อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 14:27:20

ตอนที่ 13 ตอนที่ 13


       ทางเดินที่ทอดยาวตรงไปสู่ห้องพักของคุณคุณชายนั้น ตอนนี้มีบาร์เทนเดอร์หนุ่มกำลังพยายามลากร่างของชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหน้าห้องพักโดยมีห่านเดินตามมาด้วย หญิงสาวหยิบกุญแจห้องของคุณคุณชายที่พบมันในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาไขเพื่อพาเขาเข้าไปข้างใน  เมื่อบาร์เทนเดอร์หนุ่มลากคุณคุณชายมาที่เตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ห่านจึงกล่าวขอบคุณ
       “ขอบคุณมากนะคะ” ห่านล้วงเงินในประเป๋ากางเกงของตัวเอง กะว่าจะให้สินน้ำใจที่ช่วยลากคุณคุณชายมาที่ห้องแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า...ไม่ได้พกเงินมา! เมื่อไม่มีทางเลือก หญิงสาวจึงทำหน้าแหยๆ พร้อมทั้งล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงของคุณคุณชายแล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ของชายหนุ่มออกมา ถือวิสาสะหยิบแบงค์ร้อยหนึ่งใบส่งให้บาร์เทนเดอร์  เขายกมือไหว้ก่อนจะเดินออกไป
       กลิ่นเหล้าโชยหึ่งจนแสบจมูก ห่านยืนมองร่างของคุณคุณชายที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงอย่างใช้ความคิด เธอจะทำอย่างไรกับเขาดี จะปล่อยทิ้งไว้อย่างนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะตัวชายหนุ่มรุมๆ เหมือนมีไข้ต่ำๆ ไอ้ครั้นจะมานอนเฝ้าก็คงจะไม่ได้การ เธอไม่สมควรมีตัวตนอีกแล้วในชีวิตของเขา
       หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย แล้วเดินออกจากห้องพักของเขา กลั้นใจปิดประตูห้อง กำลังจะเดินกลับไปหาเจ๊มะพร้าวและดาว แต่แล้วเสียงประตูห้องข้างๆ ก็เปิดออก ดาหลาที่สวมชุดนอนบางเบามองเห็นห่านก็แปลกใจ
       “เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ?” ดาหลาเอ่ยถามพลางมองด้วยสายตาเย้ยหยัน 
       “บินมามั้ง ไม่เห็นเหรอว่าฉันมีปีก” ห่านแขวะแล้วเบ้ปากใส่
       “ปากดีไปเถอะ ระวังตัวให้ดีแล้วกัน”
       “อุ๊ย...ฉันต้องแสดงท่ากลัวด้วยไหม เอาล่ะ...ฉันขี้เกียจเถียงกับเธอแล้ว เข้าไปดูคุณคุณชายด้วย เค้าเมามากแล้วก็ไม่สบาย”
       “ว้าย...นี่แกมอมเหล้าคุณคุณชายเหรอ หนอย...จะลักหลับเค้าล่ะสิ นังหน้าด้าน!”
       “แหม...รู้ทันกันแบบนี้ก็ไม่สนุกเลยสิคะ ว่าแต่คุณดาหลาแต่งตัวแบบนี้...” ห่านปรายตามองชุดนอนของดาหลานิดนึงแล้วพูดต่อ  “ก็คงคิดจะทำแบบที่พูดใช่ไหมคะ เชิญเลยค่ะ คุณคุณชายนอนอยู่ในห้อง ขอให้สนุกนะคะ”
       “อีบ้า! ฉันไม่ได้สำส่อนแบบแกนะ”
       “เหรอคะ ไม่บอกไม่รู้นะคะเนี่ย เห็นยี่ห้อมันบอก!” พูดจบห่านก็หัวเราะร่า เดินตูดบิดยั่วประสาทศัตรูออกไป ดาหลามองตามแล้วกำมือแน่น บอกตัวเองให้ใจเย็น เวลาของมันเหลืออีกไม่นานแล้ว ฉันนี่แหละจะกระชากหน้ากากของมันออกมาให้คุณคุณชายรู้!
 
       สายมากแล้วแต่ห่านยังคงนอนซม ไม่ยอมออกไปกินข้าวกับเพื่อนๆ วันนี้เธอต้องเป็นคนป่วย ไม่ไปสัมมนากับคนอื่นๆ เพราะกลัวว่าจะได้เจอกับคุณคุณชายอีกแล้วเรื่องมันจะไม่จบ หญิงสาวนั่งๆ นอนๆ รอเวลาพักเที่ยงจึงจะออกไปทานอาหารกับเจ๊มะพร้าวและดาว แต่ท้องมันไม่ยักรอ มันส่งเสียงโอดครวญมาตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ห่านลังเล ไม่รู้จะจะออกไปกินบุฟเฟ่ต์มื้อเช้าทันไหม แต่สุดท้ายหญิงสาวก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปที่ห้องอาหารของโรงแรม แม้บุฟเฟ่ต์จะหมด เธอก็ยอมที่จะเสียเงินลองกินอาหารที่โรงแรมสักครั้ง...ความหิวไม่เข้าใครออกใครเสียจริงๆ
       ที่ห้องอาหารของโรงแรมนั้นเปิดโล่ง เพื่อให้แขกผู้มาพักได้สัมผัสบรรยากาศของท้องทะเลหัวหิน ทางด้านหนึ่งจัดเป็นโต๊ะวางบุฟเฟ่ต์อาหารเช้าไสตล์ฝรั่ง มีไส้กรอก หมูแฮม ไข่ดาว ขนมปั้งปิ้ง นมเนยสารพัด อีกด้านจัดเป็นอาหารเช้าแบบไทยๆ มีข้าวต้มเครื่องกับอาหารหลากชนิดชวนน้ำลายสอ
       พนักงานสาวสวยเดินเข้ามาสวัสดีห่านพร้อมทั้งกล่าวต้อนรับ ห่านยื่นคูปองทานอาหารให้กับพนักงานแล้วเอ่ยถาม “บุฟเฟ่ต์รอบเช้านี่ปิดบริการกี่โมงคะ ?”
        “สิบเอ็ดโมงค่ะ เพราะเราต้องเตรียมบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันต่อ” เธอยิ้มแย้มต้อนรับแขกก่อนจะขอตัวออกไป ห่านเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนสุดหรูในห้องอาหาร เพิ่งจะสิบโมงเช้า ยังมีเวลาเหลือเฟือในการทาน
       หญิงสาวเดินไปหยิบจานแล้วเดินคีบนั่นคีบนี่ใส่ลงไป เมื่อได้ปริมาณพอเพียงแล้วเธอก็เดินไปหาทำเลเหมาะๆ นั่งทานอาหารเช้า ยังไม่ทันจะได้ตักแฮมเข้าปากก็ต้องหยุดกึก เพราะเสียงของโต๊ะข้างๆ เสียงนั้นช่างฟังดูคุ้นหูเสียเหลือเกิน
       ห่านแอบชำเลืองตาไปมอง...คุณคุณชายกับยายดาหลา!
