อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 08:49:37

ตอนที่ 5 ตอนที่ 5


       ห่านตื่นขึ้นมาร้องวี้ดว้ายตั้งแต่เช้า หญิงสาวรีบคว้าผ้าถุงหายแวบเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ตายแน่ๆ ปกติป่านนี้เธอต้องแต่งตัวเสร็จเตรียมพร้อมที่จะไปทำงานแล้ว แต่เพราะมัวแต่เม้าท์เรื่องของคุณคุณชายให้เจ๊มะพร้าวกับดาวฟังจนดึกดื่น ทำให้ตื่นสายกว่าปกติเกือบครึ่งชั่วโมง
       ทางด้านเจ๊มะพร้าวกับดาวนั้นตื่นตั้งแต่เช้ามืดแล้ว เพราะต้องกลับไปอาบน้ำแต่งตัวที่บ้านของตัวเอง ตอนนี้ทั้งสองอาจถึงที่ทำงานและกำลังบ่นถึงเธออยู่ก็ได้ นั่นเพราะทั้งสองต้องรอให้เธอไปถึงก่อนจึงจะพากันเข้าไปในห้าง ไม่ใช่เพราะรักและห่วงใย แต่เพราะ ‘ของโจร’ ที่ห่านแอบจิ๊กมาใช้เมื่อคืนต้องไปหลบอยู่ในกระเป๋าของดาวเหมือนตอนมา เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจกระเป๋าของยามเอหน้าซื่อ 
       เพียงสิบห้านทีทุกอย่างก็เรียบร้อย ห่านจับชุดสุดสวยพับอย่างประณีตใส่ลงกระเป๋า อดที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ไม่ได้เมื่อนึกถึงเงินในกระเป๋าที่กำลังจะต้องโบกมือลาไปสี่พันห้าร้อยบาทค่ารองเท้าส้นสูงสุดสวยที่กลิ้งหายไปในพงหญ้าเมื่อคืน เอาน่า...ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ถือว่าแลกกับประสบการณ์อันน่าติดตรึงใจเสียจะได้ไม่ต้องคิดมาก แต่...สี่พันห้าเชียวนะ กรี๊ดดดด...!
       หญิงสาวรีบสวมรองเท้าคัทชูสีดำอย่างรวดเร็วก่อนจะเปิดประตูห้องเช่าออก ทันใดนั้นก็แทบผงะเมื่อเห็นรองเท้าคู่สวยที่เคยคิดว่าสูญหายไปแล้วตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้า ห่านยิ้มกว้างพร้อมทั้งหยิบรองเท้าคู่สวยมาปัดเช็ดอย่างดี สภาพทุกอย่างยังเหมือนเดิม(อาจมีรอยสึกเล็กน้อยถ้าไม่สังเกตก็ไม่เห็น!) ว่าแต่...รองเท้ามันเดินกลับมาหาเธอเองหรือ ?
       ไม่ต้องรอหาคำตอบ อยู่ๆ กระดาษแผ่นเล็กๆ ก็หล่นลงมาจากรองเท้าข้างหนึ่ง ห่านก้มลงเก็บแล้วคลี่ออกมาอ่าน
       คุณห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุง
       ไปเอารองเท้ามาให้แล้ว คราวหลังอย่านึกบ้าแต่งตัวเป็นลิเกแบบนั้นอีก อายแทน
                                              
                                   จาก สุดหล่อข้างห้อง
        “หนอย...ปากดีนักนะยะ ฉันแต่งตัวออกจะสวยเลิศ มาหาว่าแต่งตัวเป็นลิเก เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย!” หญิงสาวมองรองเท้าด้วยสายตารักใคร่ ก่อนจะค่อยๆ จับมันใส่ถุงอย่างทะนุถนอม นึกไปนึกมา...นายนั่นไปเอารองเท้ามาให้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ หรือว่าเมื่อคืนตอนที่เจ๊มะพร้าวไปเคาะห้องแล้วนายนั่นไม่อยู่ เพราะออกไปหารองเท้าให้เธอในดงหญ้าคานั่นหรือเปล่า โอ๊ย...พ่อพระไปหน่อยไหมคะคุณ อมโบถส์มาพูดก็ไม่เชื่อ!
       หญิงสาวพยายามจะมองบื้อในแง่ร้ายอยู่ดี ทั้งๆ ที่ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธเลยสักนิดว่า หากเขาไม่ไปหารองเท้าให้เธอ รองเท้าคู่นี้ก็ไม่มีทางจะกลับมาหาเธอเองที่ห้องได้ และห่านเองก็คงต้องเอาบัตรอิออนไปกดเงินจ่ายค่ารองเท้าสี่พันห้า
       ห่านนึกอยากจะขอบใจ แต่ก็ยังกระดากปากที่จะพูด 
 
       เจ๊มะพร้าวกับดาวยืนทำหน้านิ่วด้วยรอมาร่วมชั่วโมง นี่ก็ใกล้เวลาเข้างานแล้ว ห่านยังมาไม่ถึงห้างเลย ดาวมีท่าทางกระสับกระส่ายจนเจ๊มะพร้าวต้องคอยสะกิดบอกให้เธอสงบสติอารมณ์หน่อย ไม่อย่างนั้นมีหวังคนอื่นรู้แน่ว่าพวกเธอกำลังปกปิดอะไรอยู่
       “แกจะดุ๊กดิ๊กทำไมเนี่ย ดูสิ คนอื่นเค้ามองกันหมดแล้ว” เจ๊มะพร้าวกัดฟันพูดแล้วหันไปยิ้มหวานให้เหล่าบรรดาหนุ่มๆ แผนกเครื่องกีฬาที่เดินผ่านมาแล้วมองคนทั้งคู่ด้วยความแปลกใจ
       “จะให้อยู่เฉยได้ยังไงล่ะเจ๊ คุกนะคุก เช้านี้ที่แผนกหนูจะมีคนมาตรวจด้วย ขืนเห็นว่าชุดหายไปชุดนึง มีหวังเงาหัวหายอย่างแน่นอน” ดาวหน้าซีด
       “เออน่า...เดี๋ยวน้องห่านก็มา แกเชื่อฉัน ใจเย็นๆ ก่อน” วินาทีนั้นเอง ห่านก็วิ่งหน้าตื่นเข้ามาอย่างรวดเร็วปานจรวด เธอตรงเข้าไปยังที่ตอกบัตรได้อย่างฉิวเฉียด เจ๊มะพร้าวเห็นห่านมาก็ดีใจร้องวี้ดว้าย พอรู้ตัวว่าตัวเองกำลังแสดงอาการออกนอกหน้านอกตาจนผิดสังเกตจึงกลับมาทำท่าทีสงบเสงี่ยมเหมือนเดิม แต่ในใจก็อดที่จะโล่งใจไม่ได้
       “มาแล้วๆ” ห่านบอกพร้อมทั้งหอบเหนื่อย ดาวรีบมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีคนสนใจแล้วจึงเอ่ยถาม
       “ของล่ะ ? เอามาเร็วๆ แก เดี๋ยวต้องเข้าไปจัดของอีก”
       “ได้ๆ อยู่นี่” ว่าแล้วห่านก็ค่อยๆ ส่งถุงเสื้อกับรองเท้าให้ดาว หญิงสาวรีบรับมายัดใส่กระเป๋าใบเขื่องทันที
       “เอ๊ะ...นั่นมันรองเท้านี่น้องห่าน ไปหาเจอมาได้ยังไง ?” เจ๊มะพร้าวอดสงสัยไม่ได้ 
       “เอาน่าเจ๊ ไว้เดี๋ยวห่านค่อยให้เล่าให้ฟังนะ ตอนนี้รีบเข้าไปข้างในกันก่อนเถอะ” พูดจบทั้งสามก็พากันวิ่งหายไปที่มุมๆ หนึ่งซึ่งเป็นที่ตรวจกระเป๋าพนักงานก่อนเข้าห้าง โดยไม่เคยรู้เลยว่าไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้น บื้อแอบเห็นพฤติกรรมของทั้งสามอยู่ตลอด เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าไอ้สิ่งของที่ห่านส่งให้ดาวนั้นมันคืออะไร และทำไมถึงต้องมีท่าทีพิรุธแบบนั้นด้วย
       หรือว่าพวกนั้นจะค้ายาบ้ากัน เอาล่ะสิ!
