อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 14:15:17

ตอนที่ 12 ตอนที่ 12


       แผนการของปีโป้เริ่มขึ้นทันที เธอมีเวลาไม่มากนักที่จะแฉเรื่องทุกอย่างในขณะที่เจ้าตัวยังอยู่ให้จับ หญิงสาวแกล้งขอตัวไม่ร่วมวงทานบาร์บีคิวกับเพื่อนๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าปวดหัว ขอตัวไปนอนพักผ่อนบนห้องพัก แต่แท้ที่จริงแล้วปีโป้กำลังจะแอบไปหาดาหลาเพื่อยื่นข้อเสนอบางอย่าง
       ตอนนี้เธอต้องคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะได้เจอตัวของดาหลา....นึกอออกแล้ว! 
       หญิงสาวเดินไปที่หน้าเคาน์เตอร์ของโรงแรม พนักงานสาวสวยยกมือไหว้อย่างนอบน้อม เธอยิ้มหวานก่อนจะเอ่ยถาม “สวัสดีค่ะ...ไม่ทราบมาติดต่อเรื่องอะไรคะ ?”
       “คือดิฉันอยากทราบว่าคุณดาหลาพักอยู่ที่ห้องไหนคะ ?” ปีโป้เอ่ยถามด้วยเสียงสุภาพ พนักงานสาวยิ้มแล้วตอบปฏิเสธอย่างสุภาพเช่นกัน
       “ทางเราไม่สามารถบอกเรื่องนี้ได้ค่ะ เพราะมันเป็นกฎของทางโรงแรมน่ะค่ะ ขออภัยด้วย”
       “แต่ดิฉันมีเรื่องสำคัญจริงๆ นะคะ ต้องคุยกับคุณดาหลาเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับความเป็นความตาย ยังไงถ้าคุณไม่ไว้ใจดิฉัน ลองต่อสายขึ้นไปที่ห้องของคุณดาหลาแล้วให้ฉันพูดสายสิคะ รับรองว่าคุณดาหลาต้องยอมให้คุณบอกเลขห้องพักแน่นอน” ปีโป้บอก ใช้สายตาวิงวอนสุดฤทธิ์ พนักงานสาวนิ่งใช้ความคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับคำขอของปีโป้ เธอกดเบอร์ห้องของดาหลาแล้วรอปลายสายมารับ โชคดีที่ดาหลาอยู่ที่ห้อง เธอกำลังนั่งหงุดหงิดดูทีวีอยู่หลังจากถูกคุณคุณชายปฏิเสธที่จะให้หญิงสาวพักร่วมห้องด้วย
       “ฮัลโหล...ขอเรียนสายคุณดาหลาค่ะ” พนักงานเสียงหวานแต่ปลายสายกลับตะคอกเสียงแหลมใส่
       “มีอะไร ? โทรมาวุ่นวายกับฉันเดี๋ยวฉันก็ฟ้องผู้จัดการให้เฉดหัวแกออกหรอก!”
       “ขอประทานโทษนะคะ คือดิฉันไม่ได้มีเจตนาจะมารบกวน แต่พอดีมีผู้หญิงคนหนึ่งมาขอพบคุณดาหลา บอกว่ามีเรื่องคอขาดบาดตายจะแจ้งให้ทราบ ดิฉันเลยต้องโทรมาเรียนสายคุณดาหลาว่าอยากคุยกับเธอไหมคะ”
       “ใคร ?” ดาหลาเอ่ยถาม เริ่มสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
        ยังไม่ทันที่พนักงานสาวจะได้เอ่ยถาม ปีโป้ก็แย่งโทรศัพท์ในมือของพนักงานมาพูดเสียเองเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา “สวัสดีค่ะคุณดาหลา คุณดาหลาอาจจะไม่รู้จักดิฉันแต่ดิฉันรู้จักคุณดาหลาดี เอาเป็นว่าดิฉันมีเรื่องราวเด็ดๆ ที่คุณดาหลาไม่เคยรู้มาก่อนมาบอก แต่ไม่ได้บอกฟรีๆ นะคะ”  
       “แกเป็นใคร ? แล้วเรื่องอะไรที่แกต้องการจะบอกฉัน ?”
       “เอาเป็นว่าให้ดิฉันขึ้นไปพบคุณดาหลาดีกว่าค่ะ แล้วคุณดาหลาจะได้รู้เรื่องของผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่ ความลับที่แสนโสมมมของมัน!” หญิงสาวพูดเป็นปริศนา แรกทีเดียวนั้นดาหลาจะปฏิเสธ แต่พอได้ยินชื่อของฮันนี่เธอก็หูผึ่งทันที บอกให้ปลายสายส่งโทรศัพท์ให้กับพนักงานสาวที่ยืนทำหน้าเหวออยู่ตรงหน้า
       พนักงานสาวรับโทรศัพท์ของดาหลา พยักหน้าหงึกหงักแล้วกดวางสายลง
       “คุณดาหลาเชิญคุณขึ้นไปพบข้างบนค่ะ ห้อง 1011 ชั้น 11 ห้องวีไอพี ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 11 แล้วเลี้ยวขวานะคะ”
       “ก็แค่นั้น...” ปีโป้ยักไหล่แล้วเดินเชิดเข้าลิฟต์ไป
       ทีนี้ล่ะ...พวกแกตายแน่!
 
       ปีโป้นั่งกวาดตามองไปทั่วๆ ห้องวีไอพีของโรงแรมอย่างตื่นตาตื่นใจ ขนาดห้องนี้ใหญ่กว่าห้องที่เธอต้องนอนเบียดกับยายสามสาวนั่นประมาณสี่เท่าได้ ทางด้านหนึ่งเป็นระเบียงกว้างเปิดโล่ง เผยให้เห็นเส้นสีฟ้าของน้ำทะเลตัดกับเส้นสีครามของท้องฟ้า อีกด้านหนึ่งถูกแบ่งเป็นห้องนอน ห้องน้ำและครัวขนาดเล็กๆ
       ดาหลานั่งไขว่ห้างจ้องมองแขกผู้มาเยือนด้วยความสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม “แกเป็นใคร ?”
