อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 10:48:19

ตอนที่ 7 ตอนที่ 7


       ห่านหาวหวอดๆ ขณะซักผ้าให้บื้อ หญิงสาวเผลอสัปหงกไปหลายต่อหลายทีแต่ดูเหมือนว่าบื้อจะไม่ยอมให้หญิงสาวคลาดสายตาสักวินาทีเดียว ชายหนุ่มนั่งกอดอกไขว่ห้างเป็นเจ้านายอยู่ใกล้ๆ กับหญิงสาว สายตาจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
       “ถ้าซักให้เสร็จๆ ไปตั้งแต่เมื่อตอนหัวค่ำก็ไม่ต้องมานั่งตากยุงรอเธอแบบนี้หรอก” บื้อต่อว่า หญิงสาวหันขวับมาจิกตาใส่พลางกัดฟันกรอดๆ แกล้งตีน้ำผงซักฟอกใส่ชายหนุ่ม เขาสะดุ้งหันมามองห่านอย่างไม่พอใจ “เล่นบ้าอะไรเนี่ย!”
       “ไม่ได้เล่น ฉันตีให้ฟองมันเยอะๆ จะได้ซักได้สะอาดๆ ไม่อยากโดนก็ไปนั่งไกลๆ สิ เวลาฉันซักผ้า ฉันชอบออกแรงเยอะๆ ตัวนี่จะเปียกไปหมด หรือจะลองดูก็ได้นะ”
       ได้ยินหญิงสาวพูดอย่างนั้น บื้อก็กระโดดถอยหลังทันที อากาศเย็นๆ แบบนี้ มาเล่นสาดน้ำผงซักฟอกกันแบบในละครกุ๊กกิ๊กไม่ใช่เรื่องน่าสนุกสักนิด ชายหนุ่มทำตาเขียวใส่หญิงสาว ก่อนจะเดินไปนั่งตรงชานหน้าห้องเช่า ไม่ยอมไปไหน 
       แต่แล้ว...บื้อมาสะดุ้งตื่นอีกทีตอนที่มีเสียงรถวิ่งผ่านหน้าบ้านแล้ว แสงอาทิตย์ยามเช้ากำลังทอประกายแยงเข้าลูกตาของชายหนุ่มอย่างแรง อะไรกัน...นี่เช้าแล้วหรือ ? เขาหันไปมองดูที่ราวตากผ้าที่บัดนี้เสื้อผ้าของเขาที่ถูกซักสะอาดเอี่ยมอ่องถูกตากไว้อย่างเป็นระเบียบ กาละมังคว่ำไว้อีกทาง โธ่เอ๊ย...เขาไม่น่าเผลอหลับไปเลย น่าจะอยู่แกล้งให้ยายนั่นทำอย่างอื่นต่อยันเช้า แต่พูดไปก็เท่านั้น เพราะในเวลานี้เขาต้องรีบไปทำงานแล้ว นี่ยังไมได้อาบน้ำแต่งตัวเลย...สงสัยวันนี้จะไปทำงานสายแหงๆ ชายหนุ่มยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู(ยังไม่ได้ถอดเพราะไม่ทันได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวานเย็น!) แล้วก็ต้องตาเหลือกราวกับเห็นผี เฮ้ย..แปดโมงแล้วเหรอ ตายแน่ๆ สงสัยต้องวิ่งผ่านน้ำแล้ววันนี้
       คิดได้อย่างนั้นบื้อก็รีบวิ่งแจ้นเข้าไปในห้องเช่า อาบน้ำแต่งตัวด้วยเวลาอันรวดเร็วทำลายสถิติโลก!
 
       เจ๊มะพร้าวทำตาโตด้วยความตกใจพลางเอามือทาบอกอยากจะเป็นลมตรงนั้นเสียให้ได้ เช่นเดียวกับดาวที่เข่าอ่อนแทบจะล้มลงไปนอนกลิ้งเกลือกกับพื้นแล้วดิ้นๆ ให้เป็นบ้ากันไปข้างหนึ่ง เมื่อได้ยินเรื่องที่ห่านบอกว่าความลับไม่ได้เป็นความลับอีกต่อไปแล้ว
       “ตายๆ ไปทำอีท่าไหน น้องบื้อของเจ๊ถึงรู้เรื่องได้” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม 
       “ไม่รู้เหมือนกัน อยู่ๆ ไอ้บ้านั่นก็ตามห่านไปที่โรงแรม แถมยังแอบฟังห่านคุยกับคุณคุณชายด้วย ตอนแรกนายนั่นคิดว่าห่านมาส่งยาไม่ก็มาขายตัว บ้าที่สุด!” ห่านเริ่มเหวี่ยงเมื่อคิดถึงสีหน้ากวนประสาทของบื้อ
       “โอ๊ย...คุกแน่ๆ ติดคุกหัวโตกันหมด แล้วสวยๆ อย่างฉันจะเหลือเหรอเนี่ย ถ้าเข้าไปในนั้น มีแต่พวกเสือสิงห์กระทิงแรด” ดาวบ่นกระปอดกระแปดทำหน้าเหมือนคนใกล้ตายเต็มทน
       “ไม่หรอก ฉันมีข้อตกลงกับนายนั่นแล้ว มีข้อแลกเปลี่ยนนิดหน่อย”
       “ข้อแลกเปลี่ยน!” เจ๊มะพร้าวกับดาวตาโตมองหน้ากัน 
       “นี่แกจะบ้าแล้วเหรอ ทำไมต้องลงทุนขนาดนั้นด้วย มันคือศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงนะ” ดาวเอ็ดเสียงเขียว
       “ใช่ค่ะ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเจ๊ยอมเอาตัวเจ๊เข้าแลกเอง ในฐานะที่เจ๊เป็นผู้ใหญ่สุด เจ๊ยอมเสียสละเพื่อน้องๆ” เจ๊มะพร้าวทำหน้าตาน่าสงสารแต่สายตานั้นทอประกายวิบวับราวกับรอคอยเวลานี้มาแสนนาน น้องบื้อ...ไม่พื้นเงื้อมือเจ๊แน่!
