อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 08:18:46

ตอนที่ 3 ตอนที่ 3


       ปีโป้เดินเกาะแขนบื้อเข้ามาในบริเวณร้านหมูกระทะโดยมีเอเดินตามมาอย่างเซ็งๆ  ก่อนที่จะพบว่าภายในร้านมีคนนั่งกันหน้าสลอนจนแทบไม่เห็นโต๊ะว่าง 
       “คนคงเต็มร้านแล้วล่ะปีโป้...ไว้วันหลังค่อยมากินนะ” บื้อแอบดีใจที่จะได้หลุดพ้นบ่วงกรรมเสียที ปีโป้ทำหน้าหงิก พยายามคิดหาวิธีที่จะยื้อยุดฉุดกระชากชายหนุ่มให้อยู่กับเธอนานๆ ให้ได้
       “งั้นเราไปกินร้านอื่นก็ได้”
       “นั่นดาว เจ๊มะพร้าว แล้วก็ห่านนี่นา” เอบอกพลางชี้มือตรงไปยังโต๊ะหมูกระทะของสามสาว เป็นจังหวะเดียวกับสายตาเจ๊มะพร้าวที่หันมามองเห็นพอดี จึงรีบโบกไม้โบกมือเรียกโดยไม่ได้ถามความสมัครใจของผู้ร่วมโต๊ะเลยสักแอะ
       “น้องบื้อ น้องเอ...มานี่เร๊ว!” เจ๊มะพร้าวเอ่ยเรียก พยายามทำเป็นไม่เห็นยายปีโป้ เมื่อเอเห็นว่าที่โต๊ะมีดาวนั่งอยู่ด้วยก็รีบยุให้บื้อกับปีโป้เข้าไปร่วมโต๊ะ ทางด้านห่านกับดาวต่างพากันจิกตาใส่เจ๊มะพร้าวอย่างไม่ชอบใจนัก
       “เจ๊ไปเรียกไอ้บ้านั่นมาทำไม...ใครอยากจะให้มานั่งด้วย” ห่านทำเสียงดุดัน ดาวรีบเสริมทันทีอย่างเห็นด้วย
       “ใช่...นังปีโป้ก็มาด้วย ที่สำคัญไอ้ยามบ้านั่นก็ตามมาอีก บอกแล้วไงว่าหนูไม่ชอบคนในเครื่องแบบ!” 
       ปีโป้ทำท่าจะไม่ยอมเข้าไปนั่งร่วมโต๊ะกับคู่อริเช่นเดียวกับบื้อ เอเห็นแบบนั้นจึงกระซิบบอกเพื่อนที่ดึงเขามาด้วยน้ำเสียงอันแผ่วเบาแต่ทว่าจริงจังจนน่ากลัวว่า “เข้าไปเป็นเพื่อนหน่อยสิไอ้บื้อ...ไม่อย่างนั้นฉันจะทิ้งแกให้อยู่กับยายปีโป้สองคนนะเว้ย!” เจอหมัดเด็ดของเอเข้าให้ ทำเอาบื้อต้องรีบสนองความต้องการของเพื่อนอย่างทันทีทันใด แม้ว่าในใจจะเหม็นขี้หน้ายายห่านเสียเต็มประดาก็ตาม แต่ทว่าก็คงดีกว่าต้องอยู่เพียงลำพังสองต่อสองกับปีโป้
       “ดีเหมือนกันนะปีโป้ กินกันเยอะๆ สนุกดี แฮ่ๆ” บื้อจำใจพูด ปีโป้ได้ยินดังนั้นก็ทำท่าฟึดฟัดแต่ไม่อยากขัดใจชายหนุ่มจึงพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ทั้งสามจึงเดินตรงไปยังโต๊ะหมูกระทะของสามสาวทันที
       “สวัสดีจ้าน้องบื้อ น้องเอ...แล้วก็...” เจ๊มะพร้าวพูดเว้นไว้แค่นั้น ปีโป้เชิดหน้าใส่ 
       “ไม่ต้องมาสวัสดีหนูหรอกค่ะเจ๊มะพร้าว หนูไม่อยากขี้กลากขึ้นหัวให้คนแก่มาสวัสดี!” เจอเข้าแบบนี้เจ๊มะพร้าวลุกผึงขึ้นจากโต๊ะ จ้องเขม็งตรงไปยังรุ่นน้องปากดีที่ทำท่าเย่อหยิ่งจนน่าตบ
       “บอกแล้วไงเจ๊ อย่าเล่นกับหมาเดี๋ยวหมาเลียปาก” ห่านพูดขึ้นลอยๆ ปีโป้ร้อนตัวทันที  
       “นี่แกว่าฉันเป็นหมาเหรอนังห่าน ?”
       “เอ๋...ฉันเอ่ยชื่อเธอเหรอยายปลากะโห้ โอ๊ะ...ปีโป้” พูดจบห่านก็หัวเราะร่วน เจ๊มะพร้าวกับดาวเลยร่วมผสมโรงหัวเราะไปกับเค้าด้วย ปีโป้กำลังจะร้องกรี๊ดแต่รู้ตัวว่าถ้าเปล่งเสียงออกมากลางร้านหมูกระทะตอนนี้คงไม่เหมาะ จึงหันไปดึงแขนของบื้อแล้วทำเสียงออดอ้อนราวกับนางเอกในละครที่ถูกตัวร้ายรุมรังแก
       “เราไปที่อื่นกันเถอะบื้อ อยู่แถวนี้มีแต่พวกปากเสีย เสื่อม!”