       “กรุณาใช้คำสุภาพกับดิฉันด้วยนะคะคุณดาหลา เพราะดิฉันน่ะมีประโยชน์มากสำหรับคุณ” ปีโป้เชิดใส่อย่างผู้เหนือกว่า ขณะที่ดาหลามองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า
       “เธอต้องการอะไร แล้วไอ้เรื่องที่เธอจะบอกฉันมันคืออะไร อย่ามาโอ้เอ้กับฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะโทรไปเรียกยามให้มาลากเธอออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้” ดาหลาขู่ ปีโป้ยักไหล่ก่อนจะตอบคำถามของหญิงสาว
       “ใจเย็นๆ ก่อนสิคะ เรื่องที่ฉันจะเล่าเนี่ยมันไม่ได้เล่ากันฟรีๆ นะคะ ต้องมีค่าเปิดปาก แต่รับรองว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม คุ้มที่คุณดาหลาจะได้รู้ความจริงว่ายายฮันนี่ที่จริงมันเป็นใคร ที่สำคัญถ้าคุณดาหลาเปิดโปงมัน คุณดาหลาก็จะทำให้คุณคุณชายเกลียดยายฮันนี่ แล้วคุณดาหลาก็ฉวยโอกาสนั้นรักษาแผลใจให้คุณคุณชาย ฉันรู้นะคะว่าตอนนี้คุณดาหลาก็ไม่ชอบขี้หน้ายายนั่นอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว”
       ดาหลานิ่งคิดอย่างถี่ถ้วน เธอควรจะเชื่อในสิ่งที่ยายนี่พูดดีหรือเปล่า แต่เท่าๆ ที่ฟังดูก็น่าสนใจไม่น้อย ที่สำคัญดูมันจะรู้เรื่องเธอมากพอสมควร ลองฟังดูก็ไม่เสียหาย “เท่าไหร่ ?”
       “หนึ่งแสนบาท!” ปีโป้ตอบแทบจะทันที ดาหลาถลึงตาใส่อย่างหมั่นไส้
       “แกจะบ้าเหรอ ใครมันจะบ้าให้เงินแกตั้งแสน เผื่อเรื่องที่แกเล่าให้ฉันฟังมันเป็นเรื่องที่แกสร้างขึ้นมา ฉันก็เสียเงินค่าโง่ฟรีน่ะสิ”
       “คุณดาหลาจ่ายก่อนครึ่งนึงก็ได้ค่ะ แต่รับรองว่าถ้าคุณดาหลาฟังเรื่องที่ดิฉันเล่าจบ เผลอๆ คุณดาหลาอาจจะแถมเงินให้ดิฉันเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ แล้วถ้ากลัวว่าดิฉันจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ ก็เลิกกลัวได้เลยค่ะ เพราะดิฉันเป็นพนักงานห้างแผนกเครื่องประดับชื่อปรีชญา พนักงานห้างของคุณคุณชาย” ปีโป้บอก ดาหลาขมวดคิ้วทันทีด้วยความสงสัย
       “นี่เธอเป็นพนักงานห้างของคุณคุณชายหรอกเหรอ ?”
       “ก็ใช่น่ะสิคะ ทีนี้คุณดาหลาพร้อมที่จะรับข้อเสนอของดิฉันได้หรือยัง”
       ดาหลานิ่ง จ้องหน้าปีโป้อย่างชั่งใจ ก่อนจะล้วงเช็คในกระเป๋าถือใบงามของเจ้าหล่อนขึ้นมาเขียนอะไรยุกยิก แล้วยื่นให้กับปีโป้ที่ชะเง้อคอยาวดูว่าดาหลาจะเซ็นเช็คให้เธอจริงไหม ว่าแล้วดาหลาก็ดึงเช็คออกมาจากสมุดแล้วยื่นให้กับปีโป้ หญิงสาวยกมือไหว้อย่างนอบน้อม ปรายตามองตัวเลยในเช็ค ห้าหมื่น...โอเค!
       “เล่ามา...ให้ละเอียด”
       “แน่นอนค่ะ อันที่จริงแล้วยายฮันนี่ที่คุณดาหลากับคุณคุณชายเข้าใจน่ะ ชื่อว่ายายห่าน พนักงานขายรองเท้าในห้างของคุณคุณชายค่ะ ที่นี้เรื่องมันเริ่มตรงที่ว่า...” ปีโป้เล่าอย่างออกรส ใส่สีเติมไข่อีกนิดให้ดูน่าสนใจมากขึ้นซึ่งมันก็ได้ผล ดาหลาเองที่ได้ฟังถึงกับตาโต นึกไม่ถึงว่าทั้งหมดจะเป็นเรื่องจริง
       “จริงเหรอ ?” ดาหลาถามซ้ำอีกครั้ง ปีโป้พยักหน้ารับ
       “จริงแท้แน่นอนค่ะ ดิฉันเอาหัวเป็นประกัน เพราะฉะนั้นคุณดาหลาต้องรีบจัดการก่อนที่ทุกอย่างจะสายไปนะคะ”
       “เธอหมายความว่ายังไง ?”
       “ก็หมายความว่าวันจันทร์นี้ ยายห่านมันจะชิงลาออกเสียก่อนที่เรื่องจะแดง หากมันลาออกไปทุกอย่างก็จบ เราก็เอาผิดกับมันไม่ได้เพราะไม่มีหลักฐาน อ้อ...พอจะมีเทปวงจรปิดตอนที่ดิฉันกระชากกระเป๋าพวกมันมาแล้วเจอหลักฐานค่ะ แต่คงต้องรีบไปเอาที่นายเอยามตรวจกระเป๋าที่ห้าง ก่อนที่ยายพวกนั้นจะจัดการเอาไปทิ้ง” ปีโป้บอก ดาหลาพยักหน้ารับ นิ่งเงียบใช้ความคิดอีกชั่วอึดใจก่อนจะนึกอะไรดีๆ ออก ดาหลาหยิบสมุดเซ็นต์เช็คขึ้นมาเซ็นต์อีกใบแล้วส่งให้ปีโป้ หญิงสาวหยิบขึ้นมาดูแล้วตาโต...หนึ่งแสนบาท!
