อัปเดตล่าสุด 2019-06-12 11:00:03

ตอนที่ 16 บทที่ 16

                “เฮ้ย!” รณภพสะดุ้งแล้วส่งเสียงร้องออกมาตามสัญชาตญาณ

                “ไม่! กูไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว!” เขาร้องบอกในใจ ก่อนที่จะวิ่งไปใกล้ประตูแล้วกระชากออกแต่ไร้ผล เขาออกแรงทุบ ออกแรงกระชาก

                “เปิดสิวะ! เปิด!”

                “แค่ก...แค่ก...” เสียงไอดังขึ้นท่ามกลางเสียงตะโกนของเขา เสียงไอที่รณภพคุ้นเคยเป็นอย่างดี...เสียงที่เขาได้ยินมาตลอดเกือบหนึ่งเดือน!

                “แค่ก...แค่ก...”

                ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

                คราวนี้ไม่ใช่แค่เสียงไอเท่านั้น หากยังมีเสียงรัวแป้นพิมพ์...

                ครืด...

                ...

                ตึ้ง!

                คุณพระ! เธอกลับมาอีกแล้ว แถมยังอยู่ภายในห้องนี้อีกด้วย!

                หัวใจของรณภพเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นกระตุกจนหล่นร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เสียงประหลาดดังขึ้นทางด้านหลัง เขารู้ว่ามันคือเสียงอะไร และรู้ว่าใครเป็นเจ้าของเสียงนั้น!

                ขนทุกเส้นลุกชัน ย้ำว่าทุกเส้น! บางทีตอนนี้ผมของเขาอาจจะกำลังชี้ตั้งอยู่ก็เป็นได้

                รณภพหายใจไม่ทั่วท้อง รู้สึกร้อนวูบไหวในหน้าอก ดวงใจที่เต้นรัวพร้อมจะระเบิดออกทุกเมื่อ เขาไม่กล้าหันไปมอง ไม่กล้าขยับ เขาได้แต่หลับตาปี๋ ยืนหน้าซีดเผือด

                เสียงไอสลับเสียงจรดแป้นพิมพ์ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เม็ดเหงื่อผุดขึ้นอย่างมากมายแล้วไหลย้อยตามใบหน้า เขาปล่อยให้มันไหลอยู่แบบนั้น เพราะไม่กล้ายกมือขึ้นมาเช็ด

                “เอาไงดีวะ วิ่งดีไหม” แม้จะคิดแบบนั้น ทว่าตอนนี้ขากลับทรยศ!

                “แค่ก...แค่ก...” เสียงไอปนหอบเหนื่อยดังขึ้นเป็นช่วงๆ หากเสียงรัวแป้นพิมพ์กลับดังต่อเนื่องอย่างไม่ลดละ

                บรรยากาศในตอนนี้ผสมผสานทั้งความน่ากลัวและน่าอึดอัด รณภพกระตุกคิ้วเข้าหากันเมื่อสัมผัสได้ถึงความพยายามที่จะถ่ายทอดบางอย่าง มีความน่าสงสารมากล้นผ่านเสียงไอแหบแห้ง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงค่อยๆ หันกลับไปมองด้วยหัวใจที่ยังคงเต้นรัว

                เขากลั้นใจเบิกตาขึ้นแล้วมองภาพตรงหน้า

                โอ้! คุณพระ!

                ให้ตายเถอะ! เขาไม่เคยเจออะไรน่ากลัวเท่านี้มาก่อนเลย

                “อะ...อะ...” รณภพอ้าปากค้าง สุ้มเสียงชะงักงันอยู่ที่คอหอย

                ภาพที่เห็นตรงหน้า คือหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งดีดพิมพ์ดีดด้วยแววตามุ่งมั่น สีหน้าเต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ เขาคงไม่ตกใจจนตาค้าง หากว่าสภาพใบหน้าของเธอจะงดงามเหมือนดั่งที่เห็นตรงริมระเบียง ไม่ใช่โชกชุ่มด้วยเลือดแบบนี้!