       “จ้า...แม่คนดี กุลสตรีศรีสยาม วันๆ ไม่เห็นทำอะไร นอกจากลากผู้ชายคนนั้นทีคนนี้ที!” ดาวเอาบ้าง คราวนี้ปีโป้สุดจะอดกลั้น หญิงสาวร้องกรี๊ดลั่นจนผู้คนในร้านหมูกระทะพากันเงียบกริบ หันมามองที่หญิงสาวเป็นตาเดียว ปีโป้หน้าหดเหลือสองนิ้วเมื่อรู้ตัวว่าได้แสดงกริยาอันน่าสมเพชออกไปสู่ฝูงชน
       “เอ่อ...ผมว่าเรามากินหมูกระทะกันดีกว่านะครับ” อยู่ดีๆ เอก็ตัดบทแล้วนั่งลงข้างๆ ดาว ขณะที่ดาวรีบกระเถิบตัวออกทำท่ารังเกียจสุดฤทธิ์
       “แกจะกินก็กินไปคนเดียวเถอะไอ้เอ ฉันไม่อยากร่วมโต๊ะกับใครบางคน เหม็นขี้หน้า” บื้อบอกพลางจ้องไปที่ห่านเหมือนอยากให้หญิงสาวรู้ตัวว่าคนที่เขาเหม็นขี้หน้านั้นคือตัวเธอ
       “ไปซะได้ก็ดี ไม่ได้ชวนมานั่งตั้งแต่แรกแล้ว เหม็นขี้หน้าพาลจะกินหมูกระทะไม่ลง” ห่านหันไปทำปากยื่นใส่บื้อ ชายหนุ่มที่กำลังจะหันหลังกลับถึงกับสะดุดกึก รู้ตัวทันทีว่ากำลังถูกเล่นงานด้วยคำพูดจากฝ่ายตรงข้าม จึงหันหลังกลับมาแล้วนั่งลงข้างๆ ห่านทันทีพร้อมทั้งลอยหน้าลอยตาบอก
       “เปลี่ยนใจแล้ว กินหมูกระทะที่นี่ดีกว่า ไหนๆ ก็มาแล้ว ไอ้เอไปตักหมูมาสิ” บื้อทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ปีโป้กัดฟันกรอดๆ มองหาที่ว่างที่ตัวเองจะนั่งลงไปได้ ซึ่งก็มีเหลืออยู่ที่เดียวคือม้าหินอ่อนตัวของเจ๊มะพร้าว หญิงสาวจำใจนั่งลงข้างๆ รุ่นพี่อย่างเสียไม่ได้
       ห่านจ้องหน้าบื้อเหมือนอยากจะฉีกเนื้อชายหนุ่มเป็นชิ้นๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเขาที่ทำท่ายียวนกวนประสาท หญิงสาวนั่งหันข้างเข้าหาบื้อแล้วทำหน้าเบ้อย่างขยะแขยงเสียเต็มทน เช่นเดียวกับดาวที่ทำหน้าเบื่อโลกจนสุดชีวิตเมื่อเอพยายามเอาใจด้วยการคีบหมูในกระทะมาใส่ถ้วยของหญิงสาวอย่างเอาอกเอาใจจนดาวชักจะรำคาญ
       “ทานเยอะๆ นะจ๊ะดาว...ช่วงนี้ดาวดูผอมไป” เอทำน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย
       “ใครว่าฉันผอม ฉันกำลังรักษาน้ำหนักอยู่ต่างหาก” ดาวบอกพลางเชิดใส่
       “ไม่เห็นต้องรักษาน้ำหนักเลย  แบบเดิมออกจะน่ารัก”
       “ไม่ต้องมารักฉัน” ดาวหันไปปิ้งหมูกระทะต่ออย่างอารมณ์เสีย เอยังไม่ลดละ พยายามคีบเนื้อชิ้นที่สุกใส่จานของดาวอีกพร้อมทั้งส่งยิ้มซื่อๆ ให้กับเจ้าหล่อน ปีโป้เห็นอย่างนั้นก็รีบเอาใจบื้อด้วยการคีบหมูให้บ้าง 
       “บื้อ...ทานเยอะๆ นะ เดี๋ยวปีโป้จะป้อนให้ อ้ำ...อ้าปากเร้ว”
       ห่านเห็นดังนั้นก็ทำท่าสะอิดสะเอียนทันที “จะอ้วก!”
       “เป็นอะไรของแกยายห่าน ?” ดาวหันมาเอ่ยถามเพื่อน ห่านยักไหล่ก่อนจะปรายตามองไปที่บื้อกับปีโป้แล้วตอบคำถามของดาว
       “เหม็นพวกน้ำเน่าน่ะ...คลื่นไส้” พูดจบสาวเจ้าก็ทำท่าจะอ้วกอีกครั้ง ปีโป้หยุดกึก หันมาจ้องหน้าคู่อริแล้วมองอย่างสมเพชก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน
       “ฉันว่าเธอไม่ได้เหม็นน้ำเน่าหรอกยายห่าน ดูจากอาการแล้ว น่าจะท้องมากกว่ามั้ง ว่าแต่หาใครมารับผิดชอบเป็นของพ่อเด็กล่ะ หาเจอหรือเปล่า ?” พูดจบปีโป้ก็หัวเราะร่วน เจ๊มะพร้าวทำท่าจะลุกขึ้นเอาเรื่องแต่ห่านทำมือปรามไว้ ก่อนที่จะหันไปยิ้มให้กับคู่อริด้วยรอยยิ้มที่เยือกเย็นและน่ากลัว!
       “แหม...พูดเหมือนมีประสบการณ์เลยนะยะยายปลากะโห้ ว่าแต่ทำมากี่ครั้งแล้วล่ะ ?”
       “สองครั้งเอง...ว้าย! ยายห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุง นี่แกจะหาเรื่องฉันใช่ไหม ?” ปีโป้ลุกขึ้นทันทีอย่างอารมณ์เสีย มีหรือคนอย่างห่านจะยอม เธอลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับปีโป้พร้อมทั้งทำสีหน้ากวนประสาทยั่วโมโหคู่อริ
        “ถ้ามันไม่จริงจะร้อนตัวทำไมไม่ทราบ”
       “ใครว่าฉันร้อนตัว กุลสตรีที่ดีงามอย่างฉันไม่มีทางทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนั้นแน่ๆ ว่าแต่คนอื่นหัดส่องกระจกดูตัวเองก่อนเถอะย่ะ หมอที่ไปทำมาน่ะ ดีไหมล่ะ ?” ปีโป้ย้อน ห่านแสยะยิ้ม
       “เคยหาแต่หมอผีเสกหนังควายเข้าท้องคนน่ะ อ้อ...แต่อย่างเธอคงหาคนมาเสกเด็กเข้าท้อง...” หญิงสาวเว้นระยะการพูดนิดหนึ่งแล้วปรายตามองไปที่บื้อก่อนจะพูดต่อ “...อ้อ ตอนนี้คงหาได้แล้วสิ ก็ดูเหมาะกันดีนะ”
       “ว้าย...บื้อดูมันสิ มันหาว่าบื้อจะพาปีโป้ไปทำมิดีมิร้าย หยาบคายมาก” ปีโป้ยื่นหน้ายื่นตาฟ้อง
       “ชอบล่ะสิยายปีโป้” เจ๊มะพร้าวเสริม ปีโป้เผลอตัวรับคำ 
       “ถูก...ว้าย! จะบ้าเหรอ ปีโป้เป็นสาวไทยใจงามนะยะ ไม่ได้ใจทรามแบบนังห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุง!”
       บื้อสุดจะทน เขานั่งฟังคนด่ากันข้ามหัวไปมาอยู่นานแล้ว สุดท้ายชายหนุ่มก็พูดสวนห่านขึ้นมาบ้างอย่างเหลืออด
       “นี่ยายปากปลาร้า! มายืนแว้ดๆ เป็นนกแร้งกลางร้านแบบนี้ ไม่อายคนอื่นเค้าบ้างหรือไง”
       “แล้วที่นายกับยายปลากะโห้มาทำอี๋อ๋อต่อหน้าเตาย่างหมูกระทะ ไม่อายคนอื่นบ้างหรือยังไง อ้อ...สังเกตจากหนังหน้าแล้วคงอายไม่ค่อยจะเป็นสินะ เพราะหน้าหนาด้วยกันทั้งคู่!”
