อัปเดตล่าสุด 2019-05-26 10:59:25

ตอนที่ 8 ตอนที่ 8


       หลังเลิกงานวันนี้ ห่าน เจ๊มะพร้าวและดาวต่างพากันเดินลับๆ ล่อๆ ออกมาหาเอตรงเคาน์เตอร์ตรวจกระเป๋า ดาวเข้าไปซุบซิบอะไรกับเอสักเล็กน้อย ก่อนจะหันมากวักมือเรียกทั้งสองสาวให้เข้าไปสมทบ
       “อีกแล้วเหรอ ติดๆ กันแบบนี้เสี่ยงมากนะ” เอปรามเมื่อรู้ว่าห่านจะเอาของในห้างออกไปใช้อีกแล้ว
       “โอกาสแบบนี้มันไม่ได้มีบ่อยๆ นะคะน้องเอ เจ๊สัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ทำบ่อยๆ อีกแล้ว โอเคป่ะ ?” เจ๊มะพร้าวทำสีหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์พร้อมทั้งใช้ศอกกระทุ้งที่ท้องน้อยของดาวให้ช่วยพูดอีกแรง    
       “ใช่ๆ นึกว่าสงสารยายห่านเถอะ มันรักของมันจริงๆ นะเอ ไม่อย่างนั้นไม่ยอมเอาตัวเข้าเสี่ยงแบบนี้หรอก”
      เอนิ่งไปชั่วครู่อย่างใช้ความคิดก่อนจะพยักหน้ารับอย่างอ่อนใจ
       “ก็ได้ครับ ยังไงก็ระวังตัวด้วยแล้วกัน หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง ถ้ามีใครจับได้มีหวังถูกเนรเทศออกกันยกแก็ง”
       “จ้ะ ขอบใจมากนะเอ” ห่านบอกอย่างซึ้งใจ ก่อนจะพากันออกมาจากที่ตรงนั้น หามุมสงบๆ ตกลงนัดแนะกันตามระเบียบโดยไม่รู้เลยว่ากำลังมี ‘บุคคลภายนอก’ กำลังจับตามองอยู่อย่างเงียบๆ
       “เอาล่ะน้องห่าน ทำตามที่เราตกลงกันไว้นะ ที่สำคัญอย่าลืมกำชับน้องบื้อของเจ๊ด้วยว่าห้ามเอาเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด” เจ๊มะพร้าวทำเสียงจริงจัง ห่านพยักหน้ารับ
       “เอ้า...แล้วนี่ของ รักษาให้ดีล่ะแก” ดาวยื่นกระเป๋าที่ใส่ชุดและรองเท้าให้เพื่อน ห่านพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้นเพื่อไปให้ทันนัดกับคุณคุณชาย ทั้งสองมองตามห่านไปแล้วถอนหายใจเฮือก
       “เจ๊ว่าเรื่องมันชักจะไปกันใหญ่แล้วนะ...ชักจะไม่สนุกแล้วสิยายดาว”
       “มันไม่สนุกตั้งแต่แรกแล้วล่ะเจ๊ เอากันจริงๆ เลยนะ หนูไม่เห็นด้วยกับการปลอมตัวเป็นคุณหนูตั้งแต่แรกแล้ว ถึงแม้ยายห่านจะรักจะชอบคุณคุณชายมากแค่ไหน แต่เจ๊ไม่นึกเหรอว่าถ้าจะให้คนที่รักเรามารักเราในแบบที่เราเป็นคนอื่น เราจะมีความสุข แล้วถ้าวันหนึ่งคุณคุณชายรู้ว่าหญิงสาวผู้งามสง่านั้นเป็นเพียงพนักงานขายรองเท้าต็อกต๋อย เค้าจะรับได้เหรอเจ๊  นี่มันไม่ใช่เรื่องในนิทานนะที่เจ้าชายจะยอมรับหญิงสาวคนใช้ได้เมื่อรู้ว่าเธอเป็นคนคนเดียวกับเจ้าหญิงรูปงามที่เต้นรำด้วยเมื่อคืน นี่คือชีวิตจริง หนูว่าผู้ชายร้อยละเก้าสิบเก้าจุดเก้ารับไม่ได้หรอกที่รู้ว่าตัวเองถูกหลอกมาตลอด” ดาวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง 
       “แต่เรื่องมันเลยเถิดมาขนาดนี้แล้ว มันก็เหมือนขี่หลังเสือแล้วลงยากน่ะ ขืนถอยหลังตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ก็ได้แต่ภาวนาว่าขอให้คุณคุณชายเป็นเหมือนเจ้าชายในนิยาย หรือเป็นผู้ชายศูนย์จุดศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็แล้วกัน” เจ๊มะพร้าวพูดจบก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
       “เพราะเจ๊นั่นแหละ...เป็นตัวยุยง”
       “เอ๋าอีนี่...มาโยนขี้ให้กันแล้วไหมล่ะ แกก็ด้วยแหละอีนังน้องดาว” เจ๊มะพร้าวไม่ยอม ดาวเชิดใส่
       ปีโป้ที่แอบฟังอยู่ถึงกับขมวดคิ้ว ตอนนี้เธอค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าสามสาวกำลังทำการบางอย่างเกี่ยวกับห่าน คุณคุณชาย  และการหลอกลวง เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าสามสาวนี้มาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไรก็เท่านั้น
 
       นึกเหรอว่าคนอย่างดาหลาจะเชื่ออะไรง่ายๆ!
       หญิงสาวสวมแว่นดำนั่งอยู่บนรถของตัวเอง สายตาคอยจับจ้องที่ประตูกระจกของลานจอดรถ รอเวลาที่คุณคุณชายจะเดินออกมาจากตึกสำนักงานใหญ่ และแล้วเวลานั้นก็มาถึง ชายหนุ่มเดินถือเสื้อสูทออกมาด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ เขาล้วงหยิบกุญแจรถยนต์คันงามที่จอดห่างจากรถของดาลาไม่กี่ช่องขึ้นมากดปลดล็อคแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่ง ก่อนจะขับรถออกไปจากบริเวณนั้น
       ดาหลาเร่งเครื่องขับตามออกไปอย่างห่างๆ เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าคุณคุณชายจะไปไหน แล้วคุณเฮนรี่ที่เขาอ้างมีตัวตนหรือเปล่า ถ้าไม่มี ชายหนุ่มกำลังนัดกับใครที่ไหน คนคนนั้นมีความสำคัญยังไงถึงขนาดทำให้คุณคุณชายสุดเพอร์เฟคท์กล้าที่จะโกหกคำโตกับหญิงสาวรูปงามอย่างดาหลา

       ห่านมาถึงก่อนเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง หญิงสาวสวมชุดกระโปรงยาวสีเขียวมรกต ดูโอเวอร์เกินไปนิดสำหรับการทานดินเนอร์มื้อแรกระหว่างเธอกับคุณคุณชาย แต่ในเมื่อดาวจัดการเลือดชุดนี้มาให้ เธอก็ไม่อาจปฏิเสธ 
       บริกรนำน้ำส้มคั้นมาเสิร์ฟให้ห่านพร้อมกับบิลเก็บเงิน หญิงสาวหยิบมาดูแล้วตาโต แทบอยากจะขอคืนน้ำส้มแก้วนั้นให้บริกรนำไปเทลงขวดตามเดิม น้ำส้มบ้าอะไรแก้วละสองร้อย แถวบ้านฉันขวดละสิบบาท!