       “นี่จะบ้ากันไปใหญ่แล้ว ใครจะไปเอาตัวเข้าแลก ที่ห่านบอกว่ามีข้อแลกเปลี่ยนน่ะ คือห่านต้องไปเป็นทาสรับใช้นายนั่นสามวัน เมื่อคืนก็ใช้งานซะดึกเชียว”
       “ว้าย...ใช้งานอะไรคะทำกันจนดึกๆ ดื่นๆ” เจ๊มะพร้าวทำตาโตอย่างสอดรู้
       “ซักผ้า! ปลุกห่านมาซักผ้าตอนเที่ยงคืน แล้วผ้าก็กองโตเท่าภูเขา กว่าจะซักเสร็จก็ปากไปเกือบตีสอง ดูตาห่านสิเจ๊คล้ำมาก” หญิงสาวบ่น เจ๊มะพร้าวมองหน้ารุ่นน้องแล้วพยักหน้ารับ...คล้ำได้ใจมากค่ะ ยังไม่ทันได้พูดกันต่อ เอก็เดินดุ่มๆ ตรงมาหาห่าน ชายหนุ่มเอามือตบไหล่หญิงสาวเบาๆ จนห่านสะดุ้งหันมองผู้มาเยือน  
       “ยายห่าน...สู้ๆ นะ  เธอเป็นผู้หญิงที่จิตใจเด็ดเดี่ยวมาก ฉันเชื่อว่าผู้ชายคนนั้นต้องแพ้ในความพยายามของเธอ คนเรารักกันต้องรักที่จิตใจไม่ใช่ทรัพย์สิน สู้ต่อไปนะ ฉันเอาใจช่วย” พูดจบเอก็ตบไหล่หญิงสาวอีกครั้งแล้วเดินออกไป ทิ้งให้ห่านยืนงงเป็นไก่ตาแตก 
       “เป็นอะไรของเค้าน่ะ ?”
       เจ๊มะพร้าวกับดาวมองหน้ากันแล้วยิ้มแหยๆ แทนคำตอบ ห่านนิ่งไปเล็กน้อยพอนึกอะไรขึ้นได้ก็ตาโต
       “อย่าบอกนะ...ว่าเอก็รู้เรื่องนี้อีกคน”
       ไม่มีคำตอบจากสองสาวนอกจากการพยักหน้ารับ ห่านเข่าอ่อนแทบทรุดลงกับพื้น โอ๊ย...อยากตาย!
 
       สายมากจนจวนเจียนได้เวลาเข้างานแล้ว บื้อวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตอกบัตรได้อย่างเฉียดฉิว ในใจยังรู้สึกงงงวยกับสีหน้าของคนรอบข้างตลอดเส้นทางที่เขาเดินทางมา ทำไมคนมองหน้าเขาแล้วต้องหัวเราะด้วยนะ
       ชายหนุ่มเดินตรงไปยังช่องตรวจกระเป๋าซึ่งเวลานี้พนักงานบางตาไปมากแล้ว เพราะส่วนใหญ่จะเข้าไปจัดการเตรียมข้าวของรอห้างเปิดกันหมด คงมีเพียงพนักงานสาวๆ ที่ยืนแต่งหน้ากันอยู่อีกทางพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะคิกคักเหมือนกำลังเม้าท์อะไรกันสักอย่างเมื่อเห็นหน้าของเขา  บื้อวางกระเป๋าลงบนเคาน์เตอร์ตรวจของของพนักงาน เอที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าอยู่ๆ ลดหนังสือพิมพ์ลง เมื่อเห็นว่าเป็นบื้อก็เอ่ยถามด้วยความสงสัย
       “ทำไมวันนี้มาสายจังไอ้คุณบื้อ ?”
       “ก็...” บื้อกำลังจะอ้าปากเล่า แต่แล้วเสียงหัวเราะของเอก็ดังขึ้นขัดจังหวะเมื่อชายหนุ่มจ้องหน้าเพื่อนชัดๆ บื้อขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด เป็นอะไรกันนักหนานะวันนี้ มีแต่คนมองหน้าเขาแล้วหัวเราะ “หัวเราะบ้าอะไรวะไอ้เอ หน้าฉันมันไปเหมือนหน้าญาติของแกที่เสียชีวิตไปแล้วหรือไง”  
       “ไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อเช้าแกไม่ได้ส่องกระจกมาเหรอวะ ?” เอเอ่ยถาม ยังอดที่จะหัวเราะไม่ได้
       “โอ๊ย...แค่เวลาอาบน้ำยังไม่ค่อยจะมี นี่ก็รีบจะแย่ รีบๆ อาบน้ำแต่งตัวออกจากห้องมาเลย ว่าแต่แกถามทำไม ?”
       “ก็...” เอไม่ตอบคำถามแต่ยื่นกระจกเงาอันเล็กที่เขาเอาไว้ส่องเวลาถอนหนวดยามว่างให้เพื่อน บื้อทำหน้างงก่อนจะมองเงาตัวเองในกระจก พระเจ้า...นี่มันอะไรกัน! บนใบหน้าของบื้อเวลานี้มีรอยดินสอเขียนขอบตาสีดำวงไว้ที่รอบตาข้างขวาราวกับคนถูกต่อยจนตาเขียว ที่มุมปากมีรอยเขี้ยวโผล่ออกมาราวกับเป็นสาวกของชาวเรทโทรเรี่ยน ข้างแก้มถูกวาดเป็นเส้นเหมือนหนวดของโดราเอมอน ส่วนบนหน้าผากนั้นเขียนด้วยตัวหนังสือยึกยือว่า “ผมบ้ากามครับ”  
       ฝีมือยายห่านแน่!
