อัปเดตล่าสุด 2019-12-01 20:11:38

ตอนที่ 3

บทที่ 3

จันทน์หอมขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าร้านคอฟฟี่โฮมเป็นร้านขายกาแฟสดและอาหารเข้าของพ่อเขมทัต ชายวัยหกสิบที่ลูกค้าส่วนใหญ่เรียกว่าลุงขุนทอง พ่อหม้ายที่เกษียณตัวเองออกจากงานราชการตำรวจก่อนวัย เพราะอยากออกมาดูแลครอบครัวแทนภรรยาที่เสียไป เขามีเงินทองมากพอที่จะส่งลูกๆ เรียนหนังสือได้สบายๆ แต่ที่มาเปิดร้านเพราะไม่อยากให้ตัวเองว่างงานจนเกินไปเท่านั้น

ร้านกาแฟเล็กๆ ที่มีอาหารจานเดียวไว้บริการด้วยนั้น ถูกต่อเติมเพิ่มมาจากบ้านไม้สองชั้น ลุงขุนทองใช้ชั้นบนเป็นห้องพักส่วนตัว และจัดโซนชั้นล่างแบ่งเป็นห้องนอนของลูกชายสองคนที่อยู่ติดกัน ในส่วนของร้านก็จัดสรรพื้นที่พอประมาณไม่เล็กไม่ใหญ่ เน้นเรียบโล่งโปร่งสบายๆ และต้นไม้สีเขียว

ไปกินรังแตนที่ไหนมา

เจ้าของร้านวัยเกษียณร้องทักจันทน์หอมหลานสาวของแม่ครัวในร้าน เมื่อเห็นเด็กสาวเดินหน้าบึ้งตึงมาแต่ไกล

เบื่อเขมนั่นแหละ

จันทน์หอมกระแทกตัวนั่งเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ที่ทำจากปูนดิบก่อขึ้นมาด้วยรูปทรงที่เรียบง่าย

ลุงขุนทองหัวเราะสาวน้อยที่มาติดพันลูกชาย และเหมือนลูกชายตัวดีของเขาจะไม่เล่นด้วย สาวเจ้าจึงงอนหน้าตูมกลับมา ส่วนตัวเขาเองก็ไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเรื่องของเด็กๆ ที่ยังอยู่ในอารมณ์เดี๋ยวรักเดี๋ยวเลิก จึงไม่ถามไถ่จริงจัง นอกจากพูดคุยเล่นผิวเผิน

ยังไม่ชินกับมันอีกรึ

ก็อยากจะชินเหมือนกันแต่ว่า...เฮ้อปากก็พูดมือก็เอื้อมหยิบขนมในตู้กระจกที่อยู่ข้างๆ ออกมานั่งกิน

เดี๋ยวก็แยกย้ายกันไปเรียนหมดแล้ว จะเอาอะไรกับมัน

ลุงขุนทองลากเสียงอย่างไม่ใส่ใจจริงจัง เพราะตั้งแต่เขามาเปิดร้านที่นี่ ลูกค้าส่วนใหญ่ของเขาก็มีที่เป็นเด็กนักเรียน และที่เห็นๆ ก็ชอบเปลี่ยนควงคู่มานั่งที่ร้านกันเป็นว่าเล่น ก็ตามอารมณ์ของเด็กๆ ที่ยังมีความคิดความชอบไม่แน่นอน

ส่วนลูกชายทั้งสองของเขาที่ยังอยู่ในวัยนี้ เขามักเน้นย้ำเรื่องมีแฟนเรื่องจีบสาวมันเป็นไปตามวัยเขาไม่เคยว่าไม่เคยบ่น ได้แต่ก็คอยเน้นย้ำคอยพร่ำบอกว่าไม่ให้ลูกชายทั้งสองเผลอไผลไปทำลูกสาวบ้านไหนท้อง ก่อนที่จะเรียนจบ และก่อนที่จะรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้

เขมไปเรียนที่ไหน หอมก็ย้ายไปเรียนที่นั่นด้วยไงลุง

อุบ๊ะ! เอ็งนี่ ตื้อครองโลกจริงๆลุงขุนทองหัวเราะเด็กสาวอย่างไม่ถือสาเพราะรู้ว่าจันทน์หอมเป็นคนพูดจาโผงผางไม่ค่อยคิด

จันทน์หอมอาศัยอยู่กับน้าสาว ชื่อดาวเป็นแม่ครัวที่นี่ ด้วยความที่อยากเจอเขมทัต ช่วงเย็นๆ เธอมักจะหอบการบ้านมานั่งทำที่ร้านรอเขา แต่ก็ไม่ค่อยได้คุยกัน เพราะเขมทัตมักคลุกอยู่แต่กับรวิกานต์ และกลับบ้านเกือบค่ำ

วันนี้เขมทัตก็กลับบ้านมาเกือบหกโมงเย็น รวิกานต์ขี่มอเตอร์ไซค์มาส่งเช่นเคย เพราะนัจกรเอารถกลับมาก่อนและออกไปอีกครั้งหลังจากอาบน้ำแต่งตัวใหม่ รวิกานต์เข้ามาไหว้ลุงขุนทองแล้วก็เตรียมตัวกลับออกไปแต่เขมทัตเรียกไว้เสียก่อน

กินข้าวด้วยกันก่อนเขมทัตปากชวนเพราะอยากรั้งเธอให้อยู่ต่อ

ไม่เป็นไร

มาเถอะน่า บอกแม่แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะกลับเย็นๆ

แต่เราจะกลับไปกินข้าวที่บ้าน

งั้นก็มากินขนม มาสินั่งก่อนเร็วๆ รอตรงนี้นะ

เขมทัตดึงรวิกานต์เข้ามานั่งในร้าน ส่วนตัวเองก็รีบไปที่เคาน์เตอร์ ง่วนอยู่ตรงนั้นได้ไม่นานก็กลับออกมาพร้อมเครื่องดื่มเย็นๆ