       “สองร้อยเหรอคะ ?” ห่านเอ่ยถาม บริกรหนุ่มโค้งตัวแล้วพยักหน้ารับ หญิงสาวหน้าเจื่อนทันที ก่อนจะล้วงเงินในกระเป๋าสองร้อยบาทขึ้นมาวางลงบนบิลใบนั้น  บริกรหนุ่มยังยิ้มหวานยึกยัก ไม่ยอมรับเงินไปจนห่านต้องเอ่ยปาก “ก็...สองร้อยไงคะ”
       “แค่นี้เหรอครับ...ไม่มีทิปเหรอครับ?”  บริกรหนุ่มพูดตรงๆ ห่านทำหน้าเหวอทันที
       “สองร้อยนี่น่าจะรวมเซอร์วิสชาร์ตแล้วนะคะ เอ๊ะ...หรือยัง เดี๋ยวให้ฉันเรียกผู้จัดการมาถามดีไหมคะ ?”
       “อ้อ...รวมแล้วครับ ไม่ต้องให้ทิปแล้วครับ” พูดจบชายหนุ่มก็รีบรับเงินแล้วเดินออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว ห่านมองตามแล้วแอบจิกตาใส่ หนอย...จะมารีดเลือดจากปูเหรอยะ ไม่มีทางหรอกย่ะ!
       เพียงอึดใจเดียว คุณคุณชายก็เดินตรงเข้ามาหาห่าน ชายหนุ่มยิ้มหวานทักทายเธออย่างสุภาพ ห่านลุกขึ้นสวัสดีคุณคุณชายอย่างมีมารยาทเช่นกัน
       “สวัสดีครับคุณฮันนี่ รอนานไหมครับ ผมต้องขอโทษจริงๆ นะครับที่มาสาย รถติดมากเลยครับวันนี้” เขาบอกอย่างเกรงใจ
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถือว่าเราเสมอกัน คราวที่แล้วห่าน เอ้ย...ฮันนี่มาสาย คราวนี้คุณคุณชายมาสายบ้าง” ห่านบอกแล้วอมยิ้ม จ้องหน้าชายหนุ่มที่ยิ้มแย้มแล้วหวั่นไหว ผู้ชายอะไรหาที่ติไม่ได้เลยจริงๆ
       “ตกลงครับ เราเสมอกัน” คุณคุณชายบอกก่อนจะเอ่ยปากชวน “งั้นเดี๋ยวเราขึ้นไปทานอาหารกันข้างบนกันนะครับ มีร้านอาหารประจำของผม รับรองว่าคุณฮันนี่ต้องชอบแน่นอนครับ” ชายหนุ่มพูดเข้าเรื่อง ห่านพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามคุณคุณชายขึ้นลิฟต์ไปยังร้านอาหารที่ชายหนุ่มบอก
       ดาหลาที่แอบสะกดรอยตามมาถึงกับปรี๊ดแตก อยากจะเข้าไปกระชากหัวของหญิงสาวคนนั้นมาตบ ตบ ตบและตบให้หน้าหงาย หนอย...แกเป็นใครกันยะ ฉันไม่ยอมให้แกคาบเหยื่อของฉันไปง่ายๆ หรอก! ว่าแล้วหญิงสาวก็ไปหยุดยืนที่หน้าลิฟต์ มองดูตัวเลขที่ปรากฏอยู่ เมื่อระบุพิกัดแน่ชัดแล้วว่าทั้งคู่ไปที่ชั้น 32 ดาหลาไม่รอช้า กดลิฟต์ไปที่ชั้น 32 เช่นกัน
       สนุกแน่งานนี้!
 
       บริกรเดินนำห่านและคุณคุณชายตรงมายังโต๊ะที่ถูกจองไว้ คุณคุณชายรีบเดินอ้อมมาเลื่อนเก้าอี้ให้ห่านอย่างเอาใจ หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลง เมื่อเห็นว่าเรียบร้อยแล้ว คุณคุณชายก็เดินกลับไปนั่งที่ของตัวเอง โต๊ะพิเศษโต๊ะนี้ตั้งอยู่ในมุมที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนได้อย่างทั่วถึง ทางด้านหนึ่งเป็นโค้งของแม่น้ำเจ้าพระยา ตึกรามบ้านช่องที่เปิดไฟราวกับดวงดาวบนฟากฟ้าที่ส่องแสงประกายระยิบระยับดั่งยกท้องฟ้ามาไว้ตรงหน้าของคนทั้งคู่
       บริกรหนุ่มส่งเมนูให้กับห่านและคุณคุณชาย หญิงสาวเปิดดูแล้วทำหน้าเหวอ มันเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ไม่มีซับไตเติ้ลให้ฉันบ้างเลยเหรอ แล้วแบบนี้ฉันจะสั่งอะไรได้ล่ะนี่...ห่านนึกในใจ
       “ทานอะไรดีครับคุณฮันนี่ ร้านนี้อร่อยทุกเมนูเลยครับ รสชาติเหมือนสาขาใหญ่ที่นิวยอร์ก” คุณคุณชายแนะนำ ห่านยิ้มแหยๆ ก่อนจะยกเมนูขึ้นปิดหน้าแล้วอยากร้องไห้
       “คุณคุณชายมีอะไรแนะนำฮันนี่ไหมคะ?” หญิงสาวถามกลับเพราะไม่รู้ว่าจะสั่งอะไร มีผัดกะเพราไหมคะ...อยากกินกะเพราหมูสับคลุกข้าวไข่ดาวไม่สุกค่ะ!
       “ถ้าอย่างนั้นลองทานอะไรเบาๆ ท้องก่อนดีไหมครับ เช่น พวกสลัด”
       “ดีเลยค่ะ”
       “ถ้าอย่างนั้นของคุณผู้หญิงของเป็น Buffalo mozzarella and tomato salad with Serrano ham and rocket leaves แล้วกันนะครับ ส่วนของผมขอเป็น Red wine risotto with duck liver ครับ” คุณคุณชายหันไปสั่งกับบริกร เขาก้มตัวน้อมรับออเดอร์แล้วจดลงในกระดาษแผ่นน้อยในมือ
       “รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ ?” บริกรเอ่ยถาม
       “คุณฮันนี่ทานไวน์หรือเปล่าครับ ?”