       “ขอบคุณคุณดาหลามากนะครับที่ช่วยดูแลผมทั้งคืน” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณหญิงสาวที่นั่งตรงกันข้าม สาวเจ้าแสร้งทำเขินอาย
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้เล็กน้อยมากสำหรับดาหลา ตอนที่ดาหลาลากคุณคุณชายมาที่ห้องนั่น เหนื่อยกว่าอีกนะคะ ล้มตั้งหลายครั้ง” ดาหลาเอาดีใส่ตัว คุณคุณชายหัวเราะร่วนราวกับได้ฟังเรื่องตลก
       “ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลยก็ไม่รู้นะครับ ผมนี่แย่จัง”
       ห่านหูผึ่งแอบฟังพลางด่าคู่อริในใจ หนอย...ฉันต่างหากที่เป็นคนเจอคุณคุณชายแล้วจ้างบาร์เทนเดอร์มาส่งที่ห้อง เอาหน้าใหญ่เชียวนะยะ แต่ก็นั่นแหละ...ถึงยังไงฉันก็ไม่มีวันได้รักกับคุณคุณชายอยู่แล้ว จะไปโมโหทำไมกัน เพื่อไม่ให้ทั้งสองมาเห็นเข้า ห่านจึงค่อยๆ ย่องออกจากที่ตรงนั้นออกไป แต่เพราะไม่ทันระวังทำให้หญิงสาวลื่นล้มหัวคะมำกลางห้องอาหาร ชาวต่างชาติที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ถึงกับสำลัก เช่นเดียวกับชาวญี่ปุ่นที่ยกกล้องวิดีโอมาถ่ายไว้อย่างรวดเร็วราวกับรู้ว่าห่านจะล้ม คาดว่าคงเห็นเป็นคลิปวีดีโอใน youtube เร็วๆ นี้
       คุณคุณชายหันมองตามเสียง เพียงแค่เห็นหลังของหญิงสาวที่กำลังวิ่งออกไป เขาก็จำได้ทันทีว่านั่นคือคุณฮันนี่ ชายหนุ่มลุกขึ้นจะวิ่งตามไป แต่ดาหลาไวกว่า จับมือของคุณคุณชายเพื่อรั้งไว้
       “จะไปไหนคะคุณคุณชาย ยังทานอาหารไม่เสร็จเลย”
       “เดี๋ยวผมมาครับ” เขาไม่ใส่ใจดาหลามากนัก ชายหนุ่มดึงมือของหญิงสาวออกก่อนจะเดินกึ่งวิ่งตรงไปห่าน เขาอยากขอโทษเธอกับเรื่องที่ทำไปเมื่อคืน  ด้วยความที่ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่จึงสามารถวิ่งได้ทันและใกล้ตัวห่านจนแทบจะจับไหล่เธอให้หยุดลงได้ ห่านเองก็รู้ตัวว่าคุณคุณชายวิ่งตามเธอมา หญิงสาวพยายามใช้ความคิดในขณะที่วิ่งหนีว่าจะทำอย่างไรดี สุดท้ายเธอก็ตัดสินใจวิ่งเข้าห้องน้ำหญิงเพราะเชื่อว่าคุณคุณชายคงไม่กล้าเข้ามาหาเธอแน่ๆ
       แต่ผิดคาด คุณคุณชายกลับวิ่งเข้ามาที่ห้องน้ำหญิงอย่างไม่อาย หญิงสาวสองคนที่กำลังยืนแต่งหน้าอยู่ร้องวี้ดว้ายแล้ววิ่งหนีออกจากห้องน้ำทันที ส่วนห่านนั้นแอบไปอยู่ในห้องน้ำล็อกประตูแน่นหนา พยายามหายใจเบาๆ ไม่ให้ชายหนุ่มจับได้ว่าเธอหลบอยู่ที่ห้องไหน
       “คุณฮันนี่ ผมรู้ว่าคุณหลบอยู่ในนี้ ถ้าคุณไม่ออกมา ผมก็จะยืนอยู่ตรงนี้ ต่อให้ยามมาลากผมไป ผมก็จะไม่ไปจนกว่าคุณฮันนี่จะออกมาพบผม ให้ผมได้ขอโทษกับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป” ชายหนุ่มทำเสียงขึงขังจนน่าตกใจ ห่านมือสั่นทำอะไรไม่ถูก หรือเธอจะต้องออกไปพบเขาจริงๆ ไม่ได้...ไม่ได้นะ สัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าเรื่องทุกอย่างมันต้องจบ  
       “คุณกลับไปซะเถอะค่ะคุณคุณชาย ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” ห่านตะโกนบอกไป
       “คุณฮันนี่ไม่มี แต่ผมมี” คุณคุณชายยังคงยืนยัน
       “มีอะไรก็พูดมาเลยค่ะ ฉันฟังอยู่”
       “ไม่ครับ ผมจะไม่พูดถ้าคุณฮันนี่ไม่ออกมาเจอผม”
       ความเงียบเข้ามาขัดจังหวะ ห่านกำลังใช้ความพยายามในการตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี แต่สมองของหญิงสาวกลับไม่ทำงาน ทุกอย่างดูอื้ออึงไปเสียหมด มือไม้ของเธอเย็นยะเยือก ถกเถียงกับตัวเองราวกับคนบ้า
       ออก หรือ ไม่ออก ?