       “ถึงว่าสิ ขึ้นรถเมล์มีแต่คนหลบทำราวกับฉันเป็นฆาตกร หนอย...ยายห่านนะยายห่าน อย่าให้เจอตัวเชียว พ่อจะสั่งสอนเสียให้เข็ด” ชายหนุ่มกัดฟัดกรอดๆ อย่างแค้นใจ
       “บื้อ...มาแล้วเหรอคะ ?” เสียงแปร๋นๆ ของปีโป้ดังขึ้น ทำเอาคนถูกเรียกสะดุ้งโหยงราวกับได้ยินเสียงจากสัมภเวสี หญิงสาวเดินมาคล้องแขนบื้อทำราวกับเป็นคู่รัก แม้บื้อจะพยายามแงะมือของปีโป้ออกแต่ก็ไม่สำเร็จ วิธีเดียวที่จะเอามือกันแสนเหนียวนี้ออกไปได้คือตบคนจับให้หัวคะมำเท่านั้น
       “นี่ปีโป้รอบื้อน๊าน...นาน ไปกันค่ะ เข้าไปในห้องกันเถอะ” หญิงสาวบอกพลางจ้องหน้าชายหนุ่ม เมื่อเห็นจิตกรรมบนใบหน้าของบื้อปีโป้ถึงกับตาโตด้วยความตกใจ เธอเอามือทาบอกแสดงทีท่าโอเวอร์จนน่าหมั่นไส้ “ว้าย...นี่หน้าบื้อไปโดนอะไรมาคะเนี่ย ?”
       “เอ่อ...มีพวกเด็กมือบอนมาแอบเขียนตอนฉันนอนน่ะ ไม่มีอะไร”
       “เด็กบ้าอะไรน่าตบ มาค่ะ เดี๋ยวปีโป้เช็ดให้นะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ล้วงกระดาษทิชชู่จากกระเป๋าถือขึ้นมาเตรียมที่จะเช็ดหน้าให้ชายหนุ่ม บื้ออาศัยจังหวะนั้นดึงแขนตัวเองออกจากมือของหญิงสาวแล้วตอบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
       “ไม่เป็นไรหรอกปีโป้ เดี๋ยวไปล้างออกดีกว่า ไปแล้วนะ” เมื่อพูดจบบื้อก็เผ่นแน่บออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างรวดเร็วโดยที่ปีโป้ยังไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวหน้าหงิกทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหนีเธอไปแล้ว ยิ่งได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเอด้วยแล้ว ยิ่งทำให้เธออารมณ์เหวี่ยงเข้าไปกันใหญ่ หญิงสาวหันไปจิกตาใส่ชายคนตรงหน้าอย่างไม่ปราณี
       “หัวเราะอะไรนายเอ...ญาติเสียเหรอ!”
       ปีโป้พูดจบก็เดินเชิดออกไปอีกทาง ทิ้งให้เอทำหน้าเหวอ...ทำไมวันนี้มีแต่คนแช่งให้ญาติตายวะเนี่ย!
 
       เจ๊มะพร้าวกำลังสอดส่ายสายตาดูรอบข้างเพื่อให้แน่ใจว่าทางสะดวก ก่อนจะหันมาทำมือเป็นสัญญาณว่าโอเคให้ห่านและดาวที่กำลังยืนลับๆ ล่อๆ อยู่ที่บูธแผนกเครื่องแต่งกายหญิง ทั้งสองจึงจัดการหาโอกาสล้วงชุดเดรชลายกราฟฟิกขาวดำที่ห่านแอบเอาไปใส่พบคุณคุณชายเมื่อวานออกมาใส่แขวนดังเดิม
       “เฮ้อ...รอดไปอีกหนึ่งวัน หัวใจจะวาย” ดาวบอกพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก
       “ยังไงก็ขอบใจแกมากนะยายดาว ถ้าฉันได้ดิบได้ดีได้เป็นคุณนายเจ้าของห้าง รับรองว่าจะให้เธอเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้จัดการแน่ๆ” ห่านบอก ดาวจิกตาใส่ 
       “เอาแค่ให้มันรอด ไม่ต้องเข้าคุกก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงแล้วย่ะแม่คุณ”
       “เอาล่ะๆ แยกย้ายกันไปที่บูธของตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวคนอื่นสงสัย นี่น้องห่านก็ต้องเอารองเท้าไปคืนอีกนี่นา” เจ๊มะพร้าวเข้ามาสมทบ ห่านพยักหน้ารับก่อนจะกล่าวลาเพื่อนๆ แล้วรีบวิ่งแจ้นกลับไปที่บูธของตัวเอง
       เรื่องราวชักจะวุ่นไปกันใหญ่ เมื่อปีโป้ที่เดินหงุดหงิดบื้อผ่านมาพอดีจึงแอบฟังบทสนทนาของทั้งสามสาว เมื่อได้ฟังแล้วเธอถึงกับสงสัยจนคันยิกๆ ว่าสิ่งที่ห่านพูดหมายถึงอะไร แล้วทำไมยายห่านถึงต้องเอาชุดของห้างออกมาจากกระเป๋า มันต้องมีอะไรลึกลับซับซ้อนแน่ๆ คนอย่างปีโป้ไม่ยอมที่จะพลาดเรื่องนี้ไปได้ ว่าแล้วหญิงสาวก็เดินเฉิดฉายเข้ามาที่บูธของดาว ทำตัวเหมือนเป็นคุณพรเพ็ญที่คอยมาตรวจความเรียบร้อยของบูธ เธอกระแอมเสียงเพื่อให้ดาวที่กำลังจัดชุดรู้ตัวว่ามีคนมาเยี่ยมเยือน...และจับผิด
       “อะแฮ่ม”
       “ควายติดคอหรือยังไงยายปีโป้ มากระแอมอะไรแถวนี้” ดาวเงยหน้าขึ้นมองแล้วเอ่ยถามพลางจัดชุดในบูธของตัวเองต่อไป
       “หยาบคายสมกับเป็นพนักงานชั้นล่าง!”