                หยดเลือดไหลออกมาตามรูจมูกและปาก ไหลทะลักทุกครั้งที่เธอไอ ร่างกายของกระตุกสั่นเป็นช่วงๆ ทว่ามือของเธอก็ยังคงจรดรัวบนแป้นพิมพ์ต่อไป เธอพยายามก้าวผ่านความเจ็บปวดที่ได้รับเพื่อทำงานให้เสร็จตามกำหนด เธอไม่สนว่าร่างกายจะเป็นอย่างไร เธออาจตายได้ แต่ขอเพียงได้ทำงานต่อไปให้บรรลุ

                “แค่ก...แค่ก...” เธอไอกระท่อนกระแท่น เลือดทะลักไหลออกมามากมาย

                ความพยายามอย่างแรงกล้าถ่ายทอดออกมาให้รณภพรับรู้ ตอนนี้เขามีความสงสารมากกว่าความกลัวเสียอีก เขามองผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงที่เขามั่นใจว่าชื่อฟองจันทร์ พันพริ้ม

                ภาพนั้นตรึงเขาให้ยืนอยู่กับที่ เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะความกลัวหรือเปล่าที่ทำให้เขาไม่กล้าขยับ ชายหนุ่มได้แต่ยืนมองดูห้วงเวลาสุดท้ายชีวิตของนักเขียนชื่อดังในอดีตท่ามกลางความรู้สึกกดดันบีบรัดหัวใจจนหายใจแทบไม่ออก

                หญิงสาวไอรุนแรงหลายครั้งติดต่อกัน ร่างของเธอกระตุกสั่นนานจนรณภพหวาดหวั่น เลือดไหลทะลักออกมาเปื้อนเสื้อ แป้นตัวอักษรและกระดาษสีน้ำตาลที่ยังเสียบคาอยู่ในเครื่องพิมพ์ดีด

                บางหยดกระเด็นมาโดนรณภพด้วยซ้ำ!

                เขาก้มมองแขนตัวเองอย่างตกใจ แต่ไม่มีหยดเลือดติดที่ตัวเขาเลย

                หญิงสาวใช้มือแนบหน้าอกของตัวเองแน่นอย่างปวดร้าว บัดนี้น้ำตาของรณภพไหลลงมาอย่างไม่รู้ตัว เธอทนอยู่ในความทรมานอยู่นานเกือบห้านาทีเต็ม ก่อนจะเบิกตากว้าง แล้วหงายหลังล้มตึงลงไปที่พื้น

                รณภพสะดุ้งเฮือก ขาเผลอก้าวไปข้างหน้าเพื่อจะไปดูอาการของเธอ แต่ความกลัวรั้งให้เขาหยุดชะงัก

                เก้าอี้ทรงกลมล้มกระแทกกับพื้น พร้อมกับร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น...

                ว่าที่นักเขียนหนุ่มได้แต่ยืนมองอย่างทำอะไรไม่ถูก จะเข้าไปช่วยหรือ...บ้าน่า! เธอตายไปแล้วด้วยซ้ำ! นี่ต้องเป็นภาพหลอนแน่นอน! เขายืนกัดริมฝีปากแน่น หลุบตาต่ำลง ไม่รู้ว่าจะเอายังไงดีกับสถานการณ์หวาดหวั่นหัวใจเช่นนี้ จะเดินเข้าไปดูหรือ ? ไม่มีทาง หันหลังกลับน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

                เขาค่อยๆ หมุนตัวกลับ ทว่าเพียงชั่วพริบตา เธอก็มาปรากฏอยู่ด้านหน้าของเขาเสียแล้ว!

                “เฮ้ย!” รณภพส่งเสียงลั่นแล้วถอยหลังกรูด ความกลัวพันธนาการร่างของเขาไว้แน่นจนก้าวสะดุดแล้วล้ม ก้นกระแทกลงกับพื้น

                “เธอ...เธอ...”

                ใบหน้าของเธอไม่ได้แตกต่างไปจากเมื่อครู่แม้แต่น้อย ยังคงมีเลือดไหลออกจากจมูกและมุมปาก บริเวณเสื้อตรงหน้าอกของเธอชุ่มไปด้วยน้ำสีแดงขณะที่แววตาของเธอก็หุ้มไปด้วยสีเดียวกัน

                เลือด! เลือด! และเลือด!