       ปีโป้สุดทน คว้าแก้วน้ำได้ก็สาดใส่หน้าห่านอย่างแรงท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะบื้อที่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น “หุบปากเน่าๆ ของแกซะนังห่าน! อย่ามาก้าวร้าวบื้อของฉันนะ”
       “ฉันน่ะอาจจะแค่ปากเน่า ไม่ได้เหมือนเธอที่มันเน่านอกเน่าใน เน่าตั้งแต่หัวจรดหาง เน่าตั้งแต่ร่างกายยันความคิด กินผักมากๆ นะ จะได้ช่วยระบายของเสียที่มันสั่งสมในร่างกายและจิตใจออก ฉันเสียสละให้” ว่าแล้วห่านก็ยกตระกร้าผักยื่นใส่หน้าปีโป้ หญิงสาวร้องกรี๊ดๆ ราวกับถูกน้ำต้มในกระทะลวกใส่ ทุกคนในร้านละมือจากตะเกียบหันมาดูมหรสพอันน่าตื่นเต้นกลางร้านหมูกระทะแทน
       ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงกันให้เสียเวลา ปีโป้กระโดดเข้าขย้ำห่านอย่างแรง หญิงสาวดึงทึ้งผมของคู่อริพร้อมทั้งส่องเสียงร้องกรี๊ดๆ จนแสบแก้วหู ห่านเองก็ใช่ย่อย ใช้ลีลานักกีฬาวอลเลย์บอลเก่า ทั้งตบ ทั้งถีบ ทั้งจิกจนสุดกำลัง แม้ทุกคนจะพยายามยื้อยุดฉุดกระชากให้ทั้งคู่แยกออกจากกัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสามารถห้ามได้ สุดท้ายบื้อเลยคิดวิธีที่จะหยุดสองสาวด้วยการแกล้งตะโกนออกไปว่า “อ้าว...คุณพรเพ็ญ สวัสดีครับ” 
       เหมือนเสียงจากสวรรค์ (หรือนรก!) ห่านกับปีโป้หยุดตบตีกันทันที ทั้งสองรีบยกมือไหว้อย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้ รู้แต่เพียงว่าหากคุณพรเพ็ญเห็นว่าพนักงานมาตบกันในร้านหมูกระทะทั้งๆ ที่ยังอยู่ในชุดเครื่องแบบ มีหวังถูกเฉดหัวไล่ออกจากงานแน่ๆ “สวัสดีค่ะคุณพรเพ็ญ” ทั้งสองกล่าวพร้อมกันก่อนจะกวาดตามองหาหญิงเจ้าของชื่อแต่ทว่ากลับไม่พบแม้แต่ไรผมของคุณพรเพ็ญ มีเพียงแต่บื้อเท่านั้นที่ยืนหัวเราะหึหึอยู่คนเดียว 
       พอห่านรู้ว่าตัวเองถูกชายหนุ่มหลอก ก็เลือดขึ้นหน้าทันที “นี่นายหลอกฉันเหรอ ?”
       “แล้วจะโง่เชื่อทำไมล่ะ คุณห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุง!”
       “ไอ้ปากปีจอ!” หญิงสาวกระโดดชกชายหนุ่มจนล้มคว่ำท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ร่วมเหตุการณ์ เจ๊มะพร้าวดูจะตั้งสติได้ก่อน พุ่งเข้าคว้ารุ่นน้องจอมซ่าส์ไว้ก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมมากไปกว่านี้
       ปีโป้เห็นบื้อลงไปนอนกองกับพื้นก็รีบโผเข้าไปประคอง ทำเหมือนชายหนุ่มกำลังจะขาดใจตาย ก่อนจะหันมาถลึงตาใส่ห่านที่กำลังคลุ้มคลั่งอยู่ เธอชี้หน้าห่านพร้อมทั้งแผดเสียงใส่อย่างไม่ไว้หน้า
       “อีไม่สวยแล้วบ้า! แกกล้าดียังไงมาทำบื้อของฉัน ถ้าบื้อตายไปจะทำยังไง!”
       “ก็ไม่เห็นต้องทำยังไงเลย ก็แค่จับยัดใส่โลงเอาขึ้นเมรุเผา อ้อ...ถ้าห่วงกันมาก ฉันก็จะฆ่าเธออีกคน ให้ตายตกไปตามกันเลย จะลองไหมล่ะยายปลากะโห้!” ห่านจะเข้าไปตบปีโป้อีกสักฉาดแต่เจ๊มะพร้าวกับดาวดึงตัวเจ้าหล่อนไว้ได้เสียก่อน หญิงสาวแหกปากร้องโวยวายบอกให้ทั้งสองปล่อยแต่ไม่มีใครยอมปล่อย สุดท้ายเจ๊มะพร้าวกับดาวก็ต้องลากห่านที่แหกปากราวกับคนบ้าออกไปให้พ้นรัศมีของบื้อกับปีโป้
       ไม่อย่างนั้นงานนี้อาจมีตาย!
 
       เช้าวันต่อมา บื้อมาทำงานด้วยสภาพตาขวาเป็นวงเขียวช้ำ มองเผินๆ นึกว่าหมีแพนด้าหลุดมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ ชายหนุ่มเดินเอามือปิดตาข้างนั้นเข้ามาทักทายเอตรงเคาน์เตอร์ตรวจสัมภาระพนักงานเหมือนอย่างที่เคยทำทุกวัน ชายหนุ่มส่งกระเป๋าให้เอพร้อมทั้งรอให้เพื่อนตรวจของภายในก่อนจะรับคืนมา
       “เป็นไงบ้างไอ้บื้อ...อาการดีขึ้นไหม ?” เอเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง 
       “ตาเขียวแบบนี้แกคิดว่าดีขึ้นไหมล่ะไอ้เอ...ถามไม่คิด” ชายหนุ่มทำหน้าหงิก กำลังจะหันหลังเดินเข้าไปในตัวห้างแต่แล้วก็เจอกับดาวและห่านที่เดินคุยหนุงหนิงกันเข้ามา เมื่อทั้งคู่ได้ประทะสายตากัน บรรยากาศรอบข้างก็เริ่มเย็นยะเยือกชวนขนลุก ไม่รู้ว่าใครในสองคนนี้จะเป็นฝ่ายเริ่มศึกก่อน รู้แต่เพียงว่า...มันจะไม่มีทางสงบสุขอย่างแน่นอน