       เสียงบานพับประตูห้องน้ำเปิดออก ห่านเดินออกมายืนอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มอย่างช้าๆ เธอไม่ยิ้ม ไม่พูดจา แต่กลับคว้ามือของคุณคุณชายให้เดินออกจากห้องน้ำหญิง  ไปหาที่คุยครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะจบจริงๆ เสียที เธอทรยศตัวเองมามากพอแล้ว
       ทางด้านหนึ่งของโรงแรมนั้นมีต้นสนปลูกเรียงรายกันไปเป็นแถว สายลมโชยเอื่อยพัดเอาไอร้อนระอุของแดดยามสายเข้ามาหาห่านและคุณคุณชายที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ม้านั่งตัวสวย ไม่มีใครพูดอะไร มีแต่เสียงคลื่น เสียงลม และเสียงแห่งความเศร้าของหญิงสาวที่คุณคุณชายอาจจะไม่เคยได้ยิน แล้วชายหนุ่มก็ตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นก่อน 
       “คือ...คุณฮันนี่ครับ ผมอยากขอโทษคุณฮันนี่ เรื่องที่ผมทำไม่เหมาะสมกับคุณฮันนี่เมื่อคืน ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ แต่ไม่รู้ว่าอะไรเข้าสิงให้ผมทำแบบนั้น” เขาบอกเสียงเศร้าด้วยความสำนึกผิด ห่านยังนั่งนิ่งก่อนจะแกล้งฝืนยิ้มให้คู่สนทนา
       “ฮันนี่ไม่ได้โกรธคุณคุณชายหรอกค่ะ”
       “จริงเหรอครับ” คุณคุณชายตาโตด้วยความดีใจ  
       “แต่...เรื่องที่ฮันนี่บอกคุณคุณชายไปเมื่อคืนคือความจริงค่ะ เราจะไม่ได้เจอกันอีกแล้ว” ห่านบอก ชายหนุ่มกำลังจะอ้าปากถามถึงเหตุผลแต่หญิงสาวชิงพูดดักคอเสียก่อน “อย่าถามว่าทำไมหรือเพราะอะไรเลยค่ะ เอาเป็นว่ามันมีเหตุผลที่ฮันนี่ตัดสินใจทำแบบนั้น”
       “แต่ผมรักคุณฮันนี่จริงๆ นะครับ” เขายืนยันเสียงหนักแน่น ดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งมายังห่านเหมือนอยากจะสื่อความหมาย แต่หญิงสาวหลบตา ไม่อยากมองหน้าเขาอีกแล้ว
       “อย่ามารักฮันนี่เลยค่ะ เราไม่ได้เกิดมาคู่กันหรอก มีเรื่องบางเรื่องที่คุณคุณชายยังไม่รู้ และไม่ใช่เรื่องที่น่ารู้ด้วยค่ะ จดจำภาพของฮันนี่ในวันนี้ไว้เป็นความทรงจำที่สวยงามดีกว่า ฮันนี่ไม่อยากเป็นจุดด่างดำในความทรงจำของคุณคุณชาย”
       “ผมไม่เข้าใจครับ คุณฮันนี่หมายถึงอะไร ?”
       “เรื่องบางเรื่องไม่ต้องเข้าใจหรอกค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้ชายหนุ่ม ใช้มือขวาปิดเบาๆ ที่ดวงตาทั้งสองของเขา “หลับตาลงสิคะ หลับตาลงแล้วจำหน้าคนตรงหน้านี้ไว้ จำผู้หญิงที่ชื่อฮันนี่ไว้” ห่านกลั้นน้ำตาบอก ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนมือลงจากดวงตาของคุณคุณชาย เธอมองหน้าเขาอีกครั้ง แล้วค่อยๆ บรรจงจูบที่ริมฝีปากอิ่มของชายหนุ่ม
       เพียงอึดใจเดียว...ห่านก็หายไปจากเก้าอี้ม้านั่งตรงนั้นเสียแล้ว คุณคุณชายค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขารู้แล้วว่าหญิงสาวไม่ได้อยู่ตรงนี้ ใจจริงเขาอยากจะรั้งไว้ไม่ให้เธอไป แต่ในเมื่อความเป็นจริง ต่อให้ทำอย่างไรหญิงสาวก็ต้องจากไปอยู่ดี แม้ไม่รู้เหตุผลว่าเพราะอะไร...แต่เขาเชื่อว่าต้องมีเหตุผล
       คุณคุณชายทำได้แค่เพียงเหม่อมองไปที่ท้องทะเลแล้วเอ่ยภาวนา...ถ้าเราเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ เราต้องได้พบกันอีก 

       ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมเช่นทุกวันที่ห่านเคยพบ หญิงสาวกวาดตามองบรรยากาศรอบข้างแล้วยิ้มอยู่คนเดียว พรุ่งนี้แล้วสินะ ที่จะไม่มีฉันที่นี่อีกแล้ว ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ที่มีเพื่อนน่ารักๆ อย่างเจ๊มะพร้าวและดาว
       “สวัสดีจ้าน้องห่าน” เจ๊มะพร้าวเอ่ยทัก ผิวสีแทนจากการเล่นน้ำทะเลกลางแดดจ้าทำเอาหน้าของเธอวอกเมื่อเจอรองพื้นสีเดิม
       “สวัสดีค่ะเจ๊ แล้วยายดาวล่ะ ไม่มาด้วยกันเหรอ ?”
       “มาสิจ๊ะ โน่น...ซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งอยู่ตรงหลังห้าง เดี๋ยวก็ตามมา” เจ๊มะพร้าวบอกพลางหยิบตลับแป้งพัฟฟ์ขึ้นมาเปิดมองหน้าในกระจกตัวเองแล้วบ่นอย่างหัวเสีย “นี่ขนาดเจ๊ทาครีมกันแดดแบบกันน้ำตั้งสองรอบแล้วนะ ยังเอาไม่อยู่เลย แดดที่หัวหินแรงจริงๆ ดีแล้วล่ะที่น้องห่านไม่ลงเล่นน้ำ เดี๋ยวจะเสียโฉมแบบเจ๊ เอ๊ะ...แต่ดูไปดูมาเจ๊ก็ว่าสวยไปอีกแบบ ผิวเหมือนบียองเซ่เลย”
       “ต๊าย...ถ้าบียองเซ่มาได้ยินคงอยากจะผูกคอตายนะเจ๊” เสียงแปร๋นๆ ของดาวดังขึ้น ทั้งคู่หันไปมองเห็นหญิงสาวเดินถือถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งมา สีผิวกระดำกระด่างไม่ต่างจากเจ๊มะพร้าวสักเท่าไหร่
       “มาถึงก็ปากดีเชียวนะยะ เฮ้อ...แป๊บๆ วันจันทร์อีกแล้ว น่าเบื่อจริง ”เจ๊มะพร้าวบ่น  
       “แต่ห่านอยากให้ถึงวันนี้เร็วๆ”
       เจ๊มะพร้าวกับดาวมองหน้ากันแล้วขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
       “ทำไมเหรอยายห่าน ?”
       “จำไม่ได้แล้วหรือไง วันนี้แหละที่ฉันจะลาออก” หญิงสาวกล่าวอย่างมุ่งมั่นแต่ทว่าเจือด้วยน้ำเสียงแห่งความเศร้า เจ๊มะพร้าวกับดาวตาโต จริงด้วย...ลืมไปได้อย่างไรเนี่ย!
