อัปเดตล่าสุด 2019-11-09 12:26:15

ตอนที่ 1

ยามค่ำคืนกับบรรยากาศในงานมีตติ้งครื้นเครงด้วยเสียงเพลงคาราโอเกะจากนักร้องสมัครเล่นดังกลบคำสนทนา ของเพื่อนๆ ที่ยังนั่งสุมหัวถกเถียงเรื่องราวในอดีต

สวยจนจำเกือบไม่ได้เลยนะฟ้าใสเพื่อนหญิงคนหนึ่งเข้ามาทักทายรวิกานต์ ที่เวลานี้กลายเป็นดาวเด่นของงานหลังจากที่หายหน้าไปหลายปี

มลก็สวยรวิกานต์ชมกลับไป เพื่อนๆ ของเธอส่วนใหญ่ดูภูมิฐานสมวัยและหลายคนก็มีครอบครัวมีลูกมีเต้ากันแล้ว

สวยอย่างกะดาราแบบนี้ มีแฟนหรือยังจ้ะเพื่อนชายปากมอมคนถัดไปก็ร้องแซวตามความถนัด

ไสหัวกลับไปเมาต่อซะไอ้กร”  นิหน่าพูดแทรกฟ้าใสมันสวยเกินกว่าที่แกจะมาจีบเว้ย...”

สิ้นเสียงของนิหน่าขาใหญ่ คนทั้งโต๊ะก็ส่งเสียงหัวเราะชอบใจ

กาวิน อรนภา กับนิหน่าที่เป็นเพื่อนซี้ในกลุ่มรวิกานต์สมัยเรียน นัดรวมตัวกันไปรับเธอถึงที่บ้าน เพราะกลัวเธอจะเบี้ยวงานคืนนี้

ทำตัวเหมือนอยู่ในดาวเคราะห์คนละดวงกับพวกเรานิหน่าพูดประชด เมื่อแยกตัวออกมานั่งรวมกลุ่มกันเฉพาะเพื่อนสนิทที่มีเพียงไม่กี่คน

ไม่เอาน่าหน่า ฟ้าใสก็มาแล้วนี่ไงอรนภาที่เป็นคนใจเย็นกว่าช่วยพูดไกล่เกลี่ย เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆ ต้องมีปากเสียงกัน

รวิกานต์ได้แต่ยิ้มให้รับคำประชดของนิหน่าที่ไม่รู้สาเหตุของการหายไปของเธอ แม้นิหน่าจะเข้ามาเป็นครูสอนอยู่ในโรงเรียนของแม่ แต่ก็ไม่รู้ข่าวคราวของเธอมากกว่าคนอื่นนัก เพราะบอกแม่ว่าไม่อยากติดต่อใครและเธอก็ไม่เคยเล่าเรื่องของเขมทัตให้แม่ฟัง

ฉะนั้นเวลาที่นิหน่าหรือใครๆ มาถามหาเธอกับแม่ ก็จะได้คำตอบเดียวกันว่า เธอไปเรียนที่อเมริกาและไม่ได้กลับเมืองไทยเลย และเวลาที่เธอต้องติดต่อกับแม่ เธอก็จะใช้โซเชียลของป้าเท่านั้น

ท่าทางของเธอคงบ่งบอกชัดเจนกระมังว่ารออะไร เสียงของนิหน่าจึงพูดขัดขึ้นว่า

เขมไม่มาหรอกฟ้าใส

อ้าว ทำไมล่ะเธอจึงถามออกไปอย่างไม่คิดจะปกปิด ยังไงเพื่อนก็ดูออกอยู่แล้วว่าเธอมองหาใคร

เขาไม่เคยมางานมีตติ้งกับพวกเราหรอก ไปรับถึงบ้านยังไม่มาเลย

คำตอบของนิหน่าทำให้เธอยิ่งแปลกใจ เพราะปกติเขมทัตเป็นคนให้ความร่วมมือกับทุกๆ กิจกรรมแล้วเขาก็เป็นคนที่สนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้มากๆ แล้วทำไมยอมพลาดงานแบบนี้

ปกติเขมก็มีเพื่อนมาก เฮฮาปาร์ตี้อยู่แล้วนี่นาเธอบอก

นั่นมันเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่

ทำไมเหรอ

เธอถามลอยๆ เหมือนคนละเมอ แต่คนแอบได้ยินก็สวนตอบกลับมาแบบห้วนๆ

เฮอะ! ทำไม...ยังจะมีหน้ามาถามว่าทำไม

ไอ้หน่า บอกว่าพอแล้วไง ยังจะพูดทำไมอีกอรนภาดุ เพราะไม่อยากให้เพื่อนๆ เสียบรรยากาศที่สนุกสนานหยุดได้แล้วพูดอะไรนักหนา เพี้ยนใหญ่แล้วแก