       “ทานค่ะ” หญิงสาวตอบรับพลางพูดกับตัวเองในใจ ที่เคยน่ะหมายถึงไวน์ขวดละไม่กี่สิบในเซเว่นฯ นะคะ
       “ถ้าอย่างนั้นขอ Corton Charlemagne, Grand Cru, Joseph Drouhin ปี 2001 ครับ”
       เมื่อสั่งอาหารเสร็จ ทั้งคู่ก็หันหน้าไปมองวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ ผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่กว้างจากพื้นจรดเพดานร้าน ทำให้เหมือนกับว่าเขาทั้งสองกำลังนั่งบนโต๊ะที่ลอยอยู่กลางอากาศ
       “สวยจังเลยนะครับ”  ชายหนุ่มบอกพลางหันมาจ้องห่าน หญิงสาวที่กำลังมองไปทางวิวกรุงเทพฯ รีบพยักหน้ารับ
       “ค่ะ สวยมากเลยค่ะ”
       “วิวกรุงเทพฯ ผมก็ว่าสวย แต่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมก็สวยไม่แพ้กันนะครับ” เจอประโยคนี้ของคุณคุณชายเข้าไป ทำเอาห่านถึงกับรีบหันหน้ามามองคู่สนทนา พยายามตั้งสติถามตัวเองว่าหูของเธอไม่ได้ผิดเพี้ยนไปจนได้ยินอะไรที่เข้าข้างตัวเองใช่ไหม
       “เมื่อกี้คุณคุณชายว่าอะไรนะคะ ?” ห่านถามย้ำ ชายหนุ่มรู้สึกตัวว่าเผลอพูดความในใจออกไปจึงรีบกลบเกลื่อนคำพูดของตัวเองทันที
       “เอ่อ...เปล่าครับ ไม่มีอะไรครับ” ยังไม่ทันได้สนทนาต่อ บุรุษหนุ่มในชุดทักซิโด้ก็เดินเข้ามาโค้งคำนับเพื่อเป็นการขออนุญาตเล่นไวโอลินให้กับแขกวีไอพี คุณคุณชายพยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต ชายหนุ่มคนนั้นจึงบรรเลงเพลงหวานซึ้งขับกล่อมคนทั้งคู่ ช่วยเพิ่มบรรยากาศให้โรแมนติกมากขึ้นไปอีก “เพลงเพราะนะครับ”
       “ค่ะ” ห่านยิ้มเขินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ในชีวิตของผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ใครจะไปคิดฝันว่าจะมีเจ้าชายมาอยู่ตรงหน้า มาสบตามาทำซึ้ง แม้แต่ความฝัน หญิงสาวยังไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลย เพียงอึดใจเดียว บริกรก็นำไวน์และอาหารมาเสิร์ฟที่โต๊ะ ห่านมองอาหารตรงหน้าแล้วขมวดคิ้ว มันไม่ยักเหมือนสลัดตักเป็นขีดๆ ที่ขายตามตลาดนัด สลัดในชามใบโตมีชีสกลมๆ สีขาวๆ วางกลับกับมะเขือเทศฝานบางๆ ตรงกลางมีผักสลัดที่ไม่ค่อยเคยได้เห็นตั้งสูงราวกับประภาคารดูหรูหราเสียจนไม่กล้าแตะต้อง
       “เชิญเลยครับคุณฮันนี่”
       “ค่ะ” หญิงสาวตอบรับ ก่อนจะใช้มีดตัดชีสก้อนสีขาวนั้นออกเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำเข้าปากเพื่อละเลียดรส ทันทีที่ได้สัมผัสรสชาติของมัน หญิงสาวถึงกับตาโตด้วยความทึ่งในความอร่อย กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนนมและรสเค็มมันของชีสเข้ากับมะเขือเทศที่ออกเปรี้ยวหวานได้เป็นอย่างดี
       “เป็นยังไงบ้างครับ รสชาตืดีอย่างที่ผมบอกไหม ?”
       “ค่ะ รสชาติดีมากเลยค่ะ ฮันนี่ไม่เคยทานมาก่อน” หญิงสาวเผลอบอก ก่อนจะรู้สึกตัวรีบแก้ประโยคที่พูดอออกไป “ฮันนี่หมายถึงไม่เคยทานที่ร้านนี้มาก่อนน่ะค่ะ”
       “เหรอครับ ร้านนี้เค้าใช้นมจากควายมาทำชีสน่ะครับ รสชาติเลยดูอร่อยเป็นพิเศษ” ได้ยินจากชายหนุ่มว่าเป็น ‘นมควาย’ ทำเอาห่านถึงกับอยากจะขย้อนเอาสิ่งที่ยัดเข้าปากไปออกมาเสียให้ได้ อะไรกัน...นี่ฉันอดอยากถึงขนาดต้องกินนมควายแล้วเหรอ! “นมควายนี่ดีนะครับ มีโปรตีนสูงกว่านมวัว คอเลสเตอรอลต่ำ กำลังเป็นที่นิยมของชาวต่างชาติเลยครับ น่าแปลกที่คนไทยกลับคิดว่าทานนมควายแล้วโง่ ซึ่งมันไม่จริงเลย”
       “เอ่อ...ค่ะ” ห่านยิ้มเจื่อนๆ จำใจฝืนกินอาหารตรงหน้าต่ออย่างไม่มีทางเลือก แม้จะอร่อย แม้จะมีคุณประโยชน์มากกว่า แต่การต้องมารับรู้ว่ากำลังกินนมควาย มันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจได้กับสิ่งที่ไม่เคยกินมาตลอดชีวิต
       “ลองทานของผมหน่อยสิครับ นี่เป็นข้าว risotto เป็นข้าวสายพันธุ์อิตาเลี่ยนผัดกับไวน์แดง รสชาติดีทีเดียวครับ” ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มใช้ช้อนตักข้าวในจานของตัวเองแล้วยื่นมาตรงหน้าของห่าน หญิงสาวจะรับช้อนจากชายหนุ่มแต่เขาชักมือกลับ “เดี๋ยวผมป้อนนะครับ”
       ป้อน ? เขาจะป้อนฉัน!