       “คิดผิดคิดใหม่ได้นะน้องห่าน บางทีอาจไม่ต้องถึงกับลาออกก็ได้”
       “นั่นสิแก ตอนนี้หลักฐานอะไรก็ไม่มีแล้วนี่นา แค่แกเลิกติดต่อกับคุณคุณชายอย่างจริงจัง ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง สักวันแกก็ต้องทำได้ แล้วทุกอย่างมันก็จะเลือนหายไปตามกาลเวลา”
       “ไม่ได้หรอก ฉันไม่ควรเอาเรื่องนี้มาทำให้ทุกคนเสี่ยง ฉันตัดสินใจแล้วจริงๆ” ห่านยังยืนยันคำเดิม เจ๊มะพร้าวกับดาวมองหน้ากันแล้วถอนหายใจ
       “ในเมื่อน้องห่านตัดสินใจแล้ว เจ๊ก็เคารพในการตัดสินใจของน้องห่าน เออ...ว่าแต่เรื่องเทปวงจรปิดน่ะ เราจะให้นายเอลบตอนไหนดี ?” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม
       “เอาไว้หลังห่านออกไปก็แล้วกัน เจ๊ก็ช่วยเป็นธุระให้ห่านด้วยนะ”
       “เดี๋ยวเจ๊จัดการให้ เข้าไปข้างในกันเถอะ” เจ๊มะพร้าวบอก ห่านและดาวพยักหน้ารับก่อนจะพากันเดินเข้าห้างไป
       ทางด้านหนึ่งไม่ไกลกันนัก รถเก๋งคันงามของดาหลาจอดสงบนิ่งอยู่เพื่อรอปีโป้ตามเวลาที่นัดไว้ เพียงอึดใจเดียวปีโป้ก็หันซ้ายแลขวาวิ่งเข้ามาที่รถของดาหลาก่อนจะเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง
       “เป็นไง...ได้เรื่องไหม ?”
       “ไม่ได้เรื่องก็ไม่ใช่ปีโป้สิคะ” หญิงสาวยิ้มกริ่มก่อนจะล้วงซองเอกสารสีน้ำตาลจากในกระเป๋าถือส่งให้ดาหลา ดาหลารีบเปิดมันออกดู เห็นเป็นสำเนาบัตรพนักงานของห้างที่มีรูปห่านแปะอยู่ รูปบัตรประชาชนที่ปีโป้แอบหยิบมันไปถ่ายเอกสารตอนที่ห่านกับเพื่อนๆ ออกไปเที่ยวตอนกลางคืนกัน
       “ดีมาก แค่นี้ก็คงพอที่จะทำให้คุณชายเห็นว่าฉันไม่ได้พูดโกหกและยอมลงมาดูให้เห็นกับตาว่ายายฮันนี่คุณหนูลวงโลก แท้ที่จริงมันก็แค่ยายห่านพนักงานขายรองเท้าต็อกต๋อย” ดาหลาใส่อารมณ์ในน้ำเสียงพลางแสยะยิ้มอย่างสะใจ
       “ดีเลยค่ะ เอาเพื่อนร่วมขบวนการของมันออกไปด้วยนะคะ ทั้งยายเจ๊มะพร้าว ยายดาว นายเอ แล้วก็นายบื้อด้วย!” ปีโป้เน้นเสียงคนหลังเป็นพิเศษ...ผู้ชายคนที่ทำให้เธอเจ็บปวด
       “ได้ เธอก็เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ ถ้าฉันพาคุณคุณชายลงมาที่ห้างได้เมื่อไหร่ ฉันจะโทรบอกเธอเอง”
       “ค่ะ”
       “อืม...ว่าแต่ตอนนี้เธออย่าทำตัวมีพิรุธให้พวกมันจับไต๋เราได้ล่ะ ฉันจะพยายามลากคุณคุณชายลงมาพิสูจน์ความจริงให้ได้วันนี้ เอาล่ะ เธอลงไปได้แล้ว ฉันไม่อยากให้คนมาเห็น” เมื่อหมดธุระ ดาหลาก็ไล่ปีโป้ลงอย่างไม่ใยดี ปีโป้ยิ้มรับก่อนจะเดินลงจากรถ แต่แค่เพียงรถของดาหลาแล่นออกไปเธอก็ทำหน้าบึ้งทันที
       นี่ถ้าไม่เห็นแก่เงินแสน แม่จะตบสักฉาด!
     
        คุณคุณชายนั่งทำตาลอยอยู่ในห้องทำงานตั้งแต่เช้า ชายหนุ่มใช้มือคนกาแฟที่เลขาฯ สาวชงมาให้ จนกาแฟเริ่มจะเย็นแล้วแต่ก็ไม่มีทีท่าว่าเขาจะยกมันขึ้นมาดื่ม แม้ว่าเขาจะพยายามลืมเรื่องราวระหว่างตัวเองกับห่าน แต่ทว่าทุกครั้งที่พยายามจะลืม มันเหมือนการเขียนความทรงจำทับลงบนความทรงจำเดิมจนเข้มขึ้นและเห็นชัดกว่าเก่า ทำไมการลืมใครสักคนมันช่างยากเย็นนัก โดยเฉพาะคนที่เรามีความรู้สึกดีดีด้วย
       เสียงเคาะประตูห้องทำงานของคุณคุณชายดังขึ้น ชายหนุ่มจึงตื่นจากภวังค์แล้วบอกอนุญาตให้เข้ามาได้ เลขาฯ สาวเดินนำดาหลาเข้ามาก่อนจะขอตัวออกไปทำงานของตัวเองต่อ
       “สวัสดีค่ะคุณคุณชาย” ดาหลาเอ่ยทักเสียงใส พยายามทำให้บรรยากาศดีเข้าไว้ก่อน
       “สวัสดีครับคุณดาหลา มาหาผมถึงที่นี่ มีธุระด่วนอะไรหรือเปล่าครับ ?” คุณคุณชายถามเสียงเรียบ 
      “แหม...อย่าพูดตัดเยื่อตัดใยกับดาหลาอย่างนั้นสิคะ วันนี้ที่ดาหลามาเพราะมีเรื่องสำคัญ เรื่องสำคัญที่คุณคุณชายจะต้องขอบคุณ ที่ทำให้คุณคุณชายตาสว่าง” หญิงสาวบอกเป็นปริศนา คุณคุณชายขมวดคิ้วทันที 
       “คุณดาหลาหมายถึงอะไรครับ ?”