     
       ชุดราตรีในสภาพยับยู่ยี่ถูกสวมเข้ากับหุ่นโชว์ได้ทันในวินาทีสุดท้าย ดาวถอนหายใจโล่งอก อย่างน้อยก็แค่ถูกด่าว่าทำไมไม่รีดชุดให้เรียบ ยังไงดีกว่าต้องไปนั่งในห้องสอบสวนแล้วไปเดินขบวนสวยเลิศกันในคุก ทางด้านห่านที่วิ่งไปจัดการวางรองเท้ากลับเข้าที่เรียบร้อยแล้ว หญิงสาวก็เดินมาหาดาวที่บูธพร้อมกับเจ๊มะพร้าว ทั้งสามมองหน้ากันแล้วถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกที่ผ่านทุกอย่างมาได้ แม้มันจะไม่ค่อยราบรื่นนักก็ตาม
       “นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว” ดาวบ่นออกมา  
       “ขอบใจนะ แกไม่น่าต้องมาลำบากเพราะฉันเลย”  ห่านทำหน้าสำนึกผิด
       “เอาน่าๆ มาพูดอะไรกันในนี้ เดี๋ยวเรื่องก็ได้แดงกันพอดี อ้อ...น้องห่าน โทรกลับเข้าเครื่องของตัวเองหรือยัง ?” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม ห่านส่ายหน้าแทนคำตอบ “ว้าย...รีบๆ เลยนะยะ เอ้า...เอาโทรศัพท์เจ๊ไปโทร” เธอยื่นโทรศัพท์สุดหรู(ที่ยังเหลือระยะเวลาการผ่อนอีก 8 งวด) ให้รุ่นน้อง ห่านจะรับมาโทรแต่นึกขึ้นได้เสียก่อน
       “อุ๊ย...ไม่ได้หรอกเจ๊ ขืนเอาเบอร์เจ๊โทรไป เค้าก็สืบได้น่ะสิว่าเป็นเบอร์เจ๊ สาวไปสาวมาเรื่องก็แตกกันพอดี”
       “เออ...นั่นน่ะสิ แล้วจะทำยังไง วิ่งออกไปซื้อซิมฯ ที่เซเว่นไหม 2 บาท”
       “ห้างจะเปิดแล้ว คงไม่ทันหรอกเจ๊ วิ่งไปหยอดตู้ตรงหน้าห้องน้ำสิแก เบอร์ 02 เค้าคงไม่สงสัยหรอก” ดาวเสนอ ห่านกับเจ๊มะพร้าวมองหน้ากันอย่างเห็นด้วย
       “งั้นจะรอช้าอะไรอยู่ล่ะ...รีบไปกันเลยสิ” ว่าแล้วสามสาวก็วิ่งหายไปอีกทางของห้าง บื้อที่แอบสะกดรอยคนทั้งสามอยู่โผล่ออกมาจากมุมเสา ชายหนุ่มเดินมาหยุดตรงหุ่นโชว์หน้าบูธของดาว เขากวาดตามองชุดราตรีสีชมพูบานเย็นที่เว้าหลังกว้างแล้วขมวดคิ้ว นี่มันเหมือนชุดที่ยายห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุงใส่เมื่อคืนนี่นา
       ในขณะที่บื้อกำลังใช้มือสัมผัสชายกระโปรงอยู่นั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกได้ว่ามีมือของใครคนหนึ่งมาคล้องแขนของเขาไว้ บื้อรีบหันไปมองแล้วต้องผงะเมื่อเห็นว่าใครคนนั้นไม่ใช่คนอื่นคนไกลเลย...ปีโป้นั่นเอง
       “มาทำอะไรตรงนี้จ๊ะบื๊อ ?” หญิงสาวเอ่ยถามพลางหันไปมองบื้อที่มือยังจับกระโปรงหุ่นโชว์อยู่ ปีโป้หน้าแดงทันทีพร้อมทั้งระดมตีที่บ่าของเขาอย่างขวยเขิน “บ้า...คนบ้า ชอบแบบนี้ก็ไม่บอก”
       “เดี๋ยวนะปีโป้ ฉันว่าเธอกำลังเข้าใจอะไรผิดนะ”
       “ไม่ผิดหรอก เรื่องแบบนี้ปีโป้เข้าใจว่ามันบอกใครไม่ได้ “
       “ปีโป้...นี่เธอกำลังเข้าใจว่า...” บื้อมองที่มือของตัวเองที่ยังจับชุดกระโปรงตัวนั้นอยู่ เขารีบชักมือกลับทันที โธ่เอ๊ย...ยิ่งมีข่าวไม่ดีอยู่ว่าเป็นพวกโรคจิตชอบลวนลามผู้หญิง ดันมายืนจับกระโปรงหุ่นในห้างอีก...ซวยแท้ๆ
       “เข้าใจว่าบื้อชอบจับประโปรงผู้หญิงดมไง อุ๊ย...พูดแล้วขนลุก ถ้าคราวหลังทนไม่ไหวจริงๆ ลงไปหาปีโป้ที่แผนกเครื่องประดับนะ เดี๋ยวปีโป้ให้บื้อจับชายประโปรงปีโป้ดม ไม่ต้องมาแอบลับๆ ล่อๆ จับของหุ่นแบบนี้” หญิงสาวหัวเราะร่วนอย่างชอบอกชอบใจพร้อมทั้งระดมตีชายหนุ่มอย่างขวยเขินอีกครั้ง บื้อเห็นว่าเกินเยียวยาที่จะอธิบายแล้วก็ทำได้แค่ยิ้มแหยๆ ให้หญิงสาว ก่อนจะรีบวิ่งหายไปอีกทาง ปล่อยให้ปีโป้ยืนบิดไปบิดมาอยู่คนเดียว 
 
       ภายในห้องทำงานอันโอ่อ่าสมฐานะของผู้บริหารห้างนั้นถูกตกแต่งใหม่ เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องยืนพื้นด้วยสีดำเป็นหลักเพื่อความสุขุมและสงบเหมาะแก่การทำงาน แต่ยังมีแทรกสีขาวเข้ามาเพื่อไม่ให้ห้องดูทึบจนเกินไป ทางด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานยาวตั้งแต่เพดานจรดพื้น เผยให้เห็นระเบียงอันกว้างขวางที่มีต้นไม่ปลูกอยู่เป็นสวนขนาดย่อม หากเดินออกไปยังหน้าระเบียงสามารถมองเห็นสวนน้ำลอยฟ้าที่ตั้งอยู่ตรงโซนสวนสนุกของห้างสรรพสินค้าได้อย่างชัดเจน