       “จะดีเหรอคะ ?” ห่านถามย้ำอีกครั้ง คุณคุณชายไม่ตอบอะไรแต่พยักหน้ารับเป็นเชิงว่าดี หญิงสาวหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงก่อนจะอ้าปาก แต่แล้วอยู่ๆ หญิงสาวคนหนึ่งก็เดินมาขัดจังหวะ ทำให้ชายหนุ่มชักมือกลับโดยที่ห่านงับเอาอากาศเข้าไปเต็มๆ
       “อุ๊ย...บังเอิญจังเลยค่ะคุณคุณชาย ไม่นึกว่าจะได้มาเจอที่นี่” ดาหลาบอกพลางแสดงท่าทางว่าบังเอิญจริงๆ แต่หางตากลับเหลือบไปจิกผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามชายหนุ่มอย่างเอาเรื่องไม่น้อย
       “เอ่อ...สวัสดีครับคุณดาหลา มาที่นี่ได้ยังไงครับ” คุณคุณชายหน้าเจื่อน ไม่รู้จะบอกกับดาหลาว่ายังไง เพราะเขาดันโกหกไว้ว่าจะมาทานข้าวกับคุณเฮนรี่ที่ไม่มีตัวตน
       “ดาหลาแวะมาหาเพื่อนแถวนี้น่ะค่ะ เลยอยากมาหาอะไรทาน แล้วนี่เหรอคะคุณเฮนรี่ที่คุณคุณชายบอก ดาหลาก็นึกว่าเป็นผู้ชาย” พูดจบดาหลาก็มองห่านตั้งแต่หัวจรดเท้า ห่านกำลังมึนๆ กับเหตุการณ์ตรงหน้าจึงไม่ทันได้โต้ตอบอะไร 
       “คือคุณเฮนรี่แคลเซิ่ลน่ะครับ ผมเลยออกมากับคุณฮันนี่...คุณฮันนี่ครับ นี่คุณดาหลา คุณดาหลาครับ...นี่คุณฮันนี่” คุณคุณชายถือโอกาสแนะนำให้คนทั้งคู่รู้จักกัน ห่านลุกขึ้นเผชิญหน้ากับหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่กลัวเกรง เช่นเดียวกับดาหลา ดวงตาของเธอแทบจะถลนออกมาจากเบ้าในขณะที่ปากยิ้มแย้มทำราวกับยินดีที่ได้เจอเพื่อนใหม่
       “สวัสดีค่ะคุณฮันนี่...ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” หญิงสาวยื่นมือไปตรงหน้าเพื่อทักทายตามธรรมเนียมสากล แต่ในใจกลับคิดว่าเมื่อห่านยื่นมือมาจับเธอจะแอบเอาเล็กจิกให้เนื้อเขียวเชียว  แต่ห่านรู้ทันเพราะดูละครบ่อย หญิงสาวเลือกที่จะยกมือไหว้แทน ดาหลาหน้าแตก รีบชักมือกลับทันที 
       “สวัสดีค่ะคุณดาหลา ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันนะคะ ฉันได้ดูการประกวดนางสาวไทยสยามของคุณด้วย คุณสวยมากเลยค่ะ”
       “อ๋อ...แน่นอนค่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ตำแหน่ง” เมื่อรู้ตัวว่าพูดไม่งามจึงแสร้งทำเป็นเรื่องขบขันไปเสีย “...ล้อเล่นน่ะค่ะ”
       “แล้วนี่คุณดาหลามาคนเดียวเหรอครับ ?” คุณคุณชายเอ่ยถาม ดาหลาแสร้งทำหน้าเศร้าก่อนตอบ
       “ค่ะ เพื่อนดาหลาดันไม่ว่าง ดาหลาเลยต้องมาดินเนอร์คนเดียว น่าเศร้าจังเลยนะคะ”
       “ถ้าไม่รังเกียจ มาร่วมโต๊ะกับเราสิคะ” ห่านเป็นฝ่ายเชื้อเชิญเสียเองเพราะรู้สึกว่าเรื่องที่ดาหลาพูดมาไม่ใช่เรื่องจริง ถึงแม้จะไม่เชื้อเชิญให้ร่วมโต๊ะ แต่ถึงยังไงผู้หญิงอย่างดาหลาก็คงต้องมีเหตุผลหาเรื่องมานั่งด้วยจนได้
       “อุ๊ย...จะดีเหรอคะ ดาหลาเกรงใจ”
       “ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ” ห่านยิ้มตอบพลางพูดต่อในใจ “...เพราะคนอย่างเธอคงสะกดคำนี้ไม่เป็น!”
       “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจนะคะ นี่เธอ...ไปเอาเก้าอี้มาให้ฉันสิ ยืนทำหน้าโง่อยู่ได้” ดาหลาหันไปแว้ดใส่บริกรที่ยืนอยู่ ชายหนุ่มโค้งตัวคำนับก่อนจะรีบวิ่งไปยกเก้าอี้มาให้ดาหลานั่งอย่างรวดเร็ว 
       “คุณดาหลาทานอะไรดีครับ ?” คุณคุณชายเอ่ยถาม
       “ดาหลาขอไวน์ก่อนแล้วกันค่ะ” หญิงสาวบอกกับคุณคุณชาย ชายหนุ่มจึงหันไปบอกกับพนักงานให้นำไวน์ที่เขาสั่งไว้มาเสิร์ฟให้หญิงสาว “แหม...ดาหลาก็อยู่ในสังคมชั้นสูงมานาน ไม่ยักจะเคยเจอคุณฮันนี่เลยนะคะ”
       “บังเอิญฮันนี่เพิ่งกลับมาจากอเมริกาน่ะค่ะ เลยยังไม่ค่อยได้ไปที่ไหน” ห่านบอก
       “อุ๊ย...อเมริกาเหรอคะ ดาหลาไปช็อปที่นิวยอร์กบ่อยนะคะ นี่ทางนั้นก็ติดต่อให้ดาหลาไปถ่ายแบบแต่ดาหลายังไม่ว่างเลยค่ะ ติดภารกิจนางงาม ว่าแต่คุณฮันนี่อยู่รัฐอะไรคะ ?”
       “รัฐเท็กซัสค่ะ”
       “อ๋อ เหรอคะ นึกว่ารัฐเสียมเรียบ อุ๊ย...ดาหลาล้อเล่นค่ะ” เธอเอามือปิดปากหัวเราะเสียงสูง ห่านยิ้มแต่ในใจอยากจะกระโดดไปคร่อมตัวของดาหลาแล้วตบสักฉาด...นี่แกกล้ามาจิกฉันเหรอ!
       “ท่าทางคุยกันถูกคอนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปโทรศัพท์สักครู่นะครับ เดี๋ยวมาครับ” คุณคุณชายบอกกับสองสาว ห่านและดาหลาพยักหน้ารับ มองจนชายหนุ่มเดินหายไปที่มุมหนึ่งของร้านจึงเริ่มเปิดศึกสงครามกันอย่างโจ่งแจ้ง
       “นี่หล่อนไม่รู้เหรอว่าคุณคุณชายเป็นของใคร” อยู่ๆ ดาหลาก็เปลี่ยนน้ำเสียงแอ๊บใสเป็นนางมารร้ายทันที จากสรรพนามที่เคยเรียกว่าคุณฮันนี่อย่างนั้นคุณฮันนี่อย่างนี้กลับกลายเป็น ‘หล่อน’ แทน
       “อ้อ...ไม่รู้หรอกค่ะ ไม่เห็นมีใครเขียนป้ายแขวนเอาไว้” ห่านบอกพลางตักชีสนมควายเข้าปาก ยี้...แหวะ!
       “งั้นก็รู้ไว้ซะว่าคุณคุณชายน่ะของฉัน อย่ามาทำตัววุ่นวายให้ท่า แล้วหล่อนจะได้เห็นฤทธิ์ของฉันว่าน่ากลัวแค่ไหน” ดาหลาขู่พลางถลึงตาใส่ ห่านเอามือปิดปากแล้วหัวเราะสียงแหลมเลียนแบบ
       “แค่เห็นหน้าฉันก็รู้แล้วล่ะค่ะว่าคุณดาหลาน่ะร้ายแค่ไหน ยี่ห้อมันบอก!”