       “แหม...แม่พนักงานชั้นสูง แม่ยอดหญิง แม่นางฟ้า อย่ามาหาเรื่องกันได้ไหม ฉันกำลังยุ่ง ไปจัดของที่บูธตัวเองไป๊...มาเกะกะบูธคนอื่นแบบนี้ เค้ารำคาญ ไม่เข้าใจหรือไง” ดาวเอ็ดเสียงเขียว
       “นึกว่าอยากมาหรือยังไง”
       “แล้วมาทำไมยะ ?”
       “มาจับพิรุธพนักงาน” ปีโป้บอกพลางแกล้งเดินไปที่ชุดเดรชลายกราฟฟิกสีขาวดำที่ดาวเพิ่งเอามันสวมเข้ากับไม้แขวนเมื่อสักครู่ หยิบมันขึ้นมาดูแล้วเอ่ย “ชุดนี้สวยดีนะ น่าเสียดายยับไปหน่อย เหมือนมีคนเอาไปใส่มาอย่างนั้นแหละ” 
       ดาวสะดุ้งโหยง ทำสีหน้ามีพิรุธอย่างเห็นได้ชัด แต่พอตั้งสติได้ เธอก็เชิดใส่ทำเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้น
       “ของเพิ่งมา มันอยู่ในกล่องก็ต้องยับสิ เดี๋ยวฉันรีดก็หาย เธออย่ามายุ่งเลย เอามานี่” ดาวแย่งชุดในมือของปีโป้มา ปีโป้ยักไหล่แล้วเบ้ปากเหมือนผู้เหนือกว่า
       “อย่านึกว่าทำอะไรแล้วฟ้าไม่มีตา รอให้ฉันจับได้คาหนังคาเขาก่อนเถอะว่าพวกเธอสามคนกำลังคิดทำอะไรไม่ดีกันอยู่ รับรองว่าฉันเอาเรื่องนี้ไปรายงานเบื้องบนแน่” ปีโป้พูดจบก็หัวเราะเสียงแหลม เดินตูดบิดกลับบูธของตัวเอง 
       ดาวหน้าซีดทันที...ยายนี่รู้เรื่องได้ยังไงกัน!
     
       หลังจากทนยืนขาแข็งมาตลอดหลายชั่วโมงก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย นั่นคือเวลาพักทานข้าวเที่ยงซึ่งพนักงานห้างจะพักไม่ตรงกันนักเพราะต้องแลกเปลี่ยนกันเฝ้าบูธ แต่ห่าน เจ๊มะพร้าวและดาวนั้น นัดแนะเวลากันเรียบร้อยแล้วเพื่อให้ได้มาทานข้าวพร้อมกัน จะได้มีโอกาสได้ปรึกษาเรื่องที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน หมู่นี้ไม่ค่อยได้เม้าท์เรื่องข่าวดาราตบกันหรือข่าวลูกค้าผู้ชายที่หล่อล่ำมากนัก เพราะมัวแต่มานั่งแก้ปัญหาให้ห่านจนหัวหมุน
       “อะไรนะ ยายปลากะโห้พูดแบบนั้นจริงๆ เหรอ ?” ห่านตาโตด้วยความตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่ดาวเล่า 
       “ก็ใช่น่ะสิ ฉันล่ะสังหรณ์ใจจริงๆ ว่าเรื่องมันชักจะมีคนรู้เรื่องเยอะเกินไปแล้ว” ดาวบอกอย่างกังวลใจ
       “หล่อนไปทำท่าพิรุธให้ยายปีโป้เห็นแหงๆ เลย ใช่ไหมนังน้องดาว” เจ๊มะพร้าวเอ่ยถาม 
       “ก็มันตกใจนี่นาเจ๊” หญิงสาวหน้าเจื่อน เธอมักทำตัวมีพิรุธเสมอเวลาโกหก 
       อีกทางหนึ่ง บื้อเดินเข้ามาพร้อมกับปีโป้ หญิงสาวเกาะแขนชายหนุ่มเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของอย่างไม่อายฟ้าดิน ส่วนบื้อเองนั้นทำหน้าเซ็งโลกเหมือนอยากตาย ทำไมยายนี่ต้องมาพักเที่ยงพร้อมๆ เขาด้วยนะให้ตายสิ ชายหนุ่มเดินผ่านมาทางโต๊ะของห่าน สามสาวที่นั่งทานอาหารอยู่หันมองมาทางบื้อแล้วปรายตามองปีโป้ที่ยืนเชิดอยู่ข้างๆ อย่างหมั่นไส้ นี่ตกลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเหรอว่าเป็นแฟนกัน
       บื้อหันมาเจอห่านก็ทำหน้าเหี้ยมใส่ ยังแค้นไม่หายที่หญิงสาวแอบวาดหน้าเขาตอนที่เผลอหลับไป แต่ในเวลานี้มาโวยวายก็คงไม่เหมาะ เขาจึงทำได้เพียงแกล้งทำเสียงไอ “คุก...คุก...คุก!” ทำเอาสามสาวสะดุ้งเฮือก
       “หมาติดคอหรือไง ก็บอกแล้วให้ปล่อยมันไปบ้าง เลี้ยงไว้เยอะก็เป็นแบบนี้แหละ” ห่านอดที่จะแขวะไม่ได้
       “ก็กะว่าจะปล่อย แต่ที่ปล่อยเนี่ย คงปล่อยมากัดเธอนี่แหละคุณฮันนี่ เฮ้ย...คุณห่านหนี!” พูดจบชายหนุ่มก็เดินทำหน้ากวนประสาทออกไป ห่านหน้าซีดทันที  กล้ามากนะยะ มาพูดชื่อนั้นในที่แบบนี้ได้ยังไง!