       คุณคุณชายนั่งมองโทรศัพท์มือถือรุ่นสากกะเบือที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาอยู่อย่างใจจดใจจ่อ เมื่อไหร่เจ้าของเครื่องจะโทรกลับมา ชายหนุ่มกระวนกระวายใจจนไม่เป็นอันทำอะไร ได้แต่รอเวลาที่เสียงโทรศัพท์ดัง และเมื่อถึงเวลานั้น...เขาจะไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปอีกครั้งแน่ๆ เขาจะต้องรู้ให้ได้ว่าคุณฮันนี่หญิงสาวผู้ลึกลับคนนั้นเป็นใคร
       ทันใดนั้น เสียงริงโทนเพลงลูกทุ่งก็ดังขึ้นจนคุณคุณชายสะดุ้งสุดตัว เขารีบกดรับสายทันทีด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ภาวนาว่าขอให้เสียงที่เอ่ยถามมาเป็นเสียงของผู้หญิงคนนั้น แล้วก็ใช่จริงๆ
       “สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็นเจ้าขอโทรศัพท์เครื่องนี้ ไม่ทราบว่า...” ปลายสายยังไม่ทันจะได้พูดประโยคต่อไปตามที่เจ๊มะพร้าวกระซิบบอกที่ข้างหู คุณคุณชายก็พูดแทรกขึ้นมาอย่างทันควัน
       “คุณฮันนี่หรือเปล่าครับ ? ผมคุณชาย คนที่คุณเต้นรำด้วยเมื่อคืนไงครับ” ชายหนุ่มรีบแนะนำตัว
       “เอ่อ...โทรศัพท์ของห่าน เอ๊ย...ฮันนี่อยู่ที่คุณคุณชายเองเหรอคะ โชคดีจัง ไม่รู้ว่าฮันนี่ทำตกไว้เมื่อไหร่” หญิงสาวหยิบมารยาร้อยเล่มเกวียนออกมาใช้ 
       “ใช่ครับ โทรศัพท์ของคุณฮันนี่อยู่ที่ผมครับ ผมดีใจมากเลยที่คุณโทรมา รู้ไหมครับว่าผมรอสายของคุณทั้งคืน” ชายหนุ่มปกปิดความดีใจไว้ไม่มิด  
       “ยังไงห่าน เอ๊ย...ฮันนี่ก็ต้องขอโทษคุณคุณชายด้วยนะคะที่ทำให้ลำบาก”
       “ไม่ลำบากเลยครับ ผมเต็มใจอย่างที่สุดครับ ว่าแต่คุณฮันนี่อยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมจะเอามือถือไปคืนให้” คุณคุณชายเอ่ยถาม ห่านลืมตัวรีบบอกทันที
       “อยู่ที่ห้างค่ะ”
       “ห้าง...ห้างไหนครับ ?”
       ห่านตาโตด้วยความตกใจ รีบเอามือปิดที่โทรศัพท์แล้วหันมาทำหน้าตื่นกับเจ๊มะพร้าวและดาวที่ยืนลุ้นอยู่ข้างๆ
       “ตายแล้วเจ๊ ห่านดันบอกว่าอยู่ที่ห้าง ทำยังไงดี ?”
       “โอ๊ย...ห้างมีเป็นร้อย แกก็อ้างว่ามาเดินช้อปปิ้งอะไรก็ว่าไป” ดาวรีบบอก ห่านพยักหน้ารับก่อนที่จะสนทนากับคุณคุณชายต่อเพื่อไม่ให้ขาดจังหวะ
       “อ๋อ...ห้างแถวบ้านของฮันนี่น่ะค่ะ ฮันนี่มาเดินซื้อของใช้นิดหน่อยน่ะค่ะ ”
       “ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะออกไปเดี๋ยวนี้เลย ห้างไหนครับ ?” ชายหนุ่มถาม ห่านปิดโทรศัพท์อีกครั้งแล้วทำหน้าตื่น
       “ตายแล้วเจ๊ คุณคุณชายจะมาหาห่าน ทำยังไงดี ?”
       “เอางี้ น้องห่านบอกคุณคุณชายไปว่ามีธุระด่วน ไม่สะดวกตอนนี้ ให้ไปเจอกันที่โรงแรมเมื่อคืน”
       “จะดีเหรอเจ๊ เป็นสาวเป็นนางนัดผู้ชายไปเจอที่โรงแรม”
       “ไม่มีใครเค้าคิดอกุศลอย่างนั้นหรอกน้องห่าน” เจ๊มะพร้าวบอก ดาวรีบยกมือ 
       “แต่หนูคิดนะเจ๊”
       เจ๊มะพร้าวจิกตาใส่เป็นเชิงว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลามาล้อกันเล่นนะยะ “เอาตามนั้นแหละน้องห่าน”
       ห่านพยักหน้ารับ สูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกความมั่นใจให้กลับมาก่อนจะพูดกับคุณคุณชายต่อ
       “ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ คือตอนนี้ฮันนี่ไม่ค่อยสะดวกน่ะค่ะ มีธุระด่วนให้คุณหญิงแม่ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ เราไปเจอกันที่ล็อบบี้โรงแรมเมื่อคืน ไม่ทราบว่าคุณคุณชายสะดวกไหมคะ ?” หญิงสาวเอ่ยถาม
       “สะดวกครับสะดวก กี่โมงดีครับ ?”
       “กี่โมงดีเหรอคะ ?” ห่านทวนคำถามอีกครั้งเพื่อให้เพื่อนทั้งสองที่ยืนขนาบข้างได้ยิน เจ๊มะพร้าวรีบชูนิ้วขึ้นหกนิ้วทันที “หกโมงเย็นดีไหมคะ ?”