โกโก้ปั่นกับขนมเค้กกินหมดก่อนค่อยกลับบ้านเขาวางจานขนมกับโกโก้ปั่นไว้ตรงหน้าเธอก่อนจะบอกว่าเราหิวข้าว เดี๋ยวไปสั่งข้าวกับน้าดาวแปบนะ

อื้อเธอตอบด้วยความเกรงใจ

ฟ้าใสไม่เอาอะไรแน่นะ สปาเก็ตตี้ไหม

ไม่เอา เขมไปสั่งเถอะ

เธอบอกแล้วมองเขมทัตเดินหายเข้าไปในครัวสักพักก็กลับออกมานั่งด้วยกัน

เฮ้อ...” เขมทัตถอนหายใจไม่อยากเรียนจบเลยจริงๆ

เอ้า เขามีแต่อยากจบไวๆรวิกานต์หัวเราะ

จบแล้วเราสองคนก็ไม่ค่อยได้เจอกันนะสิ เราน่าจะเข้ามหาลัยเดียวกันนะฟ้าใสเขมทัตบ่น

เดี๋ยวเรากลับไปยื่นคะแนนใหม่ดีไหม

จริงนะ

บ้าน่า ล้อเล่นเธอหัวเราะอย่างขบขันที่เขาทำหน้าเหมือนเชื่อที่เธอพูด

โธ่...”

เขมทัตลากเสียง เขาเสียดายที่ต้องเรียนอยู่คนละที่กับเธอเพราะคะแนนของเขาไม่มากพอที่จะเข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัยเดียวกันกับรวิกานต์

ปิดเทอมหรือวันหยุดเรียนเราก็นัดเจอกันได้นี่

มันไม่เหมือนแบบนี้นะสิ กว่าจะมีเวลาหยุดตรงกันก็คิดถึงแย่

รวิกานต์ยิ้มให้คำบ่นที่ได้ยินมาเกือบตลอดทั้งสัปดาห์ของชายหนุ่ม

ถึงเวลานั้นจริงๆ อาจเลิกคิดถึงฟ้าแล้วมั้ง

ไม่ทางเขาเน้นคำหนักแน่นไม่เชื่อก็คอยดู

บ่นเป็นคนแก่ไปได้...เรื่องแค่นี้เอง

เราอยู่ด้วยกันทุกวันแล้วจู่ๆ ก็ต้องแยกย้ายกันห่างไป ฟ้าใสจะไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เหรอ

รู้สึกสิ แต่มีเขมบ่นแทนแล้วไงฟ้าก็เลยไม่รู้จะบ่นทำไมอีกนะสิเธอพูดพลางยิ้ม

โธ่...นึกว่าจะไม่รู้สึกอะไรซะอีก

รวิกานต์หัวเราะแล้วหลบมือเขมทัตที่ยื่นมาทำท่าจะตี ทั้งคู่กระเซ้าเย้าแหย่กัน โดยไม่ทันเห็นจันทน์หอมที่ยังนั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของร้าน จันทน์หอมเฝ้ามองดูคนทั้งคู่พร้อมเบ้ปากใส่ด้วยความหมั่นไส้ จนกระทั่งรวิกานต์กลับออกไปเธอจึงเดินเข้าไปหาเขมทัต

เขมเรียกแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

อ้าวหอม มาตั้งแต่เมื่อไหร่เขมทัตขยับแบ่งพื้นที่นั่งให้จันทน์หอมที่เข้ามาเบียด

จันทน์หอมมองเขมทัตแล้วแอบเบ้ปาก ก่อนจะปรับน้ำเสียงพูดกับชายหนุ่มให้ร่าเริงสดใส

หลังวันเลี้ยงจบที่โรงเรียนเราไปฉลองกันดีไหม มีผับเปิดใหม่แถวๆ หลังตลาดดนตรีสนุก เขมไปกับหอมนะ

เราไม่อยากไปผับ

งั้นก็ไปร้านอาหาร หาร้านเงียบๆ บรรยากาศดีๆ แทนไปนะเขมไปฉลองเรียนจบด้วยกัน

ก็ดีเหมือนกัน เดี๋ยวเขมชวนเพื่อนในกลุ่มฟ้าใสเอง หอมชวนเพื่อนในห้องนะ

เขมอะจันทน์หอมลุกขึ้นยืน มองหน้าเขมทัตอย่างขัดใจก่อนสะบัดตัวเดินหนี

เอ๊าเอายังไงเนี่ย ตกลงไปร้านไหน หอม...ยังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยจะรีบไปไหนล่ะเขมทัตตะโกนถามไล่หลังจันทน์หอมที่เดินหนีออกจากร้านไปด้วยความหงุดหงิด

 

ในวันปัจฉิมนิเทศงานเริ่มขึ้นหลังนักเรียนเคารพธงชาติ วันนี้ทั้งวันจะไม่มีการเรียนการสอน ช่วงเช้าจะมีกิจกรรมตามประเพณีที่หอประชุม และตลอดบ่ายโรงเรียนจะปล่อยให้เด็กๆ เล่นกิจกรรมสนุกๆ มีอาหารการกินเตรียมรอพร้อมสรรพ

รวิกานต์มารับเขมทัตเก้อ เพราะเขาไม่ได้บอกไว้ว่าจะรีบไปช่วยงานที่โรงเรียนแต่เช้า ขณะเธอกำลังจะเลี้ยวรถออกไปเสียงนัจกรก็ตะโกนเรียกโหวกเหวกมาจากในร้าน