      ปีโป้ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันที ฮันนี่ ? ห่านหนี ? ที่บื้อพูดหมายความว่ายังไง ต้องมีความลับที่เธอยังไม่รู้อีกแน่ๆ ที่สำคัญถ้าถามบื้อ เขาก็คงไม่ยอมบอกแน่ๆ เรื่องอย่างนี้ต้องสืบเอง ไม่ยากเกินความสามารถของปีโป้สุดสวยหรอก
       “ห่านว่าต้องไอ้บ้านี่แหละ เอาเรื่องไปบอกยายปลากะโห้” หญิงสาวบอกพลางจิกตาไปทางสองคนนั้นที่เดินไปหยุดหน้าร้านข้าวแกง เจ๊มะพร้าวรีบกลืนข้าวลงคอแล้วปฏิเสธแทนชายหนุ่มทันที
       “เจ๊ว่าไม่หรอก คนอย่างน้องบื้อน่ะ สัญญาต้องเป็นสัญญา เจ๊เห็นดวงตาอันมั่นคงของน้องบื้อแล้ว เจ๊ก็รู้ได้ทันทีว่าน้องเค้าไม่ใช่คนกลับกลอก”
       “เหรอออออออ...” สองสาวประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกัน เจ๊มะพร้าวยักไหล่แล้วกินข้าวต่อ
       เสียงฮือฮาของพนักงานดังขึ้น เมื่ออยู่ๆ คุณพรเพ็ญก็โผล่เข้ามาในห้องอาหาร นั่นไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะปกติคุณพรเพ็ญก็มาทานอาหารที่นี่บ่อยๆ (ได้ข่าวว่ามากินฟรีด้วยโดยใช่ตำแหน่งหน้าที่ในทางมิชอบ!) แต่ที่น่าแปลกและตื่นเต้นคือวันนี้คุณคุณชายเดินทางมากับคุณพรเพ็ญ!
       คุณพรเพ็ญตบมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนหยุดการบริโภคอาหารแล้วหันมามองตน เธอกระแอมเสียงเล็กน้อยก่อนจะตะโกนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอันน่าเกรงขาม “ขออภัยที่ต้องขัดจังหวะการทานอาหารเที่ยง แต่วันนี้ห้องอาหารพนักงานของเราได้รับเกียรติจากคุณคุณชาย ผู้บริหารระดับสูงของห้างให้เกียรติมาร่วมทานอาหารกับพวกเราด้วย”
       เสียงปรบมือของพนักงานดังขึ้น ห่านมองหน้าเจ๊มะพร้าวกับดาวแล้วอยากจะร้องไห้ 
       “ผมมีความยินดีที่จะมาร่วมทานอาหารกับทุกๆ ท่านวันนี้นะครับ ผมอยากรู้ว่าพนักงานมีความสะดวกสบายไหมในการทานอาหาร รสชาติอาหารถูกปากกันหรือเปล่า ความสะอาดถูกสุขลักษณะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ เผื่อมีข้อบกพร่อง ตัวผมในฐานะผู้บริหารจะรีบดำเนินการทันที ใครมีอะไรเสนอแนะสามารถบอกกับผมได้โดยตรง ไม่ต้องเกรงใจนะครับ” คุณคุณชายพูดจบก็ก้มตัวเล็กน้อย เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้งอย่างชื่นชม ไม่เคยมีผู้บริหารคนไหนทำแบบนี้มาก่อน คุณพรเพ็ญเชิญคุณคุณชายไปนั่งที่โต๊ะว่าง โชคดันไม่เข้าข้างเอาเสียเลยเมื่อโต๊ะโต๊ะนั้นดันเป็นโต๊ะทางด้านหลังของห่าน นั่นเท่ากับว่าคุณคุณชายนั่งหันหน้าให้กับทางหลังของหญิงสาว ห่างกันแค่ไม่กี่คืบ ตลกไปแล้วมั้งพระเจ้า!
       “คุณคุณชายจะรับอะไรดีคะ เดี๋ยวดิฉันจะไปจัดการมาให้” คุณพรเพ็ญเอ่ยถาม ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะตอบ
       “ทานอะไรก็ได้ครับ  เอาง่ายๆ แบบที่พนักงานทานกัน”
       “กระเพราหมูสับไข่ดาวได้ไหมคะ ?”  