       “ฉันให้เงินเธอเพิ่มเพราะเรื่องที่เธอเล่ามามันเด็ดจริงๆ ถึงว่าสิ ทำไมยายนั่นถึงดูมีพิรุธอยู่บ่อยครั้ง เอาอย่างนี้...เธอต้องแสดงละครราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้นไม่ให้พวกมันรู้ตัว เราต้องหาหลักฐานเพิ่มเพื่อนำไปยืนยันกับคุณคุณชาย ขืนไปบอกปากเปล่าแบบนี้มีหวังคุณคุณชายไม่มีทางเชื่อ ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องทำก็คือ...” แล้วดาหลาก็บอกถึงแผนการที่จะให้ปีโป้ทำ หญิงสาวพยักหน้ารับ 
       “ตกลงค่ะ เรื่องแค่นี้สบายมาก”
       “งั้นเธอรีบไปจัดการ ได้ความคืบหน้ายังไงมาหาฉันได้ตลอดเวลา”
       “ค่ะ” ปีโป้รับคำก่อนจะขอตัวออกไปจัดการตามที่ดาหลาสั่ง เมื่อปีโป้ออกไปแล้ว ดาหลาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ที่เธอไม่ค่อยได้ใช้บริการบ่อยนัก หลังจากเลิกกับแฟนคนเก่าเพราะจับได้ว่าแอบมีกิ๊กหลายคน
       “ฮัลโหล...นี่ฉันดาหลาเองนะ ฉันมีอะไรให้แกทำหน่อย ช่วยไปเช็คประวัติที่บ้านเด็กกำพร้าทอตะวัน หาข้อมูลของผู้หญิงที่ชื่อหฤทัย ชื่อเล่นชื่อห่านมาให้ได้ แฮกเข้าในเว็บฯ หรือจะไปตามสืบมาก็แล้วแต่ แต่ต้องหาข้อมูลมาให้ฉันให้ได้ก่อนเช้าวันจันทร์ เข้าใจไหม ?” ดาหลาเน้นย้ำคำสั่ง ปลายสายตอบรับให้สัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าถ้าได้เรื่องยังไงจะรีบนำข่าวมาบอกดาหลาทันที
       หญิงสาวกดวางสาย แสยะยิ้มอย่างผู้ชนะทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลงแข่งขัน ทุกอย่างกำลังจะจบลงในอีกไม่นาน ยายฮันนี่จะกลายเป็นเศษสวะในสายตาของคุณคุณชาย และเมื่อนั้นเธอจะสวมบทหญิงสาวผู้แสนดีคอยปลอบเขา และได้ครอบครองคุณคุณชายในที่สุด!
 
       ตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว ที่ริมหาดตอนนี้ถูกก่อไฟเพื่อให้ได้บรรยากาศเหมาะกับปาร์ตี้(ซึ่งไม่ได้รู้เลยว่าทางโรงแรมห้ามก่อกองไฟ!) ห่าน เจ๊มะพร้าว ดาว บื้อ เอกและบาสนั่งรอบๆ กองไฟแล้วพูดคุยกันอย่างออกรส ต่างผลัดกันนินทาคนนั้นคนนี้ที่ไม่ได้มาด้วยกัน เรียกได้ว่าเป็นการประชุมเพลิงครั้งใหญ่เลยก็ว่าได้
       “จริงๆ นะเจ๊ ลูกค้าบางคนก็เหลือทนจริงๆ ผมเกือบต่อยแน่ะ เรื่องมากชะมัด” เอกเล่าอย่างออกรส ทุกคนพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย บางทีลูกค้าก็ไม่เห็นใจพนักงานห้างอย่างพวกเราเลย
       “โอย...ไม่อยากจะเม้าท์ มียายเวอร์คนนึงมาซื้อเครื่องสำอางค์ที่บูธของเจ๊ ขอลองนั่นลองนี่ สุดท้ายก็ไม่เอาสักอย่าง มิหนำซ้ำยังขอตัวเทสเตอร์ไปใช้อีก เจ๊นี่อยากจะกระโดดฟ้อนเล็บให้หน้าแหกแต่ก็ทำไม่ได้ เจ๊เลยคิดวิธีเด็ดกว่านั้นในการแกล้งยายนั่น”
       “อะไรเหรอเจ๊ ?” บาสเอ่ยถามอย่างสอดรู้
       “เจ๊ก็เสนอแต่งหน้าฟรีให้ แล้วเจ๊ก็ละเลงหน้าของยายนั่นซะเป็นงิ้วหลุดจากโรงแถวเยาวราชเลย สะใจชะมัด” พูดจบทุกคนก็หัวเราะครืน ยกเว้นห่าน บื้อสังเกตเห็นว่าห่านนั่งเงียบผิดปกติก็พอจะรู้ว่าหญิงสาวกำลังเครียดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มจึงรีบตัดบทสนทนาของทุกคนทันที
       “พอได้แล้ว แยกย้ายกันกลับไปอาบน้ำอาบท่าแล้วรีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องเข้าสัมมนาแต่เช้า ขืนไปนั่งสัปหงกจะโดนคุณพรเพ็ญด่าจนหูชาแน่ๆ พวกเราเป็นตัวแทนของห้างนะ ทำตัวดีๆ หน่อย ดูฉันเป็นตัวอย่างสิ” บื้อยืดตัวขึ้น ทุกคนหันมองชายหนุ่มแล้วพูดขึ้นมาพร้อมกันอย่างหมั่นไส้
       “เหรอออออออออออออออออ…”
       “ดีเหมือนกันนะ เดี๋ยวเจ๊ต้องไปพอกหน้าอีก พรุ่งนี้จะได้สวยเลิศประเสริฐศรีมณีเด้งให้สมกับเป็นตัวแทนของห้าง Siam miracle department store อันเลิศหรู รับรองว่าหนุ่มๆ จากห้างอื่นต้องเหลียวหลังคอแทบเคล็ด หันมามองในความงดงามของเจ๊” พูดจบเจ๊มะพร้าวก็ทำตาวิ้งๆ ทุกคนลุกขึ้นเดินออกจากที่ตรงนั้นทันทีด้วยความหมั่นไส้ เมื่อเจ๊มะพร้าวรู้ตัวว่าไม่มีคนสนใจ เธอก็ยักไหล่ไม่แคร์ ก่อนจะเดินตูดบิดกลับไปที่ห้องของตัวเอง