       “ได้ครับคุณฮันนี่ ถ้าอย่างนั้นหกโมงเย็นเจอกันที่ล็อบบี้โรงแรมนะครับ มาให้ได้นะครับคุณฮันนี่ ผมจะรอ” 
       เมื่อห่านวางหูโทรศัพท์ลงแล้ว เธอจึงหันมามองหน้าเจ๊มะพร้าวกับดาวก่อนที่จะกระโดดร้องกรี๊ดกร๊าดกันสามคนอย่างดีอกดีใจ คุณพรเพ็ญที่เดินผ่านมาถึงกับตกใจสะดุ้งโหยง นึกว่าเสียงผีเปรตมาร้องขอส่วนบุญในห้าง ผู้เป็นหัวหน้าเพ่งมองไปที่ตรงไปยังสามสาวอย่างตำหนิพร้อมทั้งทำเสียงดุใส่
       “นี่แม่คุณ...มาร้องกรี๊ดๆ อะไรกันตรงนี้ ห้างจะเปิดแล้วนะ จัดของที่บูธกันเรียบร้อยแล้วเหรอ” เสียงอันดุดันของคุณพรเพ็ญทำเอาทั้งสามหยุดนิ่งราวกับถูกหมอผีสะกด ก่อนจะวิ่งหายกันไปคนละทิศคนละทางตามระเบียบ
       วันนั้นทั้งวันห่านแทบไม่ได้ทำอะไรนอกจากยืนตาลอย นึกวาดฝันไปไหนต่อไหน ภาพความทรงจำของเธอกับคุณคุณชายเมื่อคืนยังแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ แต่แล้วเสียงของอ๋อมเพื่อนพนักงานที่ขายรองเท้าด้วยกันแต่คนละยี่ห้อพูดกับพนักงานแผนกซูเปอร์มาเก็ตที่แอบขึ้นมาเม้าท์เรื่องชาวบ้านก็ทำให้ห่านตื่นจากภวังค์ หูผึ่งขึ้นมาทันที
       “ซินเดอเรลล่าลึกลับ คู่ควงคุณคุณชายในงานเลี้ยงเปิดตัวผู้บริหารห้างสรรพสินค้า Siam miracle departmentstore สาวๆ ทั้งประเทศคงอกหักแลวล่ะสิ” พาดหัวข่าวหน้าซุบซิบไฮโซทำเอาห่านกลืนน้ำลายเอื๊อก...ไม่ใช่เธอหรอกน่า “ดูสิแก...ผู้ชายบ้าอะไรหล่อชะมัด แล้วนังนี่มันเป็นใคร กล้าดีไปแอบเต้นรับกับคุณคุณชายสองต่อสอง แหม...น่าเสียดาย ไม่เห็นหน้า ไม่อย่างนั้นจะตามไปตบให้หน้าแหกเชียว” พนักงานแผนกซูเปอร์มาเก็ตพูดขึ้นอย่างออกรสออกชาติ อ๋อมรีบกางหนังสือพิมพ์ออกดูแล้วพยักหน้ารับเห็นด้วย
       “ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนะ ดูสิ ใส่ชุดราตรีเว้าหลังซะจนเกือบจะเห็นง่ามก้น สวยตายล่ะ”
       เมื่อได้ยินแบบนั้น ห่านก็ตาโตด้วยความตกใจ รีบวิ่งเข้ามาสมทบกับคนทั้งคู่ทันทีด้วยท่าทีตื่นตระหนก เธอคว้าหนังสือพิมพ์ในมือของอ๋อมมาดูแล้วอยากจะร้องกรี๊ด นี่มันรูปของเธอนี่นา!
       “เป็นอะไรของแกยายห่าน ทำเหมือนแกเป็นคนในรูปอย่างนั้นแหละ” อ๋อมเอ่ยถามแต่ห่านไม่ตอบอะไร รีบจ้ำเท้าลงไปที่แผนกเครื่องสำอางค์หาเจ๊มะพร้าวทันที!
       ที่เคาน์เตอร์ขายน้ำหอมของอ้อย กำลังมีพนักงานสาวสามสี่คนจับกลุ่มเม้าท์รูปสาวลึกลับในหนังสือพิมพ์กันอย่างสนุกปาก เจ๊มะพร้าวที่เดินเฉิดฉายถือครีมทาใต้ตาขนาดทดลองมาให้อ้อยตามที่สัญญาไว้รีบเข้าร่วมวงทันที
       “เม้าท์อะไรกันจ๊ะสาวๆ” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม อ้อยรีบยื่นหน้าบอกทันที
       “อุ้ย...เจ๊มาพอดี นี่ๆ เจ๊ ข่าวของคุณคุณชายกับผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ สงสัยเป็นแฟนคุณคุณชายแน่เลย”
       “ไหนๆ เอามาให้เจ๊ดูสิ” ว่าแล้วก็คว้าหนังสือพิมพ์มาดู และเพียงแค่ได้ปรายตามองเห็นชุดกระโปรงสีชมพูตัวนั้น เจ๊มะพร้าวก็ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ นั่นมันยายห่านนี่นา!
       “เป็นไงเจ๊...เจ๊รู้หรือเปล่าว่าผู้หญิงในรูปน่ะใคร ?”
       “เจ๊จะไปตรัสรู้ได้ยังไงกันยะ เห็นแค่ด้านหลัง เอ้า...นี่ของที่หล่อนขอไว้ เจ๊ไปแล้ว” เจ๊มะพร้าวแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไร ก่อนขอตัวกลับไปที่บูธของตัวเอง แต่แล้วเมื่อเดินออกมาได้ไม่เท่าไหร่ก็รีบจ้ำเท้าเตรียมตัวขึ้นไปหาห่านที่แผนกขายรองเท้า...ตายแน่งานนี้! อีกทางหนึ่ง ดาววิ่งหน้าตื่นลงมาหาเจ๊มะพร้าวทันที หลังจากที่มีเพื่อนพนักงานเอาหนังสือพิมพ์มาให้ดูแล้วทักว่าชุดที่หญิงสาวในรูปใส่นั้นเหมือนชุดที่หุ่นโชว์ที่บูธของดาวสวมอยู่ 
       ทั้งสามเดินมาเจอกันโดยไม่ต้องนัดหมาย ห่านกำลังจะอ้าปากเล่าว่าตัวเองไปเจออะไรมาพร้อมๆ กับดาว แต่เจ๊มะพร้าวทำมือห้ามไว้เสียก่อน
       “เจ๊รู้แล้ว...ไปหาที่เงียบๆ คุยกันดีกว่า ได้เวลาพักกลางวันพอดี”
       ห่านกับดาวพยักหน้ารับ ก่อนจะพากันเดินไปที่โรงอาหารของพนักงานเพื่อปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว!