       “อืม จะเริ่มต้นยังไงดีล่ะคะ เอาเป็นว่าดาหลาขอถามคุณคุณชายก่อนว่า คุณคุณชายเคยรู้ไหมคะว่าคุณฮันนี่น่ะเค้าเป็นใคร มาจากไหน ลูกเต้าเหล่าใคร ?” ดาหลาจ้องหน้าคู่สนทนา ชายหนุ่มส่ายหน้าทันที...เขาไม่ค่อยรู้อะไรมากเกี่ยวกับคุณฮันนี่
       “วันนี้แหละค่ะที่คุณคุณชายจะได้รู้เสียทีว่าอะไรเป็นอะไร” พูดจบดาหลาก็ล้วงซองเอกสารสีน้ำตาลเอาไปวางตรงหน้าของชายหนุ่ม เขามองหน้าดาหลาด้วยความสงสัยแต่ก็ยอมเปิดซองเอกสารนั้นดู ทันทีที่เห็นสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาบัตรพนักงานห้างของผู้หญิงที่ชื่อหฤทัย แต่แปะรูปเป็นรูปของคุณฮันนี่คุณคุณชายก็หัวเราะร่วน
       “นี่คุณดาหลากำลังเล่นอะไรอยู่ครับ ใส่ร้ายคนอื่นแบบนี้ไม่น่ารักเลย” คุณคุณชายบอก 
       “นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะคะ ทุกอย่างคือของจริง ถ้าคุณคุณชายยังไม่เชื่อ ดาหลามีหลักฐานเด็ดกว่านั้น” พูดจบดาหลาก็ล้วงซองเอกสารอีกใบส่งให้เขา เพราะรู้อยู่แล้วว่าคุณคุณชายต้องไม่ยอมเชื่อง่ายๆ
คุณคุณชายหยิบมันออกมาดู คราวนี้สีหน้าไม่ค่อยดีนัก เพราะในซองสีน้ำตาลนั้นมีใบเอกสารประวัติของผู้หญิงที่ชื่อหฤทัย ซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้แต่รูปนั้นเป็นรูปของคุณฮันนี่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยซึ่งใบหน้าไม่ต่างจากตอนนี้นัก ที่สำคัญตัวหนังสือตัวใหญ่ที่โชว์หลาอยู่บนหัวกระดาษ มันเขียนว่า ‘ประวัติของสมาชิกบ้านเด็กกำพร้าทอตะวัน’
       ภาพความทรงจำในวันนั้นแล่นเข้ามาในหัวสมองโดยไม่ต้องสั่งการ ถ้าอย่างนั้นตอนที่คุณครูที่บ้านเด็กกำพร้าทักคุณฮันนี่ว่าชื่อห่านก็ไม่ใช่จำคนผิดน่ะสิ ไม่จริงหรอก...มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ คุณฮันนี่จะเป็นผู้หญิงชื่อห่านพนักงานห้างของเราได้ยังไงกัน
       “ผมว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ ครับ อาจจะเป็นแค่คนหน้าเหมือน” ชายหนุ่มยังปฏิเสธที่จะเชื่อ ดาหลาได้ยินดังนั้นก็แทบอยากจะร้องกรี๊ดให้ปากฉีกถึงรูหู...นี่โง่จริงๆ หรือแกล้งโง่กันเนี่ย!
       “ถ้าหลักฐานขนาดนี้คุณคุณชายยังไม่เชื่อ งั้นลองลงไปที่ห้างแผนกขายรองเท้า ไปดูให้เห็นกับตาเลยไหมคะ จะได้รู้ว่าคุณฮันนี่ไฮโซจอมปลอมนั่น ที่แท้ก็เป็นแค่พนักงานห้างกระจอกงอกง่อยที่คิดจะจับคุณคุณชายเพื่อดันตัวเองให้เป็นไฮโซตัวจริง!”   
       คุณคุณชายมือสั่นและเย็น ใจหนึ่งอยากจะลงไปดูให้เห็นกับตาเพื่อตัดความรำคาญ แต่อีกใจก็กลัว...กลัวว่าถ้ามันเป็นจริงอย่างที่ดาหลาบอก เขาจะทำอย่างไร
 
       คุณพรเพ็ญเดินเฉิดฉายเข้ามาตรวจตราตามบูธต่างๆ เป็นปกติ เสียงแว้ดๆ ของเธอทำเอาพนักงานต่างพากันกลัวจนหัวหด ไม่เคยมีสักวันที่คุณพรเพ็ญจะเดินมาเงียบๆ เสียงของเธอจะดังมาก่อนเห็นตัวเสมอ ห่านยืนนิ่งอยู่หน้าบูธของตัวเองโดยมีเจ๊มะพร้าวกับดาวยืนอยู่เป็นเพื่อนด้วย ในเวลาแบบนี้ห่านคงอยากมีเพื่อนอยู่ร่วมชะตากรรม
       “อ้าว...ยายห่าน หายป่วยแล้วเหรอ ?” คุณพรเพ็ญเอ่ยถามพลางใช้นิ้วปาดที่ชั้นวางรองเท้าแล้วยิ้มรับ...ผ่าน
       “หายแล้วค่ะ” ห่านตอบ คุณพรเพ็ญพยักหน้ารับก่อนจะจิกตาใส่เจ๊มะพร้าวกับดาวที่ยืนอยู่ข้างๆ
       “แล้วพวกหล่อนสองคนมาเสนอหน้าอะไรตรงนี้ยะ ที่บูธของตัวเองจัดการเรียบร้อยแล้วหรือไง ?”
       “เรียบร้อยแล้วค่ะ คือที่มะพร้าวกับดาวมาอยู่ตรงนี้เพราะมาอยู่เป็นเพื่อนยายห่านน่ะค่ะ ยายห่านมีเรื่องสำคัญต้องบอกคุณพรเพ็ญ” เจ๊มะพร้าวพูดเข้าเรื่องให้ทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา คุณพรเพ็ญได้ยินดังนั้นจึงหันมาจ้องหน้าห่านแทน
       “มีเรื่องอะไรยายห่าน ไหนว่ามาซิ ?”
       “คือห่านอยากขอลาออกค่ะคุณพรเพ็ญ” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น คุณพรเพ็ญพยักหน้ารับรู้ แต่พอนึกดูอีกทีก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ
       “อะไรนะ...เธอจะลาออกเหรอ ?”