นัจกรใส่รองเท้าเสร็จก็รีบวิ่งมาหาเธอนัจไปด้วย เมื่อเช้าพี่เขมเอารถไป

อ๋อ มาสิ

วันนั้นนัจกรน้องชายคนเก่งของเขมทัตจึงไปโรงเรียนพร้อมกับรวิกานต์

เย็นนี้ฝากพี่ฟ้าใสรับพี่เขมกลับบ้านด้วยนะ

ทำไมล่ะ นัจจะไปไหนเหรอ

ไปงานวันเกิดเพื่อนน่ะครับ นัจขอพ่อไว้แล้ว แต่ตื่นมาบอกพี่เขมไม่ทันเดี๋ยวจะรอเก้อแล้วไม่มีรถกลับบ้าน

ได้ๆ เดี๋ยวพี่มาส่งเขมเอง

ขอบคุณครับ

รวิกานต์ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านประตูรั้วเข้ามาในโรงเรียนและกำลังจะขี่เข้าไปจอดตรงที่ประจำก็ต้องชะลอแล้วหยุดรถเมื่อเห็นเพื่อนๆ ของนัจกรที่ยืนรวมตัวกันเป็นกลุ่มอยู่ตรงประตูโบกมือเรียก

พี่ฟ้าๆ ส่งผมตรงนี้แหละครับนัจกรร้องบอกแล้วรีบลงจากรถ เมื่อรวิกานต์จอดสนิท

แล้วไม่เข้าไปเอากุญแจมอเตอร์ไซค์กับเขมเหรอ

ไม่เป็นไรครับ ที่ผมมีอีกชุด

อ๋อ โอเค...งั้นพี่เอารถเข้าไปเก็บก่อนนะ

ครับพี่ ขอบคุณนะครับเขายกมือไหว้หญิงสาวรุ่นพี่แล้วรีบวิ่งไปสมทบกับเพื่อนๆ

 

วันนี้ไม่มีเรียน เพราะโรงเรียนจัดกิจกรรมเลี้ยงอำลารุ่นพี่ นักเรียนส่วนใหญ่จึงหอบดอกไม้กับของขวัญแทนหนังสือเรียน

รวิกานต์ขี่รถมอเตอร์ไซค์มาจอดเรียบร้อยแล้วก็เดินไปที่สนามแต่ไม่พบเขมทัต เธอยืนมองเวทีการแสดงที่เขมทัตตื่นมาจัดแต่เช้าตรู่ก็เห็นว่ามันแตกต่างจากเมื่อวาน ตอนนี้บนเวทีมีดอกไม้ประดับสวยงาม ด้านหน้ามีเก้าอี้พลาสติกวางเรียงเป็นระเบียบ ส่วนด้านข้างเวทีก็เป็นซุ้มบริการอาหารและเครื่องดื่ม ที่ตอนนี้เริ่มมีข้าวของจัดวางไว้บ้างแล้ว

นี่ละมั้งที่ทำให้เขมทัตต้องรีบมาโรงเรียนแต่เช้า เธอคิดก่อนเดินออกจากสนามเพื่อไปหาเพื่อนๆ ในจุดที่นัดกันไว้

 

หลังจากประชุมเสร็จ บรรดานักเรียนทุกระดับชั้นก็มารวมตัวกันที่หน้าเสาธง ต่างหอบดอกไม้หอบของขวัญมาแสดงความยินดีกับรุ่นพี่กันเต็มไม้เต็มมือ โชคดีที่ยังอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์อากาศจึงเย็นสบายกำลังดี

ช่วงบ่ายๆ ดอกไม้และของขวัญส่วนใหญ่ก็ถูกส่งถึงมือผู้รับ ทั้งเสียงร้องไห้ เสียงหัวเราะและความสุขความเศร้าที่คละเคล้าปะปนในหมู่เด็กๆ ทำให้บรรยากาศโดยรวมมีแต่ความรักความสามัคคีกัน

นักดนตรีประจำโรงเรียนทยอยขึ้นมาให้ความบันเทิงบนเวทีแสดงซึ่งมีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เสียงร้องโห่จากผู้ชมดังขึ้นเมื่อกาวิน ที่เป็นนักร้องนำขวัญใจของทุกคนเดินขึ้นมายืนหน้าแฉล้มอยู่บนเวที เขาร้องเพลงอำลาเนื้อหากระแทกใจ จนเพื่อนๆ นักเรียนที่ได้ฟังรู้สึกอินตามจนน้ำตาคลอ

เขมทัตหอมดอกไม้เดินเข้ามาหารวิกานต์ เธอมองเสื้อนักเรียนสีขาวของเขาที่เต็มไปด้วยลวดลายสีสัน ของข้อความที่มาจากปากกาเมจิหลายสี ที่ส่วนใหญ่เขียนระบายความรู้สึกจากใจ คำอำลาคำอวยพรจากเพื่อนๆ รุ่นพี่ และรุ่นน้อง

เราจะเขียนตรงไหนล่ะเนี่ยเธอแกล้งกระเซ้าเมื่อเสื้อของเขาแทบไม่มีพื้นที่ว่าง

นี่เลย...” เขมทัตจิ้มนิ้วที่หน้าผากตัวเองเขมเป็นของฟ้าใส

รวิกานต์ยิ้มอยากได้ตายละ เราไม่ใช่สาวๆ พวกนั้นนะ

ถ้าฟ้าใสมาจีบเราก็คงวิ่งหนีเขาหัวเราะ

หลงตัวเองชะมัด

กินอะไรหรือยัง

นิดหน่อยน่ะ รู้สึกตื้อๆ ยังไงไม่รู้

งั้นไปหาอะไรกินกัน รอแปบเก็บของก่อน

เขมทัตวางข้าวของในมือไว้บนเก้าอี้พลาสติกใกล้ตัวจากนั้นก็เข้ามารับของจากมือรวิกานต์ไปวางไว้ด้วยกัน