       “นี่แกกล้ามาต่อปากต่อคำกับฉันเหรอนังฮันนี่” ดาหลาเริ่มเดือดขยันสรรพนามจาก ‘หล่อน’ มาเป็น ‘แก’ เสียเล้ว
       “มีเหตุผลที่ต้องไม่กล้าด้วยเหรอคะคุณแบหลา อุ้ย...ขอโทษค่ะ คุณดาหลา!” ห่านย้อนกลับ ทำเอาดาหลาถึงกับถลึงตาโตอ้าปากกำลังจะร้องกรี๊ดแต่ห่านพูดดักคอไว้ “อุ๊ย...ร้องกรี๊ดแบบผีเปรตในที่สาธารณะแบบนี้ไม่งามเลยนะคะ อย่าลืมสิว่าคุณดาหลากำลังกำลังดำรงอยู่ในตำแหน่งอันทรงเกียรติ ขืนมาทำตัวต่ำๆ ในนี้มีหวังได้มีคนเอาไปเขียนข่าวซุบซิบกันแน่ๆ รักษาภาพหน่อยนะคะ”
       “แก...แก...แกมันร้ายกว่าที่ฉันคิดอีกนะนังฮันนี่”
       “โอ๊ะ...ที่คุณคิดไว้ยังไม่ได้เสี้ยวของความร้ายที่ฉันมีเลยค่ะ” พูดจบห่านก็หัวเราะร่วน ดาหลาสุดจะทน คว้าแก้วไวน์ขึ้นมาสาดใส่ห่าน ดีที่หญิงสาวเอี้ยวตัวหลบทัน ชุดนี้ยืมเค้ามานะยะ เปื้อนไปฉันรูดบัตรอิออนหัวโตแน่!
       “มุกเก่าๆ น่ะค่ะ ไอ้ที่พอโกรธแล้วเอาน้ำสาดใส่กันน่ะ ละครเรื่องไหนๆ ก็ทำ บังเอิญฉันเป็นคอละครเสียด้วยสิเลยรู้ทัน แผนการอันชั่วร้ายของคุณดาหลาเร็วไปหน่อย ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ อ้อ ลองทานชีสนมควายหน่อยไหมคะ  เห็นคุณคุณชายบอกว่ามีโปรตีนสูงกว่านมวัว เผื่อมันจะช่วยพัฒนาสมองของคุณดาหลาให้คิดแผนการร้ายๆ ได้แปลกแหวกแนวขึ้น” เจอประโยคนี้เข้าทำเอาดาหลาปรี๊ดแตก พุ่งถลาเข้าคร่อมห่านแล้วเงื้อมมือจะตบแต่ห่านจับมือของดาหลาไว้
       “ปากดีนัก เอาเลือดปากออกมาดูสิว่ามันเป็นสีอะไร”
       “ก็คงสีแดงเหมือนคนอื่นๆ แหละค่ะ แต่ของคุณดาหลาฉันไม่รู้ ไม่แน่อาจเป็นสีดำเหมือนจิตใจที่สกปรก!”
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...”
       แล้วทั้งคู่ก็เริ่มตบตีกันด้วยความชุลมุน ผลัดกันคร่อมผลัดกันรุกผลัดกันรับ ผู้คนบริเวณนั้นต่างตกตะลึงแตกฮือออกไปกันคนละทิศคนละทาง ขนาดบริกรหนุ่มหล่อล่ำยังไม่กล้าเข้าไปห้ามกลัวว่าจะโดนลูกหลงเข้าให้ คุณคุณชายที่โทรศัพท์เสร็จพอดีเดินเข้ามาเห็นเหตุการณ์ก็ตกใจ ห่านเหลือบไปเห็นคุณคุณชายกำลังเดินตรงเข้ามาก็รีบทำมือไม้อ่อน ยอมเป็นฝ่ายรับลูกตบของดาหลาแทน(จากที่เป็นฝ่ายคร่อมอยู่แล้วกำลังระดมลูกตบไม่ยั้ง!)
       “หยุดนะ เกิดอะไรขึ้นครับเนี่ย ?” ชายหนุ่มรีบไปล็อคตัวดาหลาที่กำลังตบไม่ลืมหูลืมตาออกจากห่าน หญิงสาวยิ่งดิ้นพราดพลางส่งเสียงร้องกรี๊ดๆ จนไม่เหลือภาพนางสาวไทยสยามเลยแม้แต่นิดเดียว
       “ปล่อยนะคะคุณคุณชาย ดาหลาจะตบมัน ปากดีนัก”
       “ฮันนี่ขอโทษนะคะ ฮันนี่ขอโทษที่ไม่เคยรู้ว่าคุณคุณชายเป็นของคุณดาหลา แต่คุณดาหลาไม่เห็นต้องทำร้ายฮันนี่ขนาดนี้ก็ได้”ห่านบีบน้ำตากระซิก มาร้ายกับฉัน...ฉันก็ต้องร้ายตอบ!
       “อะไรนะครับ ใครเป็นเจ้าของใคร ผมงงไปหมดแล้ว” คุณคุณชายขมวดคิ้วด้วยความสงสัย 
       “ก็คุณดาหลามาบอกกับฮันนี่ว่าเธอเป็นเจ้าของของคุณคุณชายน่ะค่ะ ห้ามให้ฮันนี่มายุ่ง แถมยังไล่ฮันนี่กลับด้วยนะคะ บอกว่าถ้าไม่กลับเธอจะตบฮันนี่ แต่ฮันนี่บอกว่าจะขอลาคุณคุณชายก่อน เธอก็ไม่ยอม” ห่านใส่สีตีไข่จนโอเวอร์ ทำเอาดาหลาตาโตตกตะลึงในความสตรอเบอร์แหลของศัตรู
       “ตอแหล! ไม่จริงเลยนะคะ ดาหลาแค่บอกว่าดาหลาเป็นเจ้าของคุณคุณชาย ห้ามมันมายุ่งก็แค่นั้น อุ๊บส์!” ดาหลารีบเอามือปิดปากตัวเอง คุณคุณชายได้ยินดังนั้นก็หัวเสีย
       “ผมไม่ใช่ของของใครทั้งนั้นนะครับ แล้วการที่คุณดาหลามาทำแบบนี้ ผมก็ไม่ชอบเอามากๆ ด้วย ไปครับคุณฮันนี่ เราไปหาที่อื่นทานอาหารกันดีกว่า” ว่าแล้วคุณคุณชายก็คว้ามือของห่านเดินออกไป ห่านหันมาหาฮันนี่แล้วแลบลิ้นใส่ สะใจจริงโว้ยยย...!
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...” ดาหลากรี๊ดอีกครั้งพร้อมคว้ากระเป๋าจะเดินตามคนทั้งคู่ไป แต่บริกรหนุ่มสองนายเดินมาขวางทางไว้ “ถอยไปสิไอ้บ้า...มาขวางฉันทำไม!”
       “ยังไมได้เช็คบิลเลยครับ นี่ครับค่าบริการและค่าเสียหาย” ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามายื่นบิลให้ดาหลา หญิงสาวหยิบมาดูแล้วตาโต อะไรนะ...หมื่นหก! ใครจ่ายก็บ้าแล้ว!