       กองไฟยังคงลุกโชน บื้อค่อยๆ ใช้รองเท้าแตะของตัวเองเขี่ยทรายกลบให้มันดับลง ห่านที่นั่งอยู่ข้างๆ หยิบรองเท้าแตะของตัวเองมาช่วยอีกแรง ชายหนุ่มมองหน้าหญิงสาวแล้วเอ่ยถาม
       “ทำไมไม่กลับไปพักผ่อน ดูไม่ค่อยสนุกเหมือนคนอื่นๆ เลยนะ”
       “จะให้ฉันสนุกได้ยังไงกัน ในเมื่อเรื่องทุกอย่างกำลังชุลมุนแบบนี้ ที่สำคัญวันจันทร์ฉันก็จะต้องลาออกจากห้าง อนาคตจะเป็นยังไงก็ไม่รู้” พูดจบห่านก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
       “เอาน่า ค่อยๆ คิด ค่อยๆ แก้ไข เรื่องทุกอย่างกำลังจะผ่านไปได้ด้วยดีแล้ว ฉันเชื่อว่าเธอจะผ่านมันไปได้” ชายหนุ่มใช้มือตบที่บ่าของห่านเบาๆ อย่างให้กำลังใจ หญิงสาวพยักหน้ารับก่อนจะเอนหลังลงบนผืนทราย เงยหน้ามองท้องฟ้าตรงหน้า
       “ฟ้าที่นี่ไม่เหมือนที่ห้องเช่าของเราเลยเนอะ ฟ้าที่นี่สวย มองเห็นพระจันทร์กับดาวเต็มไปหมด”
       “ฟ้ามันก็ฟ้าผืนเดียวกันนั่นแหละ แค่เรายืนมองในที่ที่ต่างกัน”
       ไม่มีบทสนทนาต่อ มีเพียงเสียงของสายลมและเกลียวคลื่นที่กระทบฝั่ง อยู่ๆ ก็มีเสียงประหลาดเกิดขึ้น เสียงมันดังโครกคราก...โครกคราก บื้อหันไปมองหน้าห่าน หญิงสาวรีบชันตัวลุกขึ้นแล้วยิ้มแหยๆ
       “เสียงท้องของฉันเองน่ะ มันคงหิวจะแย่ เพราะเมื่อเย็นกินบาร์บีคิวไปนิดเดียวเอง มัวแต่เครียดเลยกินอะไรไม่ลง”
       “สมน้ำหน้า มัวแต่คิดมาก งั้นเดี๋ยวฉันไปเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ห้องมาให้เธอก็แล้วกัน รอแป๊บนึง”
       “ขอบใจนะ แต่ขอสอง...แฮ่ๆ” หญิงสาวบอกพลางยิ้มแหยๆ บื้อส่ายหน้าก่อนจะเดินออกไปอีกทาง ทิ้งให้ห่านนั่งอยู่ที่ริมหาดคนเดียว หญิงสาวเริ่มรู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด เพียงแค่ชายหนุ่มตบไหล่เธอเบาๆ เท่านั้น
       มันเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกของฉันกันนี่ ?
 
       หลังจากทานดินเนอร์กับดาหลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณคุณชายจึงขอตัวไปพักผ่อน โดยอ้างว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปตรวจความเรียบร้อยของงาน ทั้งๆ ที่หน้าที่นั้นไม่ใช่ของชายหนุ่มสักนิด แต่สำหรับเวลานี้ถ้ามีข้ออ้างใดๆ ในโลกที่จะทำให้เขาห่างจากดาหลาได้ ชายหนุ่มก็พร้อมที่จะใช้มัน
        คุณคุณชายแกล้งเก็บตัวเงียบอยู่ในห้องสักพักเพื่อให้ดาหลาตายใจ พอได้จังหวะจึงแอบย่องออกจากห้องลงลิฟต์ไปที่เคาน์เตอร์ในล็อบบี้ของโรงแรม  พนักงานกะกลางคืนแต่งหน้าเด้ง ยืนรอให้บริการอยู่สองสามคนยกมือไหว้คุณคุณชายพร้อมกัน เพราะรู้ว่าชายหนุ่มเป็นบุคคลสำคัญของทางโรงแรม
       “สวัสดีค่ะคุณคุณชาย มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ” พนักงานสาวเอ่ยถาม คุณคุณชายมองซ้ายมองขวา ก่อนจะกระซิบกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
       “ขอโทษนะครับ ผมรู้ว่ามันผิดกฎของทางโรงแรม แต่ผมอยากทราบหมายเลขห้องของคนคนหนึ่งมากเลย ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป ช่วยหาให้หน่อยได้ไหมครับ” ชายหนุ่มบอกอย่างเกรงใจ พนักงานสาวยิ้มรับ  
       “สำหรับคุณคุณชายที่เป็นหุ้นส่วนของทางโรงแรม ไม่มีสิ่งไหนที่ผิดกฎหรอกค่ะ ว่าแต่คุณคุณชายต้องการทราบหมายเลขห้องของใครคะ ?” พนักงานสาวเอ่ยถาม
       “ผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่น่ะครับ...คุณฮันนี่”
       “รอสักครู่นะคะ” พนักงานสาวบอกก่อนจะก้มลงหารายชื่อผู้เข้าพักที่โรงแรม สักอึดใจเธอก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับชายหนุ่มตรงหน้า “วันนี้ไม่มีแขกที่ชื่อฮันนี่เข้าพักนะคะ เธอมีชื่ออื่นไหมคะคุณคุณชาย”
       “อืม...ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ถ้าอย่างนั้นไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก” ชายหนุ่มบอกก่อนจะเดินออกมาจากที่ตรงนั้น เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางถามตัวเองในใจว่าหรือคุณฮันนี่จะไม่ได้พักที่นี่ แต่อาจเป็นโรงแรมใกล้ๆ กัน เขารีบกดโทรศัพท์หาหญิงสาวทันทีแต่กลับพบว่ามันปิดเครื่อง