ก็มันอดไม่ได้นิหว่า

มีอะไรกันเหรอรวิกานต์ถามอย่างอยากรู้

นิหน่าถอนใจแกรักเขมจริงหรือเปล่าวะฟ้าใสนิหน่าไม่เลิกพูดเข้าเรื่องเดิมๆ

เฮ้ย มาถามอะไรตอนนี้อรนภาดุซ้ำ

นั่นสินิหน่าตอบแกรนๆถามอะไรตอนนี้เพราะมันสายไปแล้วที่จะมานั่งถามกัน ได้ข่าวว่ามีแฟนแล้วนิ

หน่าเมาแล้วไปพักสักหน่อยไหมอรนภาถามด้วยความเป็นห่วง

ไม่เมาๆนิหน่าสะบัดตัวเมื่ออรนภาเข้ามาพยุงตัวฉันแค่เสียใจ ที่ฟ้าใสทิ้งพวกเราไปไม่บอกไม่ลา

เออน่า เรื่องมันผ่านไปแล้ว วินๆ มาช่วยพาไอ้หน่าไปนอนพักสิ มันเมาแล้ว

อรนภาเรียกกาวินที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ กับเพื่อนชายอีกกลุ่มให้มาช่วยพยุงนิหน่าไปนอนพัก อรนภาเดินตามไปดูแลความเรียบร้อยเสร็จแล้วก็ย้อนกลับมานั่งที่เดิม

หลับพับไปแล้ว

ขอโทษนะอร

อะไร จู่ๆ มาขอโทษ

ขอโทษที่หายไปเฉยๆ ไม่ติดต่อใครเลย ก็สมควรหรอกที่ไอ้หน่ามันจะด่าเรา

อรนภาตบบ่ารวิกานต์เบาไม่เป็นไรหรอก อย่าไปโกรธหน่ามันก็พอ

รวิกานต์ก้มหน้ารู้สึกผิด ในเวลานั้นเธอคิดออกไปเพียงแค่ไปให้ไกลๆ พ้นๆ จากเรื่องราวที่เจอเพราะยังทำใจไม่ได้ จนกระทั่งวันนี้ เธอก็ยังรู้สึกเหมือนเรื่องราวต่างๆ ยังเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน

จริงๆ พวกเราก็แค่เป็นห่วงน่ะ ไปเรียนที่อเมริกามันก็ต้องติดต่อกันได้นอกจากไม่อยากติดต่อกันแล้ว

ฮื้อ...”

แต่ช่างมันเถอะ ตั้งแต่เราไปเจอฟ้าใสที่โรงแรมวันนั้น เราก็หมดห่วงอรนภาพูดยิ้มๆ

รวิกานต์ขมวดคิ้วมองหน้าอรนภา  “ทำไมล่ะ

อ้าว ก็เรารู้แล้วไงว่าเธอมีคนคอยดูเทคแคร์เป็นอย่างดี แล้วจะห่วงอะไร

โธ่...ไม่ใช่หรอก นั่นน่ะเจ้านาย

เราว่าเขาไม่คิดแค่นั้นหรอก อิจฉาอะ ได้ทำงานอยู่กับคนที่ทั้งหล่อทั้งใจดี

แหม...คิดมากไปแล้วอร คุณจุลเขาก็สุภาพเทคแคร์แบบนี้กับทุกคนนั่นแหละ

ไม่จริงหรอก สายตาที่เขามองเธอนะวิบวับๆ เราเห็นยังอยากเป็นคนถูกมองบ้างเลย”  อรนภาทำท่าประกอบจนรวิกานต์ขำ

ไปใหญ่แล้วอร

เอาน่า เราเห็นเพื่อนมีความสุขเราก็ดีใจนะ

เรายังไม่ได้คิดอะไรไกลขนาดนั้น

คิดเถอะนะ สมัยนี้คนดีๆ มันหายากแล้วนะ ถ้าชักช้าเดี๋ยวก็โดนเขมือบไปอีกหรอก เอ้ย...แฮะๆ ขอโทษ เราไม่ตั้งใจ