ไปเถอะหาอะไรกินกัน

อ้าวเขมยังไม่ได้กินเหรอ

ก็รอฟ้าใสไง

รอทำไมหิวก็ไปกิน

เถอะน่าไปกินด้วยกัน

อื่อ

คนถูกชวนพยักหน้าแล้วเดินตามเขาไปยังซุ้มอาหารที่ทางโรงเรียนจัดเอาไว้เลี้ยงนักเรียน ทั้งสองคนเลือกตักอาหารที่ต้องการใส่กล่องโฟมเสร็จก็เตรียมจะเดินกลับไปที่เดิม แต่เพื่อนๆ ที่รวมกันอยู่เป็นกลุ่มตะโกนเรียกทั้งสองคนจึงเดินเข้าไปหา

มานั่งด้วยกันเพื่อนคนหนึ่งฉุดมือรวิกานต์ให้นั่งข้างๆ เขมทัตทิ้งตัวลงนั่งตาม

กินด้วยกันไหมรวิกานต์ออกปากชวน

อิ่มตื้อนิหน่าลูบท้องกลมๆ ของตัวเองก่อนชะโงกหน้ามองอาหารในกล่องโฟมตักอะไรมากิน

เยอะแยะ กินด้วยกันสิหน่า ถ้าไม่พอค่อยไปตักใหม่

ไอ้หน่ามันเดินตักเพิ่งจะหยุดเนี่ยเพื่อนคนหนึ่งแซวขึ้น

เราจะกินเป็นเพื่อนฟ้าใสเฉยๆ

คนอวบแกล้งพูดออกตัว ทำให้เพื่อนๆ ส่งเสียงโห่รับอย่างรู้ทัน

เหลือสอบพรุ่งนี้อีกแค่วันเดียวเราก็แยกกันแล้วนะ ใจหายเหมือนกันมนตรานักเรียนหญิงร่างผอมสูงเริ่มเปิดหัวข้อสนทนา

แหม แค่แยกไปเรียน ปิดเทอมกลับบ้านเราก็นัดเจอกันสิอีกคนช่วยพูดแก้ปัญหา

ไหนๆ ก็ต้องแยกกันไปเรียนคนละทิศละทาง เย็นนี้เรานัดรวมตัวกันที่ร้านกาแฟบ้านเขมดีไหมนิหน่าออกความเห็นว่าไงเขม

ได้อยู่แล้วเขมทัตตอบ

ถ้างั้นนัดกันตรงนี้เลยนะ ส่วนเพื่อนคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ตรงนี้อรรับหน้าที่ชวน หน่ากับฟ้าใสจะไปช่วยเขมเตรียมของที่ร้าน ตกลงตามนี้นะ หกโมงเย็นเจอกันที่บ้านเขม

โอเค...”

สรุปได้ความว่า หลังจากงานเลี้ยงอำลาในโรงเรียนที่คุณครูจัดให้แล้วนั้น เพื่อนๆ ในชั้นม.6/2 นัดเจอกันที่ร้านคอฟฟี่โฮมของที่บ้านเขมทัต

 

ลุงขุนทองสั่งซื้ออาหารสดมาเพิ่มเพื่อเตรียมไว้ให้เด็กๆ หลังได้รับโทรศัพท์จากเขมทัตที่โทรมาขออนุญาตพาเพื่อนๆ มาเลี้ยงฉลองหลังจบการศึกษาระดับชั้นมัธยมปีที่หกที่ร้าน

เขมทัต ฟ้าใสและนิหน่าออกจากโรงเรียนก่อนใคร ทั้งสามคนช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะและอาหารว่างบางส่วนที่พอทำได้ไว้รอเพื่อนๆ ส่วนพ่อของเขมทัตเขาสั่งให้แม่ครัวทำอาหารเผื่อให้ลูกชายกับเพื่อนๆ ก่อนจะปิดร้านปิดครัว จากนั้นก็ขึ้นไปพักผ่อนข้างบนปล่อยให้เด็กๆ จัดการกันเองตามสะดวก

พอถึงเวลานัดงานปาร์ตี้เล็กๆ ของเด็กมัธยมก็เริ่มขึ้น ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน กรวิทย์นักเรียนชายหุ่นล่ำสัน ก็ลุกขึ้นยืนประกาศกฎการสื่อสารการติดต่อกันในอนาคต

ขอให้ทุกๆ คนอยู่ในกฎนี้นะ ห้ามเปลี่ยนเบอร์ ห้ามเปลี่ยนอีเมล์ ห้ามปิดเฟสบุ๊ค

แหม...ทำมาสั่งนั่นนี่ ถามพวกฉันหรือยังว่าอยากคบกับแก่ไหมไอ้กรนิหน่าลุกขึ้นมาเบรกเพื่อนร่วมห้องที่ใครๆ ก็รู้ว่ามีฉายาว่ากรปากหมา

ที่แกพูดมามันไม่มีใครทำหรอก โซเชียลมันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว ยังไงก็ติดต่อกันได้เหมือนเดิมแหละ

ใช่ๆ ทำเป็นกระต่ายตื่นตูมไปได้

จากการถกเถียงของเพื่อนๆ หลายคนก็ลงความเห็นว่ายังไงการติดต่อสื่อสารก็ไม่มีวันตัดขาดเพราะชีวิตประจำวันยังมีการใช้โซเชียลมีเดียเป็นหลัก