       “ค่ะ”
       “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า ? เรื่องมันหนักหนาถึงขนาดต้องลาออกเลยเหรอ หรือจะแค่ลองลาพักร้อนดีไหม ?” คุณพรเพ็ญเอ่ยถาม ห่านมองหน้าคุณพรเพ็ญอย่างซึ้งใจก่อนจะตอบ “ห่านตัดสินใจแล้วค่ะ ห่านอยากไปตั้งหลักปักฐานที่ต่างจังหวัด รู้สึกเหนื่อยกับชีวิตในเมืองหลวงน่ะค่ะ ไม่ได้มีเหตุผลอะไรพิเศษ”
       “งั้นก็ตามใจเธอแล้วกัน บ่ายๆ เธอก็ไปที่ฝ่ายบุคคล ไปเซ็นใบลาออกซะ แล้วก็รับเงินรายวันเท่าที่ทำมา ฉันไม่รู้หรอกว่าเหตุผลจริงๆ ที่เธอลาออกคืออะไร แต่ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ โชคดีนะยายห่าน ว่างๆ ก็มาเยี่ยมเพื่อนๆ บ้าง” คุณพรเพ็ญกล่าวอย่างใจดี ห่านยกมือไหว้ เธอรู้ว่าเนื้อแท้แล้วคุณพรเพ็ญเป็นคนจิตใจดี เพียงแต่ปากออกจะร้ายไปสักหน่อยก็เท่านั้นเอง
       “ตอแหล!” เสียงของปีโป้ดังขึ้นขัดจังหวะทันที หญิงสาวเดินมาหยุดยืนข้างๆ คุณพรเพ็ญแล้วชี้หน้าห่านอย่างเอาเรื่อง “มันโกหกค่ะคุณพรเพ็ญ ที่อยู่ๆ มันลาออกเพราะกลัวความผิด” ปีโป้ถลึงตาใส่ห่าน หญิงสาวหน้าซีดทันที เจ๊มะพร้าวกับดาวก็มีสีหน้าไม่ต่างกันแล้วในเวลานี้...ซวยแล้วสิ!
       “เธอพูดอะไรของเธอยายปีโป้ อย่ามาหาเรื่องกันนะ” เจ๊มะพร้าวแว้ดขึ้นมาเพื่อกลบเกลื่อนสีหน้าที่ตกใจของตัวเอง ดาวเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งไปอีกทาง...ต้องตามบื้อกับเอแล้วสิเนี่ย
       “ฉันก็พูดความจริงไง คุณพรเพ็ญคะ ยายห่านเนี่ยร่วมมือกับเจ๊มะพร้าวและยายดาวแอบเอาของในห้างออกไปใช้ ไม่ได้ทำครั้งเดียวด้วยนะคะ ทำหลายครั้งเลย ปีโป้ไม่ได้พูดอะไรมั่วๆ นะคะ หลักฐานมีแน่ เพราะนายเอพนักงานตรวจกระเป๋าก็ร่วมขบวนการด้วย ไม่เชื่อคุณพรเพ็ญไปเช็คโทรทัศน์วงจรปิดได้ค่ะ” ปีโป้เบ้ปากใส่เจ๊มะพร้าวกับห่านอย่างสะใจ เจ๊มะพร้าวจะพุ่งเข้าตบหน้าคู่อริสักฉาดแต่ห่านดึงตัวไว้ได้ทัน
       “นังปีโป้ปากปีจอ ถ้าวันนี้ฉันไม่ได้เอาเลือดปากแกออกอย่ามาเรียกฉันว่าเจ๊มะพร้าวอีก”
       “โอ้ว...คงไม่ได้เรียกว่าเจ๊มะพร้าวแล้วล่ะ ต้องเรียกว่าพวกหัวขโมยแทน!”
       เส้นความอดทนของเจ๊มะพร้าวขาดผึง เธอพุ่งตรงเข้าไปตบหน้าปีโป้ทันทีอย่างเหลืออด ปีโป้ร้องกรี๊ดๆ ก่อนจะยกมือขึ้นจะตบกลับ แต่คุณพรเพ็ญเปล่งเสียงอันทรงพลังห้ามทัพไว้เสียก่อน
       “หยุดเดี๋ยวนี้! ใครพอจะอธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฉันฟังได้เนี่ย ฉันงงไปหมดแล้ว” คุณพรเพ็ญกุมขมับ มองหน้าห่าน ปีโป้และเจ๊มะพร้าวด้วยความงงงวย
       “ฉันนี่แหละค่ะ ที่จะฉีกหน้ากากมันออก” เสียงของดาหลาดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคุณคุณชาย ชายหนุ่มยืนตัวแข็งเมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่ยืนห่างจากเขาไม่กี่ก้าวนั้นคือคุณฮันนี่จริงๆ 
       “คุณฮันนี่...”
       “คุณคุณชาย...” ห่านตาโต รู้สึกเข่าอ่อนอยากเป็นลมเสียให้ได้ เจ๊มะพร้าวที่กำลังเดือดสุดขีดกลับกลายเป็นหน้าเจื่อนอย่างบอกไม่ถูก...ไม่คิดว่าเรื่องจะจบลงแบบนี้
       “ฮันนี่ไหนคะ นี่ยายหฤทัยหรือยายห่าน พนักงานของห้างเรานี่คะ” คุณพรเพ็ญตอบพาซื่อ ชายหนุ่มจ้องหน้าห่านเขม็งด้วยความผิดหวัง เสียใจและโกรธปนกัน เขากำมือแน่น...นี่มันอะไรกัน เรื่องที่ดาหลาบอกเป็นเรื่องจริงเหรอ
       “มองให้เต็มตาค่ะคุณคุณชาย ยายนี่แหละคือคุณฮันนี่ผู้สูงศักดิ์ คนที่คุณคุณชายปลื้มนักปลื้มหนา แท้ที่จริงแล้วเป็นเพียงพนักงานต็อกต๋อยแผนกรองเท้า แต่มักใหญ่ใฝ่สูงอยากถีบตัวเองให้เป็นคนไฮโซด้วยการแอบเอาของในห้างออกไปใช้ อุปโลกน์ตัวเองให้เป็นคุณฮันนี่เพื่อจับคุณคุณชาย หน้าด้านที่สุด!” ดาหลามองห่านตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูถูก
       “จริงค่ะ ปีโป้ยืนยันได้ มีเจ๊มะพร้าว ยายดาว ไอ้นายเอแล้วก็ไอ้นายบื้อร่วมขบวนการด้วย จัดการไล่พวกมันออกเลยนะคะ พวกงูเห่าหัวขโมย!”