       “เธอทำฉันเจ็บแสบมากนะ คอยดูเถอะ ฉันต้องเอาคืนให้ได้” ในที่สุดฝ่ายชายก็เป็นฝ่ายหย่อนระเบิดก่อน
       “ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ปากเน่าๆ อย่างนายมันต้องโดนต่อยอีกข้าง เอาให้เขียวเหมือนใส่แว่น” ห่านเชิดใส่อย่างไม่กลัวเกรง บื้อกำหมัดแน่นอย่างแค้นใจ
       “ถ้าเธอเป็นผู้ชาย ฉันจะต่อยให้หน้าหงายเลย”
       “เสียใจย่ะ เพราะฉันเป็นผู้หญิง หรือถ้าอยากจะต่อยผู้หญิงก็เอา เอาสิ...เจ้าข้าเอ๊ย! ผู้ชายจะต่อยผู้หญิงค่า! ใครอยากดูมาดูเร้ววว!” ห่านหันไปป่าวประกาศให้พวกพนักงานที่กำลังทยอยเดินเข้ามาตอกบัตรและตรวจกระเป๋าได้ยิน ทุกสายตาหันมามองทางบื้อแล้วพากันซุบซิบตำหนิ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดๆ ใช้มือชี้หน้าของฝ่ายหญิงเป็นเชิงว่า “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ!” แล้วรีบเดินเข้าห้างไป ห่านหัวเราะชอบใจที่เอาชนะบื้อได้ ดาวเองมองเพื่อนแล้วส่ายหน้าเอือมระอา
       “แกนะแก...หาเรื่องจนได้”
       “นี่ยายดาว...แกไปเข้าข้างนายนั่นเหรอ ฉันเป็นเพื่อนแกนะ”
       “แต่...บื้อเค้าหล่อนะแก” ว่าแล้วดาวก็ทำท่าชวนเคลิ้ม เอได้ยินดังนั้นก็กระแอมขึ้น
       “อะแฮ่ม...ตรวจกระเป๋าได้หรือยังครับ คิวยาวไปถึงลานจอดรถแล้วครับ” ชายหนุ่มบอก ห่านจึงเดินนำไปแล้วยื่นกระเป๋าให้ชายหนุ่มตรวจ พอถึงคิวดาว หญิงสาวก็ทำหน้านิ่วไม่เป็นมิตรให้เออย่างเห็นได้ชัด
       “ของคุณดาวไม่ต้องตรวจก็ได้ครับ”
       “ดี...ให้มันรู้ซะมั่งใครเป็นใคร” หญิงสาวเชิดใส่แล้วเดินออกมาจากช่องตรวจกระเป๋าพนักงาน ห่านที่ยืนรออยู่สังเกตว่าวันนี้เจ๊มะพร้าวมาสายผิดปกติเลยหันไปเอ่ยถามดาว
       “ยายดาว...ทำไมวันนี้เจ๊มะพร้าวมาสายจัง”
       “เอ๋า...แล้วฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไงยะ ก็มาพร้อมกัน อ้อ...โน่นไง...เดินหน้าเด้งมาโน่นแล้ว” ดาวชี้ไปทางหนึ่งของห้าง เห็นเจ๊มะพร้าวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เธอทำมือว่าให้รอแป๊บนึงก่อนจะหายไปตอกบัตรและตรวจกระเป๋า ราวๆ ห้านาทีก็วิ่งมาหยุดหอบเป็นคนแก่อยู่กับสองสาวรุ่นน้อง
       “โอ๊ย...เหนื่อย”
       “จะรีบไปไหนล่ะเจ๊ มันยังไม่สายมากหรอก ไปหาอะไรที่กินโรงอาหารดีกว่า” ห่านกำลังจะเดินเข้าห้างไปแต่เจ๊มะพร้าวดึงไว้เสียก่อน พร้อมทั้งทำหน้าตื่นเต้นราวกับได้เลขเด็ดจากโหรชื่อดัง (ซึ่งเจ๊แกมีอาการอย่างนี้ทุกครั้งวันหวยออก)
       “เดี๋ยวสิ...เจ๊มีข่าวเด็ด”
       “เลขอะไรล่ะงวดนี้ ?” ดาวแทรก
       “11 ชัวร์ ว้าย! ไม่ใช่ย่ะ เรื่องเด็ดที่ว่าเกี่ยวกับคุณคุณชาย” เมื่อได้ยินชื่อของชายหนุ่ม ห่านก็หูผึ่งตาโตทันที หญิงสาวรีบลากเจ๊มะพร้าวมาหลบที่มุมมุมหนึ่งที่ปลอดคนโดยมีดาววิ่งตามมาด้วย ก่อนจะเอ่ยถามข่าวที่ว่าอย่างร้อนใจ
       “ข่าวอะไรเจ๊ ?”
       “คืองี้...เมื่อเช้าเจ๊เจอยายนกพนักงานบนตึกใหญ่ เค้าบอกคืนนี้จะมีงานเลี้ยงต้อนรับคุณคุณชายที่โรงแรม ซึ่งมันเป็นโอกาสดีมากที่น้องห่านจะไปสร้างความประทับใจให้คุณคุณชายจดจำและตราตรึงไปจนชั่วชีวิต”
       “โอ๊ย...เจ๊ก็พูดเป็นละครช่องเจ็ด มันจะไปเป็นอย่างนั้นได้ยังไง แค่จะเจอหน้าคุณคุณชาย ยายห่านยังหาโอกาสยาก นี่จะให้ไปงานหรูหราแบบนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่” ดาวโวยขึ้นมา เจ๊มะพร้าวจิกตาใส่รุ่นน้องก่อนจะใช้นิ้วยันศีรษะ
       “แกนี่มันมีหัวไว้กั้นหูเสียจริงนะยะนังน้องดาว เรื่องแบบนี้ถ้าเจ๊ไม่มีแผน เจ๊ไม่มีทางจะมาเล่าให้น้องห่านฟังหรอกย่ะ ไม่รู้ซะแล้วว่ากำลังคุยอยู่กับใคร” เจ๊มะพร้าวเชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิ...ตัวแม่มาเองจะเกรงกลัวสิ่งใด!
       “แผนอะไรเหรอเจ๊ ?” ห่านตาโตด้วยความสนใจ
       “เรื่องนี้มันยาว...ไปหาที่นั่งคุยกันดีกว่า!”
       ที่มุมสงบในห้างสรรพสินค้าก่อนเวลาเปิดห้าง สามสาวกำลังนั่งซุบซิบกันอยู่อย่างตื่นเต้นราวกับกำลังวางแผนปล้นร้านทอง แต่จะว่าไปมันก็ไม่ต่างกันนัก...เพราะพวกเธอกำลังจะปล้นของในห้างไปใช้!