จันทน์หอมกับบุ้งเพิ่งกลับจากร้านเหล้ากำลังจะเข้าบ้าน เดินผ่านมาเห็นไฟในร้านยังเปิดสว่าง จันทน์หอมจึงชวนบุ้งแวะเข้าไป พบเพื่อนๆ กำลังปาร์ตี้กันอย่างสนุกสนานเธอจึงทักทายพร้อมกล่าวคำตัดพ้อ

จัดปาร์ตี้กันไม่เห็นชวนเลย

ชวนแล้ว เราบอกทั้งในเฟสในไลน์แล้วโทรตาม แต่เธอไม่ตอบไม่รับสายอะไรเลยอรนภาออกโรงรับเพราะเธอเป็นคนทำหน้าที่ชวนเพื่อนๆ

จันทน์หอมขมวดคิ้วมองอรนภา ก่อนสะบัดหน้าไล่ความมึน ล้วงกระเป๋าหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิดดู จึงรู้ว่าหน้าจอดำสนิท

อ้าวเวร...แบตหมดสบถแล้วทิ้งตัวนั่งข้างเขมทัตที่นั่งติดกับรวิกานต์ แต่ไม่ลืมที่จะเรียกเพื่อนซี้อย่างบุ้งที่อยู่คนละห้องให้นั่งด้วยกัน

บุ้งกินไรจันทน์หอมหันมาถามเทคแคร์เพื่อนซี้

อะไรก็ได้บุ้งตอบ

งั้นขอเบียร์สองป๋อง

เธอสองคนเมาแล้วนะ เอาชาร้อนๆ ดีกว่าไหมเดี๋ยวเราชงมาให้เขมทัตเบรก

จันทน์หอมเชิดหน้าทำปากขยุกขยิกใส่เขมทัตเหมือนล้อเลียนแต่ไม่ได้ออกเสียง แล้วดึงชายเสื้อเขมทัตที่เตรียมลุกไปชงชาก่อนยื่นหน้ามาเกือบชิด

เบียร์ๆ เอาเบียร์มา เพื่อนจะกินเบียร์

กิริยาทั้งหมดของจันทน์หอมอยู่ในสายตารวิกานต์ แต่เพราะเขมทัตรีบผละออก เธอจึงไม่ได้พูดอะไร

เอามา3 กระป๋องเลยแล้วกัน เผื่อกูด้วยกาวินสำทับไอ้หอมบ้านมันอยู่แค่นี้ให้มันกินไปเหอะไม่เป็นไรหรอก

ช่ายๆ วินพูดดีจันทน์หอมหันมาพูดเออออกับกาวิน

ตามใจเขมทัตลุกออกไปหยิบเบียร์ในตู้เย็นมายื่นให้กาวินกับจันทน์หอมและบุ้ง

เมาแล้วอย่าตีกันเองก็พอพูดจบเขมทัตก็หันมาทางรวิกานต์ฟ้าใสจะเอาโก้โก้ปั่นอีกแก้วไหม เดี๋ยวเราไปทำมาให้

พอแล้วเขม กินน้ำเปล่านี่ล่ะเธอบอกเขาแล้วขยับจะลุกไปรินน้ำที่ชั้นวางเครื่องดื่ม แต่เขมทัตแย่งแก้วจากมือเธอไปจัดการเอง

จันทน์หอมซึ่งนั่งถัดไปก็ขยับเข้ามาแทนที่ว่างของเขมทัต แล้วยื่นหน้ามาคุยกับรวิกานต์

น้ำเปล่ากินทำมายเนี่ยมากินเบียร์ด้วยกานดีกว่า จิบๆ

จันทน์หอมยื่นกระป๋องเบียร์จ่อปากรวิกานต์ แต่รวิกานต์ยังไม่ทันจะเบี่ยงตัวหลบเขมทัตเดินย้อนกลับมายื่นมือดันกระป๋องเบียร์ออกแล้วเขาก็ยื่นน้ำเปล่ามาให้เธอแทน

ไม่เอาน่าหอมเขาหันไปดุจันทน์หอมที่เบ้ปากใส่ไล่หลังแล้วยักไหล่ทำไม่รู้ไม่ชี้

ท่าทางของจันทน์หอมยังอยู่ในสายตารวิกานต์ที่ยังลอบมองอยู่ หญิงสาวกำลังขยับให้เขมทัตย้ายมานั่งอีกฝั่งแต่จันทน์หอมชิงเลื่อนตัวออกไปแล้วดึงเขมทัตลงนั่งที่เดิมซึ่งคั่นกลางระหว่างเธอกับจันทน์หอมอย่างจงใจ แล้วเขมทัตก็ยอมนั่งลงตามแรงดึงของจันทน์หอมอย่างไม่คิดจะขัด

เป็นอะไรคนตัวสูงๆ ก้มมากระซิบถามวริกานต์ที่นั่งมองเขานิ่ง

เธอส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วยิ้มแห้งๆ ให้เขาที่แอบยื่นมาทางใต้โต๊ะเพื่อดึงมือเธอไปกุมไว้บนหน้าตักตัวเอง การที่รู้ว่าเขาแคร์ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นและสบายใจขึ้น จึงเลิกคิดคลางแคลงใจเรื่องจันทน์หอมที่พยายามทำตัวใกล้ชิดกับเขมทัต

กินไม่เป็นก็หัดสิ จะยากอะไรจันทน์หอมยังไม่เลิกตื้อให้รวิกานต์ดื่มเบียร์

เราไม่ชอบกลิ่นมัน

กินๆ ไป เดี๋ยวก็ชอบเองแหละ

ไอ้หอมนิหน่าเรียกถ้าฟ้าใสมันชอบกินเหมือนแก รับรองครูปิ่นตีตาย

เพื่อนๆ ที่รู้ฉายาครูปิ่นทิพย์เจ้าของโรงเรียนปัณณวัฒน์ต่างก็หัวเราะ เพราะหลายคนก็เคยผ่านการเป็นลูกศิษย์มาแล้วทั้งนั้น