       “ได้เลยครับ นั่นน่ะของโปรดผมเลย”
       “ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่นะคะ” ว่าแล้วคุณพรเพ็ญก็เดินออกไปที่ช่องขายอาหารตามสั่ง ทิ้งให้คุณคุณชายนั่งยิ้มมองพนักงานแล้วก้มหัวทักทายเป็นระยะ
       เจ๊มะพร้าวนั่งทำตาลอยเมื่อเห็นหน้าชายหนุ่ม ผู้ชายบ้าอะไรหล่อเสียจริง ยิ่งคราที่เขาหันมายิ้มให้เจ๊มะพร้าวนั้น ทำเอาจิตใจสาววัยสามสิบเต้นผิดจังหวะ เกือบได้แอดมิดเข้าโรงพยาบาลเนื่องด้วยหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
       “สวัสดีครับ ทานข้าวกับอะไรครับวันนี้ ?” คุณคุณชายเอ่ยถามข้ามโต๊ะ ทำเอาเจ๊มะพร้าวตาโตยิ่งกว่าเก่า หญิงสาวยิ้มเขินบิดตัวไปมาจนดาวหมั่นไส้ ทางด้านห่านที่นั่งหันหลังให้ชายหนุ่มอยากจะลุกหนีไปจากตรงนั้นเสียให้ได้  
       “เอ่อ...พวกเราทานข้าวผัดพริกแกงค่ะคุณชาย” ดาวเป็นคนตอบแทน ชายหนุ่มยิ้มรับก่อนจะเอ่ยถามต่อ
       “มีอะไรอยากให้ทางห้างแก้ไขไหมครับ ?”
       “มีค่ะมี” เจ๊มะพร้าวรีบเสนอหน้าตอบ     
       “อะไรหรือครับ ?” 
       “ก็...อยากให้เจ้าของห้างหล่อน้อยลงกว่านี้นิดนึงน่ะค่ะ หล่อมากๆ แบบนี้ ทำให้พนักงานห้างจิตใจหวั่นไหวไม่เป็นอันกินอันนอน”หญิงสาวทำตาหวานใส่ ห่านแอบจิกตา...เดี๋ยวโดนเหนี่ยว!
       “แหม...คุณๆ ก็ล้อผมเล่นไป ผมไม่ใช่คนที่มีอิทธิพลต่อใครขนาดนั้นหรอกนะครับ” คุณคุณชายหน้าแดง  
       “ใครบอกคะ คุณคุณชายมีอิทธิพลกับผู้หญิงคนหนึ่งมากกกก...” ดาวลากเสียงยาวเพื่อเน้นว่ามากจริงๆ ก่อนจะเหลือบตาไปมองห่านที่ถลึงตาใส่เพื่อนด้วยความตกใจ 
       “ใครเหรอครับ ?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเอ่ยถามแต่ไม่ได้คำตอบจากเจ๊มะพร้าวและดาว คุณคุณชายจึงเอ่ยถามหญิงสาวผมยาวที่นั่งหันหลังให้เขาแทน “คุณรู้ไหมครับว่าใคร ?”
       ห่านสะดุ้งโหยง ตาโตราวกับเห็นผี เธอรีบส่ายหน้าแทนคำตอบทันที    
       “แล้วคุณมีอะไรเสนอแนะไหมครับ ?”
       ห่านรีบส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารอย่างรวดเร็ว พยายามเอาผมมาบังหน้าให้ได้มากที่สุด (โชคร้ายที่เมื่อเดือนที่แล้วดันไปตัดหน้ามาตามแฟชั่นมาทำให้บังหน้าได้ไม่มิดเท่าไหร่) เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากที่ตรงนั้นเพราะไม่อยากอยู่นานไปกว่านี้ กลัวว่า  ‘ความลับ’ จะหลุดออกมาจากปากของใครสักคนหนึ่งเป็นแน่ แต่เจ้ากรรมนายเวรคงอยากกลั่นแกล้งหญิงสาวไม่น้อย จึงดลบันดาลให้ห่านสะดุดขาตัวเองล้มคว่ำกลางห้องอาหารพนักงาน ทุกคนที่กำลังทานอาหารอยู่หยุดกึกหันมองมาทางหญิงสาวแล้วหัวเราะขำ แต่ห่านดูจะไม่ขำด้วยเลยสักนิด โอย...สะโพกเคล็ดแน่ฉัน
       “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ?” คุณคุณชายลุกขึ้น ทำท่าจะเดินมาพยุงห่าน ดีที่ว่าคุณพรเพ็ญเดินมาขัดจังหวะเสียก่อนชายหนุ่มจึงหยุดชะงักอยู่แค่นั้น
       “เอ้า..เดินยังไงล้มหัวทิ่มแบบนั้นยายหฤทัย” คุณพรเพ็ญถาม ห่านไม่ตอบ ได้แต่วิ่งออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว คุณคุณชายมองตามแล้วอดที่จะนึกถึงคุณฮันนี่ไม่ได้ ท่าล้มที่มีเสน่ห์ของเธอไม่น่าเชื่อว่าจะมีใครล้มได้เหมือน!
       ดาวทำท่าจะวิ่งตามห่านออกไปแต่ต้องหยุดชะงักเพราะเจ๊มะพร้าวยังจ้วงข้าวเข้าปากอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เธอจึงรีบฉุดกระชากรุ่นพี่ให้วิ่งออกไปด้วย เจ๊มะพร้าวร้องวี้ดว้ายหันมาคว้ากระเป๋าถือแล้วแอบยิ้มให้คุณคุณชายหนึ่งครั้ง ก่อนจะออกไปตามแรงดึงของดาว บื้อที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกลนักแอบหัวเราะขำชอบใจจนปีโป้ต้องหันหน้ามอง หญิงสาวขมวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม “หัวเราะอะไรคะบื้อ ?”