       “หา...อะไรนะเจ๊ ?” ดาวเผลอส่งเสียงดังเมื่อได้ยินแผนการที่เจ๊มะพร้าวบอก
       “แกจะหากปากทำไมนังน้องดาว ...เดี๋ยวตบปากฉีก!” เจ๊มะพร้าวทำเสียงดุ ดาวพยักหน้ารับพร้อมทั้งเอามืออุดปาก ยังตื่นเต้นไม่หายเมื่อได้ยินแผนการของรุ่นพี่ที่เพิ่งบอกมาเมื่อสักครู่
       “ไม่ดีมั้งเจ๊ ถ้าใครจับได้ถูกไล่ออกแน่ๆ เผลอๆ ได้ไปกินข้าวแดงในคุกอีกต่างหาก” ห่านปรามไว้ แม้จะคิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีแต่ถ้ามันสี่ยงนักเธอก็ว่าไม่ควรจะทำ
       “อุ๊ย...กินข้าวแดง ดูเฮลตี้ดีนะคะน้องห่าน โอ๊ย...นอกเรื่องอีกแล้ว เอาน่า...ไม่น่าจะยาก เรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสามคน ไม่มีทางที่คนอื่นจะมารู้ได้ถ้าไม่มีใครเปิดปากบอก เชื่อเจ๊สิ” ตัวต้นคิดพยายามพูดให้ห่านกับดาวเชื่อใจ สองสาวหันมองหน้ากันเหมือนอยากจะถามอีกฝ่ายว่าจะโอเคด้วยไหม แต่เจ๊มะพร้าวตัดบทด้วยกันมัดมือชกเสียเลยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา “งั้นตกลงตามนี้นะ เดี๋ยวเจ๊ทบทวนแผนการให้ฟังอีกที วันนี้สักบ่ายสามให้น้องห่านแกล้งทำป่วยแล้วลากลับบ้าน โดยฝากบูธไว้กับยายอ๋อมพนักงานแผนกรองเท้าข้างๆ บูธของน้องห่าน ทีนี้น้องห่านก็หาจังหวะแอบจิ๊กรองเท้าส้นสูงสวยๆ สักคู่ใส่กระเป๋ามา ย้ำ! เอาที่สวยๆ นะ” 
       เจ๊มะพร้าวบอก ห่านพยักหน้ารับ ยังไม่มั่นใจว่าจะทำได้หรือเปล่า
       “หลังจากนั้นน้องห่านก็เดินมาหานังน้องดาวที่บูธ ให้นังน้องดาวแอบเลือกชุดราตรีสวยๆ สักชุดใส่กระเป๋าไว้ให้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยให้เดินไปที่ห้องน้ำแล้วเอารองเท้ากับชุดราตรียัดใส่กระเป๋าของนังน้องดาวใบเดียวพอ”
       “อ้าวเจ๊...ทำไมต้องกระเป๋าหนูด้วยล่ะ วอนหาคุกให้หนูแล้วไหม หนูยังสวยสะพรั่งไม่อยากไปนั่งแก่ในคุกนะ” ดาวโวยขึ้นทันที เจ๊มะพร้าวจิกตาใส่แล้วทำเสียงดุ
       “นี่อย่าขัดเจ๊ได้ไหม...เดี๋ยวเจ๊จะบอกเหตุผลเอง”
       “แล้วไงต่อเจ๊ ?” ห่านรีบซักต่อ กำลังจดจำขั้นตอนที่เจ๊มะพร้าวบอกให้ขึ้นใจ
       “ทีนี้พอทุกอย่างเรียบร้อยให้เดินมาหาเจ๊ที่บูธ เจ๊จะแอบจิ๊กตัวเทสเตอร์พวกเครื่องสำอางค์ใส่กระเป๋าออกไป ของเจ๊น่ะไม่ต้องห่วงเพราะเค้าให้พนักงานใช้อยู่แล้ว ตำรวจไม่จับ อ้อ...ข้อนี้สำคัญมากๆ ในการกระทำทุกอย่างให้ทำอย่างแนบเนียน ห่างไกลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เจ๊รู้ว่าพวกหล่อนสามารถ”
       “เจ๊ยังไม่บอกหนูเลยว่าทำไมต้องเอาของโจรทุกอย่างมาใส่ในกระเป๋าหนูด้วย” ดาวเอ่ยถามพลางทำหน้าหงิก
       “เหตุผลง่ายๆ คือก่อนที่เราจะออกจากห้าง เราจะต้องถูกตรวจกระเป๋าทุกวันใช่ไหม ทีนี้ถ้าตรวจกระเป๋าก็ต้องเจอของพวกนี้แน่ๆ แต่ที่เจ๊ให้เอาของใส่กระเป๋านังน้องดาว เพราะรู้ว่าน้องเอมันไม่เคยตรวจกระเป๋านังน้องดาวเลยสักวันเดียว นั่นเพราะมันรักนังน้องดาว เราก็ใช้ไอ้ความรักนี่แหละเป็นตัวช่วยในการทำแผนนี้ ช่องโหว่ง่ายๆ แค่นี้ พวกหล่อนสองคนเข้าใจหรือยังยะ” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม ห่านกับดาวพยักหน้ารับ...เข้าใจก็เข้าใจ “อ้อ...ที่สำคัญมันไม่ใช่ของโจรย่ะ พอใช้เสร็จทุกอย่างก็จะกลับคืนมาอยู่ในห้างเหมือนเดิม แค่ยืมใช้เฉยๆ”
       แม้แผนการที่เจ๊มะพร้าวบอกมาจะดูไม่ได้ยากเย็นนัก แต่สีหน้าของดาวก็บ่งบอกว่าเธอกำลังกังวลอย่างเห็นได้ชัด ห่านอ่านสายตาของเพื่อนออก ไม่อยากลากดาวมาพัวพันด้วยหากเจ้าตัวไม่ต้องการ  
       “ดาวมันคงลำบากใจที่จะทำน่ะเจ๊ อย่าบังคับมันเลย ห่านไม่อยากลากคนอื่นมาลำบากด้วย ไว้เราค่อยหาวิธีใหม่ก็ได้ วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอก”
       “อ๊าย...โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีกันบ่อยๆ นะคะน้องห่าน ถ้านังน้องดาวมันไม่เต็มใจช่วยเพื่อน ก็เลิกคบมันไปเลยก็ได้ เดี๋ยวเจ๊หาวิธีช่วยน้องห่านเอง ชิ!” เจ๊มะพร้าวใช้หางตามองรุ่นน้อง ก่อนจะทำท่าเหมือนจะลากห่านออกไปคุยกันต่อที่อื่น ดาวเห็นดังนั้นก็รีบร้องเรียก
       “เดี๋ยวสิเจ๊...ใครบอกว่าจะไม่ช่วยล่ะ ไหนๆ ร่วมหัวจมท้ายกันมาตั้งเยอะ เรื่องแค่นี้...เป็นไงก็เป็นกัน!”
       ห่านยิ้มกว้างหันมากอดเพื่อน เจ๊มะพร้าวถอนหายใจโล่งอก...อย่างยายดาวต้องเล่นไม้นี้ถึงจะยอม!