 
       เสียงกรี๊ดของดาหลาดังขึ้นจนคุณหญิงเพียงลดาที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง ผู้เป็นแม่หันมาหาลูกสาวที่กำลังขยำหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าแล้วกระทืบๆ จนหมดเค้าความงามของการเป็นนางสาวไทยสยามประจำปี
       “เป็นบ้าอะไรของแกยายดาหลา ?” คุณหญิงเพียงลดาเอ่ยถามอย่างหัวเสีย
       “ก็ไอ้หนังสือพิมพ์เฮงซวยนี่สิ ไปถ่ายรูปคุณคุณชายของดาหลาเต้นรำกับใครก็ไม่รู้ ชุดมันนี่ผ่าเว้าหลังจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน น่าเกลี๊ยดน่าเกลียด” น้ำเสียงของหญิงสาวฟังดูไม่เพราะนักหากคนภายนอกได้ยิน คุณหญิงเพียงลดาเดินไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่ยับยู่ยี่ขึ้นมาเปิดหน้าสังคมไฮโซดูแล้วครุ่นคิด
       “เอ๊ะ...นี่มันผู้หญิงที่ล้มหัวคะมำในงานนี่นา แม่จำชุดของมันได้ ชุดสีชมพูเว้าหลัง”
       “ไหนแม่...” ดาหลากระชากหนังสือพิมพ์ในมือมารดาขึ้นมาดูอีกครั้ง นึกทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น ใช่จริงๆ ด้วย นังนี่คือคนที่หกล้มหน้าเวทีจนคุณคุณชายกระโดดลงไปช่วยมัน กรี๊ด....มันต้องจงใจล้มเพื่อโชว์แผ่นหลังให้คุณชายหลง รู้อย่างนี้เธอใส่แบบเว้าหน้าผ่าถึงสะดือเลยดีกว่า จะได้รู้ว่าใครมีของดีกว่ากัน
       “โอ๊ย...ทำไมไม่ถ่ายให้เห็นหน้ามันชัดๆ นะ จะได้ตามไปตบให้หน้าหันเลย”
       “นี่ยายดาหลา...แกเป็นนางงามนะ ต้องรักเด็ก จิตใจดีงาม มีมารยาทและต้องดูดีทุกกระเบียดนิ้ว ขืนไปมีข่าวตบกับใคร รับรองว่าเค้าริบมงกุฎแกไปแน่” ผู้เป็นแม่เอ่ยเตือน ดาหลายักไหล่ทำไม่แคร์
       “ไม่เห็นจะสนใจเลย ริบก็ริบไป ดาหลาไม่เห็นจะอยากได้ เพชรก็ของเก๊ ทำไมไม่ทำเป็นมงกุฎไข่มุกแบบของนางงามจักรวาลนะ เวลาช็อตเผื่อจะได้แงะไข่มุกไปขายได้บ้าง แต่พูดไปก็เท่านั้น เพราะถ้าดาหลาได้เป็นสะใภ้เจ้าของห้างดัง ทุกอย่างก็จะราบรื่น” ดาหลาบอก คุณหญิงเพียงลดาถอนหายใจเฮือกใหญ่
       “มันก็ถูกของแก แต่ในเมื่อตอนนี้ยังทำแบบนั้นไม่ได้ แกก็ต้องประคองสถานการณ์ไว้ก่อน แม่เชื่อว่าทางนั้นก็คงไม่อยากได้ลูกสะใภ้ที่ถูกจารึกลงประวัติศาสตร์ชาติไทยว่าถูกริบมงกุฎคืนจากการตบกับคนอื่นในขณะดำรงตำแหน่งหรอกนะ แกคิดดูสิ ถ้าแกทำตัวดีๆรักษาชื่อเสียงไว้ คุณหญิงรื่นฤดีมีหรือจะปล่อยแกให้หลุดมือ มีลูกสะใภ้เป็นถึงนางงาม ยิ่งถ้าแกไปประกวด Miss international of the world แล้วได้ตำแหน่งกลับมา ทีนี้ล่ะต่อให้แกสะบัดตูดไม่สนคุณคุณชาย คุณคุณชายนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายวิ่งตามมาง้อแกแทบไม่ทัน หรือแกว่าไม่จริง ?” ผู้เป็นแม่เอ่ยถาม ดาหลานิ่งคิดตาม
       “ที่แม่พูดมันก็ถูก แล้วทีนี้ดาหลาจะต้องทำยังไงบ้างล่ะแม่ ?”
       “ไม่เห็นจะยาก ในเมื่อตอนนี้คุณคุณชายไม่ได้เป็นฝ่ายเดินมาหาแก แกก็เป็นฝ่ายรุกเข้าไปสิ แต่รุกในที่นี้ต้องมีมารยาท ไม่ใช่เดินเข้าไปโทงๆ ว่าอยากได้เขาเหลือเกิน”
       “ยังไงแม่ ?”
       “เย็นนี้แกก็ไปหาคุณคุณชาย หาซื้ออะไรไปแสดงความยินกับเค้าเรื่องที่ได้มารับตำแหน่งใหม่ แค่นี้ก็พอ ค่อยๆ คืบคลานเข้าไปอย่าให้ไก่ตื่น ใช้ความดีและความสวยที่มีให้เป็นประโยชน์ แค่นี้แกทำได้ใช่ไหม ?”
       “ไม่เห็นจะยาก งั้นเดี๋ยวดาหลาไปอาบน้ำแต่งตัวก่อนนะ จะได้ออกไปทำผม แล้วเย็นๆ จะออกไปหาคุณคุณชาย”
       “เชิญเถอะย่ะแม่คุณ” คุณหญิงเพียงลดาบอก ดาหลายิ้มกว้างก่อนจะเดินบิดตูดขึ้นบันไดบ้านไป ผู้เป็นแม่มองตามแล้วส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจแล้วเดินกลับไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม หยิบกาแฟขึ้นมาจิบ แล้วดูแคตตาล็อคเครื่องประดับต่อไปอย่างมีความสุข
 
       เอกำลังนั่งดูกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอย่างง่วงนอน ชายหนุ่มหาวแล้วหาวอีกจนแทบจะหลับเสียให้ได้ ช่างเป็นช่วงเวลางานที่น่าเบื่อเสียนี่กระไร ทันใดนั้นชายหนุ่มก็เหลือบไปเห็นภาพของดาวที่ทำลับๆ ล่อๆ เหมือนกำลังพยายามจะหยิบชุดที่แขวนไว้ในบูธของตัวเองกลับไปเข้าทางหลังร้าน อันที่จริงมันก็ไม่น่าแปลกอะไรหรอก ถ้าสีหน้าและท่าทางของดาวนั้นไม่ได้บ่งบอกว่าเธอกำลังมีพิรุธอย่างรุนแรง
เสียงเคาะเคาน์เตอร์ดังขึ้น ชายหนุ่มสะดุ้งโหยงหันไปมองผู้มาเยือนแล้วก็ต้องถอนหายใจโล่งอก บื้อนั่นเอง
       “อะไรวะ แค่นี้ก็ต้องสะดุ้ง กำลังแอบดูสาวๆ เพลินสิแกน่ะ เอ้า...นี่กระเป๋า ตรวจซะ” บื้อยื่นกระเป๋าสะพายข้างใบเก่าให้เพื่อน เอรับมาเปิดดูอย่างไม่ใส่ใจนักพร้อมทั้งเอ่ยถาม
       “วันนี้แกจะไปไหนเหรอวะ ถึงออกจากห้างแต่หัววันเชียว”
       “จะไปทำธุระสักหน่อยเลยขอลา เรียบร้อยแล้วใช่ไหม ?” บื้อเอ่ยถาม เอพยักหน้ารับก่อนจะส่งกระเป๋าสะพายของชายหนุ่มคืนไป 