       คุณคุณชายมองตรงไปยังที่ชายทะเลยามค่ำ ความมืดทำให้ท้องทะเลสีครามกลายเป็นสีดำทะมึน มองไกลออกไปเห็นเป็นดวงไฟเล็กๆ ระยิบระยับของเรือประมงที่เริ่มออกเดินทางหาเลี้ยงชีวิต ดวงจันทร์คืนนี้เต็มดวงสวยสว่างจ้า ดวงดาวที่พรายพร่างเต็มท้องฟ้าทำให้ชายหนุ่มห้ามใจตัวเองไม่ได้ที่จะเดินออกจากโรงแรม ตรงไปยังชายทะเลที่เวลานี้เงียบสงบไร้ซึ่งผู้คน
       สายลมโชยเอื่อยในยามค่ำคืนทำให้ชายหนุ่มหนาวสะท้าน เขากระชับเสื้อแจ็คเก็ตให้แน่นเพื่อรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย ก้าวเดินช้าๆ ตรงไปที่ชายทะเล ยืนนิ่งแหงนมองดูท้องฟ้า สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ไม่ได้มาทะเลซะนาน ที่นี่อากาศยังดีเหมือนเคย
       วูบหนึ่งของสายตา คุณคุณชายเห็นเงาของใครคนหนึ่งนั่งนิ่งอยู่ที่ริมชายหาด สายลมพัดเอาเส้นผมของหญิงสาวปลิวไสว เธอคนนั้นนั่งกอดเข่ามองตรงไปที่ท้องทะเลราวกับกำลังครุ่นคิดบางสิ่งบางอย่างอยู่ น่าแปลก...แม้จะเห็นเธอคนนั้นจากมุมที่ไม่ใกล้นัก แต่ทว่าเขารู้สึกคุ้นตาเสียเหลือเกิน ราวกับรู้จักหญิงสาวมาเนิ่นนาน
       คุณคุณชายก้าวช้าๆ ตรงไปยังผู้หญิงคนนั้น พยายามเพ่งมองว่าเธอใช่คนที่เขารู้จักหรือไม่ ยิ่งได้เข้าใกล้ยิ่งคุ้นตา ใช่หรือเปล่า...ใช่คนที่เขาอยากจะเจอหรือเปล่า ? แล้วมันก็ใช่จริงๆ  
      “คุณฮันนี่!” ชายหนุ่มเอ่ยเรียกเสียงดังด้วยความดีใจ ห่านที่นั่งคิดอะไรเพลินๆ ถึงกับสะดุ้งเฮือก หันมองตามเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเป็นคุณคุณชาย หญิงสาวก็ตาโตด้วยความตกใจ อยากจะวิ่งหนีไปจากตรงนั้นเสียใจแทบขาดแต่ทว่ามันดูจะสายไปเสียแล้ว เพราะชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าของห่านก่อนจะนั่งลงข้างๆ ทันที
       “คุณฮันนี่จริงๆ ด้วย บังเอิญจริงๆเลยนะครับ ผมกำลังอยากเจอคุณอยู่พอดี ให้พนักงานตามหาคุณว่าพักที่ห้องไหนก็ไม่เจอ คุณฮันนี่ไม่ได้พักที่นี่เหรอครับ ?” คุณคุณชายเอ่ยถาม ห่านนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบคำถามของชายหนุ่ม
       “พักที่นี่ค่ะ แต่ไม่ได้จองในชื่อของฮันนี่ ใช้ชื่อคุณแม่จองค่ะ” หญิงสาวอ้าง รู้สึกกระดากที่โกหกชายหนุ่มอีก 
       “เหรอครับ แล้วนี่คุณฮันนี่มานั่งมืดๆ ทำไมคนเดียวตรงนี้ล่ะครับ ?”
       “คือ...ฮันนี่ชอบดูทะเลตอนกลางคืนค่ะ มันดูสวย สงบ และเร้นลับน่าค้นหา”
       “ผมก็ชอบครับ” ชายหนุ่มบอกพลางส่งสายตาหวานให้ห่าน หญิงสาวพยายามห้ามใจไม่มองหน้าอันอบอุ่นของเขา ท่องเอาไว้...มันกำลังจะจบแล้ว มันกำลังจะจบแล้วยายห่าน!
       “แล้วคุณฮันนี่จะกลับกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ครับ เราจะได้นัดไปทานข้าวดูหนังกันอีก ตอนนี้หนังน่าดูเยอะเชียวครับ”
       “เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้วค่ะ” อยู่ๆ ห่านก็ตัดบทสนทนาด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังถึงกับชะงัก เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันที 
       “ไม่ได้เจอกันอีก คุณฮันนี่หมายความว่าอย่างไรครับ ?”
      “หมายความว่าวันจันทร์ฮันนี่จะไม่ได้อยู่เมืองไทยแล้วค่ะ ฮันนี่จะย้ายไปอยู่กับญาติที่อเมริกา ไปทำงานที่นั่น ไปเริ่มชีวิตใหม่ที่นั่น” ห่านบอกน้ำตารื้น แม้มันไม่ใช่เรื่องจริง แต่สิ่งที่เป็นเรื่องจริงคือเธอจะไม่มีวันได้เจอกับชายหนุ่มอีกแล้ว
       “คุณฮันนี่ล้อผมเล่นใช่ไหมครับ ?” เขาแสร้งทำเป็นหัวเราะ ทำเหมือนว่าเรื่องที่ห่านเล่าเป็นเรื่องขบขัน แต่คู่สนทนากลับไม่สนุกไปกับเขาด้วย ห่านจ้องหน้าคุณคุณชายแล้วพูดย้ำอีกครั้ง
       “ฮันนี่ไม่ได้พูดเล่นค่ะ เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว ลืมฮันนี่ไปซะเถอะค่ะ คิดซะว่าทุกอย่างที่ผ่านมาเป็นเพียงความฝัน ขอบคุณสำหรับความสุขในช่วงเวลาสั้นๆ ที่มอบให้ฮันนี่นะคะ” พูดจบห่านก็ตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากที่ตรงนั้น หญิงสาวปาดน้ำตาที่ล้นเอ่อออก บอกตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าต้องทำให้ได้...ต้องทำให้ได้ยายห่าน!