       ห่านยืนนิ่ง น้ำตาที่ดูเหมือนจะไหลกลับไม่ไหล มันตกลงข้างใน...ในหัวใจของเธอเอง ในที่สุดความลับก็ไม่มีในโลกจริงๆ 
       “ทำไมคุณทำกับผมแบบนี้ ?” คุณคุณชายเดินมาใกล้ห่านแล้วเอ่ยถาม หญิงสาวยืนนิ่งเม้มปากสนิท ไม่ยอมตอบ ชายหนุ่มจึงเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น ดังจนทำให้คนรอบข้างเงียบกริบ ไม่นึกว่าผู้ชายที่แสนสุภาพอย่างคุณคุณชายจะน่ากลัวเหลือเกินในเวลานี้ “ทำไม...ตอบสิทำไม ? ทำไมต้องทำแบบนี้ ?” เขาจับไหล่ห่านเขย่าอย่างแรงจนหญิงสาวล้มลงกับพื้น เจ๊มะพร้าวรีบเข้าไปประคองห่าน น้ำตาไหลเป็นสายด้วยเพราะสงสารจนจับหัวใจ “ผมผิดหวังในตัวคุณที่สุด เคยคิดว่าคุณเป็นคนดี เป็นคนที่ผมรัก แต่ที่แท้คุณมันก็แค่ผู้หญิงขี้โกหก ขี้ขโมย ไม่เคยมีความจริงใจให้กับคนอื่น โชคดีจริงๆ ที่ผมรู้ความจริงในวันนี้ จะได้เลิกโง่เสียที”
       “ไล่มันออกหรือแจ้งตำรวจจับดีคะ เอาไปเข้าคุกทั้งแก็งเลยยิ่งดี” ดาหลาเอ่ยถามคุณคุณชายที่กำลังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ห่านได้ยินดังนั้นจึงเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าของคุณคุณชาย 
       “เรื่องนี้ฉันเป็นคนผิดคนเดียว อย่าไล่คนอื่นออกเลยนะคะ ห่านยอมรับผิดทุกอย่าง เพียงแต่อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อน ขอร้องเถอะค่ะ” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของชายหนุ่มเพื่อขอร้อง แต่คุณคุณชายกลับสะบัดมือของห่านออก
       “อย่ามาแตะต้องตัวผม ผู้หญิงที่สกปรกทั้งร่างกายและจิตใจอย่างคุณ ไม่มีค่าพอให้มาถูกเนื้อต้องตัวผม ออกไปซะ ไปให้พ้นๆ ก่อนที่ผมจะเรียกตำรวจมาจับคุณ” ชายหนุ่มบอกเสียงเหี้ยม เหี้ยมเสียจนดาหลาที่ยิ้มเยาะถึงกับสะดุ้ง เดินถอยหลังไปอย่างอัตโนมัติ
       “ฉันไปแน่ค่ะ ขอโทษที่ทำทุกอย่างลงไป ขอโทษจริงๆ” ห่านพูดในขณะที่ใบหน้าที่สงบนิ่ง เวลานี้มันเจ็บจนถึงจุก หญิงสาวกลั้นน้ำตา ไม่อยากให้ใครเห็นหรือเอาไปนินทาได้ว่าคนอย่างเธอใช้น้ำตาเพื่อเอาตัวรอด...เธอไม่ใช่คนแบบนั้น
       หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะคว้ากระเป๋าถือของตัวเองมาสะพาย กำลังจะเดินออกไป แต่อยู่ๆ บื้อก็เดินเข้ามาจับมือของห่านไว้ แล้วดึงให้เธอหยุดอยู่ตรงหน้าของคุณคุณชายอีกครั้ง
       บื้อถอดบัตรพนักงานออกแล้วขว้างใส่หน้าของคุณคุณชายอย่างแรงท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน...
       “ไอ้สารเลวเอ๊ย!” พูดจบบื้อก็ต่อยเข้าที่ใบหน้าของคุณคุณชายจนเขาล้มคว่ำ ดาหลาร้องกรี๊ดเสียงหลง รีบเข้าไปประคองชายหนุ่มอย่างเป็นห่วงเป็นใย
       “ว้าย...”
       บื้อกระชากคอเสื้อของคุณคุณชายขึ้นมาจะต่อยอีกครั้ง แต่คราวนี้ห่านกลับรั้งเขาไว้
       “อย่า...บื้อ...อย่าทำแบบนี้ พอแล้ว...พอแล้ว ฉันขอร้อง” ห่านบอกเสียงสั่นเครือ บื้อหันหน้าไปมองหญิงสาวที่ส่งสายตาอ้อนวอนก็ยอมปล่อยชายเสื้อของฝ่ายตรงข้ามลง ชายหนุ่มจ้องหน้าคุณคุณชายแล้วพูดต่ออย่างเหลืออด
       “มีเงินแต่ไม่มีสมอง คุณไม่รู้เลยหรือไงว่าที่ผู้หญิงคนนี้ลงทุนยอมทำเรื่องที่มันผิดเพราะอะไร เพราะเค้ารักคุณไง  ได้ยินชัดไหม นึกว่าเค้าสนุกนักหรือไงที่วันๆ ต้องคอยปกปิดความลับ คุณจะไปรู้อะไรว่าผู้หญิงคนนี้เสียน้ำตาให้คุณมามากเท่าไหร่ แล้วคุณลองคิดดู คนอย่างคุณน่ะเหรอจะหันมามองพนักงานจนๆ อย่างเค้า เค้าจึงต้องทำแบบนั้นเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับคุณ แม้เค้าจะไม่ได้รวยหรือมีเกียรติเหมือนคุณ แต่มีศักดิ์ศรีความเป็นคนเท่ากัน...อย่ามาดูถูกกันง่ายๆ”
       “พวกไพร่สถุน! ยืนทำอะไรกันอยู่เล่า ไปตามยามให้มาลากตัวมันออกไปสิ ไม่เห็นเหรอว่ามันต่อยคุณคุณชาย” ดาหลาโวยวาย พนักงานชายสองคนจึงวิ่งออกไปอีกทางเพื่อทำตามประสงค์ขของดาหลา
       “ไม่ต้องไปตามให้เสียเวลา ยังไงก็ออกอยู่แล้ว ไม่อยากอยู่นักหรอก ห้างที่มีเจ้าของจิตใจแคบ” บื้อจ้องเขม็งไปที่คุณคุณชาย คุณคุณชายเองก็ถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออกแล้วในเวลานี้
       “แกกล้าดียังไงมาด่าคุณคุณชาย” ดาหลาเสียงแหลมเอ่ยถามบื้อ จ้องมองที่ชายหนุ่มอย่างไม่พอใจ