       แล้วแผนการ ‘สร้างซินเดอเรลล่า’ ก็ได้เริ่มขึ้นภายในวันนั้นนั่นเอง ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางกันเอาไว้ ห่านแอบจิ๊กรองเท้าส้นสูงสีเงินสุดสวยใส่กระเป๋าใบเขื่องของตัวเองออกมาจากบูธโดยแกล้งทำเป็นไม่สบายอย่างหนัก ใช้แป้งฝุ่นตบเข้าที่ริมฝีปากให้ดูซีดเซียวจนทำให้อ๋อมเพื่อนร่วมแผนกยอมให้หญิงสาวลากลับตั้งแต่ยังไม่เลิกงาน เช่นเดียวกับดาวที่แกล้งปวดท้องประจำเดือนอย่างรุนแรงแล้วลากลับบ้าน โดยไม่ลืมจะหยิบเอาชุดราตรีสีชมพูที่เพิ่งมาใหม่เมื่อวันก่อนยัดใส่กระเป๋าออกมาด้วย
       ทั้งคู่มาเจอกันที่หน้าห้องน้ำพนักงาน ก่อนจะย้ายรองเท้าในกระเป๋าของห่านไปใส่ในกระเป๋าของดาว แล้วทำตัวให้เป็นปกติก่อนจะไปหาเจ๊มะพร้าวที่บูธ เจ๊มะพร้าวยืนแต่งหน้าเด้งรออยู่แล้ว เมื่อเห็นรุ่นน้องทั้งสองคนเดินเข้ามาจึงหันไปบอกกับรุ่นน้องร่วมบูธอีกคนอย่างหน้าตาเฉย
       “นี่ยายก้อย...เจ๊จะลางานเย็นนี้ ฝากบูธด้วยนะ”
       “โอ๊ย...ทำอย่างนี้ได้ไงเจ๊ หนูอยู่คนเดียวก็เหนื่อยแย่สิ” ก้อยบอกแล้วทำหน้าเบ้
       “อย่ามาบ่นนะยะ ทีหล่อนแอบลางานไปหาผู้ชายหลายต่อหลายครั้ง ฉันยังแก้ตัวให้ว่าแกไม่สบาย นี่เจ๊ขอลาแค่ตอนเย็นมาทำบ่น เดี๋ยวแม่ก็เอาเรื่องไปรายงานเบื้องบนเลยนี่” เจ๊มะพร้าวขู่ รุ่นน้องหน้าจ๋อยทันที
       “โถ...หนูก็แซวเล่น เจ๊จะไปนานเท่าไหร่ก็ได้ ใครจะไปกล้าว่าเจ๊” รุ่นน้องพลิกลิ้นทันที เจ๊มะพร้าวเชิดใส่...ให้รู้ซะบ้างใครเป็นใคร เดี๋ยวโดนเหวี่ยง! ว่าแล้วเจ๊มะพร้าวก็คว้ากระเป๋าเดินออกมาจากบูธตรงมาหาห่านและดาวที่ยืนรอเธออยู่แล้ว ทั้งสามมองตาอย่างรู้กันก่อนจะเดินออกไป แต่อยู่ๆ เจ๊มะพร้าวก็หยุดกึกแล้วหันไปคุยกับอ้อยที่เพิ่งสละโสดไปไม่นาน
       “นี่ยายอ้อย...มีน้ำหอมกลิ่นใหม่ๆ มาบ้างไหม”
       “อุ้ย...มีเจ๊ ห๊อมหอม...เจ๊ลองดมสิ” ว่าแล้วอ้อยก็ฉีดน้ำหอมตัวเทสเตอร์ใส่กระดาษแล้วสะบัดๆ สักอึดใจ ก่อนจะยื่นให้กับเจ๊มะพร้าว เธอหยิบมาดมแล้วทำตาโต...หอมมาก
       “หอมดี...ขวดละเท่าไหร่เหรอ ?”
       “เดี๋ยวนะเจ๊...” อ้อยบอกพร้อมทั้งก้มดูราคา “30 มิล 2,500 ส่วน 50 มิล 3,500น่ะเจ๊”
       “ว้าย...แพงมาก น้ำหอมจากสวรรค์หรือไงยะ ?”
       “แหมเจ๊...ของมียี่ห้อก็แพงแบบนี้แหละ” 
       เมื่อได้ยินแบบนั้นเจ๊มะพร้าวก็หันซ้ายแลขวาแล้วกระซิบกับอ้อยราวกับมีความลับระดับชาติ
       “ว่าแต่...มีแบบขวดเล็กๆ ตัวเทสต์เตอร์ไหม ขอเจ๊หน่อยสิ เจ๊ชอบ”
       “อีกแล้วนะเจ๊ นี่เห็นว่าเป็นเจ๊นะถึงให้ ปกติเค้าจะแถมให้กับพวกเมมเบอร์ อ้อ...ว่าแต่ครีมลดรอยคล้ำใต้ตาที่เจ๊ให้ไปลองเมื่อตอนนั้นดีมากเลยนะเจ๊” อ้อยบอกพลางยื่นน้ำหอมขวดเล็กๆ ขนาด 5 มิลลิลิตรให้กับเจ๊มะพร้าว เจ๊มะพร้าวก็เหมือนรู้ทันกระซิบบอกอ้อย
       “เดี๋ยวพรุ่งนี้เจ๊เอามาให้ ตัวเทสเตอร์ยังเหลือ ถือว่าแลกกัน”
       “โอเคมากมายเลยค่ะเจ๊” อ้อยทำมือเป็นท่าว่าโอเคตามที่พูด แล้วเจ๊มะพร้าวจึงเดินเชิดออกมาท่ามกลางความงุนงงของห่านและดาวว่าเจ๊มะพร้าวซุบซิบอะไรกับอ้อยกันแน่
 
       ที่ตอกบัตรและตรวจกระเป๋าพนักงานในเวลานี้ค่อนข้างเงียบเหงา อาจเพราะยังไม่ถึงเวลาที่พนักงานจะออกกะ สามสาวรีบเดินจ้ำตรงมาที่ช่องตรวจกระเป๋า เอที่กำลังฟังวิทยุเพลงลูกทุ่งอยู่สะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินเสียงกระแทกกระเป๋าอย่างแรงลงบนหน้าเคาน์เตอร์
       “อ้าว...เจ๊มะพร้าว ห่าน ดาว จะไปไหนกันครับนี่ ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม  
       “พอดีมีธุระนิดหน่อยเลยจะลากลับแต่หัววัน รีบตรวจกระเป๋าซะ เดี๋ยวเจ๊ไปทำภารกิจไม่ทัน” เจ๊มะพร้าวชิงตอบตัดหน้าทุกคนเพราะกลัวจะเสียแผน
       “ครับๆ” เอพยักหน้ารับก่อนจะหยิบกระเป๋าของเจ๊มะพร้าวไปตรวจสักอึดใจแล้วส่งคืนเจ้าของ ห่านเดินมาต่อคิวเจ๊มะพร้าว เธอยื่นกระเป๋าให้ชายหนุ่มด้วยหัวใจตุ๊มต่อมแต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี เพราะทุกสิ่งอย่างไม่ได้อยู่ในกระเป๋าเธอ   ดาวเดินยิ้มหวานมาหาเอตามใบสั่งของเจ๊มะพร้าว หญิงสาวยื่นกระเป๋าใบเขื่องให้ชายหนุ่ม เอถึงกับตกตะลึง ไม่นึกฝันว่าจะได้เห็นรอยยิ้มพิมพ์ใจของดาวที่ตลอดเวลามักทำหน้าบอกบุญไม่รับเวลาเจอเขา
       “กระเป๋าของดาว...เอคงไม่ตรวจเหมือนเคยใช่ไหม เอก็รู้ว่าดาวไม่ใช่คนที่จะมือไวใจเร็วหยิบชุดราตรีสีชมพูออกจากห้าง...อุ๊บส์!” ดาวเผลอตัวหลุดความลับออกมา เจ๊มะพร้าวกับห่านเสียวสันหลังวาบไปถึงง่ามก้นทันที...ซวยแน่!
