความลับให้ยายห่านหรอกหรือ มิหนำซ้ำยังเตรียมสลัดทิ้งทันทีเมื่อยายห่านลาออก เลวที่สุด! ฉันไม่ยอมเป็นฝ่ายเสียเปรียบพวกแกหรอก ในเมื่อฉันเป็นคนค้นพบความลับอันน่าสะอิดสะเอียนของยายห่านด้วยความยากลำบาก ฉันก็ต้องได้รับผลตอบแทนอะไรบ้างสิ
      หญิงสาวนิ่งคิดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ กลิ่นของเงินลอยมาจากที่ไหนสักแห่งไม่ไกลนัก!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น