อื้อ ไม่เป็นไร...เขมก็คงสบายดี วันนี้เราเห็นเขากับลูกชาย

อ่าว เจอกันแล้วเหรอ

เปล่าๆ เขมไม่เห็นเราหรอก

อรนภาเอื้อมมือมาบีบต้นแขนรวิกานต์  “ถ้างั้นก็คงรู้เรื่องเขมแล้วสินะ

อืม...ก็พอรู้

รวิกานต์พยักหน้านึกถึงวันที่เธอพบเขมครั้งสุดท้าย จากวันนั้นเธอก็ไม่เคยติดตามเขาหรือถามข่าวคราวของเขาจากใครอีกเลย จนวันนี้ที่พบว่าเขมทัตมีลูกชายที่น่ารักน่าชัง ดูมีชีวิตที่ดีมีความสุข มันก็ดีสำหรับเขา

สงสารเขมกับลูก แต่สุดท้ายแล้วคนที่น่าสงสารที่สุดก็ไม่พ้นเด็ก

อ้าว สงสารทำไมล่ะ

รวิกานต์แปลกใจ เพราะเท่าที่เห็นเขาก็มีความสุขดีจะตาย อาจจะมากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำไป

แต่ยังไม่ได้คำตอบอะไรจากอรนภา เสียงจากไมโครโฟนก็ดังขึ้นมาแทรก เรียกให้เพื่อนๆ ทุกคนต้องลุกออกไปรวมกันที่หน้าเวทีเพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

การถ่ายภาพหมู่จึงเริ่มขึ้น จากนั้นก็เริ่มค่อยๆ แยกออกมาเป็นภาพใครภาพมัน และในที่สุดทุกคนก็ต่างหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน

สุดท้ายรวิกานต์ก็ไม่ได้คำตอบที่ค้างคาใจเพราะทั้งเธอและอรนภาก็ต่างถูกเพื่อนๆ ดึงไปถ่ายรูปด้วยจนกระทั่งงานเลี้ยงเลิกราได้เวลาแยกย้าย

 

กาวินรับบทสารถีเช่นเดิม เขาขับรถส่งเพื่อนทีละคน ส่งนิหน่าก่อนใครเพราะเมาจนพูดไม่รู้เรื่อง จากนั้นก็ส่งอรนภา และขับรถไปส่งเธอเป็นคนสุดท้าย

ลูกสาววินน่ารักดีนะ

กาวินพ่อหม้ายเนื้อหอมวัยยี่สิบกว่าหันมายิ้มทั้งน่ารักทั้งซนจนน่าตี

เลี้ยงเขายังไงให้ร่าเริงสดใสได้ขนาดนี้ ทั้งๆ ไม่มีแม่

รวิการณ์นึกถึงเด็กหญิงในวัยอนุบาลหน้าตาสดใสบ้องแบ้ว ที่เจอในโรงเรียนของแม่ พอเธอเห็นนามสกุลที่ป้ายชื่อก็รู้ทันทีว่าเป็นลูกสาวของใคร

ขอโทษนะ ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร

ไม่เป็นไร ไม่ได้ซีเรียสหรอก วินก็เลี้ยงแว่นแก้วเหมือนพ่อเลี้ยงเดี่ยวทั่วๆ ไป เหมือนไอ้เขมเลี้ยงติวเตอร์นั่นแหละเขาหันมาบอกแล้วเบือนหน้ากลับไปที่ท้องถนนเช่นเดิม

อ้าว ติวเตอร์ก็ไม่มีแม่เหรอ

โอ้ยย ไม่มีมาตั้งนานแล้ว

กาวินพูดทิ้งทายไว้แค่นั้นแล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาขับรถ เธอไม่ได้ถามอะไรต่อ เพื่อนๆ รู้ว่าเธอเคยคบกับเขา และตอนนี้เขมทัตก็มีครอบครัวแล้ว หากเธอเซ้าซี้อยากรู้เรื่องของเขามากเกินไปก็อาจจะทำให้ดูไม่ดีในสายตาของทุกคน

เธอไม่อยากเป็นต้นเหตุให้ครอบครัวของเขามีปัญหา

 

กาวินบังคับรถยนต์ไปตามถนน สองข้างทางสงบเงียบในเวลาแค่สี่ทุ่ม บนถนนเรียบโล่งไม่มีรถราแออัดเหมือนถนนในเมืองกรุง ดวงไฟจากเกาะกลางถนนก็ช่วยส่องสว่างจนเห็นอาคารตึกแถวที่เจริญขึ้นแต่ไม่มากนักสำหรับเมืองเล็กๆ

สิ่งต่างๆ รอบตัวทำให้เธอคิดถึงบรรยากาศเดิมๆ กลิ่นอายเก่าๆ ของโลกในอดีตที่มันยังฝังอยู่ในความทรงจำอย่างไม่เคยเสื่อมคลาย

 

 

 


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น