       “หัวเราะยายห่านนั่นน่ะสิ โลกกลมจริงๆ” เขาพูดเป็นปริศนาแค่นั้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารต่อทิ้งให้ปีโป้สะสมความสงสัยไว้ในใจจนล้นปรี่แทบกระอักตาย
 
       เกือบจะได้เวลาเลิกงานของคุณคุณชายแล้ว แต่ทว่าชายหนุ่มยังคงนั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้องทำงานของเขาโดยมีเพลงจากไอพอตที่ต่อเข้ากับเครื่องเล่นส่งเสียงคลอเบาๆ เป็นเพื่อน เสียงเพลงหวานๆ ดังขึ้นมาทำเอาชายหนุ่มต้องละสายตาจากเอกสารตรงหน้า พักสายตามองออกไปอีกด้านของห้องทำงานที่เป็นกระจกใสบานใหญ่เผยให้เห็นฟ้ากว้าง
       แล้วอยู่ๆ ใบหน้าของคุณฮันนี่ก็ลอยเข้ามาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ชายหนุ่มเผลออมยิ้มเมื่อนึกถึงตอนที่หญิงสาวล้มหัวคะมำที่โรงแรม แต่แล้วภาพของพนักงานสาวที่ล้มเมื่อกลางวันในห้องอาหารก็แทรกเข้ามาทันที ชายหนุ่มรีบสะบัดหัวเอาภาพนั้นออก เข้ามาเกี่ยวกับภาพของคุณฮันนี่ได้อย่างไรกัน ?
       เย็นนี่ว่างนี่นา...นึกได้อย่างนั้นคุณคุณชายก็หันมาเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเอง เลือกเบอร์ของคนที่เขานึกถึงแล้วกดโทรออกทันทีตามเสียงที่หัวใจสั่ง รอเวลาที่ปลายสายรับ...เขาจะชวนเธอไปดินเนอร์เย็นนี้
       ห่านที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ทางหลังบูธของตัวเองถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบคว้ามันขึ้นมาดูรายชื่อคนโทรเข้าแล้วก็ต้องตาโตด้วยความตกใจ ความง่วงมลายหายไปในอากาศเป็นปลิดทิ้ง หญิงสาวหันซ้ายแลขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นก่อนจะกดรับสายแล้วแอ๊บเสียงสวยเป็นคุณฮันนี่ทันที
       “สวัสดีค่ะ...คุณคุณชาย” หญิงสาวเลือกที่จะเป็นฝ่ายทักทายก่อน  
       “นี่คุณฮันนี่เม็มเบอร์ผมไว้ด้วยเหรอครับ ?” คุณคุณชายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดีใจไม่น้อย
       “ก็เราเป็นคนรู้จักกัน มีเหตุผลอะไรที่ฮันนี่ต้องไม่เม็มชื่อชื่อของคุณคุณชายไว้ด้วยล่ะคะ” ห่านเล่นสำบัดสำนวนกลับ จำมาจากนิยายที่อ่านเมื่อหลายวันก่อน น่าจะเอามาปรับใช้กับชีวิตจริงได้
       “ผมก็แค่ดีใจน่ะครับ ที่คุณฮันนี่อนุญาตให้ผมเป็นคนในชีวิตของคุณฮันนี่ เอ่อ คือ...เย็นนี้คุณฮันนี่ว่างไหมครับ ผมอยากจะชวนคุณฮันนี่ไปทานดินเนอร์ด้วยกันสักมื้อ” ชายหนุ่มพูดเข้าเรื่องทันที ห่านอึ้งไปเล็กน้อย ใจนึงก็อยากจะตอบรับคำชวนของเขาใจแทบขาด แต่อีกใจเมื่อนึกถึงว่ามันจะเกิดเรื่องวุ่นแค่ไหนหากต้องแอบเอาของในห้างออกไปใช้อีก ยิ่งตอนนี้เรื่องความลับของเธอไม่ได้รู้กันแค่สามคนแล้ว มิหนำซ้ำยังมียายปีโป้คอยจับตามองทุกฝีเก้าอีก
       ในที่สุดห่านก็ตัดสินใจว่าจะตอบปฏิเสธ เธอคิอว่าน่าจะเว้นระยะสักสองสามวันดีกว่า แต่แล้วเหมือนปลายสายจะรู้ทันจึงรีบพูดดักคอขึ้นทันที
       “อย่าปฏิเสธนะครับ ผมถือซะว่าขอทวงบุญคุณที่เก็บมือถือของคุณฮันนี่ไว้ให้ ด้วยการขอเลี้ยงดินเนอร์คุณฮันนี่สักมื้อ ตกลงตามนี้นะครับ เจอกันสองทุ่มที่ล็อบบี้โรงแรมที่เดิม สวัสดีครับ” ชายหนุ่มกดวางสายทันที ห่านพยายามเรียกชื่อชายหนุ่มอีกหลายครั้งแต่เสียงที่ตอบกลับมาคือ...ความเงียบ
       “ตายๆ อีห่านตายแน่งานนี้!” หญิงสาวรีบเดินออกไปหน้าบูธ ฝากงานเพื่อนไว้สักสิบนาที ก่อนจะวิ่งแจ้นลงไปหาเจ๊มะพร้าวที่บิวตี้โซนข้างล่าง 
 
       คุณคุณชายนั่งยิ้มกริ่มอยู่คนเดียวที่โต๊ะทำงาน เขารู้สึกแปลกใจตัวเองไม่น้อยว่าทำแบบนี้ลงไปได้อย่างไรกัน ปกติเขาไม่เคยกดวางสายโดยที่มัดมือชกฝ่ายตรงข้ามเลยสักครั้ง แต่ความรู้สึกของเขาบอกว่าหากไม่ทำแบบนั้น มีหวังคุณฮันนี่ต้องปฏิเสธคำชวนของเขาเป็นแน่...ซึ่งเขายอมไม่ได้และไม่มีวันยอมด้วย