เราก็ไม่ชอบให้ฟ้าใสดื่มเขมทัตบอก

เชอะ ทำเป็นหวง

จันทน์หอมขึ้นเสียงสูงแล้วสะบัดหน้าเลิกสนใจรวิกานต์ ทั้งยังยกกระป๋องเบียร์กระดกดื่มบ่อยๆ ชนกับกาวินและบุ้งอย่างเพลิดเพลิน ในขณะที่เพื่อนในกลุ่มดื่มน้ำเปล่า น้ำอัดลม หรือไม่ก็น้ำชงที่มีในเมนู

ขณะที่เพื่อนๆ พูดคุยถึงการเรียนในอนาคต เรื่องอาชีพในฝัน แต่จันทน์หอมกลับเฝ้ามองเขมทัตที่คอยเอาใจรวิกานต์อย่างรู้สึกหมั่นไส้และขัดเคืองใจ ทีกับเธอแม้จะเรียกร้องความสนใจจากเขาแค่ไหน เขมทัตก็ไม่มีวี่แววว่าจะให้ความสนใจ ในใจของเขามีแต่รวิกานต์ เขาทำให้เธอรู้สึกน้อยใจ

จันทน์หอมมองเขมทัตกับริกานต์ที่หันมายิ้มหันมาหยอกล้อกันด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านด้วยความริษยา กระป๋องเบียร์ในมือถูกยกกระดกดื่มพรวดๆ พอเบียร์ที่โต๊ะหมดเธอก็ใช้ให้บุ้งไปเปิดตู้เย็นหยิบออกมาอีก จากหนึ่งกระป๋อง ก็ค่อยๆ เพิ่มมาเป็นสอง สาม สี่ และตอนนี้กระป๋องเปล่าที่กองระเกะระกะอยู่ข้างเธอที่นับได้ก็ไม่ต่ำกว่าสิบกระป๋อง

เข้าห้องน้ำแป๊บ...” จันทน์หอมยันตัวเองลุกขึ้นยืนโซเซ

ไหวหรือเปล่าจันทน์หอม ให้เราพาไปไหมอรนภาออกปากพร้อมลุกยืน

โนๆ หอมไปเองด้ายย

จันทน์หอมปฏิเสธแล้วโบกมือให้เพื่อนๆ ก่อนเดินสับขาเป๋ไปเป๋มาเข้าไปเข้าห้องน้ำ ที่อยู่ข้างในบ้านเขมทัต

 

นี่เธอสองทุ่มกว่าแล้วนะ กลับกันเหอะ กลับดึกกว่านี้เดี๋ยวจะโดนพระมารดาด่าเอามนตราเริ่มนั่งไม่ติดหลังจากดูนาฬิกาที่โทรศัพท์

โทรบอกแม่แล้วไม่ใช่เหรอกาวินแย้ง เพราะตัวเขาสบายๆ จะกลับบ้านตอนไหนปะป๊ากับมะม๊าไม่เคยว่า

โทรแล้ว แต่เราว่ามันก็น่าควรแก่เวลาแล้วนะ พรุ่งนี้พวกเรายังมีสอบอีกวันอย่าลืม

เออนั่นสิ กลับก็กลับอรนภาสำทับ

เมื่อสรุปได้ว่าถึงเวลาต้องกลับบ้าน ทุกคนก็ลุกเก็บโต๊ะและสัมภาระตัวเอง

เขมทัตกับรวิกานต์ออกมายืนรอส่งเพื่อนๆ กลับออกไปกันจนหมดแล้ว ก็มาช่วยกันเก็บกวาดร้านอีกทีจนเสร็จเรียบร้อย รวิกานต์ก็เตรียมตัวกลับบ้าง เธอหยิบกระเป๋าผ้าที่ใส่ข้าวของพะรุงพะรังไปแขวนที่แฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ แล้วก็บอกกับเขมทัต

พรุ่งนี้เจอกันนะเขม

ฟ้าใสเดี๋ยวสิ

หือ...มีอะไร

รอแปบ

รวิกานต์มองเขมทัตที่เรียกเธอไว้ แล้วเขาก็วิ่งหายเข้าไปในบ้าน ไม่นานนักก็ออกมาพร้อมดอกไม้สีเหลืองอร่าม เธอหัวเราะเมื่อเขายื่นมันมาให้

อะของขวัญวันนี้

ไม่โรแมนติกเลยเขม มันต้องดอกกุหลาบสิเธอบอกเขาแต่ก็ยอมรับไว้ด้วยความเต็มใจ

ดอกทานตะวันหายากกว่ากุหลาบนะ

เขมทัตขยับเข้ามามองหน้าคนที่รับดอกไม้ไปแล้วก็เอาแต่ก้มหน้ามองพื้นแล้วยิ้มขณะเดียวกันก็ยังพยายามหลบสายตาของเขาอีก

ไม่ชอบเหรอเขาก้มลงมาถาม

ชอบสิเธอรีบเงยหน้าขึ้นมาบอก

เห็นก้มมองแต่พื้น คิดว่าจะโกรธ ที่มันไม่ใช่กุหลาบ

เปล่าๆ เราแค่...”