       คุณคุณชายที่กำลังอึ้งอยู่พยายามตั้งสติ รีบลุกขึ้นวิ่งตามหญิงสาวไปอย่างรวดเร็ว เขาดึงแขนของห่าน พยายามรั้งตัวของหญิงสาวไว้ แต่ห่านเองยังดึงดันที่จะเดินต่อไปให้ได้
       “ทำไมครับคุณฮันนี่ ผมทำอะไรผิด ทำไมคุณฮันนี่ถึงทำกับผมแบบนี้”
       “ปล่อยค่ะ อย่าให้ฮันนี่พูดอะไรมากไปกว่านี้เลย” ห่านกลั้นใจบอก พยายามดึงแขนตัวเองออกจากชายหนุ่มเพื่อที่จะเดินกลับเข้าไปที่โรงแรมแต่คุณคุณชายไม่ยอม เขาตัดสินใจกระชากห่านมากอดไว้ที่อ้อมอก
       “ผมไม่ให้คุณฮันนี่ไปไหนทั้งนั้น ผมรักคุณฮันนี่นะครับ ผมรักคุณฮันนี่ ได้ยินไหมครับ ผมรักคุณ” ชายหนุ่มบอกเสียงสั่น ห่านเองที่อยู่ในอ้อมกอดของเขารู้สึกตัวชา ไร้ความรู้สึก น้ำตามากมายไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่ได้
       “แต่...ฉันไม่ได้รักคุณ ได้ยินไหมคะ...ฉันไม่ได้รักคุณ!”
       “ไม่จริง คุณฮันนี่ก็รักผม มองหน้าผมสิแล้วบอกว่าที่ผ่านมาคุณไม่เคยคิดอะไรแบบที่ผมคิด มองหน้าผม จ้องตาผม...แล้วบอกมา” ชายหนุ่มจ้องหน้าห่านอย่างคาดคั้นเพื่อที่จะเอาคำตอบ ห่านอยากจะทำอย่างนั้นให้ได้แต่ทว่ามันยากเย็นเหลือเกิน เธอไม่กล้ามองหน้าเขา...เพราะถ้ามองจะต้องตัดใจไม่ได้เป็นแน่
       “อย่าทำให้ฉันเจ็บมากไปกว่านี้เลยค่ะคุณคุณชาย ถึงฉันจะรักคุณแต่มันก็ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะถ้าคุณได้รู้ความจริงที่ฉันปิดบังคุณไว้ คุณต้องไม่ให้อภัยฉันแน่ๆ”
       “ไม่มีทาง ผมไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด บอกผมสิว่าเรื่องอะไร ผมพร้อมจะให้อภัยคุณทุกอย่าง ขอแค่คุณรักผม อย่าจากผมไปก็พอ” เขาเอ่ยขอร้อง ห่านเม้มปาก...บอกไม่ได้ ยังไงก็บอกไม่ได้ ปล่อยให้จากไปด้วยความทรงจำดีๆ ดีกว่าจากกันเพราะการโกหกหลอกลวงจนเป็นแผลในใจของกันและกันเลย
       ห่านรวบรวมกำลังทั้งหมด ผลักชายหนุ่มออกอย่างแรงจนเขาล้มลงบนหาดทราย กำลังจะวิ่งหนีคุณคุณชายไปแต่ทว่าชายหนุ่มเร็วกว่าที่เธอคิดไว้มาก เขารีบลุกขึ้นมาดึงตัวห่านไว้พร้อมทั้งจูบเธอด้วยความรัก ห่านอึ้ง รู้สึกอ่อนระทวยจนแทบละลายไปกับผืนทราย 
       เขาจูบคนชื่อฮันนี่...ไม่ได้จูบผู้หญิงที่ชื่อห่าน!.
       บื้อที่เดินถือถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูกสองถ้วยเข้ามาได้จังหวะเห็นภาพนั้นพอดี ชายหนุ่มยืนนิ่ง หน้าชา พูดไม่ออก เริ่มไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองว่าทำไมต้องรู้สึกโกรธที่เห็นคุณคุณชายกำลังจูบห่านอยู่ บื้อกำหมัดแน่น อยากจะเดินตรงเข้าไปชกหน้าคุณคุณชายสักยก แต่ไม่มีเหตุผลที่จะทำเขาจะทำแบบนั้น สุดท้ายชายหนุ่มจึงทำได้แค่เพียงเดินหันหลังกลับไปพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองถ้วยนั้น
ห่านเองที่กำลังถูกชายหนุ่มจูบอยู่พยายามตั้งสติ เธอดันไหล่ของคุณคุณชายออกจากตัว ก่อนจะตบเข้าที่ใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแรงจนเขาหน้าหัน คุณคุณชายใช้มือลูบแก้มตัวเอง มองหน้าห่านอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวจะทำแบบนั้น และไม่อยากจะเชื่อเช่นกันว่าตัวเองจะทำอะไรบ้าๆ แบบนั้นกับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้า
       “คนเลว! ฉันเกลียดคุณ ได้ยินไหมคะ...ฉันเกลียดคุณ!” ห่านบอกแล้ววิ่งหายไปอีกทาง คุณคุณชายจะวิ่งตามไปแต่กลับสะดุดท่อนไม้จนล้มคว่ำ เขาเงยหน้าขึ้นมองหาหญิงสาวแต่ทว่าเธอกลับหายตัวไปกับความมืดเสียแล้ว
       เขาโกรธตัวเองสุดขีด ใช้กำปั้นชกไปที่ผืนทรายอย่างแรงเพื่อระบายความเจ็บใจที่ตัวเองทำเรื่องบ้าๆ ลงไป น้ำตาลูกผู้ชายไหลริน...มันจบแล้วจริงๆ หรือ ? จะจบกันง่ายๆ แบบนี้น่ะหรือ ? 