       อยู่ๆ ประตูห้องทำงานของคุณคุณชายก็ถูกเปิดออกอย่างแรงโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัว หญิงสาวในชุดสวยแต่งหน้าจัดเดินอย่างรวดเร็วตรงมาที่หน้าโต๊ะทำงานของเขาแล้วทำหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ
       “ดาหลาไม่ยอมจริงๆ ด้วย ยายเลขาฯ ของคุณคุณชายกล้าดียังไง มาห้ามไม่ให้ดาหลาเข้ามาหาคุณคุณชาย มันไม่รู้เหรอคะว่าดาหลาเป็นใครแล้วมันเป็นใคร” หญิงสาวมาถึงก็แผดเสียงใส่ชายหนุ่มจนเขางงเป็นไก่ตาแตก เลขาฯ หน้าห้องของชายหนุ่มวิ่งตามเข้ามาอย่างกระชั้นชิด เธอก้มหัวเล็กน้อยเป็นเชิงขอโทษคุณคุณชายที่วิ่งเข้ามาโดยพลการ
       “ขอประทานโทษค่ะ คือดิฉันห้ามคุณดาหลาแล้ว แต่เธอไม่ฟัง”
       “ไม่เป็นไรครับ คุณออกไปเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง” คุณคุณชายบอกกับเลขาฯ สาวอย่างสุภาพ หญิงสาวก้มตัวน้อมรับก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของเจ้านายไป 
       “ใจเย็นๆ ก่อนนะครับคุณดาหลา เชิญนั่งก่อนครับ คือผมสั่งคุณเลขาฯ ไว้เองครับว่าถ้าใครจะพบให้เข้ามารายงานผมก่อน บังเอิญช่วงนี้ผมงานค่อนข้างยุ่งน่ะครับเลยไม่ค่อยสะดวกรับแขก” ชายหนุ่มอธิบาย
       “รวมถึงดาหลาด้วยหรือเปล่าที่คุณคุณชายไม่อยากต้อนรับ”
       “เปล่าครับเปล่า แล้วคุณดาหลามาหาผมถึงที่นี่มีธุระอะไรด่วนหรือเปล่าครับ อันที่จริงโทรมาก็ได้นะครับจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเดินทาง” เขาบอกพลางยิ้มสุภาพแม้ใจจริงจะนึกรำคาญหญิงสาวอยู่ไม่น้อยก็ตาม
       “ดาหลาไม่มีธุระอะไรหรอกค่ะ” หญิงสาวพูดจบประโยคนี้ก็เดินไปหาคุณคุณชายอย่างถึงเนื้อถึงตัว เธอหย่อนก้นนั่งลงบนที่วางแขนของเก้าอี้ตัวที่ชายหนุ่มนั่งอยู่ ก่อนจะใช้มือลูบไล้ที่ใบหน้าของเขาอย่างยั่วยวน “ดาหลาก็แค่อยากชวนคุณคุณชายไปดินเนอร์กับดาหลา บังเอิญเพื่อนดาหลาเปิดร้านอาหารฝรั่งเศสแถวๆ ทองหล่อ ดาหลาเลยอยากลองให้คุณคุณชายไปทานเป็นเพื่อนดาหลา...ไปนะคะ” เธอทำเสียงออดอ้อน พยายามส่งสายตาหวานให้ชายตรงหน้า คุณคุณชายพยายามเบี่ยงตัวหลบการลวนลามของดาหลาพร้อมทั้งเอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพเพื่อรักษาน้ำใจ 
       “ไว้โอกาสหน้าดีกว่านะครับคุณดาหลา วันนี้ผมมีนัดแล้วครับ” คุณคุณชายบอก  
       “มีนัดกับใครคะ ?”  ดาหลาเอ่ยถามอย่างหัวเสีย
       “คุณฮันนี่ครับ เอ๊ย...คุณเฮนรี่น่ะครับ เค้าเป็นลูกค้าของบริษัทผม เราต้องไปคุยกันเรื่องพัฒนาสวนน้ำบนห้างให้ทันสมัยและปลอดภัยได้มาตรฐานโลก” ชายหนุ่มอ้างไปเรื่อย เพราะอันที่จริงแล้วคุณเฮนรี่ที่เขาบอกนั้นไม่มีตัวตนและสวนน้ำบนห้างก็ได้มาตรฐานสากลมาตั้งนานแล้ว
      “เหรอคะ ดาหลาไปด้วยได้ไหมคะ ?” หญิงสาวยังไม่ยอมลดละ
      “ผมเกรงว่าจะไม่สะดวกนะครับ เดี๋ยวคุณดาหลาจะเบื่อเสียเปล่าๆ เพราะคุณเฮนรี่นี่ท่านเป็นคนกลิ่นตัวแรงมาก ขนาดนั่งห่างหลายเมตรกลิ่นยังลอยมาแตะจมูกเลยครับ”
      “อี๋...งั้นดาหลาไม่ไปด้วยก็ได้ค่ะ แต่โอกาสหน้าคุณคุณชายห้ามปฏิเสธดาหลาอีกนะคะ” เธอทำเสียงอ้อน คุณคุณชายพยักหน้ารับพร้อมทำท่ายิ้มแหยๆ ให้
       “แน่นอนครับ”
       “งั้นดาหลากลับก่อนนะคะ ไม่กวนเวลางานของคุณคุณชายแล้ว” พูดจบหญิงสาวก็หอมแก้มชายหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว แล้วย้ายก้นออกจากที่เท้าแขนเก้าอี้ของชายคุณคุณก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานไป
       คุณคุณชายอึ้ง...เอามือเช็ดแก้มตัวเองแล้วทำหน้าเบ้
       นี่หรือนางสาวไทยสยาม...ให้ตายสิ!

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น