                รณภพใช้มือยันไว้ด้านหลัง พยุงตัวคล้ายจะลุกนั่ง พยายามจะคลานหนี

                “บ้าฉิบ! มือแข็งไปหมดแล้ว” ใช่ มือของเขาแข็งจนขยับไม่ได้!

                ผู้หญิงตรงหน้าเข้าลอยมาใกล้จนหยุดอยู่ที่ปลายเท้าเขา เธอโน้มหน้าต่ำลงมาเรื่อยๆ เขารีบหลับตาปี๋ เบือนหน้าหนีลมหายใจเหม็นเน่าของเธอที่เป่ารดแก้มของเขา ปากพร่าของรณภาพสั่นขณะที่พยายามขยับ

                “คุณฟองจันทร์ ผม...ผม...ผมขอโทษ...” ชายหนุ่มพร่ำบอกจนลิ้นแทบพัน “ผมไม่ได้ตั้งใจ...ผม...ผมไม่รู้ว่าเป็น...เป็น...ของคุณ”

                เขาไม่รู้ว่าตอนนี้หญิงสาวกำลังจ้องมองเขาด้วยสายตาแบบใด ที่แน่ๆ เธออยู่ตรงหน้าเขา ลมหายใจของเธอทำให้เขารับรู้เช่นนั้น

                 “ผม...ผม...ผมเอามา...เอาต้นฉบับ...มะ...มาคืน...คุณแล้ว” เขายังคงหลับตาพร่ำบอกต่อไป “ผม...ผมจะไปลบ...ลบงานของคุณในเครื่อง...ยกโทษ...ยกโทษ...ยกโทษให้ผมด้วย!”

                .....

                ไม่มีคำพูดเล็ดลอดออกจากปากที่เยิ้มไปด้วยเลือด

                รอบด้านเงียบสงัดเหมือนอยู่ในป่าช้า ทว่าสำหรับรณภพแล้ว ที่นี่มันน่ากลัวยิ่งกว่าป่าช้าเสียอีก!

                ชายหนุ่มนั่งปิดตาแน่นอยู่นานเท่าใด เขาเองก็ไม่อาจรู้ รู้แต่เพียงลมหายใจที่เป่ารดแก้มเขานั้นค่อยๆ จางลง...จางลง จางลง...จนหายไป...

                เธอไปแล้วหรือ ?

                หมายความว่าเธอให้อภัยเขาแล้วใช่ไหม ?

                รณภพครางเสียงทุ้มต่ำอย่างสั่นผวา แม้จะปิดริมฝีปากแน่นแล้วก็ยังไม่อาจหักห้ามเสียงของตนได้ เมื่อเวลาผ่านไปนาน เขาจึงกลั้นใจแย้มเปลือกตาขึ้น และพบว่า...เธอหายไปแล้ว

                ชายหนุ่มกวาดมองไปรอบๆ  ไม่มีใครอยู่ในห้อง ไม่มีฟองจันทร์

                เขาลุกขึ้นยืนอย่างกล้าๆ กลัวๆ  สายตายังคงทำหน้าที่เสมือนเรดาร์มองรอบทิศ

                แล้วทำไมถึงหายไปง่ายจัง...

                “ช่างปะไร ไปก็ดีแล้ว เธอคงให้อภัยแล้ว” รณภพคิดแง่ดี เขาตั้งท่ารีบจ้ำอ้าวไปที่ประตู ทว่ายังมิทันได้เอื้อมมือแตะลูกบิด...เสียงกดแป้นพิมพ์ก็ดังขึ้น!

                คราวนี้มิใช่เสียงรัวดั่งเช่นครั้งก่อน แต่เป็นเสียงพิมพ์อย่างช้าๆ คล้ายกับว่าเธอต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง!

                “จะเอาให้กูหัวใจวายตายเลยใช่ไหม ?” รณภพรำพันแผ่วผิว ถึงตอนนี้คงไม่ต้องเดาแล้วว่าเสียงนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เขาเริ่มมีความกล้า...เพียงนิดเดียว...ที่จะหันไปมองด้านหลัง และก็เป็นอย่างที่คิด...ร่างของเธอปรากฏอยู่หลังเครื่องพิมพ์ดีด!