       “ไปตามเก็บคนที่สั่งสิ ฉันไม่เกี่ยว!”
       ดาหลาจะเดินออกไปแต่บริกรหนุ่มยืนขวางไว้อีกครั้ง สายตาที่เคยดูเป็นมิตรกลับดูดุดันขึ้นมาทันที หญิงสาวเดินถอยหลังอย่างไม่มีทางสู้ เธอกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ คอยดูนะ...ฉันจะต้องแก้แค้นแกให้ได้นังฮันนี่
       “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...”
 
       รถคันงามของคุณคุณชายแล่นออกจากโรงแรมแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วประสานเสียงหัวเราะแบบไม่มีเหตุผล ชายหนุ่มกดปุ่มปรับเปลี่ยนรถเก๋งของเขาให้กลายเป็นรถเปิดประทุนเพื่อเปิดรับอากาศดีๆ ในยามค่ำคืน ห่านตื่นตาตื่นใจไม่น้อย ไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะได้นั่งรถหรูๆ แถมทั้งยังมีสารถีเป็นถึงผู้ชายที่แสนจะเพอร์เฟคท์ที่สุดในโลกอีก...นี่มันสววรค์ชัดๆ
       “คืนนี้พระจันทร์สวยนะครับ” ชายหนุ่มหันมาบอกกับห่าน ตอนนี้เขาถอดสูทออและปลดกระดุมเสื้อให้สบายๆ ให้เข้ากับบรรยากาศ
       “ค่ะ อากาศก็ดีมาก” ห่านยิ้มตอบ อยากจะลุกขึ้นยืนบนเบาะเหมือนในละครเกาหลีที่ชอบทำกัน แต่ก็กลัวว่าจะหัวทิ่มจนหล่นไปบนพื้นถนนแล้วถูกสิบล้อเสย...ไม่คุ้มกันเลย
       “คุณฮันนี่เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ ยังไงผมต้องขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย”
       “คุณคุณชายมาขอโทษฮันนี่ทำไมกันคะ มันไม่ใช่ความผิดของคุณคุณชายเสียหน่อย”
       “ผิดสิครับ อย่างแรกที่ผิดก็คือผมไปโกหกคุณดาหลาว่าจะมาทานข้าวกับแขกชาวต่างชาติ ที่ผมบอกไปแบบนั้นไม่ใช่เพราะไม่ให้เกียรติคุณฮันนี่นะครับ แต่เพราะผมไม่อยากให้คุณดาหลาตามผมมา ผมอยากดินเนอร์กับคุณฮันนี่เพียงลำพัง” เขาพูดพลางส่งสายตาหวานฉ่ำ ห่านหลบตาทันควัน โอ๊ย...จะละลายแล้ว! “สองคือ...ผมไม่น่าปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่ผมรู้สึกดีๆ ด้วย”
       “รู้สึกดีๆ ?” ห่านตาโตด้วยความตกตะลึง ปากเอ่ยถามคำถามย้อนกลับอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
       “ครับ แปลกนะครับที่เพียงวูบแรกที่ผมได้เจอคุณฮันนี่ ผมกลับรู้สึกเหมือนเราเคยเจอกันมานานแสน เหมือนเคยได้รู้จักกันมาก่อน หรือมันจะเป็นพรหมลิขิตเหมือนที่คนอื่นเคยว่ากัน” คุณคุณชายเอ่ยถาม ห่านไม่ตอบอะไร ทำได้เพียงแค่ยิ้มรับ ตอนนี้หัวใจของห่านเต้นไม่เป็นจังหวะเสียแล้ว มันเต้นแรงเสียจนแทบจะทะลุออกจากหน้าอกเสียให้ได้
       “คุณฮันนี่เงียบไป เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ?”
       “เปล่าค่ะเปล่า” หญิงสาวรีบปฏิเสธ แต่หลักฐานบนใบหน้าคือแก้มแดงก่ำบ่งบอกว่าเธอกำลังอายสุดขีด
       “ผมอาจพูดมากไปจนคุณฮันนี่รำคาญ  ต้องขอโทษด้วยนะครับ ว่าแต่เมื่อกี้เรายังทานอาหารกันได้ไม่เท่าไหร่เลย คุณฮันนี่หิวหรือเปล่าครับ ?” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ห่านรีบพยักหน้ารับแต่พอรู้ตัวว่าไม่งามจึงเปลี่ยนเป็นส่ายหน้าปฏิเสธทันที
       “ไม่หิวค่ะ” เธอตอบทั้งที่ในใจตะโกนเสียงหลงว่า “หิวจะตายอยู่แล้ววววววว...” แต่เพียงแค่อึดใจ เสียงท้องร้องของห่านก็ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย คุณคุณชายอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ส่วนห่านเองก็ทำได้แค่เพียงยิ้มเจื่อนๆ 
       “ผมว่าเราไปหาอะไรทานกันดีกว่าไหมครับ คุณฮันนี่อยากทานอาหารแบบไหนครับ ?”
       “อาหารญี่ปุ่นดีไหมคะ เดี๋ยวมือนี้ฮันนี่เลี้ยงเอง”
       ไม่กี่นาทีต่อมา บนรถคันหรูของคุณคุณชายก็ถูกปรับเปลี่ยนเป็นโต๊ะอาหารเล็กๆ ที่บรรยากาศรื่นรมย์ไม่น้อยกว่าในโรงแรมระดับห้าดาว ในมือของทั้งสองถือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยคนละถ้วย รอเวลาที่มันสุกได้ที่ คุณคุณชายมองหน้าห่านแล้วหัวเราะร่วน “นี่เหรอครับอาหารญี่ปุ่น ?”
       “ค่ะ คุณคุณชายดูสิคะ มันเขียนว่า made in japan แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่าอาหารญี่ปุ่นได้ยังไงกันคะ” หญิงสาวตอบแล้วหัวเราะประสานเสียงกับเสียงของชายหนุ่ม
       “คุณฮันนี่นี่มีอารมณ์ขันดีนะครับ ผมอยู่ด้วยแล้วสบายใจจัง”
       “ฮันนี่ก็สบายใจเวลาอยู่กับคุณคุณชายเหมือนกันค่ะ”
       “วันเสาร์นี้วันเกิดผม คุณฮันนี่พอจะว่างไหมครับ ผมอยากชวนไปคุณฮันนี่ไปทำบุญ” ชายหนุ่มเอ่ยชวน
       “ได้ค่ะ กี่โมงดีคะ ?” วันเสาร์นี้หยุดพักพอดี มีหรือจะยอมพลาดโอกาสนี้
       “เอาไว้เดี๋ยวผมโทรนัดคุณฮันนี่อีกครั้งนะครับ เดี๋ยวพอเราทานบะหมี่เสร็จผมขออนุญาตไปส่งคุณฮันนี่ที่บ้านนะครับ” คุณคุณชายบอก ห่านตาโตทันที ตายล่ะสิ หากไปส่งที่บ้านมีหวังแผนแตกพอดี ปฏิเสธดีกว่า
       “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฮันนี่กลับแท็กซี่เองดีกว่า”
       “ได้ยังไงกันครับ นี่ก็ดึกดื่นแล้ว ผมไม่ยอมให้คุณฮันนี่กลับบ้านตามลำพังแน่”
       “แต่...”