      “ใช่สิ...ดาวไม่ใช่คนแบบนั้นแน่ๆ” ชายหนุ่มบอกพลางทำตาเพ้อพร้อมทั้งส่งกระเป๋าคืนให้ดาว หญิงสาวรีบคว้ากระเป๋ามาอย่างรวดเร็วก่อนจะโบกมือบ๊ายบายชายหนุ่มแล้วรีบเผ่นออกจากบริเวณนั้นทันที
      “เฮ้อ...นึกว่าจะไม่รอดแล้วไหมล่ะนังน้องดาว” เจ๊มะพร้าวเอามือทาบอกอย่างเสียขวัญไม่น้อยเมื่อทั้งสามเดินมาหยุดที่มุมมุมหนึ่งของห้าง
      “เอาน่า...ยังไงก็รอดมาแล้ว ไปกันเถอะ” ห่านบอก อีกสองคนพยักหน้ารับกำลังจะก้าวลงบันไดออกไปทางหลังห้าง แต่ทันใดนั้นเสียงของอสูรประจำห้างก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ทั้งสามหยุดกึกแล้วมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง
       “นี่แม่สามสาว...จะไปไหนกัน ?” คุณพรเพ็ญเอ่ยถามเสียงเขียวเพราะรู้ว่านี่ยังไม่ถึงเวลาเลิกงาน ห่าน ดาว เจ๊มะพร้าวยืนตัวแข็งทื่อ สติสตังกระเจิดกระเจิงไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้ “เอ๊ะ...ฉันถามว่าจะไปไหนกัน ?”
       “อุ๊ย...สวัสดีค่ะคุณพรเพ็ญ” เจ๊มะพร้าวดูจะตั้งสติได้เป็นคนแรก เธอรีบทำตัวให้เป็นปกติทันทีเพื่อไม่ให้ผู้เป็นเจ้านายจับพิรุธได้ “คือวันนี้พวกเราสามคนขอลาครึ่งวันน่ะค่ะ พอดีมีธุระต้องไปทำกันนิดหน่อย”
       “ธุระที่ว่าคืออะไร ? ถ้าฉันเห็นว่าไม่สมควรฉันก็ไม่ให้ลาหรอกนะ อะไรกัน...ลาไปพร้อมๆ กันสามคนแบบนี้มันน่าสงสัย แล้วนี่ตรวจกระเป๋ากันหรือยัง ?” คุณพรเพ็ญเอ่ยถามพลางสอดส่ายสายตามองด้วยความสงสัยอย่างเหลือล้น
       “ตรวจแล้วค่ะ ไม่ได้แอบเอาอะไรออกไปเลยนะคะ” ดาวบอกเสียงตื่น คุณพรเพ็ญเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
       “ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าเธอจะเอาอะไรออกไป นี่มันมีพิรุธนะเนี่ย ไหนเอากระเป๋ามาตรวจอีกทีซิ”
       ดาวหน้าซีดทันที เจ๊มะพร้าวรีบแก้เกมด้วยการยื่นกระเป๋าถือของตัวเองให้ตรวจเป็นอันดับแรก อย่างน้อยคงพอถ่วงเวลาได้บ้างในขณะที่ยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับชุดราตรีและรองเท้าส้นสูงที่พวกเธอแอบจิ๊กมาจากในห้างได้อย่างไร
       “ตรวจของมะพร้าวก่อนเลย เรียงตามลำดับอายุค่ะ แหะๆๆ”
       คุณพรเพ็ญพยักหน้ารับแล้วเปิดกระเป๋าของเจ๊มะพร้าวดู ห่านกับดาวเต้นเร่าๆ ไม่รู้จะทำยังไงดี กลิ่นข้าวแดงลอยมาเตะจมูก ได้ไปเฮลตี้ในคุกแน่งานนี้!
       “นี่ยายมะพร้าว รู้สึกในกระเป๋าเธอนี่จะมีตัวเทสเตอร์เครื่องสำอางค์เยอะจริงๆ เลยนะ”
       “แหม...คุณพรเพ็ญคะ มะพร้าวขายเครื่องสำอางก็ต้องทำตัวให้ดูดี จะมาไก่กาหน้าเน่าขายของใครเค้าจะซื้อ ที่สำคัญทางบริษัทแม่ก็มีผลิตภัณฑ์ให้พนักงานใช้นะคะ ทุกบูธก็เป็นแบบนี้ ตอนนั้นคุณพรเพ็ญยังเอาสครับขัดผิวหน้าตัวเทสเตอร์ที่บูธมะพร้าวไปใช้เลย จำไม่ได้เหรอคะ ?” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม คุณพรเพ็ญหน้าเจื่อนทันทีก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุย
       “เอาไป...แล้วกระเป๋าของเธอล่ะยายดาว ?”
       “ของห่านก่อนค่ะคุณพรเพ็ญ ห่านแก่ว่ายายดาวสามเดือน” ห่านรีบยื่นกระเป๋าของตัวเองให้กับหัวหน้า เธอหยิบมาตรวจดูสักอึดใจแล้วส่งคืนให้เจ้าของ ก่อนจะหันไปมองสาวคนสุดท้าย...คนที่มีพิรุธที่สุด
       “ถึงคิวเธอแล้วยายดาว...ส่งกระเป๋ามา” คุณพรเพ็ญดึงกระเป๋าในอ้อมกอดของดาวจะเอามาตรวจ แต่หญิงสาวกลับกอดไว้แน่นราวกับสมบัติล้ำค่า ในขณะที่กำลังยื้อกันไปยื้อกันมานั้น เจ๊มะพร้าวก็แกล้งร้องโอดโอยราวกับจะเป็นจะตายลงไปชักดิ้นชักงออยู่กับพื้น คุณพรเพ็ญปล่อยมือจากกระเป๋าของดาวแล้วหันไปดูลูกน้องทันที “เป็นอะไรของหล่อน ?”