       “โชคดี พรุ่งนี้เจอกัน” เอบอก บื้อพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไปอีกทาง
       คลาดกันเพียงแค่ไม่กี่นาที สามสามตัวแสบก็เดินอย่างลุกลี้ลุกลนออกมาข้างนอกห้าง ห่านยังใจคอไม่ดีเมื่อรู้ว่าเจ๊มะพร้าวกับดาวจะไม่ไปด้วยวันนี้ 
       “จะไม่ไปกันจริงๆ เหรอ ?” ห่านถามเพื่อนเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง
       “โอ๊ย...ขืนลากันสามคนบ่อยๆ มีหวังโดนจับได้แหงๆ แกไปคนเดียวเถอะยายห่าน มันไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก จริงไหมเจ๊ ?” ดาวหันไปถามความคิดเห็นของเจ๊มะพร้าว เธอพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย
       “ใช่จ้ะ เดี๋ยวน้องห่านก็เปลี่ยนกระเป๋ากับนังดาวหลังจากตรวจกระเป๋าเสร็จ เอาชุดนี้ไปใส่รับรองเลิศ ไม่โป๊แน่นอน เพราะเจ๊แอบไปเดินชี้ๆ ไว้ให้นังน้องดาวจิ๊กเป็นที่เรียบร้อย ได้ความว่ายังไงน้องห่านก็โทรเล่าให้เจ๊ฟังด้วยนะคืนนี้ เจ๊จะรอ...หุหุ” เจ๊มะพร้าวบอกอย่างดี๊ด๊า ใจจริงอยากจะไปให้เห็นกับตา แต่ติดตรงที่ว่ากลัวคนอื่นจับได้
       “อย่ามัวโอ้เอ้เลย เดี๋ยวไปไม่ทันนัดนะยะ ไปๆ” ดาวรีบดันหลังเพื่อนให้เดินออกจากประตูเพื่อตรงไปยังที่ตรวจกระเป๋า เอเห็นสามสาวเดินเข้ามาก็ลุกขึ้นต้อนรับ เจ๊มะพร้าวรีบดันดาวให้เดินนำหน้าไปทำตาหวานใส่ชายหนุ่มอย่างเมื่อวาน แม้ดาวเอไม่ได้เต็มใจที่จะทำแบบนั้นนัก แต่เพื่อห่าน เธอก็จำเป็นต้องทำ
       “สวัสดีครับดาว” เอเป็นฝ่ายทักก่อน ชายหนุ่มหน้าแดงด้วยความขวยเขินจนดาวแทบจะอ้วก
       “จ้ะ เป็นไงบ้างวันนี้ เหนื่อยไหมจ๊ะ ?” ดาวทำเสียงอ่อนเสียงหวานตามที่เจ๊มะพร้าวสั่ง เอตาโตด้วยความดีใจ เขาไม่นึกว่าหญิงสาวจะพูดดีอย่างนี้กับเขาด้วย
       “ไม่เหนื่อยครับไม่เหนื่อย นี่ดาวจะไปไหนเหรอครับถึงออกมาแต่หัววัน”
       “เอ่อ...ไม่ได้ไปไหนไกลหรอก แค่จะพายายห่านไปโรงพยาบาลตรงนี้ ไปตรวจอะไรนิดหน่อย”
       “ตรวจ...ตรวจอะไรเหรอ ?” เอยังไม่หายสงสัย ดาวรีบหันไปขอความช่วยเหลือจากเจ๊มะพร้าว 
       “คืออย่างนี้น้องเอ มันเป็นการตรวจของลูกผู้หญิงน่ะ ผู้ชายไม่เข้าใจหรอก” เจ๊มะพร้าวบอกพลางทำมือขยุ้มที่หน้าอกของชายหนุ่มเป็นเชิงว่าจะไปตรวจมะเร็งเต้านม
       “อ๋อ...อย่างนั้นเองหรือครับ” ชายหนุ่มพยักหน้าเข้าใจ เจ๊มะพร้าวจึงยื่นกระเป๋าให้เอตรวจ เขาหยิบกระเป๋าเจ๊มะพร้าวมาตรวจดูแล้วส่งคืน ก่อนที่ห่านจะเดินเข้ามาสมทบพร้อมทั้งยื่นกระเป๋าให้เอตรวจด้วยอีกคน
       “เรียบร้อยครับ”
       “ของฉันคงไม่ต้องตรวจใช่ไหม ?” ดาวแกล้งเอ่ยถามด้วยหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ห่านกับเจ๊มะพร้าวถอนหายใจโล่งอก นึกไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าเอเกิดอยากเปลี่ยนใจขอตรวจขึ้นมามันจะเกิดอะไรขึ้น
       ทั้งสามกล่าวลาเอ ก่อนจะพากันเดินออกมาจากช่องตรวจกระเป๋ากำลังจะลงไปข้างล่าง  แต่อยู่ๆ ก็มีเสียงของนางมารร้ายดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน “เดี๋ยว...จะไปไหนกันน่ะ ?”
       ทั้งสามหันไปมอง...ยายปีโป้ตัวร้ายนั่นเอง
       “มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเธอ” ห่านเชิดใส่อย่างรำคาญเต็มที ปีโป้เองก็ดูจะไม่ยอมเหมือนกัน เธอเดินเข้ามาใกล้คนทั้งสามแล้วมองอย่างจับผิด
       “มันไม่ใช่เรื่องของฉันก็จริง แต่พวกเธอแอบกลับบ้านก่อนเวลาแบบนี้มันน่าสงสัย”
       “ยายห่านจะไปหาหมอ พวกฉันแค่จะไปส่งที่แท็กซี่ด้านล่าง ไม่ได้ลาไปพร้อมกันสามคนเสียหน่อย” ดาวพูดแทรกขึ้นมา ปีโป้มองห่านตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะแขวะขึ้นตามนิสัย
       “ไปหาหมอ...ไม่ทราบว่าเป็นอะไรจ๊ะ ?”
       “จะเป็นอะไรก็เรื่องของฉัน แต่รับรองว่าไม่ได้ไปเอาเด็กออกเหมือนที่เธอเคยทำแน่ๆ ยายปลากะโห้!”
       “กรี๊ดดดด...นังบ้า! เดี๋ยวก็ตบซะเลย” ปีโป้ทำท่าจะเดินเข้ามาตบห่านจริงๆ ห่านยกมือขึ้นเตรียมตบกลับทันทีหากถูกรุกราน แต่ทว่าศึกครั้งนี้ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเจ๊มะพร้าวพูดขึ้น
       “โอ๊ย...อะไรกันเนี่ย ไปๆ น้องห่านเสียเวลามากแล้ว อย่ามามัวไร้สาระกับยายปีโป้นี่เลย เจ๊ไม่เห็นว่าจะมีประโยชน์ตรงไหน เหมือนเห็นขี้แล้วเอามือไปแหย่ มีแต่คนที่ไม่ฉลาดเท่านั้นแหละที่ทำ” เจอคำพูดแดกดันของเจ๊มะพร้าวเข้า ทำเอาปีโป้ดิ้นเร่าๆ ราวกับไส้เดือนถูกน้ำร้อนลวก แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ เพราะอย่างที่รู้ ๆกันว่าเจ๊มะพร้าวแรงกว่าเธอมากมาย เผลอๆ อาจถูกตบตายคาห้างโดยไม่รู้ตัว
       “นั่นสิ...ไปกันดีกว่า” ดาวสมทบ 
       ทั้งสามกำลังจะเดินออกไปอีกครั้ง แต่ปีโป้ไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ หญิงสาวเดินไปขวางทั้งสามสาวแล้วเอ่ยถาม
       “เดี๋ยว...จะไปข้างนอก ให้นายเอตรวจกระเป๋าหรือยัง ?”