แค่อะไรเขายิ้มเมื่อเห็นเธอเงยหน้ามามองแล้วขึงตาใส่

ไม่บอก

เขมทัตหัวเราะก่อนบอกเราแค่อยากจะบอกว่าเราจะมีฟ้าใสคนเดียวเหมือนดอกทานตะวันที่มีแต่ดวงอาทิตย์

แล้วถ้าทำไม่ได้ล่ะ

ก็คอยดูสิว่าจะทำได้ไหม

สาวๆ ชอบเขมเยอะแยะ

แต่เขมชอบฟ้าใสคนเดียว

เขาบอกพร้อมมองเธออย่างท้าทายจนคนถูกมองต้องก้มหน้าหลบสายตาของเขาอีกครั้งเพราะความเขินอาย

แล้วก็อย่าคิดมากแบบเมื่อกี้อีกเข้าใจไหม ใครจะมายังไง ใครจะทำอะไรยังไงก็ช่างเขา เพราะเราเป็นดอกไม้ของฟ้าใสคนเดียวแล้วเขาเอื้อมมือมายีผมเธอเข้าใจไหม

เธอพยักหน้าตอบแล้วก้มหน้าาหลุบสายตาลงต่ำเพราะรู้ว่าเขายังมองอยู่

เราก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ฟ้าใสมั่นใจ เอางี้แล้วกัน

เขมทัตยื่นนิ้วก้อยมาเกี่ยวกับนิ้วก้อยของเธอที่เงยหน้ามาสบสายตาเขาแล้วยิ้มอายๆ

เขมจะทำอะไรคนถามเงยหน้ามองเขา คิวเล็กเรียวขมวดมุ่น

ก็สัญญาไง เราสัญญาว่าจะไม่ทำให้ฟ้าใสเสียใจ

หือ...”

ไม่ต้องห่วงหรอก ห่างกันนานแค่ไหนเราก็จะรอฟ้าใสคนเดียว

กว่าจะเรียนจบตั้ง 4 ปีเลยนะ

แค่ 4 ปีเองเขมทัตย้ำ

รวิกานต์ถอนหายใจ เธอเชื่อใจเขาแต่ไม่เชื่อใจพวกผู้หญิงที่เข้ามาใกล้เขา แค่ที่โรงเรียนมัธยมเล็กๆ ยังมีคนมาตามตอแยเขาไม่เว้นวัน แล้วที่มหาวิทยาลัยนักศึกษามากมาย ไม่อยากจะคิดเลยว่าคนแบบจันทน์หอมจะมีเยอะขนาดไหน

อย่าเอาดอกไม้ไปทิ้งข้างทางนะเดี๋ยวมันจะเสียใจพาไปให้ถึงบ้านนะเขมทัตแซว

คนฟังอมยิ้มถ้าหนักเกินไปก็ไม่แน่เธอแกล้งพูดแหย่ชายหนุ่มที่ยังก้มหน้ามามองเธอ

แน่ะ

คนหนุ่มออกเสียงเย้าก่อนหยิบหมวกกันน็อคมาสวมและล็อคสายรัดใต้คางให้หญิงสาวจนเรียบร้อยก่อนบอกด้วยความเป็นห่วง

ขี่กลับบ้านดีๆ นะ พรุ่งนี้เจอกัน

เขมทัตโบกมือให้ และยืนรอจนหญิงสาวขี่รถมอเตอร์ไซค์ลับตาไป จึงเดินมาเลื่อนประตูรั้วปิดไว้ครึ่งหนึ่งเพราะนัจกรน้องชายคนเล็กยังไม่กลับจากงานวันเกิดเพื่อน

 

เด็กหนุ่มวัยยี่สิบเข้ามาในห้องของตัวเอง รื้อกล่องงานฝีมือที่ทำค้างออกมาจัดการต่อ อาทิตย์ก่อนเขาช่วยอาจารย์เตรียมงานปัจฉิมนิเทศตลอดทั้งสัปดาห์ จึงไม่มีเวลากลับมาทำของขวัญที่ตั้งใจจะให้รวิกานต์เลย

แต่คืนนี้ต้องทำให้เสร็จ เพราะต้องเอาไปให้เธอพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนมัธยม

นาฬิกาโบราณบนผนังห้องบอกเวลาสามทุ่มกว่า เขมทัตรีบลุกไปหยิบเสื้อแจ็กเก็ตมาสวมทับเสื้อนักเรียน เขายังพอมีเวลาออกไปซื้อของที่ต้องการเพิ่ม เพื่อมาทำของขวัญต่อให้เสร็จ คิดได้แบบนั้นร่างสูงๆ รีบรุดออกห้อง พอดีกับนัจกรขี่รถมอเตอร์ไซค์สวนเข้ามาเขมทัตจึงไม่ต้องเดินเท้าออกไป

พี่เขมจะไปไหน

พี่จะไปร้านเครื่องเขียน เอากุญแจรถมาแล้วอย่าเพิ่งปิดบ้านนะเดี๋ยวพี่มาประตูเปิดแง้มๆ ไว้

ครับพี่

เมาหรือเปล่านัจเขมทัตถามเพราะได้กลิ่นแอลกอฮอล์จากน้องชายทั้งๆ ที่ปกตินัจกรไม่ใช่คนดื่ม

เพื่อนมันคะยั้นคะยอน่ะ ก็เลยดื่มกับมันนิดหน่อยแต่ไม่เมาหรอก

ดีแล้ว ไปอาบน้ำนอนซะไม่ต้องรอ เดี๋ยวพี่มา บ้านเปิดแง้มๆ ไว้เดียวพี่กลับมาปิดเอง

ครับ

นัจกรยืนรอจนพี่ชายขี่รถมอเตอร์ไซค์ออกจากบ้านไปแล้ว เขาจึงย่องเข้าบ้านเงียบๆ เพราะไม่อยากทำให้พ่อตื่นมาเจอเขาในสภาพมึนเมา ถึงเขาไม่เคยดื่มให้พ่อเห็น ไม่เคยดื่มเลยก็ว่าได้ แต่นัจกรในสายตาพ่อเป็นเด็กดีไม่มีที่ติ เขาจึงไม่อยากให้พ่อมาเห็นสภาพเขาตอนนี้ การที่ต้องมาแบกรับความหวังของพ่อบางทีเขาก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่ไม่รู้จะทำยังไงกับความหวังที่พ่อให้มา

