อัปเดตล่าสุด 2019-06-06 09:30:32

บทนำ บทนำ

       “ไอ้เลว มึงลอกงานกู!”

       เสียงกร้าวแว่วดังมาจากด้านหลังจนศิวกรต้องหันขวับไปมอง ไหล่ของเขาสะดุ้งวูบขึ้น ภายในห้องทำงานของเขาไม่มีใครนี่นา หรือเขาจะตาฝาด ? ใช่...เขาต้องตาฝาดไปแน่ บางทีเขาคงจะดีใจที่นิยายเรื่องแรกที่เขาลงในโลกออนไลน์ของเขาติดอันดับนิยายที่คนเข้ามาอ่านมากเป็นอันดับห้า หรือไม่ก็ยายป้าข้างห้องคงกำลังเปิดหนังสยองขวัญอยู่ล่ะมั้ง

       ศิวกรยักไหล่แล้วหันมาสนใจในการแชทกับแฟนคลับทางกล่องข้อความเฟซบุ๊ค

 

       “เมื่อไหร่เรื่องนี้จะได้ตีพิมพ์คะ แล้วพี่จะตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์อะไร ? หนูรอตามซื้ออยู่นะคะ”

 

       “ไม่นานหรอกครับ พี่ใกล้จะเขียนเสร็จแล้ว”

 

       “แล้วงานต่อไปของพี่กรล่ะคะ เป็นแนวไหน หนูอยากอ่านภาคต่อของน้องสาวพระเอกจังเลยค่ะ”

 

       ภาคต่อหรือ ?

       ศิวกรนิ่วหน้าเล็กน้อย ยังไม่ตอบคำถามแฟนคลับสาว เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ตู้หนังสือ เขย่งสุดปลายเท้าเพื่อเอื้อมหยิบแจกันที่อยู่ชั้นบนสุด ดึงดอกไม้พลาสติกออกแล้วคว่ำแจกันเพื่อเทกุญแจลงใส่ฝ่ามือ ศิวกรเอากุญแจไปไขลิ้นชักชั้นล่างสุดแล้วหยิบตั้งหนังสือเก่าออกมา สันปกหลายเล่มมีพลาสติกใสแปะเชื่อมไว้อยู่ บางเล่มหลุดขาดไปแล้วแต่ก็มีชื่อเรื่องเขียนไว้อย่างลวกๆ บนกระดาษแผ่นหน้าสุด ชายหนุ่มกวาดตามองหนังสือแต่ละเล่ม

       “ห่าเอ๊ย! เล่มต่อของอีเดือนดาวคือเล่มไหนวะ ?”                             

       พอหาไม่เจอ ศิวกรก็เลยตัดใจ ลุกขึ้นจะกลับไปนั่งหน้าโต๊ะคอมฯ ต่อ แต่ดันสะดุดเข้ากับหนังสือ แม่ง...เกะกะฉิบ เขาใช้เท้าเกลี่ยมันออกไปไกลแล้วกลับไปตอบข้อความ

 

       “พี่ยังไม่ได้คิดเลยครับสำหรับภาคต่อ”

 

       “แหม...เสียดาย หนูอยากอ่านภาคต่อจังเลยค่ะ พี่เขียนต่อไม่ได้เหรอคะ ?”

 

       “จะพยายามนะครับ”

 

       ศิวกรเหยียดปากแล้วคิดในใจ “กูคงจะเขียนได้หรอก เรื่องแรกกูยังไม่มีปัญญาเขียนเองเลย! อยากอ่านภาคต่อเหรอ ? โน่น...ไปปลุกอีเดือนดาวผู้แต่งจากหลุมมาให้เขียนสิ”

       ชายหนุ่มยิ้มเยาะพลางปรายตามองกองหนังสือเก่าหลายสิบเล่มที่วางอยู่ด้านหลัง แต่ละเล่มล้วนแล้วแต่มีชื่อของเดือนดาวปรากฏตรงหน้าปก 

       เขาไปเจอขุมทรัพย์กองนี้ที่ร้านขายของเก่า ตอนที่เขาทำท่าสนใจนิยายเก่าหลายสิบเล่ม คนขายก็บอกว่าเป็นนิยายที่พิมพ์ออกมาตั้งแต่ช่วงราว พ.ศ.2500 ของพวกนี้เป็นของสะสมของคุณยาย พอท่านเสียไปเขาก็เลยเอามาขาย บางเล่มมีแต่ปก ชื่อเรื่อง ชื่อคนเขียน และเนื้อหา บางเล่มได้รับการตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างที่เขาพอจะคุ้นหูอยู่บ้าง ในขณะที่บางเล่มออกมาตีพิมพ์ครั้งเดียวก็แทบจะหายเข้ากลีบเมฆ แทบไม่มีใครจะรู้จักเลยด้วยซ้ำ