       “ถ้าคุณฮันนี่ปฏิเสธ แปลว่าคุณฮันนี่รังเกียจผม” เจอมุกนี้เข้าอีกแล้ว ห่านทำได้แต่ยิ้มแหยๆ ให้คุณคุณชาย ก็เขาเล่นไม้นี้จะให้เธอปฏิเสธได้อย่างไรกันล่ะ
       นึกไปนึกมาแล้วก็ยิ้มออก...รู้แล้ว!
 
       ทันทีที่ถึงบ้าน ดาหลาก็เหวี่ยงกระเป๋าถือของตัวเองลงบนโซฟาอย่างหัวเสียก่อนจะแผดเสียงร้องกรี๊ดราวกับโดนน้ำร้อนลวก ภาพใบหน้าของห่านที่ทำท่าเย้ยเยาะอย่างผู้ชนะยังวนเวียนชวนให้หมั่นไส้อยู่ไม่หาย นังนี่มันเป็นใครและกล้าดียังไงมาล้วงคองูเห่าอย่างฉัน
       “แหกปากอะไรของแกยายดาหลา” คุณหญิงเพียงลดาเดินหัวเสียลงมาจากบนบ้าน
       “โอ๊ย...เบื่อ เบื่อๆ ตอนนี้ดาหลาได้ศัตรูใหม่แล้วล่ะแม่ มันชื่อฮันนี่ ร้ายมากกกก…” หญิงสาวเน้นเสียง
       “ไหนเล่ามาให้แม่ฟังซิ”
       ดาหลาจึงได้ฤกษ์เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับผู้เป็นแม่ฟัง แทนที่จะเป็นเดือดเป็นร้อนแทนลูกสาว คุณหญิงเพียงลดากลับหัวเราะร่วนแล้วใช้นิ้วชี้ยันหน้าผากดาหลาอย่างหมั่นไส้ที่แสดงความโง่ออกไปทำให้เสียเรื่อง
       “อะไรกันเนี่ยแม่!” ดาหลาโวย
       “สมน้ำหน้า เพราะความที่แกชอบใช้อารมณ์และไม่ใช้สมองคิดเรื่องมันเลยเป็นแบบนี้ ต่อจากนี้แกจะเข้าถึงตัวคุณคุณชายยากมากว่าเดิมเพราะแกมันโง่ แทนที่จะใช้วิธีแอ๊บใสอย่างที่ฉันสอนก็ไม่ใช้ ดันไปเอานิสัยแบบตัวโกงในละครมา เป็นไงล่ะ พระเอกเลยกระเจิงหนีหายไปแล้ว”
       “อย่าซ้ำเติมได้หรือเปล่าแม่ คนกำลังเครียดๆ” เธอหน้าหงิกเป็นจวัก
       “แล้วยายฮันน่งฮันนี่ที่แกบอกมันเป็นใคร ทำไมคุณคุณชายถึงได้ไปชอบมันได้” คุณหญิงเพียงลดาเอ่ยถาม ดาหลายส่ายหน้าแทนคำตอบ “แกนี่น้า...จะเข้าไปสู้กับศัตรูแต่ดันไม่รู้จุดอ่อนของเขา แบบนี้สู้ยังไงก็แพ้ ทางที่ดีตอนนี้แกต้องแกล้งแอ๊บใสไปขอโทษคุณคุณชายและขอโทษยายฮันนี่นั่น”
       “จะบ้าเหรอแม่ เอาดาหลาไปฆ่าดีกว่าจะยอมก้มหัวให้อีบ้านั่น!”
       “ฉันไม่ได้ให้แกไปก้มหัวให้ยายนั่น เฟคน่ะเฟค รู้จักไหม แกล้งแสดงละครเป็นสาวน้อยผู้แสนดีแล้วพยายามหาจังหวะเหมาะๆ ใส่ไฟทำให้ยายนั่นเป็นตัวร้าย แค่นี้ทุกอย่างก็เรียบร้อย หัวน่ะมีไว้คิด ไม่ใช่มีไว้แค่กั้นหู จำไว้+”ผู้เป็นแม่สั่งสอน ดาหลาเลิกคิ้วสูง...จริงด้วย ในเมื่อยายฮันนี่ใช้มุกนี้กับเธอ จะแปลกอะไรถ้าเธอจะใช้มุกนี้บ้าง
       “ว่าแต่...แม่มีแผนการอะไรหรือเปล่า ?”
       คุณหญิงเพียงลดายิ้มกริ่ม...เป็นรอยยิ้มที่น่ากลัวเหลือเกิน
  
       หลังจากจบมื้ออาหารอันแสนวิเศษของคนทั้งคู่ คุณคุณชายก็ก็ขับรถมาส่งห่านที่หน้าบ้านทรงยุโรปหลังงาม รั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามกั้นอาณาเขตอันกว้างใหญ่ให้เป็นสัดส่วน มองดูจากภายนอกแล้วเนื้อที่ภายในคงกว้างไม่ใช่น้อย
       “นี่บ้านคุณฮันนี่เหรอครับ ?” คุณคุณชายหันมาเอ่ยถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ
       “ค่ะ บ้านฮันนี่เอง”
       “น่าอยู่มากเลยครับ ” เขาเอ่ยชม
       “ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวคุณคุณชายส่งฮันนี่แค่หน้าบ้านก็พอนะคะ คุณหญิงแม่ท่านเป็นคนค่อนข้างหัวโบราณ ถ้าหากเห็นว่าฮันนี่ให้ผู้ชายมาส่งที่บ้านฮันนี่จะโดนดุเอาน่ะค่ะ คุณคุณชายเข้าใจฮันนี่นะคะ” เธอพยายามหาเหตุผลมาอ้าง ก็แหม...จะเข้าไปส่งได้ยังไง บ้านใครก็ไม่รู้ เห็นตั้งอยู่หน้าปากซอยห้องพักของเธอมาตั้งนานแต่ไม่ยักมีคนเข้าออก วันนี้ขออุปโลกน์เป็นบ้านของตัวเองก่อนแล้วกัน
       “เข้าใจครับผมเข้าใจ”
       “ถ้าอย่างนั้นฮันนี่ขอตัวก่อน แล้วยังไงคุณคุณชายก็โทรมานัดอีกทีเรื่องที่เราจะไปทำบุญกันนะคะ” ห่านเอ่ยย้ำ กลัวว่าคุณคุณชายจะลืม ชายหนุ่มพยักหน้ารับ ห่านจึงตั้งท่าจะเปิดประตูรถลงไปแต่ชายหนุ่มกลับจับมือของหญิงสาวไว้
       “เดี๋ยวครับคุณฮันนี่”
       “คะ ?” ห่านยิ้มเขินหน้าแดงก่ำ ทำเหมือนครั้งแรกที่โดนผู้ชายถูกเนื้อต้องตัว
       “วันนี้ผมมีความสุขมากเลยครับ”
       “ฮันนี่ก็มีความสุขค่ะ” ว้าย...ใจง่ายไปหรือเปล่ายายห่าน ไปเออออกตามเค้าทำไม น่าตีปากตัวเองนัก! ทันใดนั้น  คุณคุณชายก็ยกมือของห่านขึ้น ทำท่าเหมือนจะจูบที่หลังมือของหญิงสาวแต่ทว่าห่านรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วโดยอัตโนมัติ แม้จะรักจะชอบ แต่การให้ฝ่ายชายมาทำแบบนี้ในเพียงแค่ไม่กี่วันที่เจอกัน เธอว่ามันง่ายไป