      “ปวดค่ะปวด...ปวดมากๆ เลยค่ะ โอ๊ย...ปวดจะตายอยู่แล้ว” เจ๊มะพร้าวแกล้งชักดิ้นชักงอพร้อมทั้งส่งสายตาไปทางห่านกับดาวที่ยืนเอ๋ออยู่ เป็นสัญญาณว่าให้เอาของในกระเป๋าของดาวไปใส่ในกระเป๋าของห่าน
       คุณพรเพ็ญเห็นมะพร้าวทำไม้ทำมือกับสองสาวก็รีบหันไปดู ในขณะที่ดาวกำลังจะย้ายของโจรลงในกระเป๋าเพื่อน เจ๊มะพร้าวจึงเร่งเสียงร้องอีกครั้งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจซึ่งมันก็ได้ผล คุณพรเพ็ญหันมาดูอาการเจ๊มะพร้าวอีกครั้ง ดาวจึงรีบล้วงชุดราตรีกับรองเท้ายัดใส่กระเป๋าห่านอย่างรีบเร่ง พอทุกอย่างเรียบร้อยหญิงสาวก็ทำมือเป็นสัญญาณว่าโอเคให้ เจ๊มะพร้าวจึงหยุดร้องทันทีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
       “อ้าว...หายแล้วเหรอยายมะพร้าว ?” คุณพรเพ็ญเลิกคิ้วสูงด้วยความสงสัย
       “ค่ะ...หายแล้ว อยู่ดีๆ ก็หาย น่าแปลกจริง หุหุ” เจ๊มะพร้าวลุกผึงขึ้นจากพื้น ใช้มือปัดแข้งปัดขาที่เปื้อนฝุ่นออก
       “เมื้อกี้ร้องโอดโอยราวกับคนใกล้ตาย แต่ตอนนี้ยิ้มร่าราวกับไม่ได้เป็นอะไรสักนิด...แปลกคน” ผู้เป็นหัวหน้าบ่นก่อนจะหันมาเล่นงานดาวต่อ คราวนี้ยังไม่ทันได้ยื้อแย่งกระเป๋าจากหญิงสาว ดาวก็รีบยื่นกระเป๋าของตัวเองให้คุณพรเพ็ญตรวจ คุณพรเพ็ญรับกระเป๋าของดาวมาค้นแหวกซ้ายแหวกขวาอย่างถี่ถ้วน เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรน่าสงสัยจึงส่งคืน
       “ก็บอกแล้วไงคะว่าไม่มีอะไร” ดาวกลับมามีสีหน้าปกติ ผิดกับห่านที่หน้าเจื่อน...ของโจรอยู่ในกระเป๋าฉันนี่ยะ!
       “อืม...ว่าแต่ยังไม่ได้บอกฉันเลยว่าพวกเธอจะลาไปไหนกัน ?”
       “ไปผ่าน้องริดซี่ค่ะ หมอนัดผ่าวันนี้ ถ้าไม่ผ่ามันจะมีอาการแบบเมื่อกี้น่ะค่ะ เจ็บปวดรวดร้าวไปถึงตับอ่อน มะพร้าวเลยต้องขอร้องให้ห่านกับดาวไปเป็นเพื่อน เพราะกลัวว่าหลังผ่าจะกลับบ้านเองไม่ได้” เจ๊มะพร้าวรีบปั้นน้ำเป็นตัว
       “จริงเหรอ ?”
       “ถ้าคุณพรเพ็ญไม่เชื่อ เดี๋ยวมะพร้าวเปิดก้นให้ดูเอาไหมคะ” พูดจบหญิงสาวก็ทำท่าจะเปิดกระโปรงให้หัวหน้าจอมเฮี้ยบดู เธอรีบเบือนหน้าหนีแล้วร้องเสียงหลง
       “ว้าย...ไม่ต้องย่ะ ฉันไม่อยากเห็น จะไปไหนก็รีบๆ ไปเลยไป โอ๊ย...ฉันล่ะปวดหัวกับพวกเธอจริงๆ”คุณพรเพ็ญส่ายหน้าก่อนจะเดินหายเข้าไปในตัวห้าง
       สามสามมองหน้ากันแล้วถอนหายใจโล่งอก...รอดแล้วเรา
 
        ผิดเวลาที่คาดคะเนกันไว้มากเนื่องจากติดด่านของคุณพรเพ็ญนานร่วมครึ่งชั่วโมง แผนการจึงต้องปรับเปลี่ยนอย่างกะทันหัน จากที่ตอนแรกกะว่าจะไปตั้งหลักแต่งตัวให้ห่านที่ห้องเช่าของเธอ  จึงเปลี่ยนเป็นไปตายเอาดาบหน้าที่ห้องน้ำของโรงแรมเลยดีกว่า
       ดาหลาที่จองห้องไว้สำหรับแต่งตัวที่โรงแรมเดินเฉิดฉายเข้ามาที่บริเวณล็อบบี้ พนักงานต้อนรับยกมือไหว้เธอด้วยความนอบน้อม หญิงสาวพยักหน้ารับเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวงาม รอเวลาที่คุณหญิงเพียงลดาผู้เป็นแม่จะมา เธอบอกว่าจะไปเอาเครื่องเพชรที่ฝากไว้ในธนาคารมาให้ลูกสาวใส่ในงานเลี้ยงคืนนี้
       เสียงโทรศัพท์ของดาหลาดังขึ้น หญิงสาวกดรับทันที
       “ว่าไงแม่...อะไรนะ ? อีกชั่วโมงหนึ่งเชียวเหรอ โอ๊ย...ดาหลาขี้เกียจนั่งรอแม่ที่ล็อบบี้แล้วนะ ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาใคร นี่ขนาดดาหลาแต่งตัวชิวๆ รัศมีความงามยังกระจ่างแจ้งจนหนุ่มๆ มองกันตาแทบกลับ งั้นเดี๋ยวดาหลาขึ้นไปรอแม่ที่ห้องแล้วกัน จะได้ไปแช่น้ำอุ่นพลางๆ ระหว่างรอ แค่นี้นะแม่” หญิงสาวกดวางสายแล้วลุกขึ้นจะเดินไปที่ห้องพักตัวเอง
       อีกทางหนึ่ง เจ๊มะพร้าว ห่านและดาววิ่งหน้าตื่นเข้ามาในโรงแรม มองซ้ายมองขวาไม่รู้จะไปเริ่มที่ตรงไหนดี พอเห็นป้ายห้องน้ำจึงพากันวิ่งขาขวิดตรงไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวว่าจะไม่ทันเวลางาน ด้วยความไม่ระวังทำให้ห่านวิ่งไปชนกับดาหลาที่กำลังเดินเชิดจะเข้าลิฟต์ ผลคือล้มกลิ้งเป็นลูกขนุนด้วยกันทั้งคู่
       “ว้าย...ไม่มีตาหรือยังไงนังบ้า!” ดาหลาร้องโวยวายในขณะที่พยุงตัวเองลุกขึ้น
       “ขอโทษค่ะ...ขอโทษจริงๆ นะคะ” ว่าแล้วเจ๊มะพร้าวก็รีบฉุดห่านให้ลุกขึ้นจากพื้น ก่อนจะพากันวิ่งหายไปในห้องน้ำหญิง ดาหลาหันมองตามอย่างหงุดหงิด แล้วอาการหงุดหงิดก็ต้องเปลี่ยนเป็นความสงสัยทันที เอ๊ะ...นั่นมันชุดพนักงานห้างของคุณคุณชายนี่นา พวกมันมาเสนอหน้าอะไรกันที่นี่ หรือทางนั้นจะให้พนักงานมาช่วยจัดงานคืนนี้
       แต่ก็ช่างเถอะ...เรื่องของพนักงานคนชั้นล่าง ไม่ใช่เรื่องที่คนชั้นสูงอย่างดาหลาจะต้องสนใจ 
       ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินเข้าลิฟต์ไปอย่างสง่างาม...


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น