       “ไม่ได้กล้าดีหรอกครับ ผมมันพวกคนชั้นต่ำ ทำอะไรก็ผิด พวกคุณมันผู้ดีตีนแดง พูดอะไรใครก็พยักหน้ารับเห็นด้วย น่าสมเพชเสียจริงๆ อ้อ คุณดาหลา ขออะไรคุณอย่างนึงนะครับ เวลาไปประกวดนางงามที่ต่างประเทศ อย่าใช้สายสะพายว่าประเทศไทยส่งเข้าประกวด เพราะมันจะเสียชื่อ ถ้าคนทั่วโลกรู้ว่าตัวแทนจากประเทศไทยที่ภายนอกดูสวยงามนั้นแท้จริงแล้วจิตใจช่างต่ำช้าหาข้อดีไม่ได้”
       “มันจะมากไปแล้วนะไอ้พวกชั้นต่ำ!” ดาหลาเดินมาตบหน้าบื้อย่างแรงท่ามกลางเสียงกวีดร้องของพนักงานที่มามุงดูเหตุการณ์ บื้อหน้าชาเล็กน้อยแต่ยังยิ้มอย่างกวนประสาทให้กับดาหลาได้
       “ดีนะเนี่ยที่พวกผมเป็นคนชั้นต่ำ พระเจ้าเลยให้หนังหน้ามาหนาพิเศษ  แล้วก็บังเอิญผมไม่ใช่พระเอกในนิยายเสียด้วยสิ ที่ต่อให้ใครร้ายมาก็ต้องให้อภัยตลอด สำหรับคนชั้นต่ำอย่างผม ใครร้ายมากก็ต้องร้ายกลับ!” ขาดคำบื้อก็เหวี่ยงฝ่ามือของเขาเข้ากับใบหน้าของดาหลาอย่างเต็มแรง หญิงสาวล้มหน้าคว่ำลงกับพื้นแล้วร้องกรี๊ดๆ ราวกับถูกน้ำร้อนลวก
       “ไอ้พวกไพร่สถุน! ไปตามยามลากพวกมันออกไป คอยดูนะ ฉันไม่ยอมให้เรื่องมันจบแค่นี้แน่ๆ” ดาหลาโวยวายเสียงดังจนพนักงานพากันถอยหลังกันคนละเก้าสองก้าว ตอนนี้ไม่รู้แล้วว่าระหว่างบื้อกับดาหลานั้น ใครที่ร้ายกว่ากัน
       บื้อไม่ตอบโต้อะไร ชายหนุ่มดึงมือของห่านแล้วเดินฝ่าวงล้อมของพนักงานออกไป ปีโป้รีบหลบตาชายหนุ่ม กลัวโดนแบบดาหลาเมื่อสักครู่ ขณะที่ดาหลายังโวยวายไม่หยุด หญิงสาวเกาะแขนคุณคุณชายแล้วเขย่าพลางร้องโวยวาย 
       “ดาหลาไม่ยอมจริงๆ ด้วย มันตบหน้าดาหลา คุณคุณชายต้องจัดการให้ดาหลาด้วย”
       ชายหนุ่มไม่พูดอะไร สีหน้าเงียบเฉยราวกับไม่มีชีวิต เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจใครทั้งนั้น เหล่าบรรดาพนักงานต่างพากันมองดาหลาแล้วเบ้ปาก ไม่นึกไม่ฝันว่านางฟ้าที่เคยชื่นชมแท้ที่จริงก็เป็นซาตานดีๆ นี่เอง
       คุณพรเพ็ญที่กำลังอึ้งอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าพยายามตั้งสติ เธอทำหน้านิ่งแล้วหันไปบอกเจ๊มะพร้าวกับดาวที่ยืนกอดกันร้องไห้อยู่ไม่ไกลนัก
       “ยายมะพร้าว ยายดาว นายเอ ตามไปพบฉันที่ห้องด้วย อ้อ...ยายปีโป้ก็ไปด้วยนะ เราคงต้องมีอะไรคุยกันหน่อย”
       ปีโป้ที่กำลังจะย่องหนีไปต้องหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันมายิ้มเจื่อนๆ ให้คุณพรเพ็ญ เจ๊มะพร้าว ดาว เอและปีโป้เดินหน้าซีดตามกันไปเป็นแถว ในเวลานี้มีเพียงดาหลาคนเดียวเท่านั้นที่ยังนั่งอยู่กับพื้นพลางร้องโวยวายไม่ต่างจากคนบ้า เหล่าบรรดาพนักงานต่างพากันซุบซิบนินทาอย่างมันส์ปากจนดาหลาต้องตะคอกใส่อีกครั้ง
       “มองอะไร ? เดี๋ยวก็ตบปากฉีกเลย!” พูดจบดาหลาก็ลุกขึ้นเชิดหน้าเดินออกไปราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น 
 
       ห่านกลับมาถึงที่ห้องเช่าของตัวเองได้ยังไงก็ไม่รู้ เธอนั่งนิ่งอยู่ที่ชานหน้าห้อง ไม่พูดไม่จาอะไรตั้งแต่ออกมาจากห้าง บื้อเองก็ไม่เซ้าซี้ที่จะให้หญิงสาวพูด เขาว่าเขาเข้าใจเธอ เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก...เร็วเสียจนถ้าเขาเป็นห่าน เขาไม่รู้จะควบคุมสติให้นิ่งอย่างนี้ได้หรือไม่ เผลอๆ อาจจะกลายเป็นบ้าเสียด้วยซ้ำไป
       บื้อนั่งลงข้างๆ ห่าน หันมองหน้าเธอแล้วถอนหายใจยาว 
       “ถ้าอยากร้องไห้ก็ร้องมาเถอะนะ อย่าเก็บมันไว้เลย ระบายมันออกมาบ้างก็ได้ เผื่อเธอจะสบายใจขึ้น”
       ห่านไม่ตอบอะไร เธอยังนั่งนิ่งราวกับไร้ซึ่งจิตวิญญาณ
       “ถ้าอย่างนั้นฉันไม่กวนเธอแล้ว พักผ่อนเถอะ ตื่นขึ้นมาแล้วทุกอย่างจะต้องดีขึ้น แล้วเราค่อยมานั่งคิดกันต่อว่าจะเอายังไง” บื้อบอกพลางตบบ่าห่านเบาๆ แล้วเดินออกจากห้องเช่าของหญิงสาว แต่ก็ยังอดห่วงห่านไม่ได้จนต้องหันมามองอีกครั้งแล้วเข้าห้องพักของตัวเองไป
       เมื่อได้อยู่กับตัวเองคนเดียว น้ำตาของหญิงสาวที่เก็บไว้มานานจึงค่อยๆ เริ่มรินไหล ภาพของคุณคุณชายที่ทำท่ารังเกียจเธอราวกับเธอเป็นเศษขยะกับคำพูดที่เขาด่าเธอนั้นยังคงดังก้องในความรู้สึก หญิงสาวก้มหน้าน้ำตาร่วง พยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง มันจบลงแล้ว...ให้วันนี้เจ็บเป็นวันสุดท้าย ร้องเข้าไป ร้องให้หมดหัวใจ พรุ่งนี้เธอจะเป็นห่านคนเดิม
       บื้อแอบมองดูหญิงสาวผ่านทางหน้าต่างห้องเช่า ใจหายวาบเมื่อเห็นห่านร้องไห้ ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องเป็นห่วงเธอขนาดนั้น  


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น