       “มันธุระกงการอะไรของเธอไม่ทราบยายปลากะโห้ กลับไปยืนทำหน้าเน่าที่บูธของเธอเถอะ” ห่านจ้องหน้าผู้ถามอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่ดาวเองเริ่มใจคอไม่ค่อยดี หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด 
       “มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันหรอก แต่ถ้าของในห้างหายไป มันคงจะเป็นธุระของพวกเธอแน่ๆ เมื่อกี้ฉันไม่เห็นยายดาวเอากระเป๋าให้นายเอตรวจเลย ไหนดูซิ...ฉันจะตรวจเอง” ว่าแล้วปีโป้ก็กระชากกระเป๋าของดาวจะเอาไปค้นเองเสียให้ได้แต่ดาวไม่ยอมให้ ทั้งสองจึงยื้อแย่งกระเป๋ากันราวกับเด็กอนุบาลกำลังแย่งตุ๊กตาในห้องเรียน
       “ปล่อย...ฉันบอกให้ปล่อย! ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็ไม่เห็นต้องกลัวอะไรนี่นา”
       “เธอนั่นแหละปล่อยยายปีโป้ นี่มันเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่ง” ดาวแกล้งทำใจดีสู้เสือแผดเสียงใส่ ในขณะที่พยายามออกแรงดึงกระเป๋าคืนมา
       “ไม่ปล่อย! ฉันว่ามันต้องมีอะไรในกระเป๋าแน่ๆ”
       “ไม่มี! ถึงมีเธอก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
       สงครามแย่งกระเป๋ากำลังทวีความรุนแรงขึ้น อยู่ๆ เอก็เดินเข้ามากลางสนามรบก่อนจะกระชากกระเป๋าของดาวไปถือซะเอง เขาหันมามองหน้าปีโป้อย่างไม่พอใจ
       “ปีโป้...เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้นะ นั่นมันหน้าที่ฉัน”
       “ฉันไม่ยุ่งก็ได้ แต่นายต้องค้นกระเป๋ายายนี่ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปรายงานคุณพรเพ็ญว่านายเลือกปฏิบัติกับพนักงาน ค้นเลย ค้นต่อหน้าฉันนี่แหละ” ปีโป้ยื่นคำขาด หญิงสาวค่อนข้างมั่นใจว่าทั้งสามสาวคู่อริกำลังแอบซ่อนอะไรบางอย่างไว้ในกระเป๋า ไม่อย่างนั้นคงไม่หวงถึงขนาดต้องยื้อแย่งอย่างเอาเป็นเอาตายขนาดนี้
       ห่าน เจ๊ะมะพร้าวและดาวมองหน้ากันอย่างเลิ่กลั่ก ตายแน่ๆ งานนี้ ถ้านายเอค้นเจอของทุกอย่างก็จบเห่ พวกเธอคงต้องถูกไล่ออกและไปนั่งเฮลตี้กินข้าวแดงในคุกข้อหาลักทรัพย์เป็นแน่แท้ ขณะที่เอลังเลที่จะค้น เพราะจริงๆ แล้ววันนี้ดาวมีท่าทีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด แต่ในเมื่อมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาจะละเว้นปฏิบัติไม่ได้ หน้าที่ก็คือหน้าที่ ความรักก็คือความรัก ต้องแยกออกจากกันให้เด็ดขาด ว่าแล้วชายหนุ่มก็เปิดประเป๋าของหญิงสาวขึ้นมาค้นนั่นค้นนี่สักพัก ก่อนจะส่งคืนให้ดาวโดยไม่ได้มีทีท่าตกใจอะไร เขาหันไปหาปีโป้แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ
       “ทุกอย่างเรียบร้อยปีโป้ ไม่มีอะไรผิดปกติ”
       “ไม่มีแล้วทำไมไม่เทของมันออกจากกระเป๋า เทออกมาเดี๋ยวนี้เลย!” หญิงสาวเอ่ยปากสั่งทำราวกับเป็นเจ้านาย เอทำหน้าไม่พอใจทันทีที่ถูกหญิงสาวสั่งแบบนั้น
       “มันหน้าที่ของฉัน ฉันเท่านั้นที่จะดูในกระเป๋าของแต่ละคน ฉันจะเท จะค้น จะล้วง จะควักมันก็เรื่องของฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่ง ถ้าเธอมาวุ่นวายนัก ฉันจะแจ้งคุณพรเพ็ญว่าเธอก้าวก่ายงานของคนอื่นในขณะเวลาทำงาน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญกลับเข้าไปในห้างได้” ชายหนุ่มผายมือเชิญให้ปีโป้กลับเข้าไปในห้าง หญิงสาวเดือดปุดๆ เดินกระแทกเท้ากลับเข้าไปอย่างไม่พอใจ ห่าน เจ๊ะมะพร้าว ดาวมองหน้ากันอย่างงงงันว่าทำไมเอจึงไม่เห็นของในกระเป๋า อันที่จริงแล้วชายหนุ่มเห็นทั้งหมดเพียงแค่ไม่อยากพูดก็เท่านั้น
       “เอ...นาย...” ดาวกำลังจะอ้าปากอธิบายแต่เอพูดสวนขึ้นมาเสียก่อน
       “ดาวไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นหรอก ฉันรู้ว่าดาวต้องมีเหตุผลที่ทำอย่างนี้ ถ้าไม่รบกวนจนเกินไป หาเวลามาอธิบายให้ฉันฟังสักนิดก็จะเป็นพระคุณมาก” ชายหนุ่มเดินกลับไปที่ห้องตรวจกระเป๋าด้วยสีหน้าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ทำเอาดาวถึงกับพูดไม่ออก เจ๊มะพร้าวเข้ามาตีไหล่รุ่นน้องเบาๆ
       “เดี๋ยวเราค่อยมาอธิบายให้เอฟังก็ได้ ตอนนี้จัดการเรื่องยายห่านก่อนเถอะ”
       “เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวให้เจ๊มะพร้าวไปส่งฉันคนเดียวก็พอ ส่วนแกไปเคลียร์กับนายเอก่อน ได้เรื่องยังไงค่อยว่ากันอีกที ตกลงไหม ?” ห่านเสนอ ดาวพยักหน้ารับ  
       “งั้นเราไปกันเถอะน้องห่าน ยายดาว...เดี๋ยวเจ๊มานะ” 
       ดาวพยักหน้า ยื่นกระเป๋าของตัวเองให้ห่านไป เจ๊มะพร้าวกับดาวจึงรีบวิ่งออกไปอีกทาง ทิ้งให้ดาวยืนตัวแข็งอยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง เธอจะอธิบายกับเอว่าอย่างไรดี ?