                รณภพตกใจจนไม่รู้จะตกใจอย่างไรแล้วกับการปรากฏตัวตรงโน้นทีตรงนี้ที แต่ยังดีหน่อยที่คราวนี้เธอมาอย่างคนปกติ ด้วยใบหน้าเกลี้ยงเกลาไร้สิ่งเติมแต่งใดๆ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ใช่คนอยู่ดี

                เขาเบนสายตาลงต่ำ ปล่อยให้หูทำงานแทน ตอนนี้เขากำลังจัดการกับความคิดว่าจะเอาอย่างไรดี หนีกลับไปหรือ ? แล้วถ้าหากว่าเธอยังตามหลอกหลอนเล่า เรื่องคงไม่จบไม่สิ้นแน่นอน

                สู้เคลียร์ให้จบๆ ไปเลยดีกว่า!

                กระนั้น ใจของชายหนุ่มก็ยังสั่นรัวตึกตัก รณภพกอบโกยออกซิเจนเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะผ่อนออกมายาวเหยียด เขาเงยหน้าขึ้นแล้วพูดคุยกับเธอ!

                “คุณฟองจันทร์” น้ำเสียงของเขาสั่น ฟันกระทบกันกึกๆ เขาพยายามสะกดทุกอย่างให้นิ่งสงบ โดยเฉพาะร่างกายของตัวเองที่สั่นคล้ายเจ้าเข้า “ผม...ผม...ขอโทษจริงๆ ...”

                เธอยังคงนั่งกดแป้นพิมพ์ต่อไป สายตาจับจ้องอยู่ที่หน้ากระดาษ ตัวอักษรแล้วตัวอักษรเล่าถ่ายทอดออกมา บรรทัดแล้วบรรทัดเล่าเลื่อนลงต่ำ

                “คุณ...คุณต้องการให้ผมทำอย่างไร คุณถึงจะเลิกตามรังควานผม”

                หญิงสาวไม่ได้ให้คำตอบ รณภพเองเองก็ไม่กล้าคาดคั้นเธอ ได้แต่ยืนรอดูว่าเธอจะทำอย่างไรต่อไป

                แม้เขาจะกล้าคุยกับผีสาว หากก็ไม่กล้าสบตาเธอตรงๆ  จึงได้แต่ปล่อยให้สายตามองที่กระดาษซึ่งคาอยู่ในเครื่องพิมพ์ดีด กระดาษนั้นค่อยๆ เลื่อนขึ้นสูงทีละนิด ตามจำนวนครั้งที่เธอปัดแคร่

                ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

                ตึ้ง!

                ครืด...

                ตึก ตึก ตึก ตึก ตึก

                ตึ้ง!

                ครืด...

                เสียงของกระบวนการพิมพ์เวียนวนไปมาครั้งแล้วครั้งเล่า จวบจนบรรทัดสุดท้ายของหน้ากระดาษ เมื่อเธอปัดแคร่ กระดาษที่เลื่อนขึ้นสูงแล้วงอตัวลงตามแรงโน้มถ่วงจึงหลุดออกมาจากเครื่องพิมพ์ มันปลิวหล่นลงพื้นก่อนจะลื่นไหลไปหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของรณภพ

                ชายหนุ่มเหลือบตามองหญิงสาวที่ยังนั่งนิ่งอยู่หลังเครื่องพิมพ์ดีด ก่อนจะกลับมามองกระดาษที่ปลายเท้า มีตัวอักษรอยู่บนนั้นเต็มไปหมด

                “เธอต้องการให้เราอ่านเหรอ ?”

                รณภพชำเลืองมองเธออีกรอบ แต่ว่าเธอหายไปแล้ว!

                คุณพระ! หัวใจเขากระตุกวูบไหวเป็นหนที่ร้อยแปด!        

                ชายหนุ่มผู้หายใจไม่ค่อยทั่วท้องเท่าไหร่นักนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้ย่อเข่าลงแล้วเอื้อมหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน สายตาไล่จากทางซ้ายไปขวาอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้หลุดทุกตัวอักษร

                คิ้วเข้มของรณภพกระตุกเข้าหากัน

                “นี่มัน...”


แสดงความคิดเห็น
แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม


ความคิดเห็น