       “ขอโทษนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ชายหนุ่มหน้าเสียทันทีเมื่อเห็นว่าห่านมีทีท่าปฏิเสธรอยจูบนั้นของเขา 
       “ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ ฮันนี่ไม่ได้โกรธ เพียงแค่ฮันนี่เห็นว่ามันยังเร็วไป เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่เท่าไหร่”
       “ครับ แต่ถึงยังไงผมก็ต้องขอโทษคุณฮันนี่จริงๆ น่าตีปากตัวเองนัก” ชายหนุ่มทำท่าจะยกมือขึ้นตีปากตัวเองตามคำพูดแต่ห่านดึงมือของเขาไว้ มองชายหนุ่มด้วยสายตาปลาบปลื้ม นี่ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นอาจจะโกรธที่ถูกหักหน้า แต่กับผู้ชายคนนี้มันไม่ใช่ ห่านยิ้มเพื่อให้เขาสบายใจ ก่อนจะใช้มือของตัวเองแตะที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ แล้วยื่นมือข้างนั้นไปแตะที่แก้มของคุณคุณชาย ชายหนุ่มถึงกับตาโตพูดไม่ออก 
       “ราตรีสวัสดิ์ค่ะคุณคุณชาย เอาไว้เจอกันนะคะ” ว่าแล้วห่านก็เปิดระตูรถลงไป คุณคุณชายที่เพิ่งรู้ตัวรีบก้มหัวรับคำราตรีสวัสดิ์ของหญิงสาว ก่อนจะค่อยๆ ขับรถออกไปโดยมีห่านยืนโบกมือลาจนรถของชายหนุ่มหายไปอีกมุมหนึ่งของถนน
       ห่านถอนหายใจเฮือก...รอดไปได้อีกวัน!  เมื่อแน่ใจว่าชายหนุ่มไม่อยู่ใกล้บริเวณนี้แล้ว ห่านจึงถอดรองเท้าส้นสูงออกพลางบ่นกับตัวเองเบาๆ
       “โอ๊ย...รองเท้าส้นสูงบ้าอะไรกัดฉันจริง เมื่อวันก่อนเพื่อนแกก็กัดฉันมาทีนึงแล้วนะ แพงซะเปล่า ใส่ไม่เคยสบายเลย” พูดจบหญิงสาวก็หันหลังเดินกลับเข้าไปในซอยที่เป็นแหล่งพำนักพักพิงของเธอไปอย่างรวดเร็ว

       เสียงไขประตูรั้วห้องเช่าข้างๆ ดังก๊อกแก็กจนบื้อต้องชะเง้อหน้าออกมาดู ห่านในชุดสวยกำลังพยายามเพ่งมองแม่กุญแจที่สนิมเขรอะเพราะผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายครั้งอย่างหัวเสีย ฝืดนักเดี๋ยวแม่ก็โยนทิ้งซะเลยนี่!
       “โอ๊ะโอ๋...คุณห่านหนี เอ๊ย...ฮันนี่ ไปไหนมาครับ กลับซะดึกเชียว” บื้อยื่นหน้าออกมาเอ่ยแซว ห่านหน้าหงิกทันที เจอหน้าไอ้บ้านี่ทำไรอารมณ์เสียทุกครั้งให้ตายสิ!
       “ฉันจะไปไหนมาไหนมันก็เรื่องของฉัน”        
       “อ๋อเหรอ ลืมสัญญาของเราไปหรือเปล่า นี่เธอยังเหลือมาทำงานที่บ้านฉันอีกสามวันนะ”
       “ไม่ลืม แต่วันนี้ไม่ว่าง” ห่านบอกขณะที่ไขประตูรั้วได้แล้ว หญิงสาวเชิดใส่ชายหนุ่มอย่างไม่แยแส แต่ดูเหมือนว่าบื้อจะไม่ยอมให้เรื่องมันจบเพียงแค่นั้น ชายหนุ่มพุ่งตัวออกจากประตูห้องเช่ามายืนยื่นหน้ายื่นตาที่รั้วกั้นระหว่างห้องทันที
      “ไม่ว่างเพราะมัวแต่ไปเดทกับคุณคุณชายนั่นน่ะเหรอ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น มาทำกับข้าวให้ฉันกินเดี๋ยวนี้ กำลังหิวเลย คืนนี้มีบอล จะนอนดึก ต้องกินให้อิ่มท้องเข้าไว้” บื้อพูดอย่างหน้าตาเฉย ห่านหันมาจิกตาใส่
       “อยากกินก็ทำกินเองสิ ฉันบอกว่าวันนี้ฉันไม่ว่าง จะเริ่มงานให้ใหม่พรุ่งนี้”
       “ไม่ได้! ฉันสั่งวันนี้ก็คือวันนี้ จะกินตอนนี้ด้วย”
       “ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต!”
       “ใครกันแน่โรคจิต  เที่ยวเอาของในห้างออกมาใช้แถมยังเที่ยวไปหลอกผู้ชายว่าเป็นคุณหนูไฮโซ คนปกติเค้าทำกันซะที่ไหน  รีบๆเลย ฉันหิวจะแย่อยู่แล้ว ห้ามปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้เรื่องของเธอกับเจ๊มะพร้าวและดาวถึงหูคุณพรเพ็ญแน่” บื้อขู่ ห่านกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจที่ไม่สามารถทำอะไรได้ หญิงสาวไขประตูห้องแล้วเดินปึงปังเข้าไปก่อนจะกระแทกประตูเสียงดังปังจนบื้อสะดุ้งโหยง “ทำอย่างงี้หมายความว่าไงยายห่าน ฉันจะฟ้องคุณพรเพ็ญจริงๆ นะ อย่านึกว่าฉันไม่กล้านะ” บื้อตะโกนขู่อีกครั้ง ห่านจึงเปิดหน้าต่างยื่นหน้าออกมาอย่างหัวเสีย
       “เออ รู้แล้วน่าว่าเป็นไอ้ขี้ฟ้อง เปลี่ยนชุดแป๊บนึง อดทนรอไม่ได้ก็ไปตายซะ!” พูดจบหญิงสาวก็หายเข้าไปในบ้าน
       บื้อยิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ...ในที่สุดเธอก็ต้องยอมจนได้  


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น