 
       เสียงเพลงของ Paris Hilton ดังกระหึ่มอยู่ในรถเก๋งสุดหรูของดาหลา หญิงสาวแต่งหน้าทำผมสวยเด้งเพื่อมาพบกับคุณคุณชายที่ห้างสรรพสินค้า ไม่ลืมที่จะแวะร้านดอกไม้สั่งกระเช้าลิลลี่สีขาวมาแสดงความยินดีกับชายหนุ่ม แม้วันนี้จะมีคิวงานต้องไปขอบคุณสื่อแขนงต่างๆ อีกหลายที่ แต่ดาหลายอมที่จะแคนเซิลงานเหล่านั้นทั้งหมดเพื่อมาพบกับคุณคุณชาย โดยหยิบเอาเรื่องสุขภาพมาเป็นข้ออ้าง มารยาหญิงที่ว่าเชยๆ แต่ยังใช้ได้ดีอยู่เสมอ
       อีกด้านหนึ่ง เจ๊มะพร้าวกำลังลากห่านมาหยุดที่หัวมุมถนน จัดการสั่งเสียหญิงสาวอย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ ไม่ให้ทำเสียเรื่องในการที่จะไปพบคุณคุณชายในเย็นวันนี้
       “น้องห่าน...แต่งหน้าอ่อนๆ นะ นี่เจ๊เขียนวิธีแต่งไว้ให้หมดแล้ว เครื่องสำอางค์อยู่ในกระเป๋า อ้อ...อย่าทาลิปสีแดงจัดเป็นอันขาดมันจะดูเป็นผู้หญิงกร้านโลก จำไว้ให้ดีนะ โอกาสไม่ได้มีกันบ่อยๆ คว้ามันไว้ให้ได้”
       “ค่ะเจ๊” ห่านพยักหน้ารับ 
       “งั้นไปได้แล้ว เดี๋ยวเจ๊เรียกแท็กซี่ให้” ว่าแล้วเจ๊มะพร้าวก็เดินลงจากฟุตบาทไปชะเง้อมองหาแท็กซี่ โดยไม่ทันระวังทำให้รถเก๋งคันงามของดาหลาที่แล่นมาด้วยความเร็วสูงกำลังจะเลี้ยวเข้าห้างเกือบจะเฉี่ยวเจ๊มะพร้าวให้ลงไปวัดพื้นถนนเสียแล้ว “ว้ายยย...” เจ๊มะพร้าวร้องเสียงหลง ห่านรีบวิ่งไปประคองหญิงสาวที่ทำท่าจะล้มเหล่ไม่ล้มเหล่ให้หยุดนิ่ง
       “เจ๊...เป็นไงบ้าง ?”
       “โออยู่ค่ะน้องห่าน” ยังไม่ทันจะได้พูดกันต่อ ดาหลาก็เปิดกระจกรถแล้วยื่นหน้ามาด่าทั้งสองสาวอย่างหัวเสีย
       “มายืนทำหน้าโง่อยู่ริมถนนแบบนี้อยากตายหรือไงป้า ถ้าคราวหน้าอยากตาย โน่นเลย...ไปกระโดดตึก อย่ามายืนขวางทางรถคนอื่นแบบนี้ รถของฉันราคาเป็นล้าน ชนป้าตายไปยังไม่รู้จะคุ้มกับค่ารอยถลอกของรถฉันหรือเปล่าเลย” ดาหลาแว้ดใส่อย่างหงุดหงิดจนลืมตัวไปว่าเธอกำลังดำรงตำแหน่งนางสาวไทยสยามอยู่ เจ๊มะพร้าวได้ยินดังนั้น จากที่มึนๆ อยู่ตาก็สว่างขึ้นทันที เลือดในกายสาววัยสามสิบพุ่งปรี๊ดขึ้นหัวสมอง เธอเท้าสะเอวใส่เจ้าของรถอย่างเอาเรื่อง
       “นี่แม่คุณ...พูดจาภาษาคนไม่เป็นหรือยังไง มาถึงก็เห่าๆ เป็นหมาบ้าไปได้ แล้วเวลาขับรถน่ะ ถ้าจะเลี้ยวก็เปิดไฟเลี้ยวด้วยสิยะ ไฟเลี้ยวเค้ามีไว้ให้ใช้ ไม่ได้มีไว้แค่ประดับโชว์”
       “อีบ้า! นี่แกกล้าขึ้นเสียงกับฉันเหรออีพวกไพร่สถุน”
       “หนอย...ถือว่าตัวเองเป็นนางฟ้านางสวรรค์หรือยังไง เที่ยวด่าคนอื่นว่าเป็นไพร่สถุน แน่จริงลงมาเลย แม่จะตบให้ลืมทางกลับบ้าน ลงมาๆ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย!” เจ๊มะพร้าวเดือดปุดๆ ทำท่าจะตบคู่กรณีจริงๆ หากเธอลงมา โชคยังดีที่รถคันหลังบีบแตรไล่รถของดาหลาเสียงดัง หญิงสาวจึงยื่นหน้ามาด่าทิ้งท้ายก่อนจะหักรถเลี้ยวเข้าห้างไป แต่ยังไม่วายเร่งเครื่องเหมือนจะพุ่งเข้าชนเจ๊มะพร้าวอีกครั้ง
       “ฝากไว้ก่อนเถอะอีแก่!”
       “แน่จริงอย่าฝากสิโว้ย...ลงมาตบกันให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย” เจ๊มะพร้าวทุบตัวรถปึงปังอย่างบ้าคลั่งจนห่านต้องดึงตัวไว้ จนเมื่อรถของดาหลาแล่นหายไปในอาคารจอดรถของห้างสรรพสินค้าแล้วจึงค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง
       “ใจเย็นๆ น่าเจ๊”
       “ใจเย็นยังไงไหว มาถึงก็ด่าฉอดๆ นึกว่าตัวเองมีปากคนเดียวหรือไง”
       “มันก็ใช่ แต่เมื่อกี้เจ๊บอกห่านเองนะว่าเห็นขี้อย่าเอามือเข้าแหย่ ไอ้พวกคนรวยพวกนี้ก็มีดีแค่เงิน แต่จิตใจตกต่ำเหมือนพวกเศษสวะ อย่าไปสนใจเลย ตอนนี้สนใจเรื่องห่านดีกว่าเจ๊ สายแล้วนะเนี่ย” ห่านบอก เจ๊มะพร้าวตาโต รีบโบกแท็กซี่ที่ผ่านมาทันที เมื่อแท็กซี่จอดเรียบร้อยแล้ว เจ๊มะพร้าวรีบเปิดประตูให้รุ่นน้องพร้อมทั้งดันให้เธอเข้าไปนั่งในรถแล้วสั่งเสียครั้งสุดท้าย
       “สิ่งที่เจ๊สั่งห้ามลืมเด็ดขาดเข้าใจไหม ? ที่สำคัญอย่าลืมโทรมาเล่าว่าเป็นยังไงด้วย เจ๊จะรออย่างใจจดใจจ่อ” เจ๊มะพร้าวย้ำเป็นมั่นเป็นเหมาะ ห่านพยักหน้ารับก่อนที่จะบอกให้แท็กซี่แล่นออกไปยังจุดมุ่งหมาย
       ที่มุมหนึ่ง บื้อที่กำลังรอรถเมล์อยู่ เห็นเจ๊มะพร้าวมาส่งห่านขึ้นแท็กซี่ก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยในพฤติกรรของสาวมากขึ้นไปอีก สุดท้ายเขาจึงตัดใจลืมธุระที่จะไปทำเสียแล้วเรียกแท็กซี่อีกคันให้ขับตามคันของห่านไป
       อยากรู้นัก...ทำตัวลับๆ ล่อๆ แบบนี้ เธอกำลังทำอะไรของเธอกันแน่...ยายห่านดินกินหญ้าห่านฟ้ากินยุง!


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น