       ศิวกรจำได้ว่าวันก่อนเพื่อนเพิ่งมาคุยโวถึงค่าต้นฉบับหลายหมื่นจากการเขียนหนังสือ ทำให้เขาเกิดปิ๊งไอเดียเอานิยายเก่าพวกนี้ไปคัดลอกเสียเลย อีกทั้งเนื้อหาเก่าขนาดนี้ ใครเล่าจะไปรู้จัก ศิวกรเลือกนิยายที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง คักลอกแล้วเอาลงนิยายตามเว็บไซต์ที่มีคนอ่านส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นเพื่อลดความเสี่ยงในการที่จะมีใครสักคนออกมาประกาศว่ารู้จักนิยายเรื่องนี้ แล้วแฉความเลวของนักเขียนโนเนมคนนี้ เขาปรับเปลี่ยนภาษาเล็กน้อยเพื่อให้เข้ากับยุคสมัย แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็คือนิยายของเขาติดท็อปเท็นมาตลอดสองอาทิตย์แล้ว

       ชายหนุ่มคุยต่ออีกสักพักแล้วจึงปิดเครื่อง เขาตั้งใจจะนอนพักก่อน พรุ่งนี้ค่อยคัดลอกต่อ เหลืออีกประมาณยี่สิบหน้าเขาก็พร้อมจะลองส่งสำนักพิมพ์ ขณะที่กำลังจะเอนหลังแนบเตียง เสียงเดิมก็ดังแว่วเข้ามา

       “ไอ้ระยำ!”

       ร่างสูงทะลึ่งพรวดออกจากเตียง หันมองซ้ายแลขวา

“ใครวะ!” ศิวกรตะโกนถามแล้วเดินปึงปังไปดูนอกห้อง แต่ไม่ก็เจอใคร หรือเขาจะหูแว่วไป ? ชายหนุ่มถอนหายใจแรงๆ อย่างหงุดหงิดขณะที่เดินกลับเข้ามาในห้อง ตอนนั้นเองที่เขาเห็นเงาทะมึนที่นอกระเบียง ศิวกรก้าวพรวดไปกระชากประตูจกกระจกใสเปิดออก

       ...ทว่ากลับไม่มีใคร

       “อะไรวะ!”

       เป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนอยู่ตรงนี้ เพราะห้องพักของเขาสูงสิบชั้น คนที่ไหนจะปีนขึ้นมาได้

       ถ้าไม่ใช่คน…แต่เป็นผีล่ะ!   

       ศิวกรหันหลังกลับจะเข้าห้อง ทว่าเงาทะมึนที่เขาเห็นเมื่อครู่ได้ปรากฏเด่นชัดตรงหน้าของเขา!

       “เฮ้ย!” นักเขียนเลวอุทานลั่น พลันหงายหลังล้มลง หัวใจเต้นรัว ปากและฟันกระทบกันดังยิ่งกว่าเสียงสายลมแรงที่พัดเข้ามาในตอนนี้ “มะ…มึง…มึง...มึงเป็นใคร…?”

       “กูรึ!” หญิงสาวตากลมโต คิ้วโก่งเข้ม ปากสีแดงมีเลือดไหลออกมา เธอแสยะยิ้มเหี้ยม “กูชื่อเดือนดาว”

       เดือนดาว ? หมายถึงเจ้าของผลงานที่เขาคัดลอกน่ะหรือ ?

       ศิวกรสะบัดหัวแรงๆ แล้วหลับตา นี่ต้องเป็นภาพหลอน...ภาพหลอนแน่นอน! แต่เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้น ปรากฏว่าร่างที่โชกเลือดของเธอยังคงเห็นเด่นชัด!

       เขาลุกพรวดแล้วก้าวถอยออกไปนอกห้อง ตัวแข็งทื่อเมื่อบั้นเอวชนราวระเบียงเหล็ก

       “ผะ…ผม…ผม...”

       “มึงอยากลอกงานของกูนักใช่ไหม!”

       ฉับพลัน หนังสือเก่านับสิบเล่มที่อยู่ในห้องก็พุ่งตรงเข้าใส่หน้าของเขา กระดาษแต่ละแผ่นปลิวว่อนไปทั่ว ศิวกรยกมือปัดป้อง ทว่าพวกมันพุ่งเข้าจู่โจมหน้าเขาอย่างบ้าคลั่งราวกับหอกแหลมจนเขาเสียหลัก ลื่นหงายหลังตกจากระเบียง!

       “อ๊ากกกกกกก!” ศิวกรกรีดร้องลั่นขณะที่ร่างร่วงหล่นลงไปด้านล่าง ดวงตาของเขามองค้างอยู่ที่ชั้นระเบียงของตัวเอง ผู้หญิงที่ชื่อเดือนดาวยังคงจ้องเขม็งด้วยดวงตาแดงก่ำสีเลือดมาทางเขา น้ำเสียงกร้าวโกรธของเธอลอยมา มันฝังอยู่ในสมองของเขาตลอดลมหายใจที่กำลังจะหมดลงในอีกห้าวินาทีข้างหน้า

       “อย่าลอกงานกู!”

       นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เขาได้ยิน…


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น