 
       ห่านวิ่งมาหยุดที่หน้าห้องพักของตัวเอง ยืนเอาหลังพิงผนังห้องเพื่อตั้งหลัก เข่าเธออ่อนจนแทบจะทรุดลงตรงนั้นเสียให้ได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่มันไวมากจนห่านตั้งตัวไม่ติด รู้สึกผิดที่ตบหน้าคุณคุณชายไป แต่นั่นคือสิ่งที่ถูก สิ่งที่ควรจะทำ เกลียดฉันซะ...ลืมฉันซะ จะไม่มีผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่อีกแล้วในโลกใบนี้
       หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเพดาน ให้น้ำตาทุกหยดไหลย้อนกลับเข้าไป เธอต้องทำใจให้ได้ เธอต้องหยุดร้องไห้ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะอ่อนแอ เธอต้องเข้มแข็งเพื่อเผชิญหน้ากับปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้น ห่านตั้งสติก่อนจะเคาะประตูห้อง รอเพียงอึดใจเดียวดาวก็เดินมาเปิดประตูให้เพื่อน หญิงสาวแสร้งยิ้มรับแล้วทำเสียงใสเอ่ยทักทำราวกับว่าไม่ได้เกิดอะไรขึ้น
       “ทำอะไรกันอยู่จ๊ะสาวๆ” ห่านเอ่ยทักก่อนจะทิ้งตัวลงบนที่นอนของตัวเอง หันมองปีโป้ที่นอนเอาแตงกว่าปิดตาไว้ แล้วหันไปมองเจ๊มะพร้าวที่กำลังไดร์ผมให้แห้งอยู่ที่หน้าโต๊ะกระจก ส่วนดาวนั้นยืนกอดอกมองเพื่อน สีหน้าไม่ได้ดูสดใสเอาเสียเลย “เกิดอะไรขึ้นเหรอ ?”
       “ฉันต้องถามแกมากกว่าว่าเกิดอะไรขึ้น ?” ดาวจ้องหน้าเพื่อนอย่างคาดคั้น ห่านพยายามปฏิเสธว่าไม่มีอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ต่อสายตาของดาวและเจ๊มะพร้าว
       “ใครมาบอกเจ๊ ?”
       “โน่นไง” เจ๊มะพร้าวชี้ไปทางโต๊ะทานอาหารตัวเล็กที่เวลานี้มีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองถ้วยวางไว้ ห่านตาโตด้วยความตกใจ
       “นี่นายบื้อเห็นห่านจูบกับคุณคุณชายด้วยเหรอ!”
       “อะไรนะ...จูบกัน!” ดาวกับเจ๊มะพร้าวรีบเข้าประชิดตัวห่านทันที ห่านมองหน้าคนทั้งคู่แล้วพยักหน้ารับ
       “อ้าว...นายบื้อไม่ได้เล่าให้ฟังหรอกเหรอ ?”
       “เปล่านี่ แค่บอกว่าแกคุยอยู่กับคุณคุณชายที่ชายหาด มีอะไรเล่ามาให้ละเอียดเดี๋ยวนี้นะ” ดาวคาดคั้นเพื่อน ห่านหันมองปีโป้ที่แสร้งทำทีเป็นนอนหลับ ก่อนจะจูงมือดาวและเจ๊มะพร้าวออกไปคุยกันที่หน้าระเบียงห้อง ไม่อยากให้ปีโป้ได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น
       ปีโป้แสยะยิ้มพลางคิดในใจว่ามีความสุขไปเถอะ เก็บเกี่ยวความสุขเสียให้พอ เพราะวันจันทร์ที่จะถึงนี้ พวกแกจะต้องเจอมรสุมหนักของชีวิต...สมน้ำหน้า!
       ที่หน้าระเบียงห้อง สามสาวยืนเกาะราวระเบียงมองตรงไปยังท้องทะเลอันเวิ้งว้าง เจ๊มะพร้าวถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อได้ยินเรื่องที่ห่านเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่
       “เจ๊ว่าน้องห่านทำถูกแล้วล่ะ ต้องเด็ดขาดในการตัดใจ ไม่อย่างนั้นมันก็จะค้างๆ คาๆ”
       “แต่ก็น่าสงสารคุณคุณชายนะเจ๊ ดูเหมือนว่าเค้าจะรักยายห่านของเราจริงๆ เข้าให้แล้ว บางทีแกน่าจะลองบอกความจริงกับเค้านะ เผื่อเค้าจะรับได้แล้วให้อภัยแก” ดาวเสนอ
       “แล้วถ้าเค้าไม่ให้อภัยฉันล่ะ ซวยกันหมดเลยนะ ที่สำคัญฉันไม่อยากเสี่ยง อยากให้คุณคุณชายจดจำผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่ไว้ในด้านที่สวยงามดีกว่า ไม่อยากให้จำว่าเป็นเพียงพนักงานขายรองเท้าที่หัวสูงอุปโลกน์ตัวเองให้เป็นคุณหนูไฮโซเพื่อหลอกจับเค้า” ห่านอธิบายเหตุผลที่ตัดสินใจทำแบบนั้นลงไปให้เพื่อนฟัง เจ๊มะพร้าวพยักหน้าเห็นด้วย
       “เรื่องมันกำลังจะจบแล้วน้องห่าน เริ่มชีวิตใหม่เถอะ คนบางคนไม่ได้เกิดมาคู่กันยังไงก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เจ๊เชื่อว่าต้องมีผู้ชายดีๆ มาดูแลน้องห่านแน่นอน” เจ๊ะมะพร้าวปลอบใจรุ่นน้อง ห่านพยักหน้ารับ แม้จะยังรู้สึกว่าทำใจได้ไม่เต็มร้อยในเวลานี้ก็ตาม
       “ที่เจ๊พูดนี่คงพูดปลอบใจตัวเองมาตลอดสามสิบปีใช่ไหม ปัจจุบันเลยยังหาคนมาดูแลไม่ได้ ต้องดูแลตัวเองไปก่อน” ดาวหันไปแขวะเจ๊มะพร้าวพลางหัวเราะร่วน
       “ต๊าย...ปากดีนักยายดาว เดี๋ยวก็ผลักตกระเบียงให้กลายเป็นผีทะเลเสียเลยนี่” เจ๊มะพร้าวพูดพลางแกล้งทำท่าจะผลักดาวตกระเบียงจริงๆ ดาวร้องวี้ดว้ายเป็นที่ตลกขบขัน ห่านมองทั้งสองแล้วยิ้มได้
       “นี่ๆ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เจ๊เห็นข้างล่างของโรงแรมมีคลับนั่งดริ๊งค์ ไปเซอร์เวย์เซย์ไฮหนุ่มหัวหินกันดีไหม เผื่อจะเจอเนื้อคู่ที่นั่น”เจ๊มะพร้าวทำท่าดี๊ด๊า ดาวรีบพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
       “เอาสิเจ๊...เรื่องอย่างนี้มีหรือจะพลาด”
       “ฉันขอตัวนะ” ห่านบอก ทำท่าหันหลังจะเดินเข้าห้อง แต่ดาวกับเจ๊มะพร้าวดึงตัวหญิงสาวไว้พร้อมทั้งถลึงตาใส่
       “ไม่ได้...ต้องไปด้วยกัน!” ว่าแล้วสองสาวก็ลากห่านเข้าไปในห้อง...