นัจกรเดินมาหยุดอยู่ตรงตู้เสื้อผ้าของตัวเองที่ตั้งคู่กับของพี่ชายตรงหน้าห้องนอนซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับห้องน้ำ ตั้งสติสักพักก็ถอดชุดนักเรียนโยนใส่ตะกร้า แล้วคว้าผ้าขนหนูเดินเข้าไปอาบน้ำเสร็จเรียบร้อยก็กลับออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบกางเกงบล็อกเซอร์มาใส่ จากนั้นก็เข้าห้องปิดไฟทิ้งตัวลงบนเตียงนอนหลับตาไล่ความมึนๆ อึนๆ ออกจากหัว

นัจกรพลิกตัวจะดึงผ้าที่พับไว้ข้างๆ มาห่มเขาก็สะดุ้งตกใจตะลีตะลานยันตัวออกห่างจากหญิงสาวที่เข้ามาหลับอยู่บนเตียงของเขา

ใบหน้าที่แดงก่ำห่างจากเขาไม่ถึงฟุต ผมเผ้าเธอยุ่งเหยิงกระจายเต็มหมอน กลิ่นแอลกอฮอล์ฟุ้งออกจากลมหายใจ

พี่...”

นัจกรเขย่าเรียกคนนอนหลับตา หัวใจสั่นไหวเมื่อแสงไฟของถนนเล็ดลอดมาทางหน้าต่างส่องให้เห็นเนินอกอวบอิ่มที่โผล่พ้นออกจากเสื้อเมื่อกระดุมเม็ดบนสุดหลุดลุ่ยออก เขาเริ่มหายใจติดๆ ขัดๆ เด็กหนุ่มเรียกปลุกหญิงสาวรุ่นพี่ให้ตื่น แต่เธอกลับนอนยิ้มละมุนเหมือนไม่สนใจจะทำตามที่เขาบอก

พี่หอมตื่นเขาเรียกแล้วแกะมือเธอออกเมื่อมันเริ่มยื่นมาป้วนเปี้ยนป่ายแปะอยู่บนตัวของเขา

อื้อ...”

จันทน์หอมครางรับ โน้มตัวเข้ามาหานัจกร แล้วกอดรัดจนเขาทำตัวไม่ถูก มือของเธอยื่นมานัวเนียลูบไล้บนตัวเขาตรงนั้นทีตรงนี้ทีจนเลือดในกายเขาวิ่งพล่าน การล่วงล้ำของอีกฝ่ายทำให้ฮอร์โมนในความเป็นชายตื่นตัว จนนึกอยากจะปลดปล่อย แต่ก็ยังมีความละอายแก่ใจอยู่บ้างเขาจึงเรียกปลุกเพื่อเตือนสติของเธอ

พี่...” นัจกรถอนใจยาวพยายามระงับความรู้สึกของตัวเองนอนตรงนี้ไม่ได้ลุกไปนอนที่บ้าน

ม่าย...” เธอปรือตาขึ้นมองเขา เอื้อมมือมากอดแล้วซุกหน้าลงบนอกของเด็กหนุ่มพลางบอกรังเกียจเหรอ

เปล่าพี่ แต่ว่า...”

ยังพูดไม่จบจันทน์หอมก็ขยับมาจูบแล้วคลอเคลีย

นอนด้วยกันนะ

ไม่ดีมั้ง กลับไปนอนที่บ้านเถอะเดี๋ยวผมไปส่ง

ม่าย จะนอนนี่

จันทน์หอมไม่ยอมฟัง ซ้ำยังลุกล้ำจนเขาหมดความอดทน นัจกรเลื่อนมือมาปลดเม็ดกระดุมส่วนที่เหลือของเธอออก ใจเต้นโครมครามเมื่อแสงไฟสีนวลส่องให้เห็นดอกบัวตูมเต็มตา ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีถูกกลืนหาย มือเล็กเรียวที่เคยสัมผัสแต่ปากกาดินสอค่อยๆ เลื่อนลูบเนินเนื้ออย่างอยากรู้อยากเห็น รู้สึกตื่นเต้นและเกิดอารมณ์มากขึ้นเมื่อคนที่นอนหลับตาพริ้มส่งเสียงครางและเคลื่อนกายตอบสนองเขาอย่างยินยอมพร้อมใจ

นัจกรค่อยๆ แทรกตัวซุกหน้าลงสัมผัสเนินเนื้อที่อ่อนนุ่ม มือข้างที่ว่างๆ ก็เริ่มเรียนรู้ที่จะทำความรู้จักเรือนกายของหญิงสาว เสียงร้องครางตอบรับของคนที่อยู่ใต้ร่าง ทำให้เด็กหนุ่มที่ไม่เคยมีประสบการณ์มีใจฮึกเหิม ฮอร์โมนความเป็นชายกระตุ้นสั่งให้เขาตอบสนองความต้องการของร่างกายตัวเองอย่างไม่รีรอ

เด็กหนุ่มกำลังโตจึงลงมือกระทำตามใจตัวเอง และตอบสนองความต้องการของคนบนเตียงอย่างคนที่ขาดความสติ จนเผลอทำในสิ่งที่ผิดพลาดลงไปอย่างง่ายดาย

 

มีจำหน่ายรูปแบบ  Ebook


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น