       ใครจะรู้ว่า...มีคนบางคนแอบฟังอยู่ไม่ไกลกันนัก
       ที่ระเบียงข้างห้องของสาวๆ คือห้องของชายหนุ่มทั้งสาม บื้อยืนเอาหลังพิงผนังบางๆ ที่กั้นระหว่างระเบียงห้องของเขากับห้องของห่าน ยืนฟังสิ่งที่ห่านพูดกับเจ๊มะพร้าวและดาว เขารู้สึกใจสั่นวูบ ร้อนผ่าวๆ ที่ใบหน้า ความรู้สึกที่ว่าไม่อยากให้ห่านไปเจอคุณคุณชายอีกก่อตัวขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ได้  ตอนนี้เขารู้แต่เพียงว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อห่านมันเริ่มจะเปลี่ยนไป
       หรือจากคำว่า ‘ศัตรูตัวร้าย’ กำลังจะกลายเป็น ‘ศัตรูตัวรัก’ เข้าให้แล้ว!
 
       เสียงเพลงจากคลับภายในโรงแรงดังกระหึ่ม แสงไฟหลากสีสาดส่องลงมาบนฟลอร์เต้นรำที่นักท่องราตรีกำลังพากันโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเสียงดนตรี ที่บาร์ตัวยาวขณะนี้มีชายหนุ่มนั่งเหม่อมองแก้วเหล้าในมือด้วยสายตาเลื่อนลอย เขายกแก้วใบเดิมขึ้นดื่มอีกครั้งเพื่อที่จะพบว่า...มันว่างเปล่าเสียแล้ว
       “ขอเหล้าอีกแก้วครับ” คุณคุณชายหันไปสั่งบาร์เทนเดอร์ที่กำลังเช็ดแก้วทรงสูงอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มมองหน้าแขกตรงหน้าแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพ
       “คุณเมามากแล้วนะครับ พอดีกว่าครับ”
       “ผมไม่ได้เมา เอามาอีกแก้ว...เดี๋ยวนี้” คุณคุณชายยื่นคำขาด ทำให้บาร์เทนเดอร์หนุ่มต้องยอมหยิบขวดเหล้าฝรั่งชั้นดีขึ้นมาเทใส่แก้วของคุณคุณชาย เขาเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอของลูกค้า แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะกรอกเหล้าเข้าปาก เขาก็ฟุบลงกับบาร์ด้วยความเมา ปากก็พร่ำเพ้อถึงผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่ด้วยความอาลัยอาวรณ์ บาร์เทนเดอร์หนุ่มมองแล้วส่ายหน้า มาแนวนี้ไม่พ้นอกหักชัวร์
       อีกทางหนึ่ง เจ๊มะพร้าวเดินเฉิดฉายนำห่านและดาวเข้ามาในคลับ มองซ้ายขวาหาทำเลดีๆ (ที่มีผู้ชายนั่งเยอะๆ) เมื่อหาที่นั่งได้แล้วจึงพากันไปนั่ง เจ๊มะพร้าวกับดาวดูจะดี๊ด๊าเป็นพิเศษจนลืมไปว่าเพื่อนที่มาอีกคนกำลังเศร้าเพราะเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่แสนจะทรมานจิตใจมา
       “อุ๊ย...นังน้องดาว ดูผู้ชายคนนั้นสิ หล่อมากมาย ไปทำความรู้จักสิแก”
       “ไหนเจ๊ ?” ดาวพูดพลางชะเง้อคอมองตามมือของรุ่นพี่ เมื่อเห็นจุดมุ่งหมายแล้วดาวจึงเชิดหน้าขึ้น เตรียมที่จะลุกไปหาชายคนนั้นที่ฟลอร์เต้นรำ แต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นชายคนหนึ่งเดินเข้าไปโอบเอวของชายคนที่เป็นเป้าหมาย ท่าทางสนิทกันเกินกว่าจะเป็นเพื่อนกัน หรือว่า... “ว้าย...พวกเก้งกวางนี่เจ๊” ดาวหันไปเอ็ดรุ่นพี่ เจ๊มะพร้าวหัวเราะคิกๆ 
       “ก็ใช่สิยะ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะยอมยกให้แกเหรอ แค่เห็นปราดเดียวเจ๊ก็รู้แล้ว ก้นงอนซะขนาดนั้น” พูดจบเจ๊มะพร้าวก็หัวเราะร่วน ดาวทำหน้าหงิกนั่งลงอย่างอารมณ์เสีย ห่านเองที่ไม่ได้มีอารมณ์สนุกคึกครื้นแบบทั้งสองคนจึงขอตัวไปห้องน้ำ หญิงสาวเดินเหม่อจนไปชนกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่กำลังหิ้วชายที่เมาไม่ได้สติอยู่
       “อุ๊ย...ขอโทษค่ะ” ห่านกล่าวขอโทษ กำลังจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงที่ละเมอของชายคนนั้นที่พูดขึ้นมาว่า “คุณฮันนี่...ผมรักคุณ อย่าทิ้งผมไปนะ”
       ห่านหยุดกึก หันกลับมามองชายคนนั้นอย่างเต็มตาอีกครั้ง ก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
       “คุณคุณชาย!”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น